รัฐบาล – ส่งเสริมสตาร์ทอัพ แก้ไขปัญหาและพัฒนาเมือง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ของประชาชน

(15 พฤศจิกายน 2562) เวลา 15.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมพูดคุยกับตัวแทนสตาร์ทอัพ ประกอบด้วยบริษัท Arincare และ ITAX ในรายการ Government Weekly สรุปประเด็นดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าว รัฐบาลพร้อมส่งเสริมสตาร์ทอัพไทย เพื่อเร่งรัดการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด สิ่งสำคัญ คือ การอาศัยนวัตกรรม ความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การอำนวยความสะดวกในการติดต่อสถานที่ราชการต่าง ๆ เชื่อว่าสตาร์ทอัพไทยที่มีการรวมตัวอย่างเข้มแข็งตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จะเป็นนักรบทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเรื่องที่จำเป็นต่อการสร้างสตาร์ทอัพ เช่น กฎระเบียบ กฎหมาย การสร้างความรู้ อำนวยความสะดวก และขจัดอุปสรรคต่างๆ  ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคท้องถิ่น SMEs ในการเรียนรู้ใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์หรือบริการของสตาร์ทอัพ เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าทั้งกลุ่มธุรกิจและมหาวิทยาลัย

นายกรัฐมนตรียังร่วมพูดคุยถึงแนวทางการพัฒนาสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภาครัฐ ที่เรียกว่า GovTech โดยตั้งเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐสามารถให้บริการประชาชนได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น ระบบคิวในโรงพยาบาลและหน่วยงานราชการ การสั่งจ่ายยาอิเล็กทรอนิกส์ แพทย์ทางไกล  การยื่นขอภาษี ที่ผ่านมาได้จัดเวทีต่างๆ ให้มีการพบปะระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสตาร์ทอัพ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมอบหมายให้มีกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลองหาวิธีการจัดซื้อจัดจ้างธุรกิจนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้สตาร์ทอัพมีโอกาสมากขึ้น และสามารถเข้ามาแข่งขันได้ นายกรัฐมนตรีได้ให้คำมั่นในรายการว่า รัฐบาลพิจารณาหาแนวทางปรับแก้กฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน  ลดอุปสรรคและเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันในช่วงท้ายของการสนทนา นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า การพัฒนาสตาร์ทอัพเป็นเป้าหมายด้านเศรษฐกิจของอาเซียน ที่ได้มีการหารือในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ผ่านมาด้วย เพราะสตาร์ทอัพสามารถช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาเมือง ที่สำคัญคือ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ในแง่การดำเนินชีวิต ที่อยู่อาศัย สุขภาพและการท่องเที่ยว ช่วยลดค่าใช้จ่ายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างครบวงจร

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2562 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อวันที่ (15 พ.ย.62) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐ มนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2562 ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และเป็นวันพ่อแห่งชาติ

โดยรัฐบาลได้จัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติพร้อมกันทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ระหว่างวันที่ 5 -14 ธันวาคม 2562 ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ อาทิ กิจกรรมบำเพ็ญกุศล หรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล กิจกรรมเทิดพระเกียรติและเชิดชูสดุดีพระเกียรติคุณ และกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งมีส่วนราชการต่างๆ หลายหน่วยงานร่วมกันจัด เพื่อระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรสำหรับในช่วงเช้าของวันที่ 5 ธันวาคม จะมีพิธีทำบุญตักบาตรและบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ท้องสนามหลวง พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้เชิญชวนสวมใส่เสื้อผ้าโทนสีเหลืองขณะร่วมกิจกรรม

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นายกฯแจงข้อเท็จจริงกรณีการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ฯ ได้เชิญพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชึ้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 นั้น นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนี้

1. ประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณ
1.1 มาตรา 129 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560  บัญญัติว่า “การกระทำกิจการ การสอบหาข้อเท็จจริงหรือการศึกษาตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภา” ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งในเรื่องพิจารณาที่ ต. 37/2562 วันที่ 11 กันยายน 2562     ไม่รับคำร้องของนายภาณุพงษ์ ชูรักษ์ ซึ่งเสนอโดยผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยมีเหตุผลสรุปได้ว่า “การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด”  และมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณา ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ        ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 129 ไม่อาจตรวจสอบในเรื่องเดียวกันนี้

2. ประเด็นคณะรัฐมนตรีไม่มีอำนาจเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพราะยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณให้ถูกต้องครบถ้วน
2.1 คณะรัฐมนตรีได้ถวายสัตย์ปฏิญาณเฉพาะพระพักตร์พระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แล้ว ดังที่ได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 18 กันยายน 2562 ไปแล้ว และข้าพเจ้าขอถือเอาคำชี้แจงนั้นเป็นคำชี้แจงครั้งนี้โดยจะไม่ขอตอบคำถามอื่นใดเพิ่มเติมใน   ประเด็นนี้อีก
2.2 ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่คณะรัฐมนตรีเสนอในวันที่ 17 ตุลาคม 2562 นั้น สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการในวาระที่ 1 โดยมติเอกฉันท์ในวันที่ 19 ตุลาคม 2562 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณาแล้วและขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าวกำลังดำเนินงานในส่วนของตนอยู่จึงถือได้ว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติโดยถูกต้องครบถ้วน ไม่มีเหตุที่คณะกรรมาธิการคณะใดหรือสภาผู้แทนราษฎรจะมีความเห็นเป็นอื่นอันจะทำให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต้องล่าช้าหรือสิ้นสุดลง เว้นแต่จะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ

2.3 คณะรัฐมนตรีชุดเดียวกันนี้ได้เคยเสนอร่างพระราชบัญญัติต่อรัฐสภาจนประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว 2 ฉบับ และประกาศใช้พระราชกำหนดแล้ว 2 ฉบับ รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายบริหารตามรัฐธรรมนูญและในส่วนที่สัมพันธ์กับรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลต่างประเทศ ตลอดจนสถาบันพระมหากษัตริย์มาแล้วหลายเรื่องโดยไม่เคยมีผู้ใดคัดค้านหรือทักท้วงอำนาจหรือสถานะความเป็นคณะรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

3. ประเด็นการตรวจสอบทุจริต
คณะกรรมาธิการคณะนี้ตั้งขึ้นตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 90 (22) ซึ่งระบุขอบเขตหน้าที่และอำนาจว่า “คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ” ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าประเด็นเกี่ยวกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ที่จะมีการสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาใน ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการมิได้แจ้งว่ามีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบอันอยู่ในขอบเขต หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการชุดนี้

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (พลเอก ขัยชาญ ช้างมงคล) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังรับทราบประเด็น แถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวแทน

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการชี้แจงเรื่องดังกล่าวตามที่คณะกรรมาธิการฯ ได้แจ้งมาครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว และได้ส่งผู้แทนมาเข้าร่วมประชุม ซึ่งเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้  จึงขอให้คณะกรรมาธิการฯ       ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 90 (22) ซึ่งระบุขอบเขตหน้าที่และอำนาจว่า “มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ” ดังนั้น หากมีประเด็นใด      ที่ต้องการทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และอยู่ในขอบเขตหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ นายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะให้ความร่วมมือและชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯ ต่อไป

รฟท. – สรุปลุยก่อสร้าง​ รถไฟทางคู่ ระดมสมองแก้จราจรวิกฤติ

รฟท.สรุปประชุมครั้งสุดท้ายก่อนเสนอ ครม. ลุยสร้างรถไฟทางคู่ยกระดับ ช่วงผ่านตัวเมืองโคราช ด้าน “ผู้ว่าฯวิเชียร” เตรียมระดมสมองกลุ่มย่อย หารือแนวทางแก้รถติดช่วงทุบสะพานสีมาธานี ที่ต้องก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และอุโมงค์ทางลอด ใช้เวลายาวกว่า 3 ปี

วันที่ 15 พ.ย.62 ที่หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา​ : นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมชี้แจงรูปแบบรายละเอียดการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ และแนวทางการบริหารการจราจรในช่วงที่ผ่านตัวเมืองนครราชสีมา โดยมีผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา, นายกเทศมนตรีเทศบาลนครราสีมา, กรมโยธิการและผังเมือง, หน่วยงานแขวงการทาง, หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคเอกชน, บริษัทที่ปรึกษารฟท. และภาคประชาชน ร่วมรับฟังกว่า 100 คน

นายวิเชียรฯ เปิดเผยว่า “หลังจากมีมติให้มีการทุบสะพานข้ามแยกโรงแรมสีมาธานีออก เพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ช่วงผ่านเมืองนครราชสีมา ทางจังหวัดฯ จึงให้โจทย์ไปยังบริษัทที่ปรึกษาทาง​ การรถไฟแห่งประเทศไทย ถึงการจัดการจราจรบริเวณดังกล่าวในช่วงระหว่างการก่อสร้างทุบสะพานสีมาธานี ทางบริษัทที่ปรึกษาฯ จึงมีแผนจัดการจราจรว่า จะต้องมีการขยายช่องทางจราจรบริเวณริมถนนมิตรภาพที่จะข้ามไปยังถนนอีกด้าน เพิ่มอีก 1 ช่องทาง เป็น 3 ช่องทาง

เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัด ส่วนสะพานที่ถูกทุบออกไป จะทำเป็นอุโมงค์ลอด ซึ่งจากการชี้แจงทุกฝ่ายมีความเห็นชอบในรูปแบบดังกล่าว โดยระยะเวลาการทุบสะพานและดำเนินการวางรูปแบบการจราจรบริเวณดังกล่าว จะใช้เวลาไม่เกิน 3 ปี จะแล้วเสร็จ​ การประชุมรับฟังมี บทสรุปเปลี่ยนสะพานข้างทางรถไฟทำเป็นอุโมงค์ทางลอดแทน ส่วนการบริหารจัดการจราจร จากเดิมทางคู่ขนานข้างสะพานมี 2 เลนไปกลับ ขอให้ขยายเพิ่มเป็น 6 เลน ขาเข้า 3 เลนและขาออก 3 เลนและช่วงผ่านจุดตัดข้ามทางรถไฟใช้เครื่องกั้นทางรถไฟ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ”

นายวิเชียร กล่าวอีกว่า “สำหรับสะพานแบริ่งหรือสะพานเหล็กชั่วคราว จากการศึกษาพบว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากโครงสร้างต้องใช้ตอม่อ ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวร​ และความสูงจะอยู่ในแนวเดียวกันกับทางรถไฟยกระดับ รวมทั้งระยะความห่างเหลือพื้นที่ไม่เพียงพอในการสัญจร​ อย่างไรก็ตามในช่วงระหว่างก่อสร้างต้องยอมรับต้องเกิดปัญหาการจราจร แต่จะร่วมกันหารือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 ทางหลวงชนบทนครราชสีมา ทน.นครราชสีมา จะเร่งปรับปรุงเส้นทางเชื่อมเข้าออกเมืองนครราชสีมาและเพิ่มช่องทางจราจรหรือขยายถนนให้มากที่สุด เพื่อบรรเทาปัญหาความคับคั่งของการจราจร ขั้นตอนต่อไปเมื่อได้ข้อสรุปจะนำเข้าสู่คณะกรรมการบริหาร รฟท. เมื่อมีมติเห็นชอบก็จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ และประกาศหาผู้รับจ้างให้โครงการเดินหน้าต่อและเสร็จตามกำหนดกรอบเวลา”

ทั้งนี้หลังสรุปให้ “ทุบสะพานสีมาธานี” พร้อมสร้างทางข้ามเสมอระดับพื้นดิน มีไม้กั้นรถไฟ พร้อมเชื่อมโครงข่ายถนน แก้ปัญหารถติดช่วงการก่อสร้าง เตรียมนัดประชุมย่อยทั้ง เทศบาลนครฯ แขวงทางหลวง แขวงทางหลวงชนบท หารือต่อ เพื่อวางระบบโครงข่ายถนน ลดจราจรแออัดบนถนนมิตรภาพ จุดที่จะมีการทุบสะพานสีมาธานี แก้ปัญหารถติดช่วงการก่อสร้าง 3 ปี โดยรถไฟทางคู่จะลอดใต้สะพานต่างระดับปักธงชัย ก่อนยกระดับขึ้น ยาวเข้ามายังสถานีรถไฟนครราชสีมา ความสูงของรถไฟทางคู่ อยู่ระดับ 2 หรือประมาณ 10 เมตร ใช้งบประมาณ 11,518 ล้านบาท

หลังจากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการการรถไฟฯ เพื่อให้ความเห็นชอบ จากนั้นการรถไฟฯ จะเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป และหาก ครม.อนุมัติ จะสามารถเริ่มก่อสร้างได้เดือนกรกฎาคม 2563 แล้วเสร็จเดือนธันวาคม​ 2566

Cr.ตุ๋ย-อาชญากรรม-หน.ศูนย์ข่าวนครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าบรรเทาทุกข์ มอบไออุ่น สู้ภัยหนาวแก่ชาวเชียงรายในถิ่นทุรกันดารต่อเนื่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าบรรเทาทุกข์ มอบไออุ่น สู้ภัยหนาวแก่ชาวเชียงรายในถิ่นทุรกันดารต่อเนื่อง

วัน​ที​่​ 15 พฤศจิกายน 2562​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายจารุรัตน์ คุณณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการฯ พร้อมด้วยนายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการฯ, คุณชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการฯ, นายวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผู้จัดการมูลนิธิฯ และคณะมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมจำนวน 1,000 ชุด แก่ผู้ประสบภัย ณ หมู่บ้านโป่งป่าแขม ตำบลแม่สรวย บ้านจะหา ตำบลป่าแดด และบ้านขุนสรวย ตำบลวาวี จังหวัดเชียงราย ในการนี้ มูลนิธิฯ ได้มอบแท้งก์น้ำเพื่อการบริโภค ขนาดบรรจุ 20,000 ลิตร หมู่บ้านโป่งป่าแขม ตำบลแม่สรวย จำนวน 1 ถัง โดยมีหน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมในพิธี

และวันที่​ 16 พฤศจิกายน 2562 นายวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผู้จัดการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยคุณศิริพร กระจ่างหล้า ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ฯ และคณะมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย,มูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์แม่จัน จ.เชียงราย มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย ณ บ้านม่วงหมูสี บ้านห้วยน้ำราก ตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน บ้านหล่อชา ตำบลป่าตึง และบ้านห้วยชมภู ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย รวมจำนวน 1,000 ชุด โดยมีหน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมในพิธี

รวมงบประมาณบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร จังหวัดเชียงรายเป็นเงินทั้งสิ้น 1,098,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าหมื่นแปดพันบาท)

โดยในเดือนพฤศจิกายน 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกำหนดออกเดินทางบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดาร ภาคเหนือ ประจำปี 2562 รวม 12 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครสวรรค์,แพร่,น่าน,พะเยา,เชียงใหม่,เชียงราย,สุโขทัย,ตาก,ลำปาง,ลำพูน,แม่ฮ่องสอน และพิษณุโลก เพื่อมอบผ้าห่มเพื่อบรรเทาภัยหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวม 16,100 ชุด รวมทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประสานเครือข่ายมูลนิธิฯภายในจังหวัดให้ดำเนินการเป็นผู้แทนแจกจ่าย และมีกำหนดออกเดินทางสายอีสานต่อในเดือนธันวาคม 62 เป็นลำดับต่อไป

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ประจำปี 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมทั้งสิ้น 43 จังหวัด รวมมูลค่าการดำเนินงานในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)

ปอเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม​ ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“เทสโก้ โลตัส” ส่งแคมเปญสุดปัง “มหกรรมทอง ครั้งที่ 14” จัดหนัก จัดเต็ม กว่าเดิม ส่งท้ายปี 15 พ.ย.-15 ธ.ค. 62

“เทสโก้ โลตัส” ส่งแคมเปญสุดปัง “มหกรรมทอง ครั้งที่ 14” จัดหนัก จัดเต็ม กว่าเดิม ส่งท้ายปี 15 พ.ย.-15 ธ.ค. 62

  • ชูทองคุณภาพชั้นเยี่ยมจากร้านค้าพันธมิตร พร้อมใบรับประกัน เพื่อความมั่นใจ
  • เทสโก้ คอนเฟิร์มสุขสบายกระเป๋า ลดค่ากำเหน็จ ผ่อน ลด ทั้งอำเภอ เพื่อเธอคนเดียว
  • ผ่อนทองรูปพรรณผ่านบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า การ์ด (TCS) ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือนฟรีค่าธรรมเนียมรูดบัตรเฉพาะร้านทองที่ร่วมรายการ
  • ในวัน live สดลดค่ากำเหน็จ 70% … 6 วันๆ ละ 4 ชั่วโมง

วันที่​ 15 พฤศจิกายน 2562 : เทสโก้ โลตัส เดินหน้าแคมเปญตามคำเรียกร้องของลูกค้า “มหกรรมทอง ครั้งที่ 14” ซึ่งดำเนินแคมเปญมาอย่างต่อเนื่อง เป็นครั้งที่ 14 ครั้งนี้ จัดหนัก จัดเต็ม จัดแน่นกว่าเดิม เพื่อส่งท้ายปีเก่า ในคอนเซ็ปต์ “ลดค่ากำเหน็จทุกอำเภอ” เน้นทองคุณภาพชั้นยอดและบริการชั้นเยี่ยม พร้อมใบรับประกันจาก 5 ร้านทองพันธมิตร ได้แก่ เยาวราชกรุงเทพ, บางกอกโกลด์ส, เยาวราชสินทวี, หวังโต๊ะกัง และ Aurora ในเทสโก้ โลตัส ทุกอำเภอทั่วไทย เพื่อช่วยเพิ่มความสุขให้กับลูกค้า ได้จับจองเป็นเจ้าของได้อย่างง่ายดายแบบสุขสบายกระเป๋า ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน ฟรีค่าธรรมเนียมรูดบัตรเมื่อใช้บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า การ์ด (TCS) และลดค่ากำเหน็จแบบสุด ๆ ทั้งอำเภอ พร้อมเปิดตัวแคมเปญอย่างยิ่งใหญ่ ณ สวนจตุจักร กรุงเทพฯ พบกับดีเจ เชาว์ เชาว์ ร่วมสร้างความบันเทิงในงานพร้อมวงโยธวาทิต-ดัมเมเยอร์ จากโรงเรียนชะอวดวิทยาคาร และเพลงดังที่ซื้อลิขสิทธิ์ ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

คุณวรรณดี เชื้อทอง ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารพื้นที่เช่า เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ทองคำหรือทองรูปพรรณยังคงได้ยังความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนไทยทั้งคนรุ่นเดิมและรุ่นใหม่ ยังคงซื้อหาเลือกสรรให้เป็นรางวัลกับตนเองและคนที่รักใคร่ อีกทั้งมีความเชื่อว่า ทองคำเป็นสิ่งเลอค่าที่นับวันมีแต่จะเพิ่มมูลค่า เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีราคาอ้างอิงอยู่เสมอ ซื้อง่ายขายคล่อง ตลอดจนมีความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง ทองคำนอกจากเป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงในอนาคตแล้ว ยังให้ความสุขและคุณค่าทางจิตใจ

ครั้งนี้ เทสโก้ คอนเฟิร์ม สุขสบายกระเป๋า ต้องการให้ทุกคนสามารถจับต้องได้ จากเสียงเรียกร้องจึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดแคมเปญ “มหกรรมทอง ทอง ทอง” ขึ้นมาเป็นแห่งแรกแห่งเดียว จากครั้งแรกเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันปรากฏว่าได้รับความสนใจและการต้อนรับจากลูกค้าอย่างล้มหลาม กระทั่งมีการเรียกร้องให้จัดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง จากความสำเร็จที่ผ่านมาซึ่งจัดขึ้น 2 ครั้งต่อปีคือต้นปีและปลายปีพร้อมจัดใหญ่ขึ้นทุกครั้ง ล่าสุดได้กลับมาตามคำเรียกร้องของคนไทยทั้งประเทศที่รอคอยกับ “มหกรรมทอง ทอง ทอง ครั้งที่ 14” กลับมาคราวนี้เราจัดหนัก จัดเต็มกว่าเดิมแน่นอนกับโอกาสดี ๆที่ทุกคนต้องรีบคว้า คอมเฟิร์มโดยเทสโก้ โลตัส สุขแบบสบายกระเป๋าลดค่ากำเหน็จทั้งอำเภอ ซึ่งเป็นการจัดส่งท้ายปีอีกครั้งในระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2562 เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม เพื่อให้โอกาสและระยะเวลาลูก ค้าได้เลือกสรรทองคำคุณภาพ บริการเยี่ยม จากร้านค้าพันธมิตรชั้นนำของประเทศ ซึ่งมีใบ รับประกัน ได้แก่ เยาวราชกรุงเทพ, บางกอกโกลด์ส,เยาวราชสินทวี, หวังโต๊ะกัง และ Aurora เพื่อเป็นของขวัญของกำนัลให้กับตนเองแล ะผู้ที่เคารพรักในทุกๆ วาระโอกาสสำคัญแห่งความสุขที่กำลังมาถึง

สำหรับวันและเวลา live ลดค่ากำเหน็จ 70% มี 6 วัน ดังนี้
• วันเสาร์ที่ 23 พ.ย.62 เวลา​ 15.00-19.00 น.
• วันศุกร์ที่ 29 พ.ย.62 เวลา 16.00-20.00 น.
• วันเสาร์ที่ 30 พ.ย.62 เวลา 15.00-19.00 น.
• วันอาทิตย์ที่ 1 ธ.ค.62 เวลา 15.00-19.00 น.
• วันเสาร์ที่ 7 ธ.ค.62 เวลา 12.00-16.00 น.
• วันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.62​ เวลา 12.00-16.00 น.

เพราะเราใส่ใจคุณและเข้าใจลูกค้าส่วนใหญ่ ทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อทองตลอดช่วงเทศกาลแห่งความสุข เราจึงอยากให้ลูกค้าทุกคนสามารถเป็นเจ้าของทองคำแท้ที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง กับการกลับมาแล้วตามคำเรียกร้องกับมหกรรมทองของคนไทยทั้งประเทศที่ทุกคนรอคอย มหกรรมทอง ทอง ทอง ครั้งที่ 14 กลับมาคราวนี้ จัดหนัก จัดเต็มกว่าเดิมแน่นอนกับโอกาสดีๆ ที่ทุกคนต้องรีบคว้า คอนเฟิร์มโดยเทสโก้โลตัส ลดค่ากำเหน็จทั้งอำเภอ กับร้านทองพันธมิตร ทองคุณภาพ และมีใบรับประกัน ผ่อนทองรูปพรรณ 0% นานสูงสุด 10 เดือน ราคาสุขสบายกระเป๋าได้ทุกอำเภอ ที่เทสโก้ โลตัส ทั่วไทยในระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม 2562 ไปที่ร้านทองที่ร่วมแคมเปญได้ทุกอำเภอที่เทสโก้ โลตัส ทั่วประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นจะมีเพียงแค่ 6 วัน ที่ลดค่ากำเหน็จสูงสุดถึง 70% ทุกสาขาทั่วประเทศ คิดจะซื้อทอง คิดถึงเทสโก้ โลตัส เท่านั้น คุณวรรณดี กล่าวปิดท้าย

สามารถติดตามแคมเปญสุดฮอตและข่าวสารต่างๆจาก TESCO LOTUS ได้ที่ Website : https://www.tescolotus.com/home และ Facebook : Tesco Lotus – เทสโก้ โลตัส

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เยี่ยมเยือน… ร่วมกระชับมิตร

เยี่ยมเยือน…ท่านเฉลิมชัย ภู่เงิน อดีตอธิบดีอัยการ, คุณสุชาติ-จินตนา ศิลปวไล และเพื่อนมิตรสื่อมวลชน ร่วมกระชับมิตร กับท่านปริญญา จั่นสัญชัย อัยการอาวุโส

ร่วมด้วย คุณปภัสมน สุขเกษมหทัย, คุณณชพร ตัณฑสิทธิ์ ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่ร้านอาหาร “ศรีวิชัย” ย่านนาคนิวาส เมื่อวันก่อน บรรยากาสเต็มไปด้วยความชื่นมื่น

CR.ทอนส์ 79

ตำรวจทางหลวงโคราชสุดเจ๋ง​# เปิดศูนย์เรียนรู้จิตอาสา ตำรวจทางหลวง

ตำรวจทางหลวงโคราชสุดเจ๋ง​ – เปิดศูนย์เรียนรู้จิตอาสาตำรวจทางหลวงสถานีตำรวจทางหลวงนครราชสีมา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

วันพฤหัสที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15.30 ​น. พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผบก.ทล.เป็นประธานเปิดศูนย์เรียนรู้จิตอาสาตำรวจทางหลวง ถนนห่วงใยทุกชีวิตปากช่อง พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รอง ผบก.ทล, พ.ต.อ.จุตุพล เร่งถนอมทรัพย์ ผกก.6 บก.ทล, พ.ต.ท.ตระกูล สิริยะเสถยร รอง ผกก.6 บก.ทล, พ.ต.ท.ชัยนันท์ ศังขานนท์ รอง ผกก.6 บก.ทล., พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง สว.ส.ทล.1กก.6, พ.ต.อ.มานพ​ ภุชชงค์​ ผกก. สภ.ปากช่อง​พ.ต.ท.คมกฤษณ์ มณีใหญ่ รอง ผกก.ป.สภ.ปากช่อง, นายทวีศิลป​์​ เสนามา ปลัดอาวุโสอำเภอปากช่อง, ผู้แทนฝ่ายปกครอง, แขวงการทาง, สำนักงานขนส่ง, ผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่ อ.ปากช่อง และนักเรียนกว่า 80 นาย เข้าร่วม

การเปิดศูนย์การเรียนรู้จราจรของตำรวจทางหลวง สืบเนื่อง จากสถิติอุบัติเหตุ คนไทยเสียชีวิตบนท้องถนนปีละกว่า 20,000 ราย หรือใน 1วัน จะมีคนเสียชีวิตเฉลี่ยจากอุบัติเหตุประมาณ 60 คน ทำให้ประเทศไทยอันดับที่ 2 ของโลก สาเหตุอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่มาจาก ขับรถเร็วเมาแล้วขับ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่สวมหมวกนิรภัย หลับใน ตัดหน้ากระชั้นชิด รถส่วนใหญ่ที่เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เฉลื่ยอายุของคนตายบนท้องถนน อายุของคนตายบนท้องถนน อายุบองคนตายบนท้องถนน อายุ 15-24 ปี สาเหตุของ อุบัติเหตุ ส่วนใหญ่ เกิดจากพฤติกรรมการขับขี่ของคนถึง 95%

กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การขับเคลื่อนของ พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผู้บังคับ การทางหลวง ให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการปลูกจิตสำนึกกับเด็กและเยาวชนให้เห็นความสำคัญของอุบัติเหตุ พ.ต.อ.จตุพล เร่งถนอมทรัพย์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจ จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง สารวัตรตำรวจทางหลวงนคร ราชสีมา จัดทำศูนย์เรียนรู้จราจรตำรวจทางหลวงขึ้น เพื่อฝึกวินัยการขับขี่ ให้ความสำคัญของการป้องกันอุบัติเหตุ ปลูกจิตสำคัญของป้องกันอุบัติเหตุ ปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชน ลูกหลานคนไทยลุกขึ้นมาร่วมใจป้องกันอุบัติเหตุเหตุ

ตำรวจทางหลวงนครราชสีมาจึงได้ร่วมกันสร้างศูนย์เรียนรู้จราจรขึ้น ร่วมกันทาสีตีเส้นทำ เครื่องหมายจราจรขื้นมากันเอง เพื่อที่จะที่จะให้เด็ก เยาวชน เข้ามาเรียยนรู้ปลูกจิตสำนึกในการป้องกันอุบัติเหตุ แบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ 5 ฐาน คือ

  1. ฐานเรียนรู้ห้องเรียนความปลอดภัย จะเป็นการรวมรวมคลิปอุบัติเหตุ สาเหตุของอุบัติเหตุ รวมทั้งที่มาของโครงการ
  2. ฐานเรียนรู้สัญญาณมือจราจร จะสอนสัญญาณมือจราจรเบื้องต้นให้เด็กนักรียนเมื่อกลับไปจะได้เป็นอาสาสมัคครจราจรในโรงเรึยนได้
  3. ฐานนิรภัยแทนใจ ตำรวจทางหลวง จะมีอุปกรณ์ที่ตำรวจทางหลวงนครราชสีมาทำขึ้น จำลองเหตุการณ์ความร้ายแรงของการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และ ไม่สวมหมวกนิรภัย
  4. ฐานจุดจบนักซิ่ง จะสอนให้เห็นภัยอันตรายของการแข่งรถในทาง
  5. ฐานฝึกขับรถขี่เพื่อความปลอดภัย จะให้เด็กนักเรียนฝึกขี่จักรยานที่ตำรวจทางหลวงเตรียมไว้ ผ่านเครื่องหมายจราจร ป้ายสัญญาณจราจรที่จำลองขึ้นมา หากใครทำผิด จะถูกตำรวจทางหลวงออกใบสั่ง ให้เด็กๆ ได้รู้ว่า เป็นการทำผิดกฎหมาย

โดยในแต่ละฐานจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที หลังจากเสร็จสิ้นครบทุกฐาน จะมีการสรุปผลการปฏิบัติ มอบรางวัลแก่เด็กนักเรียนที่มีผลการปฏิบัติดีเยี่ยมโครงการการศูนย์การเรียนรู้จราจร ที่ตำราจทางหลวงนครราชสีมาทำขึ้น เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชน ได้รู้กฏหมาย กฏจราจร ซึ่งถ้าเราไม่เริ่มจากตัวเรา

สำหรับโรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการส่งเด็กนักเรียนมาเรียนรู้ที่ศูนย์การเรียนรู้จราจรจิตอาสาตำรวจทางหลวง สามารถติดต่อผ่านทาง พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง โทร 097-297-5497 เจ้าของไอเดีย เจ้าของโครงการโดยตรง โดยจะเปิดสอนในวันเวลาราชการ

ศุภเดช ธนูศร นครราชสีมา

รมช.คมนาคม – ติดตามเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช หลังมีความล่าช้า

รมช.คมนาคม ติดตามเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช หลังมีความล่าช้าทั้งโครงการขยายต่อเติมอาคารผู้โดยสารขาออก และโครงการก่อสร้างก่อสร้างคันทางและระบบระบายน้ำท่วม

วันนี้ (16 พ.ย.62) ที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตรวจติดตามเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ที่อยู่ระหว่างดำเนินการหลายโครงการ เพื่อให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หลังจากที่มีความล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไว้ มีนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช, และนายถาวร แสงอำไพ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายความคืบหน้าการดำเนินงานของโครงการ อาทิ

  • โครงการปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสาร และปรับปรุงภูมิทัศน์(ขยายต่อเติมห้องผู้โดยสารขาออก) งบประมาณ 43.6 ล้านบาท มีผลงานที่ทำได้คิดเป็น 25.62 %
  • โครงการก่อสร้างคันทางและระบบระบายน้ำท่วม งบประมาณ 353.8 ล้านบาท ผลงานทำได้ 84.88 % คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563
  • สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่ 2 งบประมาณ 1,458.777 ล้านบาท เริ่มสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ระยะเวลาดำเนินการ 900 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2565 สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 1,600 คนต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและอยู่ระหว่างออกแบบและสำรวจ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2564 ได้แก่ โครงการก่อสร้างจุดตรวจค้นรถยนต์งบประมาณ 15 ล้านบาท, โครงการจัดซื้อที่ดินและค่าชดเชยสำหรับต่อเติมและขยายทางวิ่งจากความยาวทางวิ่ง 2,100 เมตร เป็น2,500 เมตร ประมาณ 127 ไร่ งบประมาณ 240 ล้านบาท เป็นต้น

ส่วนโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ได้แก่ โครงการติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธและวัตถุระเบิดแบบ EDS พร้อมสายพานลำเลียงสัมภาระ งบประมาณ 107.8 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัย หลังที่ 1 งบประมาณ 25.5 ล้านบาท เป็นต้น

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการประทรวงคมนาคม ได้ให้ผู้ที่รับผิดชอบโครงการเร่งรัดผู้รับจ้างให้เป็นไปตามสัญญาจ้าง พร้อมควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบแปลนที่กำหนดเพื่อให้โครงการแล้วเสร็จทันตามสัญญาจ้าง เนื่องจากบางโครงการมีความล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไว้มากแล้ว…

////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

กองปราบฯ​ ตามรวบ บาสโหด ขาใหญ่ทุ่งครุ ก่อเหตุดวลปืนกับคู่อริ สนั่นซอยประชาอุทิศ 90 ตาย 3 สาหัส 3

วันที่ 16 พ.ย.62​ ที่กองปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วย​ พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก.2 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายเอกชัย หรือบาสโหด เนตร์สีเงิน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92/1 ซ.ประชา อุทิศ 107 แขวงและเขตทุ่งครุ กทม.ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ 23/2561 ลงวันที่ 24 ม.ค.2561 ข้อหา “ความผิดต่อชีวิตและพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ” ได้ริมถนนเสือป่า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี

ทั้งนี้เมื่อกลางดึกวันที่ 5 เม.ย.60 นายบาสฯ​ กับเพื่อนอีกคน ได้มีเรื่องกับกลุ่มคู่อริ 5 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาดวลปืนกันกลางซอยประชาอุทิศ 90 เป็นเหตุให้ฝ่ายคู่อริเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บสาหัส 3 คน หลังเกิดเหตุนายบาสฯ​ ได้หลบหนีไป จนเมื่อวันที่ 11 เม.ย.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 ร่วมกับ กก.สส.ภ.จ.จันทบุรี ร่วมกันติดตามจับกุมตัวนายบาสฯ ได้ที่ จ.จันทบุรี ส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งครุ ดำเนินคดี หลังจากได้ประกันตัวแล้วนายบาสฯ​ หลบหนี ศาลอาญาธนบุรีจึงได้ออกหมายจับ และมาถูกกองปราบปราม ติดตามจับกุมตัวได้อีกครั้งดังกล่าว

สอบสวน นายบาสฯ รับสารภาพว่าเป็นคนลั่นไกใส่กลุ่มคู่อริจริง เนื่องจากกลุ่มคู่อริใช้อาวุธปืนยิงใส่ตนกับเพื่อนก่อน โดยหลังจากได้ประกันตัวแล้วตนเป็นห่วงภรรยาที่กำลังตั้งท้อง จึงได้พากันมาอาศัยอยู่กับญาติของภรรยาที่ราชบุรี หาเลี้ยงชีพโดยรับซื้อเห็ดหูหนูส่งขายตลาดไท จนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัตินายบาสฯ พบว่าเคยถูกจับกุมข้อหาพยายามฆ่าและ พ.ร.บ.อาวุธปืน เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ 8 เดือน ก็มาก่อเหตุซ้ำอีก จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งศาลอาญาธนบุรี ดำเนินคดีต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​