หลอนยาคลั่งรัก อ้างโปรแกรม AI สั่งการ บุกบ้านสาว 16 กลางดึก พ่อเผยลูกเสพตั้งแต่ยังเรียน

นครพนม – หลอนยาคลั่งรัก อ้างโปรแกรม AI สั่งการ บุกบ้านสาว 16 กลางดึก พ่อเผยลูกเสพตั้งแต่ยังเรียน

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 11.30 น. พ.ต.ท.สมพงษ์ หรเพลิด สารวัตรสืบสวน สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม นำกำลังชุดสายสืบเข้าควบคุมตัวนายสุริยา แก้วปีลา หรือเต๋อ อายุ 38 ปี ในข้อหาบุกรุกเคหะสถานในยามวิกาล และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมตัวได้ในบ้านเลขที่ 73 หมู่ 2 บ้านนาชุม ต.นาเดื่อ อ.ศรีสง คราม จ.นครพนม นำส่ง พ.ต.ท.สุชาติ อุทโย สารวัตรสอบสวน สภ.ศรีสงคราม สอบปากคำหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้

สืบเนื่อง เวลาประมาณตีหนึ่งเศษของวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ตำรวจสายตรวจ สภ.ศรี สงคราม ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีเหตุบุกรุกยามวิกาลในบ้านเลขที่ 207 หมู่ 11 บ้านนาชุม ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่ 2 ประมาณ 200 เมตร โดยคนร้ายทราบชื่อภายหลังก็คือนายเต๋อ ใช้ก้อนหินทุบบานกระจกหน้าต่างจนแตก ตรงห้องนอนของน้องอิงฟ้า (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมปลาย โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง เด็กสาวจึงตะโกนร้องให้คนช่วย เพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ทำลายความเงียบสงัดยามราตรีก็เปิดไฟออกมาดู นายเต๋อผู้ก่อเหตุจึงหลบหนีไป กระทั่งรุ่งเช้าสายสืบไปพบตัวหลบอยู่ในห้องน้ำ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก

นายเต๋อให้การอย่างฉะฉาน ว่าไม่ได้ตั้งใจจะบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ดังกล่าว แต่เพราะสมองตนเองไปผูกกับไฟล์โปรแกรมเอไอ(AI) ให้มาหาน้องอิงฟ้า ยืนยันไม่มีเจตนาจะบุกรุกแต่อย่างใด และยอมรับว่าก่อนไปบ้านน้องอิงฟ้าเสพยาบ้าไป 1 เม็ด กระดกเหล้าขาวไป 1 ขวด จึงกระทำไปโดยไม่ได้สติเจ้า AI คือตัวการที่สั่งงานตน

ด้านน้องอิงฟ้าผู้เสียหาย ซึ่งยังอยู่ในอาการหวาดกลัว เล่าว่าเวลาตีหนึ่งได้ยินเสียงคนส่งเสียงโวยวายอยู่หน้าบ้าน ตอนนั้นรู้กลัวมาก และไม่คิดว่านายเต๋อจะบุกมาทุบบานหน้าต่างกระจก กวักมือเรียกตนให้ออกไปหา พร้อมใช้เท้าถีบประตูพยายามจะเข้าไปในห้อง จึงตะโกนร้องเรียกให้คนช่วย

ทางด้านนายกองมี แก้วปีลา อายุ 64 ปี ตาของน้องอิงฟ้าเล่าว่า นายเต๋อแอบหลงรักหลานสาวตน ตอนเกิดเหตุได้ยินหลานร้องหวีดด้วยความตกใจกลัว ตนจึงลุกจากที่นอนมาดู เห็นนายเต๋ออยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง กำลังจะใช้มีดพร้าที่อยู่บริเวณนั้นทุบกระจกอีก โชคดีที่เพื่อนบ้าน 2 คนเข้ามาล็อกคอนายเต๋อไว้ ก่อนจะดิ้นหลุดและหลบหนีไป ตนก็คิดว่าคงไม่มาอีกแล้ว ที่ไหนได้นายเต๋อหวนกลับมาอีก พร้อมเรียกให้น้องอิงฟ้าออกไปเคลียร์กัน ก็ไม่รู้เคลียร์เรื่องอะไร จนกระทั่งเช้าหลานไม่กล้าไปโรงเรียนเลย

ซึ่งนายกองมีเล่าเพิ่มเติมว่า ประมาณ 2 เดือนที่แล้ว นายเต๋อหลอนยาไปเผาเถียงนาตนจนเสียหาย แต่ครั้งนั้นไม่เอาความอะไร เพราะเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ไม่คิดจะบุกเข้ามาถึงในบ้านยามวิกาล ครั้งนี้อย่างไรก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนทางด้านนายเสรี แก้วปีลา อายุ 73 ปี

พ่อผู้ก่อเหตุ เล่าว่าลูกชายติดยาบ้ามานานกว่า 20 ปีตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ มีประวัติพกยาบ้า 9 เม็ดติดคุก 4 ปีกว่า ก็หวนกลับมาเสพเหมือนเดิม ครั้งนี้ตนในฐานะพ่อก็จะชดใช้ค่าเสียหายแก่คู่กรณี ส่วนทางคดีก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

คลิปวงจรปิดจับภาพคนร้าย บุกปาน้ำปลาร้าใส่บ้านสาวพนักงานห้างกลางดึก แถมถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ตำรวจเร่งล่าตัว

คลิปวงจรปิดจับภาพคนร้าย บุกปาน้ำปลาร้าใส่บ้านสาวพนักงานห้างกลางดึก แถมถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ตำรวจเร่งล่าตัว

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา น.ส.สุพัชรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี พนักงานห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน หลังถูกคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุปาถุงน้ำปลาร้าใส่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 8 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พร้อมถ่ายคลิปวิดีโอขณะลงมือ ก่อนหลบหนีไปอย่างลอยนวล

เบื้องต้น พ.ต.ท.จำรัส โพธิ์อินทร์ สว.(สอบสวน) รับแจ้งเหตุและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ผู้เสียหายเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม ขณะนั้นตนเองยังทำงานอยู่และเลิกงานประมาณ 05.00 น. กระทั่งกลับมาถึงบ้านจึงพบว่ามีคนร้ายเป็นวัยรุ่นชาย 2 คน สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้าน ก่อนขว้างถุงน้ำปลาร้าใส่บ้านจำนวน 2 ถุง และยังมีการใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปขณะก่อเหตุไว้ด้วย จากนั้นได้รีบขี่รถหลบหนีไป

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายมีลักษณะคล้ายตั้งใจมาก่อเหตุที่บ้านหลังดังกล่าวโดยเฉพาะ อีกทั้งยังได้ยินเสียงผู้หญิงในคลิปพูดสั่งการว่าเป็นบ้านหลังไหน ทำ ให้เชื่อว่าไม่น่าใช่การก่อเหตุผิดบ้าน

น.ส.สุพัชรินทร์ ระบุอีกว่า ที่ผ่านมาตนเองไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน จึงไม่เข้าใจสาเหตุที่ถูกก่อเหตุในลักษณะนี้ พร้อมยอมรับว่ารู้สึกตกใจและหวาดระแวงอย่างมาก เพราะหากคน ร้ายใช้สิ่งของอันตรายกว่านี้ เช่น ก้อนหิน อาจทำให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายได้ อีกทั้งตนเองพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน รวมถึงขยายผลไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสั่งการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ประสิทธิ์ วนะชกิจ/กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา

กองทัพภาคที่ 2 ยกระดับเทคโนโลยี มอบโดรน 54 หน่วยฝึกทหารใหม่ เสริมศักยภาพการเรียนรู้และขับเคลื่อนภารกิจกองทัพ

กองทัพภาคที่ 2 ยกระดับเทคโนโลยี มอบโดรน 54 หน่วยฝึกทหารใหม่ เสริมศักย ภาพ การเรียนรู้และขับเคลื่อนภารกิจกองทัพ

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีมอบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ให้กับหน่วยฝึกทหารใหม่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จำนวน 54 หน่วยฝึกฯ จำนวน 108 ลำ หน่วยละ 2 ลำ โดยมีผู้แทนจากแต่ละหน่วยเข้ารับมอบ ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการฝึกอบรมและเสริมสร้างทักษะทางเทคโนโลยีให้แก่กำลังพล

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะผู้บังคับบัญชา ได้รับชมการสาธิตการใช้งานและขีดความสามารถของอากาศยานไร้คนขับ จากชุดปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ (ศปอร. ศปก. ทภ.2) พร้อมกันนี้ได้พบปะพูดคุยเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติแก่ผู้บังคับหน่วย, คณะครูฝึก และกำลังพลชุดสาธิต โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย และนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการฝึกทหารใหม่อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อก้าวทันต่อวิวัฒนาการทางการทหารในยุคปัจจุบัน

กองทัพภาคที่2 #ทหารใหม่ #อากาศยานไร้คนขับ #เทคโนโลยีทหาร #UAV #กองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

อว. ดัน Food Tech ไทยสู่สากล! ผุด “ศูนย์บ่มเพาะเชิงลึก” ยกระดับอาหารฉายรังสี โกอินเตอร์

อว. ดัน Food Tech ไทยสู่สากล! ผุด “ศูนย์บ่มเพาะเชิงลึก” ยกระดับอาหารฉายรังสี โกอินเตอร์

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 : กระทรวง (อว.) เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยยุคใหม่ โดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิด “โครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการอาหารฉายรังสี เชิงลึกเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ (สทน.) ณ อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง (อว.) มุ่งเป้าปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้พร้อมนำนวัตกรรมสู่ตลาดโลก จับมือ NIA หนุนทุนนวัตกรรม—ชูเทคโนโลยีเป็น ‘New Growth Engine’ ภายในงานได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าง (สทน.) และ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เพื่อบูรณาการวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ในการพัฒนาศักยภาพงานวิจัยและนวัตกรรมอาหาร

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เน้นย้ำในปาฐกถาพิเศษ “การปั้น Food Tech ไทยให้กินได้จริงและขายได้ระดับโลก ไม่เน้นเพียงแค่การใช้เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องมาพร้อมกับคุณภาพ รสชาติที่ถูกใจ และเอกลักษณ์ภูมิปัญญาไทย โดยเทคโนโลยีฉายรังสีของ (สทน.) จะเป็น New Growth Engine ที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านอายุสินค้าและการปนเปื้อน เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารและสุขภาพระดับโลก”

บ่มเพาะเข้มข้น 15 ทีมสุดท้าย สะพานเชื่อมสู่เชิงพาณิชย์ รองศาสตราจารย์ ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ (สทน.) เปิดเผยว่า โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากสถาบันอาหารในการบ่มเพาะผู้ประกอบการ โดยจัดอบรมเชิงลึกระหว่างวันที่ 18–22 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อาทิ เทคโนโลยีการฉายรังสี กฎหมายอาหาร การตลาด และการทำแผนธุรกิจ (Pitching)

ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการผ่านการคัดเลือกจำนวน 15 ราย จากทั้งหมด 60 ราย ซึ่งทาง NIA จะเข้ามาช่วยเติมเต็มในฐานะ ‘สะพานเชื่อมสู่เชิงพาณิชย์’ ด้วยการสนับสนุนทุนนวัตกรรมและโอกาสจับคู่ธุรกิจกับนักลงทุน กางแผนจัดตั้ง “ศูนย์ฉายรังสี 4 ภาค” ลดต้นทุนโลจิสติกส์
นอกจากกิจกรรมสัมมนาแล้ว ในภาคบ่ายผู้ประกอบการยังได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ฉายรังสี คลอง 5 ของ (สทน.) เพื่อชมโรงงานต้นแบบที่ใช้เทคโนโลยี “เครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน” ที่ทันสมัยที่สุด (สทน.) เผยว่ามีแผนที่จะจัดตั้งศูนย์ฉายรังสีประจำภูมิภาคให้ครบทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศเพื่อให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และยกระดับอาหารพื้นถิ่นไทยสู่สินค้ามูลค่าสูง

ศึกษาดูงาน “หงส์ไทย” ต้นแบบความสำเร็จ ปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของ บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัดซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมมือกับ (สทน.) ในการนำเทคโนโลยี Electron Beam (E-Beam) และโคบอลต์-60 มาใช้ในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ยืนยันความปลอดภัย ไร้สารเคมีตกค้าง 100% และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นโมเดลความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. – กฟผ. เดินหน้าสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้า SMR หนุนพลังงานสะอาดยุคใหม่ลดมลพิษ เพื่อความมั่นคงยั่งยืนทางพลังงานชาติ

ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. – กฟผ. เดินหน้าสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้า SMR หนุนพลังงานสะอาดยุคใหม่ลดมลพิษ เพื่อความมั่นคงยั่งยืนทางพลังงานชาติ

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ รักษาการเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ปส. ให้การต้อนรับ นายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ., นายเอกรัฐ สมินทรปัญญา ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า, นายโรจน์ยศ มโหธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมโรงไฟฟ้า และคณะผู้แทนจาก กฟผ. เพื่อร่วมกันหารือเกี่ยวกับการ เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ของประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดแห่งอนาคต ที่มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตพลังงานไฟฟ้าอย่างมั่นคง ต่อเนื่อง และสามารถสนับสนุนการเติบโตของพลังงานหมุนเวียน รวมถึงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคต

ทั้งนี้ ได้ข้อสรุปดังนี้ 1) การจัดทำ MOU ร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, 2) ร่วมจัดทำและขับเคลื่อนแผนสื่อสารสร้างความเข้าใจโรงไฟฟ้า SMR, 3) พัฒนาตามเกณฑ์ 19 มาตรฐาน IAEA (International Atomic Energy Agency), 4) กฟผ. ให้การสนับสนุนการบริจาคเพื่อทุนการศึกษาและสวัสดิการข้าราชการและบุคลากร ปส.

นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับแนวทางการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส เข้าใจง่าย และเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้บริหารและผู้มีอำนาจตัดสินใจ ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยี SMR และการใช้พลังงานปรมาณูอย่างสันติ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน สิ่งแวดล้อม และเป็นไปตามมาตรฐานสากล


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

วิทยาลัยนานาชาติ ม.ศิลปากร (SUIC) ณ วิทยาเขตเมืองทองธานี พร้อมยกระดับการศึกษานานาชาติด้าน Business, Technology and Design สู่มาตรฐานโลก

วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร (SUIC) ณ วิทยาเขตเมืองทองธานี พร้อมยกระดับการศึกษานานาชาติด้าน Business,Technology and Design สู่มาตรฐานโลก

วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร (SUIC) ต่อยอดความแข็งแกร่งของสถาบันการศึกษาชั้นนำตลอดกว่า 2 ทศวรรษ สู่พื้นที่การเรียนรู้แห่งอนาคต ณ “เมืองทองธานี” ในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อรองรับการขยายตัวและการจัดการศึกษาตามมาตรฐานสากลในทุกมิติ

รู้จักวิทยาลัยนานาชาติ ศิลปากร ผู้นำหลักสูตร Double Degree ที่เน้นประโยชน์ของผู้เรียนเป็นหลัก ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2546 มหาวิทยาลัยศิลปากรได้จัดตั้ง “วิทยาลัยนานาชาติ” ขึ้น เพื่อพัฒนาหลักสูตรนานาชาติ มีการจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ รองรับกระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงของโลกการศึกษา โดยเริ่มดำเนินการ ณ อาคารสำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

นับตั้งแต่ก่อตั้ง วิทยาลัยนานาชาติได้มุ่งมั่นพัฒนาบัณฑิตที่มีศักยภาพในระดับสากล ผ่านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นทั้งองค์ความรู้เชิงวิชาการและประสบการณ์จริง พร้อมสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำจากต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ในบริบทนานาชาติและเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานในอนาคต

ปัจจุบัน วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติที่ตอบโจทย์โลกธุรกิจสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำระดับโลก

หลักสูตรแรก คือ หลักสูตร BBA สาขาวิชา International Hospitality แบบ 2 ปริญญา (Double Degree) ร่วมกับ Vatel Group ประเทศฝรั่งเศส สถาบันด้านการจัดการโรงแรมและการบริการระดับแนวหน้าของโลก โดยนักศึกษาจะได้ฝึกงาน ณ ประเทศฝรั่งเศส พร้อมได้รับค่าตอบแทน และเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมการบริการระดับนานาชาติ

หลักสูตรที่สอง คือ หลักสูตร BFA สาขาวิชาการออกแบบสื่อสารดิจิทัล ซึ่งร่วมมือกับ Birmingham City University สหราชอาณาจักร เพื่อพัฒนาทักษะด้านการออกแบบและสื่อดิจิทัลในระดับสากลพร้อมโอกาสเดินทางไปศึกษาแลกเปลี่ยน ณ เมืองเบอร์มิงแฮม สหราชอาณาจักร

ต่อมา วิทยาลัยนานาชาติ ได้เปิดหลักสูตร BBA สาขาวิชาการจัดการตราสินค้าหรู (Luxury Brand Management) ในรูปแบบ 2 ปริญญา ร่วมกับ Paris School of Business (PSB) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสถาบันธุรกิจชั้นนำของยุโรปที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยในภาคการศึกษาสุดท้าย นักศึกษาจะได้ไปศึกษา ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา เพื่อเรียนรู้จากศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสินค้าและบริการระดับลักชัวรี พร้อมรับปริญญาใบที่สองจาก PSB

นอกจากนี้ วิทยาลัยฯ ยังเปิดหลักสูตร BBA ด้าน Business & Technology เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลและการเติบโตของเทคโนโลยีในภาคธุรกิจ ผ่านความร่วมมือกับ Paris School of Business โดยนักศึกษาจะได้ศึกษา ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้ด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในบริบทสากล พร้อมเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานแห่งอนาคต

และหลักสูตรสุดท้าย คือหลักสูตรปริญญาโท แบบ Joint Master Degree สาขาวิชา Cultural Heritage Conservation and Management ซึ่งร่วมมือกับ University of Applied Arts Vienna ประเทศออสเตรีย โดยนักศึกษาจะได้เดินทางไปฝึกปฏิบัติและเรียนรู้ภาคสนาม ณ ประเทศออสเตรีย เป็นระยะเวลา 2 เดือน เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์และการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ

Next Step “บ้านหลังใหม่” วิทยาลัยนานาชาติ ณ เมืองทองธานี

เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีกทศวรรษข้างหน้า วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร ภายใต้การนำของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพิศ ขัตติยพิกุล คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ ได้เดินหน้าสู่หมุดหมายใหม่ที่ “เมืองทองธานี” ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ของคณะ บ้านหลังใหม่นี้ถูกออกแบบให้เป็น “International Learning Centre (ILC)” ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ห้องเรียน แต่ยังรวมไปถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทันสมัยและสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่สู่การเป็นผู้นำและผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ระดับโลก ในพื้นที่ประกอบด้วย

  • Creative Spaces เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่สนับสนุนการระดมสมองและการแลกเปลี่ยนไอเดีย
  • Integrated Facilities จัดสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รองรับทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมเสริมหลักสูตร เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของนักศึกษา
  • State-of-the-art Classrooms เพิ่มสภาพแวดล้อมที่ดีให้การเรียนรู้ด้วยห้องเรียนติดตั้งเทคโนโลยีล้ำสมัย รองรับการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่พื้นที่จำลองการทำงานจริง ทั้งสตูดิโอออกแบบ และพื้นที่ปฏิบัติการด้านการโรงแรม
  • Strategic Location ทำเลที่ตั้งมีบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อการเรียนรู้ นักศึกษาได้อยู่ใกล้ชิดกับสถานที่ที่เป็นแหล่งรายได้และเป็นแหล่งที่ตั้งธุรกิจขนาดใหญ่ๆ ของประเทศ เอื้อต่อการสร้างแรงบันดาลใจด้านเครือข่ายทางธุรกิจ

กล่าวได้ว่าวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร ยังคงเดินหน้าพัฒนาทั้งทางหลักสูตรและสภาพแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์ต่อการเรียนของนักศึกษาอย่างไม่หยุดยั้ง การย้ายพื้นที่ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการขยายพื้นที่การศึกษา แต่ยังเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ SUIC ในการเป็นผู้นำด้านการศึกษานานาชาติที่พร้อมตอบโจทย์โลกอนาคต ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และพร้อมเปิดรั้วต้อนรับนักศึกษาทุกคนเข้าสู่ “อนาคตแห่งการเรียนรู้” ณ บ้านหลังใหม่ใจกลางเมืองทองธานีนี้ในอนาคตอันใกล้นี้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

SASOM จับมือ SNKRDUNK เปิดโลก Trading Cards ดันคอมมูนิตี้ไทยสู่ระดับโลก

สะเทือนวงการ Trading Card Games (TCG) ไทย! เมื่อ SASOM (สะสม) แพลตฟอร์มของสะสมแถวหน้าของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ SNKRDUNK เบอร์หนึ่งจากญี่ปุ่น เชื่อมระบบ Authentication ระดับสากล พร้อมเปิดวาร์ป Supply การ์ดแรร์จากญี่ปุ่นตรงถึงมือนักสะสมไทย

ในยุคที่ Trading Card Games ไม่ได้เป็นแค่เกม แต่คือ ‘สินทรัพย์’ และ ‘วัฒนธรรม’ ที่มีมูลค่ามหาศาล ปัญหาที่ตามมาคือความกังวลเรื่องสินค้าปลอม การรีซีล (Reseal) และสภาพไม่ตรงปก วันนี้ SASOM (สะสม) แพลตฟอร์ม Authenticated Marketplace ชั้นนำของไทย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ SNKRDUNK แพลตฟอร์มระดับแถวหน้าของเอเชียจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการการ์ดไทยแข็งแกร่งกว่าที่เคย

จาก ‘พี่น้อง’ สู่การเชื่อมต่อ Ecosystem ระดับโลก : ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการรวมพลังของ “Platform พี่น้อง” ภายใต้เครือ Kream Corporation ประเทศเกาหลีใต้ โดยนำจุดแข็งของ SNKRDUNK ที่มี Supply สินค้า Exclusive และเครือข่ายนักสะสมที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มาผสานกับ SASOM ที่มีความเข้าใจอินไซต์และพฤติกรรมนักสะสมไทยอย่างลึกซึ้ง เพื่อทลายกำแพงความกังวลและยกระดับตลาด Collectibles ไทยสู่สากล

ทำไมเรื่องนี้ถึงเป็น Big Move ของวงการ? : ตลาด TCG ทั้ง Pokémon, One Piece, Yu-Gi-Oh! และ Disney Lorcana กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ Pain Point สำคัญคือนักสะสมมักต้องเสี่ยงดวงกับการซื้อขายที่ไม่มีระบบรองรับ

ความร่วมมือนี้จึงส่งมอบ 3 ปรากฏการณ์ใหม่:

  • Japanese-Exclusive Access : นักสะสมไทยเข้าถึง Booster Packs, Sealed Boxes และการ์ดแรร์ระดับตำนานจากญี่ปุ่นผ่าน SNKRDUNK ได้ง่ายขึ้น
  • Advanced Authentication : สินค้าทุกชิ้นต้องผ่านการตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีความละเอียดสูง ตั้งแต่การเช็กซีล คุณภาพงานพิมพ์ ลายโฮโลแกรม ไปจนถึงร่องรอยตำหนิเล็กๆ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญมาตรฐานระดับสากล
  • Community-Centric Experience : ยกระดับประสบการณ์ผ่านฟีเจอร์ใหม่ In-app Live Streaming ฟีเจอร์ไลฟ์ภายในแอปที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการซื้อขายและการสร้างคอมมูนิตี้สายการ์ด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแพ็กผ่านไลฟ์ การลุ้น Chase Card แบบเรียลไทม์ การพูดคุยแลกเปลี่ยนกับนักสะสม รวมถึงการซื้อขายสินค้าระหว่างไลฟ์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับคอมมูนิตี้การ์ดระดับโลก และรองรับการเติบโตของวงการ TCG ที่ขับเคลื่อนด้วยทั้ง “Community” และ “Experience” ควบคู่กันไป

ในวันที่ตลาด Trading Card Games เติบโตอย่างรวดเร็ว “ความเชื่อมั่น” ในการซื้อขายจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ตัวสินค้าเอง ความร่วมมือระหว่าง SASOM และ SNKRDUNK จึงไม่ใช่เพียงการขยายหมวดธุรกิจ แต่คือการร่วมกันยกระดับมาตรฐานของวงการCollectibles ไทย ผ่านระบบตรวจสอบสินค้า โครงสร้างการซื้อขายที่โปร่งใส และการเข้าถึงสินค้าระดับโลก เพื่อให้นักสะสมสามารถซื้อขายได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และสะดวกยิ่งขึ้นในทุกการสะสม

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เดือด! เจ้าของใหม่คอนโดร้องสื่อ ถูกกีดกันเข้าห้องที่ประมูลได้ จากกรมบังคับคดี ทั้งที่นิติฯ ยืนยัน “ไม่มีคนอยู่” นักกฎหมายชี้อาจละเมิดสิทธิผู้ซื้อทรัพย์

เดือด! เจ้าของใหม่คอนโดร้องสื่อ ถูกกีดกันเข้าห้องที่ประมูลได้ จากกรมบังคับคดี ทั้งที่นิติฯ ยืนยัน “ไม่มีคนอยู่” นักกฎหมายชี้อาจละเมิดสิทธิผู้ซื้อทรัพย์

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังเจ้าของห้องชุดรายใหม่ ซึ่งซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดตามกฎหมาย จากกรมบังคับคดี เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ภายหลังถูกนิติบุคคลอาคารชุดแห่งหนึ่งย่านพระราม 3 กีดกันไม่ให้เข้าห้องของตนเอง ทั้งที่มีเอกสารสิทธิครบถ้วน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ภายหลังผู้ซื้อรายดังกล่าวชนะการประมูลห้องชุด จากกรมบังคับคดี และเดินทางเข้าติดต่อกับนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อขอเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่ซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในวันดังกล่าว นิติบุคคลอาคารชุดได้แจ้งกับเจ้าของห้องเองว่า “ไม่มีผู้อาศัยอยู่ในห้องดังกล่าวแล้ว” ทำให้เจ้าของห้องเชื่อโดยสุจริตว่า ห้องอยู่ในสภาพว่างและสามารถเข้าตรวจสอบทรัพย์ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการอาคารกลับปฏิเสธไม่ยอมให้เจ้าของห้องขึ้นไปยังห้องพัก พร้อมระบุว่า “ต้องไปแจ้งความและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาด้วยกันก่อน” จึงจะสามารถเข้าห้องได้ ทั้งที่ผู้ซื้อได้แสดงเอกสารการซื้อทรัพย์การขายทอดตลาด จากกรมบังคับคดี ครบถ้วนแล้ว

ต่อมาในวันนี้ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เจ้าของห้องจึงร้องขอให้สื่อมวลชนเข้าช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางโพงพาง เพื่อลงบัน ทึกประจำวัน และ ให้ตำรวจสายตรวจมาเป็นสักขีพยาน เดินทางมายังอาคารดังกล่าว ภายหลังเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนเดินทางมาถึง นิติบุคคลอาคารชุดจึงยินยอมให้เจ้า ของห้องขึ้นไปตรวจสอบห้องพักพร้อมให้ช่างมาทำกุญแจชุดใหม่

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในห้องไม่มีผู้อยู่อาศัยจริง ตามที่นิติบุคคลเคยแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้เจ้าของห้องตั้งคำถามต่อผู้จัดการอาคารว่า เหตุใดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จึงมีการกีดกันไม่ให้เข้าห้องของตนเอง ทั้งที่เป็นผู้ได้สิทธิตามกฎหมายจากการขายทอดตลาด

ด้านนักกฎหมายให้ความเห็นว่า หากผู้ซื้อได้รับสิทธิจากการขายทอดตลาดและมีเอกสารรับรองถูกต้องแล้ว ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจสอบและเข้าครอบครองทรัพย์สินได้ตามกฎหมาย เว้นแต่จะมีคำสั่งศาลหรือเหตุอันชอบด้วยกฎหมายรองรับการห้ามดังกล่าว

นอกจากนี้ หากนิติบุคคลหรือผู้จัดการอาคารกีดกันการใช้สิทธิของเจ้าของทรัพย์โดยไม่มีอำนาจ อาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ครอบครองทรัพย์โดยชอบ และอาจถูกร้องเรียนหรือดำเนินคดีได้ในภายหลัง

ขณะนี้ เจ้าของห้องได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว พร้อมเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จพระราช ดำเนินไปทรงเปิดศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยัง ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล จากนั้นนายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรม การมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และนางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินงานจัดสร้างอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษานี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 4 ไร่ 17 ตารางวา บริเวณซอยเจริญราษฎร์ 2 ถนนเจริญราษฎร์ (สาทรตัดใหม่) ติดกับสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานองค์ไต้ฮงกงหินหยกขาวแกะสลักขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ตี่จั่งอ้วงผ่อสัก และเทพเจ้าสำคัญของจีน เพื่อให้สาธุชนได้สักการะบูชา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีเปิดอาคาร โดยทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายชื่ออาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ระหว่างนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ แล้วเสด็จเข้าอาคาร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก

อาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษานี้ สร้างขึ้นเนื่องจากศาลเจ้าไต้ ฮงกงแห่งแรกที่ตั้งอยู่บนถนนพลับพลาไชย มีพื้นที่จำกัด ไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้มาสักการะบูชาที่มีจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล อาคารศาลเจ้าแห่งใหม่ ก่อสร้างโดยเน้นสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ของสกุลช่างแต้จิ๋ว มีสถาปนิกชาวจีนและชาวไทยร่วมกันออกแบบ ประกอบด้วยอาคาร 2 หลัง ได้แก่ อาคารศาลเจ้า เป็นอาคารสูง 2 ชั้น ชั้นที่ 1 เป็นโถงพักคอย รองรับประชาชนที่มาสักการะบูชาองค์ไต้ฮงกงหยกขาว ชั้นที่ 2 เป็นศาลเจ้าไต้ฮงกง ประดิษฐานองค์ไต้ฮงกงหยกขาวแกะสลักขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แท่นบูชาด้านซ้ายและขวา ประดิษฐานพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ กวนอิมผ่อสัก และพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ตี่จั๋งอ้วงผ่อสัก พร้อมด้วยเทพเจ้าสำคัญของจีนอีก 8 องค์ ส่วนอาคารอีกหลังหนึ่ง เป็นอาคารอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ มีห้องรับบริจาคเงิน ห้องรับรอง และห้องน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้ามาสักการะบูชาองค์ไต้ฮงกง และจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีห้องศาสนพิธีและปฏิบัติธรรม มีห้องครัวที่ถูกสุขลักษณะ สามารถประกอบอาหาร เพื่อบริการแก่ประชาชนในวาระต่างๆ และเป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งด้วย

โอกาสนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ประธานกรรมการมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และนายวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ กรรมการมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณและผู้บริจาคเงินสมทบทุนก่อสร้างอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงลงพระปรมาภิไธยและทรงลงพระนามาภิไธยในแผ่นศิลา แล้วทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ และทรงลาพระสงฆ์

พระมหาคณาจารย์จีนธรรมวชิราจารย์ เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เย็น ถวายเทพซิ่ว เทพอายุวัฒนะ เนื้อไม้กฤษณาแกะสลัก ขนาดสูง 45 เซนติเมตร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระคณาจารย์จีนธรรมวชิรานุวัตร เจ้าคุณเย็นงี้ รองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ ถวายพระกวนอิมโพธิสัตว์ เนื้อไม้กฤษณาแกะสลัก ขนาดสูง 45 เซนติเมตร แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคาร ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปลูกต้นสนฉัตร เพื่อเป็นสิริมงคล

ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายองค์ไต้ฮงกงหินหยกขาวแกะสลัก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์หินหยกขาวแกะสลัก แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระ บรมราชินีด้วย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. เชิญชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมอาหารสุขภาพ ในงานแถลงข่าว NRCT x THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 InnoFood, Healthy Choice (นวัตกรรมอาหาร… สุขภาพที่เลือกได้)

วช. เชิญชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมอาหารสุขภาพ ในงานแถลงข่าว NRCT x THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 InnoFood, Healthy Choice (นวัตกรรมอาหาร… สุขภาพที่เลือกได้)

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรม NRCT x THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 InnoFood, Healthy Choice (นวัตกรรมอาหาร… สุขภาพที่เลือกได้) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และรองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในฐานะพันธมิตรที่ร่วมผนึกกำลังในการผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหาร และนางสาวพิมพ์ภิดา วิชญพิมพ์จุฬา ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนตลอดโซ่คุณค่า กล่าวรายงาน ณ ห้องศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม ชั้น 2 อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหารให้สามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่อยอดสู่โอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดกิจกรรมเชิญชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์อาหาร ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ NIA และ (มก.) เพื่อร่วมกันผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านอาหารให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าทางธุรกิจ และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ MSME ผ่านการจัดแสดงผลงานในบูธ Innovative House (วช.) ภายในงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 ภายใต้แนวคิด “Your Healthy Choice” โดยมีผู้ประกอบการร่วมออกบูธ 26 ราย ทั้งนี้ (วช.) มุ่งส่งเสริมการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และยกระดับศักยภาพอาหารไทยสู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง กล่าวว่า NIA มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ (มก.) และ (วช.) ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารของประเทศไทย ผ่านโครงการ Thai Kitchen : Crafted FoodTech Accelerator Program เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการด้านอาหารนวัตกรรมให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และโมเดลธุรกิจ ต่อยอดสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารไปจัดแสดงในเวทีระดับนานาชาติ THAIFEX–ANUGA ASIA 2026 ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของภูมิภาคในอนาคต

รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ กล่าวว่า (มก.) มีความยินดีที่ได้ร่วมผลักดันนวัตกรรมอาหารของประเทศไทย ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีอาหาร ร่วมกับ NIA และ (วช.) ภายใต้โครงการ Thai Kitchen: Crafted FoodTech Accelerator Program เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้สามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารสู่เชิงพาณิชย์ และขยายโอกาสทางธุรกิจในเวทีระดับนานาชาติอย่าง THAIFEX–ANUGA ASIA 2026 พร้อมทั้งเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับศักยภาพอาหารไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

นางสาวพิมพ์ภิดา วิชญพิมพ์จุฬา กล่าวว่า การดำเนินงานภายใต้โครงการ Innovative House มุ่งส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการด้านอาหารให้สามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และภาคอุตสาหกรรมอาหารอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “กลไกความร่วมมือในการผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหารเพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดสู่สากล” โดย นางสาวพิมพ์ภิดา วิชญพิมพ์จุฬา ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนตลอดโซ่คุณค่า รองศาสตราจารย์ ดร.กิติพงษ์ รัตนาภรณ์ หัวหน้าโครงการ Thai Kitchen: Crafted FoodTech Accelerator Program และนางสาวมณฑา ไก่หิรัญ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ การแนะนำผลิตภัณฑ์ Highlight ที่ร่วมออกบูธและจับคู่ธุรกิจกับ Innovative House (วช.) และโครงการ Thai Kitchen: Crafted FoodTech Accelerator Program ในงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 อาทิ เครื่องปรุงรสอาหารพร้อมปรุงสูตรไทยแท้ เฟรนช์ฟรายส์จากถั่วเขียวแช่แข็ง น้ำตาลโตนดก้อน GI ต่ำ เครื่องดื่มผักและผลไม้รวม เส้นอกไก่ไร้แป้ง กาแฟคั่วไอน้ำ เครื่องดื่มสปาร์คกลิ้ง และผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากองค์ความรู้ด้านวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย

พร้อมกันนี้ ภายในงานยังเปิดพื้นที่ “ชิม ช็อป สุดเพลิน” สำหรับผู้สนใจได้ร่วมสัมผัสและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารจากผู้ประกอบการมากกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ อาทิ ข้าวเกรียบทอดถั่วชิคพี กัมมี่เพคติน คุกกี้ผักโขมอบชีส สมูทตี้ผลไม้พร้อมปั่น น้ำปลาวีแกน ปลาแท่งกรอบเสริมแคลเซียม และผลไม้รวมแผ่น เป็นต้น ซึ่งสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยในการสร้างผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และสามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง

ทั้งนี้ (วช.) มุ่งหวังให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและผลักดันนวัตกรรมอาหารไทยสู่ตลาดสากล ตลอดจนยกระดับเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน