ชมรมชาวใต้ศรีราชาจัดงานประเพณี “สารทเดือน10”

https://youtu.be/eIKikzNYXAQ

         วันนี้ เวลา 10.00 น.ที่วัดบ้านนา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญสารทเดือน10 ของชมรมชาวใต้อำเภอศรีราชา โดยมีนายสุริยา แสงพงค์ ประธานชมรมชาวใต้ศรีราชา ได้ร่วมกับสมาชิกชมรมชาวใต้อำเภอศรีราชาได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ท่ามกลางพ่อแม่พี่น้องชาวปักษ์ใต้ที่มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก พร้อมนำอาหารคาวหวานมาร่วมทำบุญ โดยเฉพาะขนม 5 อย่างที่ขาดไม่ได้ คือ ขนมลา ขนมพอง ขนมบ้า ขนมเจาะหู และขนมกง ภายหลังพิธีเปิด ได้มีการจัดขบวนแห่หมรับ พิธีทางสงฆ์ พิธีชิงเปรต การแสดงมโนราห์ ศิลปะการแสดงของภาคใต้ และการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ นอกจากนี้ยังมีการนำอาหารปักษ์ใต้ อาทิ แกงเหลือง คั่วกลิ้ง แกงไตปลา ไก่ต้มขมิ้น มาให้ผู้ร่วมงานได้รับประทานด้วย

         นายสุริยา แสงพงค์ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในฐานะประธานชมรมชาวใต้ศรีราชา เปิดเผยว่า งานประเพณี“สารทเดือนสิบ” เป็นงานประเพณีที่ให้ชาวใต้ได้ร่วมกันทำ บุญ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ทางชมรมชาวใต้ศรีราชา จึงจัดงานนี้ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อร่วมสืบสวนและอนุรักษ์วัฒนธรรมประจำถิ่นให้คงอยู่ เพื่อให้พี่น้องชาวใต้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและใกล้เคียงได้มาทำบุญร่วมกัน และเพื่อเผยแพร่ประเพณีพื้นบ้านของชาวใต้ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป โดยไฮไลท์ของงาน คือกิจกรรม แห่หมรับ และกิจกรรมชิงเปรต .นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญสารทเดือน10 ของชมรมชาวใต้อำเภอศรีราชา โดยมีนายสุริยา แสงพงค์ ประธานชมรมชาวใต้ศรีราชา ได้ร่วมกับสมาชิกชมรมชาวใต้อำเภอศรีราชาได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ท่ามกลางพ่อแม่พี่น้องชาวปักษ์ใต้ที่มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก พร้อมนำอาหารคาวหวานมาร่วมทำบุญ โดยเฉพาะขนม 5 อย่างที่ขาดไม่ได้ คือ ขนมลา ขนมพอง ขนมบ้า ขนมเจาะหู และขนมกง ภายหลังพิธีเปิด ได้มีการจัดขบวนแห่หมรับ พิธีทางสงฆ์ พิธีชิงเปรต การแสดงมโนราห์ ศิลปะการแสดงของภาคใต้ และการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ นอกจากนี้ยังมีการนำอาหารปักษ์ใต้ อาทิ แกงเหลือง คั่วกลิ้ง แกงไตปลา ไก่ต้มขมิ้น มาให้ผู้ร่วมงานได้รับประทานด้วย

          นายสุริยา แสงพงค์ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในฐานะประธานชมรมชาวใต้ศรีราชา เปิดเผยว่า งานประเพณี“สารทเดือนสิบ” เป็นงานประเพณีที่ให้ชาวใต้ได้ร่วมกันทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ทางชมรมชาวใต้ศรีราชาจึงจัดงานนี้ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อร่วมสืบสวนและอนุรักษ์วัฒนธรรมประจำถิ่นให้คงอยู่ เพื่อให้พี่น้องชาวใต้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและใกล้เคียงได้มาทำบุญร่วมกัน และเพื่อเผยแพร่ประเพณีพื้นบ้านของชาวใต้ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปโดยไฮไลท์ ของงาน คือกิจกรรม แห่หมรับ และกิจกรรมชิงเปรต

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

วัดประชานาถแหลมฉบัง ร่วมกับชมรมแสงตะวันชลบุรีและประชาชนผู้มีจิตศรัทธา จัดกิจกรรม ไถ่ชีวิตโค เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา

วัดประชานาถแหลมฉบังร่วมกับชมรมแสงตะวันชลบุรีและประชาชนผู้มีจิตศัรทธาจัดกิจกรรม ไถ่ชีวิตโค เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา

         เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 ก.ย 2562 ที่ศาลาประชาคมเทศบาลนครแหลมฉบัง นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำประชาชนชาวแหลมฉบังและใกล้เคียงร่วมพิธีใถ่ชีวิตโค เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2562 โดยมีพระอธิการปัญญา ปญญาธโร เจ้าอาวาสวัดประชานาถ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายปรีชา วัฒนะวิเชียร ประธานชมรมแสงตะวันชลบุรี กล่าวรายงาน

         สำหรับพิธีใถ่โค เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันเข้าพรรษาในครั้งนี้คณะผู้จัดได้ให้ประชาชนและผู้มีจิตศรัธทาได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพไถ่ชีวิตโคทั้งสิ้นจำนวน 10 ตัว ลูกในท้องโคอีก 2 ตัว ขณะเดียวกันประธานพิธี นายกจินดา ถนอมรอด ได้ร่วมกับบรรดาเจ้าภาพในพิธีไถ่ชีวิตโค มอบโค(เพศเมีย)จำนวน 10 ตัว ให้แก่เกษตรกรเพื่อนำไปเลี้ยงดู และร่วมปฏิญานตนว่าจะไม่นำโคที่ได้รับ ไปทำทารุณหรือนำไปขาย ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันเข้าพรรษาตามเจตนารมย์และวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการจัดงานพระภิกษุสงฆ์และประ ชาชนผู้มีจิตศัรทธาต่อไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออ

ชลบุรี – จัดงานวันคล้ายวันมรณภาพ หลวงพ่ออี๋ ประจำปี ระหว่างวันที่ 21-27กันยายน 2562

          เมื่อเวลา 18.00 วันที่ 21 ก.ย.62 นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันมรณภาพ หลวงพ่ออี๋ ปีที่ 73 หรือพระครูวรเวทมุนี วัดสัตหีบ เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคตะวั นออก โดยมีพระสงฆ์ทรงสมศักดิ์ จำนวน 10 รูป มาร่วมเจริญพระพุทธมนต์ ณ วิหารหลวงพ่ออี๋ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พระครูทัศนีย์คุณากร เจ้าคณะอำเภอสัตหีบ เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ นาย ณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศบาลเมืองสัตหีบ พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองสัตหีบ และผู้แทนจากหน่วยงานของกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชมรม สมาคมต่างๆ เข้าร่วมพิธีในวันนี้เป็นจำนวนมาก

         ซึ่งงานวันคล้ายวันมรณภาพ หลวงพ่ออี๋ ประจำปี 2562 นี้จัดให้มีขึ้นเป็นระยะเวลา 7 วัน 7 คืน ระหว่างวันที่ 21-27กันยายน 2562 มีมหรสพให้ชมฟรี พร้อมสินค้าหลากหลายชนิดให้เลือกซื้ออย่างมากมาย ซึ่งเกิดขึ้นจากพระครูวิบูลย์ธรรมบาล เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ คณะศิษ ยานุศิษย์ที่มีความเคารพนับถือในหลวงพ่ออี๋เป็นอย่างยิ่ง จึงได้ร่วมกันจัดงานบำเพ็ญกุศลต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาช้านานและเพื่อหารายได้ไปบูรณะซ่อมแซมเสนาสนะวัดสัตหีบเพื่อการสาธารณะประโยชน์สงเคราะห์

         สำหรับประวัติโดยย่อของ หลวงพ่ออี๋ พระครูวรเวทมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ เกจิ อาจารย์ชื่อดังแห่งภาคตะวันออก มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการปฎิบัติสมถะและวิปัสสนากัมมัฎฐาน ล่นระยะทางได้ จนเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อำเภอสัตหีบ เป็นเป้าหมายสำคัญของการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามและมีฐานทหารเรือ จึงถูกโจมตีอย่างหนัก แต่หลวงพ่ออี๋ ได้ออกมายืนบริกรรมคาถากลางลานวัด ปรากฏว่าทุกคนที่หนีมาหลบภัยในวัดสัตหีบ เป็นที่น่าแปลกใจอย่างมาก ลูกระเบิดที่เครื่องบินทิ้งลง มาได้ไปตกในทะเลหมด และมีคนเห็นว่า ปลัดขิกหลวงพ่ออี๋ ได้วิ่งไล่เครื่องบินและไล่ลูกระเบิด นอกจากนี้ ได้มีคนเห็นว่า ได้เห็นหลวงพ่ออี๋ ไปบินฑบาตรที่อำเภอเมือง ชลบุรี ขณะที่นั่งรถประจำทางกลับสัตหีบ ปรากฏว่าเมื่อกลับมาถึงสัตหีบ เห็นหลวงพ่ออี๋ กลับมาจากบิณฑบาตเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ท่านไม่ได้ขึ้นรถโดยสารประจำทางคันเดียวกัน ต่อมาท่านได้เจ็บป่วยเป็นฝีที่ลำคอ ตั้งแต่เดือน มีนาคม 2489

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 082-9144646 094-5565622 /086-3684323

มิสลาว ปี 2018 ชื่นชมและประสานขอนำผู้เข้าประกวด ปี 2019 เก็บตัวสวนนงนุชพัทยา ถ่ายทอดสดไปจีนและภูมิภาคอาเซี่ยน

          ในวันนี้ 21 ก.ย.62 นายกัมพล ตันสัจจา หรือคุณโต้ง ประธานสวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้ให้การต้อนรับนางสาว สุดทิดา อนุสิน หรือ “มิมี่” มิสลาว ปี 2018 หรือนางสาวลาว พร้อมผู้จัดการและคณะกองประกวดมิสลาว ที่จะดำเนินการจัดการประกวดมิสลาวปี 2019 ในโอกาสนำคณะเข้าเยี่ยมชมสวนนงนุชพัทยา และประสานขอใช้สถานที่สวนนงนุชพัทยาในการเก็บตัว มิสลาว ปี 2019 ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2562 นี้

          ในฐานะประเทศไทยและประเทศลาวเป็นบ้านพี่เมืองน้องที่มีความสัมพันธ์อันดีกันมาอย่างยาวนานให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น รวมถึงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สวนนงนุชพัทยา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับทอปเท็นของโลก ให้เป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการจัดการประกวดมิสลาว ปี 2019 จะมีการถ่ายทอดสดไปยังประเทศจีนและประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคอาเซี่ยน ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจากคุณโต้ง ประธานสวนนงนุชพัทยาและเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ของสวนนงนุชพัทยา โดยมิสลาว ปี 2018 และคณะได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับประธานสวนนงนุชพัทยา ก่อนที่จะนำคณะเข้าเยี่ยมชมความอลังการอย่างหลากหลายภายในสวนนงนุชพัทยา ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

         “มิมี่” มิสลาว ปี 2018 นางสาวลาว ได้กล่าวเป็นภาษาลาวแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า สวนนงนุชพัทยามีความงดงามมาก มีพื้นที่กว้างขวางรับนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก เข้ามาแล้วมีทั้งดอกไม้ ไดโนเสาร์ และอีกหลายสถานที่ที่น่าชื่นชมเป็นสวนที่สวยมากๆ อาหารก็อร่อย มาในวันนี้ได้เห็นและได้สัมผัสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากมีโอกาสข้างหน้าอยากเข้ามาเที่ยวและพักอยู่ที่นี่ เพื่อใช้เวลามากๆ ในการเที่ยวชมภายในสวนนงนุชพัทยาแห่งนี้

          นายพงศ์ธร จำเนียรโสด ที่ปรึกษากองประกวดฯ ได้กล่าวขอบคุณคุณโต้ง และคณะผู้บริหารสวนนงนุชพัทยา และเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ที่ให้โอกาสกองประกวดมิสลาว ปี 2019 ในการเข้ามาเก็บตัวของมิสลาวในครั้งนี้ และหวังว่าการเก็บตัวในครั้งจะสามารถสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวให้กับสวนนงนุชพัทยาได้อีกทางหนึ่งด้วย เนื่องจากมีการถ่ายทอดสดไปยังประเทศจีน ลาว ไทย และในประเทศภูมิภาคอาเซี่ยน

         สำหรับการประกวดมิสลาว เป็นการเฟ้นหาหญิงงามเวทีใหญ่ที่สุดของประเทศลาวกว่า 40 คน จากตัวแทน 18 แขวงทั่วประเทศในชุดผ้าไหมที่งดงาม เพื่ออนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมประจำประเทศ ให้คงความงดงามเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี 0909535645

สุโขทัย-งูเหลือมยักษ์ เลื้อยขึ้นเสาไฟ ฟ้า ถูกไฟช๊อต หวิดย่างสด เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยไว้ทัน

https://youtu.be/o_RErvyV0Fc

         วันที่ 21 กันยายน 2562 ศูนย์อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจุดเมืองสุโขทัย รับแจ้งจากประ ชาชนขอความช่วยเหลือจับงูเหลือม บริเวณใกล้สระว่ายน้ำเปรมสุข อ.เมือง จ.สุโขทัย หลังรับแจ้งนายวีรพล อ้นคง หัวหน้าชุดพร้อมเจ้าหน้าที่ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู 5 นาย พร้อมอุปกรณ์จับงู ออกเดินทางไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงพบงูเหลือมขนาดใหญ่ พันอยู่บนยอดเสาไฟฟ้า

         จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเห็นงูเหลือมตัวดังกล่าวเลื้อยออกมาจากพงหญ้าหลังโรงงานลานหอยคอนกรีต แต่พอมันเห็นคนเดินมาใกล้ๆมันก็เลื้อยหนีขึ้นบนรั้วกำ แพงด้านหน้าสระว่ายน้ำเปรมสุข จากนั้นเลื้อยขึ้นต้นไม้ไป แต่เจ้างูเหลือมยังใช้ความพยายามสูง เลื้อยหนีขึ้นไปบนเสาไฟฟ้า ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงต้องปีนขึ้นไปยืนบนกำแพงปูนและใช้เชือกคล้องที่หัวงูเหลือมแต่งูได้ดิ้นหนีจนขึ้นไปอยู่บนเสาไฟฟ้าและเจ้างูเหลือมก็ถูกไฟช๊อตจนอาการอ่อนแรงแต่ไม่ตกลงมา ทางเจ้าหน้าที่ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจุดเมืองสุโขทัย จึงได้ประสานขอรถกระเช้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุโขทัย เพื่อที่ขึ้นไปจับงูเหลือมตัวดังกล่าว และขอให้เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าช่วยทำการตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และเจ้างูเหลือมตัวดังกล่าวด้วย

         เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงจึงสามารถนำงูเหลือมตัวดังกล่าวลงมาจากเสาไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเมื่อนำเจ้างูเหลือมลงมาได้มันมีสภาพอ่อนแรง วัดความยาวได้ 4 เมตร น้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัม คาดว่าตลอดคืนที่ผ่านมามีฝนตกหนักและอาจทำให้พื้น ที่ที่มันอาศัยอยู่เกิดน้ำท่วมขังจึงเลื้อยหนีน้ำออกมาหาที่แห้งแต่พอมาเจอคนเข้า เจ้างูเหลือมจึงตกใจหนีเอาตัวรอดกระเสือกกระสนจนไปอยู่บนยอดไม้ที่ติดกับเสาไฟฟ้าและเลื้อยพาดตัวไปอยู่บนยอดเสาไฟฟ้าดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจุดเมืองสุโขทัย จึงนำงูเหลือมใส่กระสอบเพื่อนำไปปล่อยสู่ป่าธรรมชาติต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

ปัตตานี ศปบ.จชต. และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมเปิดชั้นเรียน (Open class) จังหวัดชายแดนใต้ครั้งที่ 2 สานต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา

ปัตตานี ศปบ.จชต. และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมเปิดชั้นเรียน (Open class) จังหวัดชายแดนใต้ครั้งที่ 2 สานต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา เสริมสร้างความเข้มแข็งการใช้ภาษาไทย บูรณาการร่วมกับวิชาอื่นในชั้นเรียน

         วันที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุมพญาตานี 1 โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ศูนย์ประสานงานและบริการการศึกษาจังหวัดชาย แดนภาคใต้ จัดโครงการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษา โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งการใช้ภาษาไทย “กิจกรรมเปิดชั้นเรียน (Open Class) จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 2”

         โดยมีพลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานเปิดกิจกรรม มีผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริการการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บริหารการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  เข้าร่วมกว่า 400 คน

           “กิจกรรมเปิดชั้นเรียน (Open Class) จังหวัดชายแดนภาคใต้” เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 เพื่อเป็นแนวทางการสร้างกระบวนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โดยบูรณาการกับวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ รวมทั้ง สร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่องและยั่งยืน

         ด้านพลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า “การนำนวัตกรรมดังกล่าวมาใช้จัดกิจกรรมในชั้นเรียน นับได้ว่าสอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล ซึ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการใช้ภาษาไทยและการบูรณาการกับรายวิชาอื่น ๆ การเปิดชั้นเรียนวิชาภาษาไทย, คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เป็นโอกาสอันดีที่จะพัฒนาการเรียนการสอนให้เกิดผลสัม ฤทธิ์ อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด เกิดความเข้าใจร่วมกันเป็นอย่างดี ซึ่งจะนำไปสู่ความมุ่งหวังของการจัดการศึกษา เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการเปลี่ยนแปลง ของโลกในศตวรรษที่ 21

#จังหวัดปัตตานี #กิจกรรมเปิดชั้นเรียน (Open class) จังหวัดชายแดนใต้ #ILOVETHAILAND

ข้อมูล : ผู้สื่อข่าว บดินทร์ เบญจสมัย / ผู้เรียบเรียง – สุพจน์ กาบแก้ว

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี

สำนักข่าวความมั่นคง

กองทัพบกและสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ขยายผลองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ 13

กองทัพบกและสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ขยายผลองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ 13 มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้สู่ชุมชน ด้วยพลังชุมชน

         นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดกิจกรรมการขยายผลองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่13  ที่โครงการหมู่ บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านไอร์บือแต ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส  โดยมีนายกิตติ กิตติโชควัฒนา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, ดร.รุ่ง แก้วแดง ประธานมูลนิธิสุขแก้ว แก้วแดง, พันเอก รุ่งโรจน์ อนันตโท ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ

          นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวขอบคุณคณะทำงานทุกคน ที่ได้ร่วมกันขยายผลองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พัฒนานวัตกรรมในพื้นที่โครงการหมู่บ้านเศรฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านไอร์บือแตฯ ขอให้สมาชิกในฟาร์มตัวอย่างฯ มุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาฟาร์มตัวอย่างฯ ให้มั่นคงก้าวหน้าด้วยวิถีแห่งเศรษฐกิจพอเพียงด้วยพลังของชุมชนในพื้นที่ 

           สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ การเลี้ยงโคเนื้อ โคนม แพะเนื้อและแพะนม อย่างมีคุณภาพ เพื่อความมั่งคั่งของเกษตรกรฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านไอร์บือแต มีการจัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี การเลี้ยงโคเนื้อโคนม อย่างมีคุณภาพ โดยอาจารย์ณฤทธิ์ ไทยบุรี จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ การอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี การเลี้ยงแพะเนื้อแพะนม อย่างมีคุณภาพ ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์แก่สมาชิกในโครงการหมู่บนเศรฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านไอร์บือแต อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ที่จะสามารถพัฒนาองค์ความรู้และต่อยอดความสำเร็จในอนาคตได้

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – ผลดา ชูสิงห์ / ผู้เรียบเรียง – ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส

สำนักข่าวความมั่นคง

องคมนตรี เปิดกิจกรรมจิตอาสา และรวมพลเยาวชนโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” (จากโครงการป๋า คืนคุณสู่บ้านป๋า) พร้อมพบปะเยาวชนโครงการ รุ่นที่ 1-35

องคมนตรี และประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” เปิดกิจกรรมจิตอาสา และรวมพลเยาวชนโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” (จากโครงการป๋า คืนคุณสู่บ้านป๋า) พร้อมพบปะเยาวชนโครงการ “สานใจสู่ใจใต้” รุ่นที่ 1-35

         วันนี้ (21 ก.ย. 62) ที่สวนประวัติศาสตร์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” ร่วมเปิดกิจกรรมจิตอาสา และรวมพลเยาวชนโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” (จากโครงการป๋า คืนคุณสู่บ้านป๋า) โดยได้เยี่ยมชมนิทรรศการความก้าวหน้า และการดำเนินของชมรม “สานใจไทยสู่ใจใต้” ของพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา, สตูล, ยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส กิจกรรมครั้งนี้มีเยาวชนโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” รุ่นที่ 1-35 เข้าร่วม

         พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ได้กล่าวให้โอวาทแก่น้อง ๆ “สานใจไทยสู่ใจใต้” ว่า โครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” เป็นโครงการสำคัญตามดำริของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ของประเทศไทย มีเยาวชนต้นแบบหลายพันคนจากต่างศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขนบ ธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรม แสวงหาจุดร่วมของการอยู่ร่วมกัน รวมถึงการอยู่ร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์ ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม ที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือพื้นที่ใกล้เคียง คอยดูแลจนเป็นครอบครัวเดียวกัน

         โดยขอให้เยาวชนยึดมั่นคำสอนของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมน ตรี และรัฐบุรุษ ที่สอนไว้ว่า “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” การรักษาความเป็นไทย และความเป็นธรรม เพื่อช่วยเหลือ สร้างประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง จากนั้นองคมนตรีได้มอบโล่แก่ผู้ให้การสนับสนุนโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้”

#องคมนตรี #สานใจไทยสู่ใจใต้ #จากโครงการป๋า คืนคุณสู่บ้านป๋า  #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – สุธิดา พฤกษ์อุดม / ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.สงขลา

สำนักข่าวความมั่นคง

ตชด.ยะลา ร่วมขับเคลื่อนการเรียนการสอนด้านวิชาภาษาไทย เพื่อความถูกต้องในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

          เมื่อวันที่ (19 กันยายน 2562) เจ้าหน้าที่จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำโดยนางสาวนิชาภา หมื่นไกร ผู้อำนวยการกลุ่มขยายผล โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศอ.บต. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานและนิเทศการจัดการเรียนการสอนด้านวิชาภษาไทย ในระดับขั้นอนุบาลของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตืองอ หมู่ที่3 ตำบลศรีบรรพ อำกอศรีสาคร จังหวัดนรริวาส ซึ่งทาง ศอ.บต. ได้ดำเนินการจ้างวิทยากรในพื้นที่ เพื่อนำไปสอนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้นักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เข้าใจถึงการสอนวิชาภาษาไทยในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นพัฒนาการเรียนการสอนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนดีขึ้น ตลอดจนการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

          ร้อยตำรวจเอก สุวิทย์ ช่วยเทวฤทธิ์ ครูใหญ่ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตืองอฯ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตืองอฯ ว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมา คุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้ดำเนินการโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารโดยมีพระราชประสงค์เพื่อพัฒนคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้นทั้งทางด้านอาหารโภชนาการด้านการศึกษา และด้านภาษาไทย ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความรู้และมีทักษะทางวิชาการเป็นพื้นที่ที่สามารถนำไปสู่การประกอบอาชีพที่เป็นรากฐานของการพึ่งตนเอง และพัฒนาท้องถิ่นสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และเป็นการสืบสานพระราโชบายด้านการศึกษา

         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานให้ทุกภาคส่วนสถานศึกษาน้อมนำสู่การปฏิบัติ ด้วยทรงตั้งพระราชหฤทัยสืบสานรักษาต่อยอดพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การดำเนินงานจึงกระจายอยู่ตามแนวชายแดน ครอบคลุมพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลการคมนาคมทั่วทุกภาคของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่บ้านและโรงเรียนในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด. สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

          อย่างไรก็ตามโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตีองอฯ จะเน้นในเรื่องการใช้วิชาภาษาไทยแล้ว ยังได้เน้นในเรื่องของความอดทน ความพอเพียง และการทำเกษตรกรรมเพื่อใช้ในโครงการอาหารกลางวัน โดยให้น้อง ๆ ได้ร่วมกันรับผิดชอบการปลูกผักและเลี้ยงสัตว์เพื่อให้รู้ถึงประโยชน์ที่ได้ คือสามารถนำไปประกอบอาชีพได้หลังเรียนจบ โรงเรียนมีรายได้จากการขายผักปลาเนื้อไก่และไข่ไก่มาเป็นทุนอหารกลางวันที่สำคัญสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนช่วยยกระดับชีวิต และเศรษฐกิจของครอบครัวให้ดีขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : News

สำนักข่าวความมั่นคง

ฝสธ.ใหม่ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 97 ที่บรรจุรับราชการในกองทัพภาคที่ 4 และที่จะต้องช่วยราชการ ใน กอ.รมน.ภาค 4 สน. เข้ารายงานตัวต่อ มทภ.4

          วันที่ ( 20 กันยายน 2562 เวลา 09.30 น. ) ฝสธ.ใหม่ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 97 ที่บรรจุรับราชการในกองทัพภาคที่ 4 และที่จะต้องช่วยราชการ ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จำนวน 10 นาย เข้ารายงานตัวต่อ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค 4 ณ. ห้องรับรอง บก.กอ.รมน.ภาค 4 สน. ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

          โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ให้โอวาทและแนวทางการทำงานแก่ ฝสธ.ใหม่ทั้ง 10 นาย ว่า   ” ให้ช่วยกันทำงานด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ เสียสละ ด้วยอุดมการณ์และความรักใน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดถือหลักการเป็นคนดีมาใช้ทำงานในทุกภารกิจ เพื่อความเจริญก้าวหน้าในประเทศ และเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้ใต้บังคับบัญชาต่อไป”

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง