โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งยากไร้

ที่สนามกอล์ฟ มณฑลทหารบกที่ 13 จังหวัดลพบุรี นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย นายแพทย์ เมธี วงศ์เสนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี ตอลดจน คณะกรรมการที่ปรึกษาโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี ร่วมกัน เปิดการแข่งขัน กอล์ฟการกุศล เพื่อจัดหารายได้จัดตั้งกองทุน “ บ้านดารารัตน์และช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ ”

ซึ่งบ้านดารารัตน์ เป็นบ้านพักสำหรับคนไข้ ที่ต้องรอการฉายแสง เนื่องจากผู้ป่วยโรคมะเร็งในรายที่ต้องฉายแสง ต้องฉายแสงต่อเนื่องกันอย่างน้อย ประมาณ 4-8 สัปดาห์ บ้านดารารัตน์ จะช่วยให้ผู้ป่าย และญาติผู้ป่วยไม่ต้อง เสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปกลับภูมิลำเนา ระหว่างรอการฉายแสง

การแข่งขัน กอล์ฟการกุศล เพื่อผู้ป่วยมะเร็งผู้ยากไร้ในครั้งนี้ มีทีมนักกีฬากอล์ฟ จากหน่วยงานต่าง เข้าร่วมทำการแข่งขันรวามทั้งสิ้น 39 ทีม ซึ่งผู้ชนะการแข่งขัน จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากเรืออากาศเอกสมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวนการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากนายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ และ ถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากคณะกรรมการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี

ขณะที่ประเภททีม จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จาก นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ และประเภทบุคคล OVER ALL LOW GROSS จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จาก นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ครอบครัว 5 ชีวิตเพชรบูรณ์ สุดรันทด ย่าผ่าตัดสมอง พ่อป่วยมะเร็งหูดับ ลูก 3 คนต้องเก็บเหรียญโปรยทานประทังชีวิต

ครอบครัว 5 ชีวิตเพชรบูรณ์สุดรันทด ย่าผ่าตัดสมอง พ่อป่วยมะเร็งหูดับ ลูก 3 คนต้องเก็บเหรียญโปรยทานประทังชีวิต

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ พบครอบ ครัวผู้ยากไร้จำนวน 5 ชีวิต อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 13 ตำบลวังโป่ง มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ขาดรายได้และปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ

ครอบครัวดังกล่าวมี น.ส.เกสรา เหลาอ่อน อายุ 15 ปี นักเรียนที่กำลังจะขึ้นชั้น ม.4 อาศัยอยู่ร่วมกับย่าและพ่อ รวมถึงน้องอีก 2 คน โดยมีสมาชิกครอบครัว ได้แก่ นางยุพา เหลาอ่อน อายุ 59 ปี ผู้เป็นย่า ซึ่งเคยผ่าตัดสมองและสูญเสียการมองเห็นตาซ้าย ไม่สามารถทำงานได้, นายเสกสรร เหลาอ่อน อายุ 38 ปี ผู้เป็นพ่อ ป่วยเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว อีกทั้งหูดับทั้งสองข้าง ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ขณะที่เด็กทั้ง 3 คน ได้แก่ น.ส.เกสรา ด.ญ.ณัฐวรา อายุ 13 ปี และ ด.ช.ณัฐนนท์ อายุ 6 ปี ต้องใช้ชีวิตอย่างอดๆ อยากๆ หลังแม่แยกทางไปตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งครอบครัวมีรายได้เพียงเดือนละ 1,000 บาท จากญาติที่ส่งมาให้ ซึ่งแทบไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

น.ส.เกสรา เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ต้องการเพียงโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากไม่มีเงินซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนใหม่ หลังต้องเลื่อนชั้นพร้อมกับน้องๆ อีกทั้งแต่ละวันมีเงินไปโรงเรียนเพียง 20 บาท บางวันก็ไม่มี ส่วนค่าอาหารต้องอาศัยหยิบยืมจากเพื่อนบ้าน
“หนูอยากเรียนให้จบ ม.6 แล้วออกไปทำงานเลี้ยงครอบครัว” น.ส.เกสรา กล่าว พร้อมระบุว่า หากมีงานบวชที่วัด จะพาน้องๆ ไปเก็บเหรียญโปรยทาน เพื่อหาเงินซื้ออาหาร บางครั้งได้เพียง 40-100 บาท ใช้ประทังชีวิตไปวันๆ ด้านย่าของเด็กๆ เผยว่า ปัจจุบันมีเงินติดตัวเพียง 60 บาทเท่านั้น และไม่สามารถออกไปทำงานได้เนื่องจากสภาพร่างกาย

ล่าสุด นายศทพร เกตุทอง นายอำเภอวังโป่ง พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ด้วยการมอบข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น พร้อมเร่งหาแนวทางช่วยเหลือระยะยาว อย่างไรก็ตาม ครอบครัวดังกล่าวยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคม ทั้งเสื้อผ้า ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และอาหารแห้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมช่วยเหลือได้ที่ น.ส.เกสรา เหลาอ่อน บ้านเลขที่ 87 หมู่ 13 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ 76240 หรือโอนเงินช่วยเหลือผ่านบัญชีธนาคารออมสิน เลขที่ 020-332-801867 ชื่อบัญชี น.ส.เกสรา เหลาอ่อน หรือโทรศัพท์ 098-729-9473


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

“ทีมเพชรบูรณ์ช่วยแชร์” ปีที่ 5 ผู้ว่าฯ พาน้องช้อป เตรียมเปิดเทอม เติมรอยยิ้มเด็กกลุ่มเปราะบาง

“ทีมเพชรบูรณ์ช่วยแชร์” ปีที่ 5 ผู้ว่าฯ พาน้องช้อป เตรียมเปิดเทอม เติมรอยยิ้มเด็กกลุ่มเปราะบาง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาเมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ทีมเพชรบูรณ์ช่วยแชร์ พาน้องช้อป รับเปิดเทอม” ปีที่ 5 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น โดยมี นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล และ นายสมพงษ์ หอมสนิท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ให้มีความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ โดยเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เลือกซื้อชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และของใช้จำเป็นด้วยตนเอง ผ่านการจับคู่กับหัวหน้าส่วนราชการที่ร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด สร้างทั้งความอบอุ่นและความมั่นใจให้กับน้องๆ

สำหรับโครงการนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้นโยบายพัฒนาคนทุกช่วงวัยของรัฐบาล และแนวทาง “เพชรบูรณ์พอเพียง” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับเครือข่ายทีม พม. หนึ่งเดียว ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เด็กที่เข้าร่วมโครงการเป็นกลุ่มเป้าหมายจากฐานข้อมูล TP Map, Thai-QM และ MSO Logbook ซึ่งได้รับการดูแลมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีการสนับสนุนงบประมาณรายละ 2,000 บาท แบ่งเป็นจากภาครัฐ 1,000 บาท และภาคเอกชน 1,000 บาท เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้เลือกสิ่งของที่จำเป็นอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสันทนาการ เสริมสร้างความสุขให้เด็กๆ อาทิ การเล่นเครื่องเล่นในโซนเด็ก และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน โดยได้รับการสนับสนุนชุดอาหารจากภาคเอกชน สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก
โครงการ “ทีมเพชรบูรณ์ช่วยแชร์ พาน้องช้อป รับเปิดเทอม” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการสร้างโอกาสทางการศึกษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

ตร.สภ.โชคชัย สอบสวน ผู้ก่อเหตุชาวจีนปล้นร้านทอง ใน ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย

ตร.สภ.โชคชัยสอบสวน ผู้ก่อเหตุชาวจีนปล้นร้านทอง ใน ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ สภ.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา บรรยากาสภายในห้องสอบสวน เต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้ก่อเหตุปล้นร้านทอง ถูกแยกสอบ พร้อมด้วยล่ามแปลภาษา ซึ่งเป็นหญิงนั่งทางด้านซ้ายของผู้ก่อเหตุ สีหน้าของผู้ก่อเหตุดูค่อนข้างเครียด เบื้องต้นผู้ก่อเหตุได้ให้การกับ ตร.ฝ่ายสอบสวนว่า ได้ถูกหลอกให้มาซ่อมโดรน ในเมืองไทยค่าจ้าง ลำละ1,300,000 บ.แต่ยังไมได้ทำงาน เงินที่มีอยู่ก็ใช้ไปจนเกือบหมด จากการท่องเที่ยว ทั้งสองจึงขับรถไปเรื่อย จึงก่อเหตุปล้นร้านทองดังกล่าว โดย ใช้ ของแข็งคล้ายค้อน ทุบกะจก แล้ว กวาดแหวนทอง จำนวน 44 วง ต่างหู 24 วง รวมมูลค่า ประมาณ 800,000 บ. แล้วขับรถเก๋งสีขาว หลบหนีเข้า กทม. จึงถูก ตร.สน.ประเวทจับได้

ในเวลาต่อมาวันเดียวกัน เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัยจังหวัดนครราชสีมา ควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหาชาวจีน คือนาย ซู จิน เทา อายุ27ปี และนายซอง ฮาวหลง อายุ 19 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในร้านทองที่เกิดเหตุ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

บรรยากาสการทำแผน ค่อนข้างตรึงเครียด โดยผู้ต้องหาทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียด ขณะเจ้าหน้าที่นำตัวพาชี้จุดเกิดเหตุสำคัญภายในร้าน ทั้งจุดที่ใช้ของแข็งทุบตู้กระจก และจุดที่กวาดทรัพย์สิน โดยมีประชาชนจำนวนมากมามุงดู อย่างใกล้ชิด


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

มทบ.37 กระทำพิธีส่งทหารกองประจำการซึ่งรับราชการครบกำหนดและจะปลดออกจากกองประจำการ

มทบ.37 กระทำพิธีส่งทหารกองประจำการซึ่งรับราชการครบกำหนดและจะปลดออกจากกองประจำการ

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.69 10.00 น. พล.ต.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผบ.มทบ.37 เป็นประธานพิธีส่งทหารกองประจำการซึ่งรับราชการครบกำหนดและจะปลดออกจากกองประจำการ ณ หน้า บก.มทบ.37 โดยผู้แทนพลทหารได้กล่าวความรู้สึกและปฏิญาณตนจากนั้น คณะผู้บังคับบัญชา ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณ และ ผบ.มทบ.37 กล่าวให้โอวาทแก่ ทหารที่จะปลดจากกองประจำการ ให้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ประกอบอาชีพสุจริต ประหยัด อด ออม และสร้างสรรค์คุณประโยชน์ แก่ประเทศชาติ เป็นกองหนุนที่ดีและพร้อมกลับมารับใช้ราชการ เมื่อชาติต้องการ

โดยท้ายที่สุดได้จัดวงดุริยางค์ นำขบวนทหารที่จะปลดประจำการ เดินผ่านคณะผู้บังคับบัญชาบรรดาผู้ปกครองและญาติมิตรทั้งสองฝั่งถนนที่มาร่วมแสดงความยินดี สร้างความปลาบปลื้ม ภาคภูมิใจและเป็นเกียรติยศอย่างยิ่ง #เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน#


นที มีเดช รายงาน

“ลูกคนสุดท้อง น้องคนเล็ก” ของกองทัพบก ปลอดภัยทุกการฝึก เฝ้าระวังเชิงรุก ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ โรคลมร้อน (Heat Stroke) ลดความเสี่ยงทุกมิติ

“ลูกคนสุดท้อง น้องคนเล็ก” ของกองทัพบก – ปลอดภัยทุกการฝึก เฝ้าระวังเชิงรุก ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ โรคลมร้อน (Heat Stroke) ลดความเสี่ยงทุกมิติ

พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบหมายให้ พันเอก สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ พร้อมด้วยแผนกส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน ทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บูรณาการร่วมกับหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 31, กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 และกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 4 ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุภาวะโรคลมร้อน (Heat Stroke) อย่างเข้มข้น ณ ค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 จังหวัดนครสวรรค์

โดยการฝึกมุ่งเน้นในการสร้างระบบความปลอดภัยเชิงรุกในระหว่างการฝึกของทหารใหม่ ซึ่งถือเป็น “น้องคนเล็กของกองทัพบก” เพื่อให้ทุกนายมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติได้อย่างเต็มกำลัง โดยมีการวางมาตรการดูแลอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทุกขั้นตอน ได้แก่ การเฝ้าระวังอาการเสี่ยง การดูแลป้องกัน การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที การส่งต่อผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว และการประสานงานกับทีมแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการฝึกกระบวนการรับผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาภายในโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ เพื่อให้การดูแลรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และได้มาตรฐาน ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดกรอง การรับตัวผู้ป่วย การประเมินอาการ ไปจนถึงการดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 ได้จัดทีมแพทย์เฉพาะทาง และบุคลา กรทางการแพทย์คอยดูแลตลอดระยะเวลาการฝึก ตามมาตรฐานกรมแพทย์ทหารบก เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด ลดความเสี่ยงจากภาวะโรคลมร้อน และยกระดับมาตรฐานการดูแลกำลังพลให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตามนโยบายของกองทัพบก อันเป็นรากฐานสำคัญของกำลังรบที่เข้มแข็งของกองทัพบกไทย


นที มีเดช รายงาน

“เครือข่ายกาวิละ” ร่วมใจ ผสานใจสู้ภัยจากความร้อนวิกฤต บูรณาการทุกภาคส่วน ซ้อมแผนรับมือโรคลมร้อนในเชียงใหม่

“เครือข่ายกาวิละร่วมใจ ผสานใจสู้ภัยจากความร้อนวิกฤต” บูรณาการทุกภาคส่วน ซ้อมแผนรับมือโรคลมร้อนในเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 อำเภอเมือง จัง หวัดเชียงใหม่ ได้จัดโครงการ “เครือข่ายกาวิละร่วมใจ ผสานใจสู้ภัยจากความร้อนวิกฤต” โดยบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่ จัดการอบรมและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุโรคลมร้อน (Heat Stroke) พร้อมทั้งพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิ ภาพ

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ที่ทันสมัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงในการดูแลผู้ป่วยจากความร้อน ตลอดจนปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดัชนีความร้อนที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในปัจจุบัน พร้อมทั้งทดสอบระบบการส่งต่อ ตามแนวทางChiang Mai Heat Stroke Fast Track ให้เป็นไปตามมาตรฐาน

โดยรูปแบบการดำเนินการอบรมในครั้งนี้ เป็นทั้ง การอบรมภาคทฤษฎีในสถานที่ (On-site) และ การถ่ายทอดสดในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom เพื่อให้เครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าร่วมได้อย่างทั่วถึง เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยมีการเสวนาวิชาการจำนวน 5 หัวข้อสำคัญ ได้แก่

  • Heatstroke in Critical Aspect
    บรรยายโดย พันเอก นายแพทย์วิริสสร วงศ์ศรีชนาลัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้านบริหารกายภาพ
  • การดูแลผู้ป่วยเจ็บจากความร้อนในทหารใหม่ บรรยายโดย พลโท ศาสตราจารย์ นายแพทย์ราม รังสินธุ์ ผู้ชำนาญการกองทัพบก
  • Chiang Mai Heat Stroke Guideline บรรยายโดย นายแพทย์กาจบัณฑิต สุรสิทธิ์ อายุรแพทย์ โรงพยาบาลนครพิงค์
  • Cooling Method และแนวทางการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน บรรยายโดย รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ นายแพทย์บวร วิทยชำนาญกุล ผู้ช่วยคณบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • การทบทวนกรณีศึกษา (Case Review) ร่วมกับโรงพยาบาลเครือข่าย บรรยายโดย นายแพทย์อิทธาวุธ งามพสุธาดล แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลนครพิงค์

นอกจากนี้ ยังได้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุโดยจำลองสถานการณ์จริง ณ หน่วยฝึกทหาร ตั้งแต่ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างถูกวิธี การประสานส่งต่อไปยังโรงพยาบาลชุมชนใกล้เคียง และการส่งต่อเข้าสู่หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยสูงสุด

การฝึกซ้อมดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความพร้อมในการประสานงานระหว่างหน่วยทหาร โรงพยาบาลค่ายกาวิละ และโรงพยาบาลเครือข่ายในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยภายหลังการฝึกได้มีการสรุปบทเรียนและแนวทางพัฒนาร่วมกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคลมร้อนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ


นที มีเดช รายงาน

ผอ.อช.ดอยภูคา มอบหมายเจ้าหน้าที่ฯ ร่วม อบต.ภูคา ช่วยซ่อมแซมบ้านได้รับความเสียหายจากเหตุวาตภัย พายุฤดูร้อน บ้านเต๋ยกิ่วเห็น หมู่ที่ 7 ต.ภูคา อ.ปัว

น่าน – ผอ.อช.ดอยภูคา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฯ ร่วม อบต.ภูคา ช่วยซ่อมแซมบ้านได้รับความเสียหาจาก ความเสียหายจากเหตุวาตภัย พายุฤดูร้อน บ้านเต๋ยกิ่วเห็น หมู่ที่ 7 ต.ภูคา อ.ปัว

เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 00.30 น. ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน ส่งผลให้บ้านเรือนของนายจำเนียร วรรณชน ราษฎรบ้านเต๋ยกิ่วเห็น หมู่ที่ 7 ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะบริเวณหลังคาและโครงสร้างบางส่วน
ภายหลังเกิดเหตุ นายรณกฤต จักร์เงิน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา นำโดยนายอธิปพัฒน์ ณัฐจิรสุวรรณ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 15 นาย ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยได้ร่วมบูรณาการกับนายลักษณ์ อินปา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูคา นายวิโรจน์ อุดนัน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภูคา นายพิพัฒน์พงษ์ ภักดีสมัย ผู้อำนวยการกองช่าง สิบโท เขมรัฐ ขันทะสีมา จพง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและชาวบ้านในพื้นที่ เข้าดำ เนินการซ่อมแซมหลังคาและส่วนที่ได้รับความเสียหาย จนแล้วเสร็จเรียบร้อยปัจจุบันบ้านหลังดังกล่าวสามารถกลับเข้าอยู่อาศัยได้ตามปกติ

ทางด้าน นายครรชิต ชมพูแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่านได้แจ้งเตือน ตรียมความพร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในการป้องกัน รับสถานการณ์พายุฤดูร้อนระหว่างวันที่ 29 เม.ย-1 พ.ค. 69 ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัยอำเภอ ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และเครื่องมืออุปกรณ์ ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมทั้งแจ้งประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารทางราชการอย่างใกล้ชิด สร้างการรับรู้ ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรงและลูกเห็บตก หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงอันตรายจากฟ้าผ่า การขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง จากสภาพถนนลื่น

สำหรับเกษตรกรควรป้องกันผลิตผลทางการเกษตรอาจได้รับความเสียหายด้วย หากเกิดสถานการณ์วาตภัยจากพายุฤดูร้อนในพื้นที่ ให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุที่เกี่ยวข้อง และรายงานให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ทราบทางหมายเลขโทรศัพท์ 054-716174 หรือไลน์กลุ่ม “ประสานงานภัยอำเภอ จังหวัด ทันที”

ได้สรุปรายงานสถานการสาธารณภัย (วาตภัย) ในช่วง วันที่ 27 เมษายน 2569 บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ประสบภัยวาตภัยจากพายุฤดูร้อน เมื่อวันที่ 27 เมษา ยน 2569 รวม 3 อำเภอ 7 ตำบล 10 หมู่บ้าน อำเภอปัว จังหวัดน่าน 3 ตำบล มี ตำบลภูคา, ตำบลไชยวัฒนา, ตำบลปัว รวม 5 หมู่บ้าน 5 หลังคาเรือนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน 2 หลังคาเรือน, อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน 14 หลังคาเรือน การช่วยเหลือในเบื้องต้น ฝ่ายปกครองทั้ง 3 อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบตามอำนาจหน้าที่โดยเร็วต่อไป


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

ครม.แต่งตั้ง “วีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน” นั่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ มท.2 พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน

ครม.แต่งตั้ง “วีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน” นั่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ มท.2 พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ แต่งตั้งข้าราช การการเมืองในตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยได้แต่งตั้ง นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมปฏิบัติหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายพลพีร์ สุวรรณฉวี) หรือ เลขานุการ มท.2

ทั้งนี้ นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ได้แสดงความขอบคุณต่อ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ที่ให้โอกาสและไว้วางใจมอบหมายหน้าที่สำคัญในตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นอีกก้าวสำคัญของการทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน

โดยยืนยันว่า พร้อมทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และศักยภาพอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้ภารกิจหลักของกระทรวงมหาดไทย คือ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ให้ทุกคนมีรอยยิ้มและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ บรรดาผู้ร่วมงานและประชาชนในพื้นที่ต่างร่วมแสดงความยินดีต่อการได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งสำคัญครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงมหาดไทยเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต่อไป


กันตินันท์ รายงาน

มทบ.37 ร่วมจัดกิจกรรม “ฝึกอบรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามพระราชดำริในพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้” ณ บ้านแม่ตาช้าง แม่สรวย จ.เชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน บูรณาการร่วมกับ หัว หน้าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย จัดกิจกรรม “ฝึกอบรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามพระราชดำริในพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้” และรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ลดค่า Pm2.5 ณ บ้านแม่ตาช้าง หมู่ 18 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ บูรณาการร่วมกับ หัวหน้าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้า ที่เกษตรในพระองค์ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ และครูศิลปาชีพอำเภอเชียงแสน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิ คุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดกิจกรรม “ฝึกอบรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามพระราชดำริในพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้” ให้กับประชาชน บ้านห้วยหญ้าไซ วัตถุประสงค์ เพื่อขจัดความยากจน และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ อำเภอแม่สรวย

ส่งเสริมด้านความมั่นคงเพื่อรองรับการพัฒนาทางสังคมขับเคลื่อนและขยายผลตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวพระราชดำริในพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ วัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ ประชาชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน การพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมียุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เป็นยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญให้ความสำคัญการดึงเอาพลังของของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่นมาร่วมขับเคลื่อน ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจหลักและวิสัยทัศน์ของกรมการพัฒนาชุมชน คือ สร้างสรรค์ชุมชนให้พึ่งตนเอง

โดยการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านกระบวนการสร้างและพัฒนาผู้นำชุมชน พัฒนาองค์กร อาสาสมัคร และผู้นำท้องถิ่น ในระดับหมู่บ้าน ตำบล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท รวมถึง การมีครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจชุมชนและสิ่งแวดล้อมยังยืน โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลักในการทำงาน เพื่อให้ประชาชนและองค์กรชุมชน ท้องถิ่น สามารถช่วยตนเองและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ในรูปของโครงการส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎรในพื้นที่ให้มีความเข้าใจและซาบ ซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะ ที่ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกของราษฎรในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงชุมชนใหญ่ให้เกิดความรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ เกิดความเป็นเจ้าของป่าร่วมกัน สนองพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับชาเลือดมังกร พร้อมมอบพันธุ์ต้นชาให้กับประชาชน เพื่อนำไปปลูกเพื่อเป็นการช่วยเหลือราษฎรให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และเพื่อให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ยังได้ รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ลดค่า Pm2.5 จว.ช.ร. ประกาศมาตรการ “ห้ามเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาด” ในปี 2569 ช่วงขอความร่วมมือ (งดเผาในที่โล่ง) 1 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2569 และช่วงห้ามเผาเด็ดขาด 14 กุมภาพันธ์ – 10 พฤษภาคม 2569 (86 วัน) เป็นต้นไป เพื่อลดจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ Pm2.5 มีประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 50 คน ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน