หน่วยงานรัฐในตำบลปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จัดรณรงค์ป้องกันฝุ่นพิษด้วยการสวมหน้ากากอนามัย

หน่วยงานรัฐในตำบลปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน จัดรณรงค์ป้องกันฝุ่นพิษด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น.- 11.00 น. นายชนกันต์ มั่นคง ผู้ช่วยฝ่ายปกครองบ้านสบสอย ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ได้รายงานต่อ ว่าที่พันตรี ยุทธนา เจ้าดูรี นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ว่า บ้านสบสอยโดย คณะกรรมการหมู่บ้าน ศูนย์สุขภาพประจำตำบลปางหมู เจ้าหน้าที่ อบต.ปางหมู อสม.ประจำหมู่บ้าน ครู นักเรียนโรงเรียนบ้านสบสอยได้ร่วมเดินรณรงค์ดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากฝุ่น pm.2.5 ให้กับชาวบ้านสบสอย ที่กำลังประสบกับปัญหาฝุ่นพิษจากควันไฟป่าที่เกินค่ามาตรฐานมาหลายวัน ทำให้ทุกคนหายใจลำบาก ผู้สูงอายุต่างป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ รวมไปถึงเด็กเล็กที่มีน้ำมูกไหลตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามทางด้านสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ประกาศให้ราษฎรทุกคนให้สวมใส่หน้ากากอนามัย แบบ N-95 เท่านั้น เนื่องจากสามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนที่ลอยเจือปนในอากาศในดีกว่า หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา

อนึ่งราษฎรทั่วไป ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมีความเข้าใจเรื่องหน้ากากอนามัย ที่ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ 2.5 ไมครอน ส่วนใหญ่จะใส่หน้ากากแบบธรรมดา ซึ่งไม่สามารถป้องกันฝุ่นพิษไห้เข้าสู่ร่างกายได้ และสำหรับหน้ากากอนามัยแบบ N-95 ไม่ค่อยมีคนซื้อใช้เนื่องจากมีราคาแพง แพ็ค 3 อัน ราคา 120 บาท ทำให้หันไปใช้ของถูกแบบธรรมดา ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยไม่ได้ลดลงเมื่อสวมหน้ากากอนามัยแบบธรรมดา



ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน งาน “วันสายใจไทย” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน งาน “วันสายใจไทย” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานเนื่องใน “วันสายใจไทย” ที่สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดย นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย พลเอก ดร. ศิริ ทิวะพันธุ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 นางประนอม ทิวะพันธุ์ นายกสมาคมสตรีอาสารักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการและสมาชิกชมรมสายใจไทยจังหวัดพิษณุโลก – พิจิตร ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง พลโทบรรยงค์ สิรสุนทร ประธานชมรมสายใจไทยพิษณุโลก – พิจิตร กล่าวว่า วันสายใจไทย จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งถือเป็นวันสำคัญของปวงชนชาวไทย

มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือทหาร ตำรวจ และประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ พิการ หรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ โดยให้การสงเคราะห์ทั้งด้านการดำรงชีพ การรักษาพยาบาล การฝึกอาชีพ และการดูแลครอบครัว เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ทั้งนี้ สมาชิกชมรมสายใจไทยทั่วประเทศ ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องตลอดมา


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 มอบมะม่วงช่วยเหลือเกษตรกร แจกจ่ายกำลังพล พร้อมมอบเสื้อยืดให้น้องทหาร สร้างขวัญกำลังใจภายในหน่วยทหาร

แม่ทัพภาคที่ 3 มอบมะม่วงช่วยเหลือเกษตรกร แจกจ่ายกำลังพล พร้อมมอบเสื้อยืดให้น้องทหาร สร้างขวัญกำลังใจภายในหน่วยทหาร

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 08.15 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในกิจกรรมมอบมะม่วงให้แก่กำลังพลภายในกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ที่ หน้ากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมะม่วงดังกล่าวเป็นผลผลิตที่กองทัพภาคที่ 3 ดำเนินการรับซื้อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จากสถานการณ์มะม่วงราคาตกต่ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ตามการประสานงานของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก

จากสถานการณ์ราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ปรับตัวลดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3 ได้ให้การสนับสนุนและร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการรับซื้อผลผลิตมะม่วงจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับกำลังพลภายในหน่วย ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว ยังเป็นการช่วยลดค่าครองชีพให้กับกำลังพล และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพกับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบเสื้อยืดรองในให้กับน้อง ๆ พลทหาร สังกัดกองร้อยกองบังคับการกองทัพภาคที่ 3 เพื่อเป็นการดูแลสวัสดิการและสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลชั้นผู้น้อย ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพ โดยแสดงถึงความห่วงใยและการให้ความสำคัญต่อกำลังพลทุกระดับชั้น

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย พลตรี เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ร่วมรับมอบมะม่วงจาก สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ซึ่ง กองทัพภาคที่ 3 ได้รับซื้อผลผลิตมะม่วงจากเกษตรกรโดยตรงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาจากสถานการณ์ราคาผลผลิตทางการเกษตรมะม่วงตกต่ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้นำจิตอาสาพระราชทานสนับสนุนในการรับมอบขนย้ายผลผลิตดังกล่าวเพื่อดำเนินการส่งมอบให้กับกำลังพลในสังกัด กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ในวันที่ 3 เมษายน 2569 ต่อไป

สำหรับการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงบทบาทของกองทัพภาคที่ 3 ในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกร รวมทั้งการดูแลสวัสดิการกำลังพลควบคู่กันไป อันเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และขวัญกำลังใจของกำลังพลอย่างเป็นรูปธรรม


นที มีเดช รายงาน

676 ปี วันสถาปนากรุงศรีอยุธยา ทำบุญใหญ่ ใจกลางเมือง กรุงเก่า

676 ปี วันสถาปนากรุงศรีอยุธยา ทำบุญใหญ่ ใจกลางเมือง กรุงเก่า อาราธนาพระภิกษุสงฆ์ มาทั้งสิ้น 1,109 รูป บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ท่านรัฐมนตรี กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา พร้อมภรรยา มาเป็นประธาน ทำบุญใหญ่กลางเมืองพระนครศรีอยุธยา พร้อม ท่าน ชวนินทร์ วงค์สถิตจิรกานต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ อส . อสม พ่อค้าประชาชน มาร่วมทำบุญครั้งใหญ่บริเวณหน้า วัดมหาธาตุ


สุขุมแก้วกุดั่น อยุธยา

มหาสงกรานต์หนึ่งเดียวในโลกที่นครศรีธรรมราชสู้ภาวะเศรษฐกิจถดถอย นายกเล็กเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวภาคใต้ทะลัก-เมืองคอนมากสุด

มหาสงกรานต์หนึ่งเดียวในโลกที่นครศรีธรรมราชสู้ภาวะเศรษฐกิจถดถอย นายกเล็กเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวภาคใต้ทะลัก-เมืองคอนมากสุด

ที่บริเวณสวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ผู้บริหารทุกส่วนงานของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เปิดเวทีแถลงการณ์เตรียมการจัดเทศกาลมหาสงกรานต์นางดานนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่รากเหง้าจากพราหมณ์-ฮินดู ที่มีอิทธิพลก่อนพุทธศาสนาจะรุ่งเรืองสู่คาบสมุทรทะเลใต้ และมีการสืบทอดมหาสงกรานต์โบราณนี้หลงเหลือเพียงทีเดียวในโลกคือนครศรีธรรมราชเท่านั้น

นายกณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ระบุว่าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออก แต่เมื่อดูตัวเลขนักท่องเที่ยวในภาคใต้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนมีนาคมสูงถึง 8.9 แสนคน ในจำนวนนี้มาที่นครศรีธรรมราชมากที่สุด มหาสงกราต์นางดานนครศรีธรรมราช ถือเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่วิถีเก่าแก่ของพิธีกรรมฮินดูพราหมณ์ยังหลงเหลืออยู่ที่นี่ มีการสืบทอดมายาวนาน เราจึงใช้โอกาสที่เรียกว่าทุนทางวัฒนธรรมในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลสำคัญนี้

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมสำคัญเช่นการอัญเชิญพระพุทธสิหิงส์องค์ 1 ใน 3 ของประเทศไทยให้สรงน้ำถึง 2 วัน จากเดิมแค่ 1 วัน เ การปิดถนนราชดำเนิน ติดตั้งอุโมงค์น้ำมหามงคลจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 แหล่งของนครศรีธรรมราช ที่มีส่วนในมหาพิธีสำคัญของประเทศไทยมาแต่โบราณ

สำหรับพิธีแห่นางดานเป็นประเพณีที่เก่าแก่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งมีชุมชนพราหมณ์เกิดขึ้นในนครศรีธรรมราช หรือเมื่อราว พ.ศ. 1200 โดยเป็นงานประเพณีที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย และหลงเหลืออยู่เพียงที่เดียวในโลก เพื่อบูชาเทพบริวารในคติพราหมณ์ เกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์ และพระจันทร์, แผ่นที่สองรูปพระแม่ธรณี และแผ่นที่สามคือรูปพระนางคงคา จะมารรอรับเสด็จพระอิศวรที่เสด็จมาเยี่ยมมนุษย์โลก ณ เสาชิงช้า ในช่วงเปลี่ยนศักราชใหม่ ตามความเชื่อการเสด็จลงมาของพระอิศวรจะต้องเสด็จลงมาในเดือนอ้ายซึ่งเป็นปีใหม่ของฮินดู-พราหมณ์ ปัจจุบัน

ประเพณีแห่นางดาน กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 เมษายนของทุกปี โดยมีขบวนแห่นางดาน และการโล้ชิงช้า และกิจกรรมสำคัญมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 เมษายน 2569 วันที่ 11 เมษายน 2569 จะมีพิธีบวงสรวงพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ปฐมกษัตริย์ผู้สร้างความรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรตามพรลิงค์, พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, ศาลหลักเมือง และหอพระสูง ,วันที่ 12 เมษายน 2569 พิธีพุทธาภิเษกน้ำศักดิ์สิทธิ์ 6 แหล่ง ที่รวมความศักดิ์สิทธิ์จากแหล่งน้ำสำคัญทั่วจังหวัด ,วันที่ 13-14 เมษายน 2569 พิธีสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ และในวันที่ 14 เมษายน 2569 มีขบวนแห่นางดาน อลังการเมืองนคร ณ หอพระอิศวร มุ่งสู่สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช และการแสดงแสง สี เสียง นางดาน อลังการเมืองนคร THE ONLY IN THAILAND.


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า ขับเคลื่อนติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า ขับเคลื่อนติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เป็นประธาน การประชุมติดตามสถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และการปฏิบัติงานของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด 17 จังหวัด ประจำสัปดาห์ ณ อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ต่อมา แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ พันเอก วัชรพล แก้วปัญญา หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า และ ทีมนักบิน เฮลิคอปเตอร์ KA-32 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ vtc กับ ส่วนสนับสนุนการปฏิบัติการบินควบคุมไฟป่า กองทัพอากาศ (ส่วนหน้า) เพื่อหารือแนวทางการใช้อากาศยานดับไฟป่า และแบ่งมอบเป้าหมาย ณ อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

และ กองทัพบก ได้จัดส่ง อากาศยาน MI -17, เจ้าหน้าที่ และยุทโธปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3 ถึงที่หมายเรียบร้อย ณ ลานจอดอากาศยาน ค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

รองเลขานุการศอ.จอส.ภัยพิบัติภาค 3 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมอาลัย “นายบุญมา ผ้าแดง” บุคคลผู้เสียสละเพื่อภารกิจดับไฟป่า

รองเลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมอาลัย “นายบุญมา ผ้าแดง” บุคคลผู้เสียสละเพื่อภารกิจดับไฟป่า

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 มอบหมายให้ พันเอก บรรจง คะวงศ์ดอน รองเลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 พร้อมด้วย พันโท วิริทธิ์พล สบบง ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ควบคุมศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 วางพวงหรีด เพื่อเคารพศพ นาย บุญมา ผ้าแดง อาสาดับไฟป่าฯ ซึ่งเสียชีวิตในการออกไปปฏิบัติภารกิจลาดตระเวณป้องกันและควบคุมไฟป่า ณ วัดสิทธิทรงธรรม ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียง ใหม่ เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง เข้าร่วมเพื่อแสดงความอาลัยและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้วายชนม์

สำหรับกำหนดการสวดพระอภิธรรม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–3 เมษายน 2569 เวลา 20.00 น. และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ สุสานบ้านสะลวงใน ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

นายบุญมา ผ้าแดง เป็นผู้ที่อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะภารกิจด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและความปลอดภัยของชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ การจากไปของท่านนับเป็นความสูญเสียอย่างยิ่งต่อครอบครัวและสังคม คุณงามความดีและความเสียสละของท่านจะยังคงเป็นที่จดจำ และเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าแก่คนรุ่นหลังสืบไป ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติอย่างสงบ


นที มีเดช รายงาน

ปฏิบัติการ “ฝนหลวง” เริ่มเห็นผล เตรียมเพิ่มเครื่องบินเสริมอีก 2 ลำ ช่วยเร่งระบายฝุ่น PM2.5

ปฏิบัติการ “ฝนหลวง” เริ่มเห็นผล เตรียมเพิ่มเครื่องบินเสริมอีก 2 ลำ ช่วยเร่งระบายฝุ่น PM2.5

ศูนย์ปฏิบัติฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยข้อมูลว่า จากการที่ได้เดินหน้าปฏิบัติการ “ทวงคืนอากาศบริสุทธิ์” อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ส่งเครื่องบินรวม 4 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน Kasa 2 ลำ และ L410 อีก 2 ลำ เข้าสนับสนุนภารกิจเร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ 3 รูปแบบ ได้แก่ การก่อเมฆ การเลี้ยงเมฆ และการเจาะชั้นบรรยากาศร้อน เพื่อช่วยเร่งการระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กออกจากชั้นอากาศที่ปกคลุมพื้นที่

จากการปฏิบัติการดังกล่าวตลอด 2 วันที่ผ่านมา พบว่า เริ่มเห็นผลลัพธ์เชิงบวกอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เกิดการระบายฝุ่นละอองในพื้นที่ได้มากขึ้น และในวันที่ 5 เมษายน นี้ ได้เตรียมเพิ่มเครื่องบินอีก 2 ลำ พร้อมเครื่องบินคิงแอร์อีก 1 ลำ สำหรับตรวจสภาพอากาศ ทำให้จะมีกำลังรวมเป็น 7 ลำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนและปฏิบัติการให้แม่นยำและมีประสิทธิ ภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำว่า การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้ได้ผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องควบคู่กับการลดการเผาในพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาซ้ำอีก

ทั้งนี้ ปฏิบัติการฝนหลวงถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่สืบเนื่องจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงคิดค้นขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และยังคงถูกนำมาใช้แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 และ ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

กองทัพภาคที่ 3 และ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จั พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2569 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณศาลหลักเมือง (เก่า) พระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ในการนี้ กำลังพลจิตอาสาพระราชทานจากหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และส่วนราชการในพื้นที่ ได้ร่วมกันพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาด เก็บกวาดขยะ ตัดแต่งกิ่งไม้ และปรับปรุงพื้นที่โดยรอบบริเวณศาล หลักเมือง (เก่า) พระราชวังจันทน์ เพื่อให้สถานที่มีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และเป็นการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อส่วนรวม

นอกจากนี้ คณะจิตอาสายังได้เดินทางลงพื้นที่ชุมชนรอบค่าย เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุ มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้ป่วยและผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยทหารกับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการน้อมนำแนวทางจิตอาสาพระราชทานมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการทำความดีด้วยหัวใจ การเสียสละเพื่อส่วนรวม และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชน อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ


นที มีเดช รายงาน

“รวมพลังแห่งความจงรักภักดี” บริจาคโลหิตน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคลายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวม 13,500 ซีซี

“รวมพลังแห่งความจงรักภักดี” บริจาคโลหิตน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคลายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวม 13,500 ซีซี

พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 พร้อมด้วย พันเอก สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ นำกำลังพลจิตอาสาเข้าร่วมบริจาคโลหิต ภายใต้ “กิจกรรมบริจาคโลหิต” เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคลายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ สโมสรนายทหารค่ายจิรประวัติ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

ผู้บัญชามณฑลทหารบกที่ 31 ได้มอบเข็มกลัดเชิดชูเกียรติแก่กำลังพลจิตอาสาที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและยกย่องจิตสำนึกแห่งการเสียสละเพื่อส่วนรวม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการทำความดีด้วยจิตอาสา พร้อมทั้งร่วมสนับสนุนการจัดหาโลหิตสำรองให้กับโรงพยาบาล เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยและช่วยเหลือประชาชนในยามฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญด้านมนุษยธรรมของกองทัพบก

โดยมี โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 สนับสนุนกำลังพลทางการแพทย์ จัดชุดเจ้าหน้าที่ดำเนินการคัดกรองผู้บริจาคโลหิต ดูแลความปลอดภัย และเฝ้าระวังอาการภายหลังการบริจาคอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ กรมแพทย์ทหารบก และเกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้ ผลการดำเนินกิจกรรมสามารถรวบรวมโลหิตได้รวมทั้งสิ้น 13,500 ซีซี นับเป็นอีกหนึ่งพลังแห่งการให้ ที่สะท้อนถึงความร่วมมือร่วมใจ ความเสียสละ และความห่วงใยต่อสังคมของกำลังพลจิตอาสาในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง


นที มีเดช รายงาน