
นครพนม – สิบเอกนักรบชายแดน หูแว่วแพ้เสียงในหัว สงครามสงบขอลาพัก ลืมกินยาจิตเวชขโมยจยย.ในรพ.
วันที่ 2 มกราคม 2569 เวลประมาณ 10.00 น. ขณะที่ พ.ต.ท.ธานินทร์ กันภัย รอง ผกก.(สอบ สวน) สภ.เมืองนครพนม เข้าไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวในโรงพยาบาลนครพนม ระหว่างเดินผ่านบริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์หน้าศูนย์วัณโรค ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมสะดุดตา อันน่าสงสัยของชายรายหนึ่ง ที่เดินไปเดินมาแล้วมองไปที่ช่องเสียบกุญแจของรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดทะเบียน แล้วได้นั่งคร่อมใช้กุญแจไข พยายามสตาร์ทรถจักรยานยนต์คันนั้นอยู่หลายครั้ง แต่เครื่องยนต์ไม่ติด ชายคนดังกล่าวจึงละความพยายามจากรถคันแรก และเดินเลี่ยงไปทางด้านหลังรถพยาบาล
ด้วยสัญชาตญาณความเป็นตำรวจ พ.ต.ท.ธานินทร์ได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ จนกระทั่งเห็นชายคนเดิม ตรงเข้าไปหาจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda Wave 100 สีแดง-ดำ ทะเบียน กทพ 979 นครพนม ซึ่งจอดอยู่บริเวณนั้น โดยมีกุญแจเสียบคาไว้ที่รถ ชายคนดังกล่าวเห็นสบโอกาสจึงทำการสตาร์ทเครื่อง และได้ขับขี่หลบหนี มุ่งหน้าออกไปนอกรั้วโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

เมื่อ พ.ต.ท.ธานินทร์เห็นพฤติการณ์ดังกล่าว เชื่อว่าชายคนนี้ไม่น่าจะใช่เจ้าของรถ และเป็น การกระทำความผิดซึ่งหน้า จึงตัดสินใจขับรถจักรยานยนต์ของตนขับติดตามไปอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับติดต่อประสานงานไปยัง ร.ต.อ.สุระชัย นครคำสิงห์ ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรสายตรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองนครพนม เพื่อให้ช่วยไล่ติดและเข้าสกัดจับ โดยชายดังกล่าวขับรถออกจากโรงพยาบาลขึ้นไปริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร แล่นจนถึงสามแยกแลนด์มาร์ค แล้วขับไปตามถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 (ถถนิตโย) สายนคร พนม-สกลนคร จนในที่สุดเมื่อขายดังกล่าวขับมาถึงหน้าบริษัทฟอร์ด พีอาร์ มอเตอร์ นคร พนม ต.หนองญาติ เจ้าหน้าที่สายตรวจที่ตามมาสมทบ ได้เข้าแสดงตัวและส่งสัญญาณให้ชายคนดังกล่าวหยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบเบื้องต้น ในขณะที่ซักถามชายผู้ขับขี่มีท่าทางกระวนกระวาย พูดจาวกวน มือสั่น และให้การยอมรับว่า “เห็นรถจักรยานยนต์คันนี้เสียบกุญ แจคาไว้ จึงฉวยโอกาสสตาร์ทแล้วขับออกมาโดยที่ตนไม่ได้รู้จักกับเจ้าของรถแต่อย่างใด”

จากการตรวจสอบประวัติและข้อมูลเบื้องต้น ทราบชื่อภายหลังคือ ส.อ.กฤษณพงค์ กองเงิน หรือหมู่เต้ย อายุ 34 ปี สังกัดหน่วยทหารรบแห่งหนึ่ง จึงนำตัวไปสอบสวนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสาร ทราบว่าหมู่เต้ยเป็นทหารจริง และเพิ่งลากลับมาจากชายแดนไทย-กัมพูชา ในกระเป๋าเสื้อผ้ามีถุงยาจิตเวชของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุง เทพฯ และพยายามโทรศัพท์หาพ่อแม่ให้มารับตัวกลับบ้าน
หมู่เต้ยเล่าว่า พื้นเพเป็นคน จ.สมุทรปราการ รับราชการทหารร่วม 10 ปี และมีโรคเกี่ยวกับจิตเวช ต้องกินยาประจำทุกวัน โดยได้ไปปฏิบัติราชการที่ชายไทย-กัมพูชา ที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ หลังเหตุการณ์สงบก็ลาเพื่อไปกรุงเทพฯ แต่รถโดยสารมาถึงนครพนมดึก จึงไปนอนที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง 1 คืน รุ่งเช้าได้นั่งรถสองแถวเข้าตัวเมือง เพื่อให้แพทย์รักษาอาการเจ็บปวดที่ชายโครงซ้าย แต่ขณะนั้นได้ส่งกระแสจิตไปถึงพ่อ ว่า ไม่มีรถไปสนามบินจะทำอย่างไร หมู่เต้ยอ้างว่าพ่อสั่งให้ขับรถจักรยานยนต์ที่อยู่แถวนั้นไป ตนจึงเดินหารถจักรยานยนต์รอบโรงพยาบาล กระทั่งมาเจอคันหนึ่งจอดคากุญแจไว้ จึงนั่งคร่อมสตาร์ทเครื่องขับออกไปสนามบินนครพนม แต่ถูกเจ้าหน้าที่สายตรวจติดตามจับกุมก่อน
ต่อมาได้มี จสอ.รุ่งฟ้า บุญรัตน์ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนทหารเดินทางมาหาหมู่เต้ย พร้อมเปิดเผยว่าน้องเข้าประจำการที่ฐาน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 68 ปฏิบัติหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุนกำลัง เสบียง อาวุธ ส่งให้ทหารที่รบแนวหน้า เมื่อเหตุการณ์สงบจึงขอลากลับบ้าน ไม่ทราบว่าจะมาก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ เชื่อว่าน้องคงขาดสติไปชั่วขณะ และต้องกินยาจิตเวชประจำ
ด้านเจ้าของรถจักรยานยนต์คือ นายประยุทธ พลเยี่ยม อายุ 57 ปี เจ้าหน้าที่แผนกยานพาหนะ โรงพยาบาลนครพนม เปิดเผยว่า เข้าเวรตามปกติ ระหว่างนั้นมีเคสด่วนต้องส่งผู้ป่วยต่อไปยังโรงพยาบาลสกลนคร จึงรีบจอดรถจักรยานยนต์โดยลืมดึงกุญแจออก เพราะต้องรีบช่วยเหลือผู้ป่วยถึงมือแพทย์ให้เร็วที่สุด กระทั่งช่วงเที่ยงมีคนโทรมาบอกว่า รถถูกขโมยไปแต่ถูกตำรวจสกัดไว้ได้ ซึ่งหมู่เต้ยหลังได้สติก็เดินเข้าไปยกมือไหว้ขอโทษนายประยุทธ
จากเหตุการณ์การสู้รบไทย-กัมพูชาสงบลง หมู่เต้ยได้ขอลาราชการเพื่อกลับไปเยี่ยมบ้านที่ จ.สมุทรปราการ และสันนิษฐานว่าระหว่างเดินทาง อาจลืมทานยาจิตเวชจึงทำให้มีอาการกำเริบ หูแว่วว่าสื่อสารกับบิดาทางจิต การกระทำจึงเป็นเพราะขณะนั้นไม่รู้สึกตัว พอได้สติก็สำนึกผิด โดยหมู่เต้ยขณะปฏิบัติราชการอยู่ชายแดน อาการป่วยไม่ใช่อุปสรรค สามารถทำหน้าที่ได้อย่างแข็งขัน
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหา 1.พยายามลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ 2.ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ. เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน