โคราช ทำบุญตักบาตรรับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลเมืองย่าโม

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 06.30 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ประจำปี 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว และบ้านเมือง โดยมี อนุพงศ์ สุข สมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานสำคัญของจังหวัด อาทิ นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนคร ราชสีมา, ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, พล.ต.สมลักษณ์ ดวงกลาง ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารพรานที่ 2, นางเอมอร ศรีกงพาน สมาชิกวุฒิสภา, นายไกรศร วิเศษเขวา ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครราชสีมา, พ.อ.วิจิตร เสือคง ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 2 ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนจำนวนมาก

บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ เรียบร้อย และเปี่ยมด้วยศรัทธา ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการเริ่มต้นปีใหม่ 2569 ด้วยคุณธรรม ความสามัคคี และความปรารถนาดีต่อกัน เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดนครราชสีมาให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงตลอดปีใหม่


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สาวพลิกพื้นที่ !! เป็นบ้านสวนเปิดชมฟรี

อุทัยธานี – สาวพลิกพื้นที่!! ให้เป็นบ้านสวนเปิดชมฟรี สวนทานตะวัน ชมผักเพื่อสุขภาพหลายสายพันธุ์ หากนำไปต่อยอดขายให้เพียงต้นละ 20 บาท

เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 03 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานที่สวนบ้านชา ณ ลานสัก พบกับเจ้าของสวนชื่อนางสาวสุดารัตน์ บ้านเลขที่ 353/21 ม.1 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า ได้เปิดมาเพียง3-4 เดือนโดยพลิกพื้นที่บ้าน แบ่งส่วนพื้นที่เปิดเป็นสวนดอกทานตะวันให้เที่ยวชมฟรีพร้อมกับมีสวนผักปลูกเพื่อสุขภาพ ปลูกไว้หลายชนิดหลายสายพันธุ์ มีทั้งกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค เรดคลอรัล และอีกหลายสายพันธุ์ ไว้ให้ชมฟรี ปลอดสารพิษ พร้อมกับเปิดความรู้วิธีทำในการเพาะปลูกให้กับผู้ที่มาเที่ยวชม

ทั้งนี้ ผักที่ปลูกเป็นผักที่มีประโยชน์ดีต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพ นำไปทานคู่กับน้ำสลัดครีมหรือสอดไส้กับแฮมเบอร์เกอร์ หรือทานคู่กับบาร์บีคิวย่าง เมี่ยงคำ และยังสามารถนำไปทานคู่กับน้ำพริกได้ พร้อมกับทางสวน หากสนใจผักที่สวน ทางเจ้าของสวนก็ขายให้เพียงต้นละ 20 บาท หากซื้อเป็นกิโลกรัม ขายเพียงกิโลกรัมเพียง 100 บาท


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

สิบเอกนักรบชายแดน หูแว่วแพ้เสียงในหัว สงครามสงบขอลาพัก ลืมกินยาจิตเวช ขโมยจยย.ในรพ.

นครพนม – สิบเอกนักรบชายแดน หูแว่วแพ้เสียงในหัว สงครามสงบขอลาพัก ลืมกินยาจิตเวชขโมยจยย.ในรพ.

วันที่ 2 มกราคม 2569 เวลประมาณ 10.00 น. ขณะที่ พ.ต.ท.ธานินทร์ กันภัย รอง ผกก.(สอบ สวน) สภ.เมืองนครพนม เข้าไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวในโรงพยาบาลนครพนม ระหว่างเดินผ่านบริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์หน้าศูนย์วัณโรค ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมสะดุดตา อันน่าสงสัยของชายรายหนึ่ง ที่เดินไปเดินมาแล้วมองไปที่ช่องเสียบกุญแจของรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดทะเบียน แล้วได้นั่งคร่อมใช้กุญแจไข พยายามสตาร์ทรถจักรยานยนต์คันนั้นอยู่หลายครั้ง แต่เครื่องยนต์ไม่ติด ชายคนดังกล่าวจึงละความพยายามจากรถคันแรก และเดินเลี่ยงไปทางด้านหลังรถพยาบาล

ด้วยสัญชาตญาณความเป็นตำรวจ พ.ต.ท.ธานินทร์ได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ จนกระทั่งเห็นชายคนเดิม ตรงเข้าไปหาจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda Wave 100 สีแดง-ดำ ทะเบียน กทพ 979 นครพนม ซึ่งจอดอยู่บริเวณนั้น โดยมีกุญแจเสียบคาไว้ที่รถ ชายคนดังกล่าวเห็นสบโอกาสจึงทำการสตาร์ทเครื่อง และได้ขับขี่หลบหนี มุ่งหน้าออกไปนอกรั้วโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

เมื่อ พ.ต.ท.ธานินทร์เห็นพฤติการณ์ดังกล่าว เชื่อว่าชายคนนี้ไม่น่าจะใช่เจ้าของรถ และเป็น การกระทำความผิดซึ่งหน้า จึงตัดสินใจขับรถจักรยานยนต์ของตนขับติดตามไปอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับติดต่อประสานงานไปยัง ร.ต.อ.สุระชัย นครคำสิงห์ ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรสายตรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองนครพนม เพื่อให้ช่วยไล่ติดและเข้าสกัดจับ โดยชายดังกล่าวขับรถออกจากโรงพยาบาลขึ้นไปริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร แล่นจนถึงสามแยกแลนด์มาร์ค แล้วขับไปตามถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 (ถถนิตโย) สายนคร พนม-สกลนคร จนในที่สุดเมื่อขายดังกล่าวขับมาถึงหน้าบริษัทฟอร์ด พีอาร์ มอเตอร์ นคร พนม ต.หนองญาติ เจ้าหน้าที่สายตรวจที่ตามมาสมทบ ได้เข้าแสดงตัวและส่งสัญญาณให้ชายคนดังกล่าวหยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบเบื้องต้น ในขณะที่ซักถามชายผู้ขับขี่มีท่าทางกระวนกระวาย พูดจาวกวน มือสั่น และให้การยอมรับว่า “เห็นรถจักรยานยนต์คันนี้เสียบกุญ แจคาไว้ จึงฉวยโอกาสสตาร์ทแล้วขับออกมาโดยที่ตนไม่ได้รู้จักกับเจ้าของรถแต่อย่างใด”

จากการตรวจสอบประวัติและข้อมูลเบื้องต้น ทราบชื่อภายหลังคือ ส.อ.กฤษณพงค์ กองเงิน หรือหมู่เต้ย อายุ 34 ปี สังกัดหน่วยทหารรบแห่งหนึ่ง จึงนำตัวไปสอบสวนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสาร ทราบว่าหมู่เต้ยเป็นทหารจริง และเพิ่งลากลับมาจากชายแดนไทย-กัมพูชา ในกระเป๋าเสื้อผ้ามีถุงยาจิตเวชของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุง เทพฯ และพยายามโทรศัพท์หาพ่อแม่ให้มารับตัวกลับบ้าน

หมู่เต้ยเล่าว่า พื้นเพเป็นคน จ.สมุทรปราการ รับราชการทหารร่วม 10 ปี และมีโรคเกี่ยวกับจิตเวช ต้องกินยาประจำทุกวัน โดยได้ไปปฏิบัติราชการที่ชายไทย-กัมพูชา ที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ หลังเหตุการณ์สงบก็ลาเพื่อไปกรุงเทพฯ แต่รถโดยสารมาถึงนครพนมดึก จึงไปนอนที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง 1 คืน รุ่งเช้าได้นั่งรถสองแถวเข้าตัวเมือง เพื่อให้แพทย์รักษาอาการเจ็บปวดที่ชายโครงซ้าย แต่ขณะนั้นได้ส่งกระแสจิตไปถึงพ่อ ว่า ไม่มีรถไปสนามบินจะทำอย่างไร หมู่เต้ยอ้างว่าพ่อสั่งให้ขับรถจักรยานยนต์ที่อยู่แถวนั้นไป ตนจึงเดินหารถจักรยานยนต์รอบโรงพยาบาล กระทั่งมาเจอคันหนึ่งจอดคากุญแจไว้ จึงนั่งคร่อมสตาร์ทเครื่องขับออกไปสนามบินนครพนม แต่ถูกเจ้าหน้าที่สายตรวจติดตามจับกุมก่อน

ต่อมาได้มี จสอ.รุ่งฟ้า บุญรัตน์ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนทหารเดินทางมาหาหมู่เต้ย พร้อมเปิดเผยว่าน้องเข้าประจำการที่ฐาน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 68 ปฏิบัติหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุนกำลัง เสบียง อาวุธ ส่งให้ทหารที่รบแนวหน้า เมื่อเหตุการณ์สงบจึงขอลากลับบ้าน ไม่ทราบว่าจะมาก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ เชื่อว่าน้องคงขาดสติไปชั่วขณะ และต้องกินยาจิตเวชประจำ

ด้านเจ้าของรถจักรยานยนต์คือ นายประยุทธ พลเยี่ยม อายุ 57 ปี เจ้าหน้าที่แผนกยานพาหนะ โรงพยาบาลนครพนม เปิดเผยว่า เข้าเวรตามปกติ ระหว่างนั้นมีเคสด่วนต้องส่งผู้ป่วยต่อไปยังโรงพยาบาลสกลนคร จึงรีบจอดรถจักรยานยนต์โดยลืมดึงกุญแจออก เพราะต้องรีบช่วยเหลือผู้ป่วยถึงมือแพทย์ให้เร็วที่สุด กระทั่งช่วงเที่ยงมีคนโทรมาบอกว่า รถถูกขโมยไปแต่ถูกตำรวจสกัดไว้ได้ ซึ่งหมู่เต้ยหลังได้สติก็เดินเข้าไปยกมือไหว้ขอโทษนายประยุทธ
จากเหตุการณ์การสู้รบไทย-กัมพูชาสงบลง หมู่เต้ยได้ขอลาราชการเพื่อกลับไปเยี่ยมบ้านที่ จ.สมุทรปราการ และสันนิษฐานว่าระหว่างเดินทาง อาจลืมทานยาจิตเวชจึงทำให้มีอาการกำเริบ หูแว่วว่าสื่อสารกับบิดาทางจิต การกระทำจึงเป็นเพราะขณะนั้นไม่รู้สึกตัว พอได้สติก็สำนึกผิด โดยหมู่เต้ยขณะปฏิบัติราชการอยู่ชายแดน อาการป่วยไม่ใช่อุปสรรค สามารถทำหน้าที่ได้อย่างแข็งขัน

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหา 1.พยายามลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ 2.ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ. เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

ผงะ !! พบศพในบ่อปลา คาดเป็นลมเสียชีวิตกว่า 1 สัปดาห์

นครนายก – ผงะ พบศพในบ่อปลา คาดเป็นลมเสียชีวิตกว่า 1 สัปดาห์

เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 3 ม.ค.69 พ.ต.ต.มิตร ไชยรบ สว.(สอบสวน) สภ.ดงละคร ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตอยู่ในบ่อปลา บนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ จึงได้แจ้งกู้ชีพดงละครและแพทย์เวรไปยังที่เกิดเหตุบริเวณ หมู่ที่ 8 ต.ดงละคร อ.เมือง จ.นครนายก ในที่เกิดเหตุพบศพเป็นหญิงนอนหงายเสียชีวิตอยู่บริเวณริมบ่อน้ำปลาที่น้ำแห้งแล้ว ขา 2 ข้างจมอยู่ในดินเลน เสื้อผ้าหลุดอยู่รอบตัวผู้เสียชีวิต เป็นกางเกงขายาวและเสื้อชั้นในหลุดอยู่ในดินเลน สภาพศพเน่าเปลือยนานกว่า 1 อาทิตย์ ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนางรจี ยนต์แสง อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 8 ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก

จากการสอบถาม นายชาตรี ทับทอง อายุ 56 ปี เจ้าของบ่อปลา 40 ไร่ ได้เล่าให้ฟังว่า มีเจ้าหน้าที่ อบต. ได้แจ้งผมไปว่าพบศพอยู่ในบ่อปลาของผม ผมจึงได้เดินทางมาดูและได้พบศพอยู่ในบ่อของตนจริงๆ จึงได้รีบแจ้งตำรวจ สภ.ดงละครได้รับทราบ จากนั้นได้ทราบจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงว่ามีคนหายเป็นหญิงสูงวัย ได้หายออกจากพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวา คม 68 และเมื่อวันที่ 13 ลูกชายของตนก็ได้เจอหญิงคนนี้มาขอน้ำกินที่บ้านลูกชายก็ได้ให้น้ำไปโดยไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะหลงทางมา ก่อนที่บ่อของตนเองจะวิดน้ำที่บ่อ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.68 แต่ก็ไม่ได้พบศพของหญิงสูงวัยในบ่อของตนเอง ก่อนจะมาพบเป็นศพใน 3 ม.ค.นี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวยังได้พูดคุยกับนายชูชาติ กรรณิการ์ ผู้ใหญ่บ้านที่หมู่ 8 ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก ได้เล่าให้ฟังว่าผู้เสียชีวิตคือนางรจี มีอาการป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ หายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.68 เป็นเวลานานหลายวันกว่าจะมาพบเป็นศพห่างจากบ้านผู้เสียชีวิตถึง 6 ก.ม. คาดว่าการชีวิตน่าจะลงมาเดินในบ่อหลังจากเจ้าของบ่อได้วิดบ่อปลาเสร็จแล้ว แต่เนื่องจากบ่อปลาได้วิดเสร็จใหม่ๆยังเป็นดินเลน เมื่อผู้เสียชีวิตก้าวลงไปในดินทำให้เท้าติดอยู่ในดินเลนไม่สามารถดึงตัวขึ้นมาได้ ทำให้ติดอยู่ในบ่อปลาเป็นเวลานานไม่มีใครมาเห็นจนทำให้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เก็บหลักฐานในจุดเกิดเหตุ ก่อนจะให้ญาตินำร่างของผู้เสียชีวิตนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

สภ.เมืองนครพนม ตรวจยึดอาวุธปืไทยประดิษฐ์ กระสุนปืน พร้อมผู้ต้องหา

วันที่ 4 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล ผกก.สภ. เมืองนครพนม, พ.ต.ท.พร้อมศักดิ์ รัตนดี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครพนม, พ.ต.ท.ศักดา ต้นจันทร์ สวป.สภ.เมืองนครพนม พร้อมสายตรวจตำบล และสายตรวจชุดที่1 งานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองนครพนม ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจาก พนัก งานรักษาความสงบเรียบร้อยตำบลวังตามัว อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม ในงานบุญประเพณีประจำปีที่วัดป่าบ้านคำสว่างจัดขึ้น ว่ามีการตรวจพบวัตถุต้องสงสัยใต้รถกระบะยี่ห้อ isuzu รุ่นD-maX สีบอรนซ์เงิน ทะเบียน ผข 105 สกลนคร

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่รักษาความปลอดภัยได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว สอบถามพนักงานรักษาปลอดภัยภายในงานว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไรพนักงานรักษาความปลอดภัยได้เล่าว่า มีรถกระบะดังแปลงสภาพขี่เข้ามาจอดบริเวณกลางวัดคันเดียวและมีชายออกจากรถกระบะคันดังกล่าว พนักงานรักษาความปลอดภัยจึงเดินเข้าไปดูรอบบริเวณรถกระบะเพื่อจะให้รถคันดังกล่าวไปจอดที่อื่น พนักงานจึงสังเกตเห็นถุงสีดำซุกใต้ท้องรถกระบะด้านซ้าย และได้เอามือเปิดถุงเพื่อจะดูว่าเป็นอะไร ได้สังเกตเห็นคล้ายอาวุธปืนจึกได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเข้าตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ตำราจชุดจับกุมเข้าตรวจสอบพบ และได้นำถุงสีดำดังกล่าวออกมาตรวจสอบ ข้างในถังสีดำดังกล่าวพบเป็น ปืนลูกซอง(ไทยประดิษฐ์)สีดำ จำนวน1 กระบอก , ปืนแบรงค์กันสีดำ จำนวน1กระบอก, ซองกระสุนปืน จำนวน2 ซอง, และลูกกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 เกจ สีเขียวยี่ห้อthaiarms จำนวน 6 ลูก สีแดงยี่ห้อ thaiarms จำนวน 3 ลูก สีส้ม ยี่ห้อ winchester จำนวน 3 ลูก รวม จำนวน 12 ลูก และลูกกระสุนปืนยี่ห้อ thaiarms ขนาด380 จำนวน 10 ลูก

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเรียก ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะที่อยู่ในงานเวทีคอนเสิร์ตมาสอบถาม ทราบชื่อเป็น นายพงษ์ดนัยฯ อายุ 31 ปี ที่อยู่ หมู่ที่ 14 ต.โพธิไพศาล อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สอบถามว่าเป็นเจ้าของรถหรือไม่ นายพงษ์ดนัยฯยอมรับว่าเป็นรถตนจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สอบถาม ได้ซ่อนอะไรไว้ใต้ท้องรถหรือไม่ นายพงษ์ดนัยฯได้ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าได้ซ่อนอาวุธมา สอบถามอีกว่าเป็นอะไรนายพงษ์ดนัยฯยอมรับว่าเป็นเจ้าของอาวุธปืน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เอาถุงมาเปิดนายพงษ์ดนัยฯ ได้ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นของตนจริง นายพงษ์ดนัยฯได้ให้การว่าได้นำซ่อนอาวุธไว้เพราว่ากลัวเจ้าหน้าที่จุดคัดกรองตรวจพบและนายพงษ์ดนัยฯได้บอกว่านำอาวุธมาเพื่อป้องกันอันตราย ซึ่งพกพามา โดยอ้างว่าใช้เพื่อป้อง กันตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งว่าไม่มีเหตุสมควรอันใดในการพกพา โดยเฉพาะอาวุธปืนที่ผิดกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งให้นายพงษ์ดนัยฯ ทราบว่าจะต้องถูกจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้กับนายพงษ์ดนัยฯ ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิดฐาน “มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พาอาวุธปืนไปในชุมชนที่จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร”

จากการสอบถาม นายพงษ์ดนัยฯ(ผู้ต้องหา) ถึงข้อกล่าวหาทุกข้อกล่าวหา นายพงษ์ดนัยฯ(ผู้ต้องหา) ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัว นายพงษ์ดนัยฯมายัง สภ.เมืองนครพนม เพื่อถ่ายรูป ทำประวัติ ทำการบันทึกจับกุม และนำตัวผู้ถูกจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

เสื้อแดง-ขาว คึกคัก!! เพื่อไทยลุยตลาดเมืองโคราช “เทวัญ–ประเสริฐ” เดินชนประชาชน ชูนโยบายแก้หนี้ ฟื้นเศรษฐกิจ

นครราชสีมา – เสื้อแดง ขาวคึกคัก เพื่อไทยลุยตลาดเมืองโคราช“เทวัญ–ประเสริฐ” เดินชนประชาชน ชูนโยบายแก้หนี้ ฟื้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 ที่อาร์.เอ็น.ยาร์ด ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย ประเสริฐ บุญชัยสุข ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 11 จาก พรรคเพื่อไทย นำทีมงานสวมเสื้อสีแดง–ขาว ลงพื้นที่เดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน แจกใบปลิวแนะนำตัวผู้สมัครและนโยบาย ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและการตอบรับอย่างอบอุ่น

นายเทวัญ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตลอดทั้งวันเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 06.00 น. ตามจุดสำคัญ อาทิ ตลาดประปา ตลาดหัวรถไฟ ตลาดแม่กิมเฮง ก่อนลงพื้นที่ต่อเนื่องในช่วงเย็น เขตโพธิ์กลาง และพื้นที่ใกล้เคียง ปิดท้ายภารกิจที่ตลาดบ้านเกาะ เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยพบว่าประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองสูง และรับทราบกำหนดวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์เป็นอย่างดี

สำหรับประเด็นปัญหาที่ประชาชนสะท้อนชัดเจน คือ ปัญหาเศรษฐกิจ รายได้ลด ขายของยาก และภาระหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยสูง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต นายเทวัญ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายด้านเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม อาทิ การพัฒนาระบบ 30 บาทรักษาทุกโรคให้ทันสมัย การต่อยอดกองทุนหมู่บ้าน การแก้ไขปัญหาหนี้ในและนอกระบบ การดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงนโยบาย “หวยเกษียณ” เพื่อการออมในระยะยาว

ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า ตนคลุกคลีกับพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง เสียงสะท้อนจากประชาชนต้องการผู้แทนที่เป็นกระบอกเสียง แก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างความมั่นคงในชีวิต พร้อมย้ำจุดยืนพรรคเพื่อไทยว่าเป็นพรรคที่ “ทำได้ ทำมาแล้ว และทำให้เห็น”
ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมามี 16 เขตเลือกตั้ง ปัจจุบันพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจแล้ว 12 เขต หากได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม จะช่วยผลักดันงบประมาณและนโยบายเพื่อพัฒนา นครราชสีมา ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยผู้สมัครทั้งสองฝากเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศและจังหวัดต่อไป.


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

สภ.ปลาปาก จ.นครพนม นำตัวผู้ก่อเหตุ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เหตุรุมทำร้ายจนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ

วันที่ 5 มกราคม 2569 พ.ต.อ.วัชรพล สว่างแผ้ว ผกก.สภ.ปลาปาก จ.นครพนม พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน นำตัวนายบอย มีเพชร อายุ 29 ปี นายเฟรม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และนายราม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยทั้งสามร่วมกันก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายนายเอกพันธ์ แสนลัง หรืองั่ง อายุ 38 ปี จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณสองทุ่มเศษ วันที่ 4 มกราคม 69 ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากวันและเวลาดังกล่าว ร.ต.อ.สยาม ลี้พล รองสารวัตรสอบสวน สภ.ปลาปาก ได้รับแจ้งจากนางกันตนา แสนลัง อายุ 33 ปี ว่า นายเอกพันธ์หรืองั่งสามี ถูกผู้ต้องหาทั้งสามรุมทำร้ายร่างกายที่บริเวณบ้านหลังหนึ่ง อยู่หมู่ 7 บ้านโคกกลาง ต.ปลาปาก โดยนายบอยใช้อาวุธมีดพร้า ฟันที่หัวไหล่และแขนซ้ายสามีเลือดสาด แพทย์โรงพยาบาลปลาปากเย็บบาดแผลรวม 9 เข็ม ก่อนจะเดินทางมาแจ้งความ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสามให้ถึงที่สุด

หลังรับแจ้งตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปลาปาก ลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้าย และสามารถจับกุมตัวทั้งสามคนได้ ขณะหลบหนีไปอยู่ที่กระต๊อบกลางทุ่งนา นำตัวนายบอยหัวโจกวัย 29 ปี มา สอบปากคำเบื้องต้นทั้งนายเอกพันธ์คนเจ็บกับนายบอยเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน และมีบ้านอยู่ห่างกันไม่ถึง 20 เมตร ก่อนเกิดเหตุนายเฟรมโจ๋วัย 17 ปี ขับรถจักรยานยนต์ที่แต่งท่อเสียงดัง เข้ามาหาเพื่อนคือนายรามที่บ้านหลังเกิดเหตุ ส่วนนายบอยอยู่ภายในบ้าน ไม่นานก็ได้ยินเหมือนขว้างระเบิดปิงปองดังปัง ทำให้ทางบ้านนายเอกพันธ์สะดุ้งตกใจ ที่สำคัญในบ้านนายเอกพันธ์มีแม่ที่ป่วยติดเตียงอยู่ด้วย จึงออกมาถามนายเฟรมว่าใครปาระเบิด ทั้งนายเฟรมและนายรามต่างปฏิเสธ อ้างว่าไม่ใช่เสียงระเบิด แต่เป็นเสียงยางรถจักรยานยนต์ระเบิดต่างหาก
นายเอกพันธ์จึงอบรมทั้งสองในฐานะเป็นญาติกัน ว่า อย่าส่งเสียงดังเพราะในบ้านมีแม่ป่วยติดเตียงอยู่ ขณะเดินหันหลังกลับไปบ้าน นายเอกพันธ์ก็ได้ยินเสียงพูดตามหลังมาว่า “เอาพร้าฟันมันโลด” นายเอกพันธ์จึงหวนกลับมาถามว่าจะฟันใคร ก่อนจะมีปากเสียงเกิดขึ้น ในขณะที่นายบอยเกาะขอบหน้าต่างยืนดูอยู่ในบ้าน และได้มีการลงไม้ลงมือกัน นายบอยเห็นนายเฟรมสู้แรงนายเอกพันธ์ไม่ได้ จึงโดดข้ามหน้าต่างคว้ามีดโต้ที่อยู่บริเวณนั้น ฟันไปที่ด้านหลังนายเอกพันธ์หลายครั้ง คมมีดเข้าไหล่และแขนซ้ายรวม 2 แห่งจนเลือดสาด จากนั้นทั้งสามก็รีบพากันหลบหนีไป ก่อนจะถูกตำรวจสายสืบตามจับตัวได้ในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบประวัตินายบอยมือมีด พบว่าเคยต้องโทษคดีอาวุธปืน และยาเสพติด หลังออกจากเรือนจำก็ใช้บ้านเป็นแหล่งมั่วสุมในหมู่วัยรุ่น กลางคืนมักจะมีเสียงรถจักรยานยนต์แล่นเข้าออก และส่งเสียงดังสร้างความรำคาญแก่บ้านข้างเคียงประจำ

ด้านนายเอกพันธ์เล่าว่า เคยปิดบ้านไว้ เพราะต้องไปทำงานก่อสร้างต่างจังหวัดหลายเดือน กลับมาถูกคนงัดบ้านขโมยข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจนเกลี้ยง แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ก็สงสัยว่าขโมยคงเป็นคนแถวนี้ ต่อมาบ้านนายบอยถูกตัดกระแสไฟฟ้านานเป็นปี ก็ไม่รู้ว่าใครแอบไปต่อไฟฟ้าจากเสาไฟส่องสว่างริมถนนทางหลวง ลากเข้ามาในบ้านนายบอย ในฐานะญาติจึงไปบอกนายบอยด้วยความห่วงใย อาจสร้างความไม่พอใจแก่นายบอย จึงฉวยโอกาสที่ตนมีปากเสียงกับนายเฟรม ใช้อาวุธมีดฟันจนเลือดสาดดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหานายบอย ว่า พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ฟร้องข่าวด่วน เทพข่าวร้อน รายงาน

“แม่ทัพเติ่ง” ลงพื้นที่เดินตรวจแนวหน้า เสริมพลังใจ มอบตะกรุดหลวงปู่เจี่ยม ใส่ใจทุกรายละเอียดของกำลังพล บริเวณเนิน 350 และปราสาทตาควาย

“แม่ทัพเติ่ง” ลงพื้นที่เดินตรวจแนวหน้า เสริมพลังใจ มอบตะกรุดหลวงปู่เจี่ยม ใส่ใจทุกรายละเอียดของกำลังพล บริเวณเนิน 350 และปราสาทตาควาย

พลโทวีรยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เดินตรวจแนวหน้า บริเวณเนิน 350 และพื้นที่ปราสาทตาควาย ตรวจเยี่ยมเสริมขวัญกำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด ระหว่างการตรวจเยี่ยม แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สอบถามสารทุกข์สุกดิบของกำลังพลด้วยตนเอง ตั้งแต่เรื่องความเป็นอยู่ในพื้นที่ว่า “กลางคืนหนาวไหม อยู่ได้หรือเปล่า อาหารการกินเป็นอย่างไร” พร้อมกำชับให้ผู้บังคับหน่วยดูแลสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพล อย่างดีที่สุด พร้อมกันนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังได้มอบ ตะกรุดหลวงปู่เจี่ยม คล้องคอให้กำลังพลทีละนาย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

โดยกล่าวอย่างเป็นกันเองว่า “ตรงนี้ผมเคยมานอนมาแล้ว รู้ว่ามันลำบาก” ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำที่สร้างพลังใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาว่า “เดี๋ยวคราวหน้า…มานอนด้วยกันอีก” ในขณะคล้องตะกรุด แม่ทัพภาคที่ 2 ยังสังเกตเห็นบาดแผลบริเวณศีรษะของกำลังพลนายหนึ่ง จึงหยุดสอบถามด้วยความห่วงใยทันที สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของผู้บังคับบัญชา ที่ไม่มองลูกน้องเป็นเพียงกำลังรบ แต่คือชีวิต คือพี่น้องร่วมแนวหน้า ที่ต้องดูแลกันอย่างแท้จริง นี่คือหัวใจของคนเป็นนาย ที่ไม่สั่งจากข้างหลัง แต่ยืนอยู่แนวหน้า…เคียงข้างลูกน้อง

#กองทัพภาคที่2 #ยุทธบดินทร์68


พรพิพัฒน์ รายงาน

ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยถึงหัวบันไดบ้านคู่แข่งพรรคกล้าธรรม

จังหวัดลพบุรี – ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยถึงหัวบันไดบ้านคู่แข่งพรรคกล้าธรรม

สำหรับบรรยากาศในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี หรือ ส.ส.ที่ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ทวีความคึกคักมากขึ้น โดยผู้สมัคร ส.ส. แต่ ละพรรคการเมือง ได้หาคะแนนเสียงในรู้แบบต่าง ๆ จากประชาชนผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งในเรื่องของการติดป้ายหาเสียง รถแห่ประชาสัมพันธ์วิ่งไปตามหมู่บ้าน ชุมชนต่าง ๆ ทุกตรอก ซอก ซอย เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ เน้นย้ำในหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร และพรรคการเมืองที่ตนเองสังกัดอยู่ นอกจากนี้ยังใช้ในเรื่องของโลกโซเซียลต่าง ๆ การเดินเข้าหาประชาชนแนะนำตัวเองและผู้สมัครบางคนที่เป็นอดีต ส.ส.ก็บอกถึงผลงานที่ผ่านมาแบบบุกถึงประตูบ้าน รวมทั้งยังมีการเปิดเวทีปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนได้มารับฟังนโยบายต่าง ๆ ของพรรคการเมืองที่ตนเองสังกัดถ้าได้รับความไว้วางใจให้เข้าไปยริหารประเทศ

ซึ่งในการเลือกตั้ง ส.ส.ของจังหวัดลพบุรี ในครั้งนี้ได้มีการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตที่จากเดิมมี 5 เขตเลือกตั้งเหลือเพียง 4 เขตเลือกตั้งเท่านั้น จึงทำให้ในบางเขตเลือกตั้งต้องมีอดีตผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในสมัยที่ผ่านมาลงชิงชัยกันแบบยอมกันไม่ได้ ขณะที่ก็มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หน้าใหม่ไฟแรงที่อาสาจะเข้ามารับใช้ประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และสมาชิกที่มาลงสมัครรับเลือกตั้งในพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาใหม่

โดยในเขตเลือกตั้งที่ 4 ที่มีผู้สมัครที่คาดการว่าเป็นคู่แข่งที่หน้าจับตามอง เนื่องจากเป็นการแข่งขันของคนหนุ่มไฟแรงคือ นายเทียนชัย สุขมั่น หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ สจ.ตี้ ผู้สมัครหมาย 4 พรรคกล้าธรรม โดยชิงชัยกับนายวรวงศ์ วรปัญญา ทายาททางการเมืองของครอบครัววรปัญญา ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส.ในสมัยที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.คนอื่นคนในวงการเมืองของลพบุรีมองว่ายังห่างชั้น

สำหรับพื้นที่รับผิดชอบคืออำเภอพัฒนานิคม อำเภอท่าหลวง อำเภอลำสนธิ และอำเภอชัยบาดาล (ยกเว้น ตำบลบ้านใหม่สามัคคี ตำบลศิลาทิพย์ ตำบลชัยนารายณ์ ตำบลห้วยหิน ตำบลม่วงค่อม ตำบลมะกอกหวาน และตำบลนิคมลำนารายณ์)

จากการติดตามบรรยากาศในการหาเสียงล้าสุดทีมงาน นายวรวงศ์ วรปัญญา ผู้สมัครหมาย เลข 5 พรรคเพื่อไทย ได้เปิดเวทีปราศรัยที่สนามโรงเรียนวัดโคกสลุง (โคก-สะ-หลุง) ตำบลโคกสลุง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยมีอดีต ส.ส.ลพบุรีคือ นายพหล วรปัญญา ผู้สมัครหมายเลข 2 พรรคเพื่อไทยในเขตเลือกตั้งที่ 3 ลงมาช่วยในการปราศรัย ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นบ้านของ นายเทียนชัย สุขมั่น หรือ สจ.ตี้ ผู้สมัครหมาย 4 พรรคกล้าธรรม โดยพบว่ามีประชาชนเดินทางมารับฟังคำปราศรัยในครั้งนี้กว่า 1 พันคน

ทั้งนี้ได้มีการแนะนำตัวประวัติ นายวรวงศ์ วรปัญญา ให้ประชาชนได้รับทราบและชี้แจงนโยบายของพรรคเพื่อไทย โดยประชาชนให้ความสนใจในเรื่องการแก้ปัญหาความยากจน การประกันราคาผลิตทางการเกษตร พักหนี้เกษตรกร 3 ปีทั้งต้นทั้งดอกขยายวงเงินถึง 5 แสนบาท ประกันกำไรพืชผลเกษตร 30% ที่เป็นการสร้างหลักประกันกำไรจากการผลิต โครงสร้างเกษตรไทย คือนโยบายคูปองเมล็ดพันธุ์และปุ๋ย 250 กก.คูปองเมล็ดพันธุ์ข้าว 150 กก. เพราะเป็นพันธุ์ข้าวที่วิจัยโดยรัฐที่มีคุณภาพ


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

คอการเมือง สภากาแฟ ระบุเขตเลือกตั้งที่ลพบุรี 2 เข้มข้นระดับช้างชนช้าง

จังหวัดลพบุรี – คอการเมือง สภากาแฟ ระบุเขตเลือกตั้งที่ลพบุรี 2 เข้มข้นระดับช้างชนช้าง

หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ได้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ของจังหวัดลพบุรี จึงส่งผลทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.ของจังหวัดลพบุรีจาก 5 คนลดลงเหลือ 4 คนเท่านั้น นอกจากนี้ทาง กกต.ก็ยังได้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ที่จะเฉลี่ยยอดของประชากรในแต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนประชากรไม่ห่างกันมาก ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนและผู้สมัครที่เคยอยู่ในพื้นที่เดิมต้องมีการปรับพื้นที่ในการหาเสียงพบปะประชาชนในพื้นที่ใหม่ โดยอาจจะเป็นพื้นที่ไม่คุ้นเคยกับประชาชนในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ สำหรับอดีตผู้ที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งและอดีต ส.ส.เก่า เมื่อปิดรับสมัคร ส.ส.ไปแล้วทำให้ในบางเขตเลือกตั้งมีอดีต ส.ส.หลายคนที่จะต้องมาแข่งขันกัน ซึ่งทำให้คอการเมือง สภากาแฟ มีเสียงวิภาควิจารณ์กันในเรื่องของความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งครั้งนี้

โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดลพบุรีที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งได้มีพื้นที่ในอำเภอเมืองลพบุรี บางตำบลที่ประกอบด้วย เขตเทศบาลเมืองลพบุรี เทศบาลตำบลป่าตาล ตำบลทะเลชุบศร ตำบลโก่งธนู ตำบลโคกกะเทียม ตำบลโคกลำพาน ตำบลงิ้วราย ตำบลดอนโพธิ์ ตำบลตะลุง ตำบลท่าแค ตำบลท่าศาลา ตำบลบ้านข่อย ตำบลท้ายตลาด ตำบลพรหมมาสตร์ ตำบลโพธิ์เก้าต้น ตำบลโพธิ์ตรุ ตำบลถนนใหญ่ ตำบลสี่คลอง และอำเภอท่าวุ้ง ทั้งอำเภอ เมื่อปิดการรับสมัครได้มีผู้ที่มาลงสมัตรรับเลือกตั้ง ส.ส.จากพรรคการเมืองต่าง ๆ มายื่นใบสมัครกันเป็นจำนวนมาก จนทำให้หลายคนมองมาในเขตเลือกตั้งที่ 2 ของลพบุรีนี้จะมีความเข้มข้นและได้รับความสนใจอย่างมาก

ทั้งนี้เนื่องจากพบว่ามีอดีต ส.ส.ในสมัยที่ผ่านจากพรรคการเมืองใหญ่และมีโอกาสที่จะเป็นพรรคที่จัดตั้งหรือร่วมรัฐบาลในสมัยหน้า โดยส่งผู้สมัครลงชิงชัยหวังจะกลับเข้าสู่สภาในเขตเลือกตั้งนี้ 2 พรรคการเมือง พรรคเพื่อไทย ได้ส่ง นายสิทธิ์ชัย หล่อประสงค์สุข ลงสมัครจับได้หมายเลข 5 เจ้าของพื้นที่เขตเมืองลพบุรี ส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้ส่ง น.ส.มัลลิกา จีระพันธุ์วาณิช ลงสมัครจับได้หมายเลข 3 เจ้าของพื้นที่อำเภอท่าวุ้ง จึงทำให้คอการเมืองของลพบุรีให้ความสนใจเป็นอย่างมากคาดว่าจะมีการหาเสียงต่อสู้กันอย่างสนุกแน่แบบที่เรียกว่าช้างชนช้างเลย

ซึ่ง นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข จากพรรคเพื่อไทย ได้ชิงความได้เปรียบด้วยการเลือกจุดสำคัญ ๆ ในการขึ้นป้ายหาเสียงเป็นการจองพื้นที่ไว้ก่อน นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่หาเสียงแบบเคาะประตูบ้านพูดคุยกับประชาชนในระยะประชิดชี้แจงผลงานในสมัยที่ผ่านมาในการดูแลประชาชน รวมทั้งแก้ปัญหาสร้างความเจริญมาให้กับจังหวัดลพบุรีหลายโครงการผ่านตามขบวนการและยังชี้แจงนโยบายของพรรคเพื่อไทยด้วย โดยคาดหวังว่าจะกลับมานั่งในสภาผู้แทนราษฎรรับใช้ประชาชนอีกครั้ง


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090