ป.ป.ส. ร่วมขับเคลื่อนการบำบัดยาเสพติดแบบองค์รวม และร่วมเสวนาพิเศษ “Triple Force: สามประสาน บูรณาการบริการงานบำบัดยาเสพติดไทย” ในการประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 26

ป.ป.ส. ร่วมขับเคลื่อนการบำบัดยาเสพติดแบบองค์รวม และร่วมเสวนาพิเศษ “Triple Force: สามประสาน บูรณาการบริการงานบำบัดยาเสพติดไทย” ในการประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 26

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) จัดการประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 26 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ดูแลด้วยหัวใจ ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม : บูรณาการสู่การบำบัดแบบองค์รวมและรอบด้าน (Caring Hearts, Smart Innovation : Integrated, Holistic, and Comprehensive Addiction Care)” ระหว่างวันที่ 17 – 19 มิถุนายน 2569 โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี และรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ผนึกพลังคืนคนดี : มิติใหม่แห่งการฟื้นฟูสมรรถ ภาพผู้ต้องขังยาเสพติด ใต้ร่มพระบารมี” เพื่อมอบแนวทางและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ปฏิบัติงานจากทั่วประเทศ โดยมีผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วมกว่า 2,000 คน

ในโอกาสนี้ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรในการเสวนาพิเศษหัวข้อ “Triple Force : สามประสาน บูรณาการบริการงานบำบัดยาเสพติดไทย” โดยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงภาคชุมชนและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับระบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ ครอบ คลุม และตอบสนองต่อสถานการณ์ปัญหายาเสพติดที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่มุ่งลดผลกระทบจากยาเสพติดทั้งในมิติการปราบปราม การป้องกัน และการบำบัดรักษาฟื้นฟู โดยผู้เสพยาเสพติดซึ่งเข้าสู่กระ บวนการบำบัดรักษาจะต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ การดำเนินงานดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเชื่อมโยงระบบบริการให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังได้เน้นย้ำว่า ยาเสพติดในปัจจุบันเป็นการผลิตมาจากสารสังเคราะห์และมีส่วนผสมของสารเคมีอันตรายหลายชนิด รวมทั้งมีการดัดแปลงสูตรผสมเพื่อทำให้เกิดฤทธิ์ที่รุนแรงมากขึ้นต่อระบบประสาทและการควบคุมของสมอง ทุกคนจึงต้องเข้าใจว่ายาเสพติดส่งผลอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพร่างกาย ดังปรากฎเป็นข่าวทุกวันนี้ ผู้ใช้ ผู้เสพยาเสพติดต้องรู้เท่าทันผลของมัน หากไม่ลดละเลิก จะนำความเสียหายเกิดแก่ตนเอง ครอบครัว และสังคม การสนับสนุนการบำบัดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เช่น ชุมชนล้อมรักษ์ ขุมชนบำบัด CBTx เป็นการส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ เพื่อลดการพึ่งพาการรักษาในสถานพยาบาลและเสริมพลังให้ชุมชนสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวอย่างของชุมชนที่ริเริ่มดำเนินการเอง และมีภาคราชการเข้าไปสนับสนุนจนประสบผลสำเร็จในหลายพื้นที่ อาทิ ชุมชนในพื้นที่ จ.ชัยนาท อยุธยา ปทุมธานี สมุทรปราการ และนนทบุรี

ทั้งนี้ การประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 26 ถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสาธารณสุข กระบวนการยุติธรรม การปกครอง และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และขับเคลื่อนระบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศให้ก้าวทันต่อสถานการณ์ โดยสาระสำคัญจากปาฐกถาพิเศษของ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา ได้สะท้อนถึงความสำคัญของการผนึกกำลังทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูผู้ก้าวพลาดจากยาเสพติดให้กลับมาเป็นกำลังสำคัญของสังคม ภายใต้หลักเมตตาธรรมและการให้โอกาส ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างสมดุลและยั่งยืนของประเทศไทยในปัจจุบัน


สมาคมนายทหารนอกประจำการร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

สมาคมนายทหารนอกประจำการร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

เมื่อ 3 มิถุนายน 2569 พลเอก วินัย ภัททิยกุล นายกสมาคมนายทหารนอกประจำการ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ จำนวน 10 ท่าน ประกอบด้วย

  1. พลเอกวินัย ภัททิยกุล นายกสมาคมนายทหารนอกประจำการ
  2. พลอากาศเอกอดิศักดิ์ กลั่นเสนาะ อุปนายกสมาคม
  3. พลเอก มณฑล บำรุงพฤกษ์ กรรมการ
  4. พลเอกสุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ กรรมการ
  5. พลเอกบุญลือ วงษ์ท้าว กรรมการ
  6. พลเอก เพิ่มศักดิ์ รอบจังหวัด กรรมการ
  7. พลตรีหญิง อุไรพงศ์ สังขวาสี กรรมการ
  8. พลเรือตรีหญิงสุรัชฎา ชลออยู่ กรรมการ
  9. พลตรี ณัฐวุฒิ สังขปรีชา
  10. พันเอกหญิง ดวงกมล เกียรติบุตร

ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง


พล.ต.อ.ธนายุตม์ฯ ร่วมงาน “วันคล้ายวันสถาปนาตำรวจภูธรภาค 7 ครบรอบปีที่ 80 ประจำปี 2569”

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 12 มิ.ย.69) เวลา 08.30 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองนายกสมาคมตำรวจ อดีต ผบช.ภ.7 เดินทางมาร่วมงาน “วันคล้ายวันสถาปนาตำรวจภูธรภาค 7 ครบรอบปีที่ 80 ประจำปี 2569” โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีพร้อมด้วย อดีตผู้บังคับบัญชา แขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธี ณ ตำรวจภูธรภาค 7 ถ.ขวาพระ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร 7 วัน พระราชทานพระศพ “สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 17.14 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ กองทหารเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงกราบ แล้วประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และพระสงฆ์ 9 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่โต๊ะข้างธรรมาสน์ ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ สำหรับพระศพทรงธรรม ทรงศีล สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “ฉัตโตปมกถา” จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระสงฆ์สวดธรรมคาถา พระสงฆ์ 4 รูป สวดธรรมคาถา

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ที่สวดธรรมคาถา พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออกและด้านตะวันตก พระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ


ประชาชนร้องนายกฯ “หนู” ผ่านสื่อฯ เรื่อง “บ่อนเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่” กลางเมืองมหาสารคาม เปิดเย้ยกฎหมาย ท้าทายตำรวจฯ หลายแห่งฯ

ประชาชนร้องนายกฯ “หนู” ผ่านทางสื่อฯ เรื่อง “บ่อนเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่” กลางเมืองมหาสารคาม เปิดเย้ยกฎหมาย ท้าทายตำรวจฯ หลายแห่งฯ

จุดที่(1) พิกัดบ่อนฯ ถ.นาควิชัย ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม ใกล้ (วิทยาลัยอาชีวศึกษามหา สารคาม) ประมาณ 150 เมตร เป็นบ่อนฯ ขนาดใหญ่ มีคอมพิวเตอร์ใว้ให้เล่นเว็บพนัน สล็อตฯ บาคาร่า ฟุตบอล และเกมพนันต่างๆ 30 กว่าเครื่อง พื้นที่ (สภ.มหาสารคาม)

จุดที่(2) พิกัดบ่อนฯ ถ.มนตรีบำรุง ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม ห่างจากจุดที่หนึ่งประมาณ 200 เมตร มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่องไว้ให้เล่นเว็บพนันเหมือนจุดที่หนึ่ง พื้นที่ (สภ.เมืองมหาสารคาม)

เคยร้อง ตรฯ โดยเฉพาะ “พล.ต.พลาเดช เพชรหว้าโง๊ะ” (ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม) ผ่านสื่อฯ แต่เงียบเฉย ไม่เห็นดำเนินการอะไรที่เป็นรูปธรรม จากแหล่งข่าวแจ้งมา บ่อนฯ ก็ยังเปิดเหมือน เดิมฯ

#ตรฯเป็นที่พึ่งของประชาชนได้จริงหรือฯ

ขอร้อง “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” (นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) ดีกว่า เพราะนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกฯ ประกาศไว้ชัดเจนฯ

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินนโยบายปราบปรามเว็บพนันออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเด็ดขาด โดยยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ไม่สนับสนุนธุรกิจการพนันทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมาย ตัดวงจรบัญชีม้า และสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

สาระสำคัญของนโยบายจุดยืนที่ชัดเจน: ยืนยันไม่สนับสนุนกาสิโนหรือการอนุญาตให้การพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย

การบูรณาการหน่วยงาน: สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ผ่านปฏิบัติการ “DEV Shutdown” และกระทรวงมหาดไทย ร่วมมือกันทลายเครือข่ายเว็บพนันและฟอกเงิน

มาตรการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”: กำชับเจ้าหน้าที่รัฐไม่ละเว้นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยหากพบบุคลากรมีพฤติการณ์พัวพันกับสแกมเมอร์ บัญชีม้า หรือนอมินี จะถูกดำเนินการทางกฎหมายและวินัยอย่างเด็ดขาด

การเพิ่มบทลงโทษ: กรมการปกครองผลักดันการแก้ไขกฎหมาย เพิ่มโทษทั้งผู้จัดให้มีการเล่นพนัน (บ่อนและเว็บพนัน) รวมถึงผู้เล่นอย่างจริงจัง

ผลการดำเนินงานสกัดกั้นก่อนทัวร์นาเมนต์ใหญ่: มีการสั่งการเชิงรุกเพื่อสกัดเว็บพนันออนไลน์และเว็บพนันบอลก่อนเทศกาลฟุตบอลโลก

#นโยบายนี้อาจจะใช้ไม่ได้กับข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บางคนในมหาสารคามฯ #ไม่อย่างนั้นบ่อนเว็บพนันพวกนี้คงเปิดไม่ได้นานขนาดนี้ฯ #หลักฐานภาพถ่ายวันเวลาที่อยู่ข้อมูลรายละเอียดชัดเจนขนาดนี้ฯ #ยังไม่ยอมจับพวกท่านไม่อายประชาชนที่จ่ายภาษีบ้างหรือฯ

การจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์มีความผิดตาม พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 โดยผู้จัด (เจ้ามือ) จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 ถึง 5,000 บาท นอกจากนี้ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง:

พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 (บัญชี ก): หากเป็นการจัดเล่นพนันประเภทสล็อตแมชชีน, บาคาร่า, หรือการพนันตามบัญชี ก มีโทษหนัก คือ จำคุก 3 เดือน – 3 ปี และปรับ 500 – 5,000 บาท

ความผิดฐานฟอกเงิน: การจัดให้เล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นมูลฐานความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษยึดทรัพย์และตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างเข้มงวด

ความผิดฐานโฆษณาชักชวน: ผู้ที่ทำหน้าที่โปรโมทหรือชักชวนให้เข้าเล่น มีความผิดฐานโฆษณาการเล่นการพนัน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามพ.ร.บ.การพนัน (หรืออาจโดนพ่วงข้อหาจัดให้มีการเล่นพนันฯ ซึ่งมีโทษสูงขึ้นตามดุลพินิจของศาล)

#ข่าวว่าที่นี่เส้นดีมีนายตรฯใหญ่เป็นแบ็ค

#มิน่าถึงกล้าเปิดใหญ่เพราะใครก็ไม่กล้าแตะฯ

#คงไม่มีใครใหญ่กว่านายกฯ

#นายอนุทินชาญวีรกูล

#นายกรัฐมนตรี

#รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย


(((สะกิดนภา)))

แม่ทัพภาคที่ 3 ติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสาย

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบกองพลพัฒนาที่ 3 ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 3 นายอำเภอแม่สาย ติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสาย รับฟังปัญหาอุปสรรคการดำเนินงาน เร่งเสริมความพร้อมป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน ขณะนี้งานก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 60 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 45 วัน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น.พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชา การกองกำลังผาเมือง พลตรี สมใจ คิดเกื้อการุณย์ ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 พลตรี พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ ที่ปรึกษา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน หลังจากได้เริ่มซ่อมแซมเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยแม่ทัพภาคที่ 3 และคณะ ได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและปัญหาข้อขัดข้อง ณ ห้องประชุมด่านศุลกากรแม่สายแห่งที่ 2 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก่อนที่ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ชุมชนหัวฝาย พบปะประชาชน พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์กีฬาให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ สร้างขวัญกำลังใจแก่ประชา ชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา และติดตามตรวจพนังกั้นน้ำบริเวณชุมชนบ้านหัวฝาย

จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมแนวพนังกั้นน้ำบริเวณชุมชนหัวฝาย และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานบริเวณสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 ซึ่งเป็นอีกจุดสำคัญในการป้องกันและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ รวมถึงตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารช่าง ชุดช่างจิตอาสา และความคืบหน้าของการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวร ลำน้ำสาย

สำหรับการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวร แบ่งการดำเนินงานออกเป็นหลายโซน โดยพื้นที่โซน A บริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย–เมียนมา ซอยสันลมจอย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งพื้นที่โซน A 4 เจ้าหน้าที่ทหารช่างจิตอาสา ดำเนินการบรรจุและจัดวางกระสอบทราย รวมถึงถุงบิ๊กแบ็คเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แนวป้องกันน้ำ ส่วนโซน B ด้านหน้าอาคารราชพัสดุ พื้นที่โซน B1 มีการอุดช่องว่างระหว่างถุงบิ๊กแบ็คและเสริมความมั่นคงบริเวณด้านข้างอาคาร ขณะที่โซน C ด้านหลังวัดเกาะทราย พื้นที่โซน C 4 ได้ดำเนินการเสริมและจัดวางถุงบิ๊กแบ็คตามแนวพนังอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันภาพรวมการดำเนินงานมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 60 และคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สายในช่วงฤดูฝนนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกำหนด 45 วัน


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก ร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้

กองทัพบก ร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิ คุณอย่างหาที่สุดมิได้

จากประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันนี้ (13 มิ.ย.69) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก เข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยผู้บัญชาการทหารบกและคณะได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี พร้อมน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

สำหรับกำหนดการพระราชพิธี ในวันเดียวกันเวลา 16.26 น. เป็นต้นไป ได้มีการเชิญพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง ตามโบราณราชประเพณี โดยผ่านเส้นทาง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์-ถนนอังรีดูนังต์-ถนนพระราม4- แยกสามย่าน-ถนนศรีอยุธยา-ผ่านอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร-วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร-ถนนราชดำเนินนอก-ถนนราชดำเนินกลาง-ถนนราชดำเนินใน-ถนนหน้าพระลาน และเข้าสู่พระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี มุ่งหน้าสู่พระที่นั่งพิมานรัตยา โดยมีกำลังพลกองทัพบกเฝ้ารับขบวนเชิญพระศพบริเวณด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนิน เพื่อร่วมถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

จากนั้น จะมีพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง ตามโบราณราชประเพณี เพื่อถวายพระเกียรติยศท่ามกลางความอาลัยของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

ทั้งนี้ กองทัพบกขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป และลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 14 – 16 มิ.ย.69 เวลา 08.30 น. – 16.00 น. เพื่อถวายความอาลัย แสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของแผ่นดิน ด้วยพระเมตตาธรรมอันเปี่ยมล้น พระจริยวัตรอันงดงาม และจะประทับอยู่ในดวงใจของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าตราบนิรันดร์


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

มทบ.34 ดำเนินการฝึกวิชาชีพให้กับทหารใหม่ รุ่นปี 2569 ผลัดที่ 1

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 69 เวลา 0900  – 1200 น. มทบ.34 ดำเนินการฝึกวิชาชีพ ให้กับทหารใหม่ รุ่นปี 2569 ผลัดที่ 1 จำนวน 121 นาย  เพื่อให้ทหารใหม่ มีความรู้ ความสามารถ ในระหว่างประจำการ และใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ ได้ในอนาคต ณ ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช อ.เมืองพะเยา จว.พ.ย.

โดยมีหลักสูตรวิชาชีพที่ดำเนินการฝึกอบรม ดังนี้

  1. หลักสูตร ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อบรมในเรื่อง การยึดอุปกรณ์และการประกอบอุปกรณ์บนบอร์ดติดตั้ง,การตรวจและการทดสอบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างและวงจรกำลัง มีทหารใหม่เข้ารับการฝึกอบรม ณ นฝ.ทหารใหม่ มทบ.34 จำนวน 30 นาย
  2. หลักสูตร ช่างซ่อมเครื่องยนต์ขนาดเล็ก เรื่อง การสอบและการประเมินผล มีทหารใหม่ เข้ารับการทดสอบ ณ นฝ.ทหารใหม่ มทบ.34 จำนวน 30 นาย
  3. หลักสูตร ล้างและซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก เรื่องการถอดและประกอบอุปกรณ์,การล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ มีทหารใหม่ เข้ารับการฝึกอบรม ณ นฝ.ทหารใหม่ มทบ.34 จำนวน 30 นาย
  4. หลักสูตร การเลี้ยงกบ เรื่องการขยายพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ออกจากบ่อแ ละการทำกระชังบก
    มีทหารใหม่ เข้ารับการฝึกอบรม ณ โครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.34 จำนวน 31 นาย                            

#ฝึกวิชาชีพทหารใหม่ รุ่นปี 2569 ผลัดที่ 1 3หน่วยฝึกทหารใหม่มณฑลทหารบกที่ 34 #มณฑลทหารบกที่34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก       


นที ทีเดช รายงาน        

ผบ.กกล.นเรศวร ปิดการฝึกหลักสูตรผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับโจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี รุ่นที่ 13 กองกำลังนเรศวร (ฟีนิกซ์ทีม)

ผบ.กกล.นเรศวร ปิดการฝึกหลักสูตรผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับโจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี รุ่นที่ 13 กองกำลังนเรศวร (ฟีนิกซ์ทีม)

พล.ต. ประสาน เห็นประเสริฐ ผบ.กกล.นเรศวร เป็นประธานในพิธีปิดการฝึก และมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกหลักสูตรผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับโจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี รุ่นที่ 13 ณ สนามฝึกยิงปืนทราบระยะ ค่ายวชิรปราการ อ.เมืองตาก จ.ตาก โดยมี หัวหน้าชุดครูฝึก พร้อมคณะครูฝึก และผู้เข้ารับการฝึกเข้าร่วมพิธี

หลักสูตรดังกล่าวจัดการฝึกระหว่างวันที่ 5–13 มิถุนายน 2569 มีผู้เข้ารับการฝึกจากหน่วยขึ้นตรง พล.ร. 4, กกล.นเรศวร หน่วยในกองทัพบก หน่วย ตชด. และตำรวจภูธร รวม 79 นาย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถด้านอากาศยานไร้คนขับให้สอดคล้องกับสถานการณ์และรูปแบบการปฏิบัติการทางทหารในปัจจุบัน

โอกาสนี้ ผบ.กกล.นเรศวร ได้กล่าวให้โอวาทและแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการฝึก พร้อมเน้นย้ำให้นำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ยึดมั่นในระเบียบวินัยและความปลอดภัย เพื่อเสริมสร้างความพร้อมรบของหน่วยและสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

#กองกำลังนเรศวร #อากาศยานไร้คนขับ #ฟีนิกซ์ทีม #พิธีปิดการฝึก #มอบใบประกาศนียบัตร

นที มีเดช รายงาน

ทหารกกล.สุรศักดิ์มนตรี สกัดขบวนการลอบขน “อะโวคาโดเถื่อน” ริมโขงหว้านใหญ่ ผู้กระทำผิดแตกฮือหนี ทิ้งของกลางกว่า 300 กิโลกรัม

มุกดาหาร – กำลังทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลังหน่วยงานด้านความมั่นคงและการข่าว ลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนริมแม่น้ำโขงในพื้นที่อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ก่อนตรวจพบกลุ่มบุคคลจำนวนมากกำลังลักลอบขนถ่ายสินค้าจากเรือข้ามฝั่งเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ กลุ่มผู้กระทำผิดได้แตกฮือหลบหนี ทิ้งของกลางเป็นอะโวคาโดน้ำหนักรวมกว่า 300 กิโลกรัมไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2569 มว.ปล.ที่ 3 ร้อย.ร.กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าวที่ 7 (ชปข.7) และเจ้าหน้าที่สำนักการข่าว กอ.รมน. จัดกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจและสกัดกั้นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดและพระราชบัญญัติศุลกากร บริเวณพื้นที่บ้านหว้านใหญ่ หมู่ 4 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีและสินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 23.02 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มบุคคลประมาณ 20–30 คน กำลังลำเลียงสิ่งของจากเรือเหล็กติดเครื่องยนต์บริเวณริมแม่น้ำโขง โดยมีลักษณะเป็นลังพลาสติกสีดำจำนวนหลายลัง จึงเข้าทำการแสดงตัวเพื่อตรวจสอบ

ทันทีที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวพบเจ้าหน้าที่ ต่างพากันวิ่งหลบหนีเข้าไปตามแนวป่าริมแม่น้ำโขง ขณะที่เรือเหล็กติดเครื่องยนต์ได้เร่งเครื่องหลบหนีกลับไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่และพบของกลางเป็นผลผลิตทางการเกษตรประเภทอะโวคาโด บรรจุอยู่ในลังพลาสติกสี่เหลี่ยมสีดำ จำนวน 14 ลัง น้ำหนักรวมประมาณ 300 กิโลกรัม ถูกทิ้งกระจัดกระจายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง

ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าตรวจพื้นที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่องจนถึงเวลา 05.00 น. ของวันที่ 13 มิถุนายน 2569 แต่ไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของของกลางดังกล่าว จึงดำเนินการตรวจยึดและนำของกลางทั้งหมดไปเก็บรักษาไว้ที่ฐาน มว.ปล.ที่ 3 ร้อย.ร.กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมบันทึกภาพและจัดทำเอกสารหลักฐาน เพื่อส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พื้นที่แนวชายแดนริมแม่น้ำโขงในจังหวัดมุกดาหารยังคงเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานความมั่นคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีความพยายามลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและสินค้าหนีภาษีจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและเกษตรกรภายในประเทศ


จ.มุกดาหาร : ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
โทร. 098-869-9888