
ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์สถานการ์อุทกภัยจังหวัดสุโขทัย จากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” มณฑลทหารบกที่ 39 กอ.รมน.จังหวัดสุโขทัย ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภาย ในจังหวัดสุโขทัย ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ พันโท ดุสิต อยู่นิ่ม หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย เข้าสำรวจพื้นที่น้ำเอ่อล้น บริเวณสะพานปากแคว หมู่ที่ 2 ตำบลปากแคว อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เพื่อประเมินสถานการณ์ และประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแก้ไขในบริเวณจุดดังกล่าว ต่อไป
ขณะที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมยุทโธปกรณ์ ออกให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย
พร้อมกันนี้ กองพันส่งกำลังและบริการที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมยุทโธปกรณ์ ออกเดินทางถึงที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เพื่อรับมอบภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ด้วย
ด้าน นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มอบหมายให้ นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำยม บริเวณพื้นที่ชุมชนคูหาสุวรรณ อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายพล เชื้อทหาร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย นางพัฒสอน ดอนพิมพา นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ หลังจากน้ำแม่น้ำยมได้ลอดใต้พนังกั้นน้ำที่ชุมชนคูหาสุวรรณ ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย ตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. โดยได้เร่งนำบิ๊กแบ็คกั้นบังคับน้ำให้ไหลลงคลองแม่รำพันเพื่อบรรเทาสถานการณ์ จึงขอแจ้งเตือนประชาชน ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ยกของขึ้นที่สูง รีบเคลื่อนย้ายรถ ดูแลกลุ่มเปราะบางเช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย แจ้งว่า จากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมปริมาณแม่น้ำยมจากจังหวัดแพร่ไหลเข้าพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลา 19.00 น. ระดับน้ำที่ Y33 อำเภอศรีสำโรง ถึงจุดวิกฤตที่ 10.00 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 566.80 ลบ.ม./วินาที และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เวลา 04.00 น. น้ำหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย (Y4) อยู่ที่ 7.56 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 401.50 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้
- หมู่ 4, หมู่14 และ หมู่ 24 ตำบลแม่สิน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ และตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย ตลิ่งทรุดใกล้บ้านเรือนประชาชน
- จุดเฟื่องฟ้า ชุมชนคูหาสุวรรณ น้ำจากแม่น้ำยมลอดผนังกั้นน้ำที่ (จุดเดิม) วัดระดับน้ำได้ประมาณ 50 เซนติเมตร น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ประมาณ 300 หลังคาเรือน
- หมู่ที่ 4 ตำบลปากแคว (หลังวัดปากแคว) (จุดเดิม) น้ำล้นข้ามพนังกั้นน้ำแม่น้ำยม
- หมู่ที่ 1 ตำบลยางซ้าย อำเภอเมืองสุโขทัย น้ำไหลซึมผ่านกระสอบทราย
- ปิดสะพานพระแม่ย่า ชุมชนพระแม่ย่า อำเภอเมืองสุโขทัย
- หมู่ที่ 1 ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก คันคลองยมน่าน (จุดเดิม) ทำให้น้ำไหลเข้าพื้นที่การเกษตรบางส่วน บริเวณพื้นที่ บ้านคลองปู
- หมู่ที่ 8 ตำบลคลองมะพลับ อำเภอศรีนคร (จุดเดิม) คลองน้ำไหลเอ่อล้นคันดิน เป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร
- หมู่ที่ 5 ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร น้ำเริ่มเซาะคันดิน
- หมู่ที่ 6 ตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง (จุดเดิม) น้ำลอดสะพานสิริปัญญารัต
- ปิดสะพานบริเวณวัดศรีนิโครธาราม ตำบลคลองตาล อำเภอศรีสำโรง
- หมู่ 1 และ 2 ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก น้ำเริ่มล้นคันบึงปักกระทุ่ม
ทั้งนี้ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเข้าพื้นที่ดูแลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยเข้าเผชิญเหตุพร้อมให้ความช่วยเหลือตามแผนที่เตรียมการไว้
และจากสถานการณ์น้ำในจังหวัดสุโขทัย ที่ระดับน้ำในแม่น้ำยมมีระดับเพิ่มสูงขึ้นมีความ เร็วและแรงทำให้เมื่อเช้านี้เวลาประมาณ 04:00 น ทาง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัยจังหวัดสุโขทัย ได้มีประกาศแจ้งเตือน ไปยังประชาชนที่อยู่ในบริเวณ เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยแจ้งว่าได้ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมพบว่าน้ำจากแม่น้ำยมได้ลอดใต้ผนังกั้นน้ำที่ชุมชนคูหาสุวรรณตำบลธานีอำเภอเมืองจังหวัดสุโขทัย ทำให้ น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชน บริเวณ ชุมชนคูหาสุวรรณ อยู่ในขณะนี้
ขณะที่ นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย นางพัฒสอน ดอนพิมพา นายกเทศบาลมืองสุโขทัยธานี ได้ลงพื้นที่อำนวยการให้การช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบภัยและหาแนวทางแก้ไขและป้องกั้นอยูในขณะนี้
สืบเนื่องจากบริเวณพนังกั้นน้ำใกล้ร้านอาหารเฟื่อฟ้า จุดนี้เมื่อช่วงปลายเดือน กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เป็นจุดที่น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วม โดยถูกน้ำในแม่น้ำยมกัดเซาะใต้พนังกั้นน้ำจนเป็นโพรงกว้างทำให้พนังกั้นน้ำบริเวณนี้แอ่นเอียงเป็นระยะทางกว่า 5 เมตร และได้มีการเข้าไปซ่อมแซมโดยใช้บิ๊กแบคกว่า 100 ลูก นำไปเรียงกั้นไว้ แต่เนื่องจากว่า โพรงอาจจะขยายเป็นมุมกว้างขึ้นและกระแสน้ำไหลแรงจึงทำให้น้ำจากแม่น้ำยม ได้ไหลรอดใต้โพรงบริเวณนี้อีกครั้ง จึงทำให้ น้ำจากแม่น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วมในบริเวณชุมชน คูหาสุวรรณ อยู่ในขณะนี้

