รพ.ค่ายกาวิละ จัดโครงการ “Mission Strong Season 2 ภารกิจพิชิตสุขภาพแกร่ง” เสริมสร้างสุขภาพกำลังพลอย่างยั่งยืน

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ จัดโครงการ “Mission Strong Season 2 ภารกิจพิชิตสุขภาพแกร่ง ” เสริมสร้างสุขภาพกำลังพลอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ จัดโครงการ “Mission Strong Season 2 ภารกิจพิชิตสุขภาพแกร่ง” ให้แก่กำลังพลหน่วยขึ้นตรงมณฑลทหารบกที่ 33 (นขต.มทบ.33) และหน่วยขึ้นตรงกองบังคับการมณฑลทหารบกที่ 33 (นขต.บก.มทบ.33) โดยมี พ.อ.ยรรยง ทิพาปกรณ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดโครงการ

โครงการดังกล่าวดำเนินการตามแนวทางการส่งเสริมสุขภาพกำลังพลของกองทัพบก โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพกำลังพลกลุ่มเสี่ยง ซึ่งประกอบด้วยกำลังพลที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 30 จากผลการตรวจร่างกายประจำปี 2569 รวมถึงกำลังพลที่ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตลอดจนส่งเสริมสุขภาพแก่กำลังพลทั่วไป เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงพร้อมปฏิบัติภารกิจของหน่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ โครงการมีวัตถุประสงค์สำคัญ ส่งเสริมให้กำลังพลตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพตนเอง สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตของประชาชนในประเทศไทย

ภายในกิจกรรมมีการให้ความรู้ด้านสุขภาพจากทีมสหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ประกอบด้วยการบรรยายเรื่อง “Healthy Diet and Weight Control” โดยนักโภชนา การ การให้ความรู้เรื่อง “การออกกำลังกายห่างไกลโรค” โดยนักกายภาพบำบัด รวมถึงการประเมินองค์ประกอบร่างกายก่อนเริ่มโครงการ และแนะนำแนวทางการปฏิบัติตนระหว่างเข้าร่วมโครงการ โดยทีมส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน โรงพยาบาลค่ายกาวิละ

โครงการ “Mission Strong Season 2 ภารกิจพิชิตสุขภาพแกร่ง ” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพกำลังพลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และสร้างเสริมความพร้อมของกำลังพลในการปฏิบัติภารกิจเพื่อกองทัพและประเทศชาติต่อไป


นที่ มีเดช รายงาน

75 ปี ไทย–ลาว ​สานสัมพันธ์ความร่วมมืออันดี เปิดหลักเขตแดนแบบพิเศษระหว่างราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

75 ปี ไทย–ลาว ​สานสัมพันธ์ความร่วมมืออันดี เปิดหลักเขตแดนแบบพิเศษระหว่างราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00–12.00 น. กองกำลังผาเมือง โดย พ.อ.ปิยะพงษ์ พรดา ผบ.ฉก.ทพ.32 พร้อมด้วย ร.อ.สมฤทธิ์ คำลี ผบ.ร้อย.ทพ.3202 ฉก.ทพ.32 บก.ควบคุม กกล. ผาเมือง (ด้าน สปป.ลาว) ร่วมกับคณะกระทรวงการต่างประเทศ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดน่าน หน่วยงานส่วนท้องถิ่น และผู้แทนหน่วยทหารในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีเปิดหลักเขต แดนแบบพิเศษ (หลักเขตแดนที่ 3 – 18) ณ บ้านห้วยโก๋น ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิม พระเกียรติ จังหวัดน่าน

เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ลาว เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและแสดงถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้น ตลอดจนเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์อันยั่งยืนของทั้งสองประเทศ โดยมี นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานฝ่ายไทย และท่านอานุพาบ วงหน่อแก้ว รองรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป.ลาว เป็นประธานฝ่าย สปป.ลาว มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสองฝ่ายรวม 200 คน

#ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน #กรมทหารพรานที่32สุภาพบุรุษชุดดำ #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่32 #กองกำลังผาเมือง #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่3 #กองทัพบกRoyalThaiArmy #ททบ5 #กองกำลังผาเมือง #ทหารพราน32 #ไทยลาว75ปี #มิตรภาพไทยลาว #ชายแดนแห่งมิตรภาพ


นที มีเดช รายงาน

ฝ่ายปกครอง บุกตรวจสารเสพติดหน่วยงานแห่งหนึ่งกลางเมืองชะอำพบ พนง.หนุ่ม เสพยาบ้า-ครอบครองยาบ้า 34 เม็ด

ฝ่ายปกครอง บุกตรวจสารเสพติดหน่วยงานแห่งหนึ่งกลางเมืองชะอำพบ พนง.หนุ่ม เสพยาบ้า-ครอบครองยาบ้า 34 เม็ด

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี มอบหมายให้ นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ, นายธีรพล ปรียานุภาพ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง, นายทัศนัย พวงบุบผา ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง, นางสาวปุณยนุช สุวรรณสังข์ ปลัดอำเภอ พร้อมกำลัง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ร้อย.อส. อ. ชะอำ3 ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ชะอำ เข้าตรวจสอบตรวจสารเสพติดพนักงานของหน่วยงานแห่งหนึ่ง กลางเมืองชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังพบนายวันชาติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ชาว ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ตำแหน่งพนักงานหน่วยงานชื่อดังแห่งหนึ่งกลางเมืองชะอำ หลังได้รับร้องเรียนว่า หนุ่มพนักงานรายนี้ มีพฤติกรรมลักลอบเสพยาเสพติด ทำลายข้าวของหน่วยงานจนเสียหาย โดยผู้ก่อเหตุได้เคยพยายามพังประตูหลังเพื่อเข้าไปข้างในหน่วยงานแต่พังไม่ได้ ก่อนหันเข้ามาทางประตูหน้าพยายามพังประตูเข้าภายในที่ทำงานอีกครั้งแต่ไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจและสอบปัสสาวะ ก่อนค้นตัวพบยาบ้าที่ซุกซอนอยู่ในห่อยาสูบ ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าหลังกางเกง จำนวน 34 เม็ด จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมควบคุมตัวไปตรวจสารเสพติดในปัสสาวะที่โรงพยาบาลชะอำ ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ชะอำ

เบื้องต้นจากการตรวจสารเสพติดในร่างกายพบปัสสาวะมีสารเสพติดประเทภที่1 (ยาบ้า) ก่อนแจ้งข้อหา เสพสารเสพติดประเภทที่1(ยาบ้า) และมียาเสพติด(ยาบ้า)ไว้ในครอบครอง นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล “บำบัดทุกข์บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฏร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”


///////////// บรรณรต จ.เพชรบุรี

พ่อเมืองสุพรรณ เปิดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติด ร่วมเต้นแอโรบิคแดนซ์คึกคัก

สุพรรณบุรี – กิจกรรม “รวมพลังสุพรรณ ร่วมต้านยาเสพติด” เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2569 จัดกรรมเต้นแอโรบิคแดนซ์ เต้นกันสนุกสุดมันส์ ผู้ว่าฯ ร่วมกิจกรรมเต้นแอโรบิคแดนซ์สนุกสนาน ขณะที่น้องๆ เยาวชน ยอมนอนเด้งกลับพื้นสนุกสุดเหวี่ยงกันไปเลย

ที่วิทยาลัยเทคนิคสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2569 โดยมีนายเดชะ สิทธิสุทธิ์ หัว หน้าสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวรายงาน ซึ่งนายกองเอกเชษฐา ขาวประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายพิศาล ปฤษณารุณ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุพรรณบุรี นายนพคุณ สุนทรหงส์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี นายจิตรติ รามเนตร ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 7, นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ รองนายกเหล่าวกาชาดจังหวัดสสุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำท้องที่ ผู้บริหารท้องถิ่น, สมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน สมาชิก “ทู บี นัมเบอร์ วัน” ผู้แทนภาคประชาชน นักเรียน นักศึกษา และเยาวชน กว่า 1,100 คน เข้าร่วมกิจกรรม “รวมพลังสุพรรณ ร่วมต้านยาเสพติด” เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก โดยนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้อ่านสารเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก พร้อมนำพลังมวลชน กล่าวคำประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติด โดยได้ร่วมกัน “กตปุ่ม” เผาทำลายยาเสพติต (จำลอง)

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นำพลังมวลชนออกกำลังกาย (เต้นแอโรบิค) เสริมสร้างพลังร่วมต้านยาเสพติต (บนเวที) เพื่อออกกำลังกาย โดยครูตั้มสอนเต้น เป็นครูนำเต้น โดยท่านผู้ว่าฯ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมเต้น ออกกำลลังกาย กว่า 1 ชั่วโมง

ซึ่งกิจกรรมออกกำลังกายเป็นการรณรงค์ให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ เพื่อห่างไกลยาเสพติด
ซึ่งท่านผู้ว่าฯ ร่วมเต้นกับน้องๆ เยาวชนแบบสู้ไม่ถอย และระหว่างการเต้นบรรดาน้องๆ นัก เรียน นักศึกษาก็ออกสเต็ปกันสนุกสุดมันส์ จนบางคนลงไปนอนกระเด้งกับพื้น จนเพื่อนต้องวงแตก ตกใจที่อยู่ๆเพื่อนก็เกิดนึกสนุก สุดมันลงไปนอนเต้นท่านั้น บางคนก็เต้นตามครูกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้รักการออกกำลังกาย จะได้ห่างไกลยาเสพติด


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

อำเภอทับสะแก จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ประจวบคีรีขันธ์ – อำเภอทับสะแก จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่วัดอ่างสุวรรณ ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรี ขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

โดยในเวลา 07.39 น. ได้ประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล และในเวลา 08.19 น. ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ในการนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนพสกนิกรชาวอำเภอทับสะแก ทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และร่วมถวายความอาลัยด้วยความจงรักภักดี พร้อมตั้งจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านอย่างพร้อมเพรียงกัน


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

PEA จัดกิจกรรม ประชาร่วมใจระบบไฟมั่นคง ภายใต้โครงการชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA

สุพรรณบุรี -PEA จัดกิจกรรม “PEA ประชาร่วมใจ ระบบไฟมั่นคง” ภายใต้โครงการ ชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA ประจำปี 2569
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้เปิดกิจกรรม “PEA ประชาร่วมใจ ระบบไฟมั่นคง ภายใต้โครงการ ชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA ประจำปี 2569 มีนายเมธี สุกก่ำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม เป็นประธาน มีนายสาโรจน์ แช่มช้อย ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

นายเมธี สุกก่ำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม กล่าวว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ดำเนินกิจกรรม “PEA ประชาร่วมใจ ระบบไฟมั่นคง” อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อสร้างเครือข่ายอาสาสมัครภาคประชาชนในชุมชน มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าของ PEA ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีส่วนร่วมในการเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส หรือรายงานสถานการณ์กรณีเกิดเหตุไฟฟ้าตก หรือไฟฟ้าดับ เพื่อให้ PEA สามารถเข้าแก้ไขได้อย่างทันท่วงที สำหรับกิจกรรมในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากส่วนราชการ, เจ้าหน้าที่หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลบ้านโพธิ์ จังหวัดสุพรรณบุรี

วันนี้ในนามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีการจัดกิจกรรมเพื่อเป็นจิตอาสาให้กับชุมชนในเรื่องของระบบไฟฟ้ากับการ ฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งโครงการนี้จะเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้โครงการชุมชนปลอดภัยใช้ไฟPEA ประจำปี 2569 ซึ่งในโครงการนี้จะมีกิจกรรมโครงการย่อยๆ อีกหลายส่วน ในส่วนของทั้งนักเรียนนักศึกษา ทางด้าน CHR ในส่วนของวันนี้เอามาจัดร่วมกับจิตอาสาหรือกลุ่มชุมชนชาวบ้าน ในภายใต้โครงการย่อยคือประชาร่วมใจระบบไฟมั่นคง ซึ่งโครงการนี้เราอยากจะสร้างเครือข่ายกับชาวบ้านในเรื่องของการแจ้งเบาะแสต่างๆไม่ว่าจะเป็น กระแสไฟฟ้าขัดข้องเอง เสาล้ม ต้มไม้เอนเอียงหรือมิสเตอร์มีปัญหา ซึ่งเราก็จะใช้ กลุ่มเครือข่ายพวกนี้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการแจ้งเบาะแสหรือช่องทางต่างๆมีการสร้างช่องทางต่างๆในกับแจ้งเบาะแส ซึ่งเป้าประสงค์สุดท้ายคือเราต้องการให้ชาวบ้านมีไฟฟ้าใช้มั่นคงและปลอดภัย

ตอนนี้ดำเนินการไปทั้งหมด 4 โครงการ จะมีโครงการเกี่ยวกับเรื่อง ให้ความรู้กับนักเรียนนักศึกษาในเรื่องของระบบไฟฟ้าและก็ด้าน CHR ให้กับโรงเรียนและก็ในส่วนของวันนี้ก็ได้ทางท่านนายกเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ท่านให้ความอนุเคราะห์ในโครงการระบบไฟมั่นคงและโครงการสุดท้ายจัดในช่วงของเดือนกรกฎาคมก็คือโครงการ 1 ตำบล 1 ช่างไฟฟ้า อยู่ภายใต้โครงการชุมชนปลอยภัยใช้ไฟ PEA ประจำปี 2569 ทั้งหมด 4 โครงการย่อย โครงการจะมีเป็นปีหน้าในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดูแลทั้งหมด 74 จังหวัด ซึ่งทุกจังหวัดก็จะมีโครงการนี้

นายวิชัย เศรษฐพานิช นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโพธิ์ กล่าวว่า โครงการของ PEA ประชาร่วมใจระบบไฟมั่นคง เป็นโครงการที่ดีมาก เป็นโครงการที่สอนเด็กนักเรียนมาซ่อมไฟฟ้า โรงเรียนรพสต. และทางไฟฟ้าให้ประโยชน์ในการแนะนำ ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย ของไฟฟ้า ให้พี่น้องประชาชนได้รับผลประโยชน์ มีประโยชน์มากมาย ส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่ทราบเรื่องความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า และยังมีประโยชน์ในการมาซ่อมไฟให้กับทางโรงเรียน รพสต. ของเราที่ไฟฟ้าชำรุด การต่อสายดินการต่อสายไฟ ทาง PEA มาให้ความรู้ความปลอดภัยมาก ทางเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ ขอขอบคุณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 จังหวัดนครปฐมมากๆ


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

นาที ! เสก โลโซ ได้ปล่อยตัวพักโทษตัวชั่วคราวจากเรือนจำ กานต์รอต้อนรับกลับบ้านอย่างอบอุ่น

นาที !เสก โลโซ ได้ปล่อยตัวพักโทษตัวชั่วคราวจากเรือนจำ กานต์รอต้อนรับกลับบ้านอย่างอบอุ่น

เมื่อที่ 24 มิ.ย. ที่เรือนจำเขากลิ้ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่บริเวณน้ำตกคาเฟ่ดิน นายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเพชรบุรี ได้นำตัว เสก โลโซ ออกมาจากเรือนจำหลังได้รับการพักโทษและปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำตามกำหนด โดยมี กานต์ (วิภากร ศุขพิมาย), นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ครอบครัว เพื่อนฝูง และ FC จำนวนมาก มาค่อยต้อนรับ เสก โลโซ

โดยเสก โลโซ หรือนายเสกสรรค์ ศุขพิมา ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 12 เดือน 20 วัน ในคดีต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน เสพยาเสพติด และครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังถูกจับกุมเมื่อปี 2560 โดยไม่รอลงอาญา ก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษมีนบุรีทันที หลังจากนั้นได้ถูกส่งตัวมาคุมขังที่เรือนจำเขากลิ้งจังหวัดเพชรบุรี ก่อนถูกปล่อยตัวออกมาวันนี้ เสก ไม่ได้พ้นโทษ แต่ได้รับการพักโทษและปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งระหว่างนี้ยังต้องใส่กำไล EM และรายงานตัวจนกว่าจะครบกำหนดโทษ จำคุก 2 ปี 12 เดือน 20 วัน ซึ่งระหว่างพักโทษ เสกกลับไปพักอาศัยที่บ้านได้ ส่วนกรณีรับงานคอนเสิร์ตงานโชว์นั้น ต้องรับงานในพื้นที่ แต่ถ้านอกพื้นที่ต้องทำการขออนุญาตกรมคุมประพฤติ เพื่อเดินทางในแต่ละพื้นที่ต่อไป

สำหรับ โครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ หลักสูตร “การน้อมนำปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตของผู้ต้องขัง” ภายใต้โครงการกำลังใจ ในพระดำริ โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่ง เสก โลโซ ได้รับการพระราชทานอภัยโทษลดโทษ 5 เดือน 20 วัน.

เสกโลโซกล่าวว่า หลังจากนี้ถ้ามีโอกาสจะกลับมาให้กำลังใจน้องๆที่เรือนจำ เพชรบุรี. หลังจากที่ตนพลาดก้าวเข้ามาและ 9 กลับออกไปก็ได้กำลังใจจากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆและ FC ทุกท่าน. สำหรับงานคอนเสิร์ตการกลับมาของตน จะต้องกลับไปฟิตร่างกายเพิ่มอีก ส่วนจิตใจนัด 100% ในระหว่างที่อยู่ในเรือนจำตนได้สร้างคุณประโยชน์พอสมควร และยังแต่งเพลงให้ราชวงศ์ให้เพื่อนฝูง เพื่อเป็นกำลังใจ. ได้เล่นคอนเสิร์ตให้น้องๆนักโทษในเรือนจำ ได้สอน น้องๆที่ชอบในดนตรีให้สามารถออกไปต่อยอดได้. ต้นขอยืนยันว่าจะกลับมาร้องเพลงให้พี่น้องชาวไทยและคนทั่วโลกฟังต่อไป. ดูแลตัวเองและครอบครัวอย่างดี. จากนั้นได้ร้องเพลงที่แต่งให้พระองค์ภา


////////บรรณรต จ.เพชรบุรี

อำเภอบางปลาม้า จัดกิจกรรมทำหมันหมาแมว เพื่อควบคุมลดปัญหาสัตว์จรจัด

สุพรรณบุรี – อำเภอบางปลาม้าจัด กิจกรรมผ่าตัดทำหมัน หมา-แมวด้อยโอกาส ภายใต้โครงการนายอำเภอบางปลาม้า ปันน้ำใจให้ประชาชน (เพิ่มเติม)”

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 พันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า เปืดเผยว่าได้ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอบางปลาม้า ดำเนินกิจกรรมผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมวด้อยโอกาส ภายใต้โครงการ “นายอำเภอบางปลาม้า ปันน้ำใจให้ประชาชน” เพื่อช่วยควบคุมประชากรสัตว์ ลดปัญหาสัตว์จรจัด และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของสัตว์ในพื้นที่ โดยได้ดำเนินการ ผ่าตัดทำหมันให้กับสุนัขเพศผู้ จำนวน 3 ตัว และสุนัขเพศเมีย จำนวน 3 ตัว รวมทั้งหมด 6 ตัว ณ โรงเรียนวัดดอนกระเบื้อง ตำบลบางใหญ่

อำเภอบางปลาม้า ขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของสัตว์และประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ชมรมกุ้งเพชรบุรี จัดตั้ง “กองทุนพิชิตปลาหมอคางดำเพชรบุรี” สนับสนุนตั้งต้น 1 แสนบาท สนับสนุนการทำงานของเครือข่ายอาสาสมัครประมงในพื้นที่

ชมรมกุ้งเพชรบุรี จัดตั้ง “กองทุนพิชิตปลาหมอคางดำเพชรบุรี” สนับสนุนตั้งต้น 1 แสนบาท สนับสนุนการทำงานของเครือข่ายอาสาสมัครประมงในพื้นที่

วันที่ 23 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชยานันท์ อินทรัตน์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำเพชรบุรี พร้อมด้วยสมาชิกชมรมผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำเพชรบุรี ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนพิชิตปลาหมอคางดำเพชรบุรี พิทักษ์สายน้ำเมืองเพชร และมอบเงินสนับสนุนตั้งต้นกองทุน จำนวน 100,000 บาท ให้กับประมงจังหวัดเพชรบุรี และเครือข่ายอาสาสมัคร ในการลงพื้นที่ทำงานกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อมีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างเดี่ยวเท่านั้นแล้ว ไม่ใช่เพียงปัญหาของชาวประมงพื้นบ้าน และไม่ใช่เพียงภารกิจของกรมประมงเท่านั้น หากแต่เป็นวิกฤติของทรัพยากรธรรมชาติที่กระทบต่อความมั่นคง ทางอาหาร วิถีชีวิต และอนาคตของชุมชนทั่วประเทศ ส่งผลให้สัตว์น้ำพื้นถิ่นลดจำนวนลง ระบบนิเวศเสียสมดุล ชาวบ้านจับปลาได้น้อยลง

ด้าน นายชยานันท์ อินทรัตน์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำเพชรบุรี กล่าวว่า เราจะรอให้รัฐแก้ปัญหาเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ เราจะลุกขึ้นมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ที่จังหวัดเพชรบุรีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรไม่จำเป็นต้องเริ่มจากงบประมาณมหาศาล แต่อาจเริ่มจากหัวใจของคนตัวเล็ก ๆ ที่รักบ้านเกิดของตน เอง ทางชมรมกุ้งเพชรบุรีได้ประกาศจัดตั้ง “กองทุนพิชิตปลาหมอคางดำเพชรบุรี” พร้อมสนับสนุนเงินตั้งต้นจำนวน 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนการทำงานของสำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรีและเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่ แม้จำนวนเงินอาจไม่มากเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหา แต่คุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข หากอยู่ที่การส่งสารสำคัญไปยังสังคมว่า “ประชาชนพร้อมลุกขึ้นมาร่วมช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรของชาติ” นี่คือแบบอย่างของการเปลี่ยนจากผู้ร้องขอความช่วยเหลือ มาเป็นผู้ร่วมลงมือแก้ไข นี่คือแบบอย่างของการเปลี่ยนจากการรอคอยงบประมาณ มาเป็นการระดมพลังจากคนในพื้นที่ และนี่คือแบบอย่างที่ควรถูกขยายผลไปทั่วประเทศ

ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีพบปลาหมอคางดำแล้วใน 7 อำเภอ เหลือเพียงอำเภอแก่งกระจานที่ยังไม่พบการระบาดอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการกำจัดปลาที่มีอยู่แล้ว แต่คือการแข่งขันกับเวลาเพื่อปกป้องพื้นที่ที่ยังเหลืออยู่ หากทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบสามารถจัดตั้งกองทุนลักษณะเดียวกัน หากทุกชุมชนมีเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังแหล่งน้ำ หากทุกองค์กรประมงร่วมกันสนับสนุนการกำจัดอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจะมีพลังมหาศาลในการรับมือกับสัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกรานระบบนิเวศกองทุนพิชิตปลาหมอคางดำเพชรบุรีจึงมีความหมายมากกว่าการจัดหาเงินทุนเพื่อซื้อปลาออกจากระบบนิเวศ แต่คือการสร้างต้นแบบของ “การบริหารจัดการทรัพยากรโดยภาคประชาชน” เป็นต้นแบบ“กองทุนสาธารณะเพื่อสิ่งแวดล้อม”และเป็นต้นแบบของ“ความร่วมมือระหว่างรัฐกับชุมชน” ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับทุกจังหวัดที่กำลังเผชิญปัญหาปลาหมอคางดำได้เป็นอย่างดี


///////บรรณรต จ.เพชรบุรี

ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยม สภ.ท่าม่วง มอบ 9 นโยบาย เน้นบริการประชาชน บูรณาการความมั่นคง และดูแลสวัสดิการตำรวจ

ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยม สภ.ท่าม่วง มอบ 9 นโยบาย เน้นบริการประชาชน บูรณาการความมั่นคง และดูแลสวัสดิการตำรวจ

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 เวลา 13.45 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยมี พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จังหวัด กาญจนบุรี พ.ต.อ.พิทักษ์ ว่องพานิช ผกก.สภ.ท่าม่วง และข้าราชการตำรวจรอรับการตรวจเยี่ยม และได้ชมสาธิตการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า พร้อมชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ และการทำ งานเป็นทีมของ ภ.จว.กาญจนบุรี

ต่อจากนั้นได้สั่งการมอบนโยบายให้ สภ.ท่าม่วง ดำเนินการ ดังนี้

  1. งานบริการและการสอบสวน ยกระดับ One Stop Service: บริการด้วยความสุภาพ รวดเร็ว และเป็นธรรมแก่ประชาชน
  2. การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยว สถานบริการเพิ่มความเข้มงวดสายตรวจในแหล่งท่องเที่ยว และ จุดเสี่ยงเพื่อสร้างความมั่นใจ กวาด ล้างสิ่งผิดกฎหมาย: เน้นย้ำ ยาเสพติด อาวุธปืน อาชญากรรมออนไลน์ และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
  3. งานสืบสวน การใช้เครื่องมือพิเศษและประสานงานเรื่องการติดตามอาชญากรผ่านกล้อง cctv
  4. การรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคง เกาะติดสถานการณ์: เฝ้าระวังด้านการข่าวและความเคลื่อนไหวในพื้นที่ บูรณาการร่วม ประสานงานใกล้ชิดกับฝ่ายปกครอง ทหาร และอาสาสมัคร การอำนวยความสะดวกด้านงานจราจร ติดป้ายสัญลักษณ์ให้แก่ประชาชนทราบ
  5. งานมวลชนสัมพันธ์ Stop walk&talk แสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชนในพื้นที่ กต.ตร. เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
  6. การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในงานตำรวจ การนำเสนอโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือนำเสนองานตำรวจให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ
  7. การถวายความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ให้จัดสถานที่ประกอบพิธีตามประกาศสำนัพระราชวัง ลงวันที่ 12 มิ.ย.69 ด้วย
  8. การบริหารกำลังพลและวินัย ดูแลสวัสดิการ: เอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กำลังพล
  9. การรักษาระเบียบวินัย เครื่องแบบ และทรงผม ต้องถูกต้องตามระเบียบ และตัดผมสั้นตามแนวทางของ ตร. อย่างเคร่งครัด

/////////#ทีมข่าวภาคตะวันตกรายงานข่าว