จังหวัดนราธิวาส ดำเนินกิจกรรม “โรงเรียนของเราน่าอยู่”

          ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุด ทสพ.๔๑๒) เข้าดำเนินกิจกรรมนันทนาการ โครงการ “หอพักน่าอยู่ ร่วมใจพัฒนาถูกสุขลักษณะ” เพื่อสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานเป็นกันเองให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมฉีดพ่นยุง ณ อาคารกิจกรรม โรงเรียนดารุลฮิกมะห์ บ้านปูโง๊ะ หมู่ ๑ ตำบลกาลิซา อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้มี บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมฯ จำนวน ๑๐๐ คน

เหตุว.40 “เสียงร้องไห้ระงม” รถบรรทุกถังออกซิเจนพุ่งชนรถรับส่งนักเรียน บาดเจ็บกว่า 20 คน

          เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2562 เมื่อเวลา 12.00 น. สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุ ว.40 รถบรรทุกถังออกชิเจนชนกับรถรับส่งนักเรียน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเหตุเกิดขึ้นบนถนนชยางกูร บริเวณหน้าห้างโรบินสันสาขามุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จึงแจ้ง พ.ต.ท.เชิดชาย​ คำบุญ​ ร้อยเวรสอบสวน พร้อมด้วย หน่วยกู้ชีพหลายพื้นที่และแพทย์โรงพยาบาลมุกดาหาร ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

          โดยในที่เกิดเหตุ พบเด็กนักเรียนจำนวนมากซึ่งทั้งหมดกำลังศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษา บางคนร้องไห้ด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงมีเด็กนักเรียนบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวเด็กนักเรียนที่บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังพบรถบรรทุก 6 ล้อ ที่บรรทุกถังออกซิเจนมาเต็มคันสภาพด้านหน้ารถพังยับ โดยในตัวรถมีนายเชิดศักดิ์ นอนรัมย์ อายุ 49 ปี คนขับ และชายอีก 2 คน ติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำตัวออกมา เพื่อส่งรักษายังโรงพยาบาลมุกดาหารต่อไป

          จากการสอบถาม ทราบว่า คุณครูได้นำเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนบ้านสีดา ประมาณ 60 คน มาชมโครงการของสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา หลังเสร็จสิ้นภารกิจจึงเดินทางกลับโรงเรียนด้วยการด้วยการโดยสารรถ 2 แถว 6 ล้อจำนวน 2 คัน ขับตามกันมา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ที่บรรทุกออกซิเจนคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถนักเรียนคันหลังอย่างแรง จนพุ่งไปชนรถนักเรียนคันหน้าอีกทีหนึ่ง ทำให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, ชัยสิทธิ์ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สวนนงนุชเปิดบ้านรับพี่น้อง 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี เข้าชมสวนฟรี 1 เดือน พร้อมเปิดตัวไดโนเสาร์กินเนื้อขนาด 9 เมตร อัลติสไปแน๊กซ์

          วันนี้ 18 ก.ค.62 ที่ สวนตะบองเพชร 2 สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย นายปทีป (ปอ-ทีป) สมบุญพูลพิพัฒน์ ท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดฉะเชิงเทรา นางดวงใจ กาญธีรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกัน เปิดโครงการเที่ยวฟรี 1 เดือน ใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี สื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน
     นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สวนนงนุชพัทยา ได้เปิดโครงการเที่ยวฟรี 1 เดือนไม่จำกัดจำนวนครั้ง ให้ประชาชนที่มีภูมิลำเนาใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าชมสวน ฟรี 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2562 เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น โดยโครงการดังกล่าว ได้เริ่มมาดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561
     สำหรับการจัดโครงการ 1 จังหวัดเที่ยวฟรี 1 เดือน เพื่อรองรับ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ตามนโยบายของรัฐบาล และเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ได้เข้ามาเที่ยวชมความแปลกใหม่ที่ได้มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง มีความเปลี่ยนแปลงมากมายภายในสวนนงนุชพัทยา และสิ่งที่สวนนงนุชพัทยา ปรารถนาอย่างยิ่งก็คือ การที่ประชาชนใน 2 จังหวัดจะสามารถประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศในการบอกเล่าสิ่งดีๆ ในเขตภาคตะวันออก
     ทั้งนี้ภายในพิธีสวนนงนุชพัทยายังได้มีการภูเปิดตัว ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาด 9 เมตร อัลติสไปแน๊กซ์ ซึ่งถูกค้นพบที่ประเทศอังกฤษในช่วงปี 1856 ถือว่าเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์ตัวแรก ๆที่ถูกค้นพบ โดยไดโนเสาร์ชนิดนี้อาศัยอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้น ประมาณ 140 ล้านปีก่อน มีลักษณะที่โดดเด่น คือแผงกระโดงหลังที่ยื่นขึ้นมาจากลำตัว

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกลร่วมผู้ใหญ่ใจดีนำอาหารมอบให้เยาวชนในการเล่นกีฬาห่างไกลยาเสพติด

          ที่วัดราษฎร์สามัคคี ก.ม. 10 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นาย พธนกร ใคร่ครวญ ประธานกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล นายอมตะ ใคร่ครวญ เลขานุการนายก อบต พลูตาหลวง พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่มร่วมกับ นาย ยอดชาย ถนอมสิงห์ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่1 ต.พลูตาหลวง และ ชมรมศิษย์เก่าสิงห์สมุทรเลือดหมูเหลือง 24-27 ร่วมกัน นำอาหารน้ำ มอบให้เด็กๆเยาวชน ที่เล่นกีฬา ภายใน วัดราษฎร์สามัคคี ก.ม. 10 เป็นการสร้างขวัญกำลังใจและเล็งเห็นว่า พวกเด็กๆและเยาวชนเหล่านี้ ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ทำให้ห่างไกลยาเสพติด
          นาย ยอดชาย ถนอมสิงห์ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ตำบลพลูตาหลวง กล่าวว่า ทาง หมู่บ้านได้จัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเฉพาะเด็กที่เข้ามาร่วมในครั้งนี้ เป็นกลุ่มเสี่ยงเกือบทั้งหมด เพื่อดึงเด็กกลุ่มเสี่ยงนี้ให้ห่างไกลจากสิ่งเสพติดตามในครั้งนี้จัดแข่งกันทุกวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเด็กๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง มาร่วมกิจกรรม ประมาณ 40 ถึง 50 คนต่อวันโดยที่ผู้ปกครองก็ฝากผู้ใหญ่บ้านดูแล
          นาย พธนกร ใคร่ครวญ กล่าวว่า ในการมามอบสิ่งของในวันนี้เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเด็กๆซึ่งการออกกำลังกายเป็นปัจจัยหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพ ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคเพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป้นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติดและ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้แสดงความสามารถในกีฬาที่ตนเองมีความถนัด ชื่นชอบ กล้าแสดงออก รู้จักและตระหนักในคุณค่าของตัวเอง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักงานคุมประพฤติ จังหวัดจันทบุรี จัดประชุมสามัญ อาสาสมัครคุมประพฤติ

          วันนี้ ( 18 ก.ค.62 ) ที่ห้องประชุมหนึ่ง ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในการประชุมสามัญ อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรมจังหวัดจันทบุรี โดยมีนางอัญชลี พงษ์พิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดจันทบุรี นำอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม จังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยพนักงานคุมประพฤติ เข้าร่วมการประชุม ทั้งนี้เพื่อ รับทราบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรม และร่วมพิจารณามีส่วนร่วมในการพัฒนากระบวนการยุติธรรม โอกาสนี้ได้ร่วมปฏิญาณตนว่า จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอาสาสมัครคุมประพฤติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ รักษาจรรยาบรรณและอุทิศตนเพื่อช่วยเหลืองานอย่างเต็มกำลังความสามรถคลอดจนรักความลับของทางราชการโดยเคร่งครัด
          สำหรับ กรมคุมประพฤติ ได้ดำเนินภารกิจหลักในการแก้ไขฟื้นฟู ผู้กระทำผิดโดยการนำภาคประชาชน ที่เป็นอาสาสมัครคุมประพฤติ เข้ามามีส่วนร่วมในการ แก้ไขฟื้นฟู ติดตามดูแล ช่วยเหลือ และสงเคราะห์ผู้กระทำผิดในชุมชน โดยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดจันทบุรี มีอาสาสมัครคุมประพฤติ รวมทั้งสิ้น 178 คน เพื่อให้อาสาสมัครคุมประพฤติ รับทราบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ ของอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม และร่วมในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมโดยการนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด และการให้บริการของงานคุมประพฤติ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชาวบ้านตําบลไม้รูดเฮบ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย ครั้งที่ 1/2562

          วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา ชาวบ้านตําบลไม้รูดเฮบ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย จํานวน 372 ครัวเรือน นําโดย องค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด โดยมีนายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด พร้อมด้วย นส.ณัฐสินี อินทรประเสริฐ กํานันตําบลไม้รูด ได้ร่วมในพิธีมอบใบอนุญาตให้สิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าแม่นํ้า โดยมีนายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีบอบใบอนุญาตสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าแม่นํ้า จํานวน 372 ครัวเรือน ของกรมเจ้าท่าเกี่ยวกับใบอนุญาตสิ่งปลูกสร้างแม่นํ้า ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา ขององค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด โดยมีนายประพันธ์ ประชุมภู ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ หน้าพระบรมฉายาษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู้หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมร่วมรับมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้า โดยมี นายวงศกร นราธาวา ผู้อํานวยการสํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราด ได้กล่าวถึง กระบวนการออกใบอนุญาตของพื้นที่ตําบลไม้รูด และยังกล่าวว่ามีความยินดีด้วยที่ตําบลไม้รูดได้ร่วมมือร่วมใจกันเป็นจํานวนมากที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ จึงได้ร่วมตัวกระบวนการขับเคลื่อนและการพัฒนาที่อยู่อาศัยของตําบลไม้รูดต่อไป จึงพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตํารวจ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด และอีกหลายหน่วยงานเข้าร่วมมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้าจํานวน 372 ครัวเรือน ในพื้นที่ตําบลไม้รูด ตั้งแต่ หมู่ 1-2-3 ตําบลไม้รูด หลังจากมอบใบอนุญาตเสร็จทั้ง 3 หมู่บ้าน ได้รับอนุญาตจะต้องชําระค่าตอบแทนเป็นรายปี ให้กับทางราชการ ที่บ้านพักอาศัย ตามรางเมตรละ 5 บาท ต่อปี ด้วย ตามกฎหมายกระทรวงฯต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค

ฝูงหมาแม่ลูกอ่อนรุมขย้ำเด็กวัยขวบเศษเละทั้งตัว แม่เข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลประจันตคาม

     วันนี้ 18 กรกฎาคม 2562 น.ส.ดลนภา แซ่อึ้ง อายุ 30 อยู่บ้านเลขที่ 205 ม.15 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มารดาของ ด.ญ.น้องชะเอม (น้องภา) นามสมมุติวัยขวบเศษ เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บุตรสาวของตนได้เดินเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก ได้มีสุนัขจำนวนหลายตัวเข้ามารุมกัดบุตรสาวของตนจนส่งเสียงร้องไห้ดังลั่น และมีบาดแผลจำนวนหลายแผลจนเลือดไหลเต็มตัว จากนั้นจึงได้เข้าช่วยเหลือบุตรสาวออกจากสุนัขได้ และให้ย่า คือ นางวาสนา โพธิ์งาม อายุ 50 ปี นำบุตรสาวไปส่งให้แพทย์โรงพยาบาลประจันตคามรักษาบาดแผล และแพทย์ได้ทำการรักษา เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว พร้อมให้นอนพักที่โรงพยาบาล
      โดย น.ส.ดลนภา เล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า สุนัขประมาณ 5-6 ตัว มีลูกสุนัขที่พึ่งคลอดออกมาอีกนับ 10 ตัว ซึ่งเจ้าของสุนัข มีบ้านอยู่บริเวณใกล้กัน มักเลี้ยงสุนัขแบบปล่อย ซึ่งสุนัขมักไล่กัดเด็กๆอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่รุนแรงเหมือนกับที่รุมกัดลูกสาวของตน หลังจากหน่วยงานทราบเรื่อง โดยทาง ปศุสัตว์อำเภอประจันตคาม จะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีต่อไป และต่อมา นายชวนินทร์ วงศ์สถิต จิรกาล นายอำเภอประจันตคาม พร้อมด้วยกาชาดอำเภอ ได้เข้าเยี่ยมหนูน้อยที่โรงพยาบาลประจันตคาม และได้มอบอาหารแห้ง พร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ พร้อมผู้มีจิตศรัทธาเข้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของพร้อมเงินช่วยเหลือน้องแอนฟิลด์หนูน้อยป่วยขาโต

     วันนี้ 17 กค.62 ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีเขต 8 สจ.เสน่ห์พิทักษ์กร นายสมประสงค์ วังแก้วหิรัญ ที่ปรึกษาพิเศษนายกอบจ.ชลบุรี นายธธีร์ทัย บุญบรรเจิดศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สส.ชลบุรีเขต 8 นายหาญพล เชาว์ศิลป์ ที่ปรึกษาพิเศษ สส.ชลบุรีเขต8นักเรียนโรงเรียนสิงห์สมุทรกลุ่มเยาวชนจิตอาสากลุ่มเปิดหีบเปิดใจ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือ หนูน้อยวัยขวบเศษที่ป่วยขาโต ด้วยอาการบวมน้ำเหลือง ซึ่งพักอาศัยอยู่กับคุณแม่และคุณยาย
     ด.ช.ธนกฤติ คล้ายเจียว (น้องแอนฟิลด์) วัยขวบเศษ นั้นป่วยเส้นเลือดแดงผิดปกติ บวมน้ำเหลืองตั้งแต่กำเนิดส่งผลให้ลูกอัณฑะโต ขาขวาโต แม่มีอาชีพรับจ้างรายได้น้อย ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการรักษาและผ่าตัดขาของ น้องซึ่งทางครอบครัวของน้องพักอาศัยอยู่(หมู่บ้านเอื้ออาทร นาจอมเทียน)เป็นบ้านเช่าน้องต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาตัวที่ รพ.ศิริราช ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง
ในวันนี้ ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีเขต 8พร้อมทีมงานได้เข้าเยี่ยมสอบถามอาการของน้องแอนฟิลด์รวมทั้งได้เข้าให้ความช่วยเหลือกับน้องแอนฟิลด์และได้มอบของใช้จำเป็นสำหรับน้องแอนฟิลด์รวมทั้งมอบเงินสดจำนวนหนึ่งเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการของน้องแอนฟิลด์ อีกด้วย
      นส.ลัดดาวัลย์ อุ่นศิริ แม่ของน้องแอนฟิลด์ได้กล่าวขอบคุณ ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีเขต 8และทุก ๆท่านที่ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจและเข้ามาให้การช่วยเหลือน้องแอนฟิลด์โดยในวันที่25-26 ก.ค น้องแอนฟิลด์จะต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อทำการรักษาฉีดสี และในวันที่15-16 ส.ค. ต้องทำการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการของน้องต่อไป
     ท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือน้องแอนฟิลด์และจะร่วมบริจาคเงินใช้ในการรักษาพยาบาลให้กับน้องก็สามารถร่วมบริจาคได้ที่เลขที่บัญชี 620 611 4784 ธนาคาร ธนชาต ชื่อบัญชี ลัดดาวัลย์ อุ่นศิริ และขอย้ำว่ามีบัญชีนี้เพียงบัญชีเดียวเท่านั้น

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พุทธศาสนิกชนชาวอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ร่วมประกาศตนเป็นพุทธมามกะ และเวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

         วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เมื่อเวลา 19.30.น.นายวิระชาญ ประทีปาระยะกุล นายกเทศบาลตําบลคลองใหญ่ นําส่วนราชการ พ่อค้า แม่ค้า นักศึกษา เยาวชน ทหาร ตํารวจ และคนไทยพลัดถิ่นเข้าร่วมเวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจําปี 2562 โดยมี พระครูวุฒิสารธรรมคุณ เจ้าอาสวัดคลองใหญ่ นําสวดเจริญพระพุทธมนต์ 108 จบ พร้อมบรรยายธรรมเทศนาแก่เหล่าพุทธศาสนิกชน ที่เข้าร่วมในพิธีเป็นจํานวนมาก           สําหรับกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจําปี 2562 ที่หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนวัดต่างๆในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม เนื่องในโอกาสดังกล่าวขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องจากวันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่มีความสําคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสมมาสัมพุทธเจ้า พระศาสดาของพระพุทธศาสนา ที่เกิดขึ้นตรงกันทั้ง 3 คราว ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงได้ถือโอกาสร่วมบําเพ็ญกุศลในวันดังกล่าว ด้วยการทําบุญตักบาตร สมาทานศีล 5 ฟังธรรมเทศนา หรือเจริญจิตภาวนา เพื่อประกาศตนเป็นพุทธมามกะ และร่วมพิธีเวียนเทียน เป็นต้น อย่างไรก็ตามนอกจากการบําเพ็ญกุศลดังกล่าวแล้ว ยังได้มีการเชิญชวนประชาชนร่วมปฎิบัติธรรม โดยการ ลด ละ เลิกอบายมุขต่างๆอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค

สามียิงภรรยาเสียชีวิตแล้วยิงตัวตายสาเหตุคาดหึงหวง

      เหตุเกิดคาดว่าสามีเกิดความหึงหวง คว้าปืนยิงภรรยาเสียชีวิตแล้วยิงตัวเองตามบาดเจ็บสาหัสสุดท้ายเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาล
     ที่นครนายก (เมื่อเวลา13.30น) (วันที่17ก.ค.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยสว่างอริยะธรรมสถานจุดองครักษ์ พร้อมด้วยแพทย์เวร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งว่า ผู้ถูกยิงเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 16/2 หมู่ที่6 ตำบลพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิง ต่อมาทราบชื่อนางใจชื่น บุตรดี อายุ40ปี เป็นภรรยาของนายอุดร พุทธศิริ อายุ39ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ ส่วนนายอุดร กู้ภัยรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะหลังจากใช้ปืนขนาด.22แบบไทยประดิษฐ์ยิงภรรยาตัวเองเสียชีวิตแล้ว ก็ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองเพื่อหวังจะตายตามภรรยาไป แต่กู้ภัยได้เข้าช่วยชีวิตและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาโดยค้นที่ตัวของนางใจชื่นผู้เสียชีวิต พบยาบ้าจำนวน5เม็ดอยู่ในกระเป๋ากางเกง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบถามพี่สาวของนายอุดร เล่าว่านายอุดรเมื่อ 2 ปีก่อนก็เคยก่อเหตุอุ้มลูกน้อยตะปีนเสาโทรศัพท์เพื่อประชดภรรยามาแล้ว จนเป็นข่าวโด่งดัง หลังจากนั้นได้เลิกรากับภรรยาคนนั้นไป แล้วมาได้ภรรยาใหม่ซึ่งหน้าตาดี และมักจะมีปากเสียงกันเป็นประจำเพราะเรื่องหึงหวง ก่อนเกิดเหตุในวันนี้ทั้ง2คน ได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น1ครั้ง และเห็นน้องชายตนเองขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปโดยทิ้งภรรยานอนแน่นิ่งอยู่บริเวณหลังบ้าน ญาติๆจึงจะช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่นายอุดร ได้ขับรถกลับเข้ามาที่เกิดเหตุและได้ชักปืนข่มขู่คนในบ้านว่าอย่ามายุ่งจนทำให้ญาติวิ่งหนีกันไป หลังจากนั้นนายอุดรจึงได้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองที่บริเวณใต้ราวนมซ้าย1นัด จนร่างล้มลงกองกับพื้น หลังจากนั้นจึงได้รีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือเพราะนายอุดร อาการสาหัสและได้เสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล มศว.องครักษ์ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นสันนิฐานว่าสาเหตุของการเหตุในครั้งนี้น่าจะมาจากการที่สามีระแวงภรรยาเพราะภรรยาหน้าตาดี หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้หาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัดอีกที

สัมภาษณ์พี่สาวของผู้ที่ก่อเหตุ

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก