ที่ปรึกษา ศอ.จอส.ภาค 3ประสานหารือศอ.จอส.พระราชทานจ.เชียงใหม่ ขับเคลื่อน บูรณาการสร้างเครือข่ายประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

ที่ปรึกษา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 พร้อม เลขานุการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) ประสานหารือกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ ขับเคลื่อน บูรณาการสร้างเครือข่ายประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พลเอก วิทยา แก้วพรม ที่ปรึกษา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทาน ภาค 3/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) และ พลตรี ณรงคฤทธิ์ สนองคุณ เลขานุการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) ร่วมประชุม หารือ ประสานงานร่วมกับศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อน บูรณาการสร้างเครือข่ายประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ จังหวัดเชียงใหม่ (POC) ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

“มทบ.39” จับมือ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 ปันน้ำใจไทย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

“มณฑลทหารบกที่ 39 จับมือ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4” ปันน้ำใจไทย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 เดินทางไปที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 กรมประชาสัมพันธ์ ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน เพื่อบริจาคสิ่งของให้กับ “ศูนย์ประชาสัมพันธ์และรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 กรมประชาสัมพันธ์” โดยมี นาย เกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในการส่งมอบความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สำหรับใช้บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้

โดย นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนางพรศรี ตรงศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก นำหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายในจังหวัดร่วมกิจกรรม “รวมน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วม ส่งต่อความช่วยเหลือสู่พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้” มอบเครื่องอุป โภค-บริโภค และสิ่งของจำเป็นให้กับสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 เพื่อรวบรวมและจัดส่งต่อไปยังพื้นที่ประสบภัย

การบริจาคครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพิษณุโลก หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชมรมคลัสเตอร์ผลไม้แห่งขุนเขา หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน สำนักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานวัฒนธรรม สำนักงานอุตสาหกรรม สำนักงานสรรพากรพื้นที่พิษณุโลก มณฑลทหารบกที่ 39 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานพระพุทธศาสนา สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพิษณุโลก และนิคมสหกรณ์บางระกำ ซึ่งร่วมกันนำข้าวสาร เครื่องดื่ม ชุดทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์กล้วยตาก สินค้าเกษตรและของใช้จำเป็นต่าง ๆ มาส่งมอบ โดยมีนางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์รับบริจาค สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

สำหรับศูนย์ประชาสัมพันธ์และรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 กรมประชาสัมพันธ์ เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ – เอกชน และพี่น้องประชาชนร่วมแบ่งปันน้ำใจบริจาคสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพ อาทิ อาหารแห้ง, ยารักษาโรค และของใช้ที่จำเป็นต่างๆ สามารถร่วมบริจาคได้ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 กรมประชาสัมพันธ์ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สามารถนำส่งได้ที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 เลขที่ 119 หมู่ 4 ถนนเอกาทศรถ ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.จ.สุโขทัย จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเผาในที่โล่ง ในพื้นที่อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย

กอ.รมน.จังหวัดสุโขทัย จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเผาในที่โล่ง ในพื้นที่อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พันเอก พงศธร นิพภยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับ กองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ลงพื้นที่ประชา สัมพันธ์รณรงค์ แบบเคาะประตูบ้าน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ให้ประชาชนทราบถึงภัยอัน ตรายจากการเผาในที่โล่ง และภัยอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm2.5) ให้กับประชา ชนในพื้นที่ ต.วังลึก, ต.ตลิ่งชัน, ต.วังน้ำขาว และต.วังตะคร้อ อ.บ้านด่านลานหอย จว.สุโขทัย เพื่อให้ข้อมูลโดยตรงแก่ประชาชนถึงอันตรายของการเผาเศษวัสดุต่างๆ ในที่โล่ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ

พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางลดมลพิษทางอากาศ เช่น การใช้วิธีไถกลบแทนการเผา การทำปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุ และวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน


เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ตรวจความพร้อมการจัดสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69

เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ตรวจเตรียมความพร้อมการจัดสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 09:30 น. พลตรี เสมอแจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมการเตรียมการจัดสถานที่สำหรับผู้เข้ารับการสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย การฝึก หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69 ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ตามที่ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้ประกาศรายชื่อผู้เข้ารับการคัดเลือก หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69 จึงได้กำหนดการคัดเลือกผู้สมัครประสงค์เข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี, จังหวัดนครสวรรค์, จังหวัดพิจิตร, จังหวัดเพชรบูรณ์, จังหวัดกำแพงเพชร, จังหวัดสุโขทัย, จังหวัดตาก, จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

ที่ปรึกษา ศอ.จอส.ภาค 3 ร่วมประชุมหารือขับเคลื่อนและการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดลำปาง

ที่ปรึกษา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 และ เลขานุการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) ร่วมประชุมหารือประสานการปฏิบัติกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดลำปาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ขับเคลื่อนและการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดลำปาง

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 น. พลเอก วิทยา แก้วพรม ที่ปรึกษา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) และ พลตรี ณรงคฤทธิ์ สนองคุณ เลขานุการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) ร่วมประชุม หารือ ประสานงาน ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดลำปาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนและการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อบูรณาการสร้างเครือข่ายประสานความร่วมมือและให้การปฏิบัติงานในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพ

โดยมี นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง และ พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ฝ่ายทหาร หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ฯ ณ ห้องประชุมห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง


นที มีเดช รายงาน

ดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบก เสริมความพร้อม เพื่อดูแลน้องทหารใหม่ อย่างใกล้ชิด และปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบก – เสริมความพร้อม เพื่อดูแลน้องทหารใหม่ อย่างใกล้ชิด และปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบหมายให้ แผนกส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ ร่วมกับ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 4 ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัว ใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉินในการดูแลทหารใหม่ได้อย่างทันท่วงที ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 4

การฝึกครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยฝึกมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องในการช่วยชีวิตในสถานการณ์วิกฤต เช่น ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน การหมดสติ หรืออุบัติเหตุระหว่างการฝึก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยกองทัพบกให้ความสำคัญกับการดูแลช่วยชีวิตอย่างทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง ตามมาตรการกองทัพบก เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของทหารใหม่ในทุกสภาวะ

หลังการฝึก เจ้าหน้าที่หน่วยฝึกและทหารใหม่มีความมั่นใจมากขึ้นในการดำเนินขั้นตอนช่วยชีวิต สามารถประยุกต์ใช้ทักษะ CPR และ AED ในสถานการณ์จริงได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เป็นการยกระดับมาตรการดูแลทหารใหม่ให้รัดกุมยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการดูแล “น้องคนเล็กของกองทัพบก” ให้มีความปลอดภัยสูงสุดในทุกขั้นตอนของการฝึก

ด้วยความมุ่งมั่นตามนโยบายของกองทัพบก กรมแพทย์ทหารบก และมณฑลทหารบกที่ 31 โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติยังคงยึดมั่นในการดูแลทหารใหม่ในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ เพื่อให้มีความพร้อม มีความสุข และปลอดภัย อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนากำลังพลคุณภาพของกองทัพบกอย่างยั่งยืน และพร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างเต็มภาคภูมิ


นที มีเดช รายงาน

ยกระดับทักษะกู้ชีพสู่มาตรฐานกองทัพ “รพ.ค่ายกาวิละ” เดินหน้าจัดอบรมปฐมพยาบาลและ CPR แก่ทหารใหม่อย่างต่อเนื่อง

ยกระดับทักษะกู้ชีพสู่มาตรฐานกองทัพ รพ.ค่ายกาวิละ เดินหน้าจัดอบรมปฐม พยา บาลและ CPR แก่ทหารใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจในการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 โดยทีมส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน ได้จัดการอบรมให้ความรู้ด้าน “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR)” แก่ทหารใหม่ผลัดที่ 2/68 ณ ค่ายโสณบัณฑิตย์ กองพันทหารราบที่ 5 กรมทหารราบที่ 7 อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความพร้อมของน้องทหารใหม่ ให้สามารถรับมือเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ทีมวิทยากรได้บรรยายและสาธิตเนื้อหาครบถ้วน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น การประเมินอาการของผู้บาดเจ็บอย่างเป็นระบบ, การปฐมพยาบาลในสถานการณ์ที่พบบ่อย, วิธีเคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุให้ปลอดภัย, การฝึกทำ CPR ที่ถูกต้องตามมาตรฐานปัจจุบัน และการใช้งานเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED)

ทหารใหม่ทุกนายได้ลงมือปฏิบัติจริงภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความมั่นใจในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมหน่วยหรือประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกองทัพบกที่มุ่งพัฒนากำลังพลให้เป็น “ที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส”

การให้ความช่วยเหลือที่ถูกต้องตั้งแต่นาทีแรกของเหตุฉุกเฉิน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ ลดอัตราการเสียชีวิต และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ โรงพยาบาลค่ายกาวิละจึงยังคงเดินหน้าเสริมสร้างศักยภาพกำลังพลให้มีทั้งทักษะ ความรู้ และจิตอาสา ตามพันธกิจของเหล่าทหารแพทย์ในการ “อนุรักษ์กำลังรบ และดูแลประชาชน” อย่างเต็มกำลังความสามารถ


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 จัดกิจกรรม “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกิจกรรม “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 น. พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานนำกำลังพลจิตอาสาพระราชทานจาก มทบ.37 โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช, หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มทบ.37, สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตเชียงราย ตลอดจนคณะครูและนักเรียนโรงเรียนอนุบาลกองทัพบกอุปถัมภ์บริบูรณ์ธนวัฒน์ เข้าร่วมดำเนินกิจกรรมดังกล่าว ณ แปลงนาสาธิต โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

กิจกรรม “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” จัดขึ้นภายใต้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัด การพื้นที่การเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ ตามศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายในงานมีกิจกรรมปลูกข้าวในโครงการทหารพันธุ์ดี เพื่อรอการเก็บเกี่ยวในภายหลัง เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและการสืบสานวิถีเกษตรกรรมไทย ร่วมกันดำเนินกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยใช้พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้โครงการทหารพันธุ์ดีเป็นแหล่งสาธิตและเผยแพร่ความรู้ด้านเกษตรกรรมให้แก่กำลังพล ส่วนราชการ นักเรียน และประชาชนทั่วไป เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านการพึ่งพาตนเอง และสืบสานแนวทางตามพระราชปณิธานอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ปลูกวันแม่เกี่ยววันพ่อ #ศอจอสพระราชทาน #มทบ37 #ทหารพันธุ์ดี #ศาสตร์พระราชา #เศรษฐกิจพอเพียง #วันพ่อแห่งชาติ #วันชาติไทย #ร9 #เชียงราย #จิตอาสาพระราชทาน #ค่ายเม็งรายมหาราช


นที มีเดช รายงาน

พบแล้ว ผู้สูญหายบนเขาหัวหมาก หลังระดมกำลังค้นหาข้ามคืน ก่อนช่วยได้อย่างปลอดภัย

นครนายก – พบแล้ว ผู้สูญหายบนเขาหัวหมาก หลังระดมกำลังค้นหาข้ามคืน ก่อนช่วยได้อย่างปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีบุคคลสูญหายบนเขาหัวหมาก ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก ซึ่งต่อมาทราบชื่อคือนายสันติ แซ่โคว้ อยู่บ้านเลขที่ 201/12 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรี อยุธยา นายสันติฯ ได้มาแข่งขันวิ่งเทล บริเวณน้ำตกกระอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 68 ซึ่งจุดสุดท้ายที่มีคนพบเห็นคือบริเวณเส้นทาง เขาหัวหมาก มุ่งหน้าขึ้นเนินเขาพาโน ซึ่งได้มีนักกีฬาท่านอื่นๆได้ถ่ายคลิปเอาไว้ได้ ก่อนจะไม่พบเห็นตัวอีก ซึ่งเจ้าหน้า ที่ตำรวจ สภ.บ้านนา ได้รับแจ้งคนหาย ในวันที่ 1 ธ.ค.68 ต่อมาชุดสืบสวน สภ.บ้านนา ได้ร่วมกับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครนายก ได้ลงพื้นที่วางแผนการค้นหาในทันที

ล่าสุดทีมค้นหานำโดย พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ ผกก.สส.ภ.จว.นครนายก (ผู้กำกับโต) ได้ระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่องตลอดคืนทั้งคืนและในช่วงเช้าของวันนี้ (วันที่ 2 ธ.ค. 68) จนสามารถพบตัวผู้สูญหาย ในสภาพอิดโรยได้อย่างปลอดภัย

ปฏิบัติการค้นหาแบบปูพรมได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยมีการประชุมวางแผนสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีกำลังจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมปฏิบัติการ ประกอบด้วย ทหารจาก พัน. ร.จปร. ทหารจากโคราช พร้อมสุนัข K-9, เจ้าหน้าที่ป่าไม้พร้อมโดรนจับความร้อน, พรานป่า อาสากู้ภัย และชาวบ้านในพื้นที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งทั้งหมดมีภารกิจมุ่งเน้นการค้นหาใน Zone พาโน (E, F, G) และสำรวจร่อง D ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ตั้งแคมป์ ในเวลาประมาณ 11:00 น. ทีมค้นหาทั้งหมดได้ประสบความสำเร็จในการพบตัว นายสันติ แซ่โคว้ ในสภาพที่ยังรู้สึกตัวแต่มีอาการอิดโรย เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำ อาหารน้ำดื่ม ให้ในทันที จากนั้นได้ตรวจร่างกายเบื้องต้นพบบาดแผลขีดข่วนตามแขนขาน่าจะเกิดจากการเดินลุยป่า และมีเพียงร่างกายอ่อนแรงเนื่องจากขาดน้ำ และอาหาร

จากการสอบถาม​นายสันติเล่าว่าตนหลงป่า 4 วัน 3 คืน เพราะมาเดินออกกำลังกายซึ่งก็เดินเป็นปกติประจำอยู่แล้ว รู้สึกตัวว่าเริ่มหลงทางตั้งแต่วันที่ 29 เวลาประมาณ 15.00 น. ​สาเหตุเกิดจากการจำทางผิด ตั้งใจจะเดินตัดทางลงเขา แต่จำสลับกัน คือทางจริงต้องออกซ้าย แต่ตนเดินเลี้ยวไปทางขวา ทำให้หลุดเข้าไปในป่าลึกซึ่งตนยืนยันหนักแน่นว่ามาเดินเที่ยวออกกำลังกาย ไม่ได้ขึ้นมาเพื่อฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน ในช่วงเวลากลางคืน เห็น​โดรนของทีมค้นหาบินวนอยู่ จึงพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือด้วยการส่องไฟจากนาฬิกา เพราะเป็นแสงไฟเดียวที่ตนนั้นมีอยู่ แต่โดรนก็มองไม่เห็น ตนพยายามเดินวนอยู่หลายเส้นทางแต่ก็ไม่สามารถหาทางลงจากเขาได้ จนมีเจ้าหน้าที่มาเจอในวันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และทีมงานทุกคนที่ติดตามค้นหาตนจนพบขอบพระคุณมากๆครับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ช่วยกันลำ เลียงด้วยเปลพยาบาล ออกจากพื้นที่อย่างยากลำบาก เนื่องจากทางลงเขาเป็นทางชัน ต้องใช้เชือกทำแนวเกาะกันลงมา เมื่อลงมาถึงกองอำนวยการ ได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาล เพื่อตรวจร่างกายและทำการรักษาต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

“กองทัพภาคที่ 2” บรรจุญาติของทหารที่เสียชีวิตจากการรบ เพื่อเข้ารับราชการทดแทน

“กองทัพภาคที่ 2” บรรจุญาติของทหารที่เสียชีวิตจากการรบ เพื่อเข้ารับราชการทดแทน

การปฏิบัติหน้าที่ของทหารในการป้องกันประเทศเป็นภารกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ความเสียสละ เพื่อรักษาอธิปไตย ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชน แม้ในยามที่ประเทศต้องเผชิญกับภัยคุกคามหรือสถานการณ์รบ การยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญของทหารทุกนาย คือหลักฐานของความจงรักภักดีและเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของเหล่าทหารหาญ จากเหตุปะทะบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในห้วงที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้ สิบเอก นพพล บุญเลิศ พลลาดตระเวน กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 ได้เสียชีวิตจากจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศ

กองทัพบกมีมาตรการให้การดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเหมาะสม โดยหนึ่งในมาตร การที่สำคัญ คือ การบรรจุญาติของผู้เสียชีวิตเข้ารับราชการแทน เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน สร้างความมั่นคงทางอาชีพให้ครอบครัว และเชิดชูเกียรติคุณของผู้เสียชีวิตในฐานะผู้ปกป้องแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้ทำการบรรจุ นางสาว สุวิมล บุญเลิศ (น้องสาว) เข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน สังกัด มณฑลทหารบกที่ 22 และได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568

กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ขอยกย่องความเสียสละของผู้พลีชีพเพื่อชาติ และเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการประคับประคองครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคง รวมถึงแสดงความห่วงใยของกองทัพบกที่มีต่อกำลังพล การบรรจุญาติของทหารที่เสียชีวิตจากการรบ ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าเกียรติของผู้กล้าจะได้รับการเชิดชูต่อไปตราบนานเท่านาน


กองทัพภาคที่2

พรพิพัฒน์ รายงาน