ศรัทธาล้นหลาม นทท.แห่อาบน้ำจระเข้โทน เชื่อขออะไรก็จะประสบผลสำเร็จ

นครนายก – ศรัทธาล้นหลาม นทท.แห่อาบน้ำจระเข้โทน เชื่อขออะไรก็จะประสบผลสำเร็จ

ที่วัดลำบัวลอย ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก ได้มีนักท่องเที่ยวแห่มาอาบน้ำจระเข้โทนคู่ ที่อยู่หน้ามณฑปหลวงพ่อสนิท ยสินทโร อดีตเกจิดังจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นจระเข้โทนปั้นจากปูนความยาวประมาณ 1 เมตร ตัวสีดำ ซึ่งหลวงพ่อสนิทเป็นผู้ปลุกเสกไว้ นักท่องเที่ยวต่างมายืนรอต่อแถวยาวเหยียด เพราะเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์และจะประสบความสำเร็จเมื่อได้มาทำความสะอาดอาบน้ำจระเข้โทนทั้ง 2 ตัว ของหลวงพ่อสนิท วัดลำบัวลอย บางคนใช้ฟองน้ำและแชมพูถูทำความสะอาด บางคนก็ใช้แปรงขัดตามลำตัวจระเข้โทนและใช้น้ำเปล่าล้างออก โดยมีความเชื่อว่าเมื่อได้อาบน้ำจระเข้โทนคู่นี้แล้วใครที่มีปัญหาอุปสรรคด้านการเงินเป็นหนี้เป็นสินจะหมดปัญหาเรื่องนี้ได้ในไม่ช้า ทั้งจะประสบผลสำเร็จในด้านการงานต่างๆ

งนี้นักท่องเที่ยวยังได้ไปกราบไหว้จระเข้ ชื่อ “โทน” ที่ได้มีการฉีดยาและสตัฟฟ์ร่างเอาไว้ โดยนำร่างไปไว้ในโลงแก้ว เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามากราบไหว้ เพราะเชื่อว่าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของ”จระเข้โทน”จะบันดาลโชคลาภ เรื่องการปลดหนี้สิน และอุปสรรคปัญหาต่าง ๆได้ และใกล้ๆมีบ่อที่เลี้ยงจระเข้ไว้ ชื่อ “ปีใหม่” อายุเกือบ 20 ปี เป็นจระเข้ที่พระปลัดประดิษฐ์ อนุตตโร เจ้าอาวาสลำบัวลอยเลี้ยงไว้แทน “จระเข้โทน”ที่ตายไปเชื่อกันว่าถ้า เจ้าปีใหม่จระเข้ตัวนี้ลอยขึ้นมาให้นักท่องเที่ยวได้เห็นจะนำความโชคดีมาให้กับผู้ที่พบเห็น


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก
084-9090415

คปภ.อยุธยา ร่วมกับ จ.พระนครศรีอยุธยา และภาคีเครือข่าย Kick-Off ปล่อยขบวนรณรงค์สวมหมวกนิรภัยและจัดอบรมการประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) 100% เพื่อให้การขับขี่มีการสวมหมวกนิรภัย 100%

คปภ.อยุธยา ร่วมกับ จ.พระนครศรีอยุธยา และภาคีเครือข่าย Kick-Off ปล่อยขบวนรณรงค์สวมหมวกนิรภัยและจัดอบรมการประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) 100% เพื่อให้การขับขี่มีการสวมหมวกนิรภัย 100%

วันนี้ (27 มิ.ย.66) ที่ บริเวณประตูทางออกศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพรนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดงานโครงการรณรงค์การประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) 100% และการขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย 100% ประจำปี 2566 ทั้งนี้ เพื่อรณรงค์ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และประชาชน ที่มาติดต่องานในศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมี ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปลัดจังหวัด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แขวงทางหลวงจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผจก.สาขาบริษัทประกันวินาศภัย ผจก.สาขาบริษัทประกันชีวิต และโบรคเกอร์ประกันภัยในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวว่า สำหรับการจัดงานในวันนี้ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มอบหมายให้ สำนักงาน คปภ.จังหวัดพระนครศรีอยูธยา ประสานการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อรณรงค์การขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยและทำประกันภัยรถ (พรบ.) ภาคบังคับ ให้ครบทุกคัน มีการปล่อยขบวนแห่ และมีการอบรมในห้องประชุมให้กับข้าราชการ โครงการประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) 100% และการขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย 100% พนักงานเจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง และประชาชนที่มาติดต่องานในศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้การขับขี่มีการสวมหมวกนิรภัยและทำประกันภัยรถภาคบังคับ 100% ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ให้ถูกต้อง และเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัย เมื่อมีการจัดทำประกันภัยจะได้เข้าใจสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ควรจะได้รับจากระบบประกันภัย เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันภัยได้อย่างถูกต้อง เมื่อมีระบบประกันภัยเข้ามาช่วยเป็นการบรรเทาความเสี่ยงจากเงินของตนเองและแบ่งเบาภาระของภาครัฐ โดยให้บริษัทประกันในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ที่อาจได้รับความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน จากภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น

โดยมุ่งเน้นรณรงค์ให้ข้าราชการพนักงานเจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง สวมหมวกนิรภัยและทำประกันภัย พรบ. รถภาคบังคับ เมื่อมีการใช้รถจักรยานยนต์ และเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชาชนที่มาติดต่องานในศูนย์ราชการฯ รวมถึงนำความรู้ด้านการประกันภัยที่ได้จากการอบรมในครั้งนี้ ไปเผยแพร่ให้ความช่วยเหลือในการบรรเทาความเดือดร้อนของเพื่อนบ้านใกล้เคียงหรือประชาชนในพื้นที่ ที่อาจได้รับความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน จากภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อไป


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

ชาวบ้านโวย !! เสียงดังของตะวันแดง นอนไม่ได้ต้องใช้เครื่องอุดหู


มุกดาหาร – ชาวบ้านโวยเสียงดังของตะวันแดงมุกดาหาร ต้องหาตัวช่วยอุดหูเพื่อไห้ได้ยินเสียงน้อยลง ส่วนห้องนอนต้องทำผนังห้องพิเศษ 3 ชั้นแต่ก็ยังมีเสียงเล็ดลอดเข้าไปในห้องนอน ถ้าเจ้าหน้าที่อยากมาพิสูจน์เสียงดัง มีห้องนอนให้มาลองนอนฟังเสียงดังจากสถานบันเทิงตะวันแดง ทนมานานกว่า 10 ปี และใกล้สถานที่ราชการ 2 แห่ง ออกใบอนุญาตได้อย่างไร อยากฝากถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือนร้อนด้วย

วันที่ 27 มิ.ย. 66 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นาย สมจิตร ธิคุณา อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 7/1 ซอยศรีบุญเรือง 4 ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเสียงดังของสถานบันเทิงตะวันแดงมุกดาหาร ต้องทนมานานกว่า 10 ปี เวลานอนต้องใช้สิ่งของมาอุดหูส่วนห้องนอนต้องทำผนังห้องพิเศษถึง 3 ชั้นแต่ก็ยังมีเสียงเล็ดลอดเข้าไปในห้องนอน และใกล้สถานที่ราชการ 2 แห่ง และสถานบันเทิงตะวันแดงอยู่ใกล้กับบ้านพักประมาณ 100 เมตร

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ที่ได้รับร้องเรียนพบนาย สมจิตร ธิคุณา ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเสียงดัง บอกว่า ได้รับกระทบจากเสียงดังทุกวันเสียงดังมาก เวลานอนใช้ที่อุดหูทุกคืน บ้านชั้นบนนอนไม่ได้ แล้วมาทำห้องนอนใหม่ชั้นล่างของบ้าน เพื่อเก็บเสียง โดยได้ทำห้องใหม่ผนังชั้นแรกใช้อิฐมวลเบา ชั้นที่ 2 ใช้แผ่นกันเสียง และชั้นที่ 3 เป็นอิฐมวลเบา ผนังห้อง 3 ชั้นถึงนอนได้

นาย สมจิตร ธิคุณา บอกอีกว่า อยากให้เขาแก้ปัญหา และมาดูแลชุมชนและชาวบ้านที่เขาเดือดร้อน ทนอยู่กับเสียงมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่เปิดตะวันแดงบ้านของเราอยู่มาก่อน และอยู่ใกล้สถานที่ราชการ คือโรงเรียนศรีบุญเรือง และสำนักงาน สกสค.มุกดาหาร ตนเองได้คุยกับเจ้าของตะวันแดง เขาบอกว่าจะปรับปรุง ก็ไม่เห็นปรับปรุงสักที ชาวบ้านก็เดือดร้อนเรื่องเสียง เคยคุยกันแล้วหลายครั้งเสียงก็ดังเหมือนเดิม ไม่มีการแก้ไขเลย ผมต้องทนอยู่ทุกวันนอนได้เพราะที่อุดหูไม่ให้ได้ยินเสียง ถึงจะนอนได้ มีชาวบ้านบางคนผัวตายก็ได้ขายบ้านหนีเสียง และมีชาวต่างชาติภรรยาเป็นคนไทย ที่มีบ้านใกล้กับตะวันแดง ก็ไปร้องเรียนหน่วยงานที่รับผิดชอบและขับรถไปตะวันแดงทุกวัน และฝรั่งเขามีเครื่องวัดเสียงเพราะเขาเคยเป็นนักดนตรี ไปคุยกับตะวันแดง ผ่านมาเดือนสองเดือนก็เสียงดังเหมือนเดิม ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ให้มาช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนด้วย ทุกวันนี้ทนอยู่ เพราะว่าเราย้ายไปไหนไม่ได้ ขอไหว้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ดูแลทุกข์ของชาวบ้าน …

ด้านนางอริศรา ปัททุม อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 7/5 ซอยศรีบุญเรือง 4 ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเสียง ( ภรรยาชาวต่างชาติ ประเทศออสเตรเลีย ) ที่มีบ้านพักใกล้กับสถานบันเทิงตะวันแดงประมาณ 50 เมตร ได้วิดีโอคอลจากประเทศออสเตรเลีย กับผู้สื่อข่าว ได้เปิดเผยว่า ตนเองอยู่ออสเตรเลียมา 20 ปี อยากกลับไปพักผ่อนที่เมืองไทยจังหวัดมุกดาหาร แต่ไม่สามารถพักผ่อนได้ และสร้างปัญหาให้กับชุมชน เคยคุยกับผู้นำชุมชนก็พยายามช่วยเหลือ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เสียงเป็นมลพิษที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับคนที่อยู่ในซอยนั้น และชุมชนนั้นคิดว่าตะวันแดงสามารถแก้ปัญหาได้ แต่เขาใช้เวลานานเกินไป คนในชุมชนก็เลยหมดความอดทน คนเราถ้าไม่สามารถพักผ่อนได้จากมลพิษของเสียง จะมีปัญหาทางร่างกายและสุขภาพจิตว่าความดังของเสียงเท่าไหร่ มันจะทำให้คนเสียสุขภาพจิต และจะทำให้คนเสียสติได้ รู้ว่าปัญหามาจากเสียง เราต้องแก้ปัญหาเสียง ควรป้องกันเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากสิ่งก่อสร้างที่เขาสร้างเป็นสถานที่บริการ บางครั้งก็ห่วงคนที่ไปเที่ยวด้วย ใครก็ตามที่เข้าไปอยู่ในสถานที่ถ้าไปอยู่บ่อย ๆ คิดว่าในอนาคตข้างหน้า เขาจะมีปัญหาเรื่องการฟังเสียง และอยู่ในบ้านมียายอายุ 78 ปี ซึ่งอายุมากแล้ว สุขภาพไม่ค่อยดีต้องใช้ยานอนหลับในการช่วยให้นอนหลับ และเรื่องเสียงก็มีส่วนทำให้ยายนอนไม่หลับ จึงอาศัยยานอนหลับ ผู้ใหญ่ที่สามารถจัดการเรื่องเสียงก็มาเลยค่ะที่บ้านมีห้องให้นอน มานอนฟังเสียงว่าจะดังขนาดใหน ตอนนี้นอนที่นั่นไม่ได้ต้องหาที่นอนใหม่กลับมาที่ประเทศออสเตรเลีย ..

สำหรับสถานบันเทิงตะวันแดงมุกดาหาร ตั้งอยู่ในเขตชุมชน ( หน้าหอแก้วเฉลิมพระเกียรติ มุกดาหาร ) ถนนมุกดาหาร – ดอนตาล ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีลักษณะอาคารเหมือนโรงยิม ด้านหน้าอาคารมีการตกแต่ง ส่วนด้านหลังอาคารใช้กระสอบป่านมาตกแต่งแปะที่ผนังเรียงเป็นแถวเต็มพื้นที่ผนังด้านหลังของอาคาร เพื่อปิดไม่ไห้เสียงเล็ดลอดออกมาและเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีหากเกิดเหตุไฟไหม้อาคารดังกล่าว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอาคารของตะวันแดง ว่ามีมาตรฐานถูกต้องตามหลักวิศวกรหรือไม่ สถานบันเทิงดังกล่าวยังใกล้กับสถานที่ราชการอีกด้วย …..


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

กินลม ชมวิวตั้งแคมป์กับบรรยากาศที่สวยงามตามธรรมชาติ

จังหวัดลพบุรี – กินลม ชมวิวตั้งแคมป์กับบรรยากาศที่สวยงามตามธรรมชาติ

สำหรับใครที่อยากจะสัมผัสกับกับทะเลน้ำจืด บรรยากาศสบายๆ เห็นน้ำ ภูเขา เห็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์โล่งกว้างไกลสุดหูสุดตา เหมือนกับได้ไปเที่ยวประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งวันนี้จะพาคุณไปชมภาพบรรยากาศจุดชมวิวบ้านท่าฤทธิ์ เขตติดต่อระหว่าง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี และอำเภอวังม่วง จ.สระบุรี ท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ต้องบอกเลยว่าบรรยากาศมันได้จริงๆ

ที่นี่เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ติดกับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีทั้งฝูงแพะ และฝูงวัว หมูน้อยน่ารัก ให้นักท่องเที่ยวได้มาชมกัน แนะนำให้ไปกันในช่วงเย็นๆ บรรยากาศจะดีมาก ลมพัดเย็นสบาย สามารถไปให้อาหารแพะ วัว หมูน้อยน่ารักกันได้ด้วย นอกจากนี้ยังได้รูปสวยๆ ท่ามกลางฝูงแพะ เหมือนอยู่นิวซีแลนด์เลย ซึ่งที่นี่ด้านหลังจะเป็นวิวภูเขากลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่สวยงาม ในช่วงพระอาทิตย์ตกจะสามารถชมวิวดวงอาทิตย์ตกท่ามกลางภูเขาได้ด้วย มาแล้วได้รูปสวยแน่นอน

หากใครจะมาเที่ยวที่นี่ต้องเช็กสภาพอากาศให้ดี เพราะพื้นที่ตรงนี้สามารถมาเที่ยวได้เฉพาะตอนที่น้ำลดเท่านั้น จึงจะเห็นภาพของทุ่งหญ้าแบบนี้ โลเคชั่นสุดปัง ถ่ายรูปกับฝูงแพะฝูงวัว หมูน้อย ซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก แถมยังเป็นสถานที่ ที่ได้นั่งพัก นั่งชิล อ่านหนังสือเล่น มองฝูงแพะ ตั้งแคมป์ ปลดปล่อยอารมณ์ความเครียด ทิ้งไว้กับสายลมและความโล่งโปร่งของสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 089-089-9090

ประจวบฯ ชาวบ้านชื่นชม จนท.ตร.เข้าระงับเหตุงานบุญ

27 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปวีดีโอจากชาวบ้านถ่ายเอาไว้ได้ในงานอุปสมบทบริเวณวัดดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลงช่วยกันเข้าห้ามปรามกลุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนเปิดฉากทะเลาะวิวาทในงานบุญขณะกำลังแห่นาคไปวัดเพื่อเข้าประกอบพิธีทางศาสนาในโบสถ์ก่อนเข้าบวชเป็นพระภิกษุ โดยมีวงดนตรีรถแห่บรรเลงเพลงมันสุดติ่งดึงดูดบรรดาวัยรุ่นโจ๋ทั้งหลายออกลวดลายด้านหน้ากันอย่างเมามันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายจากกลุ่มวัยรุ่นสองฝ่ายกระทบกระทั่งกันโดยการโยนขวดเบียร์ใส่ในกลุ่มนักแดนซ์หน้ารถแห่ เป็นเหตุให้คณะเจ้าภาพต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์
จากคลิปวีดีโอจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังช่วยกันเข้าห้ามปรามกลุ่มวัยรุ่นทั้งสองฝ่ายกันอย่างชุนละมุนโดยไม่ทราบว่าไครอยู่กลุ่มไหน ต่างตกใจกับเหตุการณ์เพราะวัยรุ่นและแขกที่เข้าร่วมงานบุญมีจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้ต้องหยุดการแสดงวงดนตรีรถแห่ลงกลางคันก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปทำให้ชาวบ้านบางรายที่มาร่วมงานต่างชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยเข้าระงับเหตุการณ์เอาไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดความรุนแรงไปมากกว่านี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตามคลิป ทราบว่าบริเวณจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ภายในวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกจึงทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีกิจกรรมแห่นาคเข้าวัดโดยมีวงดนตรีรถแห่นำหน้าขบวนของนาค ก่อนเข้าไปประกอบพิธีทางศาสนาภายในโบสถ์

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่บ้านนายเคียง วงษ์สุวรรณ ทราบว่าเป็นเจ้าภาพงานบุญดังกล่าวเพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายเคียงเล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ขณะเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เพราะต้องเตรียมงานในจุดอื่น มีเพียงกลุ่มญาติเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และต่างชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยเข้าควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ทันก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายเพราะทราบว่าในเหตุการณ์วัยรุ่นบางรายอาจนำอาวุธติดตัวมาด้วย จึงอยากขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าช่วยระงับเหตุ และอำนวยความสะดวกจนเสร็จพิธีงานบุญ นายเคียงกล่าว

ด้าน ร.ต.ท. ยงยุทธ ขัตติยะ รอง สว.(สอบสวน)สภ.บางสะพาน เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรอยู่ได้รับแจ้งจาก ผกก.สภ.บางสะพาน โดย พ.ต.อ.ชัยรินทร์ แก้วสุวรรณ ว่ามีเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทภายในงานบวชในพื้นที่บริเวณวัดฯ จึงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งรุดไปที่เกิดเหตุ ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นกำลังจะก่อเหตุทะเลาะวิวาทซ้ำสองทางเจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าระงับเหตุและเห็นว่าจะไม่ปลอดภัยกับกลุ่มชาวบ้านที่มาร่วมบุญในงานบวชครั้งนี่จึงให้ยุติกิจกรรมการแสดงวงดนตรีรถแห่ไว้ก่อนและสั่งให้กลุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนทั้งหลายแยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อให้ทางเจ้าภาพได้ประกอบพิธีทางศาสนาต่อไปได้ ร.ต.ท.ยงยุทธ กล่าว


นัครินทร์/รายงานข่าว

มอบรางวัลการประกวด TO BE NUMBER ONE IDOL NAN และ TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE NAN CHAMPIONSHIP

น่าน – มอบรางวัลการประกวด TO BE NUMBER ONE IDOL NAN และ TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE  NAN  CHAMPIONSHIP

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566 เวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมอาคาร 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวด TO BE NUMBER ONE IDOL NAN และ TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE  NAN  CHAMPIONSHIP

ผลการประกวดเป็นดังนี้ TO BE NUMBER ONE IDOL NAN gen 3 ได้แก่

  1. นางสาวสุพิชชา ตาแปง โรงเรียนสา
  2. เด็กหญิงณัฐธิดา เสนนันตา โรงเรียนท่าวังผา
  3. นางสาวธราทิป คำแสน โรงเรียนท่าวังผา
  4. นางสาวศิริลักษณ์ จันศิริ โรงเรียนท่าวังผา
  5. นายณธภัทร ทากัน โรงเรียนนาหมื่นพิทยาคม
  6. เด็กหญิงพิมพ์ชนก คะโน โรงเรียนตาลชุมพิทยาคม
  7. นายไกรวิชญ์ บุญเรือง โรงเรียนตาลชุมพิทยาคม
  8. เด็กหญิงกนกวรรณ  ลิ่มอิฐ โรงเรียนนาน้อย
  9. เด็กหญิงญาณิศา วรินทร์  โรงเรียนปัว
  10. นางสาวธนสิริกาญจนสืบเพ็ง โรงเรียนปัว
  11. นางสาวพระจันทร์ การุณยรัตน์ โรงเรียนปัว
  12. นายภูมินรัตน์  มโนการ  โรงเรียนปัว
  13. นางสาวเปมิกา นิธิโชติยานันท์ โรงเรียนมัธยมป่ากลาง
  14. นางสาวตรีรัตน์ พงภูวนันท์ โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน 1\
  15. นางสาวนภสร ศรีอ่อน  โรงเรียนสตรีศรีน่าน
  16. นางสาวพระคุณ  ตระกลเตชะ โรงเรียนเชียงกลาง”ประชาพัฒนา” ซึ่งจะทำการแข่งขันเพื่อคัดเข้ารอบ Final อีกครั้ง เพื่อไประดับภาคเหนือ 8 คน

ในส่วนของผลการแข่งขัน การประกวดTO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE  NAN  CHAMPIONSHIP รุ่น Pre-teenage 

  1. รางวัลชนะเลิศ  ทีม  sw we are one junior โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน
  2. รองชนะเลิศอันดับ 1   ทีม Sourgrapen โรงเรียนปัว
  3. รองชนะเลิศอันดับ 2   ทีม SMN NEW GEN โรงเรียนบ้านศรีนาม่าน อำเภอสันติสุข

และในรุ่น Teenage รางวัลชนะเลิศ ทีม Billon  shots โรงเรียนสตรีศรีน่าน รองชนะเลิศอันดับ 1  ทีม  Villaindirs  โรงเรียนปัว รองชนะเลิศอันดับ 2  ทีม New Version of sattha โรงเรียนศรัทธาศิลาเพชรรังสรรค์ ซึ่งทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนจังหวัดน่าน เข้าร่วมการประกวดระดับภาคเหนือต่อไป


สองเมืองแก่น
จ.น่าน โทร. 084-8084888

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระสังฆราช

วันนี้ 26 มิถุนายน 256 เวลา 17.21 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๘ รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ

ต่อจากนั้น เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธานพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงกราบ

แล้วถวายพัดรองที่ระลึกการบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๘ รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แด่สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ จำนวนรวม ๒๐ รูป ที่จะเจริญพระพุทธมนต์ เสร็จแล้ว ทรงศีล พระราชาคณะถวายศีล จบ พระสงฆ์ ๒๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์การบำเพ็ญ พระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๘ รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อเจริญพระพุทธมนต์ถึงบททำน้ำพระพุทธมนต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนที่ฝาพระครอบพระกริ่ง แล้วทรงประเคนพระครอบพระกริ่งแด่ประธานสงฆ์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายน้ำสรงที่พระหัตถ์ พัดรัตนาภรณ์ ว.ป.ร. ชั้น ๑ พุ่มดอกบัว และผ้าไตรแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักรย่ำฆ้อง กลอง ระฆัง พระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักรเจริญชัยมงคลคาถาถวายพระพร ต่อจากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายน้ำสรงที่พระหัตถ์ พุ่มดอกบัว และผ้าไตร แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่สมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงยืนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระราชาคณะที่เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้น ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายของที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี แล้วทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามเดิมว่า อัมพร ประสัตถพงศ์ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๔๗๐ ที่บ้านตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ทรงเป็นบุตรคนโตในจำนวนบุตรธิดา ๙ คน ของนายนับ และนางตาล ประสัตถพงศ์ เมื่อมีพระชนมายุ ๑๓ พรรษา ได้ทรงบรรพชาสามเณร ณ วัดสัตตนารถปริวัตร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ต่อมาเมื่อวันที่ ๙ พฤษภา คม ๒๔๙๑ ได้ทรงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ มหาพันธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทรงได้รับพระสมณฉายาว่า “อมฺพโร” มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ขณะทรงสมณศักดิ์ พระเทพโมลี เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้น ทรงศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีในสำนักเรียนวัดราชบพิธ จนทรงสำเร็จเปรียญธรรม ๖ ประโยค และทรงศึกษาต่อ ณ สภาการศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยในปัจจุบัน ทรงสำเร็จปริญญา ศาสนศาสตรบัณฑิต เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๐ ต่อมาเมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๙ ทรงเข้ารับการอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เมื่อทรงสำเร็จการอบรม โดยทรงเป็นพระธรรมทูตรุ่นแรก และในพุทธ ศักราช ๒๕๑๐ เสด็จไปทรงศึกษาต่อระบบปริญญาโทและทรงสำเร็จการศึกษา มหาบัณฑิตด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี สาธารณรัฐอินเดีย เมื่อพุทธ ศักราช ๒๕๑๒

ด้วยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรับพระภารธุระบุกเบิกกิจการพระธรรมทูต โดยทรงเป็นหัวหน้าคณะเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลล์ เครือรัฐออสเตรเลีย โดยพุทธศักราช ๒๕๑๖ ได้เสด็จไปประทับ ณ วัดพุทธรังษีสแตนมอร์ นครซิดนีย์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาด้านการทหาร ณ วิทยาลัยการทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลและสนทนาธรรม ณ วัดพุทธรังษีสแตนมอร์ อย่างเนืองนิจ อันเป็นปฐมบทในพระราชศรัทธาเลื่อมใสในสมเด็จพระสังฆราชนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาให้ดำรงตำแหน่ง สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์แรกในรัชกาลปัจจุบัน เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยทรงเป็นคารวสถานของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนมหาชนทุกหมู่เหล่า ทรงสมบูรณ์บรุทธิ์ด้วยพระกิตติประวัติอันปราศจากมลทินโทษ ทรงใฝ่พระทัยในวิปัสสนาธุระเป็นอย่างเอก ทรงพระจริยาการเรียบร้อยประณีตทุกพระอิริยาบถ ทรงผูกประสานน้ำใจกลมเกลียวเกื้อกูลกิจการ
พระศาสนา โดยไม่ทรงเลือกคณะนิกายฝ่ายหมู่ ทรงวางพระองค์อยู่ด้วยพระเมตตาธรรม เป็นที่ประจักษ์ชัดในหมู่พุทธบริษัท และทรงเอาพระทัยใส่สืบสานปณิธานของพระมหาเถระในอดีต เพื่อธำรงพระบวรพุทธศาสนาให้เป็นหลักชัยสืบไป


นายกเมืองพัทยาแจงด่วนกลางสภา ปัญหาก่อสร้างเกาะกลางถนนเทพประสิทธิ์.. กระทบชาวบ้าน

ชลบุรี – นายกเมืองพัทยาแจงด่วนกลางสภาปัญหาก่อสร้างเกาะกลางถนนเทพประสิทธิ์กระทบชาวบ้าน ขอความเห็นพิจารณาปรับเพิ่มจุดกลับรถยูเทิร์น พร้อมติดตั้งป้าย ปชส.ความคืบหน้าโครงการชัดเจน

จากกรณีชาวบ้านรวมกลุ่มกันประท้วงโครงการก่อสร้างเกาะกลางถนนเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กระทบความเป็นอยู่เดิมของชาวบ้าน โดยเรียกร้องขอให้ผู้เกี่ยวข้องรับฟังเสียงประชาชนโดยพิจารณาปรับเพิ่มจุดกลับรถหรือจุดยูเทิร์นเพื่อความเหมาะสมและสะดวกปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนนนั้น

ล่าสุด บ่ายวันที่ 26 มิ.ย.66 ในการประชุมสภาเมืองพัทยา สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 ที่ห้องประชุมตากสิน ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้เสนอเรื่องด่วนต่อที่ประชุมสภาเมืองพัทยา เพื่อชี้แจงและขอความเห็นต่อกรณีดังกล่าว

โดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวมีชาวบ้านผู้พักอาศัยการเคหะเทพประสิทธิ์เคยร้องเรียนมาแล้วหลายครั้ง และได้หาแนวทางพิจารณาเพื่อความเหมาะสม โดยในการก่อสร้างเกาะกลางถนนเทพประสิทธิ์จากเดิมกำหนดจุดยูเทิร์นกลับรถไว้ 4 จุด คือ ปากซอย 1-5-9 และ 11 เทพประสิทธิ์

และมีการพิจารณาแบบที่มีผู้ขอให้เปิดทางรวม 8 จุดยูเทิร์นกลับรถ ซึ่งเมืองพัทยาได้พิจารณาปรับแบบที่ใช้ก่อสร้างจริงเหลือ 6 จุดยูเทิร์นกลับรถ ได้แก่ ปากซอย 1-5-7-9 หน้าตลาดรัตนกร และซอย 17 เทพประสิทธิ์ โดยปรับขยายจุดกลับรถยูเทิร์น 2 จุดเป็น 25 เมตร คือบริเวณ ปากซอย 9 เทพประสิทธิ์ และตลาดรัตนากร


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน
ขอบคุณ เก่ง ณ สงขลา

รวบสาวประเภทสอง รีดทรัพย์เหยื่อผ่านแอพหาคู่ เจ้าตัวอ้างเป็นแค่บัญชีม้า ด้าน ”ผู้การจ๋อ” เตือนภัยกำลังแพร่ระบาดในโลกโซเชี่ยล

รวบสาวประเภทสอง รีดทรัพย์เหยื่อผ่านแอพหาคู่ เจ้าตัวอ้างเป็นแค่บัญชีม้า ด้าน ”ผู้การจ๋อ” เตือนภัยกำลังแพร่ระบาดในโลกโซเชี่ยล

วันที่ 26 มิถุนายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. แถลงผลงาน นำทีมโดย พ.ต.อ. สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง และ พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ รอง ผกก.สส.3ฯ พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการที่ 3/4 ร่วมกันจับกุม นายณัฐณิชา พุกเวชกิจ อายุ 27 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 100 ซอยบ้านบาตร ถนนบำรุงเมือง แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ข้อหารีดเอาทรัพย์ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1966/2566 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2566

พฤติการณ์ ผู้เสียหายได้พูดคุยกับคนร้ายผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ เมื่อได้พูดคุยทำความรู้จักแล้วได้เปลี่ยนช่องทางการติดต่อ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ได้มีการถ่ายรูปตนเองติดอวัยวะเพศส่งไปให้คนร้าย หลังจากนั้น คนร้ายได้ข่มขู่ผู้เสียหายให้โอนเงินให้ ไม่เช่นนั้นจะทำการเปิดเผยภาพดังกล่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยความกลัวผู้เสียหายจึงโอนเงินไปให้ 4,000 บาท หลังจากนั้น คนร้ายได้มีการข่มขู่และขอให้โอนเงินเพิ่มให้อีกหลายครั้ง ผู้เสียหายจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน

จากการซักถามผู้ต้องหาในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าได้ให้เพื่อนยืมบัญชีธนาคารของตนไปโดยตนไม่ทราบว่าเพื่อนนำบัญชีธนาคารไปก่อเหตุดังกล่าว จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ กล่าวว่า ช่วงนี้มีคดีลักษณะดังกล่าวเป็นภัยร้ายสำหรับผู้ชายกำลังระบาดอย่างหนักในโลกโซเชี่ยลจนน่าตกใจ สร้างความเดือดร้อนทางใจและต้องทนทุกข์จนเหยื่อหลายคนหาทางออกไม่ได้ ปัจจุบันมีผู้เสียหายหลายรายมาให้ข้อมูลผ่านทางเพจสืบนครบาล เราจะรักษาความลับ และเร่งดำเนินการปราบปราม สืบนครบาลขอให้กำลังใจท่านมีความกล้ามาให้ข้อมูล จงอย่ากลัว เพราะท่านจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนร้ายไปตลอด


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

ผู้แทนการจัดการแข่งขัน จันทบุรีซีนิคฮาล์ฟมาราธอน 2024 เข้าพบหารือผู้ว่าฯ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมจัดการแข่งขันที่จันทบุรี ระหว่างวันที่ 25 – 26 พฤษภาคม 2567

จันทบุรี – ผู้แทนการจัดการแข่งขัน จันทบุรีซีนิคฮาล์ฟมาราธอน 2024 เข้าพบหารือผู้ว่าราชการจังหวัดและส่วนราชการ สมาคมฯ องค์กรที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมจัดการแข่งขันที่จันทบุรี ระหว่างวันที่ 25 – 26 พฤษภาคม 2567

วันนี้ ( 26 มิ.ย. 66 ) ที่ ห้องรับรอง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนหอการค้าจังหวัดจันทบุรี ร่วมประชุมหารือกับ นายอลงกรณ์ เจียมอนุกูลกิจ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน ผู้แทนของบริษัติที่รับผิดชอบจัดการแข่งขันซีนิคฮาล์ฟมาราธอน 2024 ที่กำหนดจัดการแข่งขันที่จังหวัดจันทบุรีในระหว่างวันที่ 25 – 26 พฤษภาคม 2567 จุดปล่อยตัวบริเวณจุดชมวิวลานหินโคร่ง หาดคุ้งวิมาน อำเภอนายาอาม ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติประมาณ 6,000 คน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของประชาชนและนักวิ่งทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาผ่านกิจกรรมวิ่งแข่งขันเผยแพร่ลักษณะอันโดดเด่นของจังหวัดจันทบุรีให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เพื่อสร้างสนามแข่งมาราธอนในแบบมาตรฐาน World Athletics Road Race Label บนเส้นทางอันสวยงามของ Scenic Route ให้เป็นสนามยอดนิยม เพื่อหารายได้มอบให้การกุศลแก่โรงเรียนในพื้นที่ และสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่ เสริมสร้างความรักความสามัคคี ต้อนรับนักกีฬา และนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก