มุกดาหาร # ตร.คำชะอีบุกจับไอ้นิว วัย 17 เอเย่นต์ ค้ายานรก 7,243 เม็ด, ยาไอซ์ 4.2 กรัม พร้อมอาวุธปืน

https://youtu.be/q1ZHMNFqGks

มุกดาหาร ตำรวจ สภ.คำชะอี ร่วมฝ่ายความมั่นคง นำกำลังร่วมเข้าตรวจค้นจับกลุ่มผู้ต้องหาเอเย่นต์ค้ายาบ้า เป็นเยาวชนเปิดบ้านให้วัยรุ่นมามั่วสุมเสพยา ตรวจค้นภาย ในห้องนอน พบยาบ้ารวมจำนวน 7,243 เม็ด ยาไอซ์ 4.2 กรัม ตรวจค้นใต้ที่นอนพบอาวุธปืนลูกชองสั่น 1 กระบอกพร้อมลูกกระสุน 3 นัดมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว

เมื่อเย็นวันที่ 24 ธันวาคม 2562 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พันเอกพรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.มุกดาหาร, พ.ต.อ.วิชยานนท์ นิติกุล ผกก.สภ.อำเภอคำชะอี จ.มุกดาหาร ได้มีชาวบ้านมาร้องเรียน ว่ามีบ้านหลังหนึ่งอยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 7 ตำบลเหล่าสร้างถ่อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เปิดบ้านมั่วสุม จะมีกลุ่มวัยรุ่นหญิง-ชายขับรถ จยย.แห่กันมามั่วสุมเสพยาบ้ากันเป็นประจำ เข้า-ออก ส่งเสียงดังจากท่อไอเสียรถ จยย.ทำให้คนแก่เฒ่า และลูกเล็กเด็กแดงได้รับความเดือดร้อนรำคาญมาตลอด

ตำรวจจึงประสานหน่วยงานความมั่นคง โดยอาศัยอำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส ของ พ.ต.ต.เจษฎากร ไชยศรีหา มีอำนาจตามมาตรา 14(1) แห่งพระราชบัญญัติ ป้องกันปราบปรามยาเสพติด พ.ศ 2519 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ตชด.234, ต.ม. มุกดาหาร นำกำลังร่วมเข้าตรวจสอบ ที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจค้น พบนางลาวัลย์ ตันแพงศรี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นแม่ของนายเกียรติพงษ์ หรือนิว ตันแพงสี อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 7 ตำบลเหล่าสร้างถ่อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ส่วนนายนิวนอนอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน ตรวจค้นภายในตัวไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจค้นภายในห้องนอนพบยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 4.2 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในซองบุรี วางไว้ข้างที่นอนของนายนิว และยาบ้ารวม ทั้งหมด จำนวน 7,243 เม็ด ฝังดินอยู่บริเวณหลังบ้าน

เจ้าหน้าที่ตรวจพบอาวุธปืนพกลูกซองสั้น เบอร์ 20 จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 20 จำนวน 3 นัด ซุกซ่อนใต้ที่นอนสอบสวนผู้ต้องหารับว่ายาบ้าและยาไอซ์ มีเครือข่ายฝั่งประเทศเพื่อนบ้านลักลอบนำมาส่งให้เพื่อจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยผู้ต้องหารับว่ายาบ้าและไอซ์รับมาจากใครและอาวุธปืนได้มาจากไหน เจ้าหน้าที่ทราบที่มาของยาบ้าและอาวุธปืนแล้ว ชุดสืบกำลังตามจับกุมเครือข่ายกลุ่มนี้แล้ว ซึ่งหลังแถลงข่าวเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธร สภ.คำชะอี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

คณะนักศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ดูงาน รพ. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ในวันนี้ 24 ธ.ค.62 พล.ร.ต.เกิดศักดิ์ วีระโยธิน ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ให้การต้อนรับ พล. อ.ต.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา คณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ (ปธพ.) สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 8 ในโอกาสนำคณะนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ 150 คน เข้าศึกษาและดูงานโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

พล.ร.ต.เกิดศักดิ์ วีระโยธิน กล่าวว่าในนามของโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ มีความยินดีและขอต้อนรับทุกท่าน ในโอกาสเดินทางมาศึกษาและดูงานของโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ ในวันนี้ หลักสูตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ นับเป็นหลักสูตรที่สร้างความเข้าใจในระบบธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดการสื่อสารที่ดีทั้งภาครัฐ, ภาคเอกชน, และภาคธุรกิจ ในส่วนของนักศึกษามีผู้บริหารในหลายภาคส่วน หลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งวิชาชีพแพทย์, วิชาชีพกฎหมาย, และอื่นๆ เข้ารับการอบรม อันจะเป็นเสาหลักสำคัญในการสร้างความร่วมมือให้เกิดระบบธรรมาภิบาลที่มีประสิทธิภาพของประเทศ

โรงพยาบาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ นับเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม ที่มีบทบาทในด้านการดูแลสุขภาพทั้งกำลังพลของกองทัพ ครอบครัวและประชาชนโดยทั่วไป เป็นโรงพยา บาลขนาดใหญ่ในใจกลางของ “โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” หรือ EEC ที่ต้องมีการปรับตัวเป็นอย่างมาก เพื่อรับนโยบายทั้งจากรัฐบาลและกองทัพ

และในโอกาสเดียวกันนี้ ได้บรรยายพิเศษเรื่อง “บทบาทการเป็นโรงพยาบาลที่ดำเนินการโดย กรมแพทย์ทหารเรือ กองทัพเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรของกองทัพเรือ ที่ให้บริการสาธารณะชนโดยทั่วไป ให้กับคณะนศ.หลัก สูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 8 ที่เดินทางเข้ามาศึกษาดูงาน รพ.สมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ ฯ ในโอกาศเดียวกันนี้ด้วย ปธพ. เป็นโครงการเกิดขึ้นตามพระราชดำรัส ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานให้วงการแพทย์ ผ่านคณบดี คณะแพทย ศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อ พ.ศ. 2553 ที่ รพ.ศิริราช ในการแก้ปัญหาวงการแพทย์ไทยว่า “อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าดูถูกใคร” แพทยสภานำมาสร้างเป็นหลักสูตร โดยอาศัยหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ศาสตร์ของพระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งหลักสูตรนี้จัดขึ้นโดย สถาบันพระปกเกล้าร่วมกับแพทยสภา ช่วงระยะเวลาการอบรม ระหว่างเดือน ต.ค. 2562 – มิ.ย. 2563

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – ตำรวจจาจรแต่งชุดซานตาคลอส แจกขนมเด็กนักเรียน

https://youtu.be/0FoEZ315yg0

ตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก แต่งชุดซานตาคลอส เนื่องในวันคริสต์มาส ยืนโบกรถกลางแยกโรงเรียนอนุบาล พร้อมแจกขนมและหมวกซานตาคลอส

ที่บริเวณแยกโรงเรียนอนุบาลนครนายก อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้มีตำรวจจราจรขวัญใจเด็กนักเรียนที่เคยแต่งชุดไดโนเสาร์และชุดอื่นๆอีกมากมายและวันที่ 25 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นวันคริสต์มาส และในวันนี้ดาบตรีธนิต บุษบงค์ ผบ.หมู่ตำรวจจราจรนครนายก ได้สวมหมวกหน้ากากซานตาคลอสมายืนโบกรถอยู่กลางแยกโรงเรียนอนุบาลนครนายก โดยมีผู้ปกครองขับรถจักรยานยนต์และรถยนต์มาส่งที่หน้าโรงเรียนก็จะมีเด็กนักเรียนเข้ามาขอถ่ายภาพและขอจับมือกับตำรวจซานตาคลอสอย่างมีความสุข พร้อมตำรวจซานดาคลอสได้นำขนมและหมวกซานตาคลอสมาแจกให้กับเด็กนักเรียนสร้างความสุขให้กับเด็กนักเรียนที่มาโรงเรียนในเช้าวันนี้เป็นอย่างยิ่ง

จากการสอบถามดาบตรีธนิต บุษบงค์ ได้เล่าว่าได้ขออนุญาต ผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนตรนายก และเพื่อนตำรวจพร้อมผู้ปกครองเด็กนักเรียนได่ให้การสนับสนุนขนมและหมวกให้นำมาแจกเด็กนักเรียนเนื่องในวันคริสต์มาส เนื่องจากนักเรียนจะต้องหยุดเรียนในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตำรวจภูธรนครศรีฯ ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและการป้องกัน ลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาล วันคริสต์มาสและเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2563

ตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและการป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลวันคริสต์มาสและเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2563

วันนี้ (24 ธ.ค. 62) เวลา 16.00 น. ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและการป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลวันคริสต์มาสและเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2563 โดยมี พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทนฝ่ายทหาร ฝ่ายท้องถิ่น อาสากู้ภัย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธี

ทั้งนี้ด้วยในวันที่ 25 ธันวาคม 2562 เป็นวันคริสต์มาสและในช่วงวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ถึง 1 มกราคม 2563 เป็นวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาของตน เพื่อเยี่ยมเยียน บิดามารดา ญาติพี่น้อง และท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดให้มีการปล่อยแถว ระดมกวาดล้างและการป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนนขึ้น

โดยบูรณาการกำลังพลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการจากสถานีตำรวจภูธรในสังกัด กองกำกับการสืบสวน/ ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรี ธรรมราช/ ตำรวจตระเวนชายแดน/ ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 41/ ฝ่ายปกครอง/ ตำรวจทางหลวง/ ตำรวจท่องเที่ยว/ ตำรวจรถไฟ/ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง/ ตำรวจน้ำปากพนัง/ตำรวจน้ำขนอม/ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน/ อาสาสมัครตำรวจ/ และมูลนิธิต่าง ๆจำนวนทั้งสิ้น 577 นาย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายและการป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่รับผิดชอบของตน เช่นเดียวกับสถานีตำรวจภูธรที่ไม่ได้มาร่วมพิธีปล่อยแถวในครั้งนี้ พร้อมกันทั้งจังหวัด

นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและการป้องกัน ลดอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลวันคริสต์มาส และเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2563 จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ สำคัญที่สุดคือความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกท่านที่ได้มารวมพลัง ร่วมแรงร่วมใจ ในการปล่อยแถวในครั้งนี้

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

“ชัชวาลล์” หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท แถลงข่าวเปิดตัว “กวินนาถ” เข้าร่วมสมาชิกใหม่

วันที่ 25 ธ.ค. 62 เมื่อเวลา 11.00 น. นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท แถลงข่าวเปิดตัว น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เขต 7 เข้าร่วมงานเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไทและกลุ่มกิจสังคม​ใหม่​เพื่อทำงานการเมือง โดยมีนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทและนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ร่วมจับมือแสดงพลังและร่วมยินดีด้วย ณ อาคารรัฐสภา

ที่รัฐสภา นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ ยื่นเอกสารต่อนายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท เพื่อขอสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท ซึ่งนางสาวกวินนาถ ระบุว่า ประกาศอย่างเป็นทางการว่าย้ายมาสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ มองข้ามความขัดแย้ง เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป ยืนยันว่าไม่ได้อยู่พรรคพลังประชารัฐ และรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองคิดว่าการทำงานร่วมกันข้างหน้าไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนความต่างกันระหว่างพรรคอนาคตใหม่กับพรรคพลังท้องถิ่นไทนั้น คิดว่าทุกพรรคการเมืองมีอุดมการณ์เหมือนกัน เข้ามาทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ต่างกันคืออนาคตใหม่มีมติขับออก จึงอยู่พรรคอนาคตใหม่เหมือนเดิมไม่ได้ ไม่ได้บอกว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ดี แต่ต้องหาสังกัดใหม่เพื่อทำหน้าที่

ทั้งนี้ หลังจากถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ นายชัชวาลได้มาพูดให้กำลังใจ และชักชวนมาสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท จนสุดท้ายคุยกันกับทีมงานและผู้สนับสนุนในพื้นที่ ก็สนับสนุนว่าให้ร่วมรัฐบาลอาจจะทำให้การทำงานง่ายขึ้น จึงมีความเห็นร่วมกันว่าควรสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท เพราะการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศต้องเริ่มจากการสร้างรากฐานท้องถิ่นให้แข็งแรง พร้อมย้ำถึงการทำหน้าที่ ส.ส.ว่า จากบทเรียนที่ผ่านมา ต่อไปนี้ก็ต้องทำงานทุกอย่างในนามมติพรรค เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทางด้านนายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงกรณีน.ส.กวินนาถ ตาคีย์ อดีตส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เข้าสังกัดพรรคท้องถิ่นไทว่า ทางพรรคได้ทาบทามน.ส.กวินนาถ และ น.ส.กวินนาถได้เข้ามาคุยกับ นายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรค และคงเห็นถึงความจริงใจ และแนวทางในการทำงานกับพรรคพลังท้องถิ่นไท ที่น่าจะไปด้วยกันได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีหลายพรรคการเมืองมาทาบทามเขาเหมือนกัน แต่ทางน.ส.กวินนาถ คงพิจารณาแล้วว่าการทำงานกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่และขนาดกลางอาจไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของบทบาทหน้าที่ รวมถึงโอกาสในการทำงาน

ทีมข่าวการเมือง สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

นายประเสริฐฯ “รองผอ.สำนักการศึกษา” ลง​พื้นที่​ตรวจเยี่ยม​สถานศึกษา​โรงเรียนวัด​ทองนพคุณ​ ในพื้นที่​เขตคลองสาน

นายประเสริฐฯ “รองผอ.สำนักการศึกษา” ลง​พื้นที่​ตรวจเยี่ยม​สถานศึกษา​โรงเรียนวัด​ทองนพคุณ​ ในพื้นที่​เขตคลองสาน

วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เวลา 07.00 น. นายประเสริฐ ฉวีอินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา พร้อมคณะ เดินทาง​ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม​สถานศึกษา โรงเรียนวัดทองนพคุณ ​เเขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อตรวจเยื่ยม คณะครู นัก​เรียน​ ในสถานศึกษา​รวมทั้งตรวจสอบในเรื่องโครงการอาหารกลางวัน​ รวมถึง​ เพื่อส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแก่เด็กนักเรียนที่มีความสนใจที่อยากจะเรียนรู้ โดยจะให้การสนับสนุนพร้อมกับ​จัดสภาพ​แวดล้อม​ปรับภูมิทัศน์​ในโรงเรียนสถานศึกษา​ให้เหมาะสมต่อการศึกษาเรียนรู้ในชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อได้ติดตาม​ในผลการดำเนินงาน​ ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พลตำรวจเอก​ อัศวิน​ ขวัญ​เมือง​

พร้อมกันนี้ นายประเสริฐ ฉวีอินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ก่อนเดินทางกลับ ได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจ​ไปยัง คณะครู ผู้​บริหาร ในครั้งนี้

Cr.ธีรพล ปลื้มถนอม
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช.ร่วมกับ ม.มหิดล, ม.จุฬาฯ และ สธ. มอบกายอุปกรณ์สำหรับผู้พิการ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่ 25 ธันวาคม 2562​ เวลา 09.30​ น.​ ณ ห้องประชุมเจษฎาบดินทร์ ชั้น 9 อาคารเจษฎาบดินทร์ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี​ : โครงการกายอุปกรณ์สำหรับผู้พิการ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เกิดจากการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐบาล​ และศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. โดยการน้อมนำพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มาแปลงเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนา ด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ศาสตราจารย์นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยในการขยายผลนวัตกรรมกายอุปกรณ์ขาเทียมให้กับคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะวิศวะกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดทำกายอุปกรณ์ขาเทียมสำหรับ ผู้พิการ นวัตกรรมกายอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นเป็นฝีมือคนไทย คุณภาพสูงทัดเทียมกับสินค้าจากต่างประเทศ สามารถผลิตได้ในประเทศไทย ลดต้นทุนการนำเข้า ช่วยอำนวยความสะดวกในการสวมใส่ และลดการเสียดสีระหว่างผู้สวมกับอุปกรณ์ มีความทนทานแข็งแรง มีน้ำเบา และเหมาะกับสรีระของผู้พิการแต่ละราย รวมถึงช่วยให้ผู้ป่วยและคนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยังส่งผลดีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติอีกด้วย

ดังนั้น เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โรงเรียนกายอุกรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะวิศวะกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบกายอุปกรณ์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ ภายใต้โครงการกายอุปกรณ์สำหรับผู้พิการ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมี พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ ในพระองค์ 904 เป็นประธานในพิธี

การส่งมอบนวัตกรรมกายอุปรณ์ ในครั้งนี้ ได้มอบเบ้าอ่อนขาเทียมแบบถุงซิลิโคน (Low Cost Local Made Silicone Liner) และเท้าเทียม ไดนามิกส์เอสเพส S–Pace แก่ผู้พิการ จำนวน 67 ราย โดยคาดว่า การมอบกายอุปกรณ์สำหรับผู้พิการในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มของการต่อยอด และขับเคลื่อนให้ผู้พิการได้รับโอกาสที่ดีจากสังคมต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

เทสโก้ โลตัส เตรียมความพร้อมปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐ งดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ดีเดย์ 1 มกราคม 2563

วันที่​ 25 ธันวาคม 2562 : เทสโก้ โลตัส เตรียมความพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป โดยได้เริ่มรณรงค์ให้ลูกค้าและประชาชนรับทราบล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวนำถุงผ้ามาช้อปปิ้ง นอกจากนั้นยังมีถุงใช้ซ้ำหลากหลายประเภทและราคา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป เทสโก้ โลตัส และห้างร้านกว่า 70 รายทั่วประเทศไทย จะพร้อมใจกันปฏิบัติตามนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อลดขยะพลาสติกและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเทสโก้ โลตัส ได้เริ่มเตรียมความพร้อม ด้วยการประชาสัมพันธ์​ เพื่อสร้างการรับรู้ล่วงหน้าและรณรงค์ให้ลูกค้าเตรียมนำถุงผ้ามาใช้ช้อปปิ้ง นอกจากนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เรายังเตรียมถุงใช้ซ้ำหลากหลายประเภทและราคา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม”

“จากการสำรวจ พบว่าถุงผ้าที่จำหน่ายในท้องตลาด บางชนิดมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้ลูกค้าไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเลิกใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้ อีกทั้งวัสดุที่ใช้ผลิตถุงใช้ซ้ำบางประเภทไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักสินค้าอุปโภคบริโภคบางชนิด จึงเป็นที่มาให้เทสโก้ โลตัส พัฒนา “ถุงคืนชีพ” หรือ “Bag for Life” ถุงพลาสติกแบบหนาที่ใช้ซ้ำได้หลายครั้ง ผลิตจากส่วนผสมพลาสติกรีไซเคิล จำหน่ายราคาใบละ 3 บาท สำหรับขนาดเล็ก และ 5 บาท สำหรับขนาดใหญ่ โดยหลังจากที่ลูกค้าใช้ถุงนี้ซ้ำหลายครั้งแล้วหากเกิดการชำรุด สามารถนำถุง Bag for Life หรือ ถุงคืนชีพ กลับมาเปลี่ยนเพื่อรับใบใหม่ได้ที่สาขาที่ซื้อไปโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยเทสโก้ โลตัส จะนำถุงที่ลูกค้านำมาคืน เก็บเข้าระบบเพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นถุงคืนชีพใบใหม่ ตามนโยบายสร้างระบบปิดของบรรจุภัณฑ์ของกลุ่มเทสโก้ โดยในช่วงแรกจะรับเปลี่ยนถุงคืนชีพโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2563”

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ไม่ได้นำถุงผ้ามาเอง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป เทสโก้ โลตัส มีถุงหลากหลายประเภทไว้บริการ ดังนี้​ ถุงคืนชีพ (Bag for Life) ถุงพลาสติกแบบหนาสำหรับใช้ซ้ำ ราคา 3 บาท และ 5 บาท ซึ่งลูกค้าสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นใบใหม่เมื่อชำรุดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยถุงใบเก่าจะถูกนำไปรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นถุงใบใหม่ ไม่สร้างขยะพลาสติก เริ่มตั้งแต่​ 1 มกราคม–31 มีนาคม 2563​ ถุงผ้าและถุงรักษ์โลกหลากหลายรูปแบบ ราคา 19–99 บาท สมาชิกบัตรคลับการ์ดสามารถใช้แต้ม 199 แต้ม พร้อมเงิน 1 บาท แลกซื้อถุงรักษ์โลก ที่เทสโก้ โลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ตทุกสาขา ตั้งแต่ 1-31 มกราคม 2563 หรือสะสมแสตมป์ที่ร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส 99 ดวง เพื่อแลกถุงผ้า ตั้งแต่ 1 มกราคม–29 กุมภาพันธ์ 2563

เทสโก้ โลตัส หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การที่ห้างร้านต่างๆ​ ร่วมกันงดให้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งจะะช่วยลดขยะพลาสติกในประเทศไทยอย่างมหาศาล และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ชาวไทยต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754, จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823
E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

นายกฯ มัคคุเทศก์ นำคณะเข้าพบหารือ​ รมว.ท่องเที่ยวฯ ผลักดันสภามัคคุเทศก์​ เพื่อยกระดับศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิแห่งวิชาชีพ​

นายกฯมัคคุเทศก์ นำคณะเข้าพบหารือ​ รมว.ท่องเที่ยวฯ ผลักดันสภามัคคุเทศก์​ เพื่อยกระดับศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิแห่งวิชาชีพ​ ร่วมหาแนวทางปราบปรามไกด์เถื่อน​ และทัวร์ผิดกฎหมาย​ ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ได้เข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสนับสนุนนโยบายการจัดตั้งสภามัคคุเทศก์เพื่อให้ปกครองกันเอง​ และยกระดับศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ​ รวมทั้งร่วมหาแนวทางการปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติ​ และการทำทัวร์คุณภาพต่ำ​ ที่หลอกล่อด้วยราคาศูนย์เหรียญหรือราคาติดลบ​ แล้วนำนักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าคุณภาพต่ำราคาสูงเกินเหตุ​ เข้าลักษณะต้มตุ๋นทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย​ จึงจะเร่งแก้ไขปัญหาโดยจะให้ตั้งทีมคณะทำงานปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติและขยายผลไปยังบริษัทที่ให้มาร่วมทำทัวร์​เพื่อให้เป็นทัวร์มีคุณภาพด้วยราคามาตรฐาน

คุณวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย นำทีมมัคคุเทศก์อาชีพหลากหลายภาษา​ ได้ร่วมกันให้ข้อมูลแก่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว​และกีฬา​ ต่อกรณีมัคคุเทศก์​ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน​ ว่าไม่ได้ขาดแคลนรวมทั้งอีกหลายภาษาที่เรามีอย่างเพียงพอ แต่บางตลาดเป็นเรื่องการทำทัวร์ผิดกฎหมาย​ จึงใช้ไกด์เถื่อนต่างชาติที่ยอมรับเงื่อนไขที่ผิดหลักปฏิบัติ​ ที่ไกด์ไทยถูกกฎหมายไม่ยอมทำ​ เช่น​ การต้องรับผิดชอบค่าซื้อหัว​ นักท่องเที่ยว​ และค่าใช้จ่ายต่าง​ๆ​ ที่ต้องจ่ายแทนบริษัททัวร์ล่วงหน้าให้ก่อน​ รวมทั้งบางรายก็ไม่จ่ายคืน​

ซึ่งส่วนมากจะเป็นบริษัทของต่างชาติโดยใช้นอมินีคนไทยถือหุ้นอำพราง​ ขัดต่อความเป็นจริง เหล่านี้คือสภาพความเป็นจริงในสังคมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะทัวร์จีนนั้น ถูกกลุ่มคนต่างชาติรุกคืบกลืนกินทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวต่าง​ๆ โดยเฉพาะอาชีพมัคคุเทศก์ ซึ่งเป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย โดยจะต้องขอรับใบอนุญาตจากกรมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ทั้งระบบล้วนมีแต่คนต่างชาติที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการหลอกลวงนักท่องเที่ยวชาติเดียวกัน

โดยใช้ศิลปะวัฒนธรรม จารีตประเพณี อันดีงามของไทย เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงนักท่องเที่ยว โดยผู้ประกอบการทัวร์จีนเหล่านั้น ยังแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ว่ามัคคุเทศก์ไทยมีไม่เพียงพอ และมีความสามารถไม่เพียงพอ ซึ่งในความเป็นจริง แล้วมีมัคคุเทศก์ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีความสามารถทั้งทักษะการทำงานและภาษา ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของกรมการท่องเที่ยวกำหนด จึงเป็นข้ออ้างของผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวที่จะไม่ใช้มัคคุเทศก์ไทยเท่านั้น

ดังนั้น ทางสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย ได้ขอให้มีนโยบายชัดเจนโดยทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควรจะมีมาตรการในการปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติ พร้อมทั้งขยายผลไปยังบริษัทนำเที่ยวที่ใช้ไกด์เถื่อนต่างชาติผิดกฎหมายด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาในการจับกุมไกด์เถื่อนแต่ละครั้ง​ แทบจะไม่มีการขยายผลไปยังบริษัทนำเที่ยวเหล่านี้เลย จึงทำให้แก้ปัญหาไกด์เถื่อนต่างชาติยากมาก อีกทั้งบริษัททัวร์เหล่านี้ ยังท้าทายกฎหมาย ออกประกาศรับสมัครไกด์เถื่อนต่างชาติในสื่อออนไลน์กันอย่างโจ๋งครึ่ม พร้อมทั้งประกาศให้ไกด์เถื่อนจะต้องจ้างซิตติ้งไกด์ทุกครั้งที่ทำทัวร์ เพื่อเป็นการตบตาเจ้าหน้าที่แลกกับการไม่ให้ถูกดำเนินคดี และซัดทอดไปถึงบริษัททัวร์ได้ นอกจากนี้ ยังได้แสดงความขอบคุณต่อท่านรัฐมนตรีที่มีนโยบายชัดเจนในการจะผลักดันให้มีสภามัคคุเทศก์ ในวาระสมัยของท่าน เพื่อยกระดับวิชาชีพและแก้ปัญหาไกด์เถื่อนต่างชาติ และซิตติ้งไกด์ผิดกฎหมาย อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

ด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากการให้สัมภาษณ์ตามที่เป็นข่าว ตนเองยอมรับว่าอาจจะได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ไม่มีเจตนาที่จะนำไกด์เถื่อนมารับรองนักท่องเที่ยว เนื่องจากอาชีพมัคคุเทศก์เป็นอาชีพสงวนไว้ให้คนไทยเท่านั้น และหากเป็นการสื่อสารที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิดต่อผู้ประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ก็ต้องขออภัยไว้ในที่นี้ด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของข้อมูลหลักฐานที่สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย ได้นำมามอบไว้ให้นั้น ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบ และร่วมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปราบปรามไกด์เถื่อนผิดกฎหมาย อย่างเร่งด่วน โดยให้กรมการท่องเที่ยว และสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย จัดทีมงานร่วมกันออกตรวจสอบกวดขันไกด์เถื่อนต่างชาติผิดกฎหมาย ส่วนในเรื่องการตั้งสภามัคคุเทศก์นั้น ทางกระทรวงฯก็จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือ และจัดตั้งสภามัคคุเทศก์ให้ได้โดยเร็วที่สุดต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บช.น.ระดมกวาดล้างอาชญากรรม สร้างความอุ่นใจ คริสต์มาส-ปีใหม่ 2563

วันที่ 24 ธ.ค.62 เวลา 17.00 น.​ ณ ลานพระอนุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 (เชิงสะพานพุทธฝั่งพระนคร)​ : พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย​ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.โชคชัย เหลืองอ่อน, พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง, พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น., พล.ต.ต. คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.บก.จร., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.บก.สปพ., พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.บก.น.6, คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหา นคร (กต.ตร.กทม.), เจ้าหน้าที่ทหาร, แพทย์, สำนักงานเขต,จิ ตอาสา และเจ้าหน้าที่​ ที่เกี่ยวข้อง​ เข้าร่วมพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2563​

สืบเนื่องมาจากเทศกาลคริสต์มาส​ และวันขึ้นปีใหม่ 2563 ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2562​ ถึงวันที่ 1 มกราคม 2563​ รวมเวลา 5 วัน ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลอง​ และเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนเป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นโอกาสของมิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีที่จะฉวยโอกาสก่อเหตุร้ายหรือสร้างความวุ่นวายได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และการดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมทั้งกำหนดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท

ในระหว่างวันที่ 24 ธ.ค.62 ถึงวันที่ 2 ม.ค.63 รวม 10 วัน โดยให้ความสำคัญกับอาชญากรรมที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย ยาเสพติด และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน มุ่งเน้นดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ อาทิเช่น การดูแลสถานที่จัดงานที่มีประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก สถานที่จัดพิธีสวดมนต์ข้ามปี หรือ โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน เป็นต้น

สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ทหาร, เทศกิจ และจิตอาสา ร่วมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเทศกาล และได้กำหนดปล่อยแถวกำลังพลยานพาหนะ พร้อมกันทุกกองบังคับการ รวม 9 จุดในวันนี้

พล.ต.ท. ปิยะฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดมาตรการในการดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2563​ จำนวน 4 มาตรการ คือ

1.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยกำหนดระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 24 ธ.ค.62 ถึง 2 ม.ค.63 รวม 10 วัน เน้นการป้องกันปราบปรามคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ เพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจุดสกัด และติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับค้างเก่า รวมถึง โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ ซึ่งขณะนี้เฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีประชาชนเข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 หลัง

2.มาตรการป้องกันเหตุก่อความไม่สงบ โดยเพิ่มความเข้มในการดูแลพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ พื้นที่มีการจัดงานขนาดใหญ่ โดยขณะนี้มีพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ จำนวน 7 แห่ง เช่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์,ไอคอนสยาม, ห้าง CDC และเอเชียทีค เป็นต้น ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานกว่า 200,000 คน พื้นที่การจัดงานสวดมนต์ข้ามปี เช่น ท้องสนามหลวง หรือวัดสำคัญๆ ในพื้นที่ คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนร่วมงานกว่า 50,000 คน

3.มาตรการบังคับใช้กฎหมาย​ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยจัดตำรวจจราจร อำนวยความสะดวกบริเวณสถานที่จัดงานและที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก โดยขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย และมีการเตรียมเส้นทางสำรอง จุดบริการประชาชน ทั้งนี้จะมีการกวดขันจับกุม 10 ข้อหาหลัก “10 รสขม” เพื่อกวดขันวินัยจราจร

4.มาตรการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย และ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกฮอล์ฯ รวมถึงการไม่จำหน่ายสุราให้เด็กหรือผู้มีอาการมึนเมาสุรา เป็นต้น

ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจว่าจะได้รับความปลอดภัยและความสะดวก ในเทศกาลคริสต์ มาส​ และปีใหม่ 2563​ หากพี่น้องประชาชน ต้องการสอบถามเส้นทางในการเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร หมายเลข 1197 หรือ กองบังคับการตำรวจทางหลวง หมายเลข 1193 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 191​ หรือทางแอปพลิเคชั่น Police I left U ตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​