“จิตร วิไลย เอ็นจิเนียริ่งฯ” จับมือ CEMCO ลงนาม MOU ดัน Solar Rooftop บ้านเอื้ออาทร ปั้นต้นแบบชุมชนพลังงานสะอาดแห่งอนาคต

“จิตร วิไลย เอ็นจิเนียริ่งฯ” จับมือ CEMCO ลงนาม MOU ดัน Solar Rooftop บ้านเอื้ออาทร ปั้นต้นแบบชุมชนพลังงานสะอาดแห่งอนาคต

บริษัท จิตร วิไลย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์เอนเนอร์จี จำกัด ผนึกกำลัง บริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด (CEMCO) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เดินหน้าโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และในพื้นที่บริ้เวณบ่อหน่วงน้ำทิ้งซึ่งเป็นพื้นที่ว่างที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ในโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้การบริหารจัดการ โดยมุ่งเน้นกลุ่มบ้านเอื้ออาทร ยกระดับสู่ “ชุมชนพลังงานสะอาด” อย่างเป็นรูปธรรม

พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ กรุงเทพมหานคร โดยผู้บริหารระดับสูงของทั้งสององค์กรร่วมลงนามอย่างเป็นทางการ สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาด และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานในระดับชุมชน ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ อาทิ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ปั๊มน้ำ และระบบบำบัดน้ำเสีย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น เบื้องต้นจะเริ่มดำเนินโครงการนำร่องที่ “บ้านเอื้ออาทร ร่มเกล้า” เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบ Green Community ก่อนขยายผลไปยังโครงการอื่นในอนาคต

ภายใต้กรอบความร่วมมือ บริษัท จิตร วิไลย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์เอนเนอร์จี จำกัด จะเป็นผู้ลงทุน ออกแบบ ติดตั้ง และบริหารจัดการระบบ Solar Rooftop แบบครบวงจร ขณะที่นิติบุคคลของโครงการจะได้รับประโยชน์จากการใช้พลังงานสะอาด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน และสร้างความมั่นคงด้านค่าใช้จ่ายส่วนกลางในระยะยาวนอก จากนี้ ยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับอนาคต โดยเตรียมติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) ภายในโครงการ ใช้พลังงานจาก Solar Rooftop เป็นแหล่งจ่ายหลัก รองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ พร้อมเพิ่มความคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อีกทั้ง โครงการยังนำเทคโนโลยี Digital Twin มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงานแบบอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมและกระจายการใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะการบริหารพลังงานส่วนเกิน (Energy Sharing) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น รองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของผู้อยู่อาศัย ช่วยแก้ข้อจำกัดด้านพื้นที่และยกระดับความสะดวกสบายในชุมชน

ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันโครงการบ้านเอื้ออาทรสู่การเป็น “ชุม ชนพลังงานสะอาด” อย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว โดยทั้งสองฝ่ายมีแผนขยายผลโครงการไปยังพื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่องในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เสี่ยโก้ จับมือ IBF จัดมวยสากลและมวยไทย เอาใจแฟนมวย

“เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และ”เสี่ยอู๊ด” นายสรวีร์ ฤทธิชัย ผนึกกำลังกับ ดร.เอกรัฐ ไชยโชติช่วง สักขีพยานสถาบัน IBF เตรียมจัดมวยสากล 8 ยก IBF และมวยไทย 3 ยก IBF เพิ่มความสนุกและความมันส์เอาใจแฟนมวยเร็วๆนี้ ส่วนคู่เอกมวยไทยซุปเปอร์แชมป์ พาร์ซ่า เอลลัมการี กำปั้นอิหร่านทิ่มหมัดขวาตามด้วยเข่าเข้าใบหน้า ทหารหลวง เซลฟี่ชุมแพ ชนะน็อคไปในยกแรก

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2569 ที่ เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ ในการแข่ง ขันมวยไทยซุปเปอร์แชมป์ พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ จากสองสองโปรโมเตอร์มือทอง “เสี่ยโก้”นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ,”เสี่ยอู๊ด” นายสรวีร์ ฤทธิชัย ผู้บริหารวันก่อเกียรติและโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี ร่วมนำความดุเดือด ความสนุก จากมวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแขมป์เปี้ยนโลก และมวยสากล 3 ยกถ่ายทอดสดทั่วประเทศทุกวันเสาร์เวลา 17.30 น. – 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 8 กด 27

โดยก่อนการแข่งขันได้มีการบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่าง นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ,นายสรวีร์ ฤทธิชัย และ ดร.เอกรัฐ ไชยโชติช่วง สักขีพยานจากองค์กรมวย IBF เตรียมผลักดันนักมวยในสังกัด “ก่อเกียรติบ็อกซิ่ง กรุ๊ป” ขึ้นชกมวยสากล 8 ยกสถาบันมวยโลก IBF มุ่งแชมป์เปี้ยนโลก และมวยไทย 3 ยกในรายการมวยไทยซุปเปอร์แชมป์ พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสนุก เพิ่มดีกรีความเดือดให้แฟนมวยมีความสุขมากขึ้น ขอให้แฟนมวยติดตามความสุขที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ทางช่อง 8 กด 27

ส่วนผลการแข่งขันมวยไทยซุปเปอร์แชมป์ พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ มีผลการแข่งขันดังนี้

  • มวยรอบสากล พิกัด 117 ปอนด์ (6 ยก) ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก นัดที่สอง ศักดิ์สรณ์ แก้วเฟื่อง กำปั้นจากสุโขทัยฝึกซ้อมมาดีรูปร่างส่วนสูงช่วงชกได้เปรียบปิดจ๊อบชนะ TKO ยก 2 ต๊ะสยาม ส.ทองไสล นักมวยสากลตัวแทนเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร ศักดิ์ศรณ์ แก้วเฟื่องจากสุโขทัยผ่านเข้ารอบเป็นคนที่ 2 ตามนักชกจากนครปฐม
  • คู่ที่ 2 มวยไทย 3 ยกพิกัด 53 ก.ก. ไอรอนแมน เซลฟี่ชุมแพ ชนะคะแนน เพชรใหม่ 8 Star Muaythai
  • คู่ที่ 3 มวยไทย 3 ยกพิกัด 55 ก.ก. ยูเซฟ อาฮูร์ นักสู้จากโมร็อกโกแลกอาวุธมวยไทยดุเดือดก่อนแพ้คะแนน สันติราษฎร์ วินอุบล
  • ที่ 4 มวยไทย 3 ยกพิกัด 66 ก.ก. คาลิค ไซเรน เอลลัมการี จอมโหดจากโมร็อกโกมุ่งมั่นล้างตาแทนเพื่อนร่วมชาติแต่เดินเข้าไปรับเข่า เพชรปรีดา รปค.54อำนาจเจริญ ตลอด 3 ยกแพ้คะแนนนักชกไทยไปอีกคน
  • คู่ที่ 5 คู่เอกของรายการในพิกัด 68 ก.ก. พาร์ซ่า เอลลัมการีมวยไทยกำปั้นอิหร่านขึ้นมาล้างตาแทนนักมวยโมร็อกโกร่วมค่าย เจอกับ ทหารหลวง เซลฟี่ชุมแพ ที่เดือนที่แล้วโชว์ฟอร์มชนะน็อคกำปั้นต่างชาติมา เริ่มยก 1 ทั้งสองคนเดินหน้าแลกหมัดเท้าเข่าศอกกันครบเครื่อง แต่ปลายยก ทหารหลวงการ์ดตกโดน พาร์ซ่า นักชกอิหร่านชกเต็มกรามจนเสียอาการ พาร์ซ่า คว้าคอกระทุ้งเข่าจน ทหารหลวงลงไปกองนับ 10 พาร์ซ่า นักชกอิหร่านชนะน็อคยก 1
  • คู่ที่ 6 มวยไทย 3 ยกพิกัด 53 ก.ก. อนุวัฒิ ศิษย์กำนันลือ ชั้นเชิงมวยไทยเหนือกว่าชนะคะแนน เพชรเวียงจันทร์ สิงห์มนัสศักดิ์ จาก สปป.ลาว
  • คู่ที่ 7 มวยไทย 3 ยกพิกัด 60 ก.ก. ฉิน จิ้น เจี๋ย นักชกจีนเดินลุยแลกอาวุธครบเครื่องก่อนพ่ายคะแนน เพชรนำชัย ต่วนเป๋มวยไทย

“เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันกล่าวว่า “มวยไทยซุปเปอร์แชมป์ พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกีบรติ ที่ถ่ายทอดสดทางช่อง 8 กด 27 เป็นรายการมวยที่ต้องการความสุข ความสนุกสนาน และความดุเดือด จากการแข่งขันให้แฟนมวยทั่วประเทศ ขอบคุณแฟนมวยที่ติดตามการแข่งขัน และขอบคุณผู้สนับสนุนรายการทุกท่าน รวมถึงสวัสดีปีใหม่ไทยล่วงหน้ามายังแฟนมวยและประชาชนไทยทุกท่าน ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมวยไทยซุปเปอร์แชมป์จะงดการแข่งขันในวันเสาร์ที่ 11 เม.ย.2569 เพื่อให้นักมวยไปร่วมเฉลิมฉลองกับครอบครัว โดยทางช่อง 8 กด 27 และมวยไทยซุปเปอร์แชมป์จะนำไฮไลท์สนุกๆในแต่ละนัดที่ผ่านมานำมาให้ท่านผู้ชมได้ติดตามกันแทนช่วงการถ่ายทอดสดในวันเสาร์ที่ 11 เม.ย.69 เวลา 17.30 น. – 20.00 น.


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เริ่มแล้ว! “S2S Songkran Fest 2026” ระเบิดความมันส์รับสงกรานต์ 5 วันความสนุก ขนทัพศิลปินตัวท็อปและดีเจชื่อดังบุก ‘The Street Ratchada’

เริ่มแล้ว! “S2S Songkran Fest 2026” ระเบิดความมันส์รับสงกรานต์ 5 วันความสนุก ขนทัพศิลปินตัวท็อปและดีเจชื่อดังบุก ‘The Street Ratchada’

กรุงเทพมหานคร – เตรียมตัวให้พร้อมกับปรากฏการณ์สาดความสนุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนถนนรัชดา“S2S Songkran Fest 2026” ประกาศเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ พร้อมสร้างตำนานสงกรานต์ในคอนเซปต์สุดมันส์ จัดเต็ม 5 วันต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 10 – 14 เมษายน 2569 ณ The Street Ratchada งานในครั้งนี้ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของเทศกาลสงกรานต์ปี 2026 ที่รวบรวมศิลปินระดับท็อปของเมืองไทยและดีเจชั้นนำที่จะสลับสัปเปลี่ยนกันมาสร้างสีสันบนเวทีตลอด 5 คืนเต็ม ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 02.00 น.

  • 10 เมษายน : เปิดประเดิมความแซ่บกับ BADMIXY & AIM LABBURI
  • 11 เมษายน: สนุกต่อเนื่องกับตัวแม่สุดเซอร์ PALMY
  • 12 เมษายน : ระเบิดพลังความมันส์ไปกับแร็ปเปอร์สาวระดับโลก MILLI
  • 13 เมษายน : ฉลองวันสงกรานต์กับเจ้าพ่อดิสโก้ BURIN BOONVISUT และไอคอนหมอลำสาว ลำไย ไหทองคำ
  • 14 เมษายน : ปิดท้ายความเดือดกับเจ้าพ่อขาแดนซ์ J JETRIN

จองบัตรได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทาง Application และ Website: The Concert
บัตรราคาเริ่มต้น 450 บาท สำหรับบัตรเข้าโซนปกติล่วงหน้าผ่าน The Concert คลิก https://www.theconcert.com/concert/4712 และโปรโมชั่นแบบกลุ่ม (Special Promotion) 5 ใบ ราคา 2,183 บาท 10 ใบ ราคา 4,275 บาท โซน VIP ติดต่อผ่าน LINE OA: @244wkqyn

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ “Splash in Space” ที่จะทำให้สงกรานต์ปีนี้ของคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ณ ลานกิจกรรม The Street Ratchada
กดติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ S2S ทุกช่องทาง
Facebook: S2S Songkran Fest
Instagram: @s2ssongkranfest
TikTok: @s2s.songkran.fest
Website: www.s2s-fest.com

S2SSongkranFest2026 #TheStreetRatchada #Songkran2026 #สงกรานต์รัชดา #S2SFest


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เริ่มแล้ว !! งาน 132 ปี ของดีอำเภอสามชุก คึกคัก

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดงาน “132 ปี ของดีอำเภอสามชุก” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-11 เมษายน 2569 ณ บริเวณถนนริมคลองชลประทาน หน้าโรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม และบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก โดยมีนายศรายุทธ ยิ้มยวน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุพรรณบุรี, นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี, นางดวงพร คุณากรวงศ์ นายอำเภอสามชุก, นายสุระบัณฑิต กันยานะ นายอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์, นางบำรุงรัทย์ ขันทอง เกษตรอำเภอสามชุก, นายภูวฤณ ภูริธรจินดา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 อำเภอสามชุก, นายสุวัฒน์ ปานเพ็ชร นายกเทศมนตรีตำบลสามชุก, หัวหน้าส่วนราชการ, ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมงานกันอย่างคึกคัก

นางดวงพร คุณากรวงศ์ นายอำเภอสามชุก ร่วมกับนางบำรุงรัทย์ ขันทอง เกษตรอำเภอสาม ชุก จัดประกวดผลผลิตทางการเกษตร (มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง) ของดีอำเภอสามชุก ชิงเงินรางวัลรวม 5,000 บาท พร้อมใบประกาศ “มะม่วงที่ส่งเข้าประกวดเป็นผลผลิตในพื้นที่อำเภอสามชุก” ซึ่งอำเภอสามชุก มีเกษตรกรที่ปลูก (มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง) กว่า 5,000 ไร่ เป็นของดีขึ้นชื่อของอำเภอสามชุก ถ้าจะกินมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง ต้องมาที่อำเภอสามชุก รับประกันความอร่อยอย่างแน่นอน

ภายในงานมีการจัดแข่งขันกิน “ข้าวเหนียวมะม่วง” (มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง) ของดีขึ้นชื่ออำเภอสามชุก แบ่งการแข่งขันเป็น 3 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นประชาชนทั่วไป กับรุ่นผู้นำท้องที่ (กำนัน) และรุ่นผู้นำท้องถิ่น (นายก อบต.) ภายในเขตอำเภอสามชุก 8 ตำบล ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลรุ่นละ 1,500 บาท หลักเกณฑ์การแข่งขัน รุ่นประชาชนทั่วไป กินข้าวเหนียวหนักครึ่งกิโลกรัม และมะม่วงสุกหนัก 1 กิโลกรัม ให้หมดภายในเวลา 10 นาที (ผู้แข่งขันที่กินหมดก่อนจะเป็นผู้ชนะ) จะได้รับเงินรางวัล 1,500 บาท ส่วนประเภทผู้นำท้องที่ (กำนัน) และรุ่นผู้ นำท้องถิ่น (นายก อบต.) กินข้าวเหนียวหนัก 3 ขีด มะม่วงครึ่งกิโลกรัม กินให้หมดในเวลา 10 นาที (ผู้แข่งขันที่กินหมดก่อนจะเป็นผู้ชนะ) จะได้รับเงินรางวัล 1,500 บาท

สำหรับผู้ชนะรุ่นประชาชนทั่วไป ได้แก่ “เจ้ก้อยโซ้ยแหลก” วัย 42 ปี ใช้เวลากินไป 2.12 นาทีเท่านั้น สามารถกินข้าวเหนียวครึ่งกิโลกรัม และมะม่วงสุกหนัก 1 กิโลกรัม หมดเกลี้ยง เป็นผู้ชนะเลิศรุ่นประชาชนทั่วไป คว้าเงินรางวัล 1,500 บาท, ส่วนผู้ชนะรุ่นผู้นำท้องที่ (กำนัน) ตัวแทนจากตำบลสามชุก ใช้เวลา 2.07 นาที กินข้าวเหนียวหนัก 3 ขีด มะม่วงครึ่งกิโลกรัมหมดเกลี้ยง ชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 1,500 บาท และผู้ชนะรุ่นผู้นำท้องถิ่น (นายก อบต.) ตัวแทนจากตำบลหนองผักนาก ใช้เวลา 3.31 นาที กินข้าวเหนียวหนัก 3 ขีด มะม่วงครึ่งกิโลกรัม ชนะเลิศคว้าเงินรางวัล 1,500 บาท ก่อนการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันทุกคน จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจวัดความดัน ตรวจน้ำตาลในเลือด ถ้าผู้เข้าร่วมแข่งขันคนไหนมีความดัน เบาหวานเกินคณะกรรมการจะไม่ให้เข้าแข่งขันเพื่อความปลอดภัย

ภายในงานมี สินค้าพืชผลการเกษตรปลอดภัย สินค้า OTOP ของสามชุก อาหารอร่อย มาจำหน่ายมากมาย พร้อมจุดถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวได้ แชะ แชท แชร์ เช็คอิน หลายๆ สไตล์ ซึ่งทุกค่ำคืนจะได้ชมคอนเสิร์ตจัดเต็มทุกวัน ณ เวทีการจัดงานบริเวณด้านข้าง สำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

หนุ่มใหญ่ พกยาบ้าซิ่งมอไซค์เจอตำรวจบิดหนีหมดไมค์ สุดท้ายไม่รอด

สุพรรณบุรี – หนุ่มใหญ่พกยาบ้าซิ่งมอไซค์เจอตำรวจบิดหนีหมดไมค์สุดท้ายไม่รอด

ร.ต.อ.ณัฐ ปิ่นกระจัน รองสารวัตรป้องกันสถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางกลวง หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงด่านช้าง พร้อม
ด.ต.ชัยมงคล คล้ายทอง, ด.ต.ธงชัย ศรีเรือนงาม ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบเพื่อกวดขันจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย และกวดขันวินัยจราจร ไปตามถนนสายทางหลวงหมายเลข 333 มาถึง กม.63 หมู่ 1 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง พบชายขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE 110 I สีแดง-ขาว หมายเลขทะเบียน 1กฆ 7906 ลำปาง ไม่สวมหมวกนิรภัย ท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย ขับขี่มา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้หยุด เมื่อรถคันดังกล่าวเห็นรถยนต์ตรวจ การณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เร่งความเร็วหลบหนีเข้าไปบริเวณถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ 1 ตำบลด่านช้าง แบบไม่คิดชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด ระหว่างทางรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้เสียหลักล้มลงบริเวณข้างทาง คนขับพยายามลุกวิ่งหนีแต่ไม่ทันถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไว้ได้

สอบสวนเบื้องต้นทราบชื่อนายพงศักดิ์ ดีเสมอ อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ได้สังเกตอาการของนายพงศักดิ์ลักษณะมีพิรุธ จึงทำการตรวจค้นตัว พบยาบ้า จำนวน 8 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกใส ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง สังเกตนายพงศักดิ์ฯ มีลักษณะตาลอยๆ เหมือนคนเสพยาเสพติดมา จึงได้คุมตัวไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบสารเสพติดในปัสสาวะของนายพงศักดิ์ฯจริง และยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาจริง

โดยยาเสพติดดังกล่าวนายพงศักดิ์ฯ ให้การว่าซื้อมาจากนายควน ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง อยู่บ้านดอนกลาง ตำบลหนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ โดยซื้อยาบ้ามาในราคา 300 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” จากนั้นได้ทำการควบคุมตัวนายพงศักดิ์ฯ พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านช้าง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายพงศักดิ์ กล่าวอีกว่าสาเหตุที่ตนไม่ยอมจอดและเร่งเครื่องหนีเพราะตนมียาบ้าอยู่ในตัวกลัวถูกจับเลยเร่งเครื่องหนีแบบไม่คิดชีวิตเพื่อให้รอดจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดถูกตามจับได้


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

มทภ. 2 ผู้แทน ผบ.ทบ. ติดตามอาการกำลังพลบาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม ณ รพ.พระมงกุฎเกล้า

มทภ. 2 ผู้แทน ผบ.ทบ. ติดตามอาการกำลังพลบาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม ณ รพ.พระมงกุฎเกล้า

ในวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ ได้เดินทางเยี่ยมผู้ป่วยจากการปฏิบัติภารกิจในสถาน การณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ, อาคารมหาวชิราลงกรณ์ และอาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ประจำเดือนเมษายน 2569

พร้อมกันนี้ ได้สอบถามอาการของกำลังพลและครอบครัวอย่างใกล้ชิด โดยได้เข้าเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดและการปะทะที่เข้ารับการรักษาหลายราย ณ อาคารเฉลิม พระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งในหอผู้ป่วยศัลยกรรมพิเศษและหอผู้ป่วยวิกฤต อาทิ ร้อยเอก ณัฐพล ทองแดง ร.2 พัน.1/กองทัพภาคที่ 1 มีภาวะติดเชื้อและลิ้นหัวใจอักเสบจากการปฏิบัติหน้าที่หน้าแนว, พลทหาร วันชัย รำไพพนา และพลทหาร จักรภัทร อันตะโก ร.16 พัน.1/กองทัพภาคที่ 2 ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดมีเลือดออกในสมอง รวมถึง พันโท อิทธิพงศ์ กิจค้า พัน.ซบร.กรม.สน. กองพลทหารราบที่ 11/กองทัพภาคที่ 1 และสิบเอก พรชัย บุญใส ร.2 พัน.1/กองทัพภาคที่ 1 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแรงระเบิดและยุทโธปกรณ์ทางทหาร

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมีกำลังพลเข้ารับการรักษา ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดและสะเก็ดระเบิด ส่งผลให้สูญเสียอวัยวะ แขน ขา หรือได้รับบาดเจ็บภายใน อาทิ จ่าสิบตรี สุจินต์ จิตกรียาน ช.พัน 8/กองทัพภาคที่ 3, สิบเอก นิติธรรม ศรีคำแซง ช.พัน 6/กองทัพภาคที่ 2, พลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน ร.6 พัน 1/กองทัพภาคที่ 2 และจ่าสิบเอก เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ร.16 พัน.1/กองทัพภาคที่ 2 รวมถึงกำลังพลอีกหลายราย

ต่อมา ได้เดินทางไปยัง อาคารมหาวชิราลงกรณ์ พบกำลังพล 2 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดและการลอบวางระเบิด ส่งผลให้กระดูกหักและเอ็นฉีกขาด สำหรับการตรวจเยี่ยมผู้ป่วย ณ อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู ชั้น 4–5 มีกำลังพลอยู่ระหว่างการฟื้นฟูสภาพร่างกายหลายราย อาทิ ผู้ที่ถูกยิงทะลุช่องอก บาดเจ็บกระดูกสันหลัง และได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดบริเวณศีรษะและลำตัว ซึ่งอยู่ในกระบวนการรักษาและกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กำลังพลส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากการปฎิบัติภารกิจในสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งจากแรงระเบิด การเหยียบทุ่นระเบิด การถูกยิง และเหตุจากยุทโธปกรณ์ โดยแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

ในการนี้ กองทัพบกและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในฐานะหน่วยให้การรักษา จะดำเนินการดูแลและติดตามอาการของกำลังพลอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดูแลด้านสิทธิ สวัสดิการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเต็มที่ เพื่อให้กำลังพลสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและติดตามอาการของกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง


แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ออเดอร์ล้น เร่งผลิตดินสอพองให้ทันจำหน่ายก่อนเทศกาลวันสงกรานต์

จังหวัดลพบุรี – ผู้ผลิตดินสอพอง กว่า 200 ราย ที่ลพบุรี อาศัยสภาพอากาศที่ร้อนจัดตลอดทั้งวัน เร่งผลิตดินสอพองทั้งวันทั้งคืน ให้ทันออกจำหน่ายก่อนเทศกาลสงกรานต์ แม้จะต้องแบกรับกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องทนขายในราคาเดิม

วันนี้ จะพาท่านผู้ชมไปดูแหล่งผลิตดินสอพองบริสุทธิ์ ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศ ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาของแผ่นดิน สู่การทำกินที่พอเพียง ณ หมู่บ้านดินสอพอง ริมคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ในตำบลถนนใหญ่ และ ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งภาพจากมุมสูง จะเห็นชาวบ้านใน 2 ตำบล ทั้งตำบลทะเลชุบศร และตำบลถนนใหญ่ กว่า 200 หลังคาเรือน จะมีลานตากดินสีขาวโพน และมีอาชีพหลักในการผลิตดินสอพอง เพื่อป้อนสู่ตลาด โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมโรงงาน การทำเครื่องสำอาง ยาสีฟัน ทำธูป รวมถึง การทำสี ซึ่งมีทั้งสีทาบ้าน และสีโป้รถยนต์

แต่ในช่วงก่อนจะถึงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตรงกับสภาพอากาศของเมืองไทยที่ร้อนจัดตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะที่จังหวัดลพบุรี บางวันอุณหภูมิร้อนระอุ ทะลุกว่า 40 องศา ชาวบ้านหมู่บ้านดินสอพองที่ลพบุรี จะเร่งรีบทำดินสองพอง ซึ่งมีวัตถุดิบ ที่ใช้เป็นดินขาว ดินมาร์ล หรือ ดินสอพองในท้องถิ่น ในพื้นที่ของจังหวัดลพบุรี นำมาผ่านขบวนการฉีดน้ำ และกรองเศษหินเศษดินออก แล้วนำน้ำดิน ซึ่งมีลักษณะเป็นโคลนสีขาวลงสู่บ่อพัก รอจนดินตกตะกอนกลายเป็นชั้นแป้งละเอียด แล้วจึงตักน้ำออก โดยนำแป้งที่ยังเปียกๆ มาใส่แท่นพิมพ์ กดเป็นรูปแป้งดินสอพอง หรือที่ชาวดิน เรียกว่าดินตุ่ม หรือ ดินตุ้ม ตากแดดจนแห้งสนิท โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าวันไหนแดดดีตลอดทั้งวันก็จะใช้เวลาเพียงแค่ 1 วัน แบบหยอดตอนเช้าหรือตอนกลางคืน พอตกเย็นก็สามารถจะเก็บนำไปบรรจุใส่ถุง ถุงละ 10 กิโลกรัม ออกจำหน่าย ราคาถุงละ 35 บาท (ถุงละ 10 กิโลกรัม) ซึ่งขั้นตอนการทำดินสอพอง ของหมู่บ้านดินสอพองที่ลพบุรี จะไม่มีการใส่สี หรือ แต่งกลิ่น แต่อย่างใด จึงถือว่าเป็นดินสอพองที่บริสุทธิ์ และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

โดยที่หมู่บ้านดินสอพอง ทั้ง 2 ตำบล แห่งนี้ จะผลิตดินสองกันเกือบทั้งปี เฉลี่ยปีละ 8-9 เดือน ยกเว้นช่วงฤดูฝน แต่ส่วนใหญ่จะทำส่งภาคอุสาหกรรม ยกเว้นก่อนที่จะถึงเทศกาลสงกรานต์ ของทุกๆ ปี ชาวบ้านจะหันมาหยอดดินสอพองเป็นก้อนเล็กๆ หรือที่เรียกว่าดินตุ่ม ซึ่งมักจะถูกนำไปละลายน้ำ เพื่อใช้เล่นกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และตรงกับความต้องการของตลาด โดยแต่ละวันจะมีพ่อค้าคนกลางและผู้ที่สนใจมารับซื้อถึงที่ โดยเฉพาะในช่วงก่อนถึงนี้ จะมีดินสอพองผลิตออกจากหมู่บ้าน ไปยังทั่วประเทศ เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 200 ตัน ต่อวัน สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี แต่ปีนี้ ผู้ผลิตดินสอพอง หลายรายต่างพากันได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันทุกชนิดที่ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น… ส่งผลระทบต่อต้นทุนการผลิต ทั้งค่าขนส่งวัตถุดิบ… จากที่เคยซื้อดินต่อ 1 คันรถ (รถ 6 ล้อ) ในราคา 1,000 บาท เพิ่มเป็น 1,200 บาท และยังมีน้ำมันที่เป็นต้นทุน ในการใช้รถสำหรับไถเตรียมดิน เครื่องสูบน้ำสำหรับฉีดดิน และสูบน้ำลงบอดินอีก เพื่อทำเป็นแป้งดินสอพองอีก…..แต่คนทำดินสอพอง ต้องยอมขายในราคาเดิม เนื่องจากผู้ซื้อรายเดิม หรือลูกค้าประจำ และพ่อค้าคนกลางส่วนใหญ่ ได้มีการตกลงราคารับซื้อกันไว้ก่อนล่วงหน้า ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก่อนที่จะเกิดวิกฤตราคาน้ำมัน ในช่วงปี 2569 จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาการขนส่ง…..ทำให้ผู้ซื้อหลายรายต่อลองราคา เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น…. ทำให้ผู้ประกอบการทำดินสอพองไม่สามารถปรับเพิ่มราคาได้

สำหรับดินสอพอง หรือ ดินมาร์ล ที่เป็นวัตถุดิบ สำหรับนำมาผลิตเป็น แป้งดินสอพอง ด้วยวิธีการหยอด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ดินตุ่ม” ที่มักถูกนำไปผสมน้ำเล่นสงกรานต์ เป็นดินในพื้นที่ของตำบลถนนใหญ่ ของจังหวัดลพบุรี มีลักษณะเด่นที่ชาวบ้านเรียกว่า….ดินนอนดี….. ซึ่งถือเป็น 1 ในคำขวัญของจังหวัดลพุรี ที่ว่า….วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง “เมืองแห่งดินสอพอง” เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์….. ซึ่งการทำดินสอพองของจังหวัดลพบุรี มีมาช้านาน สืบทอดมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ที่มีการนำดินสอพองไปใช่ในพระราชวัง สืบทอดกันมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม มีคำเตือน และคำแนะนำ จากผู้ประกอบการ ในการนำดินสอพองไปเล่นสงกรานต์ นั้น ควรนำดินสอพองไปผสมน้ำสะอาด ไม่ใช่ตักจากบ่อน้ำลำคลองมาผสม และไม่ควรผสมทั้งสี และกลิ่น ลงในแป้งดินสอพอง ส่วนการเล่นก็ควรจะเล่นกันแต่พองามตามแบบวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่ละเลงไปทั่วใบหน้า และไม่ควรให้เข้าตา เข้าปาก หลังเล่นแล้ว ให้รีบทำความสะอาดล้างออกไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ส่วนผู้ที่ผิวหนังแพ้ง่าย โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณ ที่บอบบาง เช่น บริเวณใบหน้า รอบดวงตา หรือผิวหนังที่มีบาดแผล รอยถลอก เป็นสิว ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้มากกว่าผิวหนังบริเวณอื่นๆ รวมถึงผู้ที่มีบาดแผลตามผิวหนัง หรือเคยมีประวัติการแพ้แป้งดินสอพอง ก็ควรจะหลีกเลี่ยง

ทั้งนี้ จังหวัดลพบุรี เป็นแหล่งผลิตดินสอพองแห่งเดียว ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับประเทศ โดยกระทรวงวัฒนธรรม ในปี 2561 แต่ก่อนชาวบ้านผลิตดินสอพองมากกว่า 200 ครัวเรือน ถือเป็นการสร้างการมีส่วนร่วม และความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ทั้งทางเศรษฐกิจสังคม และวัฒนธรรมให้กับชุมชนดินสอพอง หากยังไม่มีการส่งเสริมให้เป็นรูปธรรม หรือมีหน่วยงานเข้าไปดูแลอย่างจริงจัง “ภูมิปัญญาของแผ่นดิน” ของชาวบ้านแห่งนี้ อาจเลือนหายไปได้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

“สวนสัตว์นครราชสีมา” ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ในช่วงอากาศร้อน

“สวนสัตว์นครราชสีมา” ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ในช่วงอากาศร้อน

ในช่วงอากาศร้อน ทางสวนสัตว์นครราชสีมา ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการส่งเสริมในการให้อาหารสัตว์นักล่า โดยนำอาหารไปแช่แข็งหรือซ่อนไว้ในก้อนน้ำแข็ง เพื่อส่งเสริมให้สัตว์ได้แสดงพฤติกรรมการหาอาหารตามธรรมชาติ วิธีดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย แต่ยังมีส่วนช่วยลดความเครียดและความเบื่อหน่ายจากรูปแบบการให้อาหารเดิม อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้สัตว์ได้เคลื่อนไหวและใช้สัญชาตญาณมากยิ่งขึ้น อันส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์โดยรวม


กิตตินันท์ ผู้สื่อข่าวนครราชสีมา

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ร่วมพิธีประชุมเพลิงเจ้าหน้าที่อาสาดับไฟป่า อ.แม่ริม ไว้อาลัยในวาระสุดท้ายอย่างสมเกียรติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมพิธีประชุมเพลิงเจ้าหน้าที่อาสาดับไฟป่า อ.แม่ริม ไว้อาลัยในวาระสุดท้ายอย่างสมเกียรติ

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจ นายบุญมา ผ้าแดง ราษฎรอาสาชุดลาดตระเวนไฟป่าบ้านสะลวงใน ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนดับไฟป่าเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวส่วนราชการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครดับไฟป่า จิตอาสาจังหวัดเชียงใหม่ และชาวบ้านร่วมพิธีจำนวนมาก ที่สุสานบ้านสะลวงใน ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ในพิธีฌาปนกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบเงินช่วยเหลือจากศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพกองทุนประกันสังคมให้แก่ทายาท 92,503.24 บาท ขณะเดียวกันนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยเช่นกันจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานในพิธีได้ทอดผ้าไตรบังสุกุล และนำผู้ร่วมงานประกอบพิธีจุดเพลิงศพ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

นายบุญมา ผ้าแดง อายุ 56 ปี ได้เข้าปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าร่วมกับชุดปฏิบัติการของหมู่บ้าน โดยในวันเกิดเหตุได้ร่วมกับทีมลาดตระเวนเข้าดำเนินการดับไฟป่าและทำแนวกันไฟจนแล้วเสร็จในช่วงเย็น ก่อนจะขาดการติดต่อไป เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ระดมกำลังค้นหาในพื้นที่ที่พบเห็นครั้งสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบว่าเสียชีวิตห่างจากจุดทำแนวกันไฟประมาณ 300 เมตร

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยกย่องคุณงามความดีและความกล้าหาญของ คุณบุญมา ผ้าแดง ที่เสียสละเพื่อส่วนรวม ถือเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าของจิตอาสาในสังคมไทย


นที มีเดช รายงาน

ชุดปฏิบัติการพิเศษฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย บูรณาการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จับกุมผู้ลักลอบล่า “เลียงผา” สัตว์ป่าสงวน กลางดึก

ชุดปฏิบัติการพิเศษฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย บูรณาการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จับกุมผู้ลักลอบล่า “เลียงผา” สัตว์ป่าสงวน กลางดึก

วันนี้ (5 เมษายน 2569) เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย โดย ชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ดำเนินการลาดตระเวนเชิงรุกในพื้นที่ป่ารอยต่อ บริเวณห้วยช้างร้อง ริมแม่น้ำปิง

โดยเมื่อเวลาประมาณ 00.12 น. ระหว่างการดักซุ่มเฝ้าระวัง ตรวจพบบุคคลชายจำนวน 4 คน ใช้เรือหางยาว มีพฤติกรรมล่าสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวพยายามขับเรือหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมา ผู้กระทำผิดได้โยนซากสัตว์ป่า “เลียงผา” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน รวมทั้งอาวุธปืนและสัมภาระลงในแม่น้ำเพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ได้ และนำตัวไปสอบปากคำ ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การรับสารภาพว่าได้ลักลอบเข้าพื้นที่เพื่อล่าเลียงผาจริง พร้อมยอมรับว่าได้ทิ้งของกลางลงน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการจัดทำบันทึกจับกุม ตรวจยึดของกลาง และอยู่ระหว่างติดตามค้นหาซากเลียงผาเพิ่มเติม รวมถึงเก็บพยานหลักฐานเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ชนิด ทั้งนี้ จะได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ งดการล่าสัตว์ป่า และหากพบการกระทำผิดสามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดูแลผืนป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน