ผู้ว่าฯ อยุธยา ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบางบาล ปากคลองบางบาล และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ต.ทางช้าง อ.บางบาล

อยุธยา – ผู้ว่าฯ อยุธยา ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบาง บาล ปากคลองบางบาล และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ต.ทางช้าง อ.บางบาล

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ประตูระบายน้ำบางบาล ปากคลองบางบาล และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ตำบลทางช้าง อำเภอบางบาล จังหวัดพระ นครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบางบาล ปากคลองบางบาล และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ตำบลทางช้าง โดยมี นายกสมทรง พันธ์เจริญวรกุล องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นายทรงพล สุขสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา เขต 1, นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา, นายอำเภอบางบาล, หัวหน้าสำนักงานป้อง กันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมลงพื้นที่สำหรับโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำปากคลองบางบาล จังหวัดพระนคร ศรี อยุธยา เป็นโครงการแก้ปัญหา อุทกภัยซ้ำซากในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ดำเนินการตามแผนบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งประตูระบายน้ำปากคลองบางบาลจะทำหน้าที่ ควบคุม และบริหารจัดการน้ำในคลองบางบาล ให้มีปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านที่เหมาะสมไม่เกินความสามารถระบายน้ำได้ของคลองในช่วงฤดูน้ำหลากเท่านั้น เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ด้านท้ายน้ำที่สร้างความเสียหายให้ประชาชนทั้งสองฝั่งคลอง ในเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

และในส่วนของพื้นที่ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ตำบลทางช้าง อำเภอบางบาล เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำกลุ่มแรกที่จะได้รับผลกระทบของอำเภอบางบาล จึงได้สั่งการให้นายอำเภอบางบาล บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนของปีนี้


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

นรข.มุกดาหาร สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 196 กก. ริมถนนหว้านใหญ่ คนร้ายทิ้งรถเผ่นหนี คาดเตรียมส่งต่อเครือข่ายชายแดน

มุกดาหาร – นรข.มุกดาหาร สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 196 กก. ริมถนนหว้านใหญ่ คนร้ายทิ้งรถเผ่นหนี คาดเตรียมส่งต่อเครือข่ายชายแดน

หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม โดยสถานีเรือมุกดาหาร บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หว้านใหญ่ ตรวจยึดยาเสพติดประเภทไอซ์ล็อตใหญ่ น้ำหนักประมาณ 196 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์กระบะ 1 คัน บริเวณริมถนนหมายเลข 3010 พื้นที่ ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ขณะคนร้ายอาศัยความมืดหลบหนีไปได้

การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 02.00 น. ภายใต้ภารกิจบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติด หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ชายแดน จึงวางกำลังเฝ้าตรวจตามเส้นทางต้องสง สัย กระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณริมถนนสายดังกล่าว

จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบของกลางเป็นยาไอซ์บรรจุอยู่ภายในลังจำนวน 5 ลัง น้ำหนักรวมประมาณ 196 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า จำนวน 1 คัน ส่วนผู้ลักลอบขนยาเสพติดไหวตัวทัน อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมนำกลับไปยัง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม สถานีเรือมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตรวจสอบขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายาไอซ์ล็อตดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ใช้พื้นที่ชายแดนริมแม่น้ำโขงเป็นเส้นทางลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งจะมีการเร่งสืบสวนติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไปอย่างเข้มงวด.


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ มุกดาหาร 0988699888

จยย.เฉี่ยวชนสามล้อกลางเมืองมุกดาหาร เจ็บ 2 ราย คนขับสามล้อเผย “ยังงง ถูกชนได้อย่างไร”

มุกดาหาร – จยย.เฉี่ยวชนสามล้อกลางเมืองมุกดาหาร เจ็บ 2 ราย คนขับสามล้อเผย “ยังงง ถูกชนได้อย่างไร” กู้ภัยเร่งช่วยผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ.มุกดาหาร ตำรวจเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาสาเหตุ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัย ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุทางถนน (ว.40) บริเวณหน้าร้าน “เฮงเฮงเฮง” ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร หลังรับแจ้งจึงเร่งรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถจักรยาน ยนต์เฉี่ยวชนกับรถสามล้อกลางถนน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ นอนบาดเจ็บอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ให้การปฐม พยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ก่อนนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลมุกดาหาร

จากการสอบถาม นายศกาญศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ขับขี่รถสามล้อคู่กรณี เปิดเผยด้วยอาการยังตกใจกับเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุตนขับรถสามล้อมาตามเส้นทางด้วยความเร็วปกติ แต่จู่ ๆ รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้พุ่งเข้ามาเฉี่ยวชนอย่างกะทันหัน จนตนเองยังไม่เข้าใจว่าเกิดเหตุขึ้นได้อย่างไร

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พร้อมสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ขอฝากเตือนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เพิ่มความระมัดระวัง เคารพกฎจราจร และไม่ประมาทขณะขับขี่ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน


ภาพ / ข่าว : ทรงสิทธิ์ สาระกิจ รายงานจากจังหวัดมุกดาหาร

จนท. สกัดยึดเฮโรอีนตรา “ตราสิงโตคู่” 7.5 กก. ซุกกล่องมะนาวทิ้งริมโขงธาตุพนม สั่งเอกซเรย์เข้มด่านไทย-ลาว พบบทเรียนซ้ำซากกล้องวงจรปิดพังถาวร

จนท สกัดยึดเฮโรอีนตรา “ตราสิงโตคู่” 7.5 กก. ซุกกล่องมะนาวทิ้งริมโขงธาตุพนม สั่งเอกซเรย์เข้มด่านไทย-ลาว พบบทเรียนซ้ำซากกล้องวงจรปิดพังถาวร

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 05.45 น. ที่ริมแม่น้ำโขงบริเวณจุดผ่อนปรนการค้าไทย-ลาว หรือตลาดลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กองบังคับการควบคุมที่ 1 (บก.ควบคุม 1) กรมทหารราบที่ 3 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.ฯ ) ร่วมกับ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตนครพนม) โดย สน.เรือธาตุพนม ตำรวจน้ำ และ สภ.ธาตุพนม สนธิกำลังตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ตรงทางขึ้นลงท่าเทียบเรือ ริมกำแพงเขื่อนกันตลิ่งทรุด ใกล้อาคารตรวจคนเข้าเมือง ที่ซุกซ่อนในกล่องกระดาษมีกระสอบป่านอยู่ด้านใน ปิดด้วยลูกมะนาวโปะหน้า โดยคนร้ายลงจากเรือโดยสารข้ามฟาก เดินปะปนมากับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวลาว ที่นำสินค้ามาวางขายในทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี

ร.อ.รัฐธรรมนูญ ไตรยวงค์ ผู้บังคับกองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดเปิดเผยว่า โดยปกติทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้านต้องนำสินค้ามาขาย ในช่วงเวลา 06.00-10.00 น. กองร้อยทหารราบก็ได้จัดชุดเข้ามาดูแล อำนวยความสะดวกในพื้นที่ และตรวจสิ่งของที่อาจนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย โดยเวลาประมาณ 05.30 น. ก็เริ่มตรวจตราสิ่งของก่อนจะเปิดจุดผ่อนปรนในเวลา 06.00 น. ได้ตรวจพบกล่องต้องสงสัยภายในใส่มะนาว และยังมีลังสี่เหลี่ยมซ้อนอยู่ด้านใน จึงเป็นเหตุให้สงสัย ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นผงสีขาว คาดอาจเป็นเคตามีน แต่ทราบต่อมาว่าเป็นตราสิงโตคู่เหยียบโลก ภายในคือเฮโรอีนหรือผงขาวจำนวน 10 แท่ง จึงประสานพิสูจน์หลักฐาน จ.นครพนม ตรวจด้วยน้ำยาเฉพาะอีกครั้ง ว่าเป็นสารเสพติดชนิดใด

จากข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคง รับแจ้งว่าในวันจันทร์ที่เปิดตลาดนัดไทยลาว จะมีการลักลอบของหนีภาษีศุลกากรคืออาโวคาโด้ ปะปนมากับกลุ่มแม่ค้าชาวลาว เจ้าหน้าที่จึงตรวจตราอย่างเข้มงวด ทำให้กลุ่มกองทัพมดที่ลักลอบขนยาเสพติด แอบแฝงมากับพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้ามาขาย ไม่กล้าเดินฝ่าด่านตรวจจึงวางทิ้งไว้ข้างกำแพง และเจ้าหน้าที่ทหารได้พบกล่องวางทิ้งไว้ในลักษณะผิดสังเกต จึงได้ประสานชุดสุนัขทหารร่วมเข้าทำการตรวจสอบอย่างละเอียด เมื่อเปิดออกพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) บรรจุในกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กจำนวน 10 กล่อง น้ำหนักรวมประมาณ 7.5 กิโลกรัม บนห่อประทับตราสิงโตคู่เหยียบโลก ซึ่งถูกซุกซ่อนอำพรางปะปนอยู่กับถุงบรรจุมะนาวสด

จากการสังเกตของเจ้าหน้าที่พบว่า บนกล่องมะนาวดังกล่าวมีการเขียนสัญลักษณ์วงกลมกำกับไว้เด่นชัด คาดว่าเป็นการทำเครื่องหมายระบุเพื่อให้กลุ่มผู้นำพาหรือ “นักบิน” ทราบว่าเป็นกล่องสินค้าเป้าหมายที่ต้องมาเคลื่อนย้ายส่งต่อเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยทำการตั้งจุดสกัดและตรวจค้นสินค้า วัตถุสิ่งของ รวมถึงสัมภาระของพ่อค้าแม่ค้าชาวสปป.ลาว ที่เดินทางข้ามแดนมาเพื่องานตลาดนัดอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งผิดกฎหมายหลุดรอดขึ้นฝั่งมาได้อีก

​อย่างไรก็ตาม ข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้พยายามเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดที่สำคัญของจุดผ่อนปรนตลาดนัดไทย-ลาว เพื่อแกะรอยพฤติกรรมและรูปพรรณสัณฐานของกลุ่มผู้ต้องสงสัย แต่กลับพบว่ากล้องวงจรปิดดังกล่าว “ไม่สามารถใช้งานได้” ทำให้เจ้าหน้าที่สูญเสียโอกาสสำคัญในการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อเกิดคดีความหรือเหตุอาชญากรรมในพื้นที่ดังกล่าว มักจะประสบปัญหาไม่สามารถนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาใช้ประโยชน์ในทางคดีได้ จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญและเพิ่มความยากลำบากให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในการปฏิบัติงานสืบสวนสอบสวนเพื่อทลายเครือข่ายยาเสพติดชายแดนในปัจจุบัน


ภาพ/ข่าว กิตติ หงษาวงศ์ (หลาวเหล็ก) /เทพข่าวร้อน รายงาน

ซีพี ออลล์ มอบทุน ‘สมาคมสื่อต้านโกง-องค์กรวิชาชีพ’ อัปสกิล ‘คนข่าวยุคใหม่’ เท่าทันโลกสื่อดิจิทัล

ซีพี ออลล์ สนับสนุนทุนการศึกษาสื่อมวลชน หลักสูตร MCA และ MINI MCA แก่องค์กรวิชาชีพชั้นนำ รวมถึงสมาคมสื่อต้านโกง เพื่ออัปสกิลนวัตกรรมการสื่อสาร เดินหน้ายกระดับศักยภาพ “คนข่าวยุคใหม่” เสริมองค์ความรู้เท่าทันโลกสื่อยุคดิจิทัล

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในวงการสื่อมวลชน ผ่านการมอบทุนการศึกษา “หลัก สูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมการสื่อสาร (MCA รุ่นที่ 8)” จำนวน 3 ทุน ให้แก่ สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ ไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการสื่อสารและการบริหารจัดการสื่อในยุคดิจิทัล

พร้อมกันนี้ ยังได้มอบทุนการศึกษา “หลักสูตร MINI MCA รุ่นที่ 3” จำนวน 3 ทุน ให้แก่ สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ไทยนิวส์ เทคโนโลยีชาวบ้าน และเส้นทางเศรษฐี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมการสื่อสาร เสริมศักยภาพบุคลากรสื่อมวลชนให้สามารถปรับตัวและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและภูมิทัศน์สื่อยุคใหม่

ในการนี้ นางเอื้อมพร สิงหกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย รศ.ดร.จินตวีร์ เกษมศุข คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ร่วมมอบทุนการศึกษาแก่สื่อมวลชน พร้อมแนะนำแนวทางหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมการสื่อสาร ผ่านองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในสายวิชาชีพ เพื่อร่วมสร้างเครือข่ายสื่อมวลชนยุคใหม่ที่มีคุณภาพ มีความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม และสามารถทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลข่าวสารอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

โครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของซีพี ออลล์ ที่ให้ความสำคัญกับ “การสร้างคน” ผ่านการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในหลากหลายภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่าการลงทุนด้านการศึกษา คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ยศชนัน” ผนึก วช.–มช. ขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการ PM2.5 เชิงพื้นที่ หนุน “อากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชนภาคเหนืออย่างยั่งยืน

“ยศชนัน” ผนึก วช.–มช. ขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการ PM2.5 เชิงพื้นที่ หนุน “อากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชนภาคเหนืออย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง (อว.), ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.(อว.), นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.(อว.), ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.), นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน “การแถลงนโยบายการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมในการจัดการ PM2.5 และวิกฤตแบบครบวงจร และพิธีส่งมอบนวัตกรรมเพื่ออากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” ณ อาคาร SMC Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดม ศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่เผชิญสถานการณ์ฝุ่นควันเป็นประจำทุกปี รัฐบาลและกระทรวง (อว.) ให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อพัฒนาแนวทางที่ตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง นอกจากนี้ กระทรวง (อว.) ยังมุ่งผลักดันการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งระบบติดตามคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ระบบวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นควัน ตลอดจนการสนับสนุนนวัตกรรม “ห้องลดฝุ่นระดับชุมชน” และระบบ “FloodBoy” สำหรับเฝ้าระวังและบริหารจัดการภัยพิบัติ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) ในฐานะหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ภายใต้กระทรวง (อว.) ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในระดับนโยบาย ระดับพื้นที่ และระดับชุมชน ผ่านการทำงานร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิชาการ และภาคส่วนต่างๆ สำหรับการส่งมอบนวัตกรรมในครั้งนี้ วช. ได้สนับสนุนการพัฒนา “ห้องลดฝุ่นระดับชุมชน” ซึ่งเป็นระบบควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารสำหรับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงระบบ “FloodBoy” ที่ใช้สนับสนุนการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนภัยพิบัติแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ นับเป็นการสะท้อนบทบาทของงานวิจัยและนวัตกรรมในการสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ภายในงานได้มีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและงานวิจัย จำนวน 9 ผลงาน จากนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วย

  1. ผลงาน “นวัตกรรมห้องลดฝุ่นแรงดันบวกควบคู่ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะด้วยเซ็นเซอร์ สำหรับกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือ” โดย ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  2. ผลงาน “นวัตกรรมระบบลาดตระเวนชี้เป้าด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อการตรวจจับไฟป่าด้วยข้อมูลภาพจากอากาศยานไร้คนขับ (UAV-AI Forest Fire Detection System)” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูดินันท์ สิงห์คำฟู และคณะ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  3. ผลงาน “นวัตกรรมแพลตฟอร์ม Fireman สู้ไฟป่าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล : รู้ไว-ถึงไว” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พลภัทร เหมวรรณ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  4. ผลงาน “นวัตกรรมแพลตฟอร์ม Big Data สนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจแก้ปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือ” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.รัฐสิทธิ์ สุขะหุต จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  5. ผลงาน” นวัตกรรมระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมน้ำหลาก FloodBoy” โดย ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  6. ผลงาน “นวัตกรรมโครงการเทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ำโดยประยุกต์ใช้นวัตกรรมพลังงานสะอาด : ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell)” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฟ้าไพลิน ไชยวรรณ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  7. ผลงาน “นวัตกรรมกลไกป้องกันน้ำท่วมโดยชุมชน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรพงศ์ ตระการศิรินนท์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  8. ผลงาน “นวัตกรรมระบบการเตือนภัยและแนวทางการป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองจังหวัดเชียงใหม่” โดย รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  9. ผลงาน “นวัตกรรมแผนที่และข้อมูลความสูงของพื้นที่ความแม่นยำสูงพิเศษจากภาพถ่ายทางอากาศ” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูดินันท์ สิงห์คำฟู จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ถัดมา เป็นพิธีมอบนวัตกรรม จำนวน 2 ผลงาน ดังนี้ ผลงานวัตกรรม “ห้องลดฝุ่นแรงดันบวกควบคู่ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะด้วยเซ็นเซอร์ สำหรับกลุ่มเปราะบาง” และ ผลงานนวัตกรรม “FloodBoy” ให้กับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 38 หน่วยงาน ในพื้นที่ภาคเหนือ

ทั้งนี้ กระทรวง (อว.) และภาคีเครือข่ายจะเดินหน้าสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมโดยมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือในทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างยั่งยืนต่อไป

กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ฟ้าลิขิต กำปั้นเมืองคอนกำชัย ปิดฉากรอบแรก มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก ศึกนวมคู่กำปั้นทองคำ ครั้งที่ 1

ฟ้าลิขิต รร.กีฬานครศรีธรรมราช กำปั้นตัวแทน จ.นครศรีธรรมราช ชนะคะแนน เดชานันท์ สิงห์มนัสศักดิ์ จากปทุมธานี ปิดฉากรอบแรกมวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก ศึกนวมคู่กำปั้นทองคำ ครั้งที่ 1 ในรายการมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ ที่เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ

วันที่ 23 พ.ค.2569 ที่ เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ ในการแข่งขันมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ ร่วมจัดโดย”เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน และ “เสี่ยอู๊ด” นายสรวีร์ ฤทธิชัย ผู้บริหารวันก่อเกียรติและโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี ยังคงจัดโปรแกรมมวยเด็ดให้แฟนมวยได้ร่วมลุ้นกันสนุกทั้งมวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก และมวยไทย 3 ยก ซึ่งนัดนี้มอบหมายให้โปรโมเตอร์สามารถ ค่ายอดิศร รับหน้าที่ประกบคู่มวยที่ยังคงเน้นความดุเดือด ความสนุก เริ่มถ่ายทอดสดทั่วประเทศทุกวันเสาร์เวลา 17.30-20.00 น. ทางช่อง 8 กด 27

โดยการแข่งขันมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติสัปดาห์นี้มีผลการแข่งขันดังนี้

  • คู่ที่ 1 มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก พิกัด 115 ปอนด์ ( 6 ยก ) “ศึกนวมคู่กำปั้นทองคำ ครั้งที่ 1 นัดที่ 8 กำปั้นวัย 16 ปี ฟ้าลิขิต รร.กีฬานครศรีธรรมราช ตัวแทน จ.นครศรีธรรมราช พบกับนักชกตัวแทน จ.ปทุมธานี เดชานันท์ สิงห์มนัสศักดิ์ ผลคู่นี้ตลอดหกยกต่างเดินแลกหมัดลำตัวสลับใบหน้า แต่ ฟ้าลิขิต ได้เปรียบช่วงชกออกหมัดได้เข้าเป้าชัดเจนกว่าเป็นฝ่ายชนะคะแนนผ่านเข้ารอบ 8 คนเป็นคนสุดท้าย และทำให้ จ.นครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่ 8 ผ่านเข้ารอบตาม ศรีสะเกษ , สระแก้ว , ร้อยเอ็ด , นครปฐม , สุโขทัย , ชลบุรี และตราดต่อไป โดยรอบ 8 คนสุดท้ายจะเริ่มดวลหมัดในวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.69
  • คู่ที่ 2 มวยไทย 3 ยกพิกัด 67 ก.ก. เพชรสกล ลูกเขาขวาง JSP ปะทะตี๋ซ่าจากจีนแผ่นดินใหญ่ หวัง ติง เจี๋ย เริ่มยกแรกนักมวยไทยชาวจีนมาแนวบู๊ดุดันออกอาวุธเข้าใส่ เพชรสกล ทั้งจังหวะถีบตามด้วยหมัดชุด แต่ เพชรสกล สีหน้าสงบนิ่งเดินสาดแข้งขวาสลับศอกสั้นจนเรียกเลือดกำเดาจาก หวัง ติง เจี๋ย ครบ 3 ยก เพชรสกล ลูกเขาขวาง JSP ชนะคะแนนสุดมันส์
  • คู่ที่ 3 มวยไทย 3 ยกพิกัด 55 ก.ก. ยอเซฟ เอลฮูร์ นักมวยไทยชาวโมร็อคโค แลกอาวุธมวยไทยดุเดือดกับ เพชรมณี เพื่อนประตูผี มาตลอดสองยกและยก 3 จากจังหวะวงใน ยอเซฟ ใช้หมัดและศอกสั้นเข้าใส่ เพชรมณี จนออกอาการครบ 3 ยกกรรมการชูมือให้ ยอเซฟ เอลฮูร์ ชนะคะแนน
  • คู่ที่ 4 มวยไทย 3 ยกพิกัด 53 ก.ก. ถังทอง ศิษย์ซ้อบิว นักมวยไทยวัย 16 ปีปะทะ อายูป เอลลัมการี กำปั้นมากประสบการณ์วัย 28 ปีซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมวยไทยแห่งประเทศโมร็อคโค หวลคืนสังเวียนโชว์ความเก๋าเตะตัดพับในจน ถังทอง ศิษย์ซ้อบิว ถึงกับยางแตกลงไปให้กรรมการนับ 10 อายูป เอลลัมการี ชนะน็อคไปในยกที่ 1
  • คู่ที่ 5 มวยไทย 3 ยกพิกัด 62 ก.ก. โจนาธาน เกียรติภัทรพรรณ นักมวยไทยชาวอังกฤษวัย 30 ปี เจอเหลี่ยมมวยนัดมวยไทยดาวรุ่งวัย 19 ปี เพชรชินราช ต.ยืนยง นายกโบ้หนองยางทอย ต้านไม่ไหวพ่ายคะแนนให้ เพชรชินราข
  • คู่ที่ 6 คู่เอกมวยไทย 3 ยกพิกัด 67 ก.ก.ฟ้าสุระ ผู้กองพงษ์ 191 นักมวยไทยจอมเก๋าส์วัย 43 ปีลูกหลานย่าโมออกศึกปะทะนักมวยไทยชาวอังกฤษเจ้าของส่วนสูง 180 ซ.ม.ที่อายุน้อยกว่า ฟ้าสุระ ถึง 15 ปี นัดนี้ตลอด 3 ยก ฟ้าสุระ แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์บนสังเวียน 150 นัดไม่ได้ผ่านมาแบบโชคช่วย แต่สะสมชั้นเชิงและเหลี่ยมมวยที่เหนือชั้นเป็นฝ่ายชนะคะแนนพร้อมเสียงปรบมือจากแฟนมวย ซึ่งเจ้าตัวขอมอบชัยชนะนัดนี้ให้น้องฟ้าใสลูกสาวที่อุ้มขึ้นเวทีมารับการชูมือเป็นผู้ชนะด้วย
  • คู่ที่ 7 มวยไทย 3 ยกพิกัด 58 ก.ก.เทพนคร เหรียญทองยิมส์ ดวลเดือดไฟ้ท์ที่ 3 กับ หิน เหล็ก ไฟ สามชัยวิเศษสุก ก่อนหน้านี้ผลัดกันแพ้ชนะคนละครั้ง นัดนี้ก็ยังคงปะทะกันเดือด สามชัย มวยหมัดบู๊ดุดันเดินลุยใส่ เทพนคร ตลอด 3 ยกและยกที่ 3 กำปั้น หิน เหล็ก ไฟ แผลงฤทธิ์จน เทพนคร ขาสั่นเกือบทรุดแต่ก็ประคองตัวรอดจนครบ 3 ยกกรรมการรวมคะแนนชูมือให้ หิน เหล็ก ไฟ สามชัยวิเศษสุก ชนะคะแนน

“เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันและนายสรวีร์ ฤทธิชัย ผู้บริหารวันก่อเกียรติ และโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี กล่าวถึงโปรแกรมสัปดาห์หน้าของศึกมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติว่า “ถึงวันเสาร์หน้ามวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลกจะพักการชกกันไปและจะเริ่มรอบ 8 คนสุดท้ายในวันที่ 6 มิ.ย.69 แต่เราก็จัดมวยสากล 6 ยกมุ่งบัลลังก์โลกมาให้ติดตามกันในพิกัด 66 ก.ก.เป็นการพบกันระหว่าง ปูซาน ปราสาทหินพิมาย ก่อเกียรติยิม ทายาท”ยักษ์สุข” ปะทะกำปั้นชาวอิหร่าน มอเซน ธันเดอร์มวยไทย พร้อมมวยไทย 3 ยกอีก 7 คู่ ติดตามกันอย่างมีความสุขเช่นเคยกับมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติที่ เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ นัดต่อไปวันเสาร์ที่ 30 พ.ค. 69 เวลา 17.30 น. – 20.00 น. ทางช่อง 8 กด 27 แฟนมวยสายเดือดต้องไม่พลาด !


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยจัดการแข่งขัน กอล์ฟการกุศล ณ สนาม RSU VISTA GOLF CAUSE ปทุมธานี หารายได้เพื่อพัฒนาวงการพืชสวนไทยและสร้างสรรค์ประโยชน์สู่สังคม

สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยจัดการแข่งขัน กอล์ฟการกุศล ณ สนาม RSU VISTA GOLF CAUSE ปทุมธานี หารายได้เพื่อพัฒนาวงการพืชสวนไทยและสร้างสรรค์ประโยชน์สู่สังคม

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 : รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลเพื่อนำรายได้ไปดำเนินกิจกรรมของสมาคมในด้านต่างๆ อาทิ การสร้างความร่วมมือระหว่างเกษตรกรกับสมาคม การช่วยเหลือกิจกรรมสังคม การจัดงานพืชสวนโลกที่อุดรธานีและนครราชสีมา กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยี การอบรมการผลิตพืชสวน ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักและผลไม้ต่างๆ รวมทั้งช่วยเหลืองานสาธารณประโยชน์อื่นๆ โดยได้รับความสนใจ มีผู้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคึกคัก โดยเสียค่าสมัครทีมละ 30,000 บาท

รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ทางสมาคมฯได้จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลเพื่อหารายได้ในการดำเนินกิจกรรมของสมาคมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

นายกสมาคมพืชสวนฯกล่าวถึงการดำเนินงานต่อไปว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงและเป็นเรื่องเร่งด่วนในการแก้ปัญหา คือ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะมะม่วง สิ่งที่สมาคมจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหา คือ การแปรรูปและหาตลาดใหม่ๆ เพราะขณะนี้ผลผลิตล้นตลาด ถ้าไม่ดำเนินการแก้ไขจะยิ่งทำให้สินค้าเกษตรตกต่ำยิ่งขึ้น “สมาคมจะเข้าไปช่วยในเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปผลไม้ การจัดกิจกรรมและนิทรรศการ

การเปิดตลาดใหม่ๆ นอกจากนี้จะต้องรักษาอาชีพเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ไว้ให้ได้ เพราะปัจจุบันเรามีผู้สูงอายุมากขึ้น สมาคมพร้อมเข้าไปช่วย เปลี่ยนผ่านให้เกษตรกร ชาวสวนหันมาทำเกษตรแม่นยำ เกษตรอัจฉริยะ นำเซนเซอร์ โดรน และเอไอมาช่วยแบ่งเบา เพื่อให้การทำเกษตรเป็นเรื่อง ที่ง่ายและสะดวกกว่าเดิม”

ผู้สนใจสามารถติดต่อสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยได้ที่ 02-940-6578 และ 089-494-5172


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สะเทือนวงการ..!! แพทย์โลก จับตา! รพ.ตำรวจ ผนึกศัลยแพทย์นานาชาติ โชว์ผ่าไทรอยด์ผ่านกล้องไร้แผล

หมอไทยไม่แพ้ชาติใด! รพ.ตำรวจจัดประชุมแพทย์โลก โชว์เทคนิคผ่าไทรอยด์ เปิดฉากประชุมแพทย์โลก “ผ่าไทรอยด์ไร้แผล” รพ.ตำรวจชูเทคโนโลยีล้ำ เปลี่ยนอนาคตการรักษาหมอ“ไพบูลย์” เดันเทคนิคผ่าไทรอยด์ผ่านกล้องไร้แผล สร้างมาตรฐานใหม่วงการแพทย์ทรวมกูรูผ่าไทรอยด์ไร้แผลจากทั่วโลก ท“SCARLESS SURGERY”

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมชัยจินดา 1 ชั้น 20 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท. ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ รักษาราชการแทน นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านกล้องแบบไร้แผลนานาชาติ ครั้งที่ 7 (The 7th International Thyroid NOTES Conference 2026) ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “SCARLESS REFINED INNOVATIVE : Shaping the Future of Thyroid Surgery” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 พฤษภาคม 2569 โดยมีศัลยแพทย์ แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์จากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมการประชุม

พล.ต.ท.ไพบูลย์ฯ เปิดเผยว่า ภายในงานมีการบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ ได้แก่ Raymon H. Grogan MD, MS, FACS, Vidal Fortuny Jordi MD, Gustavo Fernandez-Ranvier MD, FACS, Ram Moorthy MD, Hoon Yub Kim MD, PhD, FACS, Li Hok Nam MD และ Angkoon Anuwong MD, FACS, FRCS(T)

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมด้านการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านกล้องระหว่างศัลยแพทย์จากนานาประเทศ โดยมุ่งเน้นเทค นิคการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านกล้องทางช่องปากแบบไร้รอยแผล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางศัลยกรรมสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายทางวิชาการ การสาธิตการผ่าตัด และกิจกรรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อสำคัญ อาทิ Live Surgery : Transoral Robotic-Assisted Total Thyroidectomy (TORT), 4K Live Surgery : Transoral Endoscopic Thyroidectomy Vestibular Approach, Hands-on Soft Cadaveric Workshop : Transoral Endoscopic Thyroidectomy Vestibular Approach และ Thyroid Ablation Workshop เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลและพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์สู่ระดับสากล

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงบูธอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์จากหน่วยงานและบริษัทชั้นนำที่เกี่ยวข้อง ”รรท.พตร.กล่าว“


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

(สศร.) มอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 ดันเมืองแห่งศิลปะ 5 จังหวัด นำคุณค่าทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) มอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 ดันเมืองแห่งศิลปะ 5 จังหวัด นำคุณค่าทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 : กระทรวงวัฒนธรรม โดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้จัด “พิธีมอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569” โดย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล โดยมี คณะกรรมการการพัฒนาศักยภาพเมืองแห่งศิลปะ ศิลปินศิลปาธร ผู้ได้รับรางวัล ร่วมงาน ณ ห้อง ออดิทอเรียม หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพฯ

ภายในงาน ได้มีการเสวนา หัวข้อ “ข้อเสนอโครงการกับการพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ” จากผู้แทนคณะกรรมการที่จะร่วมเสวนามี 2 ท่าน ได้แก่ นางลักขณา คุณาวิชยานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาทัศนศิลป์ และนายศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาภาพยนตร์ และนิทรรศการการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 พร้อมกันนี้ได้จัดให้มีการแสดงผลงานภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนสู่การเป็นเมืองแห่งศิลปะ “Phimai Inspire”

นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของศิลปินและเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่ จึงเปิดรับสมัครข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569

โดยมีโครงการที่เข้าร่วมการประกวด จำนวนทั้งสิ้น 56 โครงการ ดังนี้

  1. จังหวัดกระบี่ จำนวน 6 โครงการ
  2. จังหวัดเชียงราย จำนวน 18 โครงการ
  3. จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 12 โครงการ
  4. จังหวัดแพร่ จำนวน 11 โครงการ
  5. จังหวัดราชบุรี จำนวน 9 โครงการ

จากการพิจารณาข้อเสนอโครงการในรอบคัดเลือกและรอบตัดสินโดยคณะกรรมการการพัฒนาศักยภาพเมืองแห่งศิลปะ ซึ่งประกอบไปด้วย คณะผู้บริหารจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยสาขาต่างๆ และวัฒนธรรมจังหวัดจากพื้นที่เมืองแห่งศิลปะทั้ง 5 จังหวัด ได้แก่ นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ประธานกรรมการ, นายอิสระ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย รองประธานกรรมการ และ กรรมการ ได้แก่ นางปรียา แก้วบำรุง วัฒนธรรมจังหวัดกระบี่, นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย, นางแสงเพชร ลำไธสง วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา, นางสาวทัศนีย์ ดอนเนตร์ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่, นางสาวสุริสา นิลนารถ วัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี, นายอรรฆย์ ฟองสมุทร, นายศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์, นางลักขณา คุณาวิชยานนท์, รองศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ อินทรชูโต, นายวรรณศักดิ์ ศิริหล้า, ผู้ช่วยศาสตราจารย์หัตถกาญจน์ อารีศิลป, นางกาญจนา ตุ้มกลีบ ผู้อำนวยการสถาบันศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

ทั้งนี้ การคัดเลือกข้อเสนอโครงการได้มีหลักเกณฑ์อย่างรอบด้าน เช่น การมีส่วนร่วมของชุมชน ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ความเป็นไปได้จริงในการดำเนินการและงบประมาณ และความยั่งยืนและการบริหารจัดการ จนได้ผลการตัดสินข้อเสนอโครงการที่ได้รับรางวัล ดังนี้

  • รางวัลยอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล โครงการบ้านนอก : เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติในพื้นที่ชนบท(ระยะที่หนึ่ง) จังหวัดราชบุรี โดยนางพรพิไล มีมาลัย จะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการ 900,000 บาท
  • รางวัลดีเด่น จำนวน 5 รางวัล จะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการ 500,000 บาท ได้แก่
    • 1.โครงการเทศกาลแอนิเมชันนานาชาติ ภูแล 2569 จังหวัดเชียงราย โดย นายรัฐ จำปามูล
    • 2.โครงการอาร์ตบุรี: นิทรรศการ Pop-up และแผนที่ศิลปะดิจิทัลย่านเมืองเก่าราชบุรี จังหวัดราชบุรี โดย นางสาวพัชณาพร วิมลสาระวงค์
    • โครงการแพร่-บ้าน-บ้าน จังหวัดแพร่ โดย นางสาวสลันดา สิระสราญ
    • โครงการพัฒนาต้นแบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจบนฐานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (KORAT ART-CUBATOR)จังหวัดนครราชสีมา โดย นายอานนท์ บุณยประเวศ
    • โครงการยุคภยนต์ เมืองกระบี่ KRABI MOVING ERA จังหวัดกระบี่ โดย นายกฤษฎา กันณรงค์
  • รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล จะได้รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 2,000 บาท ได้แก่
    • โครงการ พัฒนาศักยภาพชุมชนสู่เมืองแห่งศิลปะสร้างสรรค์อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ภายใต้แนวคิด LONG art model : เพื่อพัฒนาศิลปินร่วมสมัยจากทุนวัฒนธรรมสู่การสร้างอัตลักษณ์เมืองลอง โดยนายพรรษา ทาปัน
    • โครงการ (แพร่)งทาง พร่างพ(ราย) : โครงการศิลปะบนระเบียงสร้างสรรค์ แพร่-เชียงราย โดยนายอนุสรณ์ ธัญญะปาลิต
    • โครงการ ทุกที่คือแกลเลอรี่ พัฒนาพื้นที่สาธารณะ ชุมชนและตลาดในจังหวัดเชียงรายให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์และส่งเสริมความเป็นเมืองศิลปะที่ยั่งยืน โดยนางสาวกีรติ วุฒิสกุลชัย

โดยรางวัลยอดเยี่ยมและรางวัลดีเด่น จำนวน 6 โครงการนี้ จะได้ดำเนินโครงการให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เมืองแห่งศิลปะทั้ง 5 จังหวัด เพื่อนำคุณค่าทางวัฒนธรรมของแต่ละเมืองมาสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน