รองจ๋อนำทีม “ทลายห้องมืด” แก๊งหลอกให้รัก รวบ 6 ผิวสีตะลึงพบประโยคเดียวเสียวถึงบัญชีธนาคาร

รองสำราญ สั่ง รองจ๋อ นำทีมศูนย์ยาเสพติดนครบาลร่วมตำรวจนนทบุรีถล่มแก๊งผิวสี “โคตรเดือด” ขยายผลจากแก็งผิวสีค้ายาเสพติดโคเคนในกรุงเทพยึดเงินสด 2.5 ล้านบาท เชื่อมแก๊งหลอกให้รัก (Romance scam) เปิดคอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระ ยา กบดานเป็นฐานปฏิบัติการหลอกสาวไทยในโลกโซเชียล

POV สารวัตรแจ๊ะนำทีม บุกพังประตู 3 ห้องก่อนบุกปล้ำจับยกแก๊งโรแมนซ์สแกมได้ชาวไน จีเรีย 6 ราย แบบคาเครื่องคาเขียง พบโทรศัพท์ 18 เครื่อง ตั้งรูปโปรไฟล์ฝรั่งหรูบังตา พบข้อ ความสอนแชทหาหญิงสูงวัย พัฒนาการไปไกลถึงขั้น “สคลิปแชทเสียว” ที่ใช้กระเส่าสาว แก่ให้กระชุ่มกระชวยได้เพียงประโยคเดียว

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2569 เวลาประมาณ 16.00 น.พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญ สม ผบช.น., พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด, พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นรามินทร์ เทพจักรินทร์ ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช.น., พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์, พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.สส.บก.น.5, พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก. สส.1บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร. ศอ.ปส.บช.น., กก.สส.ภ.จ.นนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์

เปิดปฏิบัติการ “ทลายห้องมืด“ นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจสอบห้องพัก 3 ห้อง คอนโดหรูย่านสนามบินน้ำ จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ดังนี้

  1. Mr.DENIS (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 23 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 726 วัน)
  2. Mr.EJIKEME (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 24 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 827 วัน)
  3. Mr.IBEKWE (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 29 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 1166 วัน)
  4. Mr.OKOROM (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 26 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 695 วัน
  5. Mr.NWOSU (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 30 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 1560 วัน) และ
  6. Mr.OBIELU (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 35 ปี

โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “เป็นอั้งยี่ และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร โดยที่การอนุญาตสิ้นสุด“ ในส่วนข้อหาการหลอกลวงรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam) อยู่ระหว่างการประสานกับผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนท้องที่ต่างๆ เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม

ตรวจยึดของกลาง ดังนี้ 1.โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง (พบข้อมูลแชทการหลอกให้รัก,สคลิปการหลอก,ใช้ Ai เจอเนอร์เรตใบหน้า),2.คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง,3.สมุดบัญชี 3 เล่ม จับกุมตรวจยึดได้ที่ คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านสะพานพระนั่งเกล้า ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2569 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดปราบคนต่างด้าวประกอบธุรกิจผิดกฏหมาย ควบคู่กับ “หัวโขนเดิม“ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) หลังได้รับคำสั่ง ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติดทำการสืบสวนขยายผลโดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดและเครือข่ายที่เป็นกลุ่มบุคคลต่างด้าว เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ได้ทำการสืบสวนขยายผล จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร. ร่วมกับ ศอ.ปส.บช.น. และ ปปส.กทม. บูรณาการกำลังจับกุม “แพทริค” สัญชาติไนจีเรีย ตัวการใหญ่ของเครือข่ายค้ายาเสพติด (โคเคน) ข้ามชาติ พร้อมพวกรวม 4 ราย มีการตรวจยึดโคเคน 27 กรัม ตรวจยึดทรัพย์สิน 2.5 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 69 ที่ผ่านมานั้น โดยการขยายผลอย่างต่อเนื่องจนพบข้อมูลเครือข่ายแบบองค์กรอาชญากรรม โดยพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงอย่างผิดปกติไปถึงเครือข่ายชาวไนจีเรียกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี

จึงรายงานให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ทราบและได้สั่งการให้สืบสวนขยายผล ชาวไนจีเรียเครือข่ายนี้โดยละเอียดจนพบว่าเครือข่ายนี้จะมี Visa เป็นนักเรียนทั้งสิ้น แต่กลับมีเงินหมุนเวียนสูงผิดปกติ และมีพฤติกรรม “มั่วสุม” 5-6 คน ในคอนโดหรูติดแม่น้ำย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี โดยไม่มีการออกไปทำงานหรือไปเรียนหนังสือใดๆ เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี กระทั่งศาลได้อนุมัติออกหมายค้นห้องพักจำนวน 3 ห้อง (สงวนเลขที่และชื่อคอนโด) ตามหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 487/69,488/69,489/69 ลงวันที่ 22 พ.ค.2569

วันที่ 22 พ.ค.2569 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.ร่วมกับพล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก. ภ.จ.นนทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น.,กก.สส.ภ.จ.นนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์ นำหมายค้นศาลเข้าตรวจสอบห้องทั้ง 3 แห่งในคอนโดหรู แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้รับความร่วมมือจากนิติคอนโดเป็นอย่างดี แต่ทว่ากลุ่มคนร้ายก็มีความระมัดระวังตัวเช่นเดียวกัน เมื่อเจ้าหน้า ที่นำกำลังไปถึงห้องพักกลุ่มผู้ต้องหาไม่ยอมเปิดประตูห้อง ซ้ำเจ้าหน้าที่ยังได้ยินเสียงเล็ด ลอดออกมาลักษณะมีการวิ่งไปมาภายในห้องคล้ายการพยายามทำลายหลักฐาน เจ้าหน้าที่เกรงว่าพยานหลักฐานอาจถูกทำลายจึงตัดสินใจพังประตูห้องเข้าไป โดยห้องแรก พบผู้ต้องจำนวน 3 ราย และพบโทรศัพท์จำนวน 7 เครื่อง โดยปรากฏหน้าแชทโทรศัพท์ที่ค้างไว้เป็นการปลอมโปรไฟล์หลอกลวงสาวสูงวัยรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam) โดยพฤติกรรมขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าห้องมีผู้ต้องหา 1 รายพยายามจะปีนระเบียงหนี และอีก 1 ราย นอนแอบอยู่ในพื้นห้องน้ำชั้นในโดยพยายามส่งข้อความโทรศัพท์ไปบอกเครือข่ายห้องอื่นๆ ”สารวัตรแจ๊ะ“ จึงเร่งนำกำลังบุกพังประตูอีก 2 ห้อง (ตามหมายค้น) ก่อนรวบตัวผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 6 ราย ตรวจยึดโทรศัพท์จำนวน 18 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง

จากการขยายผลได้พบข้อมูลในโทรศัพท์ของผู้ต้องหา โดยมีแชทการสนทนาหลอกเหยื่อในแอ็พพลิเคชั่น Messenger Facebook,Wechat,Tiktok,Line และ Zalo โดยกลุ่มผู้ต้อง หาจะใช้โปรไฟล์เป็น ชายชาวต่างชาติ ที่มีหน้าตาและหน้าที่การงานดี เช่น นักบิน ทหารอเมริกัน ทนาย วิศวะกร หมอ ฯลฯ แชทสนทนากับเหยื่อลักษณะหลอกให้หลงรัก ก่อนจะแจ้งว่าได้ส่งพัสดุจากต่างประเทศมาให้แต่ติดด่านศุลกากร ต้องโอนเงินมาให้ โดยเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นหญิงไทยที่สูงวัย และเจ้าหน้าที่ได้พบกับ “สคลิป” แบบต้นฉบับ ที่กลุ่มคนร้ายจะใช้ในการคุยกับเหยื่อ ซึ่งมีจำนวนมาก (ซึ่งจะนำเปิดเผยต่อไปเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ) ที่น่าตกใจคือ “สคลิปแชทเสียว“ โดยจะมีบทพูดเพื่อนำพาเข้าสู่อารมณ์แห่งราคะ โดยเน้นเพื่อให้หญิงสูงวัยได้พบกับความปรารถนาอันเร่าร้อน

โดยเจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานลักษณะการหลอกลวงแบบนี้จากข้อมูลในโทรศัพท์ ของผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย และจากการตรวจสอบพบว่าล้วนอยู่เกินเวลากำหนด (Overstay) นานแล้ว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิ เบศร์ ดำเนินคดีตามกฏหมาย ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหา ทั้ง 6 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. / รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า “ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการขยายผลอย่างต่อเนื่องมาจากการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ (โคเคน)เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งปฏิบัติการในครั้งนี้เราพบหลักฐานทั้งแชทการสนทนากับเหยื่อที่กำลังจะถูกหลอก , ระบบ AI เจนเนอเรตใบหน้าปลอมเพื่อตบตาเหยื่อ และสคริปต์จิตวิทยาในการหลอกลวงหญิงไทยในกลุ่มผู้สูงอายุ มีการพัฒนาของมิจฉาชีพไม่ได้ใช้แค่รูปโปรไฟล์ปลอมแล้ว แต่ใช้ AI ขยับใบหน้า ทำคลิปวิดีโอคอลปลอม และมีบทพูดหรือสคริปต์จิตวิทยาขั้นสูงที่จงใจเล่นกับอารมณ์ความเหงา ความรัก และความพึงพอใจของเหยื่อ

อยากฝากถึงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะบุตรหลานที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากมีชาวต่างชาติหน้าตาดี หน้าที่การงานเลิศหรู ทักแชทมาคุย ชวนคุยเรื่องลึกซึ้ง แล้วสุดท้ายลงเอยด้วยการอ้างว่า ‘ส่งของมาให้แต่ติดศุลกากรต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมก่อน’ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยครับว่าเป็นมิจฉาชีพ 100% ห้ามโอนเงินเด็ดขาด และขอขอบคุณนิติบุคคล และทุกท่านที่ให้ความร่วมมืออย่างดีในการปฏิบัติงานของเรา“


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569 พร้อมเชิญชวนสาธุชน ร่วมงานฉลองวันบรรลุธรรม ในวันปฐมฤกษ์ “25 พฤษภาคม 2569” เปิดศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ

เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2569 เวลา 09.00 น.ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการฯ, นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ, นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ, นาย วิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการฯ, นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิกฯ, นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบฯ พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ, ผู้ช่วยกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่บริหารฯ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย โดยมี ศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมในพิธี

โดยระหว่างวันที่ 23-28 พฤษภาคม พ.ศ.2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุ ชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569 สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) และ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊) โดยมูลนิธิฯ จัดเตรียมบริการเฉพาะบรรจุถุงให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับบ้านเท่านั้น ณ บริเวณลานสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

และในวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2569 ที่ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มูลนิธิฯ ได้จัดพิธีสวดมนต์ เนื่องในงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) และเป็นวันแห่งมหามงคลฤกษ์ แห่งการเปิดให้ประชาชนสักการะและเยี่ยมชมมรดกแห่งเมตตาธรรม และแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า ศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี ใจกลางสาทร อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” เปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชม สักการะขอพร และทำบุญบริจาคสมทบทุนงานสาธารณกุศลกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ทุกวัน (จันทร์–อาทิตย์) ระหว่างเวลา 07.00–18.00 น.

ติดตามข่าวสารกิจกรรม ของศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ ได้ที่ http://www.facebook.com/TaiHongGongShrine หรือติดตามข่าวสารตามช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. ผนึกกำลัง 9 หน่วยงานภาคเหนือ ลงนาม MOU ขับเคลื่อนนวัตกรรม “อากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” สู่ผู้ใช้ประโยชน์

วช. ผนึกกำลัง 9 หน่วยงานภาคเหนือ ลงนาม MOU ขับเคลื่อนนวัตกรรม “อากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” สู่ผู้ใช้ประโยชน์

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่ออากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคงไปสู่การใช้ประโยชน์” ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายรวม 9 หน่วยงาน ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) ภายใต้กระทรวง (อว.) ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม คุณภาพอากาศ และการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และเครือข่ายหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกันขยายผลนวัตกรรมไปสู่การใช้งานจริง ทั้งด้านการเฝ้าระวัง การลดผลกระทบจากฝุ่นควัน PM2.5 การจัดการทรัพยากรน้ำ และการรับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว (วช.) จะให้การสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการจัดการฝุ่นและคุณภาพอากาศ รวมถึงนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำและการรับ มือภัยพิบัติ เพื่อขยายผลไปสู่การใช้ประโยชน์ ขณะที่หน่วยงานภาคีเครือข่ายจะร่วมสนับ สนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริง ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทรัพยากร และบุคลากร เพื่อยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับดังกล่าว มีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม เพื่อเป็นความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้านวิจัย สาธารณสุข สวัสดิการสัง คม การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม เพื่อร่วมกันผลักดันนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ อันจะนำไปสู่การสร้าง “อากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” ให้กับพื้นที่ 8 จังหวัด ภาคเหนือ

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนัก งานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายแพทย์นิธิรัตน์ บุญตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวอภิรชญา ชัยติกุล ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์ จังหวัดเชียงใหม่ นางพัชรินทร์ เสนาะสันต์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ จังหวัดลำปาง นายอภิรักษ์ รุจิระภูมิ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ นางนภัสวรรณ แสงมณี หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดลำพูน นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม จังหวัดเชียงใหม่ นายสัญญา ทุมตะขบ ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวด ล้อม สำนักงานทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดลำพูน และนายคมกฤช อารีย์เกิดเพียร ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดลำปาง ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชา การ และหน่วยงานในพื้นที่ ในการนำองค์ความรู้ด้านวิจัยและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนการแก้ ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติให้กับประเทศ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมพิธีสวดมนต์ เนื่องในงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมพิธีสวดมนต์ เนื่องในงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง)

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2569 เวลา 09.00 – 13.00 น. ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิม พระเกียรติ 72 พรรษา เขตสาทร กรุงเทพฯ : ประกอบพิธีสวดมนต์ โดย พระสงฆ์จีนนิกาย วัดโพธิ์แมนคุณาราม เวลา 14.00 น.ประกอบพิธีเวียนธูปภายในศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ เคาน์เตอร์รับบริจาค ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น.

#ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว #TaiHongGongShrine


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ปฏิบัติการดับซ่านครชัยศรี” บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”ในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี

“ปฏิบัติการดับซ่านครชัยศรี” บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”ในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี

วันพฤหัสบดีที่ 28พฤษภาคม 2569ตั้งแต่เวลา 19.00 น เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรากุล ปลัดจังหวัดนครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ

นายอำเภอนครชัยศรี สั่งการให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐม นำโดย นายภัทรนันท์ เชยจิตร ป้องกันจังหวัดนครปฐม นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี นายสันติ เจริญวัย จ่าจังหวัดนครปฐม สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. นคร ชัยศรี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี และสมาชิก อส. เปิดปฏิบัติการ “ดับซ่านคร ชัยศรี“ ลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อร้องเรียน ร้านนวดแผนโบราณ ในเขตอำเภอนครชัยศรี จัง หวัดนครปฐม

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่พบว่า ร้านดังกล่าว เปิดให้บริการ จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และให้บริการนวดแผนโบราณ โดยมีผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า โดยไม่มีใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงได้ ควบคุมตัว นายเอ นามสมมุติ ซึ่งแสดงตัวเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้ 1 ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, 2 จำหน่ายสุราโดยไม่มีใบอนุญาต, 3 จำหน่ายยาสูบ โดยไม่มีใบอนุญาต

ซึ่งการปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่งคง ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สร้างความสงบสุขให้สังคม ป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ การลักลอบค้าประเวณี ลดแหล่งอบายมุข และสถานที่อโคจร


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ปิดล้อมเช้าตรู่ ! ฝ่ายปกครองหนองสูงสนธิกำลังตำรวจ บุกค้นบ้านเป้าหมาย รวบผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 20

มุกดาหาร – ปิดล้อมเช้าตรู่ ! ฝ่ายปกครองหนองสูงสนธิกำลังตำรวจบุกค้นบ้านเป้าหมาย รวบผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 20

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอหนองสูงที่ 3 ภายใต้การอำนวยการของ นายพงษ์เพชร มากเกื้อ นายอำเภอหนองสูง และผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอหนองสูงที่ 3 ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสูงใต้ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร ตามแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของภาครัฐ

ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 20 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพยาเสพติดภายในบ้านเป้าหมาย เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยว ข้องส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองสูงใต้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ โดยฝ่ายปกครองอำเภอหนองสูงได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นและลดปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน สร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด หรือพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลต่อฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน


รายงานข่าว : ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
ผู้สื่อข่าวจังหวัดมุกดาหาร
โทร. 098-869-9888

เชิดชูเกียรติวีรบุรุษผู้กล้า ส่งต่ออนาคตทางการศึกษาแก่บุตรกำลังพลชายแดน

เชิดชูเกียรติวีรบุรุษผู้กล้า ส่งต่ออนาคตทางการศึกษาแก่บุตรกำลังพลชายแดน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มณฑิชา รักศิลป์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 ร่วมเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2569 ให้แก่บุตรของกำลังพลที่เสียชีวิต บาดเจ็บ และทุพพลภาพ จากการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ อาคารยุทธพิชัย กองพลทหารราบที่ 3 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

ซึ่งบรรยากาศภายในพิธีเต็มเปี่ยมไปด้วยความปลาบปลื้มและซาบซึ้งใจ เมื่อทุกคนได้หวนรำลึกถึงช่วงเวลาแห่งความยากลำบากตามแนวชายแดน ซึ่งกำลังพลทุกนายได้แสดงออกถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ ยอมอุทิศเลือดเนื้อ อวัยวะ หรือแม้กระทั่งชีวิต เพื่อพิทักษ์รักษาผืนแผ่นดินไทยและความสงบสุขของประชาชนในแนวหลัง วีรกรรมอันยิ่งใหญ่นี้จะถูกจารึกไว้ในความทรงจำตลอดไป

สำหรับการมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวกำลังพลเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แทนคำขอบคุณ ความห่วงใย และการเชิดชูเกียรติจากมูลนิธิฯ รวมถึงสังคมไทยที่มีต่อครอบครัววีรบุรุษ พร้อมทั้งมุ่งหวังให้เด็กๆ ทุกคนนำความภาคภูมิใจในสายเลือดของผู้กล้ามาเป็นพลังขับเคลื่อนในการดำเนินชีวิต ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่อเติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

#มูลนิธิเปรมติณสูลานนท์ #ทุนการศึกษา #เชิดชูเกียรติวีรบุรุษ #กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

สายด่วน ! เผย “มือมืด” โทรป่วน 199 ทั้งวันไร้สาเหตุ หวั่นทำระบบล่ม-ตัดโอกาสผู้ประสบภัยจริง

สายด่วน ! เผย “มือมืด” โทรป่วน 199 ทั้งวันไร้สาเหตุ หวั่นทำระบบล่ม-ตัดโอกาสผู้ประสบภัยจริง

เจ้าหน้าที่ห้องวิทยุสื่อสารสายด่วน 199 กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤต “สายป่วน” หลังพบพฤติกรรมกลุ่มคนลึกลับโทรศัพท์เข้ามาก่อกวนตลอดทั้งวัน เจ้าหน้าที่เตือน พฤติกรรมสนุกสนานเช่นนี้อาจกำลังตัดโอกาสรอดชีวิตของประชาชนที่กำลังเผชิญเหตุสาธารณภัยจริง
พฤติกรรมซ้ำซาก โทรแล้วเงียบ-กดวาง

รายงานข่าวระบุว่า ในแต่ละวันจะมีสายโทรศัพท์ปริศนากดเข้ามาที่หมายเลข สายด่วน 199 ซึ่งเป็นสายด่วนแจ้งเหตุอัคคีภัยและสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง โดยพฤติกรรมของผู้ก่อกวนจะคล้ายคลึงกัน คือเมื่อเจ้าหน้าที่กดรับสาย ปลายสายกลับเงียบไม่ยอมพูดสาย ไม่มีการตอบรับใดๆ ก่อนจะวางสายไป และภายในเวลาไม่กี่นาทีก็จะกดโทรกลับเข้ามาใหม่ ซ้ำๆ แบบนี้ตลอดทั้งวัน “เราไม่เข้าใจเลยว่าพวกเขาทำไปเพื่ออะไร ต้องการอะไร หรือแค่คึกคะนองเอาสนุกสนาน แต่สิ่งที่คุณทำมันกำลังสร้างความเสี่ยงให้กับชีวิตของคนอื่น”

เตือน! สายไม่ว่าง อาจหมายถึง “ชีวิต” เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า “สายด่วน 199 มีไว้สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉินเท่านั้น” การกระทำในลักษณะนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบคู่สาย หากในวินาทีนั้นมีประชาชนที่กำลังประสบภัยพิบัติ หรือเกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จะไม่สามารถโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยเพราะสถานะ “สายไม่ว่าง” จากการโทรป่วนดังกล่าว

ทางหน่วยงานจึงขอความร่วมมือและฝากเตือนไปยังผู้ที่กำลังกระทำการก่อกวน ขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวทันที เพราะโทรศัพท์เพียงหนึ่งสายที่โทรเข้ามาเล่นๆ อาจส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นอย่างมหาศาลอย่างที่ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้


วีระชัย บทมาตย์
ข่าวสาธารณะ รายงาน

ฝนตกถนนลื่น ! รถบรรทุกผลไม้เสียหลักพลิกคว่ำเทกระจาด หน้า รร.บ้านสามขา มุกดาหาร เตือนผู้ใช้ทางระวัง

มุกดาหาร — ฝนตกถนนลื่น ! รถบรรทุกผลไม้เสียหลักพลิกคว่ำเทกระจาด หน้า รร.บ้านสามขา มุกดาหาร เตือนผู้ใช้ทางระวัง

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรับรุ่งเช้า บนถนนสายมุกดาหาร – ธาตุพนม บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านสามขา ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยรถยนต์บรรทุกผลไม้เสียหลักพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้ผลไม้ที่บรรทุกมาเทกระ จาดเกลื่อนเต็มพื้นถนน

เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากสภาพอากาศที่มีฝนตกในพื้นที่ ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงและพื้นผิวจราจรมีความลื่นสูง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลคำป่าหลายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รีบเข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวก และเร่งเคลียร์สิ่งกีดขวางเพื่อเปิดการจราจรให้กลับสู่สภาวะปกติ

แจ้งเตือนผู้ใช้เส้นทาง: เทศบาลตำบลคำป่าหลาย ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและผู้ขับขี่ที่ต้องสัญจรผ่านเส้นทางมุกดาหาร – ธาตุพนม ในช่วงนี้ โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านสามขา โปรดเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ชะลอความเร็ว และไม่ประมาท เนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่องและถนนลื่น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน


ภาพข่าวโดย: เทศบาลตำบลคำป่าหลาย จังหวัดมุกดาหาร.

รายงานโดย: ข่าวสาธารณะ

สมาคมชาวสงขลา ร่วมกับสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ และสมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ ร่วมทำบุญครบ 7 ปี วันอสัญกรรม “ป๋าเปรม”

สมาคมชาวสงขลา ร่วมกับสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ และสมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ
ร่วมทำบุญครบ 7 ปี วันอสัญกรรม “ป๋าเปรม”

สมาคมชาวสงขลา ร่วมกับ สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ จัดพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศลครบรอบ ๗ ปี วันอสัญกรรม พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 ณ อาคาร 100 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร

โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระพรหมวชิรรังษี (จิรพล อธิจิตฺโต) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายสถาพร ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมชาวสงขลา ผศ. ดร.กานต์ บุญศิริ รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ เครือข่ายสัมพันธ์ และกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะนายกกิตติมศักดิ์สมาคมชาวสงขลา ร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศล

พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2463 ณ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา โดยพระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรโณ) เป็นผู้ตั้งชื่อให้ ส่วนนามสกุล “ติณสูลานนท์” ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พลเอก เปรม เป็นประธานองคมนตรีถึง 2 รัชสมัย เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระ บาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในช่วงหลัง การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ระหว่างรอประกาศการขึ้นทรงราชย์ ในปี พ.ศ. 2559 และเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ของไทย พลเอกเปรม เป็นผู้นำที่ตั้งมั่นบนความซื่อสัตย์ สุจริต และจงรักภักดี แน่วแน่ในการตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เป็นแบบอย่างคุณความดีให้กับคนรุ่นหลัง

ภายหลังจากพิธีสงฆ์ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของสมาคมชาวสงขลา เพื่อแถลงผลการดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา โดย นายสถาพร ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมชาวสงขลา เปิดเผยว่า จากจุดเริ่มต้นนโยบาย “9 ร่วมเพื่อชาวสงขลา” โดย ผศ. ดร.กานต์ บุญศิริ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมชาวสงขลา ที่ได้วางรากฐานแห่งความร่วมมือไว้ตั้งแต่ปี 2562 ในปีที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้สานต่อเจตนารมณ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุน และขยายโอกาส ให้กับชาวสงขลา อาทิ การมีส่วนร่วมในการการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568, การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับมาจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ โดยร่วมกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จัดทำโครงการห้องเรียนดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ให้กับโรงเรียนต่าง ๆ จำนวน 7 แห่ง, จัดทำโครงการหนังสือแนะนำการท่องเที่ยว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสงขลาสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านอาหาร(Songkhla, City of Gastronomy) ได้อย่างยั่งยืน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการพักค้าง ขยายฐานนักท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่มีความสนใจด้านอาหารท้องถิ่น อีกทั้งสมาคมยังมีการดำเนินการเพื่อส่งเสริมด้านอาชีพให้กับชาวสงขลาทั้งในจังหวัดสงขลา และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และนอกจากนี้สมาคมฯ พร้อมที่สานต่อเจตนารมณ์ “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” และพร้อมช่วยเหลือชาวสงขลาที่เดือดร้อน ด้วยความรักและสามัคคีของชาวสงขลา