มทบ.18​ ต้อนรับญาติและครอบครัวทหารใหม่​ รุ่นที่1/2562​”ที่น้องๆก้าวมาสู่ชีวิตการเป็นทหาร”

วันที่1พฤศภาคม2562​ เวลา13.00น.​ พลตรี​ อัศวิน​ บุญธรรมเจริญ​ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่18​ ให้การต้อนรับญาติและครอบครัวทหารใหม่ที่น้องๆที่ก้าวมาสู่ชีวิตทหารในวันนี้ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกได้มีแนวทางให้มีการจัดกิจกรรมต้อนรับญาติทหารในพื้นที่​ มณฑลทหารบกที่18​ เพื่อคัดแยกเข้าสังกัดในพื้นที่ทหารในจังหวัดสระบุรี
ทางด้านผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่18​ ได้นำเรียนให้ญาติๆและครอบครัวได้ไว้วางใจในการดูแลน้องๆทหารใหม่จะมีการดูแลน้องๆทหารใหม่เปรียบเสมือนน้องคนสุดท้องน้องคนสุดท้าย​ หน่วยฝึกทหารใหม่จะมีการจัดการทั้งที่นอนและที่อาศัย​มีการฝึกฝนวิชาทหารให้น้องๆมีการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกายจะมีการจัดกิจกรรมพร้อมญาติในคราวต่อไป​
ด้านการสร้างความคลายกังวล​ ต้องปรับความรู้สึก​ ในการ​ อดทน​ ในการฝึกวิชาทหารทางญาติไม่ต้องกังวลและไว้ใจด้านการดูแลบุตรหลานของท่านอย่างเป็นญาติพี่น้องที่อยู่รวมกันเสมือนญาติให้ไว้วางใจในการดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน/ดำรงค์​ ชื่นจินดา​ ผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

ร้อย ตชด.235 สนธิกำลังตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่งกว่า 480 กิโลฯ คาดเตรียมลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน

กลางดึกของคืนวันที่ 30 เมษายน 2562 เวลาประมาณ 21.30 น.ร้อย ตชด.235 นำโดย พ.ต.ต.สุรพร บุญสอาด ผบ.ร้อย สนธิกำลังร่วมกับ กองกำลังสุรนารี สภ.ธาตุพนม ปกครองธาตุพนมร่วมกันตรวจยึดกัญชาอัดแท่งจำนวน 480 กก.ที่บริเวณท่าน้ำบ้านคำผักแพรว ต.ทรายมูล อ.ธาตุพนม จว.นครพนม

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 12 กระสอบๆละ 40 กิโลกรัม 48 แท่ง รวมน้ำหนัก 480 กิโลกรัม ที่บริเวณท่าน้ำบ้านคำผักแรว ต.ทรายมูล อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างมุกดาหาร-นครพนม

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ร้อยตชด.235 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการขนส่งยาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) ขึ้นมาจากฝั่งแม่น้ำโขงประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณท่าน้ำบ้านคำผักแพรว เพื่อเตรียมส่งต่อเข้าพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงได้ออกตรวจบริเวณท่าน้ำดังกล่าว พบกลุ่มชายฉกรรจ์ กำลังขนของบริเวณท่าน้ำ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ต่างก็พากันวิ่งหลบหนี หายไปในความมืด เจ้าหน้าที่วิ่งไล่ติดตามไปก็ไม่ทัน

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบกระสอบสีดำบรรจุกัญชาแห้งอัดแท่ง ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสสีดำกันน้ำกันชื้นอย่างดี ด้านในบรรจุกระสอบปุ๋ยสีขาว มีตัวอักษรเป็นภาษาเวียดนาม จำนวน 12 กระสอบ บรรจุกระสอบละประมาณ 40 แท่ง คาดจะมีกว่า 480 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้นำไปตรวจอีกครั้งที่ร้อยตชด.235 และจะมีการแถลงผลอีกครั้ง.


เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

พลตรีสมพล ปานกุล รองแม่กอ.รมน.ภาค4ขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหา ภัยความมั่นคง ยาเสพติด

พลตรีสมพล ปานกุล รองแม่ทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการความมั่นคงภายในภาค4สวนหน้า หรือ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า
นายไกรศร วิศิษฏ์ศ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำทัพสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหา ภัยความมั่นคง ยาเสพติด การพัฒนาชุมชนและการสร้างความเข้าใจในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 ส่วน ได้แก่ การป้องกัน การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดและการฝึกอาชีพแก่ผู้ผ่านการทำบำบัดยาเสพติด ฟการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้องอาทิ ป.ป.ส. และภาคประชาสังคม

โดย​ พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า โครงการเวทีสภาสันติสุข เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยบูรณาการทำงานร่วมกันทั้ง ภาครัฐ ภาคประชาชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ภายใต้การกำกับดูแลของนายอำเภอ ซึ่งเป้าหมายหลักของเวทีสภาสันติสุขตำบล คือ เป็นเวทีที่รับฟังความคิดเห็นและความต้องการที่เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน เพื่อเสนอไปยังรัฐบาล ในการกำหนดแผนงานโครงการ

​ทั้งนี้ เวทีสภาสันติสุข จะเป็นเวทีที่ใช้ในการเปิดเพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะสภาสันติสุขตำบล ทั้ง 290 ตำบล ซึ่งจะเน้นในเรื่องหลัก 4 เรื่อง คือ 1. ต้องการให้ยุติการใช้ความรุนแรง และให้หันหน้าเข้ามาแก้ปัญหาเชิงสันติวิธี 2. ต้องการให้มีการพัฒนาด้านอาชีพ เนื่องจากมีความเป็นห่วงปากท้องชาวบ้าน 3. ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นทุกข์ของชาวบ้านและเป็นภัยต่อความมั่นคง 4. ต้องการให้มาดูในเรื่องของการอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่ ทั้งความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรม และความเป็นธรรมในความรู้สึก

ส่วนการจัดการด้านปัญหายาเสพติดในพื้นที่ เจ้าหน้าที่มีแผนดำเนินการจัดการกับผู้ค้ารายย่อยตามชุมชนและสร้างการรับรู้ถึงปัญหาระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ รวมถึงคุมเข้มกลุ่มผู้มีอิทธิพลด้านยาเสพติดในพื้นที่เนื่องจากที่ผ่านมาพบการเชื่อมโยงโดยตรงและการเอื้อผลประโยชน์ ร่วมกัน

ด้าน นายเศวต เพชรนุ้ย นายอำเภอโคกโพธิ์ ระบุถึง แนวทางการบำบัดรักษาและแก้ไขปัญหายาเสพติด 5 ขั้นตอนที่ทางทุกภาคส่วนในอำเภอได้บูรณาการร่วมกันโดยมีโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานีเป็นเจ้าภาพหลักเพื่อใช้ประกอบแนวทางการดำเนินงานปัตตานีโมเดล ในส่วนของแนวทางการบำบัดรักษา 5 ขั้นตอน คือ 1 .กระบวนการค้นหาผู้ป่วยยาเสพติดในพื้นที่หมู่บ้านชุมชนโดยการสำรวจข้อมูลการทำประชาคมแล้วทำบัญชีรายชื่อผู้ป่วยยาเสพติดเป็นรายหมู่บ้าน
2 .คัดกรองผู้ป่วยยาเสพติดโดยศูนย์คัดกรองระดับอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ออกเป็นระดับผู้ใช้ ผู้เสพ ผู้ติด และผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต
3.การบำบัดรักษายาเสพติดกับผู้ป่วยระดับผู้ใช้และผู้เสพที่โรงพยาบาลชุมชนโรงพยาบาลทั่วไป ก่อนส่งค่ายพักพิงเพื่อการบำบัดหรือ Camp 35
4.กระบวนการติดตามดูแลต่อเนื่องในชุมชน อำเภอ จาก Take care team (เทคแคร์ทีม) ในทุกตำบล ซึ่งจะมีหน้าที่ในการค้นหาผู้ป่วยยาเสพติด ติดตามดูแลป่วยที่ผ่านการบำบัดแล้ว ต้องไม่ให้กลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ
และขั้นตอนที่ 5.กระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยการฝึกอบรมวิชาชีพ พร้อมมอบวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพให้กับผู้ที่ผ่านการรักษา

ด้านภัยความมั่นคงของจังหวัดชายแดนใต้เกิดความรุนแรงในรอบสามเดือนแรกกว่า 100 เหตุการณ์มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย โดยประเด็นที่น่าพิจารณาคือจำนวนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและยาเสพติดรวมถึงเหตุการณ์ที่ไม่สามารถระบุได้

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จาก กอ.รมน.ภาค4 สน.ได้นำทัพสื่อมวลชนเข้าร่วมพูดคุยกับนาย ธอยาลี นิมะนิง ผู้ใหญ่บ้านหมู่หนึ่งตำบลบาราโหมอำเภอเมืองจังหวัดปัตตานีเพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจในการแก้ปัญหาสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดในพื้นที่โดยผู้นำชุมชน

โดยชุมชนบาราโหมเป็นหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสของเมืองปัตตานีเดิมและเกี่ยวโยงไปยังเมืองลังกาสุกะ เดิมทีประชาชนนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานเป็นเมืองพุทธมลายู อยู่แห่งราชอาณาจักรลังกาสุกะ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนครรัฐพุทธเป็นรัฐอิสลามโดยพญาอินทิราที่เป็นผู้ก่อตั้งรัฐปัตตานีดารุสลาม หรือ นครรัฐแห่งสันติ
โดยได้พูดคุยถึงการนำสันติสุขคืนสู่ตำบลรวมถึงความต้องการจากคนในพื้นที่ชุมชนบาราโหมที่ต้องการให้ชุมชนเป็นเขตปลอดความรุนแรงและชาวบ้านในพื้นที่ปลอดภัย จากความรุนแรง รวมไปถึงด้านเศรษฐกิจเนื่องจากที่ผ่านมาภายหลังเกิดเหตุความรุนแรงการค้าขายและด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ค่อนข้างซบเซาจึงต้องการให้ภาครัฐเข้ามาปรับปรุงและเสริมสร้างโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน โดยชุมชนบาราโหมได้ออกแบบผลิตภัณฑ์จากการรวมตัวกันของชาวบ้านจัดทำผลิตภัณฑ์ของชุมชน ด้าน ของใช้เพื่ออุปโภคบริโภค และอาหารคาวหวาน เสื้อผ้า ผ้าบาติก ข้าวพอง ซึ่งผลิตภัณฑ์ด้านอาหารของชาวชุมชนบาราโหมได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.แล้ว
รวมไปถึงด้านพหุวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของ 2 ศาสนาในชุมชนทั้งชาวพุทธและอิสลามในพื้นที่ซึ่งที่ผ่านมาผู้นำชุมชนเองก็ได้ร่วมกับทางวัดเพื่อร่วมกิจกรรมกันซึ่งกิจกรรมต่างๆที่ผ่านมาเป็นการทำงานร่วมกันโดยที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนา อาทิ การรับส่งพระตามวัดต่างๆ ที่ได้รับความร่วมมือจากชาวชุมชนที่นับถือศาสนาอิสลาม
ต่อมาได้เข้าเยี่ยมชมสุสานสุลต่านชาห์ ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพ ของเจ้าเมืองปัตตานีคือพญาอินทิรา ซึ่งเป็น กษัตริย์องค์แรกที่หันมานับถือ ศาสนาอิสลามและสถาปนาเมืองปัตตานีเป็นนครปัตตานีดารุสาลาม หรือ นครรัฐแห่งสันติ มีเรื่องเล่าขานกันว่าเหตุที่พญาอินทิรา เข้านับถือศาสนาอิสลามนั้น เนื่องจากทรงหายจากอาการประชวรจากแพทย์ที่นับถือศาสนาอิสลาม เมื่อครั้งมีโอกาศเข้ามารักษา อาการประชวรของพระองค์ถึงสามครั้ง โดยหมอคนนั้นกล่าวขอให้พญาอินทิรา รับปาก ว่าหากตนเองรักษาให้พญาอินทิราหายป่วยได้แล้วขอให้พญาอินทิรา ปฏิญาณ ตนเข้านับถือศาสนาอิสลาม

จากนั้นได้เข้าไปเยี่ยมชมวัดบ้านดี วัดแห่งแรกของจังหวัดปัตตานี ซึ่งก่อสร้างในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา จากการมอบที่ดินที่เคยเป็นที่เลี้ยงช้างของกษัตริย์มูซัฟฟาร บุตรชายของพญาอินทิรา เมื่อครั้งนำทัพเข้าร่วมรบกับพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา จึงได้เชลยชาวเขมรและพม่ากลับมา 160 คน ซึ่งคนเหล่านี้นับถือศาสนาพุทธ พระองค์จึงได้มอบที่ดินที่เป็นที่เลี้ยงช้างและพื้นที่โดยรอบวัดบ้านดี ให้เป็นชุมชนของผู้ที่นับถือศาสนาพุทธและสั่งให้จัดสร้างเจดีย์และสร้างวัดบ้านดีแห่งนี้

ไม่เพียงแต่สร้างวัดบ้านดีเท่านั้นพื้นที่โดยรอบห่างออกไปได้มีการจัดสร้างมัสยิดกรือเซะ มัสยิดที่ถูกก่อสร้างห่างกันเวลาไม่นานจากการก่อสร้างวัดบ้านดีเนื่องจากในขณะนั้นและกษัตริย์มองว่าเมื่อมีวัดของชาวพุทธแล้วควรที่จะมีมัสยิดให้แก่ชาวมุสลิมด้วย
มัสยิดกรือเซะ หรือ มัสยิดสุลต่านมูซัฟฟาร์ ชาห์ ” ที่สร้างเวลาใกล้เคียงกันหลังเจ้าเมืองยุคนั้นเปลี่ยนมาปฏิญาณตนเข้าศาสนาอิสลาม
มัสยิดกรือเซะ เป็นมัสยิดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีใน จ.ปัตตานี มีชื่อเรียกอีกอย่างคือ มัสยิดปิตูกรือบัน (คำว่า ปิตู=ประตู ,กรือบัน = ช่องประตูที่มีรูปโค้ง) ชื่อเรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด ลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบกอทิกของชาวยุโรป กับแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง
เป็นพื้นที่สำคัญทางศาสนาแล้วยังเคยเป็นพื้นที่ก่อเหตุความรุนแรงมากที่สุดช่วงประกาศกฎอัยการศึก ปี 2547 ด้วย
กลุ่มหัวรุนแรงตั้งหลักที่มัสยิดกรือเซะ ในวันที่28 เมษายน 2547 เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตที่มัสยิดกรือเซะ 34 ศพ
โดยก่อนหน้านี้จากการพูดคุยกับ ผู้นำชุมชนบาราโหม ได้กล่าวขอร้องว่าอย่าออกอากาศในเรื่องของการสูญเสียในขณะนั้น อย่ารื้อฟื้นวันคอบรอบที่จะมาถึงในวันที่ 28 นี้ เพราะทำให้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกสูญเสีย ที่ชาวบ้านลืมกันไปหมดแล้ว
มัสยิดกรือเซะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาณเมื่อปี 2478 และมีการบูรณะอยู่หลายครั้งแต่ปัจจุบันยังคงคงไว้ในสภาพเดิมและอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร

กอ.รมน.เข้าร่วมงานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ร่วมกับภาคี ในการขับเคลื่อนโครงการ “สานต่อที่พ่อทำ” ขยายผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่

พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน.เข้าร่วมงานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ร่วมกับภาคี ในการขับเคลื่อนโครงการ “สานต่อที่พ่อทำ” ขยายผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่

พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน.ได้เปิดเผยว่า พล.ท.กนก ภู่ม่วง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือ (กอ.รมน.) และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เข้าร่วมงานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ร่วมกับภาคี 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กอ.รมน. , จังหวัดสุพรรณบุรี , องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี , เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี , ผู้แทนบริษัทน้ำตาลมิตรผล จำกัด ในการขับเคลื่อนโครงการ “สานต่อที่พ่อทำ” ขยายผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ (1ไร่แก้จน) เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว      มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตสินค้าเกษตร ตำบลทัพหลวง อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งโครงการนี้เป็นการทำเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ถึงแนวทางการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐีกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยเริ่มจากการดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำให้กับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยและประสบปัญหาขาดแคลนน้ำให้มีน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง  โดยการขุดสระกักเก็บน้ำเพื่อ ไว้ใช้การเกษตรได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งจัดหาแหล่งน้ำสำรองทางการเกษตรให้เกษตรกรไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งต่อไป  รวมทั้งดูแลเรื่องน้ำในช่วงฤดูแล้ง เพื่อให้พืชผลได้เจริญเติบโต และยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรประกอบอาชีพเสริม ลดรายจ่ายสร้างรายได้ในครอบครัวทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

สร้างฝายมีชีวิตต้นแบบ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สร้างฝายมีชีวิตต้นแบบ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่30​เมษายน​ 2562​เวลา10.00น.​ พลเอกวิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานมอบฝายมีชีวิตต้นแบบ โครงการ “รวมใจภักดิ์ รักสามัคคี สดุดี องค์ราชัน” มีนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พลตรีอัศวิน บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 พร้อมด้วย พันเอกเพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสระบุรี ประชาชนจิตอาสา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมพิธีรับมอบ ณ ลำห้วยผีหลอก อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
ทั้งนี้จังหวัดสระบุรี ได้ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาว จ.สระบุรี ในรูปแบบประชารัฐ ได้ร่วมกันสร้างฝายมีชีวิตต้นแบบเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ป้องกันอุทกภัย แก้ไขปัญหาการจัดการน้ำของชุมชน ตลอดจนอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำเพื่อคืนความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศอย่างยั่งยืน การสร้างครูฝายมีชีวิตของจังหวัดสระบุรีและแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำของชุมชน รวมทั้งปลุกจิตสำนึกสร้างการมีส่วนร่วมให้กับทุกภาคส่วนในการรักษา หวงแหน และให้มีการขยายผลไปตามหมู่บ้านตำบลต่าง ๆ ต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดา​ ผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.)​จับมือเอกชน(MOU)​โครงการรีไซเคิลกล่องนม​ ลดปริมาณขยะ​ รักษาสิ่งแวดล้อม​

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.)​จับมือเอกชน(MOU)​โครงการรีไซเคิลกล่องนม​ ลดปริมาณขยะ​ รักษาสิ่งแวดล้อม​

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.)​จับมือเอกชน(MOU)​โครงการรีไซเคิลกล่องนม​ ลดปริมาณขยะ​ รักษาสิ่งแวดล้อม​พร้อมแสดงเจตนารมย์ต่อต้านการทุจริต”ดื่มนมสาบาน​ ต่อต้านการทุริต”
วันที่30เมษายน2562​ นายศักดิ์ชัย​ ศรีบุญซื่อ​ ประธานกรรมการ​ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.)​เปิดกิจกรรมประกาศเจตนารมย์ต่อต้านการทุจริตและส่งเสริมคุณธรรม”พอเพียง​ วินัยสุจริต​ จิตอาสา” ดื่มนมสาบาน​ ต่อต้านการทุจริต​ มี​ ดร.​ ณรงค์ฤทธิ์​ วงศ์สุวรรณ​ ผู้อำนวย​การ​ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.)​มวกเหล็ก​ อำเภอมวกเหล็ก​ จังหวัดสระบุรี​ ฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คสนับสนุนโครงการรีไซเคิลกล่องนมเพื่อช่วยลดขยะจากการใช้กล่องนม​ ยูเอสที​ ร่วมกับ​ ภาคเอกชน3บริษัทเพื่อสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและตอบสนองนโยบายรัฐบาลเพื่อลดปัญหาปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
ดังนั่นองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยจึงได้ทำMOUในการร่วมมือ3หน่วยงานของภาคเอกชนผู้ผลิตกล่องกระดาษ​ ยูเอสที​ และนำกล่องนมที่ดื่มแล้วมารีไซเคิลเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้และทนทาน​ เช่นสมุด​ โต๊ะ​ เก้าอื้ ตู้​ ชั้นวางของ​ หลังคา​ ที่รองแก้ว​ เครื่องใช้สิ่งอื่นๆอีกมากอีกด้วย/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

“ผู้อำนวยการเขตพระนคร” พร้อมด้วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มีบ้านและร้านค้าบริเวณถนนตะนาวร่วมเฝ้ารับเสด็จ

ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย "หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ" ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มีบ้านและร้านค้าบริเวณถนนตะนาวร่วมเฝ้ารับเสด็จ

“ผู้อำนวยการเขตพระนคร” พร้อมด้วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มีบ้านและร้านค้าบริเวณถนนตะนาวร่วมเฝ้ารับเสด็จเลียบพระนคร..

ช่วงเย็นของ วันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2562 เวลา 19.00 น. ถึง เช้าวันอังคารที่ 30 เมษายน 2562 เวลา 03.00 น. นายวุฒิชัย บุญสิทธิ์ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” พร้อมด้วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ บริเวณถนนตะนาว ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็น พื้นที่เส้นทางเสด็จประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของ “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ที่จะถึง สนง.เขตพระนคร จึงประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชน ได้เปิดบ้าน และ เปิดร้านค้าเพื่อทำการค้าตามปกติ และ ร่วมเฝ้ารับเสด็จ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ของเราซึ่ง พระองค์จะเสด็จเลียบพระนคร ตามเส้นทางที่กำหนด นอกจากพระองค์ จะเสด็จเลียบพระนครตามพระราชพิธีประเพณี แล้ว พระองค์ยังทรง เสด็จเยี่ยมดูแลทุกข์สุข ราษฎรของพระองค์ตลอดเส้นทาง ดังนั้นจึงขอเชิญชวน ให้พี่น้องประชาชน ที่มีบ้านเรือนอยู่ในเส้นทาง เสด็จเลียบพระนคร ทุกท่านได้เปิดบ้านและเปิดอาคารร้านค้า เพื่อร่วมรับเสด็จโดยพร้อมเพียงกัน

จากการที่ สำนักงานเขตพระนคร ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้พี่น้องประชาชน ได้ร่วมรับเสด็จ โดยเปิดบ้าน และ อาคารของตนเองร่วมเฝ้ารับเสด็จ ก็ได้มี ร้านค้า บางร้านได้แสดงความจำนง อยากจะขอให้ทาง เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตช่วยผูกผ้าระบายหน้าบ้านของตนเองซึ่งตนเอง จะตกแต่งหน้าบ้านของตน ให้มีความสวยงามอันเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 สำนักงานเขตพระนคร จึงได้ ช่วยเหลือในการผูกผ้าระบายให้ตามที่ประชาชนได้ร้องขอ จนแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ภายใน คืนเดียวกัน..


ธีรพล ปลื้มถนอม “พนักงานเทศกิจ ส.๑ เขตพระนคร” รายงาน

โครงการตรวจความพร้อมของกำลังพล ยานพาหนะ และอาวุธยุทโธปกรณ์ ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่

วันจันทร์ ที่ ๒๙ เม.ย.๖๒ เวลา ๐๘.๓๐ น.พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ ผบก.อคฝ.(สันติ ๑)(ประธานในพิธี) ,พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ รอง ผบก.อคฝ.(สันติ ๔) ,พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว รอง ผบก.อคฝ. (สันติ ๗),พ.ต.อ.สุรินทร์ ชาวศรีทอง ผกก.อารักขา ๒(สันติ ๒๑) ,รอง ผกก.,สว.,และข้าราชการตำรวจ กก.อารักขา ๒ ร่วมโครงการตรวจความพร้อมของกำลังพล ยานพาหนะ และอาวุธยุทโธปกรณ์ ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ และชมการสาธิตการ รปภ.บุคคลสำคัญในรูปแบบขบวน ณ ลานฝึก อป.
หนุ่ม อินไซด์ทีวีออนไลน์ ประจำ บช.น. รายงาน

จังหวัดมุกดาหาร จัดพิธีปลูกต้นรวงผึ้งพระราชทานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จังหวัดมุกดาหาร จัดพิธีปลูกต้นรวงผึ้งพระราชทานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จังหวัดมุกดาหาร จัดพิธีปลูกต้นรวงผึ้งพระราชทาน ในโครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาส พระราชพิธี บรมราชาภิเษก 2562

เมื่อวันที่ 29 เม.62 เวลา 10.00 น. นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชนและประชาชนจิตอาสาจังหวัดมุกดาหาร ปลูกต้นรวงผึ้งพระราชทาน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้พระราชทานต้นรวงผึ้ง อันเป็นต้นไม้มงคลประจำรัชกาล ที่พระราชทานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำมาปลูกในจังหวัด อีกทั้งต้นไม้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และแผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็นเช่นเดียวกับพระบารมีแผ่ไพศาล แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะทรงปกปักรักษาอาณาประชาราษฎร์ให้ได้รับความผาสุกร่มเย็นทั่วกัน

ต้นรวงผึ้ง ถือว่าเป็นพันธุ์ไม้อันทรงคุณค่าและมีเกียรติชนิดหนึ่ง มีกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้ง ดอกรวงผึ้งจะเบ่งบาน ในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ผลิดอกได้นาน 7-10 วัน เมื่อดอกสีเหลืองบานพร้อมกันทั้งต้น จะดูงดงามอร่ามตา และส่งกลิ่นหอมชื่นใจตลอดทั้งวัน

ต้นรวงผึ้งถูกยกให้เป็นพรรณไม้ประจำสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องจากดอกรวงผึ้งจะออกดอกในช่วงเดือนพระบรมราชสมภพ ส่วนสีเหลืองของดอกรวงผึ้งยังเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพอีกด้วย นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงปลูกต้นรวงผึ้งไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่พระองค์เสด็จไปประกอบพระราชกรณียกิจ เพื่อพระราชทานไว้ให้เป็นตัวแทนพระองค์ท่านและเป็นศิริมงคลแก่ราษฎร.


เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

ชาวไร่ยาสูบเพชรบูรณ์ กว่า 723 คน รวมตัวกันเขียนจดหมายฉบับใหญ่ ระบายความเดือดร้อนเตรียมร่อนไปถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมหักทำลาย ป้ายโฟมข้อความไม่เห็นด้วย “ภาษียาสูบ 40%”

ชาวไร่ยาสูบเพชรบูรณ์ กว่า 723 คน รวมตัวกันเขียนจดหมายฉบับใหญ่ ระบายความเดือดร้อนเตรียมร่อนไปถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมหักทำลาย ป้ายโฟมข้อความไม่เห็นด้วย “ภาษียาสูบ 40%” วอนรัฐบาลโปรดพิจารณาเลื่อนการปรับขึ้นอัตราภาษีบุหรี่ร้อยละ40 หนำซ้ำชาวไร่ยาสูบต่างพากันได้รับความเดือดร้อนจากพายุฝน ลูกเห็บ จนยาสูบเสียหายร่วม 10 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่สนามโรงเรียนบ้านลานบ่า ต.ลานบ่า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้มีสมาชิกชาวไร่ยาสูบ กว่า 723 คน ซึ่งต่างได้รับความเดือดร้อน จากการตัดโควตาปลูกยาสูบจากการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เนื่องมาจากพิษอัตราภาษีสรรพสามิต 40% ได้รวมตัวกัน ลงชื่อในจดหมายยักษ์ เตรียมส่งถึงนายกรัฐมนตรีให้ช่วยเหลือเร่งด่วน พร้อมทั้ง ชูป้ายข้อความเดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าว และได้ร่วมกันทำลาย ป้ายโฟมข้อความว่า ไม่เห็นด้วย “ภาษียาสูบ 40%” เพื่อแสดงพลัง วิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยชะลอการขึ้นภาษีบุหรี่ออกไปก่อน ให้เป็นผลก่อนฤดูกาลปลูกใบยาสูบปี 2562/63
นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวไร่ยาสูบเดือดร้อนกันหนักมาก เพราะรัฐบาลขึ้นภาษีบุหรี่ไม่มีหยุดหย่อน จนทำให้ต้องโดนลดโควตารับซื้อใบยา โดยชาวไร่แต่ละครอบครัวรายได้เลี้ยงชีพหดหายไปมากกว่าครึ่ง รวมเป็นความสูญเสียของทั้งจังหวัดประมาณ 175 ล้านบาท “ทุกวันนี้ชาวไร่ยาสูบอยู่กับหนี้ที่พอกพูนขึ้นทุกวันเพราะรายจ่ายคงเดิม แต่รายได้หายไปมากกว่าครึ่ง รัฐบาลยังจะมาซ้ำเติมด้วยการขึ้นภาษีบุหรี่เป็น 40% ในเดือนตุลาคมนี้ ยิ่งทำให้ชาวไร่ก็คงต้องเลิกปลูกยาสูบและยังไม่รู้ด้วยว่าจะไปทำอาชีพอะไรทดแทนดี หลายครอบครัวลองหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนการปลูกยาสูบ เช่น กะหล่ำดอก พริก และข้าวโพด แต่ไม่สร้างรายได้เพียงพอเหมือนการปลูกใบยาสูบ ซึ่งวันนี้พวกเราชาวไร่ยาสูบ จึงได้รวมตัวกันเขียนจดหมายฉบับใหญ่ระบายความเดือดร้อนของพวกเรา และจะส่งไปให้ท่านนายกพลเอกประยุทธ์ เพื่อช่วยเหลือพวกเราเป็นการเร่งด่วน โดยการประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีออกไปก่อน”
นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวต่อว่า ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงที่ผ่านมา ได้เกิดภัยธรรมชาติ พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำในหลายพื้นที่ ส่งผลให้สมาชิกชาวไร่ยาสูบ จำนวน 306 ราย (สมาชิกทั้งหมด 827ราย) ได้ถูกพายุฤดูร้อน พายุลูกเห็บ และฝนตกหนักท่วมพื้นที่เพาะปลูกยาสูบ ได้รับความเสียหายรวมกว่า 1,000 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย ร่วม 10 ล้านบาท ยิ่งเหมือนเป็นการซ้ำเติมชาวไร่ยาสูบเข้าไปอีก
สำหรับใจความจดหมายยักษ์ “เรียน พณฯนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โปรดเลื่อนภาษียาสูบ40% ออกไปก่อน เพื่อรักษาอาชีพชาวไร่ยาสูบ” พวกเราชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอให้รัฐบาลโปรดพิจารณาเลื่อนการปรับขึ้นอัตราภาษีบุหรี่ร้อยละ40 ซึ่งจะเข้ามาถึงในวันที่ 1 ต.ค.2562 ออกไปก่อน เพราะทำให้ชาวไร่ยาสูบหลายพันคนได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรง เพราะทุกวันนี้โควต้ารับซื้อก็ลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง เดือดร้อนกันอยู่แล้ว พวกเราขอฝากชีวิต ฝากอาชีพ ฝากอนาคตของครอบครัวและลูกหลานของเราให้ท่านดูแลด้วย และขอให้ท่านพิจารณาดำเนินการเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วนที่สุด ขอกราบขอบพระคุณท่านล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

มนสิชา. คล้ายแก้ว