หลายหน่วยงานมุกดาหาร บูรณาการตรวจสอบเหตุกลิ่นควันรบกวนริมห้วยแข้ ขยายผลพบผู้เสพยาเสพติด

มุกดาหาร — หลายหน่วยงานมุกดาหารบูรณาการตรวจสอบเหตุกลิ่นควันรบกวนริมห้วยแข้ ขยายผลพบผู้เสพยาเสพติด

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายอดุล ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรร เทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่สาธารณะบริเวณริมลำห้วยแข้ ตรงข้ามวัดศรีปทุม หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและทางวัด กรณีมีเหตุเดือดร้อนรำคาญจากกลิ่นควันไฟ ซึ่งคาดว่าเกิดจากการลักลอบเผาถ่านในบริเวณดังกล่าว
เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุอยู่ริมตลิ่งฝั่งตรงข้าม ซึ่งอยู่นอกเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร แต่ส่งผลกระทบทางมลพิษต่อประชาชนในเขตเทศบาลฯ

ทางเทศบาลเมืองมุกดาหารจึงได้ประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการเข้าตรวจสอบ ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดา หาร (ทสจ.), เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร, ฝ่ายปกครองเทศบาลตำบลคำอาฮวน, ฝ่ายปกครองเทศบาลตำบลนาสีนวน

ผลการตรวจสอบพื้นที่และการชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา จากการลงพื้นที่ร่วมกัน พบว่าบริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตรับผิดชอบของเทศบาลตำบลนาสีนวน โดยมีเพิงพักชั่วคราวปลูกสร้างอยู่ริมตลิ่งห้วยแข้ และพบกลุ่มบุคคลนั่งอยู่ภายในเพิงพักจำนวน 3 คน เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวมาสอบถามข้อเท็จจริง

เบื้องต้น บุคคลทั้ง 3 รายให้การปฏิเสธ โดยระบุว่าไม่ได้ทำการเผาถ่านในบริเวณดังกล่าว แต่เป็นการเผาเศษใบไม้และหญ้าแห้ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถเข็นบรรจุกิ่งไม้และเศษไม้ท่อน ซึ่งมีลักษณะเตรียมพร้อมสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบ โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวอ้างว่าจะนำไปเผาในพื้นที่อื่น ด้านเทศบาลตำบลนาสีนวนได้ทำการตักเตือนและแจ้งให้ทั้งหมดรื้อถอนเพิงพักออกจากเขตพื้นที่สาธารณะ

ขยายผลตรวจปัสสาวะ พบสารเสพติด 2 ราย ในระหว่างการซักถาม เจ้าหน้าที่สังเกตพบพฤติกรรมต้องสงสัย จึงได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติม จนกระทั่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวรับสารภาพว่าได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร จึงควบคุมตัวทั้ง 3 ราย ไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลมุกดาหาร ผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ พบว่าชาย 2 ใน 3 คน มีผลปัสสาวะเป็นบวก (พบสารเสพติดในร่างกาย)

เจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกการจับกุมและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมทั้งประสานหน่วยงานท้องถิ่นเจ้าของพื้นที่ในการเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสร้างมลพิษทางอากาศซ้ำอีกต่อไป


ฝ่ายปกครองคำชะอี บุกตรวจเสียงดังรบกวนชาวบ้าน พบเจ้าของบ้านเปิดเพลงเสียงดังจริง ตรวจฉี่เจอสารเสพติด ส่งดำเนินคดีทันที

จ.มุกดาหาร — ฝ่ายปกครองคำชะอี บุกตรวจเสียงดังรบกวนชาวบ้าน พบเจ้าของบ้านเปิดเพลงเสียงดังจริง ตรวจฉี่เจอสารเสพติด ส่งดำเนินคดีทันที

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.30 น. ภายใต้การอำนวยการของนายอำเภอคำชะอี นายพิสิษฐ์ เพิ่มพูน ปลัดอำเภอประจำศูนย์ดำรงธรรมอำเภอคำชะอี ได้นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลบ้านเหล่า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรคำชะอี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการเปิดเพลงเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบชายทราบชื่อคือ นายศิริศักดิ์ พันนุมา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182/1 หมู่ 2 ตำบลเหล่าสร้าง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร โดยเจ้าตัวยอมรับว่าได้เปิดเพลงเสียงดังจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตักเตือน พร้อมทั้งขอทำการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ผลการตรวจเบื้องต้นพบสารเสพติดประเภทยาบ้าในร่างกายเป็นผลบวก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคำชะอี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ทางฝ่ายปกครองอำเภอคำชะอีฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนให้เคารพสิทธิของผู้อื่น และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญต่อชุมชน หากพบเหตุลักษณะดังกล่าวสามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบได้ทันที


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ รายงาน
โทร. 098-8699888

เทศกิจสภ.เมืองมุกดาหาร ร่วมสสจ. ตรวจสอบร้านน้ำกระท่อมหน้าวัดป่าศิลาวิเวก พบไม่มีใบอนุญาต เจ้าของรับต้มขายวันละกว่า 50 ขวด

มุกดาหาร – เทศกิจสภ.เมืองมุกดาหาร-สสจ. ร่วมตรวจสอบร้านน้ำกระท่อมหน้าวัดป่าศิลาวิเวก พบไม่มีใบอนุญาต เจ้าของรับต้มขายวันละกว่า 50 ขวด

วันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดเทศกิจเทศบาลเมืองมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร (สสจ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมบริเวณหน้าวัดป่าศิลาวิเวก หลังได้รับแจ้งร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมในพื้นที่อย่างเปิดเผย จากการเข้าตรวจสอบ พบว่าร้านดังกล่าวมีการต้มน้ำกระท่อมเพื่อจำหน่ายจริง โดยผู้ขายให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเป็นผู้ต้มเองและจำหน่ายในราคาขวดละ 25 บาท มียอดจำหน่ายเฉลี่ยวันละประมาณ 50 ขวด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเอกสาร เจ้าหน้าที่พบว่าไม่มีใบอนุญาตในการจำหน่ายตามที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการว่ากล่าวตักเตือน พร้อมชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยว ข้อง และกำชับให้ยุติพฤติกรรมการลักลอบจำหน่ายทันที หากยังฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในภายหลัง

การตรวจสอบครั้งนี้นำโดย นายอดุลย์ สิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร พร้อมบูรณาการกำลังร่วมกับ สภ.เมืองมุกดาหาร และ สสจ.มุกดา หาร เพื่อจัดระเบียบและเฝ้าระวังการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำกระท่อมในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถานศึกษาและชุมชน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเยาวชนและสังคมโดยรวม

เจ้าหน้าที่ระบุว่า หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบได้ทันที เพื่อร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองต่อไป


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ รายงาน
โทร. 098-8699888

ไฟไหม้ระทึกกลางดึก วอด 3 หลังรวด บ้านค้อคำชะอี โชคดีไร้เจ็บตาย เร่งพิสูจน์หาสาเหตุต้นเพลิง

จ.มุกดาหาร — ไฟไหม้ระทึกกลางดึกวอด 3 หลังรวด บ้านค้อคำชะอี โชคดีไร้เจ็บตาย เร่งพิสูจน์หาสาเหตุต้นเพลิง

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนกลางดึกในพื้นที่บ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดา หาร ส่งผลให้บ้านพักเสียหายรวม 3 หลัง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถดับไฟไว้ได้ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 03.15 น. ร.ต.ต. วัฒนา ชินหงษ์ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านค้อ ได้รับแจ้งจากกู้ภัย อบต.บ้านค้อ ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยภายในหมู่บ้าน บ้านเลขที่ 118 หมู่ 3 ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมประสานรถดับเพลิงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

เมื่อไปถึงพบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงลุกลามติดบ้านใกล้เคียงรวมได้รับความเสียหายจำนวน 3 หลัง ได้แก่ บ้านของนายสิน คนคล่อง อายุ 89 ปี, นายสุริยา ผ่องแผ้ว และนายเวียง สุวรรณมงคล เจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามเพิ่มเติม ก่อนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายในเวลาประมาณ 10 นาที จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ต้นเพลิงเกิดจากบ้านหลังกลาง ซึ่งช่วงเกิดเหตุไม่มีผู้อยู่อาศัยอยู่ภายในบ้าน ส่วนมูลค่าความเสียหายและทรัพย์สินที่ถูกไฟไหม้ยังอยู่ระหว่างการสำรวจอย่างละเอียด

ด้าน พ.ต.ท.อุทัย เพ็งธรรม สวญ.สภ.บ้านค้อ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนประสานเจ้าหน้า ที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดมุกดาหาร เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ถือเป็นความโชคดีของชาวบ้านในพื้นที่ แม้บ้านเรือนและทรัพย์สินจะได้รับความเสียหายจำนวนมากก็ตาม


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ รายงาน
โทร. 098-8699888

สลด ! หนุ่มใหญ่งมหอยในบ่อ จมน้ำเสียชีวิตคาดเป็นตะคริว

นครนายก – สลด ! หนุ่มใหญ่งมหอยในบ่อ จมน้ำเสียชีวิตคาดเป็นตะคริว

เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างอริยะได้รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำเสียชีวิตกลางบ่อใหญ่ จากนั้นได้ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือ บริเวณหมู่ที่ 3 เขาสลักหิน ตำบลเขาพระ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายกในที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่กู้ ภัยสว่างอริยะพร้อมชาวบ้านและญาติ ช่วยกันเร่งค้นหาคนจมน้ำนานกว่า 2 ชั่วโมงจนได้พบกับร่างไร้วิญญาณของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อนายรำพึง พิลาวัล อายุ 51 ปี สภาพศพมืองอหงิกคล้ายตะคริวกินก่อนที่กู้ภัยจะนำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมาบนฝั่ง

จากการสอบถามชาวบ้านบริเวณละแวกนั้นเล่าให้ฟังว่าผู้เสียชีวิตนั้นชอบมางมหอยเป็นประจำและชอบมาเล่นน้ำคลายร้อน แต่เนื่องจากวันนี้ผู้เสียชีวิตนั้นหายตัวไปผิดปกติเห็นเพียงแต่กระชังใส่หอยลอยขึ้นมาเหนือน้ำ แล้วก็รองเท้าที่อยู่บนฝั่งก็เลยรีบแจ้งทางญาติให้ช่วยกันตามหา

ด้านนายกุ้ง เพื่อนผู้เสียชีวิตบอกว่าพี่ชายไปบอกว่าเห็นรองเท้าและถุงหอยอยู่บนฝั่งแต่ไม่เห็นผู้ตายจึงได้พากันงมค้นหาเพราะว่าผู้ตายนั้นชอบมางมหอยเป็นประจำตนเองก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นทีแรกงมเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนกระทั่งจะเดินกลับเอามือคว้าลงไปก็ได้พบร่างของผู้เสียชีวิตก็เลยรีบให้กู้ภัยมาช่วยกันนำร่างขึ้นมาบนฝั่ง และส่งศพชันสูจน์หาสาเหตุการจมน้ำเสียชีวิตต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

ผู้ว่าฯ อยุธยา ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบางบาล ปากคลองบางบาล และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ต.ทางช้าง อ.บางบาล

อยุธยา – ผู้ว่าฯ อยุธยา ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบาง บาล ปากคลองบางบาล และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ต.ทางช้าง อ.บางบาล

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ประตูระบายน้ำบางบาล ปากคลองบางบาล และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ตำบลทางช้าง อำเภอบางบาล จังหวัดพระ นครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบางบาล ปากคลองบางบาล และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ตำบลทางช้าง โดยมี นายกสมทรง พันธ์เจริญวรกุล องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นายทรงพล สุขสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา เขต 1, นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา, นายอำเภอบางบาล, หัวหน้าสำนักงานป้อง กันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมลงพื้นที่สำหรับโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำปากคลองบางบาล จังหวัดพระนคร ศรี อยุธยา เป็นโครงการแก้ปัญหา อุทกภัยซ้ำซากในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ดำเนินการตามแผนบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งประตูระบายน้ำปากคลองบางบาลจะทำหน้าที่ ควบคุม และบริหารจัดการน้ำในคลองบางบาล ให้มีปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านที่เหมาะสมไม่เกินความสามารถระบายน้ำได้ของคลองในช่วงฤดูน้ำหลากเท่านั้น เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ด้านท้ายน้ำที่สร้างความเสียหายให้ประชาชนทั้งสองฝั่งคลอง ในเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

และในส่วนของพื้นที่ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ตำบลทางช้าง อำเภอบางบาล เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำกลุ่มแรกที่จะได้รับผลกระทบของอำเภอบางบาล จึงได้สั่งการให้นายอำเภอบางบาล บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนของปีนี้


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

นรข.มุกดาหาร สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 196 กก. ริมถนนหว้านใหญ่ คนร้ายทิ้งรถเผ่นหนี คาดเตรียมส่งต่อเครือข่ายชายแดน

มุกดาหาร – นรข.มุกดาหาร สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 196 กก. ริมถนนหว้านใหญ่ คนร้ายทิ้งรถเผ่นหนี คาดเตรียมส่งต่อเครือข่ายชายแดน

หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม โดยสถานีเรือมุกดาหาร บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หว้านใหญ่ ตรวจยึดยาเสพติดประเภทไอซ์ล็อตใหญ่ น้ำหนักประมาณ 196 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์กระบะ 1 คัน บริเวณริมถนนหมายเลข 3010 พื้นที่ ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ขณะคนร้ายอาศัยความมืดหลบหนีไปได้

การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 02.00 น. ภายใต้ภารกิจบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติด หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ชายแดน จึงวางกำลังเฝ้าตรวจตามเส้นทางต้องสง สัย กระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณริมถนนสายดังกล่าว

จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบของกลางเป็นยาไอซ์บรรจุอยู่ภายในลังจำนวน 5 ลัง น้ำหนักรวมประมาณ 196 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า จำนวน 1 คัน ส่วนผู้ลักลอบขนยาเสพติดไหวตัวทัน อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมนำกลับไปยัง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม สถานีเรือมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตรวจสอบขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายาไอซ์ล็อตดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ใช้พื้นที่ชายแดนริมแม่น้ำโขงเป็นเส้นทางลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งจะมีการเร่งสืบสวนติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไปอย่างเข้มงวด.


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ มุกดาหาร 0988699888

จยย.เฉี่ยวชนสามล้อกลางเมืองมุกดาหาร เจ็บ 2 ราย คนขับสามล้อเผย “ยังงง ถูกชนได้อย่างไร”

มุกดาหาร – จยย.เฉี่ยวชนสามล้อกลางเมืองมุกดาหาร เจ็บ 2 ราย คนขับสามล้อเผย “ยังงง ถูกชนได้อย่างไร” กู้ภัยเร่งช่วยผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ.มุกดาหาร ตำรวจเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาสาเหตุ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัย ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุทางถนน (ว.40) บริเวณหน้าร้าน “เฮงเฮงเฮง” ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร หลังรับแจ้งจึงเร่งรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถจักรยาน ยนต์เฉี่ยวชนกับรถสามล้อกลางถนน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ นอนบาดเจ็บอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ให้การปฐม พยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ก่อนนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลมุกดาหาร

จากการสอบถาม นายศกาญศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ขับขี่รถสามล้อคู่กรณี เปิดเผยด้วยอาการยังตกใจกับเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุตนขับรถสามล้อมาตามเส้นทางด้วยความเร็วปกติ แต่จู่ ๆ รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้พุ่งเข้ามาเฉี่ยวชนอย่างกะทันหัน จนตนเองยังไม่เข้าใจว่าเกิดเหตุขึ้นได้อย่างไร

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พร้อมสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ขอฝากเตือนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เพิ่มความระมัดระวัง เคารพกฎจราจร และไม่ประมาทขณะขับขี่ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน


ภาพ / ข่าว : ทรงสิทธิ์ สาระกิจ รายงานจากจังหวัดมุกดาหาร

จนท. สกัดยึดเฮโรอีนตรา “ตราสิงโตคู่” 7.5 กก. ซุกกล่องมะนาวทิ้งริมโขงธาตุพนม สั่งเอกซเรย์เข้มด่านไทย-ลาว พบบทเรียนซ้ำซากกล้องวงจรปิดพังถาวร

จนท สกัดยึดเฮโรอีนตรา “ตราสิงโตคู่” 7.5 กก. ซุกกล่องมะนาวทิ้งริมโขงธาตุพนม สั่งเอกซเรย์เข้มด่านไทย-ลาว พบบทเรียนซ้ำซากกล้องวงจรปิดพังถาวร

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 05.45 น. ที่ริมแม่น้ำโขงบริเวณจุดผ่อนปรนการค้าไทย-ลาว หรือตลาดลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กองบังคับการควบคุมที่ 1 (บก.ควบคุม 1) กรมทหารราบที่ 3 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.ฯ ) ร่วมกับ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตนครพนม) โดย สน.เรือธาตุพนม ตำรวจน้ำ และ สภ.ธาตุพนม สนธิกำลังตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ตรงทางขึ้นลงท่าเทียบเรือ ริมกำแพงเขื่อนกันตลิ่งทรุด ใกล้อาคารตรวจคนเข้าเมือง ที่ซุกซ่อนในกล่องกระดาษมีกระสอบป่านอยู่ด้านใน ปิดด้วยลูกมะนาวโปะหน้า โดยคนร้ายลงจากเรือโดยสารข้ามฟาก เดินปะปนมากับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวลาว ที่นำสินค้ามาวางขายในทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี

ร.อ.รัฐธรรมนูญ ไตรยวงค์ ผู้บังคับกองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดเปิดเผยว่า โดยปกติทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้านต้องนำสินค้ามาขาย ในช่วงเวลา 06.00-10.00 น. กองร้อยทหารราบก็ได้จัดชุดเข้ามาดูแล อำนวยความสะดวกในพื้นที่ และตรวจสิ่งของที่อาจนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย โดยเวลาประมาณ 05.30 น. ก็เริ่มตรวจตราสิ่งของก่อนจะเปิดจุดผ่อนปรนในเวลา 06.00 น. ได้ตรวจพบกล่องต้องสงสัยภายในใส่มะนาว และยังมีลังสี่เหลี่ยมซ้อนอยู่ด้านใน จึงเป็นเหตุให้สงสัย ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นผงสีขาว คาดอาจเป็นเคตามีน แต่ทราบต่อมาว่าเป็นตราสิงโตคู่เหยียบโลก ภายในคือเฮโรอีนหรือผงขาวจำนวน 10 แท่ง จึงประสานพิสูจน์หลักฐาน จ.นครพนม ตรวจด้วยน้ำยาเฉพาะอีกครั้ง ว่าเป็นสารเสพติดชนิดใด

จากข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคง รับแจ้งว่าในวันจันทร์ที่เปิดตลาดนัดไทยลาว จะมีการลักลอบของหนีภาษีศุลกากรคืออาโวคาโด้ ปะปนมากับกลุ่มแม่ค้าชาวลาว เจ้าหน้าที่จึงตรวจตราอย่างเข้มงวด ทำให้กลุ่มกองทัพมดที่ลักลอบขนยาเสพติด แอบแฝงมากับพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้ามาขาย ไม่กล้าเดินฝ่าด่านตรวจจึงวางทิ้งไว้ข้างกำแพง และเจ้าหน้าที่ทหารได้พบกล่องวางทิ้งไว้ในลักษณะผิดสังเกต จึงได้ประสานชุดสุนัขทหารร่วมเข้าทำการตรวจสอบอย่างละเอียด เมื่อเปิดออกพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) บรรจุในกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กจำนวน 10 กล่อง น้ำหนักรวมประมาณ 7.5 กิโลกรัม บนห่อประทับตราสิงโตคู่เหยียบโลก ซึ่งถูกซุกซ่อนอำพรางปะปนอยู่กับถุงบรรจุมะนาวสด

จากการสังเกตของเจ้าหน้าที่พบว่า บนกล่องมะนาวดังกล่าวมีการเขียนสัญลักษณ์วงกลมกำกับไว้เด่นชัด คาดว่าเป็นการทำเครื่องหมายระบุเพื่อให้กลุ่มผู้นำพาหรือ “นักบิน” ทราบว่าเป็นกล่องสินค้าเป้าหมายที่ต้องมาเคลื่อนย้ายส่งต่อเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยทำการตั้งจุดสกัดและตรวจค้นสินค้า วัตถุสิ่งของ รวมถึงสัมภาระของพ่อค้าแม่ค้าชาวสปป.ลาว ที่เดินทางข้ามแดนมาเพื่องานตลาดนัดอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งผิดกฎหมายหลุดรอดขึ้นฝั่งมาได้อีก

​อย่างไรก็ตาม ข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้พยายามเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดที่สำคัญของจุดผ่อนปรนตลาดนัดไทย-ลาว เพื่อแกะรอยพฤติกรรมและรูปพรรณสัณฐานของกลุ่มผู้ต้องสงสัย แต่กลับพบว่ากล้องวงจรปิดดังกล่าว “ไม่สามารถใช้งานได้” ทำให้เจ้าหน้าที่สูญเสียโอกาสสำคัญในการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อเกิดคดีความหรือเหตุอาชญากรรมในพื้นที่ดังกล่าว มักจะประสบปัญหาไม่สามารถนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาใช้ประโยชน์ในทางคดีได้ จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญและเพิ่มความยากลำบากให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในการปฏิบัติงานสืบสวนสอบสวนเพื่อทลายเครือข่ายยาเสพติดชายแดนในปัจจุบัน


ภาพ/ข่าว กิตติ หงษาวงศ์ (หลาวเหล็ก) /เทพข่าวร้อน รายงาน

ซีพี ออลล์ มอบทุน ‘สมาคมสื่อต้านโกง-องค์กรวิชาชีพ’ อัปสกิล ‘คนข่าวยุคใหม่’ เท่าทันโลกสื่อดิจิทัล

ซีพี ออลล์ สนับสนุนทุนการศึกษาสื่อมวลชน หลักสูตร MCA และ MINI MCA แก่องค์กรวิชาชีพชั้นนำ รวมถึงสมาคมสื่อต้านโกง เพื่ออัปสกิลนวัตกรรมการสื่อสาร เดินหน้ายกระดับศักยภาพ “คนข่าวยุคใหม่” เสริมองค์ความรู้เท่าทันโลกสื่อยุคดิจิทัล

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในวงการสื่อมวลชน ผ่านการมอบทุนการศึกษา “หลัก สูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมการสื่อสาร (MCA รุ่นที่ 8)” จำนวน 3 ทุน ให้แก่ สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ ไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการสื่อสารและการบริหารจัดการสื่อในยุคดิจิทัล

พร้อมกันนี้ ยังได้มอบทุนการศึกษา “หลักสูตร MINI MCA รุ่นที่ 3” จำนวน 3 ทุน ให้แก่ สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ไทยนิวส์ เทคโนโลยีชาวบ้าน และเส้นทางเศรษฐี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมการสื่อสาร เสริมศักยภาพบุคลากรสื่อมวลชนให้สามารถปรับตัวและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและภูมิทัศน์สื่อยุคใหม่

ในการนี้ นางเอื้อมพร สิงหกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย รศ.ดร.จินตวีร์ เกษมศุข คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ร่วมมอบทุนการศึกษาแก่สื่อมวลชน พร้อมแนะนำแนวทางหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมการสื่อสาร ผ่านองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในสายวิชาชีพ เพื่อร่วมสร้างเครือข่ายสื่อมวลชนยุคใหม่ที่มีคุณภาพ มีความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม และสามารถทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลข่าวสารอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

โครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของซีพี ออลล์ ที่ให้ความสำคัญกับ “การสร้างคน” ผ่านการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในหลากหลายภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่าการลงทุนด้านการศึกษา คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน