อำเภอบางละมุง เปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เทศบาลเมืองหนองปรือ ประจำเดือนสิงหาคม 2562

          นางสาวภารดี เผือกโสภา ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เทศบาลเมืองหนองปรือ ประจำเดือนสิงหาคม 2562

          วันที่ 22 สิงหาคม 2562 เวลา 08.30 น. ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาลหมัน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นางสาวภารดี เผือกโสภา ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เทศบาลเมืองหนองปรือ ประจำเดือนสิงหาคม 2562

          โดย ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสานรักษาและต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่างๆ ในการบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า จึงทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงพัฒนาสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ในชุมชนให้มีสภาพที่ดีขึ้น

          ดังนั้น เทศบาลเมืองหนองปรือ จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อให้คณะผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาลพนักงานเทศบาล พนักงานจ้างฯ และเจ้าหน้าที่ รวมถึงกลุ่มจิตอาสา พลังมวลชนชุมชน อสม. อปพร. ชมรมดอกลำดวน ได้ร่วมทำกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดจัดเก็บขยะมูลฝอยและตัดหญ้าภายในเขตชุมชนเทศบาลเมืองหนองปรือ เพื่อส่งเสริมผู้มีจิตสาธารณะร่วมสร้างประโยชน์ให้ส่วนรวมเป็นการสร้างความสัมพันธ์ และปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาความสะอาดและรักษาสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม สะอาด เรียบร้อย น่าชมน่ามองภายในเขตชุมชนเทศบาลเมืองหนองปรือต่อไป

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร -ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งมอบพื้นที่ให้อำเภอ ท้องถิ่นดูแลพื้นที่ป่าพรุ หลังสถานการณ์ไฟป่าสงบ ส่วนหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ เดินทางกลับที่ตั้งปกติแล้ว

         วันนี้ (22 ส.ค.62) ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่าและหมอกควันจังหวัดนครศรีธรรมราช (ส่วนหน้า) สถานีควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายปรมินทร์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ได้ประชุมสรุปสถานการณ์และผลการปฏิบัติงานการแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง โดยมีนายอำเภอ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

          โดยที่ประชุมได้ข้อสรุป ให้ยุติบทบาทของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯส่วนหน้า แล้วส่งมอบการบัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ให้นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ยังคงศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่ศาลากลางจังหวัดไว้เช่นเดิม และหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ นำเครื่องจักรกล พร้อมอุปกรณ์ดับไฟต่าง ๆ และกำลังพลกลับสู่ที่ตั้งปกติของแต่ละหน่วยงานแต่พร้อมรับการประสานเมื่อจำเป็น ยกเว้น เครื่องสูบน้ำของกรมชลประทาน และเครื่องสูบน้ำระยะไกลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงสูบน้ำเข้าพื้นที่ที่มีความจำเป็นในบางจุด และให้เตรียมความพร้อมไว้เมื่อจำเป็นสามารถใช้งานได้ทันที

          ส่วนกำลังที่ยังคงอยู่ประจำในพื้นที่ของกรมอุทยานฯ คือเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย และเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า จำนวน 487 นาย และเจ้าหน้าที่เสือไฟของกรมป่าไม้ จำนวน 60 นาย ซึ่งกำลังดังกล่าวจะคงอยู่ต่อไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2562 ตามแผนปฏิบัติการเดิมที่กำหนดไว้

ธีรศักดิ์ อักษรกูล / รายงาน

สาวสุโขทัยเตรียมตบรางวัลปลาทับทิมทอดให้ “ไอ้ขอด” แมวเหมียวขึ้นหลังตู้ เตะกล่องร่วง เจอเงินสามีซ่อนไว้

          งานนี้ไม่รู้ว่าจะได้กินปลาเป็นรางวัล หรือกลายเป็นแมววัด สาวโพสต์เจ้าเหมียว เตะกล่องของสามีที่วางไว้บนหลังตู้ ร่วงลงมา เจอเงินที่เก็บไว้

          ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “โบว์ คนึงนุช” ได้โพสต์ภาพความน่ารักของเจ้าแมวเหมียว ที่นั่งหน้าซื่อ อยู่ข้างกล่อง ที่บรรจุเงินอยู่ พร้อมข้อความระบุว่า “แมวขึ้นหลังตู้ แล้วมันก็เตะกล่องของผัวร่วงลงมาตามภาพ พรุ่งนี้จัดไปปลาทับทิมทอดเลยไอ้ขอดเอ้ยย”

          ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าว ถูกแชร์ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่หากเป็นผู้หญิงก็จะชมว่า น้องขอด แมวน้อยทำดี แต่ถ้าเป็นคุณพ่อบ้าน ส่วนใหญ่เชื่อว่า พรุ่งนี้ นอกจากขอดจะไม่ได้กินปลาแล้ว อาจจะได้ไปเป็นแมววัดแน่ๆ

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

เกาะช้าง-ประชุมชี้แจง เจ้าของกิจการโรงแรม ที่ไม่มีใบอนุญาต เร่งเข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง ตามคำสั่ง คสช.ที่ 6/2562

          ช่วงบ่ายของวันที่ 21 ส.ค.62 นายสัญญา เกิดมณี นายกเทศมนตรี ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ได้มอบหมายให้ นายธารัช ศิริพันธ์ รองนายกเทศมนตรี ต.เกาะช้าง -นายเมที แสงศักดิ์ดา ผอ.กองช่างเทศบาล ต.เกาะช้าง เจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ ร่วมกับ นายทวีลาภ ประสิทธินาวา ปลัดอำเภอเกาะช้าง เข้าร่วมในการประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจ แก่ผู้ประกอบกิจการโรงแรม ห้องพัก โฮมสเตย์ (ปล่อยเช่ารายวัน) ที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบการ ธุรกิจโรงแรม อย่างถูกต้องตามกฏหมาย เป็นไปตามคำสั่ง คสช.ที่ 6/2562 ลงวันที่ 12 มิ.ย.62 ที่ห้องประชุมโรงแรมไชยเชษฐ์ รีสอร์ท หมู่ 4 ต.เกาะช้าง โดยมีเจ้าของ-ตัวแทน ผู้บริหารธุรกิจโรงแรม เข้าร่วมกว่า 150 คน

         ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อธิบาย ทำความเข้าใจ อาคารห้องพักที่เข้าข่ายตาม พ.ร.บ.โรงแรม โดยเฉพาะห้องพักที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวแบบรายวัน หลังจากเจ้าหน้าที่ได้อธิบาย พร้อมตอบข้อซักถาม จนเป็นที่เข้าใจโดยทั่วกันแล้ว ก็ได้ให้เจ้าของกิจการห้องพักที่เปิดให้บริการรายวัน แต่ยังไม่มีใบอนุญาต ได้กรอกข้อมูลในเอกสารแบบคำขอ ซึ่งจะมีช่องให้ลงอย่างละเอียด กรณีเช่าที่ดินเอกชน-เช่าที่ดินของรัฐ ก็ให้แนบเอกสารหนังสือสัญญาเช่าหรือยินยอม จากหน่วยงานนั้นๆมาด้วย-หนังสือรับรองจาก กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ปกครองพื้นที่-เอกสารภ.บ.ท.5 แล้วนำไปยื่นได้ที่ สำนักงานเทศบาล ต.เกาะช้าง พร้อมเอกสาร-หลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้ระบุ ภายในวันที่ 9 ก.ย.62

          หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของเทศบาล ต.เกาะช้าง -ฝ่ายปกครอง และส่วนที่เกี่ยวข้องอีกหลายฝ่าย ก็จะร่วมกันลงพื้นที่ เพื่อออกตรวจสภาพความพร้อมของสถานประกอบการที่ได้ยื่นคำขอ มีส่วนไหนจะต้องปรับปรุงแก้ไขบ้าง ก่อนจะรวบรวมเสนอให้กับทางจังหวัด-กรม พิจารณาต่อไป

          นายเมที แสงศักดิ์ดา ผอ.กองช่าง เทศบาล ต.เกาะช้าง กล่าวว่า ตามคำสั่ง คสช.ที่ 6/2562 ดังกล่าว เป็นโอกาสที่ดี ของผู้ประกอบกิจการโรงแรม ในพื้นที่เกาะช้าง ที่ยังไม่มีใบอนุญาต มานานหลายปี สามารถยื่นขออนุญาตให้ถูกต้องได้โดยไม่ยุ่งยากมาก สาเหตุที่สถานประกอบการอีกจำนวนมากในพื้นที่เกาะช้าง ยังไม่มีใบอนุญาต ประเด็นหลักๆก็คือ ที่ดินที่ใช้ปลูกสร้างอาคารนั้นๆ มีเพียงเอกสาร ภ.บ.ท.5 และบางส่วนก่อสร้างอาคารไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีผู้ร้องเรียนไปยังจังหวัด-อำเภอบ่อยครั้ง เนื่องจากเวลาเจ้าหน้าที่หรือพนักงานจากส่วนราชการต่างๆ เดินทางมาจากต่างจังหวัด เพื่อมาราชการหรือทำภารกิจในพื้นที่เกาะช้าง แล้วเข้าพักในโรงแรม-รีสอร์ต ที่ไม่มีใบอนุญาต ก็ไม่สามารถนำใบเสร็จจากโรงแรมที่เข้าพักดังกล่าว ไปยื่นเบิกค่าห้องพักคืนจากหน่วยงานต้นสังกัดได้

ภาพ/ข่าว วรโชติ เกาะช้าง-วิเชียร ม่วงสี ทีมข่าวภูมิภาค/รายงาน

เพชรบูรณ์-ปล่อยแมลงหางหนีบในไร่ข้าวโพด ส่งเสริมแมลงศัตรูธรรมชาติ เพื่อควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด

         ที่ศาลา อเนกประสงค์ บ้านเนินคาย หมู่ 4 ตำบลวังศาล อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายอำนาจ ปาลาศ เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธาน เปิด”โครงการ วันรณรงค์ การป้องกัน กำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด” ตามโครงการส่งเสริมการควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดชีววิธี

         ซึ่งหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด เป็นแมลงศัตรูที่สำคัญของประเทศไทย เริ่มพบมีการระบาดครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2561 หลังจากนั้นพื้นที่การระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ดำเนินการตามมาตรการต่างๆเพื่อควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ทั้งการแจ้งเตือนเกษตรกรและให้ความรู้ในการป้องกันกำจัดตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร โดยการสนับสนุนแมลงศัตรูธรรมชาติเพื่อควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ซึ่งสามารถควบคุมการระบาดได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถหยุดยั้งการทำลายของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดได้

          กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงให้จังหวัดเพชรบูรณ์ ดำเนินการโครงการส่งเสริมการควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด โดยชีววิธีซึ่งเป็นวิธีการจัดการศัตรูพืชต่อสิ่งแวดล้อมและนำไปสู่ความยั่งยืน โดยมีเกษตรกรชาวอำเภอวังโป่งและเกษตรกรชาวอำเภอชนแดน จำนวน 250 คน เข้าร่วมงาน โดยจัดฐานเรียนรู้ จำนวน 4 ฐาน ฐานที่1 ลักษณะของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ฐานที่2 การสำรวจพื้นที่การระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ฐานที่3 การป้องกันกำจัดหนอนข้าวโพดลายจุด ฐานที่4 การผลิตแมลงศัตรูธรรมชาติ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดพิษณุโลก ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ สำนักงานเกษตรอำเภอวังโป่ง ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่อำเภอวังโป่ง

         จากนั้น นายอำนาจ ปาลาศ เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมคณะ ฯ ได้ลงพื้นที่ไร่ข้าวโพดของนายสุวรรณพงษ์ แพ่งพรม เกษตรกรบ้านเนินคาย หมู่ 4 ตำบลวังศาล อำเภอวังโป่ง ซึ่งปลูกข้าวโพด จำนวน 9 ไร่ อายุข้าวโพด ราว 40 วัน เพื่อให้ความรู้เรื่องการผลิตหรือการเพาะพันธุ์ของแมลงหางหนีบ พร้อมสาธิตวิธีปล่อยแมลงหางหนีบ จำนวน 2,000ตัว ลงแปลงปลูกข้าวโพด จำนวน 9 ไร่ หรือ อัตรา 100 – 1,000 ตัว / ไร่ เพื่อช่วยกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดด้วยศัตรูธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมี

          ทั้งนี้ แมลงหางหนีบ เป็นกลุ่มแมลงที่ทำหน้าที่ในการย่อยสลายเศษซากพืช จึงมักพบแมลงหางหนีบอยู่ในที่ชื้น มืด และค่อนข้างอับ ตามแปลงพืชไร่ชนิดต่างๆ เช่น ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย โดยปกติแมลงหางหนีบจะออกหากินเฉพาะกลางคืน สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว และหากัดกินไข่ตัวหนอน และตัวอ่อนของสัตว์ต่างๆ ที่มีขนาดเล็ก มีความสามารถในการเสาะหาเหยื่อตามซอกมุมได้ดี ซึ่งการทำลายเหยื่อที่เป็นหนอนในไร่ข้าวโพด จะใช้แพนหางที่มีลักษณะคล้ายคีมหนีบลำตัวเหยื่อแล้วกินเป็นอาหาร แต่ถ้าเป็นเพลี้ยอ่อนจะกัดกินโดยตรง โดยแมลงหางหนีบ 1 ตัว จะสามารถกินเหยื่อได้ประมาณ 20-30 ตัวต่อวัน หากแมลงหางหนีบอิ่มแล้ว และยังเจอตัวหนอนจะใช้แพนหางหนีบจนกระทั่งตัวหนอนตาย และจากไปโดยไม่กิน และจะหนีบต่อไปเรื่อยๆ เมื่อเจอหนอนตามไร่ข้าวโพด

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

นครนายก–คืบหน้าเจ้าของที่ เอ่ยปากชม คนที่ติดป้ายประกาศด่ายับ คนทิ้งขยะ เผยมีใจจิตอาสาช่วยสังคมและสิ่งแวดล้อม

          เจ้าของที่เอ่ยปากชมคนที่มาติดป้ายประกาศห้ามทิ้งขยะโดยมีถ้อยคำว่าใครทิ้งขอให้ชิปหายทั้งครอบครัวทั้งที่ตนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีป้ายมาติดตรงที่ตัวเอง

         ที่นครนายก ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่อีกครั้งหลังบนถนนเส้นบ้านขาม หมู่ 5 ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ที่ได้ป้ายไวนิลขนาด กว้าง 1เมตร x 1เมตร ติดอยู่กับต้นไม้และมีถ้อยคำทึ่รุนแรงว่า “ใครทิ้งขยะข้างทางขอให้ชิปหายทั้งคนทิ้งและครอบครัว ” ซึ่งข้อความของป้ายดังกล่าว ทำเอาผู้ที่ผ่านไปผ่านไปมาถึงกับอึ้งไม่กล้าทิ้งขยะกันเลยทีเดียว

         ต่อมาได้สอบถามเรื่องที่มาที่ไปของป้าย กับนาวสำเนียง ศรีคร่ำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 เล่าว่า เคยมีป้ายแบบนี้มาติดแล้วครั้งนึงและก็ชำรุด หรือถูกเก็บย้ายไปไหนไม่มีใครรู้ และก็มีคนมาติดใหม่ แต่ก็ไม่มีใครเห็นว่าใครมาติดป้ายดังกล่าว จนกระทั่งมาเห็นอีกครั้งในข่าวทีวีว่าในเขตพื้นที่ตัวเองดูแลอยู่ มีเรื่องแบบนี้ และก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีมือดีมาเขียนป้ายแบบนี้ จนไม่มีใครกล้ามาทิ้ง แต่ก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาจัดการกับสถานที่ตรงนี้แบบเด็ดขาดและปราศจากขยะ 100% เพราะตรงนี้ก็เหมือนกับเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดนครนายกและยังใกล้สถานที่ตั้งสาธารณสุขจังหวัดอีกด้วย

         นางสำเนียงได้เล่าต่ออีกว่า ที่มีคนมาทิ้งขยะตรงนี้ที่ของคนชื่อยายเชง แต่ยายเชงก็ไม่ได้มาดูแลปล่อยหญ้าขึ้นรก แต่เคยถามไปกับน้องชายเจ้าของที่ก็ยังไม่รู้ว่ามีคนมาติดป้ายเพราะว่ายายเชงอายุตั้ง 85 และป่วยคงไม่สามารถมาติดป้ายได้ แต่ก็ยังเอ่ยปากชมว่าคนที่มาติดป้ายที่มีถ้อยคำรุนแรงขนาดนี้ เข้าใจเขียนเพราะก็ไม่เคยเห็นมาก่อนส่วนใหญ่จะมีแต่ป้ายห้ามทิ้งฝ่าฝืนปรับเท่านั้นเท่านี้ ประมาณนี้ แต่นี่เจอแบบสาปแช่งก็นึกขำเหมือนกันแต่ก็ชื่นชมคนเขียนป้ายต้องมีใจเป็นจิตอาสาช่วยเกลือสังคมและรักษาสิ่งเเวดล้อมให้คนไม่กล้ามาทิ้งขยะตรงนี้อีก ..

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย-ผู้ตรวจราชการ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ปลูกส้มแม่สิน

          วันที่ 21 สิงหาคม 2562 นางสาววรรณพร ดอกจำปา ผู้ตรวจราชการ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.สุโขทัย ณ.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย โดยมี นายวันชัย สินทรัพย์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานตามแผนงาน ประจำปี 2562 และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน

          พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรกลุ่มแม่สินพัฒนาผู้ปลูกส้มเขียวหวานสีทอง ตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยมีปลัดอำเภอ ผู้นำท้องถิ่น เกษตรกร และนักเรียนให้การสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ตอนรับ พร้อมพูดคุยปัญหาและอุปสรรคในการทำการเกษตร

          ด้านผู้ใหญ่สมพงษ์ ปลาป๊อก ประธานกลุ่มเกษตรกรแม่สินพัฒนา ได้เล่าถึงความเป็นมาของการปลูกส้มเขียวหวานสีทองว่า ปลูกส้มเขียวหวานสีทองกันมาเกือบ 65 ปี ตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า ก่อนหน้านั้นปลูกพืชตระกูลถั่ว พืชไร่ ข้าวโพด กล้วย ต่อมามีผู้นำกิ่งพันธุ์ส้มเขียวหวานมาจากบางมด (ปัจจุบันคือ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ) จึงเปลี่ยนมาปลูกส้มแทนจากการปลูกถั่วมาก่อน พื้นดินบริเวณนี้จึงมีความอุดมสมบูรณ์และพื้นที่ทั้งตำบลแม่สิน เป็นพื้นที่ราบและที่ลาดเชิงเขา มีแม่น้ำยมและลำห้วยแม่สินไหลผ่าน ยิ่งช่วยให้พื้นที่มีความเหมาะสมแก่การปลูกส้มเขียวหวานสีทอง

          ผู้ใหญ่สมพงษ์ บอกว่า ตนเองปลูกส้มเขียวหวานสีทอง จำนวน 30 ไร่ ให้ผลผลิตหมดแล้วทุกต้น อายุเฉลี่ยของต้นส้ม 30 ปี และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเกษตรกรตำบลแม่สิน ร้อยละ 90 ปลูกส้มเขียวหวานสีทองเป็นอาชีพหลัก จนกล่าวได้ว่าส้มเขียวหวานสีทองเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสุโขทัยนั้น ผลิตที่ตำบลแม่สิน ในอดีตเกษตรกรในตำบลแม่สิน ต่างคนก็ต่างปลูกส้มกันไป ถึงช่วงฤดูเก็บผลผลิตก็ต่างคนต่างขาย ผลผลิตที่ได้ก็มีความแตกต่างกัน บางสวนก็ใช้สารเคมี บางสวนก็ไม่ใช้ แต่พยายามหันมาทำส้มเขียวหวานอินทรีย์

          ผู้ใหญ่สมพงษ์ ยังมีความคิดทำสวนส้มเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร Orange Skywalk สะพานไม้ไผ่กลางสวนส้มสีทอง ซึ่งตั้งอยู่บนเนินกลางหุบเขา เพื่อใช้เป็นทางเดินชมยอดส้มในสวนและทิวทัศน์โดยรอบสวน อันสวยงาม มองทิวทัศได้ 360 องศา สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชม ถือเป็นการต่อยอดในการพัฒนาสวนส้มให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเกษตรที่ยั่งยืนได้อีกรูปแบบหนึ่ง

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

การประชุม นขต.กอ.รมน. ครั้งที่ ๘/๒๕๖๒ สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนที่ผ่านมา

     วันนี้ (๒๑ ส.ค. ๖๒) เวลา ๐๙.๓๐ น. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ ๘/๒๕๖๒ โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค ๑ – ๔ เข้าร่วมประชุมฯ บริเวณชั้น ๓ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมฯ สรุปเรื่องที่สำคัญ ดังนี้

เรื่องแรก การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการ กอ.รมน.
     ตามที่ กอ.รมน. ได้เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ กอ.รมน. จำนวน ๕๐ อัตรา ตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ นั้น มียอดผู้สมัครเข้ารับคัดเลือกจำนวน ๒,๑๖๒ คน และได้ดำเนินการสอบภาควิชาการไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สำหรับการดำเนินงานในห้วงต่อไปจะเป็นการสอบภาคปฏิบัติและสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ ๒๔-๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๒ โดยประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกฯ ในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ทางเว็บไซต์http://www.isoc.go.thหัวข้อรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ กอ.รมน.

เรื่องที่สอง การป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวผู้หลบหนีเข้าเมือง และการค้ามนุษย์
     กอ.รมน. โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๒ จัดการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงาน ตามโครงการตรวจสอบและควบคุมประชากรแรงงานต่างด้าว เพื่อความเรียบร้อยของสังคมไทย โดยมีผู้แทนจาก กอ.รมน.จังหวัด ที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ เข้าร่วมประชุมฯ จำนวน ๑๕ จังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสรุปสถานการณ์และแนวโน้มสถานการณ์ด้านแรงงานต่างด้าวผู้หลบหนีเข้าเมือง และการค้ามนุษย์ ตลอดจนรวบรวมปัญหาข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาวิเคราะห์กำหนดเป็นบทเรียนและเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานอันจะนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยยิ่งขึ้นของสังคมต่อไป

เรื่องสุดท้าย สรุปผลการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
     จากผลการประชุม คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ครั้งที่ ๓/๒๕๖๒ โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี/ประธาน คปต. เป็นประธานการประชุมฯ ได้สั่งการ ในเรื่องกำลังพลอาสาสมัคร (อส.) ซึ่งถือเป็นมวลชนที่สำคัญ ของการแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จชต. จึงมีความสำคัญต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังพลอาสาสมัคร อย่างจริงจัง ให้เกิดความเหมาะสมต่อปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน จำเป็นต้องร่วมกันแก้ไขให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง สามารถปฏิบัติภารกิจได้ตรงตามความต้องการ เร่งจัดวางระบบการฝึกให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ กอ.รมน., กรมการปกครอง และ มหาดไทย เพื่อใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

     สำหรับความคืบหน้าการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ จชต. มีจำนวนยอดนายทะเบียน และผลการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ระบบยืนยันตัวตนในพื้นที่ จชต. และ ๔ อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ ๑ มิ.ย. ถึง ๑๘ ส.ค. ๖๒ มียอดนายทะเบียนเพิ่มเติมจากเดิม ๓,๘๗๗ คน เป็นยอดรวมทั้งสิ้น ๕,๓๑๐ คน (เพิ่มขึ้น ๑,๔๓๓ คน) แบ่งออกเป็น หน่วยทหาร ๑,๙๙๘ คน ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ จำนวน ๒,๕๘๔ คน และกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน ๗๒๘ คน และมียอดผู้ลงทะเบียนฯ จำนวน ๒๓๙,๖๘๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๙๘ จากระบบเครือข่าย AIS จำนวน ๑๔๗,๓๙๔ คน, ระบบเครือข่าย TRUE จำนวน ๔๗,๘๘๔ คน, ระบบเครือข่าย DTAC จำนวน ๔๒,๘๖๘ คน, ระบบเครือข่าย CAT จำนวน ๑,๔๙๙ คน และ ระบบเครือข่ายTOT จำนวน ๓๘ คน

     ในส่วนของความคืบหน้าการใช้ถังแก็สคอมโพสิตแทนถังเหล็กในพื้นที่ จชต. ปัจจุบันมียอด การแลกเปลี่ยนถังแก็สฯ คิดเป็นร้อยละ ๓๓.๑๓ ปัจจุบันศูนย์การประสานการปฏิบัติที่ ๕ ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค ๔ ส่วนหน้า ได้เร่งประชาสัมพันธ์ ถึงเหตุผลความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนถังแก็สรวมทั้งได้มีการประสานงานร่วมกับอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อจัดให้มีการประชุมผู้ค้าแก็ส ให้เข้าร่วมโครงการทุกราย เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมโครงการฯเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพช่วยเหลือครัวเรือนยากจน จังหวัดนนทบุรี

     วันนี้ วัน​พุธ​ที่​ 21 สิงหาคม 62​ ณ วัดบางอ้อยช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยคุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย คุณจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการ​ และรองเลขาธิการฯ,คุณสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเหรัญญิกฯ​ และคณะอำนวยการโครงการแก้ปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดแรก จำนวน 4 ครัวเรือน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

     โดยมี คุณอำพล อังคภากรณ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมเป็นประธานรับมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ณ วัดบางอ้อยช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

     การประสานความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมลงพื้นที่ ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมให้ความรู้ ทักษะ และมีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดหาอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจน โดยดำเนินการกลุ่มเป้าหมายแรกในพื้นที่ 25 จังหวัดในภาคกลาง จำนวน 150 ครัวเรือน รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)

     ตลอดระยะเวลากว่า 109 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการสร้างอาชีพ สร้างชีวิตให้กับผู้ยากไร้ ให้มีความรู้ ทักษะ และมีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” #ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร​ โทร.086-854-1418​ สายด่วน☎ป่อเต็กตึ๊ง1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สายตรวจ 3 ประสาน “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์ บริเวณชุมชน​บ้านพานถม ริมคลองบางลำพู เขตพระนคร.

     วันพุธที่ 21 สิงหาคม​ 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” นำกำลัง​ จนท.สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่
ตรวจสอบ​ความเป็นระเบียบ​และปรับปรุงภูมิ​ทัศน์​ บริเวณชุมชน​บ้านพานถม ริมคลองบางลำพู เขตพระนคร กทม.

     โดยวันนี้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” พร้อมด้วย นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ , จนท.ฝ่ายรักษาฯ จนท.ฝ่ายโยธาฯ จนท.สาธารณสุข​ฯ เขตพระนคร​ ร่วมกับ จนท.ตำรวจฯ จนท.ทหารฯ ลงพื้นที่ร่วมตรวจความ​เรียบร้อยเเละปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์​ในวันนี้ โดยกิจกรรมในวันนี้ จนท.สายตรวจ​ 3 ประสาน “ทหาร ตำรวจ กทม.” ได้ทำการปรับปรุงภูมิ​ทัศน์​ เก็บกวาดขยะ พร้อมทั้ง ทำการประชาสัมพันธ์ในเรื่องการป้องกัน​ยุงลายไม่ให้มีการเเพ่ระบาดของเชื้อไข้เลือดออก​ในชุมชนโดย​กิจกรรม​วันนี้ได้มีพี่น้องประชาชน​ได้ออกมาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

    เบื้องต้นการลงพื้นที่วันนี้เพื่อปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” ในเรื่องการตรวจร่วมทั้ง 3 หน่วยงาน ในโครงการสายตรวจ 3 ประสาน (ทหาร ตำรวจ กทม.) อีกทั้งเพื่อเน้นย้ำในการปฎิบัติงานตามเเนวทางนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาดเเละความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 (NOW ทำจริง เห็นผลจริง )…

#สำนักงานเขตพระนคร #สายตรวจ3ประสาน #ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร #บริเวณชุมชน​บ้านพานถม #ริมคลองบางลำพู #NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง


#ขอบคุณภาพข่าว > cr.กลุ่มงานสายตรวจเขตพระนคร #เนื้อข่าว​ > ธีรพล ปลื้ม​ถนอม​ รายงาน