เชียงใหม่ จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในโอกาสเสด็จฯ มาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่

จังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จฯ มาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 21-22 มกราคม 2569

วันนี้ (22 ธ.ค. 68) ที่ หอประชุมเดชะตุงคะ กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ พลโท ฉกาจ ประสงค์ ราชองครักษ์ในพระองค์ กรมราชองครักษ์ สำนักพระราชวัง รอป.904/905 เป็นประธานการประชุมฯ และนายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานร่วม โดยมีส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อหารือการเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 21-22 มกราคม 2569

โดยมีหมายกำหนดการ ดังนี้ ในวันที่ 21 มกราคม 2569 ช่วงเช้า จะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2567-2568 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อจากนั้นในช่วงบ่ายจะเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเปิดอาคารสัตวเวชบำรุง และทอดพระเนตรนิทรรศการและการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพทางสัตวแพทย์ภาคเหนือ ณ คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อด้วยการเสด็จฯ ไปทรงเปิดการประชุมสามัญประจำปี 2569 ของคณะกรรมการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ สำนักงานมูลนิธิขาเทียมฯ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม

สำหรับพระราชกรณียกิจในวันที่ 22 มกราคม 2569 ในช่วงเช้า จะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียง ใหม่ (เป็นวันที่สอง) ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนในช่วงบ่ายจะเสด็จฯ ไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จเจ้าฟ้ามหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และทรงเปิดพิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า ในพระราชูปถัมภ์ฯ ณ โรงพยาบาลแมคคอร์มิค อำเภอเมืองเชียงใหม่ จากนั้นจะเสด็จฯ ไปในพิธีทูลพระขวัญ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการมอบหมายภารกิจหน้าที่ให้กับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติ อาทิ การชี้แจงลำดับขั้นตอนของพิธีการ การจัดเตรียมสถานที่ การวางแผนถวายการรักษาความปลอดภัย การปรับภูมิทัศน์ตลอดเส้นทางเสด็จฯ การอำนวยความสะดวกด้านจราจร การแพทย์ฉุกเฉิน ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง และเพื่อให้การเตรียมงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามแนวทางที่วางไว้ และถวายการรับเสด็จฯ ได้อย่างสมบูรณ์ในทุกมิติ


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ ลำพูน จัดกิจกรรมพบสื่อและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในจังหวัด

ลำพูน – ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำหัวหน้าส่วนราชการ พบปะสื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในจังหวัด ภายใต้กิจกรรมผู้ว่าฯ พบสื่อ ครั้งที่ 1/2569 เน้นย้ำ 3 ประเด็นหลัก สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนา 4 ด้าน

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำหัวหน้าส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้องร่วมกิจ กรรม “ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด พบสื่อมวลชน เครือข่ายสื่อออนไลน์ และเครือข่ายสื่อประชาสัมพันธ์” ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช 2569 วันนี้ (22 ธ.ค. 68) เวลา 10 นาฬิกา ณ เดอะแกรนด์จามจุรี รีสอร์ท ลำพูน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสร้างความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์ ให้จังหวัดลำพูนบรรลุตามยุทธศาสตร์จังหวัดที่วางไว้ นอกจากนั้น ยังเป็นเวทีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการได้พบปะพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง โดยเฉพาะในช่วงต้นปีงบประมาณ พุทธศักราช 2569 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่าง ๆ ของจังหวัดลำพูน ให้พี่น้องประชาชนทั้งคนลำพูนและต่างจังหวัด ได้ทราบอย่างทั่วถึง

นางสาวฐานิตา แจ้งชัด ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน กล่าวว่า สำนักงานประชาสัมพันธ์ จัง หวัดลำพูน ได้ดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์จังหวัดลำพูน โดยกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดพบสื่อมวลชน เครือข่ายสื่อออนไลน์และเครือข่ายสื่อประชาสัมพันธ์ ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช 2569 จำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกในวันนี้(22 ธ.ค.) และครั้งต่อไปภายในเดือนกันยายน 2569

จังหวัดลำพูน ได้กำหนดวิสัยทัศน์ของจังหวัดไว้ว่า “เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บนความพอเพียง” ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมสร้างสรรค์และสมดุลในทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนวิถีพอเพียงและยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาของทุกภาคส่วน ไปสู่เป้าหมายและบรรลุวิสัยทัศน์ร่วมกัน ภายใต้แผนพัฒนาจังหวัดลำพูน ปี 2566-2570

โดยกำหนดประเด็นพัฒนาจังหวัดออกเป็น 4 ประเด็น ดังนี้

  1. เมืองแห่งวัฒนธรรมอัตลักษณ์วิถีและท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
  2. เมืองแห่งอุตสาหกรรม หัตถอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
  3. เมืองแห่งเกษตรสุขภาพและเกษตรนวัตกรรมสร้างสรรค์
  4. เมืองแห่งความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ในการขับเคลื่อนในยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ด้านของจังหวัดลำพูน มีเรื่องสำคัญที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนและเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ อันได้แก่
1) แนวทางการป้องกันปัญหาไฟป่าหมอกควัน ปี 2568 – 2569
2) ภาพรวมแนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน และ การเตรียมการเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 (ช่วง 7 วัน อันตราย)
3) Soft Power จังหวัดลำพูน

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ดำเนินไปในรูปแบบ Ted Talk คือ นำเสนอแนวคิดคล้ายกับรูปแบบทอล์คโชว์ คนละประมาณ 12 – 15 นาที เริ่มต้นจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ในประเด็นแนวทางการป้องกันปัญหาไฟป่าหมอกควัน ปี 2568 ภาพรวมแนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน และ การเตรียมการเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569(ช่วง 7 วัน อันตราย) และ Soft Power จังหวัดลำพูน

โดยมีผู้ร่วมนำเสนอฯ ประกอบด้วย

  1. นายสัญญา ทุมตะขบ ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำพูน เรื่อง แนวทางการป้องกัน รับมือ ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ปี 2568
  2. นายธนา นวลปลอด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน เรื่อง การเตรียมการเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569(ช่วง 7 วัน อันตราย)
  3. พันตำรวจเอก พชรพล วงศ์รจิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน เรื่อง ภาพรวมแนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน และ การเตรียมการเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569(ช่วง 7 วัน อันตราย)
  4. นางสาวสมหมาย ประทุมเทพ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน เรื่อง แนวทางการส่งเสริมผ้าลำพูน ให้เป็น Soft Power ที่ยั่งยืน
  5. ว่าที่ร้อยตรี รังสรรค์ จอมนวล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน เรื่อง เทศกาลท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดลำพูน ส่งเสริม Soft Power ที่ยั่งยืน
  6. นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน เรื่อง งานท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดลำพูน ส่งเสริม Soft Power ที่ยั่งยืน..

นที มีเดช รายงาน

เปิดภาพ เบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ 120 ชม. บทพิสูจน์ “แม่ทัพภาคที่ 2” ผู้นำการรบเพื่อชัยชนะ อย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพ

เปิดภาพ เบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ 120 ชม. บทพิสูจน์ “แม่ทัพภาคที่ 2” ผู้นำการรบเพื่อชัยชนะ อย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพ

จากสถานการณ์ชายแดนที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และใช้อาวุธโจมตีกำลังพลของไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาที่คนไทยต้องรับรู้เบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ120 ชม. การยึดพื้นที่คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ ภาพสะท้อนจากเนิน 350 สู่สมรภูมิประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกต้องจดจำตลอดภารกิจของ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้บัญชาการรบอยู่หน้าแนวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2

สถานการณ์บริเวณ เนิน 350 พื้นที่ปราสาทตาควาย ทำให้สังคมไทยได้ประจักษ์อีกครั้งว่า “พื้นที่สูง” ไม่ใช่เพียงตำแหน่งบนแผนที่ แต่คือจุดชี้ขาดของความมั่นคง เป็นทั้งสายตา เป็นทั้งเกราะ และเป็นเส้นแบ่งระหว่าง ความปลอดภัยของประชาชนกับความเสี่ยงในแนวหน้าภายใต้การบัญชาการรบของกองทัพภาคที่ 2 การปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าวดำเนินไปบนหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการควบคุมสถานการณ์ เพื่อจำกัดความสูญเสีย การตัดสินใจแต่ละขั้น มิได้มุ่งผลลัพธ์เฉพาะหน้า แต่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพและความมั่นคงโดยรวมเพื่อให้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ไทม์ไลน์ เหตุการณ์ 5 วัน เนิน 350 จากการปะทะสู่การควบคุมสถานการณ์ (16–20 ธันวาคม 2568)

16 ธันวาคม 2568 วันที่ความกล้าหาญถูกพิสูจน์ มีรายงานเหตุปะทะในพื้นที่ เนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย ส่งผลให้กำลังพลไทย เสียชีวิต 2 นาย พื้นที่ดังกล่าวถูกจับตาในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม นี่คือวันที่ความกล้าหาญของทหารแนวหน้าปรากฏชัด และเป็นจุดตั้งต้นของการตัดสินใจเชิงความรับผิดชอบในระดับบัญชาการ

17 ธันวาคม 2568 คุมจังหวะสถานการณ์ การดำเนินการในพื้นที่ปรับเข้าสู่กรอบการควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบโดยมุ่งยับยั้งการรุกคืบ ควบคุมพื้นที่สำคัญและป้องกันการเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายหลักในช่วงนี้คือ ไม่ให้ความสูญเสียเกิดซ้ำและไม่เปิดช่องให้ความรุนแรงขยายตัว

18 ธันวาคม 2568 การทำงานของระบบบัญชาการรบ การปฏิบัติการดำเนินอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ทีมบัญชาการรบ กำลังแนวหน้า และฝ่ายสนับสนุน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดโดยยึดหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการลดความเสี่ยงต่อชีวิตกำลังพล “ความนิ่งในวันนี้ไม่ใช่ความชะลอ แต่คือการตัดสินใจที่ไม่ใช้อารมณ์นำ”

19 ธันวาคม 2568 สถานการณ์เริ่มชัดเจนรายงานข่าวสะท้อนว่า การควบคุมพื้นที่มีความคืบหน้า การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ยุทธศาสตร์ถูกจำกัด สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะที่การคุกคามไม่สามารถขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ

20 ธันวาคม 2568 ควบคุมพื้นที่ ปิดวงจรความสูญเสียมีการยืนยันว่าฝ่ายไทยสามารถ ควบ คุมพื้นที่เนิน 350 และบริเวณปราสาทตาควายได้ พร้อมการลำเลียงร่างทหารผู้เสียสละลงมาประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ และการตรวจความเรียบร้อยของพื้นที่ รวมถึงการตรวจยึดอาวุธจากฐานปฏิบัติการ เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรงย้อนกลับมาอีก “วันนี้ไม่ใช่วันแห่งการเฉลิมชัย แต่คือวันที่ความสูญเสียถูก “หยุดไว้” ด้วยการตัดสินใจอย่างมีศักดิ์ศรี

สมรภูมิเนิน 350 มีผู้กล้ายืนหยัดฝ่ากระสุนตลอดการรบ 5 วัน หวังนำพี่น้องกลับบ้านอย่างสมเกียรติไม่ได้มีเพียง ผู้เสียสละที่จากเราไปเท่านั้น แต่ยังมี “ผู้กล้า” ที่ยืนหยัดฝ่ากระสุนและกับระเบิด ตลอดการรบ สู้กันยาวนานกว่า 120 ชั่วโมง หลังจาก กองทัพภาคที่ 2 สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ

หลังการปะทะอย่างรุนแรงกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา ในครั้งนี้ส่งผลให้ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ซึ่งเป็นกำลังพลจากหน่วย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 พลีชีพ ขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่สมรภูมิปราสาทตาควาย และเนิน 350 และได้นำกลับบ้านอย่างสมเกียรติอย่างวีระบุรุษ ขอคำนับ กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่หวั่นไหว พวกคุณคือคุณค่าแห่งเกียรติยศ คือหัวใจ ของคำว่า “ไม่ทิ้งกัน” ขอบคุณ และขอเป็นกำลังใจให้วีรบุรุษทุกนายอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพต่อไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

ปีใหม่อีสานเดือด ภ.3 งัดมาตรการลับ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ เปิดมอเตอร์เวย์เต็มเส้นทาง อีสานเดินทางปลอดภัย

นครราชสีมา – ปีใหม่อีสานเดือด ภ.3 งัดมาตรการลับ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ เปิดมอเตอร์ เวย์เต็มเส้นทาง อีสานเดินทางปลอดภัย

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นประธานการประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า ได้วางมาตรการดูแลการเดินทางของประชาชนอย่างเข้มข้น ครอบคลุมเส้นทางหลักเชื่อมกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และจังหวัดสระบุรี เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ก่อนกระจายสู่ภาคอีสานทั้งตอนบนและตอนล่าง พร้อมตั้งจุดบริการและจุดพักรถเพื่อลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงทีและลดปัญหาการจราจรติดขัด ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือประชาชนงดดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่

สำหรับการบริหารจัดการจราจรปีใหม่นี้ การเปิดใช้ มอเตอร์เวย์บางปะอิน–นครราชสีมา ตลอดแนว จะช่วยระบายรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดทิศทางขาออกจากกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม–2 มกราคม และขาเข้าระหว่างวันที่ 2–6 มกราคม

ด้านความมั่นคงในพื้นที่อีสานตอนล่างซึ่งติดแนวชายแดน มีการตั้งด่านตรวจควบคู่จุดบริการประชาชน ประสานงานหน่วยงานความมั่นคงทุกมิติ รวมถึงการเดินทางทางถนน รถไฟ และอากาศ เพื่อป้องกันการแอบแฝงของบุคคลไม่หวังดี พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการอพยพในพื้นที่แนวชายแดน ครอบคลุม 16–18 สถานีตำรวจใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยย้ำว่าทุกภาคส่วนพร้อมผนึกกำลังให้การเดินทางช่วงปีใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด.


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

อัญเชิญดวงวิญญาณ 2 วีรบุรุษทหารกล้าเนิน 350 กลับสู่มาตุภูมิบ้านเกิด

อัญเชิญดวงวิญญาณ 2 วีรบุรุษทหารกล้าเนิน 350 กลับสู่มาตุภูมิบ้านเกิด

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากวันนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้มีการเคลื่อนร่างของ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และพลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา สองทหารกล้าที่สละชีวิตจากการปกป้องแผ่นดินแดนไทยบริเวณเนิน 350 กลับสู่ภูมิลำเนาในจังหวัดบุรีรัมย์และจัง หวัดศรีสะเกษ

สำหรับในช่วงสายของวันนี้ ทางด้าน ร.อ.ภิษัช อุตรศาสตร์ ผบ.ร้อย.ร.232 พร้อมกำลังพลสหายร่วมรบ พร้อมใจร่วมกระทำพิธีอัญเชิญ 2 ดวงวิญญาณวีรบุรุษเนิน 350 ตามความเชื่อของพระพุทธศาสนา หลังเสร็จสิ้นภารกิจตามที่ตั้งหวังไว้ ความเสียสละของกำลังพลผู้เสียชีวิตและผู้ร่วมรบทุกนาย จะจารึกเป็นประวัติศาสตร์การรบของหน่วยสืบไป ทาง ผบ.หน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวรบ ได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 2 รูป มาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของ จ่าสิบเอกสำเริง และ พลทหารภานุพัฒน์ กลับสู่มาตุภูมิ บ้านเกิดของทั้งสอง เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและการอุทิศตนเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยสืบไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

ผบ.กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อม ประธานสมาคมฯ เยี่ยมชม “งานกาชาด ทหารพันธุ์ดี กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ”

เมื่อวันเสาร์ที่ 20 ธ.ค.68 เวลา 18.30 น. ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย คุณ สินีนาฏ วิจิตรพงษา ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 เยี่ยมชม “งานกาชาด ทหารพันธุ์ดี กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ” (การจัดงานถึง วันอาทิตย์ที่ 21 ธ.ค.68 เวลา 17.00 น.ถึง 21.00 น.) เลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากหน่วยใน โครงการทหารพันธุ์ดี และอุดหนุนผลิตภัณฑ์ตามโครงการ ผักดองสูตรพระราชทานฯ (วังสระปทุม กรุงเทพฯ) ภายในบูท โรงคัดบรรจุสินค้าทางการเกษตร กองทัพภาคที่ 3 โดย กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (บชร.3)

ร่วมชมการแสดง และให้กำลังใจการแสดงโดย โรงเรียนโรจน์วิทย์มาลาเบี่ยง จังหวัดพิษณุโลก ระดับอนุบาล 1-3 การแสดงมีจำนวน 3 ชุด

1.ระดับอนุบาล 1 : รีวิวประกอบเพลง พระราชนิพนธ์ “ใกล้รุ่ง”
2.ระดับอนุบาล 2 : รีวิวประกอบเพลง “คือหัตถาครองพิภพ”
3.ระดับอนุบาล 3 : รีวิวประกอบเพลง ” บ้านเกิดเมืองนอน, สวย, นี่คือแผ่นดินไทย”

เยี่ยมชมภายในงาน : การจัดแสดงนิทรรศการโครงการทหารพันธุ์ดี การจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรจากโครงการทหารพันธุ์ดี การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าของครอบครัว และบุตรหลานกำลังพลที่มีความต้องการพิเศษ กิจกรรมนันทนาการสำหรับบุตรหลาน โดยเน้นการจำหน่ายสินค้าคุณภาพดี ราคาย่อมเยา เป็นการช่วยเหลือกำลังพล และครอบครัว

การจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นการจัดหารายได้ทูลเกล้าฯ ถวาย “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ” โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย และเป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางทหารต่อการช่วยเหลือประชาชน ตลอดทั้งเผยแพร่ผลงานของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ในการช่วยเหลือกำลังพล และครอบครัวที่นำผลผลิตจากโครงการทหารพันธุ์ดี ผลิตภัณฑ์ของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3

พื้นที่จัดงานบริเวณ สวนสุขภาพ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก…


(ศูนย์ประชาสัมพันธ์ บชร.3 รายงาน)

กกต.น่าน ปิดสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ระหว่าง 27 – 31 ธ.ค.68 ณ หอประชุมอาคาร 84 ปี ร.ร.ศรีสวัสดิ์วิทยาคาร

น่าน – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน เปิดสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ระหว่างวันเสาร์ที่ 27 – วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมอาคาร 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน

วันนี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน นายประธาน พรหมเผ่า. ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน คนใหม่ กล่าวถึงการเลือกตั้งหลังยุบ ทางสำนักการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน.เปิดสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ระหว่างวันเสาร์ที่ 27 – วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมอาคาร 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน

ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 6 ฉบับ ดังนี้

  1. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวนเขตเลือกตั้ง และท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้ง https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/99108.pdf
  2. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง วันรับสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และสถานที่ที่พรรค การเมืองจะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/99114.pdf
  3. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/99115.pdf
  4. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/99116.pdf
  5. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/99117.pdf
  6. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันและเวลาการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/99118.pdf

ทั้งนี้ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.co.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน หรือบริการสายด่วน 1444 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ประกาศกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้ง และกำหนดให้วันเสาร์ที่ 27 – วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. เป็นวันรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ณ หอประชุมอาคาร 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน ถนนยันตรกิจโกศล ตำบล ดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

ผู้ใดประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้นำหลักฐานเอกสารที่ใช้ในการสมัครรับเลือกตั้งมายื่นด้วยตนเองต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งภายในระยะเวลาการรับสมัครรับเลือกตั้ง

ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง สามารถขอรับใบสมัครหรือสอบถามข้อมูลคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ได้ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดน่าน ในเวลาราชการ

สถานที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งล่วงหน้า มี 2 ประเภท ใช้สถานที่ ณ หอประชุมอาคาร 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน ถนนยันตรกิจโกศล ตำบล ดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

  • ประเภทที่ 1 เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง คือบุคคลทั่วไปที่อยู่นอกเขตเลือกตั้ง ในวันเลือกตั้งไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิได้ จะมีการลงทะเบียนก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30 วัน
  • ประเภทที่ 2 เลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง หลังจาก30 วันไปแล้ว คือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ รปภ.หน่วยเลือกตั้ง ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน สามารถไปลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อจะลงคะแนนล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งที่ไปปฏิบัติหน้าที่ได้

สำหรับการจัดสถานที่เลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้า ปี 2569 ทั้ง 3 เขต

  • เขตเลือกตั้งที่ 1 ใช้สถานที่ ณ หอประชุมอาคาร 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน ถนนยันตรกิจโกศล ตำบล ดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
  • เขต 2 ใช้สถานที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕๖ จังหวัดน่าน ตำบล กลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน
  • เขต 3 ใช้สถานที่วิทยาลัยเทคนิคปัว ถนน น่าน-ทุ่งช้าง ตำบล ปัว อำเภอปัว จังหวัด น่าน เปิดรับสมัครแบบแบ่งเขตระหว่างวันเสาร์ที่ 27 – วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมอาคาร 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน ถนนยันตรกิจโกศล ตำบล ดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

สำหรับน่านจะเป็น 3 เขตเลือกตั้ง 99 ตำบล 893 หมู่บ้าน 925 หน่วยเลือกตั้ง

  • เขตเลือกตั้งที่ 1 ใช้สถานที่หอประชุมอำเภอเมืองน่าน มี 3 อำเภอ อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูพียง อำเภอท่าวังผา
  • เขตเลือกตั้งที่ 2 ใช้สถานที่หอประชุมอำเภอปัว มี 6 อำเภอ อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย อำเภอนาหมื่น อำเภอแม่จริม อำเภอบ้านหลวง อำเภอสันติสุข
  • เขตเลือกตั้งที่ 3 ใช้สถานที่หอประชุมอำเภอปัว มี 6 อำเภอ อำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง อำเภอสองแคว อำเภอบ่อเกลือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งช้าง

ผู้ที่สนใจสมัครสามารถติดต่อขอรับใบสมัครและข้อมูลได้ที่ สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดน่าน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569.
รายละเอียดที่สำคัญ:

  • วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 – วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า (ในเขต/นอกเขต/นอกราชอาณาจักร)
  • วันรับสมัคร สส. แบบแบ่งเขต: วันเสาร์ที่ 27 – วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 08.30 – 16.30 น.). สถานที่รับสมัคร:ณ หอประชุมอาคาร 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน ถนนยันตรกิจโกศล ตำบล ดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
  • วันอาทิตย์ที่ 28 – วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568
    • พรรคการเมืองส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (เฉพาะพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตแล้วเท่านั้น)
    • พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
  • วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
    • วันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง, นอกเขตเลือกตั้ง
    • และวันลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้ง สำหรับสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ
  • วันอาทิตย์ที่ 1 – วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 วันแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน
  • วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  • วันจันทร์ที่ 9 – วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 วันแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน
  • วันพุธที่ 9 เมษายน 2569 วันสุดท้ายที่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต/แบบบัญชีรายชื่อ

คำแนะนำสำหรับผู้สมัคร: เตรียมเอกสารที่จำเป็นให้ครบถ้วน. สอบถามคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามได้ที่สำนักงาน กกต. จังหวัดน่าน. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน (ECT Nan) Facebook Page.


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

องคมนตรี ตรวจเยี่ยม ร.ร.สังวาลย์วิทยา จ.เชียงใหม่ พร้อมมอบสิ่งของพระราชทาน เป็นขวัญกำลังใจให้นักเรียนและคณะครู

องคมนตรีตรวจเยี่ยมโรงเรียนสังวาลย์วิทยา จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมมอบสิ่งของพระราชทาน เป็นขวัญกำลังใจให้นักเรียนและคณะครู

วันนี้ (21 ธ.ค. 68) พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาของโรงเรียนสังวาลย์วิทยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมมอบสิ่งของพระราชทานแก่นักเรียน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เด็กนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

โอกาสนี้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ได้รับฟังรายงานสรุปผลการจัดการศึกษาของโรงเรียน ภาพรวมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การบริหารจัดการทุนการศึกษาที่นักเรียนได้รับ ตลอดจนผลการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาที่เป็นเลิศ ผ่านกิจกรรม “4 รู้” ซึ่งเป็นการน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษามาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งรับทราบปัญหา อุปสรรค และความต้องการในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในด้านต่าง ๆ

จากนั้น องคมนตรีและคณะได้เยี่ยมชมนิทรรศการและบูธกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน พร้อมมอบผ้าห่มและกระเป๋าพระราชทานแก่นักเรียน จำนวน 90 คน รวมถึงพบปะพูดคุยให้กำลังใจแก่คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน โดยได้เน้นย้ำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่สูงขึ้น เพื่อสร้างพื้นฐานความรู้ ทักษะ และคุณธรรม อันเป็นทุนชีวิตที่สำคัญในการดำรงชีวิตในอนาคต

พร้อมกันนี้ ยังได้ให้กำลังใจนักเรียนทุกคนให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มศักยภาพ มีความมุ่งมั่น อดทน และนำความรู้ไปพัฒนาตนเอง ครอบครัว และสังคม อันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป


นที มีเดช รายงาน
.

มทบ.34 ร่วมอัญเชิญถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในศึก “THAI FIGHT พะเยา” รอบชิงชนะเลิศ ปี 2568

มณฑลทหารบกที่ 34 พร้อมกรมทหารราบที่ 17 และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 17 ประชาชนชาว พะเยา ส่วนราชการ ร่วมอัญเชิญถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ ในศึก “THAI FIGHT พะเยา” รอบชิงชนะเลิศ ปี 2568

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 จัดกำลังพล นายทหารสัญญาบัตรนายทหารชั้นประทวน ร่วมกับ กรมทหารราบที่ 17 และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 17 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 ร่วมขบวนเกียรติยศอัญเชิญถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอ ยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการแข่งขันชกมวย “THAI FIGHT ของ จัง หวัดพะเยา” รอบชิงชนะเลิศ ปี 2568 โดยขบวนพิธีอัญเชิญถ้วยพระราชทานได้เคลื่อนจากสำนักงานเทศบาลเมืองพะเยา ไปยังลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา โดยมี นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ, ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดพะเยาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ทั้งนี้ การแข่งขันชกมวย “THAI FIGHT ของ จังหวัดพะเยา ” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี มีกำหนดจัดการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการกีฬา อนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย ตลอดจนสร้างความภาคภูมิใจและความสามัคคีให้แก่ประชาชนในจังหวัดอีกทั้งยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ธุรกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา

#ไทยไฟท์ #อัญเชิญถ้วยพระราชทาน #มณฑลทหารบกที่ 34 #กองทัพภาคที่ 3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 บูรณาการชุดปฏิบัติร่วมบุกทลายแก๊งค้ายานรกภายในหมู่บ้าน ในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร

มุกดาหาร – ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 บูรณาการชุดปฏิบัติร่วมบุกทลายแก๊งค้ายานรกภายในหมู่บ้าน ในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.68 เวลา 19.40 น. ที่บริเวณกระท่อมสวนยางพารา(ไม่มีเลขที่) พื้นที่ บ.โพนสว่าง ม.6 ต.ดงเย็น อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร หลังจากสืบทราบว่าแก๊งค้ายาบ้าในพื้นที่ ลักลอบขายาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นราคาเข้าถึงได้ง่าย จึงเข้าแจ้งเบาะ แสให้กับ ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 จึงบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ บังคับใช้กฎหมายเข้าปิดล้อมตรวจค้นต่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ตาม พรบ.ยาเสพติด ตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน ปฏิบัติการบุกทลายแก๊งค้ายาบ้า

โดยเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบริเวณกระท่อมสวนยางพารา(ไม่มีเลขที่) พื้นที่ บ.โพนสว่าง ม.6 ต.ดงเย็น อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดยใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.หมายเลขบัตร 6702245 ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ตรวจพบชาย จำนวน 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน เข้ามายังบริเวณกระท่อมสวนยางพารา(ไม่มีเลขที่) ลักษณะท่าทางมีพิรุธ ชุดปฏิบัติการร่วม ฯ ที่เฝ้าตรวจและสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ กระท่อมดังกล่าว จึงได้แสดงตัวให้สัญญาณหยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ เมื่อชายดังกล่าวเห็นว่าเป็น จนท.จึงได้พยายามที่จะเร่งเครื่องหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อ นายธิวาพัฒน์ บุตรพรม อายุ 32 ปี

จากนั้น ชุดปฏิบัติร่วมฯ จึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้นภายในร่างกายและยานพาหนะ ผลการตรวจค้น พบถุงพลาสติกสีน้ำเงินลักษณะกดปิดดึงเปิด จำนวน 3 ถุง ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดง จำนวน 625 เม็ด และเม็ดสีเขียว จำนวน 6 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น จำนวน 631 เม็ดซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินด้านซ้ายของนายธิวาพัฒน์ ฯ ที่สวมใส่อยู่ พร้อมโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ หัวเว่ย สีดำ จำนวน 1 เครื่อง และ3 รถ จยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ รุ่น 110 ไอ หมายเลขทะเบียน 1 กช 849 มุกดาหาร

จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 เพื่อดำเนินการสอบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งค้ายาบ้าเพิ่มเติม และทำการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะที่จับกุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนตาม มาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

พรพิพัฒน์ รายงาน