สมาคมผู้ปกครองและครูฯ รร.จักรคำคณาทร มอบทุน “เพชรจักรคำ” ประจำปี 2569 ส่งเสริมเยาวชนเรียนดี มีคุณธรรม เป็นแบบอย่างแก่สังคม

สมาคมผู้ปกครองและครูฯ โรงเรียนจักรคำคณาทร มอบทุน “เพชรจักรคำ” ประจำปี 2569 ส่งเสริมเยาวชนเรียนดี มีคุณธรรม เป็นแบบอย่างแก่สังคม #ลูกจักรคำฯเป็นผู้นำสร้างสรรค์สังคม

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ ห้องประชุมดาราดิเรก โรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน นายธำรงค์ หน่อเรือง ผู้อำนวยการโรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนายธนารักษ์ วงศ์ษา นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน คณะกรรมการสมาคมฯ คณะผู้บริหาร และคณะครูร่วมกันมอบทุนการศึกษา “โครงการเพชรจักรคำ” ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งสมาคมผู้ปกครองและครูฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนความมุ่งมั่นของเยาวชน จึงได้มอบงบประมาณสำหรับเป็นทุนการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 360,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพไปสู่ความเป็นเลิศในระดับที่สูงขึ้น โอกาสนี้ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนัก เรียนระดับชั้น ม.1 จำนวน 30 ทุน และระดับชั้น ม.4 จำนวน 30 ทุน รวมทั้งหมด 60 ทุนๆ ละ 6,000 บาท

นายธำรงค์ หน่อเรือง ผู้อำนวยการโรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน ประธานในพิธีได้กล่าวแสดงความชื่นชมและร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคนที่ได้รับทุนการศึกษา ซึ่งความสำเร็จในวันนี้ถือเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่น อดทน และความอุตสาหะในการทบทวนตำราเรียน พร้อมกันนี้ ได้มอบโอวาทและกำลังใจ โดยขอให้นักเรียนทุนเพชรจักรคำทุกคนรักษามาตรฐานผลการเรียนและความดีงามนี้ไว้ ขอให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มกำลังความสามารถ หมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และนำวิชาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมต่อไป

สำหรับ “ทุนการศึกษาเพชรจักรคำ” นับเป็นโครงการสำคัญที่ทางโรงเรียนและสมาคมผู้ปกครองและครูฯ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง ส่งเสริม และสนับสนุนนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับยอดเยี่ยม มีความประพฤติเรียบ ร้อย และเป็นแบบอย่างที่ดี โครงการนี้มีกระบวนการเฟ้นหานักเรียนทุน เป็นไปอย่างเข้มข้นและมีมาตรฐานระดับสูง โดยนักเรียนที่มีสิทธิ์รับทุนจะต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม และต้องผ่านกระบวนการสอบแข่งขันวัดความรู้ทางวิชาการ ซึ่งผู้ที่ผ่านการพิจารณาคือผู้ที่สามารถทำคะแนนสอบคัดเลือกได้ในลำดับสูงสุดของแต่ละระดับชั้น ตลอดจนผ่านการประเมินคุณสมบัติรอบด้านจากคณะกรรมการ เพื่อให้ได้มาซึ่งนักเรียนที่เป็นดั่ง “เพชร” อันทรงคุณค่าของโรงเรียนอย่างแท้จริง


นที มีเดช รายงาน

เรือนจำกลางลพบุรี จัดกิจกรรมยุติธรรมรวมใจเทิดพระเกียรติองค์ภาฯ

จังหวัดลพบุรี – เรือนจำกลางลพบุรี จัดโครงการ “ยุติธรรมรวมใจ สืบสานพระปณิธาน น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เชิญชวนข้าราชการ ประชาชน ร่วมบริจาคโลหิตเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ อาคารหนุมาน เรือนจำกลางลพบุรี นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ “ยุติธรรมรวมใจ สืบสานพระปณิธาน น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” ภายใต้กิจกรรมการบริจาคโลหิต การให้บริการประชาชนและการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

โดยมี นายวินัย หมวกมณี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม มณฑลทหารบกที่ 13 ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี และประชาชน เข้าร่วมพิธี โดยได้รับความร่วมมือจากภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 2 จังหวัดลพบุรีดำเนินการรับบริจาคโลหิตกิจกรรมสำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การถวายความอาลัย การบริจาคโลหิต นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ. การให้บริการประชาชน กิจกรรมออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องราชทัณฑ์

นายประยูร ศิริวรรณ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและการหลอมรวมพลังของทุกภาคส่วนในจังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระกุศล ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงอุทิศพระองค์ ในการปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและพัฒนาระบบงานยุติธรรมของไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหยิบยื่นโอกาสการพัฒนาทักษะอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ก้าวพลาดที่กระทรวงยุติธรรมรับผิดชอบดูแล

ซึ่งพระกรณียกิจ ที่ทรงสืบสานและยังเป็นประโยชน์สุขแก่พสกนิกรไทยที่สำคัญ ได้แก่ มูล นิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย โครงการกำลังใจ ที่ทรงก่อตั้งโครงการขึ้นใน ปี พ.ศ. 2549 เพื่อให้ความช่วยเหลือและมอบโอกาสแก่ผู้ต้องขังหญิง โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมการฝึกทักษะอาชีพ เพื่อสร้างโอกาสในการกลับเข้าสู่สังคมหลังพ้นโทษ และ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์จากพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของประชาชนทุกส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังหรือประชาชนทั่วไป ให้มีสิทธิในการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ร่วมส่ง ต่อโอกาสในการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ อันเป็นการสืบสานพระปณิธานด้านความยุติธรรมและมนุษยธรรมที่ทรง มุ่งมั่นตลอดมา


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ขนส่ง จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดประมูลหมายเลขทะเบียน ครั้งที่ 19

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 8.30 น. ขบวนแห่ประชาสัมพันธ์ประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาครั้งที่ 19 โดยนายปริญญา ผอ. ขน ส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่หลายๆ หน่วยงาน ร่วมแห่ขบวนการประมูลหมายเลขสวยๆ เช่น รถเก๋งรถมอเตอร์ไซค์ตอง 9 และอักษร ข.ง คุ้มทรัพย์เศรษฐีเงินทองยิ่งทวีคูณ เศรษฐีอยุธยา ขบวนแห่รอบเกาะเมืองอยุธยา ขบวนจะมาที่ขนส่งจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาพร้อมแจกอาหารข้าวกล่องกับขบวนแห่รถตุ๊กๆสามล้อกว่า 10 คัน


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

“แม่ทัพภาคที่ 2” ตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วยหลายระดับ (ระดับกองพัน) ประปี 2569

“แม่ทัพภาคที่ 2” ตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วยหลายระดับ (ระดับกองพัน) ประปี 2569

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและติดตามผลการฝึกเป็นหน่วยหลายระดับ (ระดับกองพัน) ประจำปี 2569 ของ กองพันทหารราบที่ 2 กองพลทหารราบที่ 3 ณ ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธี กองทัพบก จังหวัดลพบุรี โดยได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมการฝึก แผนยุทธการ ตลอดจนแนวทางการดำเนินกลยุทธ์ และเข้าชมการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (LFX) ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์การรบเสมือนจริงเพื่อทดสอบขีดความสามารถ ความเด็ดขาด และการประสานสอดคล้องของกำลังพลในระดับกองพันผสม

ในการนี้แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะพูดคุยเพื่อมอบแนวทางและให้คำแนะนำแก่กำลังพลเน้นย้ำถึง การพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญ: ยกระดับขีดความสามารถของกำลังพลให้มีความพร้อมรบระดับสูงสุด เพื่อรองรับภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น รวมถึงมาตรการความปลอดภัยในการฝึก โดยกำชับให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามระเบียบและมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด (Strict Safety) โดยให้ถือว่าความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในทุกขั้นตอนการฝึก

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #ฝึกเพื่อพร้อมรบ #ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

ช่วงเย็นวันนี้ อุทกภัยฝนตกหนักเกิดดินสไลด์ดินโคลนไหลถล่มปิดทับเส้นทาง หลวงหมายเลข 1256 บริเวณบ้านน้ำดั้น อุทยานแห่งชาติดอยภูคา –อำเภอบ่อเกลือ

น่าน – ช่วงเย็นวันนี้ 31 ก.ค. 69 เกิดอุทกภัยฝนตกหนักทำให้ดินสไลด็ลงปิดทับผิวทาง ทางหลวงหมายเลข 1256 บริเวณบ้านน้ำดั้น ช่วงอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ไปอำเภอบ่อเกลือ เมื่อเวลา 18.30 น. สามารถเปิดการจราจรให้รถทุกชนิดสัญจรได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว

31 ก.ค. 69 ณ ห้องปฏิบัติการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา Doi Phu Kha Nation Park นายรณกฤต จักร์เงิน. หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13(แพร่) เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ด่วน จากเหตุการณ์เมื่อเวลา 17.00 น. เกิดอุทกภัยฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดดินสไลด็ จากไหล่เขาได้ไหลลงมาปิดทับผิวทาง พร้อมเศษต้นไม้และกิ่งไม้จำนวนมากกีดขวางเส้นทาง ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ บนทางหลวงหมายเลข 1256 ที่กม.26+000 บริเวณ บ้านน้ำดั้น ตำบลภูคา อ.ปัว จ.น่าน ช่วง อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – บ่อเกลือ

ได้ส่งทีม เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา 1 ชุด ลงพื้นที่ ร่วมกับ นายลักษ์ อินปา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูคา พร้อมเจ้าหน้าที่ และแขวงทางหลวงน่านที่ 2 ได้นำกำลังและเครื่องจักรเข้าเร่งเคลียร์ดินและสิ่งกีดขวางออกจากผิวการจราจรอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งในเวลา 18.30 น. สามารถเปิดการจราจรให้รถทุกชนิดสัญจรได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว

ทางด้าน นายพิพัฒน์ เพ็ชร์พิพัฒน์ นายอำเภอปัว ได้รับรายงานเหตุการณ์ ดินสไลด์ปิดทับผิวทาง บนทางหลวงหมายเลข 1256 (ตอน ปัว – อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – บ่อเกลือ) บริเวณ กม.26+000 ส่งผลให้รถโรงพยาบาลบ่อเกลือที่กำลังใช้เส้นทางดังกล่าว ถูกดินไหลปิดเส้นทางไม่สามารถผ่านได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

นายรณกฤต จักร์เงิน. หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา กล่าวว่า ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางดังกล่าว โปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดดินสไลด์เพิ่มเติมได้

ผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง โปรดติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่อง อาจเกิดดินสไลด์หรือหินร่วงเพิ่มเติมได้ ขอความร่วมมือทุกท่านวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัย ครับ


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

รองแม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีถวายราชสักการะและพิธีพระราชทานทุนการศึกษาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปีการศึกษา 2569

รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ผู้บัญชาการมณ ฑลทหารบกที่ 310 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมพิธีถวายราชสักการะและพิธีพระราชทานทุนการศึกษาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปีการศึกษา 2569 มุ่งส่งเสริมเด็กและเยาวชนคนดีคนเก่งให้ได้รับการศึกษาต่อยอดสู่การพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. พลตรี ไมตรี ชูปรีชา รองแม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีถวายราชสักการะ พิธีพระราชทานทุนการศึกษาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ประจำปีการศึกษา 2569 โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุ โลก เป็นประธาน ณ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุทยานประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

พร้อมกันนี้ พลตรี ไมตรี ชูปรีชา รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 รับมอบเกียรติบัตรในการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่มูลนิธิจำนวน 60,000 บาท เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่มูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ประจำปีการศึกษา 2569 ในครั้งนี้ด้วย

โอกาสนี้ นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พลตรี สมบัติ บุญกอแก้ว ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 310 พลตรี วิษณุ วิจิตรพงษา ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 รวมถึงคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ คณะอนุกรรมการแสวงหากลั่นกรองคัดเลือกผู้รับพระราชทานทุน ผู้รับพระราช ทานทุนการศึกษา ผู้ให้การสนับสนุน ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ ผู้ปกครอง ข้าราชบริพาร และพสกนิกรเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ พลโท วิชิต วงศ์สังข์ รองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก กราบบังคมทูลรายงานและเบิกตัวผู้เข้ารับพระราชทานทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569 รวมทั้งสิ้น 15 ราย แบ่งเป็นทุนการศึกษาแบบต่อเนื่อง จำนวน 3 ราย (ทุนละ 85,000 บาทต่อปี จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี) และทุนการศึกษาแบบเฉพาะปีการศึกษา จำนวน 12 ราย เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย ตลอดจนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาของเด็กและเยาวชนในจังหวัดพิษณุโลกที่มีคุณสมบัติเป็น “คนเก่ง คนดี” ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา

สำหรับมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุ โลก จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2554 โดยได้ดำเนินการมอบทุนให้แก่นักเรียนตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 – 2568 ไปแล้วจำนวน 29 ราย ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนทุนที่สำเร็จการศึกษาและมีงานทำแล้วจำนวน 20 ราย ประกอบสัมมาชีพที่เป็นกำลังสำคัญของชาติ อาทิ แพทย์ พยาบาล วิศวกร โปรแกรมเมอร์ และครูอาจารย์ และกำลังศึกษาอยู่จำนวน 9 ราย

ภายในพิธี ผู้รับพระราชทานทุนการศึกษาทั้ง 15 ราย ได้ร่วมกันกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนเบื้องหน้าพระพักตร์พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมตั้งปณิธานที่จะมุ่งมั่น อดทน พาก เพียรในการศึกษาเล่าเรียน ประพฤติตนเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต อุทิศตนเสียสละเพื่อส่วนรวม และนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาบ้านเมือง เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณ ตอบแทนคุณแผ่นดินถิ่นเกิดให้มีความเจริญก้าวหน้าสถาพรสืบไป


นที มีเดช รายงาน

รองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช นำจิตอาสาปรับพื้นที่หาดทรายแก้ว วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร หลังเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา เพื่อคืนความสวยงามของพื้นที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นวันที่ 2

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นำจิตอาสาปรับพื้นที่หาดทรายแก้ว วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร หลังเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา เพื่อคืนความสวย งามของพื้นที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นวันที่ 2

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ตั้งเเต่เวลา 08.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรี ธรรมราช นำจิตอาสาพระราชทาน จากที่ทำการปกครองจังหวัดและเทศบาลนครนครศรี ธรรมราชร่วมทำความสะอาด และปรับภูมิทัศน์บริเวณหาดทรายแก้วและลานโพธิ์ภายในวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และสวยงาม เพื่อต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ ภายหลังจากยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569

โอกาสนี้ นายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การได้มาซึ่งการประกาศเป็นแหล่งมรดกโลกเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่การรักษานั้นยากยิ่งกว่า ดังนั้น จึงขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่แหล่งมรดกโลก เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยขอความร่วมมือจากประชา ชน โดยเฉพาะชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาความสะอาดของพื้นที่แหล่งมรดกโลก โดยขอความร่วมมือลดปริมาณขยะภายในวัด นำขยะกลับติดตัวไป หรือทิ้งขยะลงในถุงดำหรือภาชนะรองรับขยะที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ เพื่อรักษาคุณค่าความสวยงามของโบราณสถานไว้

ทั้งนี้ ขอความร่วมมืองดกระทำการอันทำให้แหล่งมรดกโลกเสื่อมคุณค่า หรือเสียหาย โดยเฉพาะพื้นที่หาดทรายเเก้ว โบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงอาคารต่าง ๆ ภายในวัด เพื่อคงคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่งมรดกโลกไว้

สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่แหล่งมรดกโลกจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วยจังหวัด วัดพระมหาธาตุ ฯ สำนักศิลปกรที่ 12 ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ได้ประชุมหารือไปแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการ เพื่อให้วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร คงคุณค่าความเป็นมรดกของชาวนครศรีธรรมราช เป็นมรดกของคนไทย และเป็นมรดกของโลกแบบยั่งยืนตลอดไป โดยในระหว่างการทำกิจกรรมจิตอาสา มีประชาชนนำอาหารและเครื่องดื่มมามอบให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย


ธีรศักดิ์ อักษรกุล รายงาน

ผมเห็นด้วยกับ “พับแลนด์บริดจ์” และนี่คือเหตุผล

เมื่อรัฐบาลประกาศผลการศึกษาว่า โครงการแลนด์บริดจ์มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจต่ำ ความเป็นไปได้ทางธุรกิจต่ำ และมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูง หลายคนรีบสรุปทันทีว่า นี่คือความล้มเหลวของโครงการขนาดใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งของประเทศ

แต่สำหรับผม ข่าวนี้มีความสำคัญมากกว่านั้น เพราะสิ่งที่กำลังเปลี่ยน ไม่ใช่แค่ “แลนด์บริดจ์” แต่คือ วิธีคิดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมักเริ่มต้นจาก “โครงการ” เมื่อมีแนวคิดสร้างโครงการขนาดใหญ่ เราจึงค่อยหาข้อมูลมาสนับสนุนว่าคุ้มค่าเพียงใด

แต่ประเทศที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่กลับทำตรงกันข้าม พวกเขาเริ่มจาก “ยุทธศาสตร์” แล้วจึงออกแบบโครงการให้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์นั้น

1. รัฐบาลกล้ายอมรับว่า “แลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุน”

ปัญหาของแลนด์บริดจ์ไม่ใช่เรื่องวิศวกรรม แต่คือเรื่อง “ธุรกิจ” รัฐบาลยอมรับว่า สายการเดินเรือระดับโลกมีพันธมิตรทางธุรกิจกับท่าเรืออยู่แล้ว โอกาสที่จะย้ายมาใช้แลนด์บริดจ์ของไทยจึงมีไม่มากอย่างที่เคยคาดหวังนี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุด เพราะต่อให้เราสร้างท่าเรือที่ดีที่สุด หรือรถไฟที่ทันสมัยที่สุด หากไม่มีลูกค้า โครงการก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ

2. ประเทศไทยกำลังตั้งโจทย์ผิดหรือไม่?

ผมเคยตั้งข้อสังเกตไว้หลายครั้งว่า แนวคิดแลนด์บริดจ์ตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญข้อหนึ่งคือ ประเทศไทยต้องแข่งขันกับช่องแคบมะละกา แต่ผมคิดว่า สมมติฐานนี้อาจผิดตั้งแต่ต้น ช่อง แคบมะละกาไม่ใช่คู่แข่งของประเทศไทย แต่เป็นเส้นทางเดินเรือธรรมชาติที่มีต้นทุนต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีเรือผ่านปีละหลายหมื่นลำ มีท่าเรือระดับโลก มีศูนย์กระจายสินค้า และมีเครือข่ายธุรกิจที่สั่งสมมาหลายสิบปีการจะดึงสายเรือออกจากระบบที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจไม่ใช่โจทย์ที่ประเทศไทยควรใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลเข้าไปแข่งขัน

3. ประเทศไทยควรแข่งขันในสิ่งที่เราได้เปรียบ

ประเทศไทยมีจุดแข็งที่แตกต่าง เราอยู่กึ่งกลางของภูมิภาค เชื่อมโยงอาเซียนกับจีน พูดได้ว่า เรามีทำเลที่ตั้งที่สามารถเชื่อมโยงภาคการผลิตกับท่าเรือได้ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยควรสร้าง อาจไม่ใช่ “ทางลัด” แต่คือ “เครือข่าย” นี่คือเหตุผลที่ผมมองว่า แนวคิด Missing Link (โครงข่ายคมนาคมที่ยังขาด เช่น สร้างทางรถไฟในช่วงที่ยังไม่มี เพื่อเชื่อมท่าเรือเข้ากับโครงข่ายรถไฟของประเทศ) ซึ่งรัฐบาลเสนอขึ้นมา น่าสนใจกว่าแลนด์บริดจ์ เพราะเป้าหมายของ Missing Link ไม่ใช่การแย่งเรือจากช่องแคบมะละกา แต่เป็นการเติมเต็ม “ส่วนที่ยังขาด” ของระบบคมนาคม เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมท่าเรือฝั่งอันดามันเข้ากับโครงข่ายรถไฟของประเทศ การเชื่อมต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และการเชื่อมโยงกับแหล่งผลิต นิคมอุตสาห กรรม รวมทั้งการเชื่อมกับโครงข่ายรถไฟไปยังลาวและจีนเมื่อเครือข่ายสมบูรณ์ ประเทศไทยจะมีทางเลือกในการขนส่งมากขึ้น ต้นทุนโลจิสติกส์ลดลง และความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมก็จะเพิ่มขึ้น

4. แต่ Missing Link ก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนจากแลนด์บริดจ์มาเป็น Missing Link ไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลจะประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ รัฐบาลยังต้องตอบคำถามสำคัญอีกหลายข้อ

  1. ยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ของประเทศไทยคืออะไร
  2. ท่าเรือฝั่งอันดามันควรอยู่ที่ระนองหรือที่อื่นที่เหมาะสมกว่า
  3. ท่าเรือฝั่งอันดามันจะเชื่อมกับท่าเรือแหลมฉบังและโครงข่ายรถไฟอย่างไร
  4. จะดึงผู้ประกอบการมาใช้ระบบได้อย่างไรหากยังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ Missing Link ก็อาจเป็นเพียงชื่อใหม่ของโครงการเดิม

5. เหตุผลที่ผมเห็นด้วยกับการ “พับแลนด์บริดจ์”

ผมไม่ได้เห็นด้วย เพราะไม่อยากเห็นประเทศไทยลงทุน และไม่ได้เห็นด้วย เพราะไม่เชื่อในศักยภาพของภาคใต้ แต่ผมเห็นด้วย เพราะการลงทุนทุกบาทของประเทศรัฐบาลควรตอบคำถามพื้นฐานให้ได้ว่า คุ้มค่าหรือไม่ มีผู้ใช้จริงหรือไม่ สร้างความสามารถในการแข่งขันได้จริงหรือไม่

การกล้าหยุด กล้าทบทวน และกล้าปรับทิศทาง ย่อมดีกว่าการเดินหน้าต่อด้วยความเสี่ยงของประเทศ และหากรัฐบาลสามารถเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนด้วย “โครงการ” มาเป็นการขับเคลื่อนด้วย “ยุทธศาสตร์” ได้จริง

ผมเชื่อว่า… การพับแลนด์บริดจ์ในวันนี้ อาจไม่ใช่จุดจบของความฝัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ไทยที่ถูกต้อง!


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
นักวิชาการด้านวิศวกรรมขนส่ง

แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา 28 กรกฎาคม 2569

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.00 น.พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนทะเลแก้ว) อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน มี ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก (ฝ่ายทหาร) นางพรศรี ตรงศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก พันเอก ทรงสิทธิ์ รอดสการ นายทหารกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เทศบาลนครพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีฯ

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ประธานในพิธี ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และถวายธูปเทียนแพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติพิธีสงฆ์อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล

ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก จะถวายผ้าไตรแด่ประธานสงฆ์ และพร้อมด้วย แม่ทัพภาคที่ 3 นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ผู้บัญ ชาการมณฑลทหารบกที่ 39 รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก (ฝ่ายทหาร) นายทหารกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พร้อมกรวดน้ำรับพร จากนั้น ผู้นำศาสนาอิสลามประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร และผู้นำศาสนาคริสต์ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพรตามลำดับ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสสำคัญดังกล่าว

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธีฯ ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลแด่พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 75 รูป ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความพร้อมเพรียงและความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวจังหวัดพิษณุโลก

โอกาสนี้ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดพิษณุโลก นำจิตอาสาพระราชทาน ร่วมอำนวยความสะดวกดูแลพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และผู้เข้าร่วมพิธีฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ด้วย


นที มีเดช รายงาน

รองผู้บัญชาการทหารบก ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

รองผู้บัญชาการทหารบก ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันนี้ (28 กรกฎาคม 2569) เวลา 07.00 น. ณ ท้องสนามหลวง พลเอก ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบกเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานในพิธี ในส่วนของผู้เข้าร่วมพิธีประกอบด้วย ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ คณะรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หัวหน้าส่วนราชการ และปลัดกรุงเทพมหานคร

กิจกรรมในเช้าวันนี้เริ่มต้นด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีถวายเครื่องไทยธรรม พิธีถวายผ้าไตรแด่พระสงฆ์ และพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 175 รูป จากนั้นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้นำผู้เข้าร่วมพิธีกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 อย่างพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้ พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินถือเป็นพิธีที่กระทำในโอกาสอันสำคัญยิ่งที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหมู่เหล่าจะได้แสดงความจงรักภักดีและความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นข้าราชการที่ดี เป็นพลังของแผ่นดิน และมีความตั้งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตามรอยพระยุคลบาทในฐานะข้าของแผ่นดินเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความเจริญมั่นคงของประเทศชาติสืบไป


นที มีเดช รายงาน