ตำรวจขยายผลหลังวิสามัญ “ไอ้อู้” เมียนมานักค้ายาข้ามชาติ บุกรังซุกยา

ตำรวจขยายผลหลังวิสามัญ “ไอ้อู้”เมียนมานักค้ายาข้ามชาติบุกรังซุกยา ตะลึงตั้งแท่นผลิตกลางเมืองทุ่งสงยึดมหาศาลส่วนผสมเสร็จพร้อมผลิต 11 กก. ผลิตแล้ว 5 แสนเม็ด พร้อมจำหน่าย ไอซ์อีก 11 กก.

          การขยายผลของตำรวจนครศรีธรรรมราช ภายหลังจากการวิสามัญฆาตกรรมนายอู้ หรือที่รู้จักในวงการนักค้ายาคือ “ไอ้อู้” ชาวเมียนมานักค้ายารายสำคัญที่เป็นที่ต้องการตัวของทางการ ที่ถนนสาย 41 ตำบลหนองหงส์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช วานนี้หลลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลและเข้าทำการล่อซื้อ แต่นายอู้ หรือไอ้อู้ ยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่จนถูกวิสามัญฆาตกรรมพร้อมกับยาบ้าหลายหมื่นเม็ด ไอซ์อีกกว่า 1 กิโลกรัม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งขยายผลถึงแหล่งพักยาบ้าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน

          ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมาพลตำรวจตรีสนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 79/6 หมู่บ้านพัฒนาการ ในเขตเทศบาลตำบลปากแพรก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากพบข้อมูลว่านายอู้ ใช้บ้านหลังนี้พักยาเสพติดไว้กระจายออกสู่ลูกค้า เมื่อเข้าทำการตรวจค้นถึงกับตกตะลึง พบว่าไม่ใช่เป็นเพียงแค่แหล่งพักยาเสพติดเท่านั้น ยังเป็นแหล่งผลิตครบวงจรโดยเจ้าหน้าที่พบแท่นปั๊มเม็ดผลิตยาบ้า พร้อมทั้งผงยาบ้าที่เตรียมพร้อมปั๊มจำนวน 11 กิโลกรัม วางอยู่บริเวณห้องน้ำด้านหลังบ้าน และเมื่อตรวจค้นบนชั้น 2 พบยาบ้าผลิตเรียบร้อยแล้วบรรจุหีบห่อพร้อมจำหน่ายจำนวนกว่า 5 แสนเม็ด ไอซ์บรรจุพร้อมส่งจำหน่ายอีกมากกว่า 10 กิโลกรัม จึงทำการตรวจยึดทั้งหมด

          นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ที่ยังขยายผลพบว่านายอู้มีภรรยาชาวไทย ซึ่งต่อมาได้เชิญตัวมาสอบสวนขยายผลอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ทราบชื่อคือนางสาวกิตติยา ศักดิ์สูง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 217 ตำบลปากแพรก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนางสาวกิตติยา ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่ทราบเลยว่านายอู้เป็นชาวเมียนมา โดยได้หลอกตนเองว่าเป็นชาวเชียงราย ทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองระหว่างภาคเหนือกับภาคใต้ ก่อนที่จะอยู่กินด้วยกันนั้นรู้จักกันผ่านทางเฟชบุ๊ค บ้านที่เช่าผลิตยาเสพติดก็ไม่รู้เลยว่านายอู้มาเช่าบ้านอยู่อีกหลังที่นี่ ปกติจะอาศัยอยู่ในบ้านเช่าในย่านถนนชัยชุมพล และไม่เคยแพร่งพรายข้อมูลใดๆที่เกี่ยวกับยาเสพติดเลย

          ขณะที่พลตำรวจตรีสนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้เริ่มขยายผลจากการสั่งซื้อยาเสพติดออนไลน์มีผู้ต้องหาเป็นชาวจังหวัดปัตตานี แต่มาอาศัยอยู่ในอำเภอบางขัน หลังจากนั้นสืบสาวจนสามารถติดต่อกับนายอู้ได้แล้วจึงเข้าทำการล่อซื้อ จนเมื่อนายอู้นำยาเสพติดมาส่งมอบกลับรู้ตัวว่าถูกล่อซื้อจึงยิงต่อสู้จนถูกวิสามัญ และเมื่อขยายผลสืบสวนต่อเนื่องจึงมายึดแท่นผลิตพร้อมของกลางจำนวนมาก นับเป็นการทำลายต้นตอการผลิตและจำหน่ายยาเสพติดรายสำคัญ ส่วนนายอู้ เป็นชาวเมียนมานักค้ายาข้ามชาติที่ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่องเข้าถึงได้ยากมาก ถูกออกหมายจับโดยเลขาธิการ ปปส.มาตั้งแต่ปี 2561 มาจนมุมถูกวิสามัญที่ นครศรีธรรมราชในที่สุด.

/////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

ศาลพิพากษา ปรับบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด กว่า 1,200 ลบ.

ศาลพิพากษาปรับบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด กว่า 1,200 ลบ.
เหตุนำเข้าบุหรี่จากประเทศฟิลิปปินส์ราคาต่ำกว่าความเป็นจริง

          วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ
ที่ อ.185/2559 คดีระหว่างพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 โจทก์ นิติบุคคลฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด โดยนายเจอรัลด์ มาโกลีส จำเลยที่ 1 พร้อมกับพวกรวม 8 ราย โดยคำพิพากษามีสาระสำคัญสรุปได้ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานสำแดงราคานำเข้าบุหรี่อันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ปรับเป็นเงินจำนวน 4 เท่า เป็นเงิน.1,225,990,617 บาท และยกฟ้องจำเลย 2–8

          จากกรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากระหว่างปี พ.ศ. 2546-2549 นิติบุคคล ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล (PMI) ประเทศสหรัฐอเมริกา จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลกับกระทรวงพาณิชย์ โดยอาศัยสนธิสัญญาทางไมตรีระหว่างไทย–อเมริกา 2511 ได้นำเข้าบุหรี่ตรามาร์ลโบโร่ (Marlboro) และแอลแอนด์เอ็ม (L&M) จากบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ฟิลิปปินส์ (PMP) ประเทศฟิลิปปินส์ โดยสำแดงราคานำเข้าบุหรี่ตรามาร์ลโบโร่ที่ราคา 7.76 บาทต่อซอง และสำแดงราคาบุหรี่ตราแอลแอนด์เอ็มที่ราคา 5.88 บาทต่อซอง

          ต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษได้พบว่า เป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาส่งออกจากประเทศต้นทาง น่าจะมีการหลีกเลี่ยงภาษีอากร ซึ่งประกอบด้วย ภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และเงินกองทุนส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 79/2549 และได้ส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการ และพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาเป็นจำเลยต่อศาลในข้อหานำเข้าบุหรี่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร โดยเจตนาที่จะฉ้ออากรที่จะต้องเสียสำหรับของนั้น ตามมาตรา 27 และมาตรา 99 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 จำนวน 272 ใบขน มูลค่าที่ประเมินจากราคาขายประมาณ 68,000 ล้านบาทและในวันนี้ได้มีคำพิพากษาดังกล่าว

          สำหรับการนำเข้าบุหรี่ของนิติบุคคล ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ยังมีกรณีการนำเข้ายี่ห้อมาร์ลโบโร่ และแอลแอนด์เอ็ม จากบริษัท พีที ฟิลลิป มอร์ริส อินโดนีเซีย (PTPMI) โดยเป็นการนำเข้าระหว่างปี พ.ศ.2543-2546 จำนวน 1,052 ใบขน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบพยานจำเลย โดยคาดว่าจะมีคำพิพากษาประมาณเดือนมกราคม 2563

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส” ลุยตรวจราชการ จ.​ตาก ติดตามงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ

“ธรรมนัส” ลุยตรวจราชการ จ.​ตาก ติดตามงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ครอบคลุมทุกมิติเร่งขับเคลื่อนภาคเกษตรสนองนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล

          วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.00 น. : ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) 4 กลุ่มภาคเหนือ โดยได้มอบนโยบายและร่วมหารือในประเด็นการพัฒนาและการเชื่อมโยงภาคเกษตรกรรมกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาไปสู่เกษตรอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก

          จากนั้นได้เดินทางไปยังสำนักงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ​ จ.ตาก เพื่อประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมด่านชายแดนสะพานไทยมิตรภาพเมียนมาร์ แห่งที่ 2 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ รายงานผลการดำเนินงาน รวมทั้งเร่งติดตามเรื่องการนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน

          “วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาตรวจติดตามการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯ และมอบนโยบายแก่ข้าราชการในจังหวัดตาก รวมทั้งได้มาติดตามประเด็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก ได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องการลักลอบนำเข้าข้าวโพดในช่วงเวลาที่มีการควบคุม ตามมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรักษาสมดุลของผลผลิตและภาวะราคา เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับเกษตรกรภายในประเทศ เนื่องมาจากในประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดปีละ 8 ล้านตัน แต่ผลิตได้เพียง 4 ล้านตัน จึงมีความจำเป็นต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ไม่ว่าจะนำเข้าสินค้าใดก็ตาม ต้องไม่กระทบกับเกษตรกรผู้ผลิตในประเทศ รวมทั้งปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร เนื่องมาจากอัตราภาษีการนำเข้าที่ไทยตั้งไว้ค่อนข้างสูง ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้รับทราบข้อมูลและปัญหาต่างๆ แล้ว จะนำเรียนนายกรัฐมนตรี และนำไปพิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนต่อไป” รมช.ธรรมนัสฯ กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

DSI คุ้มครองเศรษฐกิจดิจิทัล​ พลิกประวัติศาสตร์ ปรับเงินก้อนใหญ่ ผู้ละเมิดพรีเมียร์ลีก 26 ล้านบาท

DSI คุ้มครองเศรษฐกิจดิจิทัล​ พลิกประวัติศาสตร์ ปรับเงินก้อนใหญ่ผู้ละเมิดพรีเมียร์ลีก 26 ล้านบาท

         วันนี้ วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.00 น. : นายแมทธิว ชีแธม (Mr. Matthew Cheetham) หัวหน้ากิจการธุรกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และนายฌอน กอดฟรีย์ (Mr. Sean Godfrey) ที่ปรึกษากฎหมายพาณิชย์ ผู้แทนพรีเมียร์ลีก เข้าพบ พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอบคุณกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ได้ดำเนินการจับกุมปราบปรามกรณีนิติบุคคลสัญชาติไทย ชายสัญชาติอังกฤษ และคนไทย ได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์​ และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ จนนำไปสู่คำพิพาก ษา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางในคดีหมายเลขแดงที่ 1235/2562 ซึ่งได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี 6 เดือน โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี ปรับคนละ 1 ล้านบาทเศษ

          ทั้งนี้ จำเลยได้ให้การรับสารภาพและยินยอมจ่ายค่าเสียหายเป็นจำนวนกว่า 15 ล้านบาท และยังมีเงินของกลางอีกกว่า 7 ล้านบาทที่ถูกริบในการกระทำละเมิดต่อลิขสิทธิ์ของพรีเมียร์ลีกในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยอดเงินสูงสุดที่มีการชดใช้ค่าเสียหายคดีละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทย​ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปี 2558 บริษัท เดอะ ฟุตบอล แอสโซซิเอชัน พรีเมียร์ ลีก ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิ์ในการถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ของประเทศอังกฤษ ได้มอบอำนาจให้ตัวแทนมาร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิด กรณีลักลอบนำสัญญาณการถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

         ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท เดอะ ฟุตบอล แอสโซซิเอชัน พรีเมียร์ ลีก ลิมิเต็ด ไปเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ 365sport.tv และมีเว็บไซต์ที่อาจมีความเกี่ยวข้องกันอีก 5 เว็บไซต์ คือ​Thaiexpat.tv, Hkexpat.tv, Indoexpat.tv, Vietexpat.tv และ Euroexpat.tv โดยเรียกเก็บค่าสมาชิกเป็นรายเดือน อันเป็นความผิดฐานกระทำด้วยประการใด โดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้​ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 8 และความผิดฐานร่วมกันแพร่เสียง แพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นในทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 29 (3) อันมีลักษณะเป็นคดีพิเศษโดยได้รับไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 65/2559

         ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า เว็บไซต์ดังกล่าวใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายในประเทศไทยเป็นฐาน ในการถ่ายทอดสัญญาณการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ไปยังหลายประเทศทั้งในภูมิภาคเอเชียและยุโรป

         ต่อมาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบ สวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจโท วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ สนธิกำลังร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าทำการตรวจค้นจับกุมในเป้าหมายตามหมายค้นและหมายจับรวม 5 เป้าหมาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 3 คน เป็นคนต่างด้าวสัญชาติอังกฤษ 2 คน และคนไทย 1 คน ส่งดำเนินคดี

          พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ในปัจจุบัน
กรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนการละเมิดลิขสิทธิ์ ที่มีการใช้ประเทศไทยเป็นฐาน โดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ซับซ้อนเป็นเครื่องมือกระทำผิดอีกหลายคดี ทั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ที่ให้ความสำคัญกับนโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเน้นการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ทางสื่อดิจิทัล เนื่องจากสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจไทยและต่างประเทศอย่างมหาศาล เนื่องจากผู้ผลิตเดิมและผู้ผลิตรายใหม่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจหรือขยายโอกาสทางธุรกิจได้ เพราะประสบปัญหาจากการละเมิดลิขสิทธิ์ และทำให้ผู้ประกอบการขาดแรงจูงใจในการสร้างนวัตกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นนทบุรี – กู้ภัย เร่งยื้อชีวิตหนุ่มขับบิ๊กไบค์ เสียหลักชนแท็กซี่ สุดท้ายเสียชีวิต

นนทบุรี กู้ภัยเร่งยื้อชีวิตหนุ่มขับบิ๊กไบค์เสียหลักชนแท็กซี่ สุดท้ายเสียชีวิต

         เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 30 พ.ย.62 อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและทีมกู้ชีพจาก ร.พ.พระนั่งเกล้า เร่งยื้อชีวิตโดยทำการปั๊มหัวใจนายกฤษณรักษ์ สงบ อายุ 36 ปี ชาว จ.นคร ศรีธรรมราช หลังจากได้ขับขี่รถ จยย.บิ๊กไบค์เสียหลักชนกับรถแท็กซี่ เหตุเกิดบนถนนชัยพฤกษ์ตัดใหม่ขาออก ก่อนข้ามสะพานคลองลำโพ ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง โดยทางเจ้าหน้าที่พยายามช่วยปั๊มหัวใจนาน 30 นาที แต่ไม่เป็นผลนายกฤษณรักษ์ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

          ที่เกิดเหตุพบรถแท็กซี่ยี่ห้อห้อโตโยต้า สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มช 6453 กทม จอดอยู่ในช่องเลนซ้ายสภาพรถมีร่องรอยถูกชนเข้าที่ด้านข้างพังเสียหาย และห่างไปประมาณ 20 เมตรพบรถ จยย.แบบบิ๊กไบค์ ขนาด 600 ซี.ซี.ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น อาร์ 6 ล้มคว่ำอยู่สภาพหน้ารถพังเสียหายเช่นกันซึ่งลักษณะรถ จยย.นั้นพุ่งไปชนท้ายรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน 5กส 3371 กทม ที่ท้ายรถมีร่องรอยถูกชนพังเสียหาย

         นายสราวุฒิ สุนาวี อายุ 49 ปี โชเฟอร์ที่ขับแท็กซี่ให้การว่าตนเองขับมาในช่องทางซ้ายตามปกติ จู่ๆก็ถูกรถ จยย.บิ๊กไบค์ นั้นพุ่งชนเข้าอย่างเต็มแรง จนทำให้ตัวรถ จยย.และผู้ขับขี่กระเด็นและไถลไปชนท้ายรถเก๋งฟอร์จูนเนอร์ที่อยู่ริมทางดังกล่าว ขณะเดียวกันทางด้านคนขับรถเก๋งฟอร์จูนเนอร์ก็ให้การว่า ในขณะที่จอดรถเพื่อจะกินก๋วยเตี๋ยว ซึ่งจอดอยู่ริมทาง ในขณะนั้นยังคงนั่งอยู่บนรถ จู่ๆก็มีความรู้สึกว่าถูกอะไรบางอย่างพุ่งมากระแทกด้านท้ายอย่างแรง จึงลงมาดูถึงพบว่ารถ จยย.นั้นพุ่งเข้ามาชนที่ท้ายรถดังกล่าว

         ทางด้าน พ.ต.ต.ยุทธเดช อินทร์สุวรรณ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางบัวทอง กล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุ พร้อมกับสอบปากคำคนขับรถทั้ง 2 คันไว้ โดยคนขับรถแท็กซี่อ้างว่าขับมาเลนซ้ายปกติและถูกรถ จยย.พุ่งชน โดยเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เลี้ยวหรือตัดหน้ารถ จยย.อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามจะเร่งทำการสอบปากคำรวมถึงจะหาภาพจากกล้องวงจรปิดในระแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป

สาโรจนื สว่างศรี / นนทบุรี

นครนายก – พระลูกวัด ขึ้นซ่อมหลังคาวัด พลาดเหยียบกระเบื้องหลังคาแตก ตกลงมาบาดเจ็บสาหัส

พระลูกวัดขึ้นซ่อมหลังคาหอฉันท์ พลาดเหยียบกระเบื้องหลังคาแตกหล่นมาศรีษะกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

          ที่นครนายก กู้ภัยสว่างอริยะธรรมสถานจุดพรหมณี รีบให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บหลังได้รับรับแจ้งว่ามีพระพลาดตกมาจากที่สูงประมาณ5เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยในที่เกิดเหตุเป็นศาลาหอฉันท์ข้าว อยู่ภายในวัดสันตยาราม หมู่ที่12 ตำบลพรหมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นของศาลามีเลือดกระจายเต็มพื้นและมีเศษของกระเบื้องแตกเต็มพื้น ซึ่งมีญาติโยมที่เห็นเหตุการณ์ต่างแตกตื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อมากู้ภัยต้องเร่งให้การช่วยเหลือเพราะศรีษะแตกคาดว่าจะกระแทกพื้นอย่างแรง อาการไม่ดี ต่อมาทราบชื่อพระที่ได้รับบาดเจ็บชื่อพระเกรียงไกร โตพฤกษา อายุ25ปี เป็นพระลูกวัดดังกล่าว

         จากการสอบถามพระลูกวัดที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าตนเองกับพระอีกหลายรูป รวมถึงพระที่ได้รับบาดเจ็บได้ขึ้นซ่อมแซมหลังคาหอฉันท์ข้าว โดยพระเกรียงไกรซึ่งมีน้ำหนักมากได้เดินไปเหยียบกระเบื้องหลังตรงบริเวณที่ไม่มีคานเลยทำให้กระเบื้องแตก แล้วร่างของพระก็ได้พลาดล่วงตกลงมากระแทกกับพื้นปูนอย่างแรงจนแน่นิ่งไป หลังจากนั้นจึงได้รีบแจ้งกู้ภัยเข้าให้การช่วยเหลือและส่งโรงพยาบาลนครนากต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # นรข.ไล่สกัดรถเก๋งขนยานรก 800,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 15 ถุง พร้อมผู้ต้องหา

สถานีเรือ นรข.มุกดาหาร ไล่สกัดรถเก๋งลักลอบขนยาบ้า 800,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 15 ถุงพร้อมผู้ต้องหา 1 รายหลังขับรถมารับยาบ้าจากเครือข่ายลำเลียงข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านขึ้นแนวชายแดนพื้นที่มุกดาหาร

          เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 น.อ.ณัฐพงศ์ พรรณรายน์ ผบ.นรข.ขตนครพนมได้รับแจ้งจากสายหลับว่าจะมีการส่งยาเสพติดเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย บริเวณแนวชายแดน ริมฝั่งแม่น้ำโขงแถวบ้านนาสีนวน อ.เมืองจ.มุกดาหารจึงสั่งการให้ น.ท.สิทธิศักดิ์ สิทธิกุล หัวหน้าหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงมุกดาหาร นำกำลัง ชุดปฏิบัติการออกดักรออยู่ในส้นทางถนน หมายเลข 2034 มุกดาหาร-เลิงนกถา

          ได้พบรถเก๋งรถฮอนด้าซิตี้สีดำ หมายเลขทะเบียน 6 กธ-4475 กรุงเทพฯเป็นรถที่ต้องสงสัยขับด้วยความเร็วสูงเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณหยุดตรวจแต่รถคันดังกล่าวเพิ่มความเร็วขับแหกจุดตรวจหลบหนีเจ้าหน้าที่ขับรถไล่ติดตามจนรถคันดังกล่าวต้องใช้ความเร็วขับหลบหนี ต่อจนเข้าพื้นที่ของ อ.เลิงนกถา จ.ยโสธรรถเก๋งคันดังกล่าวเกิดเสียหลักขับลงข้างทาง จนไม่สามารถขับหนีต่อได้แต่คนขับวิ่งหลบหนีไปได้ส่วนผู้ต้องหานั่งข้างคนขับผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติมีอาการเมายาไปไม่เป็นนั่งรอเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมคารถ

         ทราบชื่อนายวิระนัฐ สุธรรมองศ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 บ้านนาม่อง ม.11 ต.นาตาล อ.นาตาล จ.อุบลฯ ตรวจค้นภายในรถพบยาบ้าจำนวน 800,000 เม็ด, ยาไอซ์ จำนวน 15 ถุง ผู้ต้องหารับสภาพว่าร่วมกับคนขับ ไปรับยาบ้ามาจากแนวชายแดนริมฝั่งโขง พื้นที่ดังกล่าว ที่มีเครือข่ายจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านลำเลียงข้ามโขงทางเรือหางยาวมาส่งให้ แล้วเตรียมจะไปส่งให้เครือข่ายขาใหญ่ อยู่ จ.ขอนแก่น แต่มาถูกจับเสียก่อน

           เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาที่หน่วย นรข.มุกดาหาร เพื่อทำการขยายผลเครือข่ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปแถลงข่าวอยู่ที่อำเภอธาตุพนม จ.นครพนมเมื่อเวลา 14.00 น.ของวันนี้ต่อไป.


///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

กาฬสินธุ์ – ผัวหึงโหดฆ่า บีบคอภรรยาสาว ทิ้งศพขึ้นอืดในรีสอร์ท

หนุ่มวัย 28 ปี อดีตพนักงานบริษัทอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เปิดห้องพักรีสอร์ทนัดเคลียร์ปัญหาหัวใจกับภรรยาสาว ก่อนพนักงานจะเข้าไปพบกลายเป็นศพขึ้นอืด หลังเกิดเหตุเจ้าตัวเข้าพบตำรวจ สภาพบีบคอภรรยาตายคามือ เหตุหึงหวงและหวั่นว่าจะไปมีคนใหม่

         เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ร.ต.อ.อนุภาพ ภูชำนิ รองส.ว (สอบ สวน) สภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธร จ.กาฬ สินธุ์ เข้าทำการชันสูตรศพนางสาวภัคจิรา เซี่ยงไหล อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200 ต.กาฬ สินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ที่ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลยางตลาด หลังจากคนร้ายถูกฆาตกรรมและมีผู้พบศพภายในห้องพังของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง บริเวณบ้านโคกศรี ต.อุ่มเม่า อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์

          โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 เวลา 23.20 น. ร.ต.อ.อนุภาพ ภูชำนิ รองส.ว (สอบสวน) สภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุคนเสียชีวิตภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง บริเวณบ้านโคกศรี ต.อุ่มเม่า อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และออกตรวจเหตุและชันสูตรศพร่วมกับแพทย์เวร รพ.ยางตลาด และนายชยพล วัชระอุดมกุล อุปนายกสมาคมกู้ภัยสามัคคีกาฬสินธุ์ และอาสากู้ภัยสามัคคีกาฬสินธุ์

          โดยที่เกิดเหตุอยู่ภายห้องพักของรีสอร์ทดังกล่าว พบศพหญิงอายุ 25-30 ปี ทราบชื่อต่อมาคือนางสาวภัคจิรา เซี่ยงไหล อายุ 27 ปี นอนเสียชีวิตบนเตียงนอนสภาพนอนหงายสวมเสื้อยีนส์แขนยาวสีฟ้า นุ่งกางเกงยีนส์สีดำ น้ำลายฟูมปาก มีเลือดออกที่หู บริเวณลำคอมีรอยเขียวช้ำ ตรวจสอบร่างกายไม่มีบาดแผล คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง

          จากการสอบถามพนักงานรีสอร์ทเบื้อต้นทราบว่า ห้องดังกล่าวมีชายกับหญิงมาเปิดห้องพักเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กระทั่งครบกำหนดเวลาพัก พนักงานได้ไปเคาะประตูเรียก ซึ่งก็พบศพผู้หญิง ส่วนผู้ชายหายตัวไป

          ร.ต.อ.อนุภาพ ภูชำนิ รองส.ว (สอบสวน) สภ.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวนี้ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีนางพิสมัย พิมพะแสง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11หมู่ 4 ต.โพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ และนายพงษ์เทพ พิมพะแสง อายุ 28 ปี ลูกชาย เข้ามาขอคำปรึกษา พร้อมระบุว่า นายพงษ์เทพ ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนางสาวภัคจิรา เซี่ยงไหล ภรรยา เหตุเกิดที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ที่บ้านโคกสี ต.อุ่มเม่า อ.ยางตลาด ซึ่งยังไม่รู้อาการว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร เนื่องจากกลัวความผิด จึงได้มาขอคำปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ทราบว่าก่อนหน้านั้น ได้ไปขอคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ มาแล้ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ จะแนะนำมาปรึกษากับพนักงานสอบสวน สภ.ยางตลาด ซึ่งเป็นเขตพื้นที่เกิดเหตุ

          ร.ต.อ.อนุภาพ กล่าวอีกว่า ระหว่างกำลังพูดคุยกับนางพิสมัยและนายพงษ์เทพอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ยางตลาด ก็ได้รับแจ้งว่ามีเหตุพบศพหญิงนอนเสียชีวิตภายในห้องพักที่รีสอร์ทดังกล่าว จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งก็พบว่าผู้เสียชีวิตคือนางสาวภัคจิรา และสอดคล้องกับทั้งสองคนที่กำลังให้ข้อมูล จึงได้ควบคุมตัวนายพงษ์เทพไว้

         ร.ต.อ.อนุภาพ ยังกล่าวอีกว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นนายพงษ์เทพ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองและนางสาวภัคจิรา อยู่กินฉันสามีภรรยากันมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว แต่ไม่ได้มีการแต่งงานและจดทะเบียนสมรส โดยก่อนเกิดเหตุทั้งสองคนมีเรื่องทะเลาะกัน เพราะฝ่ายชายหึงหวง กระทั่งฝ่ายหญิงได้หนีเข้าไปกรุงเทพฯเพื่อหางานทำ และกลับมาที่ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 กระทั่งคืนวันเกิดเหตุวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 นางสาวภัคจิรา ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อน ทำให้นายพงษ์เทพ เกิดความหึงหวงและกลัวว่าภรรยาจะไปมีคนใหม่ จึงตามไปพาตัวมาเปิดห้องพักที่รีสอร์ทดังกล่าว เพื่อเคลียร์ปัญหากัน ซึ่งระหว่างการพูดคุยทั้งสองก็ได้มีปากเสียงกันอีก ทำให้นายพงษ์เทพ ผลักนางสาวภัคจิราล้มลงบนที่นอน ก่อนจะใช้มือบีบคออย่างแรงจนแน่นิ่งและเสียชีวิตคามือ ทั้งนี้หลังเกิดเหตุนายพงษ์เทพ ก็ได้นั่งเฝ้าศพนางสาวภัคจิรา ตลอดทั้งคืนของวันที่ 28 พฤศจิกายน จนมาถึงช่วงเย็นของวันที่ 29 พฤศจิกายน พนักงานรีสอร์ทมาพบศพ และนายพงษ์เทพได้ไปบอกแม่ และได้เข้ามาพบกับตำรวจ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นสาเหตุทำให้ถึงแก่ความตายและนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          ด้านนางพิสมัย พิพะแสง อายุ 53 ปี มารดานายพงษ์เทพ กล่าวว่าเมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 17.00 น. นายพงษ์เทพ ได้มาบอกกับตนว่าทำร้ายร่างกายนางสาวภัคจิรา ซึ่งเป็นภรรยาม่ายลูกติด 3 คน ซึ่งทั้ง 2 อยู่กินกันมา 3 ปีโดยไม่แต่งงาน และไปเช่าบ้านอยู่ด้วยกันในตัวเมืองกาฬสินธุ์ นายพงษ์เทพทำงานเป็น พนักงานที่บริษัทอินเตอร์เน็ตแห่งหนึ่ง ขณะที่นางสาวภัคจิรา ประกอบอาชีพค้าขาย เนื่องจากนางสาวภัคจิราหน้าตาดี เป็นแม่ค้า จึงทำให้นายพงษ์เทพ ซึ่งเป็นสามีเกิดอาการหึงหวง และมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ประวัตินางพงษ์เทพบุตรชาย เคยเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน และมีอาการบกพร่องทางจิตเวช และใช้ยาเป็นประจำ ระยะหลังมานี้เห็นว่าตัวเองอาการดีแล้วจึงไม่ได้ไปรับยามากิน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้อาการกำเริบ เพราะขาดยา จึงลงมือทำร้ายร่างกายนางสาวภัคจิราจนเสียชีวิต

ภาพ/ข่าว สิน 868
แฟรงค์ พัทยา รายงาน

ฮือฮา !! เกจิอาอาจารย์ชื่อดังเมืองคอน มอบวัตถุมงคล รุ่นมหาบารมีศรีวิชัย แก่ทหารชายแดนใต้ ผ่านแม่ทัพภาค 4

ฮือฮาเกจิอาอาจารย์ชื่อดังเมืองคอน มอบวัตถุมงคลรุ่นมหาบารมีศรีวิชัยแก่ทหารชายแดนใต้ผ่านแม่ทัพภาค4 เพื่อคุ้มครองปกป้องแคล้วคลาด

         เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ที่สนง.สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาค 4 ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ภายหลังเสร็จพิธีทำบุญอาคารหลังใหม่ พระครูเกษมพัฒนกิจ เจ้าอาวาสวัดชะเมา ตำบลท่าวัง อำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราชมอบวัตถุมงคล รุ่น มหาบารมีศรีวิชัย แก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้รับมอบวัตถุมงคล รุ่นมหาบารมีศรีวิชัย ที่จัดสร้างขึ้นซึ่งประกอบด้วยพระพุทธสิหิงค์ องค์พญาครุฑ และ หัวนะโม ซึ่งปลุกเสกโดยเกจิอาจารย์ชื่อดัง อาทิเช่น พ่อท่านบุญให้หรือพระครูพิศาลวิหารวัตร เจ้าอาวาสวัดท่าม่วง พระครูเกษมพัฒนกิจ เจ้าอาวาสวัดชะเมา อำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช พระครูใบฎีกาจบ วัดหญ้า พระครูประทีปปัญญาคุณ วัดใหญ่ชัยมงคล พระครูกาแก้ว วัดหน้าพระลาน ฯลฯ

          สำหรับพ่อท่านบุญให้ หรือ พระครูพิศาลวิหารวัตร ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าม่วง ตำบลปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อีกรูปหนึ่ง และได้รับการยกย่องว่า เป็นพระเกจิอาจารย์ ระดับแนวหน้า ในยุคปัจจุบันท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลปากพูน เป็นพระที่บำเพ็ญเพียรตั้งมั่นอยู่ในสมณธรรมอย่างเคร่งครัด มีวัตรปฏิบัติ เรียบง่าย ปฏิปทางดงาม เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้ได้พบเห็น เป็นสวนใหญ่ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นที่ยอมรับและศรัทธาขอเป็นลูกศิษย์ซึ่งมีทั้ง ข้าราชการทหาร ตำรวจ ประชาชนพลเรือน ล้วนเคารพศรัทธาในท่าน

          และเคยมีลูกศิษย์ของท่านที่เป็นทหารกล้า ของกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ ต่างล้วนเคยเข้ากราบนมัสการพ่อท่านบุญให้ และท่านได้มอบ ตะกรุดให้พกติดตัวไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทหารหาญรายหลายต่อหลายรายต่างมีประสบการณ์ แคล้วคลาดกันมาหลายหน จนเป็นที่เลื่องลือว่า ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งวิทยาคม ด้านคงกระ พันชาตรี แคล้วคลาด ผู้ที่มีวัตถุมงคลของท่านไว้บูชา จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองทั้งในหน้าที่การ งาน ด้านค้าขาย และโชคลาภ ผู้ที่ได้บูชาพระเครื่องของพ่อท่านบุญให้ไป ต่างร่ำลือในเรื่องพุทธคุณในด้าน คงกระพันชาตรี เมตตา ค้าขาย โชคลาภ กันอยู่เนืองๆ พ่อท่านบุญให้ เป็นพระเกจิอาจารย์อาวุโสของเมืองนครศรีธรรมราช

         ในอดีตที่ผ่านมา ท่านได้เคยจัดสร้างวัตถุมงคล ที่มีพุทธคุณด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตามหานิยม ไว้หลายต่อหลายรุ่น มอบให้แก่คณะศิษยานุศิษย์และสาธุชนที่เลื่อมใสศรัทธาท่าน จนเป็นที่เลื่องลือ ว่าเป็นผู้มีวิทยาคม ทรงพุทธคุณเข้มขลังท่านมักจะได้รับกิจนิมนต์ จากวัดวาอารามต่างๆ ทั่วประเทศ ที่รู้จักในเกียรติคุณของท่าน ให้ร่วมในพิธีพุทธาภิเษก วัตถุมงคลต่างๆ มาโดยตลอด อาทิ เช่น ในปี พ.ศ.2530 ท่านได้รับกิจนิมนต์รวมอธิษฐานจิตปลุกเสก จตุคามรามเทพรุ่น ปี 2530 ที่เป็นต้นกำเนิดตำนานวัตถุมงคล จตุคามรามเทพ อันลือลั่นของนครศรีธรรมราช, และวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ ในปี พ.ศ.2545 รวมถึง วัตถุมงคลต่างๆ อีกหลายๆรุ่น ที่จัดสร้างเรื่อยมา

         ด้านพระครูเกษมพัฒนกิจ เป็นพระเกจินักพัฒนานอกจากนี้ท่านมีความเชี่ยวชาญด้านพุทธาคมเป็นที่เคารพนับถือของลูกศิษย์และที่สำคัญ ท่านเป็นพระเกจิคู่บารมีท่านขุนพันธรักษ์ราชเดชผู้สร้างตำนานจตุคามรามมเทพอันโด่งดังทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอก จากนี้ท่านยังได้รับนิมนต์ เข้าร่วมทำพิธีกรรมต่างๆของจังหวัดอยู่เป็นประจำ เช่น พิธีกรรมตั้งศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ร่วมกับพล.ต.ต.ขุนพันธ รักษ์ราชเดช, พลตำรวจโท สรรเพชร ธรรมาธิกุล, พิธีกรรมเผาดวงเมืองเก่าและพิธีกรรมพลิกธรณีเป็นต้น

          ในช่วงที่กำลังดำเนินการสร้างศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชนั้นในคราวหนึ่งที่ถูกกำหนดให้มีการสร้างมีดศักดิ์สิทธิ์ตามแบบพิธีกรรมโบราณเพื่อมอบแก่ผู้ที่มีส่วนร่วมในการสร้างหลักเมืองกรรมวิธีการสร้างมีดศักดิ์สิทธิ์มีขั้นตอนที่แปลกประหลาดตามความเชื่อโบราณ ที่ระบุไว้เช่นเนื้อโลหะที่จะนำมาทำมีดจะต้องใช้ตะปูจากโลงศพที่ถูกเผาแล้วตามคำบอกกล่าวขององค์จตุคามรามเทพ

          ในสมัยนั้นพระปลัดเกษมยังเป็นรองเจ้าวาสวัดชะเมาเข้าร่วมพิธีเก็บตะปูในป่าช้าวัดชะเมา ด้วยซึ่งต้องมีการสวดบังสุกุลให้กับวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้วตรงบริเวณเชิงตะกอนแล้วเริ่มควานหาตะปูโดยห้ามผู้ใดปริปากพูดอะไรทั้งสิ้นจากนั้นประกอบพิธีหล่อหลอมเป็นมีดศักดิ์สิทธิ์สำเร็จในที่สุด นี่คือบางส่วนเท่านั้น และในปัจจุบันพระครูเกษม พัฒนกิจ ก็เป็นเกจิอาจารย์ชื่อที่ได้รับกิจนิมนต์เพื่อปลุกเสกวัตถุมงคลรุ่นต่างๆมากมายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

หนาวนี้ ชวนก๊วนยกแก๊ง ดื่มด่ำธรรมชาติใน คอนเสิร์ต overcoat 2019

หนาวนี้ชวนก๊วนยกแก๊ง ดื่มด่ำธรรมชาติใน คอนเสิร์ต overcoat 2019

         จากการที่บริษัทมีเดียแรพ เตรียมระเบิดความมันส์ ในเทศกาลดนตรีฤดูหนาว Overcoat Music Festival 2019 ปีที่ 10 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ นายอำนาจ พูนยอด ปลัดอาวุโสอำเภอเขาค้อ กล่าวว่า คอนเสิร์ตโอเวอร์โค้ททำให้เศรษฐกิจของเพชรบูรณ์เติบโตและมีรายได้จากการท่องเที่ยว โดยทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมและมีมาตรการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวราว 20,000 คน เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวและเข้าร่วมชมการแสดงดนตรีเทศ กาลฤดูหนาว ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือในครั้งนี้

         นายจันทร์ศรีษร มณีฉาย กรรมการผู้จัดการบริษัทมีเดียแรพจำกัด กล่าวถึงความพร้อมในการจัดคอนเสิร์ตดังกล่าวว่า ขณะนี้บัตรเข้าชมถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงแล้ว 10 ปี ที่ผ่านมา คอนเสิร์ตโอเวอร์โค้ท อยู่กับชาวเพชรบูรณ์มาตลอด เริ่มจากผู้ชมเพียง 3-4 พันคนและขยายขึ้นมาเรื่อยๆ จน ณ ปัจจุบัน เมื่อปีที่แล้ว มีผู้เข้าชมคอนเสิร์ตโอเวอร์โค้ท ราว 20,000 กว่าคน และปีนี้มีศิลปินร่วมโชว์ในการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ถึง 16 วง คอนเสิร์ตจะเริ่มแสดงตั้งแต่ 13.00 น.เป็นต้นไปและจะไปจบลงในเวลา 06.00 น.ซึ่งเป็นรุ่งเช้าของอีกวัน

         ส่วนการเตรียมงานนั้นในวันที่ 29 พ.ย.เป็นต้นไปทางทีมงานจะเริ่มดำเนินการจัดตั้ททงเวทีพร้อมเริ่มติดตั้งระบบแสงเสียง ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยและจัดการด้านการจราจรนั้น ก็พูดคุยหารือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อจะดูแลนักท่องเที่ยวตั้งแต่เดินทางเข้าจังหวัดเพชรบูรณ์จนถึงงานแสดงคอนเสิร์ต ส่วนใครที่คาดการณ์ โดยหวังจะไปซื้อหน้างานคอนเสิร์ตนั้น แจ้งให้ทราบว่าไม่มีการขายบัตรเข้าชมที่บริเวณหน้างาน ส่วนกรณี่ที่มีผู้นำบัตรมาขายและโก่งราคานั้น แม้บริษัทฯไม่สนับสนุนก็ตาม แต่เนื่องจากคนกลุ่มนี้ซื้อบัตรไว้เพื่อเก็งกำไร ซึ่งในข้อกฎหมายทางบริษัทฯไม่สามารถไปเอาผิดได้ หากไม่ใช่เป็นการปลอมแปลงบัตรฯและนำมาขาย”นายจันทร์ศรีษรกล่าว

          สำหรับศิลปินที่จะขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตฯในวันที่ 7 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ได้แก่ นนท์ ธนนท์ / ตู่ นพพร / Slot Machine / Jetset’er / Mild/ Boy Peacemaker / Lomsonic/ AOF pongsak/ Pop ปองกูล / Actart / Twopee southside/ Da endorphine/ The TOYS / BoomBoomcash x paam/Zeal

ปราโมทย์ สุขสีฟัน
อาทิตย์ ถิ่นช้าง