กองพันเสนารักษ์ กรมสนับสนุนกองพลทหารราบที่ 9 ร่วมเทศบาลตำบลตะค่า ช่วยชาวบ้านน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมที่สุพรรณบุรี ทหารกองพันเสนารักษ์กองพลทหารราบที่9 ร่วมเทศบาลตำบลตะค่ามอบถุงยังชีพ จำนวน 756 ชุด และตรวจสุขภาพให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 9 หมู่บ้าน 756 ครัวเรือน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังประชาชนตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้กับผู้สูงอายุ

ที่สำนักงานเทศบาลตำบลตะค่า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี พันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า นายวิษณุ พัวประเสริฐ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลตะค่า พันโทณัฐพงศ์ บัวพรหมมาตร์ ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 9 ร้อยโทสเกน ศรีกุศล ผู้ช่วยนายทหารยุทธการและการข่าวกองพันเสนารักษ์ ฯ พร้อมผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกัน มอบถุงยังชีพ จำนวน 756 ชุด ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 9 หมู่บ้าน 756 ครัวเรือน

ในการนี้กองพันเสนารักษ์ กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 9 โดยมีพันโทณัฐพงศ์ บัวพรหมมาตร์ ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ ได้จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ให้การช่วยเหลือตรวจสุขภาพและให้คำแนะนำด้านสุขภาพอนามัยประชาชนที่ประสบอุทกภัยในรูปแบบจิตอาสาพระราช ทาน ช่วยเหลือประชาชน จากนั้นคณะได้นำสิ่งของข้าวสารอาหารแห้ง ลงพื้นที่ ไปมอบให้กับประชาชนที่ประได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถเดินทางออกตรวจสุขภาพและแนะนำการสุขอนามัยให้กับประชาชนในพื้นที่

ทางด้านนายพิริยะ ฉันทะดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดเผยว่าจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพื้นที่รับน้ำและหลายอำเภอ ที่ได้รับผลกระทบหลักๆทั้งหมด 9 อำเภอ 52 ตำบลของ เทศบาลเมือง 12,000 ครัวเรือน มีการประกาศภัยแล้วในพื้นที่ 4 อำเภอ 29 ตำบล ได้แก่ อำเภอเมือง สองพี่น้อง บางปลาม้า และเดิมบางนางบวช ส่วนใหญ่โดนผลกระทบจากน้ำที่ล้นจากริมแม่น้ำ ตน ได้สั่งการให้ทุกอำเภอ ให้มีการขุดลอกคูคลอง ที่ตื้นเขินเพื่อให้น้ำได้ระบายมากขึ้น และให้มีการเสริมคันดินและเฝ้าระวังมากยิ่งขึ้น ให้ชลประทานประสานพื้นที่ หากมีการระบายน้ำเพิ่มเติม ในพื้นที่เสี่ยงที่จะทำให้น้ำมีปริมาณสูงขึ้น ให้เสริมคันดินหรือกระสอบทราย และจะมีการติดตามและตรวจสอบเครื่องสูบน้ำด้วย ตอนนี้ถือว่าเครื่องไม้เครื่องมือเพียงพอ เราเตรียมตัวตั้งแต่แรกและมีการประสานการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ในจุดที่เคยท่วมอยู่แล้วในอดีตและมีการขอเพิ่มเติมมาเพื่อสแตนด์บายในพื้นที่ด้วย ถึงแม้ขณะนีสถานการณ์น้ำท่วมจะเริ่มคลี่คลายแต่ก็ยังไม่วางใจ ยังคงให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ทางด้านประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำท่าจีนยังคงเดือดร้อนเนื่องจากน้ำยังท่วมขัง ทางกองพันเสนารักษ์ กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 9 จึงได้จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ร่วมกับ เทศบาลตำบลตะค่า อำเภอบางปลาม้า จัดถุงยังชีพ จำนวน 756 ชุดมอบให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย ได้รับความเดือดร้อน และตรวจสุขภาพให้ ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนจากน้ำที่ท่วมขังเริ่มเน่า ทำมีปัญหาเรื่องน้ำกัดเท้า สัตว์มีพิษ สัตว์เลื้อยคลานขึ้นบ้าน และยังมีปลิงชุกชุมอีกด้วย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

อช.แก่งกระจาน​ เปิด 2 ยุทธการปราบปรามขบวนการล่าสัตว์ป่า “ปก ป้อง ป่า” และ “ล้าง บาง บ่วง”

อช.แก่งกระจาน​ เปิด2ยุทธการปราบปรามขบวนการล่าสัตว์ป่า “ปก ป้อง ป่า” และ “ล้าง บาง บ่วง”

​ วันที่ 9 ต.ค. นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วย นายฉลอง ทองสงฆ์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ นายประพันธ์ จิตต์เทศ และเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนของ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 56 นาย ร่วมกันแถลงแผนปฏิบัติการพิเศษ เพื่อปราบปรามและสกัดกั้นขบวนการลักลอบล่าสัตว์ป่าและทำลายทรัพยากร ธรรมชาติในพื้นที่อย่างเข้มข้น และเปิดยุทธการ “ล้าง บาง บ่วง” เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบล่าสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บริเวณที่มีพื้นที่ใช้ประโยชน์ของราษฎร ตามมาตรา 64 ส่งผลให้มีเส้นทางเข้าออกพื้นที่ป่าหลายช่องทาง ซึ่งเอื้อต่อการลัก ลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่า ประกอบกับพื้นที่อุทยานฯ มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรสัตว์ป่าและมีประชากรสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น จึงพบการลักลอบวางกับดักสัตว์ป่าจำนวนมากตามแนวขอบป่า ซึ่งนับว่าเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์ป่าในพื้นที่เป็นอย่างมาก

การวางแผนปฏิบัติการครั้งนี้อ้างอิงจากข้อมูลการลาดตระเวนที่ผ่านมาและสถิติภัยคุกคามจากฐานข้อมูล SMART Patrol ของอุทยานฯ โดยกำหนดกลยุทธให้ชุดลาดตระเวนที่จับกุมผู้กระทำผิดได้ ให้นำตัวออกจากพื้นที่ทันทีตามเส้นทางที่ใกล้ที่สุด ขณะที่ชุดอื่นๆ ยังคงปฏิบัติภารกิจต่อตามแผน ซึ่งครอบคลุมทั้งการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่เสี่ยง เก็บกู้อุปกรณ์กับดักสัตว์ป่า สืบค้นร่องรอยการกระทำผิด และจับกุมขบวนการลักลอบล่าสัตว์ ปฏิบัติการทั้ง 2 นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอุทยานฯ ในการปกป้องทรัพยากรสัตว์ป่าและระบบนิเวศในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และการวางแผนอย่างเป็นระบบในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด

​นายอรรถพงษ์ หน.อช.แก่งกระจาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าในพื้นที่มีกลุ่มบุคคลลักลอบเข้ามาล่าสัตว์ป่าเป็นจำนวนมากและกระทำกันเป็นขบวนการ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ชุกชุม ทางอุทยานฯ จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่เพื่อโอบล้อมและจับกุมผู้กระทำผิด และจะปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่. โดยได้กำชับและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อลดปัญหาการล่าและค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย และเป็นการอนุรักษ์ให้สัตว์ป่าได้ดำรงอยู่ต่อไปในระบบนิเวศของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานซึ่งเป็นมรดกโลกที่สำคัญของประเทศไทย โดยมีมีเป้าหมายหลักในการจับกุมขบวนการผู้กระทำผิด เพื่อปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าให้ปลอดภัยจากการบุกรุกและทำลายล้างที่ผิดกฎหมายในระยะยาว


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

ธาตุพนม เดือด! ศึกเรือยาวชิงจ้าวความเร็วแห่งลุ่มน้ำโขง ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

ธาตุพนม เดือด! ศึกเรือยาวชิงจ้าวความเร็วแห่งลุ่มน้ำโขง ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า เสียงกลองสะท้าน น้ำโขงลั่น! เปิดศึกแห่งศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ลำน้ำโขงหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม นายอนุชิต หงษาดี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนคร พนม เป็นประธานเปิดการแข่งขัน เรือยาวชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2568 โดยมี นายขจรศักดิ์ นิตชิน นายกเทศมนตรีตำบลธาตุพนม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และพี่น้องประชาชนร่วมงานคึกคัก

นายขจรศักดิ์ เปิดเผยว่า การแข่งขันเรือยาวถือเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวธาตุพนมสืบสานกันมายาวนานในช่วงออกพรรษา เพื่อส่งเสริมความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชน และกระชับสายสัมพันธ์ไมตรีระหว่างไทย–ลาว พร้อมทั้งเป็นกิจกรรมสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองธาตุพนม

การแข่งขันปีนี้ดุเดือดเป็นพิเศษ! มีเรือเข้าร่วมทั้งสิ้น 18 ลำ แบ่งเป็น

  • ประเภท เรือชายใหญ่ (36–55 ฝีพาย) จำนวน 10 ลำ
  • ประเภท เรือชายเล็ก (ไม่เกิน 35 ฝีพาย) จำนวน 8 ลำ

รางวัลแห่งศักดิ์ศรี

  • เรือชายใหญ่
    • ชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานฯ พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 ถ้วยรางวัลจากนายอนุชิต หงษาดี นายก อบจ.นครพนม พร้อมเงิน 30,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 ถ้วยรางวัลจากนายไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส.นครพนม พร้อมเงิน 20,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 3 ถ้วยรางวัลจากเทศบาลตำบลธาตุพนม พร้อมเงิน 5,000 บาท
  • เรือชายเล็ก
    • ชนะเลิศ ถ้วยรางวัลจาก นพ.อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม พร้อมเงิน 30,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 ถ้วยรางวัลจากเทศบาลตำบลธาตุพนม พร้อมเงิน 20,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 3 เงินรางวัล 3,000 บาท

บรรยากาศริมโขงเต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงเชียร์ดังกึกก้อง สายน้ำสาดสะท้านเมื่อฝีพายแต่ละทีมออกแรงพายเรือประหนึ่งสายฟ้าฟาด แข่งกันด้วยศักดิ์ศรีและศรัทธาในประเพณีแห่งลุ่มน้ำโขง

นายอนุชิต หงษาดี กล่าวชื่นชมเทศบาลตำบลธาตุพนมที่สืบสานประเพณีอันทรงคุณค่ามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า “ธาตุพนมคือเมืองแห่งศรัทธา พระธาตุพนมคือศูนย์รวมจิตใจของทั้งชาวไทยและชาวลาว การแข่งเรือยาวคือสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความรุ่งเรืองของลุ่มน้ำโขงที่เราต้องร่วมกันรักษาไว้”


ฟร้องข่าวด่วนนครพนม
เทพข่าวร้อน รายงาน

สารวัตรพงศ์ ออกเวรช่วยเมียขายก๋วยเตี๋ยวส่งลูกเรียนจบวิศวะ นายร้อย จปร.เผยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

นนทบุรี สารวัตรพงศ์ ออกเวรช่วยเมียขายก๋วยเตี๋ยวส่งลูกเรียนจบวิศวะ-นายร้อย จปร.เผยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

วันที่ 11 ต.ค.68 ถ้าพูดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวย่านอำเภอปากเกร็ด หลายคนต้องนึกถึงร้าน “ก๋วย เตี๋ยวดงมูลเหล็กสารวัตรพงศ์” ตั้งอยู่บริเวณถนนห้าแยกปากเกร็ด ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด โดยมี พ.ต.ต.พงศ์ศักดิ์ จูมแพง รอง สวป.(ชส.) สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นเจ้าของร้าน นอกจากจะเป็นสารวัตรปราบปรามยาเสพติดรับรางวัลมาแล้วมากมาย หลังเวลาราชการยังทำธุรกิจแบบครอบครัวเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋น แบรนด์ดัง นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารตามสั่ง ซุปหางหมู ข้าวมัสมั่นเนื้อเปื่อย และอีกหลากหลายเมนู เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 8 ปี สร้างรายได้จนกระทั่งสามารถส่งลูกสาวคนโตเรียนจบวิศวะจากมหาวิทยาลัยเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และส่งลูกชายคนเล็กเรียนจบนักเรียนเตรียมทหารรุ่น57(ตท.57) นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่น68 (จปร.68)

พ.ต.ต.พงศ์ศักดิ์ จูมแพง เปิดเผยว่า รับราชการตำรวจมา 28 ปี เมื่อก่อนมีรายได้จากเงินเดือนตำรวจเพียงทางเดียว จึงทำให้ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ เพราะต้องส่งลูกสาวและลูกชาย 2 คนเรียนหนังสือ จึงปรึกษากับภรรยาเพื่อหารายได้เสริม ต่อมาภรรยาได้ไปขายลูกชิ้นปิ้งริมถนนแจ้งวัฒนะ ข้างกรมการกงสุล จนกระทั่งสามารถเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง จึงนำมาลงทุนเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ดงมูลเหล็ก อยู่แถวถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด โดยเปิดขายมาประมาณ 8 ปี สามารถส่งลูกสาวคนโตเรียนจนจบวิศวะ เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ตอนนี้แต่ง งานมีครอบครัวและย้ายไปอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่วนลูกชายเรียนจบ นายร้อย จปร. ปัจจุบันติดยศร้อยเอก เคยไปรับราชการอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนี้ย้ายกลับมาเป็นนายทหารปกครอง อยู่ที่โรงนายร้อย จปร.จ.นครนายก

พ.ต.ต.พงศ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ร้านเก่าหมดสัญญา จึงได้ย้ายมาเปิดที่ใหม่ อยู่ตรงห้าแยกปากเกร็ด ถนนแจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 น.- 17.00 น.ส่วนตนเองทำหน้าที่ช่วยภรรยาไปจ่ายตลาดตอนเช้ามืดและกลับมาเตรียมของขายตั้งแต่ 04.00 น. จนถึงเวลา 07.00 น.หลังจากนั้นจะไปเข้าเวรที่ สภ.บาง ใหญ่ ในตำแหน่งสารวัตรป้องกันปราบปราม(สวป.) หากวันไหนไม่มีภาระกิจต่อเนื่อง ตอนเย็นจะกลับมาช่วยเก็บร้าน ส่วนวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ ตนและลูกชาย จะมาช่วยงานที่ร้าน ทำหน้าที่หั่นเนื้อ หั่นหมู หั่นผัก เสริฟ์อาหาร ที่ผ่านมาจะไม่เอาเวลาราชการการมาทำเรื่องส่วนตัวอย่างเด็ดขาด อาชีพขายก๋วยเตี๋ยว ก็ถือเป็นงานบริการประชาชนอีกช่องทางหนึ่ง ได้พบปะและพูดคุยกับชาวบ้าน โดยส่วนตัวมองว่า การหารายได้เสริมมาจุนเจือครอบครัวเป็นอาชีพที่สุจริต ซึ่งตนและครอบครัวยึดหลักใช้ชีวิตแบบพอเพียง


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

สวยงามอร่ามเต็มท้องทุ่งทานตะวันบาน ปลายฝนต้นหนาวรอรับนักท่องเที่ยว

จังหวัดลพบุรี – ทุ่งทานตะวันแปลงแรกของฤดูกาล บานสะพรั่ง เชิญชวนสัมผัสเสน่ห์เกษตรวิถีไทย ต้อนรับวันหยุดยาว ชมความงามตระการตาที่ “ไร่จำรัส” ต้อนรับวันหยุดยาวนี้

ทุ่งดอกทานตะวัน แปลงแรกของจังหวัดลพบุรี บานสะพรั่ง เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสความงามของทุ่งดอกทานตะวันแปลงแรกที่กำลังเบ่งบานเต็มท้องทุ่งสีเหลืองอร่ามสุดลูกหู ลูกตา ณ ไร่จำรัส เฟส 2 ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวยาวต่อเนื่อง ถึงวันที่ 20 ตุลาคม นี้ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์นี้ (วันนวมินทรมหาราช) นักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวต่างต่างทยอย เดินทางไปเก็บภาพความประทับใจและเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันอย่างคึกคัก

ซึ่ง นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี ได้นำสื่อมวลชลลงพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ทานตะวันแปลงแรกของจังหวัดลพบุรี ซึ่งซึ่งเป็นการเพาะปลูกทานตะวันนอกฤดูกาล (ปกติ จะบานช่วง ปลายเดือน พฤศจิกายน – มกราคม ของทุกปี ซึ่งทุงทานตะวันแปลงนี้ มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร โดยทุ่งดอกทานตะวัน ของคุณจำรัส อินทร์เผือก เกษตรกรผู้มากประสบการณ์วัย 54 ปี ใช้พื้นที่กว่า 4 ไร่ ปลูกทานตะวันเพื่อการท่องเที่ยวแบบเกษตรวิถีไทย ซึ่งจะมีฉากหลังภูเขาสามลูกสุดอลังการ ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามของดอกไม้สีทองเท่านั้น แต่ยังมีทัศนียภาพอันโดดเด่นที่ยากจะหาที่ใดเหมือน โดยมีเทือกเขาที่สลับซับซ้อนถึง 3 ลูก ได้แก่ เขาจีนแล, เขากระดึง, และ เขาโหนกวัว เป็นฉากหลังสุดอลังการ ตัดกับท้องฟ้าสีคราม ทำให้ภาพถ่ายที่นี่สวยงามและมีมิติที่ไม่ซ้ำใคร

นักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เงียบสงบและงดงามราวกับภาพวาดจากธรรมชาติ และสัมผัสความงดงามของทุ่งดอกทานตะวันแรกของฤดูกาล พร้อมเรียนรู้เรื่องราวของพืชเศรษฐกิจที่สร้างทั้งความสุข และความยั่งยืนให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะฉากหลังมีความสวยงามไม่ผิดหวัง ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน และผลิตภัณฑ์ แปรรูปจากเมล็ดทานตะวัน โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ค่าเข้าชมคนละ 20 บาท มีที่จอดรถให้ฟรี พิกัดใน Google Maps ไร่จำรัสเส 2

สำหรับดอกทานตะวัน ไม่ใช่แค่ความสวย แต่ยังมี ประโยชน์หลากหลายจาก “ทานตะวัน” พืชเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สำหรับการปลูกดอกทานตะวันแปลงนี้ นอกเหนือจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนให้มาเยือนแล้ว ดอกทานตะวันยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีประโยชน์หลากหลายและสนับสนุนการเกษตรอย่างยั่งยืน เป็นพืชน้ำมันคุณภาพสูง เมล็ดทานตะวัน สามารถนำไปสกัดเป็นน้ำมันทานตะวัน ซึ่งอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เช่น กรดไลโนเลอิก ที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และยังใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ กากเมล็ดทานตะวันที่เหลือจากการสกัดน้ำมัน เป็นผลพลอยได้ที่มีโปรตีนสูง สามารถนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ เป็นแหล่งอาหารสุขภาพ ต้นอ่อนทานตะวันเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มผู้รักสุขภาพ เพราะมีโปรตีน วิตามิน (A, B2, E, D, K) และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ และชะลอความชรา อีกทั้ง ทานตะวัน ยังเป็นพืชเพื่อการฟื้นฟูดิน มีระบบรากที่ลึก ช่วยปรับปรุงสภาพดินให้มีความร่วนซุย และเพิ่มฮิวมัสให้กับดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เหมาะสำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนในรอบต่อไป

ทั้งนี้ นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี ได้กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมทุงทานตะวันบานปลายฝนต้นหนาวที่ไร่จำรัสลพบุรี โดยเฉพาะสัปดาห์นี้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

“นายกด๊อยซ์” ลุยหล่มสัก ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านหลังน้ำลด สั่งวางแผนฟื้นฟู-ป้องกันอุทกภัยยั่งยืน

“นายกด๊อยซ์” ลุยหล่มสัก! ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านหลังน้ำลด สั่งวางแผนฟื้นฟู-ป้องกันอุทกภัยยั่งยืน

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 09.30 น. นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรี ชัชวาล รักหาร ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์, นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 3, นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก ตลอดจนผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลง พื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่อำเภอหล่มสัก ที่ได้รับผลกระทบจากสถาน การณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา

โดยในครั้งนี้ นายกด๊อยซ์ ได้เดินทางเข้าสำรวจจุดที่ได้รับผลกระทบหนักจากอุทกภัย ทั้งในเขตชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากชาวบ้านในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานท้องถิ่นที่เข้าให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการแจกจ่ายถุงยังชีพ การซ่อมแซมถนนที่ชำรุด และการระบายน้ำในจุดเสี่ยง

นายอัครเดช ทองใจสด เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูประชาชนอย่างเร่งด่วน ทั้งด้านที่อยู่อาศัย พื้นที่ทางการเกษตร และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำถึงการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบในพื้นที่อำเภอหล่มสัก ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำหลากเป็นประจำ “เราจะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องเผชิญกับภัยน้ำซ้ำซาก ต้องมีการวางระบบบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน ทั้งการขุดลอกลำคลอง ปรับปรุงทางน้ำไหล และสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมในจุดเสี่ยง เพื่อให้หล่มสักปลอดภัยจากอุทกภัยในอนาคต” นายอัครเดช กล่าวย้ำ

ขณะเดียวกัน นายก อบจ.เพชรบูรณ์ ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด อบจ. เร่งจัดทำแผนบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และหน่วยงานระดับจังหวัด เพื่อวางแนวทางฟื้นฟูทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายจากกระแสน้ำ

ทั้งนี้ หลังจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย ประชาชนในพื้นที่หลายหมู่บ้านยังคงได้รับผลกระทบจากโคลนตมและความเสียหายของถนนสายหลัก–สายรอง รวมทั้งแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรที่ตื้นเขิน ซึ่งทาง อบจ.เพชรบูรณ์ ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด เพื่อคืนความปกติให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์

ผู้ว่าอุทัยฯ ร่วมกรมทางหลวง เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน รอบ2 เสนอรูปแบบพัฒนาถนน 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี-ทัพทัน

อุทัยธานี – ผู้ว่าอุทัยฯ-กรมทางหลวง เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน รอบ2 เสนอรูปแบบพัฒนาถนน 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี-ทัพทัน

ณ ห้องประชุมรุ่งอรุณ โรงแรมธาราฮิลล์ อุทัยธานี อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมหน่วยข้าราชการในพื้นที่ ร่วมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ สัมมนา ครั้งที่ 2 โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทาง หลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี – ทัพทัน เพื่อนำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าการศึกษา โครง การ โดยเฉพาะรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมของโครงการ แนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมใน รายละเอียด (EIA) ผลการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชนและแผนการดำเนินงานขั้นต่อไป พร้อมทั้งรับฟัง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาใช้พิจารณาประกอบการศึกษาออกแบบรายละเอียดถนนโครงการให้มีความ เหมาะสม และมีความปลอด ภัยต่อผู้ใช้เส้นทางให้มากที่สุด โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม

โดยการประชุมในครั้งนี้ ได้นำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ โดยมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ สำหรับแนวเส้นทางโครงการ มีจุดเริ่มต้นโครงการบนทางหลวงหมายเลข 3221 แยกแขวงการทาง กม.00+000 อยู่ใน เขตพื้นที่ ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี และจุดสิ้นสุดโครงการประมาณ กม.15+303 อยู่ในเขตพื้นที่ตำบล ทัพทัน อำเภอทัพทัน มีระยะทางรวมประมาณ 15.303 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ภาพรวมแนวเส้นทางโครงการฯ เป็นทาง หลวง ขนาด 2 ช่องจราจร โดยจะพัฒนา ให้เป็น 4 ช่องจราจร ซึ่งที่ปรึกษาโครงการฯ ได้พิจารณาคัดเลือกรูปแบบทางเลือก การพัฒนาถนนโครงการ ให้มีความเหมาะสมและสอด คล้องกับสภาพภูมิประเทศโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ เส้นทาง และประชาชนสามารถสัญจรไป-มาภายในชุมชนและระหว่างชุมชนใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก และปลอดภัย โดยมี 3 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 แบบเกาะกลางแบบยก (Raised Median) ออกแบบเป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร ช่องจราจรกว้าง 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร แบ่งทิศทางจราจรด้วยเกาะกลางแบบยก เกาะกลาง กว้าง 4.60 เมตร ในเขตทาง 30 เมตร เหมาะสำหรับพื้นที่ในเขตชุมชนที่ใช้ความเร็วไม่สูงมีการข้ามถนนมาก


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

คณะผู้บริหาร รพ.คีรีรักษ์ แถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลคีรีรักษ์ รองรับผู้ป่วยปี 2570

ประจวบฯ – คณะผู้บริหารโรงพยาบาลคีรีรักษ์ แถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลคีรีรักษ์ รองรับผู้ป่วยปี 2570

10 ต.ค.68 ที่ห้องรับรองปั๊มน้ำมัน ปตท. อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ คณะผู้บริหารโรงพยาบาลคีรีรักษ์ นำโดย นายคณิสรณ์ เตชะสถิตย์กุล และนายปิติณัฐ พรรณวงค์ พร้อมคณะร่วมกันแถลงข่าวและลงนามสัญญาการออกแบบการก่อสร้างโรงพยาบาลคีรีรักษ์ ขนาดเริ่มต้น 60 เตียง พร้อมแผนขยายเพิ่มเป็น 250 เตียงในอนาคต ตั้งอยู่บริเวณถนนเพชรเกษม ตรงข้ามศูนย์รถยนต์ฮอนด้าประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งโรงพยาบาลคีรีรักษ์จะเริ่มให้บริการในปี 2570 ด้วยขนาด 60 เตียง พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 40 ท่าน และอุปกรณ์การแพทย์ล้ำสมัย โดยจะรองรับผู้ป่วยที่มีสิทธิประกันสังคมและประกันสุขภาพในราคาที่ไม่แตกต่างจากโรงพยาบาลรัฐมากนัก เพื่อเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับชาวประจวบฯ

นายปิติณัฐ พรรณวงค์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมีเป้าหมายลดต้นทุนการรักษาให้ชาวประจวบ โดยมีการตั้งราคาการรักษาที่ใกล้เคียงกับภาครัฐ พร้อมรองรับสิทธิประกันสังคม 30,000 สิทธิ์ในเฟสแรก รวมถึงการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการรักษาโรคซับซ้อน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลไปกรุงเทพ

ทั้งนี้การก่อสร้างจะเริ่มลงเสาเข็มในเดือนมกราคม 2569 ใช้ระยะเวลา 1 ปี และพร้อมเปิดให้บริการในเดือนมกราคม 2570 ส่วนแผนการขยายในอนาคตจะเพิ่มเตียงเป็น 250 เตียง ภายใน 7 ปี พร้อมที่จอดรถใต้ดิน 2 ชั้น และที่จอดรถรอบอาคารบนพื้นที่ 16 ไร่ มูลค่าการก่อสร้างกว่า 750 ล้านบาท.เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการให้บริการด้านการรักษาพยาบาลของประชาชนชาวประจวบฯ


นัครินทร์/รายงาน

คณะสงฆ์นครนายก จัดประชุมเรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด

คณะสงฆ์นครนายก จัดประชุมเรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่วัดพราหมณี พระอารามหลวง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก คณะสงฆ์จังหวัดนครนายก ได้จัดโครงการถวายความรู้พระสังฆาธิการจังหวัดนครนายก เรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด โดยมี พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดโครงการฯ พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่พระสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุม โดยมีนายชูเกียรติ พุฒพันธ์ นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ, นางสาวธีรตา ซื่อตรง นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ เป็นวิทยากรร่วมบรรยายถวายความรู้เรื่องการบริจาค ระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Donation

ด้วยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดนครนายก (มหานิกาย) จัดโครงการถวายความรู้พระสังมาธิการจังหวัดนครนายก เรื่อง การจัดทำบัญชีวัดระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด โดยมีเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดนครนายก ไวยาวัจกร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 199 วัด โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสรรพากรพื้นที่นครนายก ร่วมถวายความรู้ในโครงการครั้งนี้

ตามที่มหาเถรสมาคม มีมติที่ 495/2568 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2568 เรื่อง แนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำ บัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือของวัด หรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด โดยกำหนดให้วัดทุกวัดต้องทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายและรายงานเงินคงเหลือของวัด เป็นรายเดือน จำนวน 12 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก แล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป นับปี พ.ศ. โดยสำเนาเอกสารไว้ที่วัดด้วยทุกฉบับ เพื่อรับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

สภ.บางใหญ่ จับมือภาคเอกชนแถลงข่าวจัดงานวิ่งการกุศล รายได้สนับสนุนสวัสดิการตำรวจ

นนทบุรี – สภ.บางใหญ่ จับมือภาคเอกชนแถลงข่าวจัดงานวิ่งการกุศล รายได้สนับ สนุนสวัสดิการตำรวจ

เวลา 10.00 น. วันที่ 9 ต.ค.68 พ.ต.อ.สิรภพ อนุสิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายสุวพันธุ์ โคตพงค์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ. บางใหญ่, นายศรสุทธา กลั่นมาลี หรือถั่วแระ เชิญยิ้ม, เชษฐ์ เชิญยิ้ม ดาราตลกชื่อดัง ได้ร่วมกันแถลงข่าวจัดการแข่งขันวิ่งนัดพบ ณ บางใหญ่ ครั้งที่6 จัดขึ้นทึ่บริเวณหน้าตลาด BB บางใหญ่ Market ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่

สำหรับระยะทางในการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ระยะ เริ่มต้นตั้งแต่ฟันรัน ระยะทาง 5.5 กม.เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 06.10 น. ค่าสมัคร 400-500 บาท, มินิมาราธอน ระยะทาง 12 กม. เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 06.00 น. ค่าสมัคร 500-600 บาท และฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กม. เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 05.00 น. ค่าสมัคร 600-700 บาท ภายในงานจะมีการจับฉลากและมอบของรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมแข่งขันมากมาย โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 04.00 เป็นต้นไป

นายสุวพันธุ์ โคตพงค์ ประธาน กต.ตร.สภ.บางใหญ่ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ ก็เพื่อระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ เช่น การปราบปรามยาเสพติด สวัสดิการอาหารกลางวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และส่งเสริมกีฬาเยาวชน เป็นต้น ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านมาร่วมวิ่งออกกำลังกายเพื่อการกุศล โดยรางวัลใหญ่ปีนี้คือ ทีวีสี 32 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ จำนวน 2 คัน และของรางวัลอีกมากมาย


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี