สะเดา จัดกิจกรรม Creative SEZ One Day Trip 2025 : สัมผัสสะเดา สร้างสรรค์อนาคต

สงขลา – อำเภอสะเดา จัดกิจกรรม “Creative SEZ One Day Trip 2025 : สัมผัสสะเดา สร้างสรรค์อนาคต

29 สิงหาคม 2568 อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม “Creative SEZ One Day Trip 2025 : สัมผัสสะเดา สร้างสรรค์อนาคต” ต่อยอดการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและมาเลเซียเข้าร่วมกว่า 100 คน สะท้อนบทบาทเมืองหน้าด่านที่เป็นทั้งประตูเศรษฐกิจ การค้า และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

การเดินทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ครั้งนี้เปิดประสบการณ์ผ่าน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่
• พุทธอุทยานเขาเล่ แหล่งศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
• สวนลุงใหญ่ คนวังเปลว แหล่งเรียนรู้เกษตรวิถีใหม่ ท่ามกลางผลไม้ปลอดสาร
• วัดเขารูปช้าง วัดโบราณบนเนินเขา จุดชมวิวเมืองสะเดา

พร้อมกิจกรรม “SEZ Creative Market” ตลาดสร้างสรรค์ที่รวบรวมสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น หัตถกรรม และการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น

นายจงกล ปลอดภัย อดีตผู้ใหญ่บ้านกูบังฆีกา รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เผยความประทับใจว่า สะเดายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม อาหารหลากหลาย เดินทางสะดวก เหมาะสำ หรับทริปสั้น ๆ และตั้งใจจะแนะนำเพื่อน ๆ ให้มาเที่ยว บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งการประกวดภาพถ่ายตามจุดเช็คอิน การรับประทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้ และการเลือกซื้อของฝากพื้นถิ่น ซึ่งช่วยสร้างรายได้และต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่น

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับ “สะเดาเมืองท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ตอบโจทย์แผนพัฒนาจังหวัดสงขลา ที่มุ่งสู่การเป็น “เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์”


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

รองผบ.ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.38 ติดตามการเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยใน จ.น่าน

รองผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 ติดตามการเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน พร้อม จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (War Room) ส่วนแยก อ.เวียงสา

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38/ ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 มอบหมายให้ พันโท นิรุต พรมมินทร์ ผู้บังคับหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 38 รด ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการอำเภอเวียงสา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมดำเนินการแจกจ่ายน้ำดื่มเพื่อบริโภคและยารักษาโรคให้กับประชาชน ช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน บ้านต้นหนุน บ้านดอนแก้ว บรรจุทรายถุงบิ้กแบ็ค เพื่อป้องกันกระแสน้ำไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนบ้านดอนไชย และดำเนินการขนย้ายท่อสูบน้ำพร้อมติดตั้งเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่บ้านดอนแท่น จากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากพายุโซนร้อน “คาจิกิ (KAJIKI)”

ทั้งนี้ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (War Room) ส่วนแยก อ.เวียงสา จะทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนดูแลความปลอดภัยและฟื้นฟูพื้นที่ให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ พันเอก ทศพล ผ่องศรีสุข รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 /รองผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 ร่วมกับ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และหัวหน้าส่วนราชการ ลงพื้นที่ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่และเร่งรัดการฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชน โดยคณะได้ร่วมกันลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมทั้งติดตามการกำจัดเศษสวะที่กีดขวางทางน้ำบริเวณสะพานไหล่น่าน เพื่อป้องกันความเสียหายต่อโครงสร้างสะพาน และช่วยให้น้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างกองทัพ หน่วยงานภาครัฐ และท้องถิ่น ที่พร้อมบูรณาการกำลังในการช่วยเหลือ ฟื้นฟู และบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด


นที มีเดช

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์อุทกภัยจ.สุโขทัย จากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ”

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์สถานการ์อุทกภัยจังหวัดสุโขทัย จากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” มณฑลทหารบกที่ 39 กอ.รมน.จังหวัดสุโขทัย ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภาย ในจังหวัดสุโขทัย ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ พันโท ดุสิต อยู่นิ่ม หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย เข้าสำรวจพื้นที่น้ำเอ่อล้น บริเวณสะพานปากแคว หมู่ที่ 2 ตำบลปากแคว อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เพื่อประเมินสถานการณ์ และประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแก้ไขในบริเวณจุดดังกล่าว ต่อไป

ขณะที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมยุทโธปกรณ์ ออกให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

พร้อมกันนี้ กองพันส่งกำลังและบริการที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมยุทโธปกรณ์ ออกเดินทางถึงที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เพื่อรับมอบภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ด้วย

ด้าน นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มอบหมายให้ นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำยม บริเวณพื้นที่ชุมชนคูหาสุวรรณ อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายพล เชื้อทหาร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย นางพัฒสอน ดอนพิมพา นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ หลังจากน้ำแม่น้ำยมได้ลอดใต้พนังกั้นน้ำที่ชุมชนคูหาสุวรรณ ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย ตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. โดยได้เร่งนำบิ๊กแบ็คกั้นบังคับน้ำให้ไหลลงคลองแม่รำพันเพื่อบรรเทาสถานการณ์ จึงขอแจ้งเตือนประชาชน ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ยกของขึ้นที่สูง รีบเคลื่อนย้ายรถ ดูแลกลุ่มเปราะบางเช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย แจ้งว่า จากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมปริมาณแม่น้ำยมจากจังหวัดแพร่ไหลเข้าพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลา 19.00 น. ระดับน้ำที่ Y33 อำเภอศรีสำโรง ถึงจุดวิกฤตที่ 10.00 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 566.80 ลบ.ม./วินาที และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เวลา 04.00 น. น้ำหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย (Y4) อยู่ที่ 7.56 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 401.50 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้

  1. หมู่ 4, หมู่14 และ หมู่ 24 ตำบลแม่สิน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ และตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย ตลิ่งทรุดใกล้บ้านเรือนประชาชน
  2. จุดเฟื่องฟ้า ชุมชนคูหาสุวรรณ น้ำจากแม่น้ำยมลอดผนังกั้นน้ำที่ (จุดเดิม) วัดระดับน้ำได้ประมาณ 50 เซนติเมตร น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ประมาณ 300 หลังคาเรือน
  3. หมู่ที่ 4 ตำบลปากแคว (หลังวัดปากแคว) (จุดเดิม) น้ำล้นข้ามพนังกั้นน้ำแม่น้ำยม
  4. หมู่ที่ 1 ตำบลยางซ้าย อำเภอเมืองสุโขทัย น้ำไหลซึมผ่านกระสอบทราย
  5. ปิดสะพานพระแม่ย่า ชุมชนพระแม่ย่า อำเภอเมืองสุโขทัย
  6. หมู่ที่ 1 ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก คันคลองยมน่าน (จุดเดิม) ทำให้น้ำไหลเข้าพื้นที่การเกษตรบางส่วน บริเวณพื้นที่ บ้านคลองปู
  7. หมู่ที่ 8 ตำบลคลองมะพลับ อำเภอศรีนคร (จุดเดิม) คลองน้ำไหลเอ่อล้นคันดิน เป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร
  8. หมู่ที่ 5 ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร น้ำเริ่มเซาะคันดิน
  9. หมู่ที่ 6 ตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง (จุดเดิม) น้ำลอดสะพานสิริปัญญารัต
  10. ปิดสะพานบริเวณวัดศรีนิโครธาราม ตำบลคลองตาล อำเภอศรีสำโรง
  11. หมู่ 1 และ 2 ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก น้ำเริ่มล้นคันบึงปักกระทุ่ม

ทั้งนี้ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเข้าพื้นที่ดูแลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยเข้าเผชิญเหตุพร้อมให้ความช่วยเหลือตามแผนที่เตรียมการไว้

และจากสถานการณ์น้ำในจังหวัดสุโขทัย ที่ระดับน้ำในแม่น้ำยมมีระดับเพิ่มสูงขึ้นมีความ เร็วและแรงทำให้เมื่อเช้านี้เวลาประมาณ 04:00 น ทาง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัยจังหวัดสุโขทัย ได้มีประกาศแจ้งเตือน ไปยังประชาชนที่อยู่ในบริเวณ เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยแจ้งว่าได้ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมพบว่าน้ำจากแม่น้ำยมได้ลอดใต้ผนังกั้นน้ำที่ชุมชนคูหาสุวรรณตำบลธานีอำเภอเมืองจังหวัดสุโขทัย ทำให้ น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชน บริเวณ ชุมชนคูหาสุวรรณ อยู่ในขณะนี้

ขณะที่ นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย นางพัฒสอน ดอนพิมพา นายกเทศบาลมืองสุโขทัยธานี ได้ลงพื้นที่อำนวยการให้การช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบภัยและหาแนวทางแก้ไขและป้องกั้นอยูในขณะนี้

สืบเนื่องจากบริเวณพนังกั้นน้ำใกล้ร้านอาหารเฟื่อฟ้า จุดนี้เมื่อช่วงปลายเดือน กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เป็นจุดที่น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วม โดยถูกน้ำในแม่น้ำยมกัดเซาะใต้พนังกั้นน้ำจนเป็นโพรงกว้างทำให้พนังกั้นน้ำบริเวณนี้แอ่นเอียงเป็นระยะทางกว่า 5 เมตร และได้มีการเข้าไปซ่อมแซมโดยใช้บิ๊กแบคกว่า 100 ลูก นำไปเรียงกั้นไว้ แต่เนื่องจากว่า โพรงอาจจะขยายเป็นมุมกว้างขึ้นและกระแสน้ำไหลแรงจึงทำให้น้ำจากแม่น้ำยม ได้ไหลรอดใต้โพรงบริเวณนี้อีกครั้ง จึงทำให้ น้ำจากแม่น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วมในบริเวณชุมชน คูหาสุวรรณ อยู่ในขณะนี้


“มทบ.37” เคาะประตู สู่ความห่วงใย เตือนภัยพายุ คาจิกิ และโรคไข้เลือดออก

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จัดกิจกรรม “เคาะประตู สู่ความห่วงใย เตือนภัยพายุ “คาจิกิ” และโรคไข้เลือดออก” ด้วยการเข้าพบปะประชาชน ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน สถานีพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง พร้อมกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าพบปะประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับประชาชน บ้านแม่เงิน หมู่ 6, บ้านไร่ หมู่ 7, และ บ้านธารทอง หมู่ 11 ซึ่งเป็นประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับประชาชน เนื่องจากห้วงนี้มีพายุ “คาจิกิ” เข้าในพื้นที่ ประเทศ ไทยทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ และเกิดพายุลมแรงทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง มีน้ำท่วมขัง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนของประชาชน ซึ่งอาจจะทำให้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

จึงได้แจ้งเตือนอันตรายให้กับประชาชนได้ทราบ รวมทั้งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกไข้หวัด เนื่องจากห้วงนี้มีฝนตกในพื้นที่ ทำให้มีน้ำท่วมขังเป็นบ่อเกิดของลูกน้ำยุงลาย อีกทั้งในพื้นที่มีการเกิดไข้เลือด จึงมีความห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชน จึงได้ให้แนะนำและวิธีการกำจัดลูกน้ำยุงลายเช่น ปิดปากภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิดด้วยฝา ตาข่าย หรือผ้า เพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ ไม่ว่าจะเป็นโอ่งหรือถังสำหรับเก็บน้ำกินน้ำใช้ และภาชนะอื่น ๆหากเป็นภาชนะเก็บน้ำที่จำเป็นต้องเปิดโล่ง เช่น แจกันดอกไม้ น้ำในเล้าไก่ กระถางพลูด่าง ไม่สามารถปิดให้มิดชิดได้ แนะนำให้เปลี่ยนน้ำในภาชนะทุกๆ 7 วันแทนกำจัดเศษวัสดุที่มีโอกาสเป็นแหล่งเก็บน้ำในบริเวณบ้านออกให้หมด ทั้งยางรถยนต์เก่า ขวด กระป๋อง เป็นต้น ทั้งนี้ได้มอบทรายโปรเบทไว้เพื่อใส่ป้องกันลูกน้ำยุงลายด้วย ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

คืบหน้า บ้านผาบ่อง เส้นทาง 108 เมือง-ขุนยวม เคลียร์พื้นที่ให้รถยนต์ผ่านได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถผ่านไปถึง อ.ขุนยวมได้ เนื่องจากคอสะพานบ้านห้วยโป่งขาด

คืบหน้า บ้านผาบ่อง เส้นทาง 108 เมือง-ขุนยวม เคลียร์พื้นที่ให้รถยนต์ผ่านได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถผ่านไปถึง อ.ขุนยวมได้ เนื่องจากคอสะพานบ้านห้วยโป่งขาด


กรณีพายุคาจิกิ จังหวัดแม่ฮ่องสอนฝนตกหนักตลอดทั้งวันตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าไหลทะลักน้ำต้นไม้ขนาดใหญ่เศษต้นไม้กิ่งไม้ซัดถล่มบ้านผาบ่องใต้ ได้รับความเสียหายหนักหลายหลังคาเรือน ถนน 108 ถูกต้นไม้เศษหินดินทรายปิดทับ คอสะพานขาด ไม่สามารถใช้เส้นทางจากเมืองแม่ฮ่องสอน ไปยัง อ.ขุนยวม ได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังทหาร ตชด ภูธร อส. ปภ.แขวงทางหลวง อบจ.และหน่วยกู้ภัย เข้าเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดถนนอย่างเร่วงด่วน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 เวลา 07.30 น. นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เส้นทางหลัก สาย 108 ระหว่าง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ไป ยัง อ.ขุนยวม หลังจากหลายหน่วยงานระดมกำลังใช้ทั้งกำลังพล เครื่องมือหนักเข้าเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดเส้นทางตตั้งแต่เมื่อวานนี้ ขณะนี้สามารถเปิดเส้นทางได้แล้ว การใช้เส้นทางดังกล่าวต้องใช้ความระมัดระวังเนื่องจาก 2 ข้างทางยังมีเศษต้นไม้ขนาดใหญ่เล็กเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านไปยัง อ.ขุนยวมได้ เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ ฮ่องสอน นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากเหตุอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก เส้นทางหมายเลข 108 พบว่าบริเวณสะพานห้วยโป่ง ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ข้ามลำน้ำแม่จ๋า คอสะพานขาดทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ หากประชาชน นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่จะเดินทางจาก อ.เมือง ไปยัง อ.ขุนยวม อ.แม่สะเรียง เข้า อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เปลี่ยนไปใช้เส้นทางสาย 1095 อ.เมือง อ.ปาย แม่มาลัย เชียงใหม่ แทน

ขณะนี้ทุกภาคส่วนกำลังได้ช่วยกันดำเนินการ โดยทางแขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน รวมถึงทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการประสานเพื่อที่จะสร้างสะพานเบลีย์ชั่วคราว ให้พี่น้องได้เดินทางสัญจรได้ ซึ่งจะสามารถดำเนินการให้พี่น้องข้ามไปยังฝั่งอำเภอขุนยวมได้ในช่วงของวันจันทร์ที่ 1 กันยายน 2568 สำหรับอีกส่วนที่ได้รับความเสียหายก็คือบริเวณบ้านผาบ่อง ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แต่ว่าได้มีการเคลียร์เปิดเส้นทางให้สามารถสัญจรผ่านได้แล้ว แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อว่า สำหรับอุทกภัยในครั้งนี้ จากการประเมินของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เกิดจากการที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีฝนตกอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้พื้นดินชุ่มน้ำมาก ประกอบกับสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันทำให้เกิดน้ำป่าจำนวนมาก ไหลหลากลงมาผ่านทางห้วยลำน้ำแม่จ๋า กับลำน้ำแม่สะมาด เกิดความเสียหายกับทางเส้นทาง 108 ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรื่องของการสำรวจความเสียหายและการช่วยเหลือหลังจากนี้ ตอนนี้เรื่องสำคัญเร่งด่วนคือเรื่องของเส้นทางสัญจรที่จะต้องแก้ไขอย่างรวดเร็วให้พี่น้องสามารถเดินทางสัญจรได้ กับประเด็นหนึ่งตอนนี้ได้รับรายงานว่ายังมีผู้สูญหายอยู่นะครับจำนวน 2 คน ได้มีการตั้งชุดในการค้นหา หวังว่าจะได้รับข่าวดี อันนี้ก็คือเป็นสิ่งหนึ่งที่ยังต้องมีการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ฝากพี่น้องประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนขอให้ความมั่นใจในการทำงานของทุกหน่วยงานในจังหวัด มีการร่วมกันทำงานได้มีการพูดคุยกันโดยตลอด และผมจะได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้า เรื่องของข้อมูลการช่วยเหลือให้กับทางพี่น้องประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วมากที่สุด


ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

นร.นายร้อย ชั้นปีที่ 5 พร้อมคณะอาจารย์ส่วนวิชาทหาร ศึกษาดูงานกองกำลังนเรศวร

นักเรียนนายร้อย ชั้นปีที่ 5 พร้อม คณะอาจารย์ส่วนวิชาทหารโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ศึกษาดูงานกองกำลังนเรศวร

นักเรียนนายร้อย เรียนรู้สถานการณ์ เท่าทันภัยคุกคาม และภารกิจป้องกันชายแดน และชมการสาธิตการปฏิบัติทางยุทธวิธี จาก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 อีกทั้งตรวจภูมิประเทศพื้นที่ชายแดน ไทย – เมียนมา ณ ฐานปฎิบัติการเสกสรรค์ อ.แม่สอด เพื่อติดตามสถานการณ์และภัยคุกคามในพื้นที่ ทั้งภัยคุกคามรูปแบบเดิมและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่อยู่ในพื้นที่แนวชายแดน

ทั้งนี้ คณะอาจารย์โรงเรียนนายร้อย และ นักเรียนนายร้อย ชั้นปีที่ 5 ได้รับฟังแนวความคิดในการพัฒนาขีดความสามารถกำลังพลของหน่วยเพื่อตอบสนองต่อภัยคุมคามในการฝึกอบรมหลักสูตร ผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับโจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี (Unmanned Aerial System – UAS Combat Drone Operator) รุ่นที่ 6 และการพัฒนาโดรนโจมตีแบบต่างๆของหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับคณะอาจารย์ และเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับราชการของนักเรียนนายร้อย ต่อไป

#โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า #กองกำลังนเรศวร #พิทักษ์ชายแดน


นที มีเดช รายงาน

สู่เส้นทางรับใช้ชาติที่เลือกเอง กองทัพบก เปิดรับสมัครพลทหารออนไลน์ ประจำปี 2569 ตั้งแต่ 1 ก.ย.68 – 25 ม.ค.69

สู่เส้นทางรับใช้ชาติที่เลือกเอง กองทัพบกเปิดรับสมัครพลทหารออนไลน์ ประจำปี 2569 ตั้งแต่ 1 ก.ย.68 – 25 ม.ค.69

กองทัพบกเปิดรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 โดยเปิดโอกาสให้ชายไทยที่สนใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (อายุ 18 – 20 ปีบริบูรณ์ และอายุ 22 – 29 ปีบริบูรณ์ที่ผ่านการตรวจเลือกฯ แล้วแต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ)

สมัครด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ถึง 25 มกราคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เว็บไซต์ https://rcm.rta.mi.th หรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน หรือหน่วยทหารสังกัดกองทัพบก จำนวน 594 หน่วยทั่วประเทศ

สิทธิพิเศษสำหรับผู้สมัครผ่านระบบออนไลน์ นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ของทหารกองประจำการที่จะได้รับอย่างครบถ้วนตามปกติแล้ว ยังสามารถเลือกหน่วยที่จะเข้ารับราชการได้ตามความสมัครใจ จำนวน 594 หน่วยทั่วประเทศ รวมทั้ง ได้รับโควตาการสอบเข้าเป็นนัก เรียนนายสิบทหารบกที่สอบแข่งขันกันเฉพาะกลุ่มที่มาจากพลทหารออนไลน์ และสิทธิคะแนนเพิ่มการสอบภาควิชาการสำหรับการสอบคัดเลือกเข้าเป็นข้าราชการทหาร นอกจากนี้ เมื่อเข้ามารับราชการทหารกองประจำการจะได้รับสิทธิและสวัสดิการมากมาย อาทิ เงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพ เบี้ยเลี้ยงประจำ, สิทธิรักษาพยาบาล, สวัสดิการทั่วไป, การส่งเสริมทางการศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ

สำหรับการคัดเลือกฯ จะดำเนินการคัดเลือกฯ ให้แล้วเสร็จในหนึ่งวัน ซึ่งผู้สมัครสามารถเลือกวันและสถานที่ที่จะเข้ารับการคัดเลือกฯ ได้ตามความประสงค์ ตามที่ได้กำหนดไว้ 4 ครั้ง ได้แก่

  • ครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568
  • ครั้งที่ 2 วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568
  • ครั้งที่ 3 วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569
  • ครั้งที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569

ในส่วนของสถานที่คัดเลือกฯ มีทั้งหมด 78 แห่งทั่วประเทศ (77 จังหวัด จังหวัดละ 1 แห่ง ยกเว้น จังหวัดนครศรีธรรมราช มี 2 แห่ง ได้แก่ อำเภอทุ่งสง และอำเภอเมืองนครศรี ธรรมราช) โดยผู้สมัครสามารถเข้ารับการคัดเลือกฯ ในจังหวัดใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นจังหวัดเดียวกับที่สมัคร

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หน่วยทหารหรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน หรือ กองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร. 0 2223 3259 ร่วมสมัครใจรับใช้ชาติ เริ่มต้นชีวิตราชการทหาร เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเดียวกันกับกองทัพบก



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

กรมการขนส่งทางบก–สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ลงนาม MOU ยกระดับความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ

กรมการขนส่งทางบก–สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ลงนาม MOU ยกระดับความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ พร้อมจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2/2568 และเลือกตั้งนายกสมาคมฯ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) ได้ร่วมกันจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านความปลอดภัยของรถยนต์โดยสารสาธารณะ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขตบางเขน กรุงเทพมหา นคร

พิธีลงนามครั้งนี้ มีนายจิรุตม์ วิศาลวิจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นผู้แทนฝ่ายราชการ และ ดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย เป็นผู้แทนภาคเอกชน โดยมีคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง สาระสำคัญของบันทึกข้อตกลง มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะในทุกมิติ อาทิ การตรวจสอบและบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน การอบรมและพัฒนาทักษะพนักงานขับรถให้มีความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัย รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยกำกับติดตามการเดินรถ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ

นายจิรุตม์ วิศาลวิจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า “กรมการขนส่งทางบกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการมาโดยตลอด ความร่วมมือกับสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทยในครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้มาตรการด้านความปลอดภัยถูกนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ”

ด้าน ดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย กล่าวว่า “สมาคมฯ พร้อมสนับสนุนนโยบายของภาครัฐและจะร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบกอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับคุณภาพบริการของรถโดยสารสาธารณะ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้ใช้บริการทั่วประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงนามในเอกสาร แต่คือการเริ่มต้นพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะไทยอย่างยั่งยืน”

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีลงนาม สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทยยังได้จัด การประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 2/2568 เพื่อทบทวนแนวทางการดำเนินงานของสมาคมฯ ในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งการพิจารณานโยบายสำคัญสำหรับปีต่อไป และที่สำคัญคือการเลือกตั้งนายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทยคนใหม่ โดยมีสมาชิกผู้ประกอบการจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมอย่างคึกคัก

การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการขนส่ง ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านคมนาคมสาธารณะ และเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารทั่วประเทศ


นที มีเดช รายงาน

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.เชียงราย และ ศปอส.ภ.5 ร่วมกับ บก.สส.ภ.5

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.เชียงราย และ ศปอส.ภ.5 ร่วมกับ บก.สส.ภ.5

วันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประ ธานการแถลงผลการปฏิบัติคดีรายสำคัญ และจับกุมบัญชีม้าคนจีนร่วมกับคนไทยเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในพื้นที่ ภ.5 ดังนี้

  1. สภ.แม่เจดีย์ จว.เชียงราย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางรถยนต์บรรทุก 1 คัน และ ยาบ้า จำนวน 6,000,000 เม็ด
  2. ศปอส.ภ.5 ร่วมกับ บก.สส.ภ.5 จับกุม 2 คนจีน ร่วมบัญชีม้าคนไทย ขบวนการถอนเงินเชื่อมโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตรวจยึดเงินสด 1,539,000 บาท ถอนทันทีหลังผู้เสียหายโอนไปเพียง 25 นาที

โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว. เชียงใหม่, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว. เชียงราย, นายพงศ์ศักดิ์ เพชรคงแก้ว นายอำเภอเวียงป่าเป้า, นายดนุชา ไชยวงศ์ ผู้แทน ปปส.ภาค 5, พ.อ.อดุลย์ ลอยฟ้า รอง ผบ.นบ.ยส.35, พ.อ.ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการ กกล. ผาเมือง และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมประชุมและร่วมแถลงผลการจับกุม ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 26 ส.ค.68

  • จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 23,569 คดี, คดียาเสพติดรายสำคัญ 236 คดี
  • ตรวจยึดของกลางยาเสพติด ยาบ้า 246 ล้านเม็ดเศษ, ไอซ์ 11,400 กิโลกรัมเศษ, เฮโรอีน 197 กิโลกรัมเศษ, เคตามีน 1,840 กิโลกรัมเศษ, ฝิ่น 155 กิโลกรัมเศษ
  • ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1,130 ล้านบาทเศษ

นที มีเดช รายงาน

สภ.ห้วยยาง ได้รับการตรวจประเมิน ได้ลำดับที่ 1 จาก ภ.จว. ประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2568

ประจวบคีรีขันธ์ – สภ.ห้วยยาง ได้รับการตรวจประเมิน ได้ลำดับที่ 1จาก ภ.จว. ประ จวบคีรีขันธ์ ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2568

วันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ศาลาประชาคมบ้านไร่ใน ม.1 ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ (สส./ปส.) มอบหมายสั่งการให้ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง ว่าที่ พ.ต.ท. กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายและผู้นำชุมชน ประกอบด้วย นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก, นายภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณ, นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายก อบต.แสงอรุณ, นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง, น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก, น.ส.วิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะแก (กศน.), นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก, ผญ.บ้านไร่ใน ม.1 และ ผญ.บ้านแสงทอง ม.2 ต.แสงอรุณ, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, อสม., ชรบ., อส. และคณะกรรมการหมู่บ้าน

ร่วมรับการตรวจประเมินผลการปฎิบัติงาน โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี พ.ศ.2568 ของ ตำรวจภูธรภาค 7 โดยมี พ.ต.อ. สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์ รอง ผบก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.จรรยวรรธน์ วิเศษชูชาติกุล รอง ผบก. สส.ภ.7, พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.(สอบสวน)ฯ บก.สส.ภ.7 พร้อมคณะตรวจประเมิน ภ.7

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภ.ห้วยยาง ได้ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2568 มาอย่างต่อเนื่อง ที่บ้านไร่ใน ม.1 และ บ้านแสงทอง ม.2 ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแกโดยได้รับการตรวจประเมิน จาก ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นลำดับที่ 1 และเข้ารับการตรวจประเมินจากคณะตรวจประเมินของตำรวจภูธรภาค 7 ในวันนี้ผลการดำเนินการ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างความรัก ความอบอุ่นให้กับชุมชนของตนเอง ส่งเสริมการศึกษาให้ผู้บำบัดได้เรียนต่อ ส่งเสริมอาชีพให้มีรายได้และมีเงินเหลือใช้เพิ่มมากขึ้น



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443