ปราจีนบุรี-เจ้าหน้าที่ EOD เก็บกู้ระเบิดขนาดใหญ่ 3 ลูกหลังเจ้าของบ้านพบเจอ

https://youtu.be/sbtIhZDGTbM

          วันที่ 19 กันยายน 2562 ร.ต.อ.ประเสริฐ นามชาลี ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจาก นายสำเร็จ เวชกัมมา สมาชิกอบต.บ้านพระ ว่าพบวัตถุระเบิดที่บ้านเลขที่ 47/2 หมู่14 ซอยท่อน้ำ ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี หลังจากรับแจ้งแล้วจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด กก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองปราจีนบุรี สายตรวจตำบลบ้านพระ

          โดยบ้านหลังดังกล่าวพบว่าเป็นบ้านของ นาง ปูชิตา จีนวงษ์ 56 ปี ซึ่งมีสามีเป็นอดีตทหาร แต่ได้เสียชีวิตไปนานแล้ว เป็นคนเก็บวัตถุระเบิดดังกล่าวไว้บริเวณใต้ถุนบ้าน ซึ่งตนก็ไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งในวันนี้ นางปูชิตา ได้เก็บกวาดทำความสะอาดบ้านจึงพบวัตถุดังกล่าวมีลักษณะเป็นลูกระเบิด จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งสมาชิกอบต.ทันที ก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาเก็บกู้

          จากการตรวจสอบของชุดเก็บกู้ฯ พบว่าเป็นเครื่องกระสุน-วัตถุระเบิด จำนวน 3 รายการ ดังนี้

  1. ลูกยิงจากเครื่องยิงระเบิด(ลย/ค.ขนาด 60 มม.)
  2. ลูกยิงจากเครื่องยิงระเบิด(ลย/ค.ขนาด 81 มม.ชนิดส่องแสง)
  3. กระสุนปืนใหญ่ ขนาด 155 มม.

          ซึ่งอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว หลังจากนั้น ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจึงได้นำกลับมาเก็บรักษาไว้ในคลังสรรพาวุธต่อไป


ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผบ.กร เปิดอาคารเครื่องฝึกจำลองยุทธ์เสมือนจริงเพิ่มทักษะการปฏิบัติการทางเรือ

          พลเรือเอก นพดล สุภากร ผู้บัญชากองเรือยุทธการ มาเป็นประธานในพิธีเปิดอาคาร เครื่องฝึกจำลองยุทธ์ หลังใหม่ Naval Warfare Training Simulator (NWTS) ณ กองฝึกศูนย์ยุทธ์การและสื่อสาร กองการฝึกกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พลเรือตรี สุพพัต ยุทธวงศ์ ผู้บัญชาการกองการฝึก กองเรือยุทธการ คณะผู้บังคับบัญชา ผู้แทน บริษัท Rheinmetall Electtronice ข้าราชการ ทหาร เข้าร่วมในพิธี

          ซึ่งจัดให้มีพิธีสงฆ์ โดยนิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ หลังจากนั้นพระครูทัศนีย์คุณากร เจ้าคณะอำเภอสัตหีบ และเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ ทำพิธีเจิมแผ่นป้ายชื่อและเจิมหน้าประตูทางเข้าอาคาร เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่หน่วยงานและข้าราชการในการปฎิบัติงาน ณที่แห่งนี้

         พลเรือตรี สุพพัต ยุทธวงศ์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2559 กองทัพเรืออนุมัติให้จัดหาเครื่องฝึกจำลองยุทธ์เพื่อทดแทนเครื่องฝึก ASTT โดยกองทัพเรือได้มีการลงนามในสัญญาซื้อขาย1เครื่องฝึกจำลองยุทธ์กับบริษัท RheinmetallElectronics มูลค่า 304,953,438 บาท มีกำหนดส่งมอบภายใน 900 วันโดยมี รองเสนาธิการทหารเรือ(ฝ่ายกิจการพลเรือนเป็นประธานฯคณะกรรมการบริหารโครงการฯ การดำเนินโครงการฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งการก่อสร้างอาคารและการติดตั้งเครื่องฝึกฯ/!โดยกรรมการตรวจรับ ได้ทำการรับมอบเครื่องฝึก จำลองยุทธ์พร้อมอาคารเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถในการฝึกกำลังพลของกองทัพเรือ ให้มีทักษะในการปฏิบัติงานมีความรู้ในสาขาศูนย์ยุทธการ และการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่างๆของกองทัพเรือด้วยเครื่องฝึกจำลองยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสนับสนุนการทดสอบแผนการปฏิบัติการทางทหารของกองทัพเรือ ซึ่งทำให้สามารถประหยัดงบประมาณการฝึกกำลังพลในภาพรวม อีกทั้งทดแทนเครื่องฝึกจำลองยุทธ์เดิม ที่กำลังจะหมดอายุ การใช้งาน

         ซึ่งมีห้องฝึกดังนี้ ห้องฝึกมาตรฐาน จำนวน 10 ห้อง, ห้องฝึกบัญชาการกองเรือ จำนวน 2 ห้อง, ห้องประชุมแบ่งฝ่าย จำนวน 2 ห้อง, ห้องควบคุมการฝึก, ห้องบรรยายสรุป 122 ที่นั่ง ห้อง Computer หรือ Servre มี 6 Game Servre ใช้สำหรับการเดินเครื่องฝึกรวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมฐานข้อมูลเครื่องฝึกฯ


ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สิ้นบุญแล้ว หลวงปู่หลาย เกจิดังวัดนาจอมเทียน

          เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ 19 ก.ย.62 ที่วัดนาจอมเทียน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังกุฏิเจ้าอาวาสวัดนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งว่า พระครูพิพิธชลธรรม (หลวงพ่อหลาย อาภรโณ) เจ้าอาวาสวัดนาจอมเทียน และเจ้าคณะตำบลนาจอมเทียน เกจิดังของตำบลนาจอมเทียน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้มรณ ภาพ ลงอย่างสงบด้วยโรคชรา ด้วยอายุ 91 ปี พรรษาที่ 63 เมื่อเวลา 13.50 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.ย.62

          โดยมีพระลูกวัดและศิษยานุศิษย์รวมทั้งผู้ที่เคารพและศรัทธาต่าง เดินทางมากราบไหว้ และเสียใจกับการจากไปของหลวงพ่อหลาย โดยมีพระครูปิยะกิจวิบูล เจ้าคณะตำบลนาจอมเทียน และเจ้าอาวาสวัดอัมพาราม ได้เดินทางมายังวัดนาจอมเทียนหลังจากทราบข่าว

         ประวัติ หลวงพ่อหลาย อาภรโณ (อาจารย์หลาย) วัดนาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี หรือพระครูพิพิธชลธรรม (หลวงพ่อหลาย อาภรโณ) เจ้าอาวาสวัดนาจอมเทียน และเจ้าคณะตำบลนาจอมเทียน เกจิดังของตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พระครูพิพิธชลธรรม (หลวงพ่อหลาย อาภโณ) ท่านมีนามว่า ” หลาย นามสกุล ห้วยใหญ่ ” เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2471 ตรงกับวันเสาร์ แรม 12 ค่ำ เดือน 12 ปีมะโรง ณ บ้านทุ่งคา ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี อุปสมบท เมื่อพ.ศ. 2491 เมื่ออายุได้ 20 ปี

          ท่านอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดนาจอมเทียน โดยมีพระอุปัขฌาย์ พระครูสุนทรธรรมรส (หลวงพ่อศรี) วัดอ่างศิลา ปัจจุบันคือ พระวิสุทธิสมาจาร (เจ้าคุณศรี พฺรหฺมโชติ)พระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการลั้ง วัดอัมพาราม ปัจจุบันคือ พระครูสาธกธรรมคุณ (หลวงพ่อลั้ง สุทสสฺโน) พระอนุสาวนาจารย์ พระอธิการไฮ้ วัดนาจอมเทียน ท่านได้รับฉายาทางธรรมว่า ” อาภรโณ “

         เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้มาจำพรรษาอยู่ ณ วัดนาจอมเทียน กับพระอาจารย์รูปแรกคือ พระอธิการไฮ้ วัดนาจอมเทียน พระผู้มากด้วยพุทธาคม พร้อมทั้งร่ำเรียนพระธรรมวินัย และพุทธาคมกับท่าน ต่อมาจึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของ พระอธิการลั้ง วัดอัมพาราม ศิษย์เอกผู้เป็นมือจารปลัดขิกให้กับหลวงพ่ออี๋ แห่งวัดสัตหีบ พระอาจารย์รูปที่ 3 ของหลวงพ่อหลาย คือ หลวงพ่อทองอยู่ จนฺทสาโร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผู้เป็นศิษย์ของบูรพาจารย์ตำนานเขี้ยวเสือแกะ ” หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย ” อาจกล่าวได้ว่า หลวงพ่อหลาย อาภรโณ ท่านมีครูที่เป็นอมตะเถราจารย์ผู้เข้มขลังแห่งภาคตะวันออกถึง 3 รูปเลยทีเดียว พระครูพิพิธชลธรรม (หลวงพ่อหลาย อาภรโณ) เป็นทั้งพระนักปฏิบัติ และพระนักพัฒนาทั้งยังดำรงความเป็นสมณะอยู่ในศีลธรรมอย่างดี และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนโดยทั่วไปมาช้านาน

          และในวันเสาร์ที่ 21 ก.ย.62 ตั้งแต่เวลา 16.00 จะมีพิธีสรงน้ำศพ ณ ศาลาการเปรียญวัดนาจอมเทียน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี


ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นายกรัฐมนตรีลงเรือตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย ณ หมู่บ้านกุดชุม อุบลราชธานี

          (19 กันยายน 2562) เวลา 16.00 น. ณ หมู่บ้านกุดชุม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงเรือตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยทักทายให้กำลังใจพี่น้องประชาชน พร้อมสอบถามความเป็นอยู่ด้วยความห่วงใย และบอกกับประชาชนว่า หากมีอะไรต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือขอให้บอกผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

         จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังการลงเรือว่า “จากการลงพื้นที่ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ และระดับน้ำท่วมซึ่งส่วนมากมิดหลังคาบ้าน จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแล นำสิ่งของยังชีพมาแจกประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว”

         นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า ยังรู้สึกดีที่ได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้าน โดยชาวบ้านดีใจที่ตนมาเยี่ยมให้กำลังใจถึงบ้าน พร้อมบอกกับตนว่าจะสู้ต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันจะไม่ทอดทิ้ง เพราะเป็นบ้าน และแผ่นดินของคนไทย อย่างไรก็ตามเห็นน้ำแล้วก็รู้สึกเสียดายว่า หากมีน้ำแล้วไม่กระทบที่ทำกินก็คงจะดี เพราะจะได้นำน้ำไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะนำไปทำนาปี ส่วนใหญ่ในพื้นที่ทำแต่นาปรัง

          ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทกำลังใจ กำลังกายช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ รวมถึงขอบคุณรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงพื้นที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และขอขอบคุณชาวบ้านที่เข้าใจการทำงานของรัฐบาล


ขอบคุณเรื่องแนะนำจากสำนักโฆษก

รองผู้ว่าฯ สงขลา ร่วมกับภาครัฐ และเอกชน ผนึกกำลังแถลงข่าว “เทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2562”

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมกับภาครัฐ และเอกชน ผนึกกำลังแถลงข่าว “เทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2562” มุ่งสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

         ช่วงเย็นวันนี้ (19 ก.ย. 62) ที่ห้องตะวัน-จันทรา (ชั้น 2) โรงแรมเอส หาดใหญ่ ถนนประชาธิปัตย์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ จันทร์ชู นายอำเภอหาดใหญ่, พลตำรวจตรี อังกูร คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3, พันเอกอภิศักดิ์ พันธุวงศ์ รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 42, นายอัฐชัย พรหมมณี รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา, นางปฏิมา ตันติเมตตา หัวหน้าสานักงานปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่, นางสาววิลาวรรณ โป้บุญส่ง ผู้ช่วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา, นางสาวญาติกา แก้วบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานหาดใหญ่, นางสาวณัจยา แก้วนุ้ย ผู้จัดการโครง การส่งเสริมอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาพอร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์ (สสส.), นายพิชัย วัฒนะพยุงกุล นายกสมาคมไทย-จีน จังหวัดสงขลา และนายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ต่างพร้อมใจสวมใส่ชุดขาวร่วมกันแถลงข่าว “เทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2562” โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสื่อมวลชนทุกแขนง เข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

           นายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ในปีนี้ นับเป็นปีที่ 20 กำหนดจัดระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 7 ตุลาคมนี้ ณ บริเวณสวนหย่อมศุภสารรังสรรค์ (ตรงข้ามมูลนิธิท่งเซียเซี่ยงตึ้ง) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่ออนุรักษ์ สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา ซึ่งการจัดงานที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยว และเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพิ่มมากขึ้นทุกปี เนื่องจากคณะกรรมการจัดงานได้จัดกิจกรรมที่หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น และนับว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่อีกทางหนึ่งด้วย

          สำหรับการจัดงานเทศกาลกินเจ เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา (กิจกรรมด้านการท่องเที่ยว) จังหวัดสงขลาได้สนับสนุนงบประมาณจำนวนหนึ่ง ภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ในการจัดงาน พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดกิจกรรมในครั้งนี้

          ด้านนายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ กำหนดจัดระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 7 ตุลาคมนี้ ณ สวนหย่อมศุภสารรังสรรค์ มีกิจกรรมที่ต่าง ๆ ดังนี้ การจำหน่ายอาหารเจ กว่า 108 ร้าน ควบคุมคุณภาพและราคาโดยกองการสาธารณสุข เทศบาลนครหาดใหญ่ , พิธีเปิดงานฯ วันอาทิตย์ ที่ 29 กันยายน 2562 เวลา 16.00 น. บริเวณถนนศุภสารรังสรรค์ (หน้าสวนหย่อมฯ)

         โดยมีกิจกรรม ดังนี้ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และรับพรจากคณะสงฆ์ , กิจกรรมอาหารทานบุญ กินอย่างพอเพียง เลี้ยงคนทั้งเมือง และขบวนรถแห่ประชาสัมพันธ์งาน (ขบวนรถ), การจัดขบวนแห่พระประจำปีรอบเมืองหาดใหญ่ วันศุกร์ ที่ 4 ตุลาคม 2562 เวลา 16.00 น. ประกอบด้วย ขบวนมังกรทอง-สิงโต, เทพเจ้า, คนเดิ , ม้าทรงจากศาลเจ้าต่าง ๆ และตลอดเส้นทางที่ขบวนแห่ผ่าน ขอเชิญชวนโรงแรม ร้านค้า บ้านเรือนต่าง ๆ ตั้งโต๊ะบูชาเจ้าเพื่อความเป็นมงคล

         นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “อาหารทานบุญ” กินอย่างพอเพียงเลี้ยงคนทั้งเมือง บริการแจกจ่ายอาหารเจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาร่วมพิธีเปิดในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562 และวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2562 เวลา 16.30 น. บริเวณถนนศุภสารรังสรรค์ (หน้าสวนหย่อมฯ), การอัญเชิญเทพเจ้าจากศาลเจ้าต่าง ๆ ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มาประดิษฐานภายในบริเวณงาน เพื่อให้ได้สักการะบูชา, การโชว์มังกรทองพ่นน้ำ-สิงโตเล่นจานดอกเหมย จากจังหวัดนครสวรรค์ เวลา 19.00 น. ระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2562 ส่วนกิจ กรรมเวที และกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การสาธิตการปรุงอาหารเจ 9 เมนู 9 คนดัง, การเสวนา ชวนคิด-ชวนคุย, การแข่งกันเชฟน้อยคู่หูเมนูเจ, การประกวดหนูน้อยเจียะฉ่าย, การแข่งกินอาหารเจ, การแสดงต่าง และอื่น ๆ อีกมากมาย จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมงานได้ในวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว เพื่อร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีนให้คงอยู่สืบไป


#จังหวัดสงขลา #เทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2562 #สานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีน #กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูลข่าว : ผู้สื่อข่าว – สุธิดา พฤกษ์อุดม / ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.สงขลา

สำนักข่าวสมาคมตำรวจ

จังหวัดปัตตานี เปิดค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด รุ่นที่ 4

         วันนี้ 19 กันยายน 2562 ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด (Camp 35) จังหวัดปัตตานี รุ่นที่ 4 ตามที่แม่ทัพภาคที่ 4 ประกาศแผนปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหายาเสพติด คืนความสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำหนดแนวทางบำบัดรักษาและแก้ไขปัญหายาเสพติด

          ค่ายพักพิงเพื่อการบำบัดได้ดำเนินการเป็นรุ่นที่ 4 เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน ถึง 13 ตุลาคม 2562 ได้มีผู้ป่วยยาเสพติด ระดับผู้ติด จาก 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี โคกโพธิ์ ยะหริ่ง ยะรัง หนองจิก กะพ้อ ทุ่งยางแดง ไม้แก่น ปะนาเระ และอำเภอสายบุรี เข้ารับการบำบัด จำนวน 270 คน โดยทางจังหวัดปัตตานีได้ดำเนินการตามแนวทางการบำบัดรักษาและแก้ไขปัญหายาเสพติด 5 ขั้นตอน คือ

  1. การค้นหาผู้เสพยาเสพติด
  2. การคัดกรองผู้เสพยาเสพติ
  3. การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ
  4. กระบานการติดตามดูแลต่อเนื่องในชุมชน
  5. การพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งทางจังหวัดปัตตานีได้นำผู้ป่วยยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในระบบปกติ กลุ่มเป้าหมายที่นำเข้าสู่ค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด (Camp 35) เป็นผู้ป่วยยาเสพติดระดับผู้ติด จำนวน 1,010 คน ซึ่งจังหวัดปัตตานี ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว 3 รุ่น จำนวน 740 คน ยังคงเหลือกลุ่มเป้าหมาย 270 คน

          สำหรับการจัดค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด (Camp 35) เพื่อให้ผู้ป่วยเลิกใช้ยาเสพติด หลังจากกลับเข้าสู่ชุมชนแล้วจะมีชุดปฏิบัติการติดตามผู้ผ่านการบำบัดรักษาไม่กลับไปเสพซ้ำติดต่อกัน 3 เดือน จะนำเข้าสู่การฝึกอบรมวิชาชีพ และสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ งบประมาณ ในการประกอบอาชีพต่อไป


#จังหวัดปัตตานี #ค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – ธรรมนูญ คีรีนารถ / ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี

สำนักข่าวความมั่นคง

ตำรวจภูธรจังหวัดยะลาปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมห้วงก่อนการเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 25-26 กันยายน 2562 นี้

ตำรวจภูธรจังหวัดยะลาปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมห้วงก่อนการเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา ระหว่างวันที่ 25-26 กันยายน 2562 นี้

          วันนี้ ( 19 ก.ย.62) ที่หน้าตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พลตำรวจตรี กฤษฎา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมห้วงก่อนการเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้การดำเนินการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ห้วงก่อนการเสด็จฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบังเกิดความปลอดภัยอย่างสูงสุด

          พันตำรวจเอก เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ ผู้กำกับการ ฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กล่าวว่า เนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา ระหว่างวันที่ 25-26 กันยายน 2562 ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ห้วงก่อนการเสด็จฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบังเกิดความปลอดภัยอย่างสูงสุด ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา จึงได้ระดมสรรพกำลัง ๔ ฝ่าย เพื่อระดมกวาดล้างอาชญากรรม และทำให้พื้นที่ให้ปลอดภัย

          โดยมีเป้าหมายในการปฏิบัติ ได้แก่ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เส้นทางหลัก เส้นทางรอง ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ เพี่อจำกัดเสรีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ตรวจค้น หอพัก บ้านเช่า เพื่อค้นหาและจับกุมบุคคลตามหมายจับ  คดีความมั่นคง คดีค้างเก่า อาวุธปืน วัตถุระเบิด รถผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัจจัยในการก่อเกตุ และตรวจสอบ เฝ้าระวังจุดเสี่ยง ต่อการเกิดอาชญากรรมและเหตุรุนแรง

          ทั้งนี้ เพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมห้วงก่อนการเสด็จฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันในการป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น โดยการออกปฏิบัติหน้าที่ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ลาดตระเวนเส้นทาง ติดตามค้นหาและจับกุมบุคคลตามหมายจับ วัตถุระเบิด อาวุธปืน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และป้องกันเหตุอาชญากรรมต่างๆ


#ตำรวจภูธรจังหวัดยะลาปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม #ILOVETHAILAND

ข้อมูลข่าว : ผู้สื่อข่าว – ฟายีรา ยีเจ๊ะและ / ผู้เรียบเรียง – ศนัฎฐ์ชล สุ่มสมบูรณ์

แหล่งที่มา : สวท.ยะลา

สำนักข่าวความมั่นคง

จังหวัดยะลา เข้มข้นดูแลความปลอดภัยพื้นที่ หลังขยาย “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” 3 จังหวัดชายแดนใต้ อีก 3 เดือน

         วันนี้ ( 20 ก.ย. 62) ที่ด่านตรวจ มาลายูบางกอก เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4101 ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ตรวจค้นบุคคล รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ต้องสงสัย เป้าหมาย แจ้งเตือน ตามแผนรักษาความปลอดภัยเมือง เพื่อจำกัดเสรีการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และป้องกันกลุ่มคนร้ายที่อาจจะแฝงตัว ลักลอบนำอาวุธ วัตถุระเบิด เข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เขตเมืองยะลา สร้างความเชื่อมั่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน

          โดยหน่วยความมั่นคง ยังคงกำชับให้ทุกหน่วยในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวด และเฝ้าระวังการก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย โดยเฉพาะด่านตรวจ จุดตรวจ ฐานปฎิบัติการ เส้นทางเสี่ยง เน้นหนักพื้นที่เขตเมืองยะลา หลังที่ผ่านมาคนร้ายยังคงก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างต่อเนื่อง

         ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้เห็นชอบให้มีการขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่ทุกอำเภอในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยกเว้นอำเภอแม่ลาน อำเภอเบตง จังหวัดยะลา, อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ออกไปอีก 3 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ (20 ก.ย. 62) ไปจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2562 เพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่


#จังหวัดยะลา #เข้มข้นดูแลความปลอดภัยพื้นที่ #หลังขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัดชายแดนใต้  #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูลข่าว : ผู้สื่อข่าว – รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์ / ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สทท.ยะลา

สำนักข่าวความมั่นคง

คืบหน้า คนร้าย เหิมเกริมยิงเข้าใส่โรงเรียนบ้านซีเยาะ โชคดีครู-นักเรียนปลอดภัย ล่าสุดสั่งปิดโรงเรียนทันที

          วันนี้ 19 ก.ย.62 เวลา 07.00 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ยะหา จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงเข้าใส่โรงเรียนบ้านซีเยาะ หมู่ 5 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา จำนวนหลายนัด เบื้องต้นคณะครูและนักเรียนปลอดภัย หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารพราน 47 ฝ่ายปกครอง และ ชุด รักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน(ชรบ.) รีบเข้าพื้นที่โรงเรียนโดยทันที สร้างความมั่นใจให้กับคณะครูและเด็กนักเรียนทัังหมด ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งหยุดเรียนทันทีเพื่อความปลอดภัย

         จากการตรวจสอบในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่ามีร่องรอย เป็นรูทะลุ จากกระสุนอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด บริเวณกำแพงข้างโรงเรียน จำนวน 3 จุด จำนวน 2 รู และแฉลบกำ แพง อีก 1 จุด

          จากการสอบถาม ชุด รักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน(ชรบ.)ที่เข้าเวรรักษาการในช่วงเวลาดังกล่าวได้ยินเสียงปืนดังมาจากแนวป่าเขาตรงข้ามโรงเรียน จำนวน 4 – 5 นัด หลังจากจากนั้น จึงได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้ไปทันทีสักระยะ และได้ประสาน เจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 ที่อยู่ในพื้นที่เขามาหนุนกำลัง ก่อนจะเข้าตรวจสอบบริเวนภายโรงเรียน จึงพบว่ามีร่องรอยของกระสุนอาวุธปืนสงครามที่กำแพง

         ด้านนายอาซิ เพ็ญรดา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านซีเยาะ ได้แจ้งต่อคณะครูและผู้ปก ครองนักเรียน ให้หยุดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราวทันที 1 วัน เพื่อความปลอดภัย และรอให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทิศทางที่มาของกระสุนปืนดังกล่าวอีกครั้ง


ขอบคุณข้อมูล : ที่นี่ 3 จังหวัด

สำนักข่าวความมั่นคง

ปัตตานี ปิดอบรมโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 ที่ศูนย์ศรัทธาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี นายแพทย์สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานปิดการฝึกอบรมวิชาชีพตามโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดปัตตานี ประจำปี 2562

          จังหวัดปัตตานี โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้จัดประชุมคณะทำงานการขับเคลื่อนงานคุณภาพชีวิตผู้ผ่านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดจังหวัดปัตตานี ดำเนินการให้ชุดปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำตำบล สภาสันติสุขคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมวิชาชีพ รุ่นที่ 1 จำนวน 94 คน ใน 2 สาขาอาชีพ ประกอบด้วย ช่างซ่อมเครื่องยนต์ขนาดเล็ก จำนวน 64 คน ช่างเดินสายไฟภายในอาคาร จำนวน 30 คน

          โดยมีหน่วยงานภาครัฐเอกชน ในท้องที่ 12 อำเภอ เข้าร่วมดำเนินการโครงการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่กำหนดไว้
พร้อมได้ประสานการดำเนินงานร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 23 ปัตตานี ในการจัดทำหลักสูตรวิทยากรครูฝึกอบรมวิชาชีพตามความสมัครใจของผู้ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรถภาพผู้ติดยาเสพติดใน 2 สาขา ฝึกอบรมระหว่างวันที่ 8-18 กันยายน 2562 ได้รับการสนับสนุนวิทยากรครูฝึกระเบียบวินัย จากผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนปัตตานีที่ 1 โดยใช้ศูนย์ศรัทธาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นสถานที่ฝึกอบรม จำนวน 10 วัน


ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง