บก.ตม.4 จับกุมผู้กระทำความผิด​ และคดีสำคัญที่น่าสนใจ 3 คดี

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 8​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.30​ น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช สตม.​ ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีรโชติ รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.4 ร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติและการจับกุมคดีชาวต่างชาติกระทำความผิดที่น่าสนใจ 3 คดี

          1.กก.สส.บก.ตม.4 ร่วมกับตม.จ.ขอนแก่น ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในคดี ค้ามนุษย์ ดังนี้​ ตม.จ.ขอนแก่น และ กก.สส.บก.ตม.4 ได้รับการประสานข้อมูลจาก สภ.บ้านไผ่ ว่ามีกรณีชาวต่างชาติสัญชาติญี่ปุ่น มีพฤติกรรมเรียกเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี มาให้บริการทางเพศ ที่โรงแรม อินภาวา อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น จึงได้ร่วมกันออกสืบสวนจนทราบว่า มีนายพีรพงษ์ อายุ 57 ปี ได้ทำการติดต่อเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ไปให้บริการทางเพศกับ นายคาซูโอะ (MR.KAZUO) อายุ 69 ปี ชาวญี่ปุ่น แล้วให้เงินเป็นค่าตอบแทน ครั้งละ​ 10,000 บาท และสืบสวนจนพบเด็กหญิงอายุ 15-16 ปี จำนวน 2 คน ที่เคยถูกติดต่อให้ไปให้บริการทางเพศกับ นายคาซูโอะฯ หลายครั้ง และเด็กหญิงดังกล่าวต้องการร้องทุกข์ดำเนินคดีตามกฎหมาย

          ตม.จ.ขอนแก่น และ กก.สส.บก.ตม.4 จึงได้ร่วมกันติดตามตัวเด็กหญิงทั้ง 2 คน จนพบว่า คือ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และได้ติดต่อผู้ปกครองของเด็กทราบ เพื่อให้มาร้องทุกข์ที่ กก.สส.บก.ตม.4 จึงได้พาผู้ปกครองและเด็กทั้ง 2 คน มาที่ กก.สส.บก.ตม.4 เพื่อร้องทุกข์และให้พบกับเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ขอนแก่น เพื่อทำการพูดคุย สัมภาษณ์ เพื่อคัดแยกเหยื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ พม. พิจารณาแล้วทราบว่า กรณี น.ส.บี เคยได้รับการติดต่อไปให้บริการทางเพศกับ นายคาซูโอะฯ ครั้งแรกเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ.2561 ต่อเนื่องมาจนถึงเดือน เม.ย.2562 รวม 5 ครั้ง และ ทุกครั้งจะได้เงินค่าตอบแทนจำนวน 10,000 บาท จากนั้นได้แบ่งเงินจำนวน 5,000 บาทให้กับนายพีรพงษ์ฯ ส่วน น.ส.เอฯ เคยได้รับการติดต่อไปให้บริการทางเพศกับ นายคาซูโอะฯ ประมาณเดือน พ.ค.2562

          ตามพฤติการณ์และการกระทำของนายพีรพงษ์ และนายคาซูโอะ เป็นความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์​ จนท.กก.สส.บก.ตม.4 จึงได้นำภาพถ่ายของนายพีรพงษ์ฯ ที่ได้จากการสืบสวน ให้เด็กหญิงทั้ง 2 คน ดูว่าเป็นบุคคลที่ติดต่อให้ตนไปให้บริการทางเพศกับนายคาซูโอะฯ หรือไม่ และให้ดูภาพนายคาซูโอะฯ ว่าเป็นชาวญี่ปุ่นที่ให้เด็กหญิงทั้ง 2 คน ไปให้บริการทางเพศแล้วให้เงินเป็นค่าตอบแทนหรือไม่ ปรากฏว่าเด็กหญิงทั้ง 2 คน ยืนยันตรงกันว่าใช่ จึงได้นำข้อมูลทั้งหมดจากการสืบสวนไปขออำนาจศาลจังหวัดพล อ.พล จ.ขอนแก่น เพื่อออกหมายจับนายพีรพงษ์ฯ และนายคาซูโอะฯ ต่อมาศาลจังหวัดพล ได้อนุมัติหมายจับที่ 82/2562 ลง 6 ส.ค.62 ให้จับนายพีรพงษ์ฯ และหมายจับที่ 83/2562 ลง 6 ส.ค. 62 ให้จับนายคาซูโอะฯ จากนั้นเจ้าหน้าที่ ตม.จ.ขอนแก่น,กก.สส.บก.ตม.4,กก.4 บก.สส.สตม. และ สภ.บ้านไผ่ จึงได้ร่วมกันสืบสวนหาตัวบุคคลทั้ง 2 คน

     จนทราบว่าบุคคลทั้ง 2 พักอยู่ที่โรงแรมแกลเลอรี่ เลควิว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบนายคาซูโอะฯ และ นายสยุมภูว์ฯ เดินมาพร้อมกับ น.ส.ซี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี จึงได้แสดงตัวเพื่อจับนายคาซูโอะฯ ตามหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สอบถามทราบว่านายสยุมภูว์ฯ ได้นำ น.ส.ซีฯ มาส่งที่ห้องพักของนายคาซูโอะฯ สอบถาม น.ส.ซีฯ ทราบว่า นายสยุมภูว์ฯ ได้นำมาพบนายคาซูโอะฯ เพื่อร่วมหลับนอนกับนายคาซูโอะฯ โดยจะให้ค่าตอบแทนจำนวน 5,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับ จึงได้นำตัวบุคคลทั้งสามมาที่ กก.สส.บก.ตม.4 และหลังจากนั้น จนท.ชุดจับกุมได้ตรวจสอบพบ นายพีรพงษ์ฯ อยู่ที่โรงแรมด้วย จึงได้ร่วมกันจับตามหมายจับแล้วควบคุมตัวส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.4 ต่อไป​ โดยพฤติการณ์ของนายสยุมภูว์ฯ เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ จึงได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลจัง     หวัดขอนแก่น แล้วจับกุมตัวส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.4 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

     2.ตม.จ.หนองบัวลำภู ได้ร่วมกันจับกุมตัว MR.NJEI อายุ 32 ปี สัญชาติแคเมอรูน ข้อหาเป็น คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (อยู่เกิน 1,691 วัน) และทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานพฤติการณ์กล่าวคือ ด้วยเจ้าหน้าที่ ตม.จ.หนองบัวลำภู ได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าวว่ามีคนต่างด้าวลักลอบประกอบอาชีพเป็นครูในโรงเรียนเอกชนสอนภาษาต่างประเทศอยู่ที่โรงเรียนแสนภักดี ซึ่งตั้งอยู่​ ต.ศรีบุญเรือง อ.ศรีบุญเรือง​ จ.หนองบัวลำภู จึงได้ประสานบูรณาการร่วมกับจัดหางานจังหวัดหนองบัวลำภู และกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู เข้าตรวจสอบโดยในการปฏิบัติการครั้งนี้ ตม.จ.หนองบัวลำพู ได้นำรถตรวจการณ์อัจฉริยะ (MOBILE) ออกร่วมภารกิจ

          ผลการตรวจสอบพบคนต่างด้าวรายนี้ กำลังสอนภาษาต่างประเทศให้กับนักเรียน จากการตรวจสอบคนต่างด้าวไม่แสดงเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงาน สอบถามคนต่างด้าวรับว่าทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ที่โรงเรียนแสนภักดี มาแล้วเป็นเวลา 2 เดือน ได้ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองบัวลำพู จึงนำข้อมูลของคนต่างด้าวมาตรวจสอบโดยใช้รถตรวจการณ์อัจฉริยะ (MOBILE) พบว่าคนต่างด้าวได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 จนครบกำหนดอนุญาตแล้วไม่เดินทางออกนอกราชอาณาจักรภายในกำหนด แต่ได้ลักลอบอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด (OVERSTAY) เป็นเวลา 1,691 วัน

          3.ตม.จ.สุรินทร์ ได้ร่วมกันจับกุมนายอัดนัน อายุ 43 ปี สัญชาติเยเมน กรณีมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่า เป็นบุคคลต้องสงสัยในการวางแผนยัดยาเสพติด น.ส.วิลาวัลย์ฯ อดีตแฟนสาวชาวไทย​ พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 21​ มกราคม 2562 ได้มีผู้มาติดต่อ สภ.ดม จ.สุรินทร์ แจ้งว่า รถยนต์กระบะ คันทะเบียน บย 5042 สุรินทร์ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มี น.ส.วิลาวัลย์ฯ เป็นผู้ครอบครอง โดยมี นายอุดรฯ ซึ่งเป็นญาติของ น.ส.วิลาวัลย์ฯ เป็นผู้ใช้รถขนส่ง​ ดอกดาวเรืองมียาบ้าซุกซ่อนไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอ นายอุดรฯ เข้าทำการตรวจค้นรถคันดังกล่าว

          ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 135 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกมัดด้วยลวดห้อยอยู่กันชนหลังรถกระบะ นายอุดรฯ ยืนยันว่าตนไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อน โดย นายอุดรให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2562 มีพระสงฆ์ กับ บุคคลธรรมดา อีก 2-3 คน มาทำทีขอซื้อดอกดาวเรือง และ ขอความช่วยเหลือ บอกว่ารถติดหล่ม นายอุดรฯ​ ได้ขับรถยนต์กระบะ คันทะเบียน บย 5042 สุรินทร์ ไปให้การช่วยเหลือ โดยในระหว่างให้การช่วยเหลือนั้นพบว่ามีบุคคลมาก้มๆ เงยๆ ที่บริเวณรถของตน ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 น.ส.วิลาวัลย์ฯ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ภ.จ.พังงา ร่วมกันจับกุมตัว พร้อมของกลางยาบ้า (เมทแอเฟตามีน) จำนวน 55 เม็ด บรรจุในหลอดสีเขียว ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางของ น.ส.วิลาวัลย์ฯ ดำเนินคดีในข้อหา “เสพและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” โดย น.ส.วิลาวัลย์ฯ ให้การปฏิเสธว่ายาบ้า จำนวน 55 เม็ด ดังกล่าวนั้น ไม่ใช่ยาบ้าของตน และยังได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า

          ก่อนเกิดเหตุในคดีนี้ น.ส.วิลาวัลย์ฯ เคยคบหาอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยากับนายอัดนัน สัญชาติเยเมน ต่อมาตนและนายอัดนัน มีการฟ้องร้องคดีแพ่งในข้อหาผิดสัญญาเรียกเงินคืน ผลคดีปรากฏว่าศาลแพ่งยกฟ้องทำให้นายอัดนันฯ โกรธแค้น น.ส.วิลาวัลย์ฯ ซึ่งก่อนถูกจับกุมไม่นาน กล่าวคือ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ น.ส.วิลาวัลย์ฯ นายอัดนันฯ มาทำทีขอคืนดี และชวนกันมาพักผ่อนที่พัทยา จ.ชลบุรี และ จ.พังงา โดยบอกว่าจะให้เงินจำนวน 500,000 บาท เป็นของขวัญวันเกิด น.ส.วิลาวัลย์ฯ หลงเชื่อ จึงได้เดินทางไปพักผ่อนด้วย

          แต่เมื่อ น.ส.วิลาวัลย์ฯ เดินทางไปพักผ่อนกับ นายอัดนันฯ ตามตกลง ก็ไม่ได้รับเงินจำนวน 500,000 บาท แต่อย่างใด กลับได้รับเงินเพียง 28,000บาท และได้แยกย้ายกันที่ จ.พังงา ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 โดย น.ส.วิลาวัลย์ฯ ขึ้นรถแท็กซี่แยกกันคนละคันกับนายอัดมัน เพื่อเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อเดินทางกลับบ้านที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งในขณะเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต น.ส.วิลาวัลย์ฯ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีเนื่องจากมียาเสพติดในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดย น.ส.วิลาวัลย์ฯ เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นการวางแผนกลั่นแกล้งตนเพื่อให้ถูกดำเนินคดี และเชื่อว่า นายอัดนัน มีส่วนเกี่ยวข้อง

          ทั้งคดีที่ จ.สุรินทร์ และ จ.พังงา จากการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดม เกี่ยวกับกรณีที่มีการตรวจพบยาบ้า จำนวน 135 เม็ด ที่รถยนต์กระบะ คันทะเบียน บย 5042 สุรินทร์ นั้น เชื่อได้ว่าเป็นการที่ นายศรชัยฯ,นายสมบัติฯ,นายทยานฯ และ นายไลย์ฯ (พระสงฆ์ปลอม) ได้ร่วมกัน นำยาบ้าไปผูกไว้ที่รถยนต์ คันทะเบียน บย 5042 สุรินทร์ และร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดทางอาญา เพื่อให้ นายอุดรฯ และ น.ส.วิลาวัลย์ฯ ได้รับโทษทางอาญา โดยมี นายอัดนันฯ เป็นผู้จ้างวาน

          ซึ่งร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จกลั่นแกล้ง น.ส.วิลาวัลย์ฯ เพื่อให้ได้รับโทษทางอาญา อีกเช่นกัน พนักงานสอบสวนจึงได้มีการขอศาลจังหวัด ตะกั่วป่าออกหมายจับนายอัดนันฯ ในข้อหา “ทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้พนักงานสอบสวนเชื่อว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น ที่มีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต” ตามหมายจับศาลจังหวัดตะกั่วป่าที่ 18/2562 ต่อมาวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดม และเจ้าหน้าที่ ตม.จ.สุรินทร์ ได้ทำการสืบสวนทราบว่า นายอัดนันฯ มาอยู่ที่บ้านเลขที่ 129 หมู่ที่ 2 ต.ตาตุม อ.สังขละ จ.สุรินทร์ จึงได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบและทำการจับกุม นายอัดนันฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน

          พนักงานสอบสวนจึงได้ขอศาลจังหวัดสุรินทร์ ออกหมายจับ นายอัดนันฯ ในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาแก่เจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอันเป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ หรือรับโทษหนักขึ้น” ไว้ตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ 68/2562 และจากการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก เกี่ยวกับ กรณีที่ น.ส.วิลาวัลย์ฯ ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” นั้น เชื่อได้ว่าเป็นการที่ นายอัดนันฯ

*******************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พิธี ประกวดการฝึกของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ประจำปี 2562​

     วันนี้​ วันพฤหัสที่ 8 ส.ค.62​ เวลาประมาณ 08.00 น.ณ ลานฝึก กก.อารักขา 2 บช.น. : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1 เข้าร่วมพิธีประกวดการฝึกของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ประจำปี 2562​ โดยมี พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รองผบช.น. เป็นประธาน

**************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สตม.ร่วมมือ 3​ ประเทศ​ (อินโดนีเซีย,กัมพูชา,ไทย) จับกุมคนร้ายข้ามชาติก่อเหตุเรียกค่าไถ่ตัดนิ้วเหยื่อ

         วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 8​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.30​ น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ทล, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์​ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว, พ.ต.อ.พัชญ์กฤชโชค เกษมณี ผกก.ตม.จ.ฉะเชิงเทรา และ พ.ต.ท.ชย พานะกิจ รองผกก.3 บก.ทท. 1 บช.ทท. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

          เมื่อวันที่ 4 ส.ค.62 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับการประสานงานเป็นกรณีเร่งด่วนจากประเทศกัมพูชา ว่ามีคนร้ายข้ามชาติก่อเหตุเรียกค่าไถ่ตัดนิ้วเหยื่อในกัมพูชา หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติติดตามตัว จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3,กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตม.3 และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว เร่งรัดสืบสวนติดตามคนต่างด้าวจำนวน 4 รายเป็นกรณีเร่งด่วน (ขอปกปิดนาม เนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศ)

          โดยในจำนวนนี้มีชาวอินโดนีเซีย 2 รายซึ่งถูกทางการกัมพูชากล่าวหาว่าได้ร่วมกับพวกที่ถูกจับกุมแล้ว ลักพาตัวผู้เสียหายชาวอินโดนีเซียไปเรียกค่าไถ่ พร้อมกับใช้อาวุธมีดตัดนิ้วผู้เสียหาย จากนั้นได้ส่งคลิปวีดีโอไปให้ญาติผู้เสียหายในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเรียกทรัพย์สินเป็นมูลค่าเงินไทยกว่า 3 แสนบาท จากการตรวจสอบข้อมูลเดินทางเข้า–ออกผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก เมื่อเวลา 08.14 น.และกล้องวงจรปิดระหว่างเส้นทางหลบหนี พบว่าทั้ง 4 รายร่วมกันหลบหนีด้วยรถยนต์ตู้สาธารณะแบบเหมา มุ่งหน้า กทม. ทั้งหมดมีลักษณะพิรุธ ลุกลี้ลุกลน ได้เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ตู้โดยสารอีกคันหนึ่งระหว่างทาง ในการติดตามครั้งนี้

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับหน่วยงานประเทศกัมพูชาและอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด บูรณาการการทำงานระหว่างตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรในพื้นที่เส้นทางหลบหนี ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจทางหลวง เพื่อเร่งสกัดตรวจสอบตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี ใช้ระบบ Biometrics ในการติดตาม จนตรวจพบบุคคลต่างด้าวทั้ง 4 รายในโรงแรมย่านประตูน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว เข้าทำการควบคุมตัว เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และได้ประสานงานกับทางการกัมพูชาและอินโดนีเซีย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

***************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส” ปัดของบฯเพิ่ม 5 พันล้านทำ​ “ธนาคารน้ำ” ไม่จริง

          ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าว ว่า ตนได้หารือกับกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) เรื่องช่วยเหลือเกษตรกร​ และการบรรเทาภัยแล้ง โดยเบื้องต้นได้ของบฯ​ จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากโครงการเดิมที่ของบประมาณไปแล้วประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อทำโครงการธนาคารน้ำใต้ดินนั้น

          ถือเป็นข้อความที่คลาดเคลื่อน เพราะตนมีความประสงค์จะดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำขนาดเล็ก และสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งให้เกษตรกรและประชาชนเท่านั้น ที่สำคัญแหล่งน้ำขนาดเล็กดังกล่าว จะส่งมอบกลับคืนให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันดูแลต่อไป

          พร้อมกันนี้ ร.อ.ธรรม​นัสฯ​ กล่าวขอบคุณ​ นักวิชาการที่ ออกมาแสดงความห่วงใยและให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลเสียของโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งตนเองได้ชี้แจงไปแล้วว่ายังไม่เคยคิดจะทำโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ตามกระแสข่าวคลาดเคลื่อนแต่อย่างใด

***************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จังหวัดสระบุรี จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา​ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

         วันที่ 8 สิงหาคม 2562​ นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ คลองระพี่พัฒนน์ ตรงข้าม สำนักงานเทศบาลตำบลหนองแค

          โดยนางสาวรัตนา ใจเย็น ประมงจังหวัด กล่าวรายงาน เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคม​ 2562 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระชนพรรษา 87 พรรษา หรือวันแม่แห่งชาติ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ กรมประมง และจังหวัดสระบรี ได้จัดทำโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศล รวมทั้งเป็นการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ โดย กรมประมง ได้มอบให้สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี จึงได้ร่วมกับนายแปลก​ เทพรักษ์​ นาย อำเภอหนองแค​ นายสุนทร​ เข็มนาค​ นายกเทศมนตรี ตำบลหนองแค และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองแคร่วมบูรณาการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ในสถานที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ชุมชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เป็นสถานที่จัดกิจกรรม เพื่อให้พันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยได้เจริญเติบโตแพร่ขยายพันธุ์ และเป็นแหล่งอาหารให้ชุมชนต่อไป

         สำหรับพันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยในครั้งนี้ มีจำนวน 300,000 ตัว ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว จำนวน 200,000 ตัว ปลาชะโอน จำนวน 1,000 ตัว และปลาตะเพียนทอง จำนวน 97,000 ตัว ปลาหมอตาล 2,000 ตัว มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทุกภาคส่วน กว่า 500 คน

*****************************

ดำรงค์ ชื่นจินดา /รายงาน

สวนสัตว์เขาเขียวชวนชมสมาชิกใหม่ ลูกค่างห้าสี มีสีสันสวยงามที่สุดในโลก ต้อนรับวันแม่แห่งชาติ

          นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า นับเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่ค่างห้าสี สัตว์ป่าหายาก ใกล้สูญพันธุ์ ได้ให้กำเนิดลูกค่างห้าสี เป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ซึ่งจัดว่าเป็นค่างที่สวยงามที่สุดในโลก ลูกค่างห้าสี เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2562 เป็นเพศผู้ จำนวน 1 ตัว เกิดจากพ่อชื่อ “มะขาม” อายุ 14 ปี และแม่ชื่อ “ชมพู่” อายุ 14 ปีลูกค่างห้าสีตัวน้อยล่าสุดนี้ มีสุขภาพแข็งแรงได้รับการเลี้ยงดู จากแม่และพ่อเป็นอย่างดี เริ่มซุกซน ปีนป่ายตามกิ่งไม้ หรือไปเล่นตามที่ที่อยากไป จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวพาบุตรหลานชมความน่ารักและความสวยงามของครอบครัว ค่างห้าสี ในช่วงวันหยุดยาววันแม่แห่งชาติได้ที่บริเวณส่วนแสดงมหัศจรรย์สัตว์โลก

          สำหรับ ค่างห้าสี จัดเป็นค่างที่มีสีสะดุดตาและสวยงามที่สุดในโลก ลำตัวมีสีตัดกันถึง 5 สี ตัวและหัวมีสีเทา แต่ตรงหน้าผากมีสีเทาดำออกแดงหนวด และเคราสีขาว หางและก้นสีขาว ผิวหน้าเหลืองตัวผู้ขนาดใหญ่กว่าตัวเมียราวสองเท่า และมีขนเป็นพู่ที่เอวทั้งสองข้าง ซึ่งตัวเมียไม่มี ชอบนอนหลังจากกินอาหารแล้ว มีนิสัยเงียบขรึมชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ค่างห้าสี เข้าสู่วัยเจริญพันธ์ที่อายุ 4-5 ปี เพศเมียมีวงรอบการเป็นสัด 28-30 วัน ระยะตั้งท้อง 167-173 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว เป็นค่างที่อาศัยตามเรือนยอดออกหากินในเวลากลางวัน และเป็นสัตว์ที่กินใบไม้เป็นอาหารหลัก ปัจจุบัน องค์การอนุรักษ์สัตว์ป่าโลก(IUCN)จัดให้ค่างห้าสีเป็นสัตว์ป่าชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธ์ (Endangered :EN)
สอบถามรายละเอียดโทร 038-318444

*************************

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปตท.โออาร์ จัดกิจกรรมปล่อยพันธ์สัตว์น้ำกว่า 1ล้าน ตัว คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ท้องทะเลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ

          วันนี้ ( 8 สิงหาคม 2562) นายธานี เกียรติพิพัฒนกุล รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ร่วมกับนายชัยยศ หงษ์ขจร ผู้จัดการฝ่ายคลังปิโตเลียมภาคตะวันออก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด(มหาชน) เป็นประธานพิธีปล่อยพันธ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณชายหาดหน้าวัดแหลมฉบังเก่า อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

          นายชัยยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปตท. นอกจากจะร่วมกับชุมชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังแล้ว ยังมีหน่วยงานราชการและเครือข่ายในจังหวัดชลบุรีให้การสนับสนุนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย อาทิ กลุ่มประมง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 ชลบุรี สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 5 ชลบุรี ประมงจังหวัดชลบุรี ประมงอำเภอศรีราชา อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง การท่าเรือแหลมฉบัง ชมรมอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม โรงเรียนวัดแหลมฉบัง และภาคเอกชนในพื้นที่ โดยจะปล่อยพันธ์สัตว์น้ำ รวมจำนวน 2,010,000 ตัว แบ่งเป็น ลูกปลากระพงขาว 10,000 ตัว ลูกกุ้งแชบ๋วย 1,000,000 ตัว และลูกปู 1,000,000 ตัว ทั้งนี้ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดเหมาะสม ปล่อยลงทั้งบริเวณชายหาดและกลางทะเล เพื่อให้สัตว์น้ำสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามธรรมชาติ

         นอกจากกิจกรรมปล่อยปลาแล้ว ปตท. โออาร์ ยังสนับสนุนกิจกรรมเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อีก ตามนโยบายของการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างอุตสาหกรรม ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ มอบทุน การศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 5ส โรงเรียน ตรวจถังก๊าชเพื่อความปลอดภัยของครัวเรือน หน่วยแพทย์เคลื่อนเพื่อสุขอนามัยที่ดีของชุมชน สัมมนาผู้นำชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาชุมชนร่วมกัน การแห่เทียนพรรษา และการประกวดลอยกระทงเพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม ร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และเกิดประโยชน์สูงสุดของชาวจังหวัดชลบุรี ต่อไป

***************************

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี-นำเยาวชนเรียนรู้และศึกษาวิถีชีวิตชาวนาไทย !!

ชลบุรี-นำเยาวชนเรียนรู้และศึกษาวิถีชีวิตชาวนาไทย !! นาง จินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง คณะผู้บริหาร มีนโยบายส่งเสริมการทำนาในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง ปลูกฝังทัศนคติ วิธีการ และวัฒนธรรมเกี่ยวกับการทำนาให้แก่เยาวชน
จึงให้กองสวัสดิการสังคม จัดโครงการวันสาธิตชวนเด็กไทย ปลูกข้าว ปลูกใจ สืบสานอาชีพทำนาให้ยั่งยืน

          วันนี้(๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ) ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เทศบาลนครแหลมฉบัง ชุมชนบ้านหนองคล้าเก่า โดยได้รับเกียรติจาก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ท่านนายกฯ วิทยา คุณปลื้ม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ท่านนายกฯ จินดา ถนอมรอด รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ท่านรองนายกฯ สันติ ศิริตันหยง ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ท่านสจ. อัมพล บุญชอบ ปลัดอำเภอศรีราชา ท่านปลัดฯ พุฒิสิทธิ์ โชติสิริวโรทัย สมาชิกสภาเทศบาล ผู้ทรงคุณวุฒิ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักเรียนนักศึกษา ได้เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เด็กและเยาวชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังซึ่งมีลักษณะเป็นเขตเมืองที่ห่างไกลจากวิถีชีวิตและสังคมชาวนาได้รับรู้ขั้นตอนวิธีการในการปลูกข้าว ทำให้เกิดความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของชาวนา และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีการปลูกข้าวของไทย พร้อมทั้งเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง

*******************************

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # มุกดาหาร โครงการศึกษาศักยภาพด้านการค้า การลงทุนบนเส้นทาง EWEC ณ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ สะหวันเซ-โน สปป.ลาว และดานัง สส.เวียดนาม

          สำนักงานกระทรวงพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและสำรวจเส้นทางการค้าบนเส้นทาง EWEC เพื่อติดตามสถานการณ์ทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว รวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร แก้ไขปัญหาและอุปสรรค และแสวงหาโอกาสความร่วมมือระหว่างกัน ร่วมทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดมุกดาหาร

          ด้วยจังหวัดมุกดาหารมีที่ตั้งอยู่บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก (East-West Economic Corridors) ( ดานัง-เมาะละแมง ) โดยมีด่านพรมแดนที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และมีพื้นที่เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) มีมติเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 รวมทั้งได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่า ด้วยการสถาปนาเมืองคู่แฝด กับแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2547 ลงนามในบันทึกความเข้าใจด้วยการสถาปนาความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกันกับจังหวัดกวางตรี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2548 ด้วยเหตุนี้การพัฒนาการค้า การลงทุนธุรกิจภาคบริการ การขนส่ง การท่องเที่ยว และความร่วมมือเชื่อมสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน จึงมีความสำคัญในการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร

          โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อสำรวจเส้นทางทางการค้าและเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเส้นทาง EWEC เพื่อติดตามสถานการณ์ทางการค้า และความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐาน( ถนน )ตามเส้นทาง EWEC เพื่อให้จังหวัดมุกดาหารและเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร มีข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการ และเผยแพร่ข้อมูล ประกอบการตัดสินใจของผู้ประกอบการ ในการทำธุรกิจการค้าการลงทุน ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร และเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนของจังหวัดมุกดาหาร

          ผลที่คาดว่าจะได้รับ สามารถวิเคราะห์และเผยแพร่ข้อมูลศักยภาพทางการค้าบนเส้นทาง EWEC ให้ผู้ประกอบการทั่วไปที่สนใจลงทุนทราบได้ มีข้อมูลด้านการค้า การลงทุน/ศักยภาพของพื้นที่ เพื่อใช้ในการพัฒนาจังหวัดมุกดาหารให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในพื้นที่ และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านได้.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ร่วมกับโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จัดกิจกรรมร่วมบริจาคโลหิต

https://youtu.be/KHmms8SM9_s

         สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ร่วมกับโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จัดกิจกรรม ร่วมบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา โดยมีพนักงานและลูกจ้างสวนสัตว์เปิดเขาเขียว กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 12 และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 กรมทหารปืนใหญ่ ที่ 2 รักษาพระองค์ฯ, ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมทำความดี ดังกล่าว จำนวนกว่า 150 คน

          ซึ่งกิจกรรมการรับบริจาคโลหิตในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทำความดีที่ประชาชนจะได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบรมราชชนนีพระพันปีหลวงของปวงชนชาวไทย.

****************************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก