มทบ. 32 อบรมตัดต่อ TikTok และการใช้ AI ยกระดับงานประชาสัมพันธ์เชิงรุก

มณฑลทหารบกที่ 32 อบรมตัดต่อ TikTok และการใช้ AI ยกระดับงานประชา สัมพันธ์เชิงรุก

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นประธานเปิดการอบรม “การตัดต่อวิดีโอ TikTok และการเขียนข่าว ปชส.เชิงรุก และการใช้ AI ” เพื่อพัฒนาทักษะและขีดความสามารถการปฎิบัติงานด้านประชาสัมพันธ์ของกำลังพลในหน่วย เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อกองทัพบก มีกำลังพลจาก หน่วยขึ้นตรงกองบัญชา การมณฑลทหารบกที่ 32 หน่วยขึ้นตรงมณฑลทหารบกที่ 32 และ สำนักงานองค์การทหาร ผ่านศึกเขต ลำปาง รวม 54 นาย เข้ารับการอบรม โดยใช้ Influencer ของหน่วยเป็นผู้ให้ความรู้ ณ สโมสรนายทหารค่ายสุรศักดิ์มนตรี อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

สำหรับการอบรมครั้งนี้ ได้แนะนำการใช้และเข้าถึงแพลตฟอร์มที่เป็นที่นิยม เช่น TikTok, แนะนำการตัดต่อด้วยแอปพลิเคชั่น Capcut พร้อมการประยุกต์ใช้ AI ในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน

โดยในช่วงท้าย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้มอบหมายให้ พันเอก สุกิจ ภิญโญ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นประธานปิดการอบรม โดยมี พันเอก . นพดล คามเกตุ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32/ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์มณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมพบปะ ทั้งนี้ขอให้กำลังพลที่เข้าอบรมได้นำไปประยุกต์ใช้ และสนับสนุนภารกิจของหน่วยให้สอดคล้องตามนโยบายของกองทัพบกต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ลมพายุ พัดแรง ถล่ม จ.เชียงใหม่ และเชียงราย หน่วยทหาร พร้อมจิตอาสา บูรณาการทุกภาคส่วนให้การช่วยเหลือ

ลมพายุ พัดแรง ถล่ม จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย หน่วยทหาร พร้อมจิตอาสา บูรณาการทุกภาคส่วนให้การช่วยเหลือ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 กองร้อยทหารพรานที่ 3209 กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 311, องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน, และผู้นำชุม ชนบ้านหาดชมพู เข้าช่วยเหลือราษฎร ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัยในพื้นที่ โดยร่วมกันตัดต้นไม้ที่ล้มขวางถนนเส้นทาง แม่อาย – ฝาง เพื่อให้สามารถสัญจรได้ปกติ และได้สำรวจความเสียหายเบื้องต้น ของราษฎรที่ได้รับผลกระทบในเขตรับผิดชอบของหน่วย เพื่อทำการเข้าช่วยเหลือต่อไป มีผู้เข้าร่วม จำนวน 30 คน ณ บ้านหาดชมพู หมู่ที่ 5 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนั้น เกิดเหตุพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในเขตพื้นที่อำเภอแม่อาย ส่งผล กระทบต่อระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ทำให้เกิดเหตุเสาไฟฟ้าหักและล้มหลายจุด เป็นเหตุให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ของอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ล่าสุดทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่อาย (กฟส.แม่อาย) ได้รับทราบเหตุและไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยขณะนี้ได้ระดมกำลังพนักงานช่างและชุดงานซ่อมแซมทั้งหมดเข้าดำเนินการแก้ไขในจุดที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วน เพื่อเร่งกลับมาจ่ายกระแสไฟฟ้าให้พี่น้องประชาชนได้ใช้งานตามปกติโดยเร็วที่สุด

นอกจากนั้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย บริเวณ แยกไฟแดงหน้าวัดร่องขุ่น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้รับผลกระทบจาก ลมพายุที่พัดแรงเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้เสาไฟการจราจรหักเสี่ยงต่อผู้ใช้ถนน เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมแนะนำประชาชน เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจร ในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 พันเอก บุรฉัตร ภูนาเมือง เป็นประธานตรวจความพร้อมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมปฏิบัติหน้าที่ภายใน 1 ชั่วโมง ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ เพื่อเตรียมรับสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย ในห้วงวันหยุด พร้อมทั้ง เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอด ภัยในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ มีชุดปฏิบัติการเข้ารับการตรวจความพร้อม ประกอบด้วยกำลังพลของโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช, กองร้อยกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37, กองร้อยสารวัตรทหารมณฑลทหารบกที่ 37 แผนกยุทธโยธามณฑลทหารบกที่ 37 ส่วนขนส่งมณฑลทหารบกที่ 37 รวมจำนวน 36 นาย และยานพาหนะ จำนวน 5 คัน ณ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 กองร้อยทหารพรานที่ 3209 กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน และ ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย เข้าให้การช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ(วาตภัย) ในห้วงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ,เวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา ณ วัดป่าบ้านห้วยน้ำเย็น ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

กองพลทหารราบที่ 4 จัดกิจกรรม “จิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาริมฝั่งแม่น้ำน่าน

กองพลทหารราบที่ 4 นำหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 4 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุ โลก จัดกิจกรรม “จิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาริมฝั่งแม่น้ำน่าน

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 กองพันเสนารักษ์ที่ 4 นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทานของหน่วย จำนวน 20 นาย ร่วมกับหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 4 ดำเนินกิจกรรม “จิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาริมฝั่งแม่น้ำน่าน ตั้งแต่สะพานนเรศวร ถึงหน้าค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อปรับภูมิทัศน์ และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นอกจากนี้ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 104 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 ได้นำกำลังพลจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรม “จิตอาสาบำเพ็ญ สาธารณประโยชน์พัฒนาริมฝั่งแม่น้ำน่าน ตั้งแต่ สะพานนเรศวร ถึงหน้าค่ายสมเด็จพระนเรศวร” อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง และเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เส้นทาง กำจัดวัชพืช เก็บกวาดใบไม้ขยะ ปรับปรุงภูมิทัศน์ ให้มีความสะอาดสวยงามรวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองที่ดี

ขณะที่ กองพันทหารม้าที่ 9 กองพลทหารราบที่ 4 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือพัฒนา ร่วมกับ หน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 4 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุ โลก เข้าร่วมกิจกรรม จิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาริมฝั่งแม่น้ำน่าน เพื่อปรับภูมิทัศน์ และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ สะพานนเรศวร ถึง หน้าค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 4 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 4 ดำเนินกิจกรรม “จิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาริมฝั่งแม่น้ำน่าน ตั้งแต่สะพานนเรศวร ถึงหน้าค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อปรับภูมิทัศน์ และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


นที มีเดช รายงาน

ดูแลทุกพื้นที่ เติมสุขให้ประชาชน แพทย์ทหาร จิตอาสาพระราชทาน ดูแลประชาชน บำบัดทุกข์ เติมสุขสู่ชุมชน ในพื้นที่ห่างไกล

ดูแลทุกพื้นที่ เติมสุขให้ประชาชน — แพทย์ทหาร จิตอาสาพระราชทาน ดูแลประชาชน บำบัดทุกข์ เติมสุขสู่ชุมชน ในพื้นที่ห่างไกล

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบหมายให้ พันเอก สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ ร่วมกับส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดำเนินโครงการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน จังหวัดนครสวรรค์” ให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล มีการรักษาโรคทั่วไป คัดกรองสุขภาพ ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ และจ่ายยาตามอาการแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และประชาชนที่อยู่ห่างไกลจากสถานพยาบาล และเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างยากลำบาก ณ วัดวังใหญ่ ตำบลท่าไม้ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์

นอกจากนี้ ได้จัดชุด “Army Barber Delivery” โดยน้อง ๆ ทหารกองประจำการ ให้บริการตัดผมฟรีแก่ผู้สูงอายุ เด็ก และประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งให้ความรู้และฝึกสาธิตการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) ควบคู่กับการสาธิตการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) เพื่อเสริมสร้างทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉิน เพิ่มโอกาสรอดชีวิตในภาวะวิกฤต

อีกทั้งได้ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “ส่งรักให้ผู้พิทักษ์ชายแดน” เปิดโอกาสให้ร่วมเขียนข้อความให้กำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน โดยเพื่อส่งต่อความห่วงใยจากแนวหลังสู่แนวหน้า เสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงของประเทศ

ในการนี้ นางสาว ชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด และร่วมเขียนข้อความในกิจกรรม “ส่งรักให้ผู้พิทักษ์ชายแดน” เพื่อส่งพลังใจถึงกำลังพลแนวหน้าที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงของประเทศ

จากนั้นได้ดำเนินการพ่นหมอกควันในพื้นที่ชุมชนและโรงเรียน เพื่อกำจัดยุงลายและแมลงพาหะนำโรค ลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกและโรคติดต่อในกลุ่มเด็กนักเรียนและประชาชนในพื้นที่ สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เอื้อต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ

โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 มุ่งมั่นดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ตามนโยบายของกองทัพบกในการเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์ พร้อมยืนหยัดเคียงข้าง ดูแล และแบ่งเบาภาระของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบาย “กองทัพบกเพื่อประชาชน” อย่างแท้จริง


นที มีเดช รายงาน

“องคมนตรี” ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ในพื้นที่ จ.พะเยา

มทบ.34 ให้การต้อนรับ องคมนตรีในการตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา จ.พะเยา


เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 69 เวลา 10.15 น. ผบ.มทบ.34 มอบหมายให้ พ.อ. โรมรัน ชูก้าน รอง ผบ. มทบ.34(1)/รอง ผอ.รมน.จังหวัด พ.ย. (ท.) ร่วมให้การต้อนรับ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรีในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษาและคณะ ในการเดินทางมาตรวจเยี่ยม, รับฟังผลการดำเนินงาน ของคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา ของ โรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ณ รร.ปงรัชดาภิเษก อ.ปง จ.พะเยา, รร.บ้านสระ และ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทต.เชียงม่วน อ.เชียงม่วน จ.พะเยา

สำหรับ รร.ปงรัชดาภิเษก, รร.บ้านสระ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทต.เชียงม่วน เป็นโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา เพื่อสนองพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ร.9 ซึ่งดำเนินการตาม 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ ปลูกฝังเยาวชนให้เป็นกำลังหลักที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ อีกทั้งปลูกฝังความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติต่อไป

#ต้อนรับองคมนตรี #รร.ในโครงการทุนการศึกษา #มณฑลทหารบกที่ 34 #กองทัพภาคที่3#กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติเห็นชอบให้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาอบต.และนายกอบต. อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติเห็นชอบให้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการเปิดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรกในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐมแจ้งว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติเห็นชอบให้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยประธานกรรมการการเลือกตั้งได้โปรดลงนามประกาศการเลือกตั้งดังกล่าวแล้ว ดังนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 53 วรรคสอง และมาตรา54วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562ประกอบข้อ 6 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 อำเภอนครชัยศรี จึงเรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรก จำนวน 20 แห่ง

โดยนายอำเภอนครชัยศรี ได้กล่าวเน้นย้ำในการเป็นประธานการเปิดประชุมสภาฯ ครั้งแรก ขอให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล รวมถึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกท่าน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต สร้างความสมัครสมานสามัคคี ลดความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง เพื่อที่จะช่วยให้การดำเนินกิจการ/โครงการต่างๆ ขององค์การบริหารส่วนตำบล เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความเจริญก้าวหน้า พื้นที่เกิดการพัฒนา และที่สำคัญขอให้ดูแลปัญหาเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยอย่าปล่อยให้ประชาชนต้องไปร้องเรียนถึงอำเภอหรือจังหวัด เพราะจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนของพื้นที่นั้นๆ รวมถึงขอให้ทำงานเพื่อส่วนรวม เห็นแก่ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ภายใต้ขอบเขตที่ระเบียบกฎหมายกำหนด และต้องปฏิบัติธำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่คนในสังคม/ชุมชน เพื่อให้สมดังที่พี่น้องประชาชนคาดหวังว่าเลือกคนดี มีความรู้ มีความสามารถเข้ามาพัฒนาบ้านเมือง


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ประชาชนชาวสุพรรณบุรี แห่บริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์

ที่หอประชุมอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 19 ก.พ.2569 พ.จ.อ.สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี นางสุจิตรา ขาวประเสริฐ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี คณะทีมแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เนื่องจากโลหิต 1 ถุง สามารถช่วยชีวิตได้ถึง 3 คน จึงได้เชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมกัน เป็นผู้ให้กับกิจกรรม บริจาคโลหิตช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์

สำหรับกิจกรรมการรับบริจาคโลหิต ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนอำเภอบางปลาม้า และพื้นที่ใกล้เคียงพร้อมใจกันมาร่วมบริจาคโลหิตกันเป็นจำนวนมาก และผู้ที่มาบริจาคโลหิตทุกคน จะได้รับแจกข้าวสาร ถุงละ 5 กก.คนละ 1 ถุง พร้อมกันนี้ทางอำเภอได้จัดอาหาร เครื่องดื่ม ให้ผู้ที่มาบริจาคโลหิตรับประทานฟรี

พ.จ.อ.สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า กล่าวว่าการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตถือเป็นภารกิจหลัก ทุกๆ 3 เดือน จะร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกันรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ของอำเภอบางปลาม้า เนื่องจากคลังโลหิตมีการขาดแคลน ไม่มีอะไรสามารถทดแทนได้ และได้พยายามผลักดันให้มีผู้มาร่วมบริจาคให้มากที่สุด หลังจากที่มาบริจาคโลหิตแล้ว จะได้รับแจกอาหาร เครื่องดื่ม และข้าวสาร คนละ 5 กก.ให้ผู้ที่มาบริจาคโลหิตทุกคน ถือว่าการบริจาคโลหิตเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเพื่อนมนุษย์ สุขยิ่งใหญ่ที่สามารถทำได้ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมาก การบริจาคโลหิต ยิ่งให้ ยิ่งได้ ความสุขของการให้ ต้องมาเป็นผู้ให้ ถึงจะรู้ว่ามีความสุขมากขนาดไหน

นายอำเภอบางปลาม้า กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเป็นคนกลัวเข็ม ไม่กล้าบริจาคโลหิต แต่หลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิตไป ความรู้สึกว่าอยากทำอะไรที่ให้เป็นบุญกุศลแก่พ่อแม่ จึงเห็นว่าการบริจาคโลหิตเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และสามารถทำได้ โดยการดูแลร่างกายของตัวเอง รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และออกกำลังกายเป็นประจำ ที่ผ่านมาได้บริจาคโลหิตเป็นประจำ ปัจจุบันได้บริจาคเกล็ดเลือดที่สภากาชาดไทยเดือนละ1 ครั้ง และตนได้บริจาคโลหิตไปแล้วจำนวน 238 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นอานิสงส์ใหญ่ให้แก่พ่อแม่และบุคคลทั่วไป ส่วนตัวแล้ว “การเป็นผู้ให้ สุขกว่าเป็นผู้รับ”

นายธนพิสิฐ จุมพลพาณิชย์ หรือผู้ใหญ่ตี๋ เจ้าของท่าข้าว (ตี๋) มณฑล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า เปิดเผยว่าได้นำข้าสารถุงละ 5 กก.มามอบให้กับทางอำเภอบางปลาม้า เพื่อแจกให้ผู้ที่มาบริจาคโลหิต จำนวน 50 ถุง และน้ำดื่ม จำนวน 20 แพ็ค วันนี้ได้มาบริจาคโลหิตเป็นครั้งที่ 4 แล้ว รู้สึกดีและมีความสุขมากที่ได้เป็นผู้ให้ ได้ทำบุญด้วยเลือด เชื่อว่ายิ่งทำ ยิ่งได้ และขอเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกันบริจาคโลหิตกันให้มากๆ

ทั้งนี้การบริจาคโลหิตในปี 2569 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 เป็นการบริจาคโลหิตต่อชีวิต 100 ปี มอบให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ส่วนพี่น้องประชาชนที่มีความประสงค์จะบริจาคโลหิต สามารถมาร่วมบริจาคโลหิตได้ ทางอำเภอบางปลาม้า จะจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต ทุกๆ 3 เดือน หรือสามารถบริจาคโลหิต ได้โดยตรงได้ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจาก ม.ศิลปากร ประจำปีการศึกษา 2567

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ประจำปีการศึกษา 2567

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.09 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ประจำปีการศึกษา 2567 ณ อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, ผู้พิพากษา,bหัวหน้าศาลแขวงนครปฐม, ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11, พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม, นายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร, กรรมการสภามหาวิทยาลัย, อธิการบดี, ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม, รองอธิการบดี, คณบดี, ผู้อำนวยการศูนย์/สถาบัน/สำนัก อาจารย์ ข้าราชการ ประธานสภานักศึกษา นักศึกษา ผู้แทนนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้แทนนักเรียนโรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย เฝ้าฯ รับเสด็จ

ในการนี้ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต ปริญญามหาบัณฑิต และปริญญาบัณฑิต จากคณะมัณฑนศิลป์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาห กรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ คณะโบราณคดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะอักษรศาสตร์ และคณะดุริยางคศาสตร์ รวม 3294 คน

โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาท ความตอนหนึ่งว่า “บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหา วิทยาลัยแล้ว ถือได้ว่าเป็นผู้รู้ ผู้มีความสามารถเพียงพอที่จะออกไปประกอบอาชีพการงาน เพื่อสร้างความสำเร็จแก่ตนเองและส่วนรวมในการทำงานสร้างสรรค์ความสำเร็จและความเจริญนั้น นอกจากจะต้องมุ่งกระทำแต่เฉพาะการงานที่สุจริตและเป็นประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดโทษเสียหาย ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นแล้ว บัณฑิตควรตระหนักด้วยว่า คนเราแม้จะมีความรู้ความสามารถสูง แต่ก็ไม่อาจสร้างความสำเร็จทุกสิ่งได้โดยลำพัง หากต้องได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากผู้อื่นฝ่ายอื่นอย่างพร้อมเพรียงด้วย บัณฑิตจึงต้องมีความเฉลียวฉลาดในการประสานสามัคคี ประสานประโยชน์กับผู้ร่วมงานทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กิจการงานที่ทำจะได้ดำเนินลุล่วง และสำเร็จผลเป็นประโยชน์ที่แท้ คือเป็นความเจริญมั่นคงแก่ตัวบัณฑิตเอง แก่งานที่ปฏิบัติและแก่ประเทศชาติของเรา”


สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

กาญจนบุรี ซักซ้อมเข้มกลไก NRM คัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์ เสริมประสานงานทุกภาคส่วน

กาญจนบุรี ซักซ้อมเข้มกลไก NRM คัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์ เสริมประสานงานทุกภาคส่วน

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 เวลา 13.30 น. ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 136 อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นำหัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด และข้าราชการตำรวจ ภ.จว.กาญจนบุรี เข้าร่วมการซักซ้อมการปฏิบัติงานตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM)

การซักซ้อมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดแยกผู้เสียหายจากการถูกบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นระบบ

ทั้งนี้ มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม อาทิ กอ.รมน., ฝ่ายปกครอง, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานแรงงานจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกาญจนบุรี, สำนักงานจัดหางานจังหวัด, องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 และมูลนิธิวันสกาย

การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เจ้าหน้าที่เกิดความชำนาญในการปฏิบัติหน้าที่ เข้าใจขั้นตอนการส่งต่อผู้เสียหายตามกลไก NRM อย่างถูกต้อง และเสริมสร้างการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.


///////#กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

พล.ร.9 กำหนดมาตรการป้องกันการก่อเหตุกราดยิง (Active Shooting) ในสถานศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายสุรสีห์ เพื่อดูแลความปลอดภัยของบุตรหลานกำลังพล

พล.ร.9 กำหนดมาตรการป้องกันการก่อเหตุกราดยิง (Active Shooting) ในสถานศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายสุรสีห์ เพื่อดูแลความปลอดภัยของบุตรหลานกำลังพล

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ได้มอบหมายให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 เข้าพบ พลตำรวจโท ศักดิ์รพี เพรียวพานิช ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อหารือและกำหนดมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย บุตรหลานของกำลังพลที่เข้ารับการอนุบาลภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายสุรสีห์ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน มีการนำเสนอข่าวสารการก่อเหตุกราดยิง (Active Shooting) ในสถานศึกษาและพื้นที่ชุมชนบ่อยครั้ง

ในเวลาต่อมา พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 จึงนำคณะ เสนาธิการกรมทหารราบที่ 29 และ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 29 เข้าพบ พลตำรวจโท ศักดิ์รพี เพรียวพานิช ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อหารือแนวทางในการป้องกันการก่อเหตุกราดยิงในสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายสุรสีห์ ซึ่ง กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 29 เป็นหน่วยรับผิดชอบ พร้อมทั้งได้นำแนวทางต่าง ๆ มากำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย และกำหนดแผนการซักซ้อมเมื่อเกิดเหตุ โดยมุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่เกิดความเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้ตามขั้นตอน เพื่อป้องกันการก่อเหตุต่าง ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อบุตรหลานในสถานศึกษา

ในการนี้ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของบุตรหลานกำลังพล ซึ่ง กรมทหารราบที่ 29 ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง จึงได้เข้าพบ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อหารือและนำแนวทางมากำหนดมาตรป้องกันการก่อเหตุกราดยิง (Active Shooting) และได้เตรียมการจัดชุดวิทยากรมาอบรมให้ความรู้ในโอกาสต่อไป ตามนโยบายและข้อห่วงใยของผู้บังคับบัญชา


///////#กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก