ททท. สำนักงานนครนายก แถลงข่าว แข่งขันวิ่งขุนด่านมาราธอน ครั้งที่ 7 ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นครนายก – ททท. สำนักงานนครนายก จัดแถลงข่าวจัดการแข่งขันวิ่งขุนด่านมารา ธอน ครั้งที่ 7 ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมต้นคูณ 4 ชลพฤกษ์รีสอร์ท ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดแถลงข่าวการจัดการแข่งขันวิ่งขุนด่านมาราธอน 2569 ครั้งที่ 7 (Khun Dan Marathon 2026 Season 7) ชิงรางวัลถ้วยพระราชทานสม เด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้สโลแกน “Every Step Has A Story ทุกก้าวมีความหมาย” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยมี นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในการแถลงข่าวจัดการแข่งขันฯ นายวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนัก งานนครนายก กล่าววัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมวิ่งขุนด่านมาราธอน ครั้งที่ 7 พร้อมรับชมวีดีทัศน์ภาพการแข่งขันในปีที่ผ่านมา และการเดินโชว์ชุดเสื้อแข่งขัน เสื้อฟินิสเซอร์จากนายแบบ-นางแบบ และอินฟลูเอนเซอร์รับเชิญ

ด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก ร่วมกับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาขุนด่านปราการชล สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัดนครนายก สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวนครนายก และบริษัท เรคเรซ สปอร์ต จำกัด โดยการสนับสนุนของจังหวัดนครนายก กำหนดจัดการแข่งขันวิ่งขุนด่านมาราธอน 2569 ครั้งที่ (Khun Dan Marathon 2026 Season 7) ชิงรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ภายใต้สโลแกน “Every Step Has A Story ทุกก้าวมีความหมาย” ในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นให้เกิดการพักค้าง พร้อมกับขยายวันพักค้างในพื้นที่จังหวัดนครนายก ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าแปลกใหม่บนพื้นฐานของอัตลักษณ์ท้องถิ่น รวมทั้งเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายผ่านกิจกรรม Outdoor Activities โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 3 ระยะ ได้แก่ Marathon ระยะทาง 4.195 กิโลเมตร, Half Marathon ระยะทาง 21.10 กิโลเมตร และ Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร กิจกรรมครั้งนี้ จัดต่อเนื่องประจำทุกปี

ซึ่งทางจังหวัดนครนายก ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมส่งเสริมกระตุ้นการเดินทางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ที่ทุกคนสามารถมาร่วมบันทึกชื่อบนเส้นทางถนนสายนี้ด้วยกัน ร่วมผลักดันก่อเกิดสนามแข่งที่ได้มาตรฐานด้วยกัน เรียกได้ว่า ทุกคนมีส่วนช่วย มีส่วนสนับสนุนให้ “ขุนด่านมาราธอน” ติดอันดับรายชื่อสนามที่ดีของประเทศไทย ภายใต้ สโลแกน Every Step Has A Story ทุกก้าวมีความหมาย-ทุกคนมีส่วนร่วม-ทุกระยะคือแรงผลักดัน -สนามที่มีธรรมชาติและอากาศที่บริสุทธิ์ – สนามที่เตรียมก้าวเข้าสู่มาตรฐานสากล


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

สมาคมผู้ปกครองและครูฯ รร.จักรคำคณาทร มอบทุน “เพชรจักรคำ” ประจำปี 2569 ส่งเสริมเยาวชนเรียนดี มีคุณธรรม เป็นแบบอย่างแก่สังคม

สมาคมผู้ปกครองและครูฯ โรงเรียนจักรคำคณาทร มอบทุน “เพชรจักรคำ” ประจำปี 2569 ส่งเสริมเยาวชนเรียนดี มีคุณธรรม เป็นแบบอย่างแก่สังคม #ลูกจักรคำฯเป็นผู้นำสร้างสรรค์สังคม

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ ห้องประชุมดาราดิเรก โรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน นายธำรงค์ หน่อเรือง ผู้อำนวยการโรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนายธนารักษ์ วงศ์ษา นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน คณะกรรมการสมาคมฯ คณะผู้บริหาร และคณะครูร่วมกันมอบทุนการศึกษา “โครงการเพชรจักรคำ” ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งสมาคมผู้ปกครองและครูฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนความมุ่งมั่นของเยาวชน จึงได้มอบงบประมาณสำหรับเป็นทุนการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 360,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพไปสู่ความเป็นเลิศในระดับที่สูงขึ้น โอกาสนี้ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนัก เรียนระดับชั้น ม.1 จำนวน 30 ทุน และระดับชั้น ม.4 จำนวน 30 ทุน รวมทั้งหมด 60 ทุนๆ ละ 6,000 บาท

นายธำรงค์ หน่อเรือง ผู้อำนวยการโรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน ประธานในพิธีได้กล่าวแสดงความชื่นชมและร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคนที่ได้รับทุนการศึกษา ซึ่งความสำเร็จในวันนี้ถือเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่น อดทน และความอุตสาหะในการทบทวนตำราเรียน พร้อมกันนี้ ได้มอบโอวาทและกำลังใจ โดยขอให้นักเรียนทุนเพชรจักรคำทุกคนรักษามาตรฐานผลการเรียนและความดีงามนี้ไว้ ขอให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มกำลังความสามารถ หมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และนำวิชาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมต่อไป

สำหรับ “ทุนการศึกษาเพชรจักรคำ” นับเป็นโครงการสำคัญที่ทางโรงเรียนและสมาคมผู้ปกครองและครูฯ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง ส่งเสริม และสนับสนุนนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับยอดเยี่ยม มีความประพฤติเรียบ ร้อย และเป็นแบบอย่างที่ดี โครงการนี้มีกระบวนการเฟ้นหานักเรียนทุน เป็นไปอย่างเข้มข้นและมีมาตรฐานระดับสูง โดยนักเรียนที่มีสิทธิ์รับทุนจะต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม และต้องผ่านกระบวนการสอบแข่งขันวัดความรู้ทางวิชาการ ซึ่งผู้ที่ผ่านการพิจารณาคือผู้ที่สามารถทำคะแนนสอบคัดเลือกได้ในลำดับสูงสุดของแต่ละระดับชั้น ตลอดจนผ่านการประเมินคุณสมบัติรอบด้านจากคณะกรรมการ เพื่อให้ได้มาซึ่งนักเรียนที่เป็นดั่ง “เพชร” อันทรงคุณค่าของโรงเรียนอย่างแท้จริง


นที มีเดช รายงาน

เรือนจำกลางลพบุรี จัดกิจกรรมยุติธรรมรวมใจเทิดพระเกียรติองค์ภาฯ

จังหวัดลพบุรี – เรือนจำกลางลพบุรี จัดโครงการ “ยุติธรรมรวมใจ สืบสานพระปณิธาน น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เชิญชวนข้าราชการ ประชาชน ร่วมบริจาคโลหิตเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ อาคารหนุมาน เรือนจำกลางลพบุรี นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ “ยุติธรรมรวมใจ สืบสานพระปณิธาน น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” ภายใต้กิจกรรมการบริจาคโลหิต การให้บริการประชาชนและการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

โดยมี นายวินัย หมวกมณี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม มณฑลทหารบกที่ 13 ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี และประชาชน เข้าร่วมพิธี โดยได้รับความร่วมมือจากภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 2 จังหวัดลพบุรีดำเนินการรับบริจาคโลหิตกิจกรรมสำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การถวายความอาลัย การบริจาคโลหิต นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ. การให้บริการประชาชน กิจกรรมออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องราชทัณฑ์

นายประยูร ศิริวรรณ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและการหลอมรวมพลังของทุกภาคส่วนในจังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระกุศล ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงอุทิศพระองค์ ในการปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและพัฒนาระบบงานยุติธรรมของไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหยิบยื่นโอกาสการพัฒนาทักษะอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ก้าวพลาดที่กระทรวงยุติธรรมรับผิดชอบดูแล

ซึ่งพระกรณียกิจ ที่ทรงสืบสานและยังเป็นประโยชน์สุขแก่พสกนิกรไทยที่สำคัญ ได้แก่ มูล นิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย โครงการกำลังใจ ที่ทรงก่อตั้งโครงการขึ้นใน ปี พ.ศ. 2549 เพื่อให้ความช่วยเหลือและมอบโอกาสแก่ผู้ต้องขังหญิง โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมการฝึกทักษะอาชีพ เพื่อสร้างโอกาสในการกลับเข้าสู่สังคมหลังพ้นโทษ และ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์จากพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของประชาชนทุกส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังหรือประชาชนทั่วไป ให้มีสิทธิในการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ร่วมส่ง ต่อโอกาสในการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ อันเป็นการสืบสานพระปณิธานด้านความยุติธรรมและมนุษยธรรมที่ทรง มุ่งมั่นตลอดมา


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ขนส่ง จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดประมูลหมายเลขทะเบียน ครั้งที่ 19

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 8.30 น. ขบวนแห่ประชาสัมพันธ์ประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาครั้งที่ 19 โดยนายปริญญา ผอ. ขน ส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่หลายๆ หน่วยงาน ร่วมแห่ขบวนการประมูลหมายเลขสวยๆ เช่น รถเก๋งรถมอเตอร์ไซค์ตอง 9 และอักษร ข.ง คุ้มทรัพย์เศรษฐีเงินทองยิ่งทวีคูณ เศรษฐีอยุธยา ขบวนแห่รอบเกาะเมืองอยุธยา ขบวนจะมาที่ขนส่งจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาพร้อมแจกอาหารข้าวกล่องกับขบวนแห่รถตุ๊กๆสามล้อกว่า 10 คัน


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

“แม่ทัพภาคที่ 2” ตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วยหลายระดับ (ระดับกองพัน) ประปี 2569

“แม่ทัพภาคที่ 2” ตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วยหลายระดับ (ระดับกองพัน) ประปี 2569

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและติดตามผลการฝึกเป็นหน่วยหลายระดับ (ระดับกองพัน) ประจำปี 2569 ของ กองพันทหารราบที่ 2 กองพลทหารราบที่ 3 ณ ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธี กองทัพบก จังหวัดลพบุรี โดยได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมการฝึก แผนยุทธการ ตลอดจนแนวทางการดำเนินกลยุทธ์ และเข้าชมการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (LFX) ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์การรบเสมือนจริงเพื่อทดสอบขีดความสามารถ ความเด็ดขาด และการประสานสอดคล้องของกำลังพลในระดับกองพันผสม

ในการนี้แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะพูดคุยเพื่อมอบแนวทางและให้คำแนะนำแก่กำลังพลเน้นย้ำถึง การพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญ: ยกระดับขีดความสามารถของกำลังพลให้มีความพร้อมรบระดับสูงสุด เพื่อรองรับภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น รวมถึงมาตรการความปลอดภัยในการฝึก โดยกำชับให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามระเบียบและมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด (Strict Safety) โดยให้ถือว่าความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในทุกขั้นตอนการฝึก

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #ฝึกเพื่อพร้อมรบ #ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

ช่วงเย็นวันนี้ อุทกภัยฝนตกหนักเกิดดินสไลด์ดินโคลนไหลถล่มปิดทับเส้นทาง หลวงหมายเลข 1256 บริเวณบ้านน้ำดั้น อุทยานแห่งชาติดอยภูคา –อำเภอบ่อเกลือ

น่าน – ช่วงเย็นวันนี้ 31 ก.ค. 69 เกิดอุทกภัยฝนตกหนักทำให้ดินสไลด็ลงปิดทับผิวทาง ทางหลวงหมายเลข 1256 บริเวณบ้านน้ำดั้น ช่วงอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ไปอำเภอบ่อเกลือ เมื่อเวลา 18.30 น. สามารถเปิดการจราจรให้รถทุกชนิดสัญจรได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว

31 ก.ค. 69 ณ ห้องปฏิบัติการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา Doi Phu Kha Nation Park นายรณกฤต จักร์เงิน. หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13(แพร่) เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ด่วน จากเหตุการณ์เมื่อเวลา 17.00 น. เกิดอุทกภัยฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดดินสไลด็ จากไหล่เขาได้ไหลลงมาปิดทับผิวทาง พร้อมเศษต้นไม้และกิ่งไม้จำนวนมากกีดขวางเส้นทาง ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ บนทางหลวงหมายเลข 1256 ที่กม.26+000 บริเวณ บ้านน้ำดั้น ตำบลภูคา อ.ปัว จ.น่าน ช่วง อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – บ่อเกลือ

ได้ส่งทีม เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา 1 ชุด ลงพื้นที่ ร่วมกับ นายลักษ์ อินปา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูคา พร้อมเจ้าหน้าที่ และแขวงทางหลวงน่านที่ 2 ได้นำกำลังและเครื่องจักรเข้าเร่งเคลียร์ดินและสิ่งกีดขวางออกจากผิวการจราจรอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งในเวลา 18.30 น. สามารถเปิดการจราจรให้รถทุกชนิดสัญจรได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว

ทางด้าน นายพิพัฒน์ เพ็ชร์พิพัฒน์ นายอำเภอปัว ได้รับรายงานเหตุการณ์ ดินสไลด์ปิดทับผิวทาง บนทางหลวงหมายเลข 1256 (ตอน ปัว – อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – บ่อเกลือ) บริเวณ กม.26+000 ส่งผลให้รถโรงพยาบาลบ่อเกลือที่กำลังใช้เส้นทางดังกล่าว ถูกดินไหลปิดเส้นทางไม่สามารถผ่านได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

นายรณกฤต จักร์เงิน. หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา กล่าวว่า ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางดังกล่าว โปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดดินสไลด์เพิ่มเติมได้

ผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง โปรดติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่อง อาจเกิดดินสไลด์หรือหินร่วงเพิ่มเติมได้ ขอความร่วมมือทุกท่านวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัย ครับ


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

รองแม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีถวายราชสักการะและพิธีพระราชทานทุนการศึกษาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปีการศึกษา 2569

รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ผู้บัญชาการมณ ฑลทหารบกที่ 310 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมพิธีถวายราชสักการะและพิธีพระราชทานทุนการศึกษาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปีการศึกษา 2569 มุ่งส่งเสริมเด็กและเยาวชนคนดีคนเก่งให้ได้รับการศึกษาต่อยอดสู่การพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. พลตรี ไมตรี ชูปรีชา รองแม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีถวายราชสักการะ พิธีพระราชทานทุนการศึกษาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ประจำปีการศึกษา 2569 โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุ โลก เป็นประธาน ณ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุทยานประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

พร้อมกันนี้ พลตรี ไมตรี ชูปรีชา รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 รับมอบเกียรติบัตรในการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่มูลนิธิจำนวน 60,000 บาท เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่มูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ประจำปีการศึกษา 2569 ในครั้งนี้ด้วย

โอกาสนี้ นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พลตรี สมบัติ บุญกอแก้ว ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 310 พลตรี วิษณุ วิจิตรพงษา ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 รวมถึงคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ คณะอนุกรรมการแสวงหากลั่นกรองคัดเลือกผู้รับพระราชทานทุน ผู้รับพระราช ทานทุนการศึกษา ผู้ให้การสนับสนุน ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ ผู้ปกครอง ข้าราชบริพาร และพสกนิกรเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ พลโท วิชิต วงศ์สังข์ รองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก กราบบังคมทูลรายงานและเบิกตัวผู้เข้ารับพระราชทานทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569 รวมทั้งสิ้น 15 ราย แบ่งเป็นทุนการศึกษาแบบต่อเนื่อง จำนวน 3 ราย (ทุนละ 85,000 บาทต่อปี จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี) และทุนการศึกษาแบบเฉพาะปีการศึกษา จำนวน 12 ราย เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย ตลอดจนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาของเด็กและเยาวชนในจังหวัดพิษณุโลกที่มีคุณสมบัติเป็น “คนเก่ง คนดี” ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา

สำหรับมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุ โลก จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2554 โดยได้ดำเนินการมอบทุนให้แก่นักเรียนตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 – 2568 ไปแล้วจำนวน 29 ราย ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนทุนที่สำเร็จการศึกษาและมีงานทำแล้วจำนวน 20 ราย ประกอบสัมมาชีพที่เป็นกำลังสำคัญของชาติ อาทิ แพทย์ พยาบาล วิศวกร โปรแกรมเมอร์ และครูอาจารย์ และกำลังศึกษาอยู่จำนวน 9 ราย

ภายในพิธี ผู้รับพระราชทานทุนการศึกษาทั้ง 15 ราย ได้ร่วมกันกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนเบื้องหน้าพระพักตร์พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมตั้งปณิธานที่จะมุ่งมั่น อดทน พาก เพียรในการศึกษาเล่าเรียน ประพฤติตนเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต อุทิศตนเสียสละเพื่อส่วนรวม และนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาบ้านเมือง เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณ ตอบแทนคุณแผ่นดินถิ่นเกิดให้มีความเจริญก้าวหน้าสถาพรสืบไป


นที มีเดช รายงาน

รองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช นำจิตอาสาปรับพื้นที่หาดทรายแก้ว วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร หลังเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา เพื่อคืนความสวยงามของพื้นที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นวันที่ 2

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นำจิตอาสาปรับพื้นที่หาดทรายแก้ว วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร หลังเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา เพื่อคืนความสวย งามของพื้นที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นวันที่ 2

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ตั้งเเต่เวลา 08.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรี ธรรมราช นำจิตอาสาพระราชทาน จากที่ทำการปกครองจังหวัดและเทศบาลนครนครศรี ธรรมราชร่วมทำความสะอาด และปรับภูมิทัศน์บริเวณหาดทรายแก้วและลานโพธิ์ภายในวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และสวยงาม เพื่อต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ ภายหลังจากยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569

โอกาสนี้ นายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การได้มาซึ่งการประกาศเป็นแหล่งมรดกโลกเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่การรักษานั้นยากยิ่งกว่า ดังนั้น จึงขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่แหล่งมรดกโลก เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยขอความร่วมมือจากประชา ชน โดยเฉพาะชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาความสะอาดของพื้นที่แหล่งมรดกโลก โดยขอความร่วมมือลดปริมาณขยะภายในวัด นำขยะกลับติดตัวไป หรือทิ้งขยะลงในถุงดำหรือภาชนะรองรับขยะที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ เพื่อรักษาคุณค่าความสวยงามของโบราณสถานไว้

ทั้งนี้ ขอความร่วมมืองดกระทำการอันทำให้แหล่งมรดกโลกเสื่อมคุณค่า หรือเสียหาย โดยเฉพาะพื้นที่หาดทรายเเก้ว โบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงอาคารต่าง ๆ ภายในวัด เพื่อคงคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่งมรดกโลกไว้

สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่แหล่งมรดกโลกจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วยจังหวัด วัดพระมหาธาตุ ฯ สำนักศิลปกรที่ 12 ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ได้ประชุมหารือไปแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการ เพื่อให้วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร คงคุณค่าความเป็นมรดกของชาวนครศรีธรรมราช เป็นมรดกของคนไทย และเป็นมรดกของโลกแบบยั่งยืนตลอดไป โดยในระหว่างการทำกิจกรรมจิตอาสา มีประชาชนนำอาหารและเครื่องดื่มมามอบให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย


ธีรศักดิ์ อักษรกุล รายงาน

ผมเห็นด้วยกับ “พับแลนด์บริดจ์” และนี่คือเหตุผล

เมื่อรัฐบาลประกาศผลการศึกษาว่า โครงการแลนด์บริดจ์มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจต่ำ ความเป็นไปได้ทางธุรกิจต่ำ และมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูง หลายคนรีบสรุปทันทีว่า นี่คือความล้มเหลวของโครงการขนาดใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งของประเทศ

แต่สำหรับผม ข่าวนี้มีความสำคัญมากกว่านั้น เพราะสิ่งที่กำลังเปลี่ยน ไม่ใช่แค่ “แลนด์บริดจ์” แต่คือ วิธีคิดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมักเริ่มต้นจาก “โครงการ” เมื่อมีแนวคิดสร้างโครงการขนาดใหญ่ เราจึงค่อยหาข้อมูลมาสนับสนุนว่าคุ้มค่าเพียงใด

แต่ประเทศที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่กลับทำตรงกันข้าม พวกเขาเริ่มจาก “ยุทธศาสตร์” แล้วจึงออกแบบโครงการให้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์นั้น

1. รัฐบาลกล้ายอมรับว่า “แลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุน”

ปัญหาของแลนด์บริดจ์ไม่ใช่เรื่องวิศวกรรม แต่คือเรื่อง “ธุรกิจ” รัฐบาลยอมรับว่า สายการเดินเรือระดับโลกมีพันธมิตรทางธุรกิจกับท่าเรืออยู่แล้ว โอกาสที่จะย้ายมาใช้แลนด์บริดจ์ของไทยจึงมีไม่มากอย่างที่เคยคาดหวังนี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุด เพราะต่อให้เราสร้างท่าเรือที่ดีที่สุด หรือรถไฟที่ทันสมัยที่สุด หากไม่มีลูกค้า โครงการก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ

2. ประเทศไทยกำลังตั้งโจทย์ผิดหรือไม่?

ผมเคยตั้งข้อสังเกตไว้หลายครั้งว่า แนวคิดแลนด์บริดจ์ตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญข้อหนึ่งคือ ประเทศไทยต้องแข่งขันกับช่องแคบมะละกา แต่ผมคิดว่า สมมติฐานนี้อาจผิดตั้งแต่ต้น ช่อง แคบมะละกาไม่ใช่คู่แข่งของประเทศไทย แต่เป็นเส้นทางเดินเรือธรรมชาติที่มีต้นทุนต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีเรือผ่านปีละหลายหมื่นลำ มีท่าเรือระดับโลก มีศูนย์กระจายสินค้า และมีเครือข่ายธุรกิจที่สั่งสมมาหลายสิบปีการจะดึงสายเรือออกจากระบบที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจไม่ใช่โจทย์ที่ประเทศไทยควรใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลเข้าไปแข่งขัน

3. ประเทศไทยควรแข่งขันในสิ่งที่เราได้เปรียบ

ประเทศไทยมีจุดแข็งที่แตกต่าง เราอยู่กึ่งกลางของภูมิภาค เชื่อมโยงอาเซียนกับจีน พูดได้ว่า เรามีทำเลที่ตั้งที่สามารถเชื่อมโยงภาคการผลิตกับท่าเรือได้ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยควรสร้าง อาจไม่ใช่ “ทางลัด” แต่คือ “เครือข่าย” นี่คือเหตุผลที่ผมมองว่า แนวคิด Missing Link (โครงข่ายคมนาคมที่ยังขาด เช่น สร้างทางรถไฟในช่วงที่ยังไม่มี เพื่อเชื่อมท่าเรือเข้ากับโครงข่ายรถไฟของประเทศ) ซึ่งรัฐบาลเสนอขึ้นมา น่าสนใจกว่าแลนด์บริดจ์ เพราะเป้าหมายของ Missing Link ไม่ใช่การแย่งเรือจากช่องแคบมะละกา แต่เป็นการเติมเต็ม “ส่วนที่ยังขาด” ของระบบคมนาคม เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมท่าเรือฝั่งอันดามันเข้ากับโครงข่ายรถไฟของประเทศ การเชื่อมต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และการเชื่อมโยงกับแหล่งผลิต นิคมอุตสาห กรรม รวมทั้งการเชื่อมกับโครงข่ายรถไฟไปยังลาวและจีนเมื่อเครือข่ายสมบูรณ์ ประเทศไทยจะมีทางเลือกในการขนส่งมากขึ้น ต้นทุนโลจิสติกส์ลดลง และความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมก็จะเพิ่มขึ้น

4. แต่ Missing Link ก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนจากแลนด์บริดจ์มาเป็น Missing Link ไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลจะประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ รัฐบาลยังต้องตอบคำถามสำคัญอีกหลายข้อ

  1. ยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ของประเทศไทยคืออะไร
  2. ท่าเรือฝั่งอันดามันควรอยู่ที่ระนองหรือที่อื่นที่เหมาะสมกว่า
  3. ท่าเรือฝั่งอันดามันจะเชื่อมกับท่าเรือแหลมฉบังและโครงข่ายรถไฟอย่างไร
  4. จะดึงผู้ประกอบการมาใช้ระบบได้อย่างไรหากยังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ Missing Link ก็อาจเป็นเพียงชื่อใหม่ของโครงการเดิม

5. เหตุผลที่ผมเห็นด้วยกับการ “พับแลนด์บริดจ์”

ผมไม่ได้เห็นด้วย เพราะไม่อยากเห็นประเทศไทยลงทุน และไม่ได้เห็นด้วย เพราะไม่เชื่อในศักยภาพของภาคใต้ แต่ผมเห็นด้วย เพราะการลงทุนทุกบาทของประเทศรัฐบาลควรตอบคำถามพื้นฐานให้ได้ว่า คุ้มค่าหรือไม่ มีผู้ใช้จริงหรือไม่ สร้างความสามารถในการแข่งขันได้จริงหรือไม่

การกล้าหยุด กล้าทบทวน และกล้าปรับทิศทาง ย่อมดีกว่าการเดินหน้าต่อด้วยความเสี่ยงของประเทศ และหากรัฐบาลสามารถเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนด้วย “โครงการ” มาเป็นการขับเคลื่อนด้วย “ยุทธศาสตร์” ได้จริง

ผมเชื่อว่า… การพับแลนด์บริดจ์ในวันนี้ อาจไม่ใช่จุดจบของความฝัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ไทยที่ถูกต้อง!


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
นักวิชาการด้านวิศวกรรมขนส่ง

แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา 28 กรกฎาคม 2569

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.00 น.พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนทะเลแก้ว) อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน มี ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก (ฝ่ายทหาร) นางพรศรี ตรงศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก พันเอก ทรงสิทธิ์ รอดสการ นายทหารกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เทศบาลนครพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีฯ

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ประธานในพิธี ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และถวายธูปเทียนแพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติพิธีสงฆ์อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล

ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก จะถวายผ้าไตรแด่ประธานสงฆ์ และพร้อมด้วย แม่ทัพภาคที่ 3 นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ผู้บัญ ชาการมณฑลทหารบกที่ 39 รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก (ฝ่ายทหาร) นายทหารกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พร้อมกรวดน้ำรับพร จากนั้น ผู้นำศาสนาอิสลามประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร และผู้นำศาสนาคริสต์ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพรตามลำดับ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสสำคัญดังกล่าว

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธีฯ ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลแด่พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 75 รูป ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความพร้อมเพรียงและความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวจังหวัดพิษณุโลก

โอกาสนี้ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดพิษณุโลก นำจิตอาสาพระราชทาน ร่วมอำนวยความสะดวกดูแลพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และผู้เข้าร่วมพิธีฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ด้วย


นที มีเดช รายงาน