มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2562 นำเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้

          วันนี้​ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 11 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น. ณ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาโคราช จ.นครราชสีมา​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการและเลขาธิการฯ ทำพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2562 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในตำบลใกล้เคียงรอบคลินิกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาโคราช จำนวน 2,000 ชุด โดยมี ว่าที่ร้อยตรี อภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการและผู้บริหารมูลนิธิฯ ผู้แทนจากเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา และมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน (หลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง) ร่วมในพิธี

          โดยในปี 2562 นี้ มูลนิธิฯ กำหนดแจกเครื่องอุปโภคบริโภครวม 3 แห่ง รวมมูลค่าการจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดในปีนี้ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 13,950,000 บาท (สิบสามล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

ติดต่อ-สอบถาม​ ทีมงานสื่อสารองค์กร​ 086-854-1418​ สายด่วน​ ป่อเต็กตึ๊ง1418ช่วยชีวิต​ รักษาชีวิต​ สร้างชีวิต

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“สันธนะ” ยกพวกยึดตลาดสุรนคร​ กลางเมืองโคราช อ้างถูกเบี้ยวค่าเช่าที่นาน กว่า 24 ปี

https://youtu.be/-A30fOFI44Y

          เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562 ที่ตลาดสุรนครเมืองใหม่ ตลาดกลางค้าส่งพืชผักและผลไม้ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ ตรงข้ามสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 2 อ.เมือง​ จ.นครราชสีมา​ : พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล พร้อมพวกนั่งรถตู้โดยสาร สีดำ เลขทะเบียน ฆศ 474 กรุงเทพมหานคร มาจอดบริเวณหน้าทางเข้าบริษัท สุรนครเมืองนคร จำกัด ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานตลาดกลางสุรนคร เพื่อเข้ามาเจรจาขอเข้าบริหารจัดการ​ และดูแลผลประโยชน์ของตลาด โดยมี พ.ต.ท.สายัญ แบ่งสันเทียะ รอง ผกก.สส.สภ.เมือง​ จ.นครราชสีมา​ ในฐานะรักษาการแทน ผกก.สภ.เมือง​ จ.นครราชสีมา พร้อมกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบ เจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัดนครราชสีมา กว่า 50 นาย สนธิกำลังมารักษาความสงบเรียบร้อย โดยตั้งเต็นท์อำนวยการบริเวณหน้าทางขึ้นสำนักงาน และนำแผงเหล็กมาตั้งเป็นแนวป้องกันการบุกรุกเข้าไปด้านใน

          พ.ต.ท.สันธนะฯ พร้อมพวกได้อ้างกับเจ้าหน้าที่กว่า 10 นาย ที่ตั้งแถวอยู่บริเวณหน้าบันไดทางขึ้น โดยระบุว่าได้รับมอบอำนาจจากนายปรีชา สุวรรณชาติ ผู้บริหารห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) อุ้มบุญธุรกิจ​ และเป็นตัวแทนครอบครัวสุวรรณชาติ เจ้าของที่ดินจำนวน​ 38 ไร่ 1 งาน 38 ตารางวา โดยมีแผงขายสินค้า 1,310 แผง ลานขนถ่ายสินค้า 226 แผง ตลาดโต้รุ่ง 58 แผง ตลาดปีนัง 58 แผง​ และอาคารพาณิชย์ 59 คูหา โดยให้นางอุรัส ชัยรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุรนครเมืองใหม่ ผู้เช่าดำเนินกิจการตลาดสุรนคร การเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อแสดงสิทธิ์โดยชอบธรรมเลยต้องเดินทางมาเอง เพราะเกรงจะมีเหตุไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น

          พ.ต.ท.สันธนะฯ​ กล่าวพร้อมแสดงท่าทาง ผู้เช่าว่า​ ไม่ได้จ่ายค่าเช่าโดยอาศัยช่องว่างของกฎหมาย พยายามยื้อเวลากระบวนการยุติธรรมเรียกเก็บผลประโยชน์เดือนละกว่า 10 ล้านบาท กระบวนการยุติธรรม​ ไม่สามารถช่วยนายปรีชาฯ แต่สิ่งที่กำหนดคือคำพิพากษาของศาลฎีกา ให้ผู้เช่าชำระเงินให้​ ผู้ให้เช่าเป็นเงิน 500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่มีคำพิพากษาเป็นเวลา 24 ปี ฝากถึงเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ตนและพวกไม่ได้มาก่อความวุ่นวายแต่มาทวงสิทธิ์ ขอให้พึงระวังและเลือกปฏิบัติกับความถูกต้อง​ และผลประโยชน์

          ต่อมาที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย บริษัท สุรนครฯ ได้มาพบ พ.ต.ท.สันธนะฯ ซึ่งนำกำลังชายฉกรรจ์จำนวนนับร้อยคนมานั่งรออยู่ตามร่มไม้และในตลาด เพื่อรอสัญญาณเข้าไปครอบครองกิจการตลาด ตามที่ พ.ต.ท.สันธนะฯ อ้างเป็นคำสั่งของศาล บรรยากาศช่วงคู่กรณีได้นำเอกสารมาชี้แจงค่อนข้างตึงเครียด ต่างฝ่ายอ้างสิทธิ์การบริหารจัดการตลาด

          พ.ต.ท.สายัญฯ​ ได้แจ้งความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรม โดยคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครราชสีมา คดีหมายเลขดำ ที่ พ.2854/2537 คดีหมายเลขแดงที่ 418/2540 ระหว่าง หจก.อุ้มบุญธุรกิจ โดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ชำระคดีโจทก์กับบริษัท สุรนครเมืองใหม่ จำกัด จำเลย มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ให้จำเลยชำระเงินและค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 22 พฤศจิกายน 2537) จนกว่าจะชำระเสร็จและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 9 แสนบาท จนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สิน​ และบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 68654, 68655, 68656, 3911 ต.ในเมืองและเลขที่ 17512 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา รวมยอดเงินที่ต้องชำระให้กับโจทก์ประมาณ 500 ล้านบาท ปรากฏจำเลยได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ศาลได้พิจารณาวันที่ 25 เมษายน 2562 บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้บังคับคดีเอาทรัพย์สินกับลูกหนี้​ และพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้อันเกิดจากการผิดสัญญาและให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่เช่า จึงเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้แต่คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด จึงต้องงดการบังคับคดีไว้​ และไม่อาจออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขอได้ ทำให้ พ.ต.ท.สันธนะฯ​ แสดงท่าทีไม่พอใจ

          จากนั้น พ.ต.ท.สันธนะฯ พร้อมพวกได้เดินเท้าพบผู้เช่าแผงขายสินค้าอุปโภค บริโภคในตลาด เพื่อพูดคุยและบอกกล่าวกับพ่อค้าแม่ขาย เดือนสิงหาคม ถือเป็นห้วงเวลาอันมหามงคล นายปรีชาฯ ยินดีที่จะไม่เก็บค่าเช่าแผง หากถูกเรียกเก็บเงินถือเป็นการแอบอ้างให้ไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้ จากนั้น พ.ต.ท.สันธนะฯ ได้เดินทางกลับคงเหลือกำลังชายฉกรรจ์ที่อยู่ในพื้นที่ตลาด ส่วนกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ที่ยังตรึงกำลัง เจ้าหน้าที่ได้เรียกให้มาทำประวัติคัดกรองพร้อมตรวจค้น เพื่อป้องปรามการเผชิญหน้าและการใช้เหตุความรุนแรง

          พ.ต.ท.สายัญฯ​ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติสองมาตรฐานแต่อย่างใด แนวทางปฏิบัติต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หากใครละเมิด มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม โดยก่อเหตุความรุนแรงจะต้องถูกดำเนินคดีทุกราย

Cr.ตุ๋ย~อาชญากรรม~หน.ศูนย์ข่าวสยามรัฐ~ศูนย์ข่าวยุทธศาสตร์~ข่าวพิมพ์ไทย~นครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหนุ่มแสบหลอกซื้อดาวน์รถนับร้อยคัน แล้วเอาไปจำนำต่อ

          วันนี้ วันอาทิตย์​ที่​ 11 ส.ค.62​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงศ์กุหลาบ ผกก.5 .บก.ป.,พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม รอง.ผกก.5.บก.ป.​ และ​ พ.ต.ต.ฐิติวัสฐ์ แซมเขียว สว.กก.5.บก.ป.พร้อมชุดปฏิบัติงานจับกุมตัว นายอภิสิทธิ์ บุตรทะยัก อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่9 ต.ทุ่งลูกนก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม​ ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 179/1/2561 ลงวันที่​ 15 ส.ค.61ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง​ โดย​สามารถ​จับกุมผู้ต้องหา​ได้หน้าบ้านเลขที่ 11/5 ม.2 ต.สนามแย้ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

         ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเดือน เม.ย. 2561 ผู้เสียหายได้ลงประกาศขายดาวน์รถจักรยานยนต์ผ่านทางเฟสบุ๊ค เนื่องจากมีความเดือดร้อนเรื่องเงินไม่สามารถผ่อนค่างวดรถต่อได้ ปรากฏว่าได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ ชาบ้านดอน ต้องการซื้อดาวน์รถคันดังกล่าวของผู้เสียหายโดยตกลงทำการซื้อขายกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งภายในจังหวัดนครปฐม​ ซึ่งทราบชื่อต่อมาภายหลังผู้ซื้อชื่อ นายอภิสิทธิ์ บุตรทะยัก โดยใช้ชื่อในเฟสชื่อ ชาบ้านดอน เมื่อตกลงซื้อขายกันแล้วนายอภิสิทธิ์ฯ ตกลงกันว่าจะเป็นผู้จ่ายค่างวดรถจนครบค่างวด ของจักรยานยนต์ให้​ และจะไปเปลี่ยนสัญญาเป็นชื่อตนเองกับทางไฟแนนซ์ จนกระทั่ง 5 เดือนผ่านไปปรากฏว่าทางบริษัทไฟแนนซ์ได้แจ้งว่าไม่มีการจ่ายค่างวดให้แต่อย่างใดพร้อมกับแจ้งให้นำรถจักรยานยนตร์ส่งมอบคืน​ หรือนำเงินมาผ่อนชำระให้ครบค่างวดทั้งหมดไม่เช่นนั้นจะต้องถูกฟ้องร้องตามกฎหมาย โดยผู้เสียหายพยายามติดต่อนายอภิสิทธิ์ฯ ก็ไม่สามารถติดต่อได้รวมทั้งเฟสบุ๊คของ ชาบ้านดอน​ ก็ถูกปิดไปด้วยเช่นกัน จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดนครปฐม​ จนทางพนักงานสอบสวนออกขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับไว้

          ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม​ และชุดสืบสวนจังหวัดนครปฐม​ จับนายอภิสิทธิ์ฯ​ ได้ในที่สุด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าหลอกซื้อดาวน์รถจริงโดยไม่มีเจตนาที่จะนำรถไปใช้แต่จะนำไปจำนำต่อกับทางเฟสบุ๊ค​ ที่มีผู้เปิดรับจำนำรถต่ออีกทีนึงโดยจะได้กำไรจากการนำรถไปจำนำคันละ 5,000 บาทโดยทำมาแล้วเกือบร้อยคันเมื่อได้เงินมาแล้วก็จะใช้เที่ยวเตร่ไปเรื่อยๆกับเพื่อนก่อนมาถูกจับกุมดังกล่าว

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.จังหวัด ส.บ. ได้จัด “โครงการเยาวชนร่วมปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=994291707569053&id=564504363881125

          กอ.รมน.จังหวัด ส.บ. ได้จัด “โครงการเยาวชนร่วมปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ (สิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหาร)” ในวันที่ ๗ – ๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นนักเรียน รร.นิคมทับกวางสงเคราะห์ ๒ อำเภอ แก่งคอย จังหวัด สระบุรี จำนวน ๘๕ คน โดยมี พ.อ.เพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัด ส.บ.เป็นประธานในการเปิดการอบรม

Cr. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.สระบุรี

พิษณุโลก เปิดยุทธการฯ 5 วัน ยึดพื้นที่บุกรุกป่าสงวนฯ จากนายทุนได้ 10 แปลง รวม 1,550 – 1 – 03 ไร่ ค่าเสียหายของรัฐประมาณ 105,749,145.80 บาท

          ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป.)ขอรายงานผลการปฏิบัติในการทวงคืนผืนป่าจากนายทุนที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำวังทองฝั่งซ้าย และฝั่งขวา, ป่าสงวนแห่งชาติป่าเนินเพิ่ม และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสวนเมี่ยง ในพื้นที่ อ.วังทอง อ.นครไทย และอ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก 

          เมื่อวันที่ 10 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้นำโดยนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ศปป.4 กอ.รมน., กอ.รมน.ภาค 3, กอ.รมน.จังหวัด พ.ล., ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้, สจป.ที่ 4 (สาขาพิษณุโลก), หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.3(หนองกระท้าว), พล.4 (ป่าแดง-แก่งบัวคำ), พล.6(พันชาลี), พล.8(น้ำยาง), พล.10(น้ำดำ), ตำรวจ กก.4 บก.ปทส., จ.พิษณุโลก, ฝ่ายปกครองอำเภอวังทอง, อำเภอนครไทย, อำเภอชาติตระการ และกก.ตชด.31 ร่วมกันออกปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าตามแผน “ ยุทธการพิทักษ์ป่า ครั้งที่ 2/2562” ในพื้นที่ อ.วังทอง, อ.นครไทย และอ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ต่อเนื่องเป็นวันที่5

          เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 10 ส.ค.62 คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสวนเมี่ยง ซึ่งจากการสืบทราบ บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสวนเมี่ยง ท้องที่บ้านตีนตก หมู่ที่ 13 ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก มีกลุ่มนายทุนต่างถิ่นเข้ามากว้านซื้อที่ดินในเขตป่าสงวนฯ จำนวนหลายร้อยไร่ เพื่อทำการปลูกสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่เป้าหมายพบว่ามีการปลูกยางพารา (บางส่วนยืนต้นตาย) ปาล์มน้ำมัน, มันสำปะหลัง อ้อย และข้าวโพด เต็มพื้นที่ โดยพื้นที่อยู่ 2 ข้างทางสาย บ้านตีนตก-หนองขาหย่าง ซึ่งแบ่งพื้นที่เป็น 2 แปลง คณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือตรวจวัดพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม (GPS) (อ้างอิงหมุดหลักฐาน WGS 1984 Zone 47 ) หาค่าพิกัดของพื้นที่รอบแปลงที่ 1 มาคำนวณพื้นที่ได้ 257 – 2 – 64 ไร่ และแปลงที่ 2 คำนวณพื้นที่ได้ 114 – 3 – 36 ไร่ และเมื่อนำค่าพิกัดลงในแผนที่ภูมิประเทศ ปรากฏว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสวนเมี่ยง ตรวจสอบผลการดำเนินงานตามมติ ค.ร.ม.30 มิถุนายน 2541 ปรากฏว่าบริเวณแปลงที่ 1 ตรวจสอบพบว่าทับซ้อนแปลงที่ดินของนางอิ้งจิต ชมพูพล ซึ่งได้สำรวจรังวัด และขึ้นทะเบียนไว้จำนวนเนื้อที่ 70 – 1 – 75 ไร่ แต่จากการตรวจสอบสภาพปัจจุบันปรากฏว่าสภาพพื้นที่จริงมีลักษณะบุกรุกขยายเพิ่มเติม และจากการสอบถามนายจรัญ คณะใน ซึ่งเป็นผู้ทำกินในพื้นที่ข้างเคียงให้ถ้อยคำว่านาง อิ้งจิตฯ ได้ขายที่ดินให้กับ “ไร่ไตรสุวรรณ“ แล้ว และบริเวณพื้นที่ตรวจสอบทั้ง 2 แปลงเป็นพื้นที่ของไร่ไตรสุวรรณ สอดคล้องกับคำให้การของนายอำนาจ สุวรรณเกาะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 ซึ่งให้ถ้อยคำในลักษณะเดียวกัน

          เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่กับภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ.2545 ปรากฏว่าสภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ป่าบางส่วนและบางส่วนเป็นพื้นที่ผ่านการบุกรกแผ้วถาง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล ได้ปรากฏผู้แสดงตนเป็นเจ้าของพื้นที่โดยใช้โทรศัพท์โทรติดต่อเจ้าหน้าที่ และแจ้งว่าบริเวณพื้นที่ตรวจสอบทั้งสองแปลงเป็นของนางแสงดาว ปัญเศษ ซึ่งเป็นภรรยาของผู้แจ้ง และแจ้งว่าได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวเมื่อประมาณสิบปีที่ผ่านมาโดยพร้อมที่นำเอกสารมายืนยันชี้แจงพร้อมทั้งเมื่อได้รับการนัดหมาย แต่ปัจจุบันตนเองและภรรยาทำงานอยู่ต่างพื้นที่จึงขอให้แจ้งนัดหมายล่วงหน้า คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วลงความเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าแปลงใหญ่เพื่อประโยชน์ส่วนตน อีกทั้งมีลักษณะเป็นการซื้อขายเปลี่ยนมือและบุกรุกขยายพื้นที่เพิ่มเติม ซึ่งไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และนโยบายรัฐที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย จึงได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ พร้อมทั้งจัดทำบันทึกการตรวจยึด นำส่ง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามตัวนางแสงดาวฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รวมตรวจยึดพื้นที่บุกรุกจำนวน 2 แปลง พื้นที่รวม 372 – 2 – 00 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐรวม 25,420,922.0 บาท  แปลงที่ 1 ตรวจยึดพื้นที่ ปลูกยางพารา, มันสำปะหลัง, อ้อย, ข้าวโพด และปาล์ม เนื้อที่ 257 – 2 – 64 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ 17,583,806.0 บาท   แปลงที่ 2 ตรวจยึดพื้นที่ปลูก ยางพารา และปาล์มน้ำมัน เนื้อที่ 114 – 3 – 36 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ 7,837,116.0 บาท

******สรุปรวมเปิดยุทธการฯ 5 วัน 6-10 ส.ค.62 สามารถตรวจยึดพื้นที่บุกรุกป่าสงวนฯ จากนายทุนได้แล้วรวมจำนวน 10 แปลง พื้นที่รวม 1,550 – 1 – 03 ไร่ ค่าเสียหายของรัฐเป็นเงินรวม ประมาณ 105,749,145.80 บาทความคืบหน้าผลการปฏิบัติตามยุทธการฯ จะรายงานให้ทราบต่อไป****

ข้อมูล พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ
พรหมพร คงเนตร รายงาน

ปทุมธานี นุจรี ศรีราชา ถวายฟักทอง100 ลูก พร้อมสาวแก้บนถูกหวย 3 ตัวตรง ที่อาศรมฤๅษีเณร

          เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ส.ค. 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 บางปะอิน-ปทุมธานี น.ส.นุจรี ศรีราชา อดีตนักร้องดังเจ้าของเพลง หมาหยอกไก่ นำฟักทองจำนวน100ลูกมาบูชาพ่อปู่ฤาษีพรหมเมศ และ น.ส.อุ่นเรือน ขำโพธิ์ ชาวจังหวัดชลบุรี มาแก้บนประทัด1,000 นัด ปลาตะเพียนเงินตะเพียนทองใบลาน และขนม ที่กุมานเจ้าสัวเฮง หลังจากได้เลขจากประทัดที่มาคราวก่อน

          ด้าน น.ส.นุจรี ศรีราชา อดีตนักร้องดังเจ้าของเพลง หมาหยอกไก่ กล่าวว่า วันนี้ตนได้นำฟักทองมาถวายพ่อปู่ฤาษีพรหมเมศ ที่เอามาถวายเพราะตัวเองได้มากราบไหว้พ่อปู่ฤาษีพรหมเมศแล้วตนโชคดีขึ้น เลยนำฟักทองจำนวน 100 ลูก เคยมาครั้งแรกยังอาศรมเก่าตอนนั้นตนได้มาร่วมงานขอเพื่อน แล้วคุณแม่ก็ดูทีวีเห็นฤๅษีเณรให้โชคให้ลาภ หลังเสร็จงานตนเลยแวะเข้ามากราบและขอพร เพราะช่วงชีวิตที่ผ่านมาเราเคยเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนใบหน้าเสียโฉมจนต้องไปทำศัลยกรรม ทำให้ชื่อเสียงเงียบไป สำหรับนุจรี ศรีราชา ตอนนี้ก็มีเพลงใหม่เป็นซิงเกิล 3 เพลง เป็นเพลงที่ให้กำลังใจจึงอยากจะฝากบทเพลงให้ฟังด้วยนะคะ

         ด้าน น.ส.อุ่นเรือน ขำโพธิ์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 369/25 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ผู้โชคดีได้เลข 3 ตัวตรงจากเจ้าสัวเฮง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เข้ามากราบไหว้ กุมารเจ้าสัวเฮง พร้อมจุดประทัดแล้วได้กระดาษสีแดง หลังจะปรุทัดเป็นเลข 582 (ไม่ขอบอกว่าถูกเท่าไหร่) วันนี้จึงมาขอโชคและมาแก้บน พร้อมนำของมาถวายกุมารเจ้าสัวเฮง มีปลาตะเพียนเงินตะเพียนทอง น้ำแดง ขนม และประทัด 1000 นัด ตนได้โชคมาจากเลขประทัดเลยมาแก้บน ตนมาจากชลบุรี มาอาทิตย์เว้นอาทิตย์ได้โชคทุกครั้งที่มา

CR.ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน

สุโขทัยจัดแข่งขันรถไถนาประชันความเร็วทางเลน

         วันที่ 11 สิงหาคม 2562 โคกหนองนาโมเดล ศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตร ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลย่านยาว อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ซึ่งนาย บรรจบ อยู่รวม เป็นเจ้าของสถานที่และตัวแทนกลุ่มเกษตรกรในการจัดงาน ได้จัดการแข่งขัน รถไถนา ทางเลน ประชันความเร็ว ซึ่งทั้งนี้ได้มี นาย สมเจตน์ ลิมประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราฎร์ จังหวัดสุโขทัย มาเป็นประธานพิธีเปิด พร้อมได้กล่าวการเปิดงาน โดยมีตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ใหญ่บ้าน กำนันและประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

          โดยการจัดงานครั้งนี้ได้มี รถไถนาเดินตามจากหลายจังหวัดได้เข้ามาประชันการแข่งขันความเร็วเช่น จาก จังหวัด พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และสุโขทัย รวมกว่า60 คัน แบ่งเป็น2ประเภท ประเภทมือใหม่และมือเก่า ซึ่งทั้งนี้ ได้มีผู้คนประชาชนจากทั่วสารทิศได้มานั่งชมกันอย่างเนืองแน่น การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการ นำกลุ่มเกษตรกรแต่ละภูมิภาคได้มารู้จักกันและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการทำนา และเชื่อมความสัมพันธ์ไมตรีของกลุ่มเกษตรกรด้วย ส่วนเรื่อง การแข่งขันมีการชนะหรือแพ้ เป็นแค่แนวทางของการเล่นกีฬา ส่วนใหญ่ก็ส่งรถมาแข่งขันเพื่อให้มีกิจกรรมสนุกสนานแบบไม่มีการพนัน และเน้นในความสมัครสมานสามัคคีในกลุ่มเกษตรกร

          อนึ่งเพื่อ แสดงถึงพลังในการจงรักภักดีต่อ พระชนม์พรรษาสถาบันพระมหากษัตริย์ และเทิดพระเกียรติเนื่องในวาระ วันเฉลิมพระชนม์พรรษาของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หรือ วันแม่แห่งชาติที่จะถึงนี้ซึ่งทั้งนี้การจัดงานก็ได้รับการอนุเคราะห์สนับสนุนจากส่วนงานจากทางภาครัฐและภาคเอกชน การดำเนินการแข่งขันก็จะมีการแข่งขันให้จบภายในวันเดียวแล้วมีถ้วยรางวัลมอบให้แก่ผู้ชนะเลิศในแต่ละรุ่นอีกด้วย งานนี้ยังมีผ็ประกอบการรถได้มาตั้งบูชเต้นท์เพื่อโฆษณาขายสินค้าทางการเกษตรและรถยนต์อีกด้วย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

สระบุรี-จัดงานเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหาคม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “วันแม่​ เกี่ยววันพ่อ”

         วันที่ 11 สิงหาคม 2562​ นาย​สรณต ณ​ ศรีโต นายอำเภอเสาไห้ เป็นประธาน​ มีนายชาญชัย​ อะนะมาน​ นายกองค์บริหารส่วนตำบลช้างไทยงาม​ กล่าวรายงาน​ นายไพรัตน์​ วงษ์นายะ​ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลช้างไทยงามพร้อมส่วนราชการ​ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลช้างไทยงาม

         เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนม์พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม​ เพื่อแสดงความจงรักภักดีสามัคคี ของประชาชนทุกหมู่เหล่าและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี​ อำเภอเสาไห้​ องค์การบริหารส่วนตำบลช้างไทยงาม จึงได้ร่วมกันดำเนินการจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหาคม​ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ​ พระบรมชนนีพันปีหลวง (ต้นกล้า.. นาโยน)​ “ปลูกวันแม่​ เกี่ยววันพ่อ” โดยการโยนต้นกล้า ลงนาโยน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง​

         มีบุคคลในสังกัดต่างๆและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลช้างในงามและประชาชนในพื้นที่ร่วมโครงการเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของชาติธรรมชาติ​ ประชาชนและจิตสำนึกร่วมกัน ในการเพิ่มพูนพื้นที่สีเขียวให้สมบูรณ์ มีความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ณ​ ศาลาเอนกประสงค์ หน้าวัดปากบาง​ ตำบลงิ้วงาม​ อำเภอเสาไห้จังหวัดสระบุรี

ดำรงค์ ชื่นจินดา /รายงาน

เทศกาลท่องเที่ยว ชมดอกกระเจียวยักษ์ เริ่มแล้ว

          ณ ป่าชุมชนบ้านเขาโล้น ม.6 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ได้มีพิธีเปิดงานท่องเที่ยวชมดอกกระเจียวยักษ์ขึ้นโดยมีนายวรพันธ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายภูดิท อินสุวรรณ์ สส.พิจิตร เขต 2 , นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล นายอำเภอทับคล้อ ,นายกฤษณะ ก้อนแก้วนายกอบต.เขาเจ็ดลูก ,นายนิพล ผมน้อย กำนันตำบลเขาเจ็ดลูก พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ หัวหน้าส่วนราชการ,ผู้นำท้องที่,ผู้นำท้องถิ่น,สถานศึกษา,ประชาชนรวมถึงบมจ.อัครา รีซอร์ส เซสได้เข้าร่วมในพิธีเปิดในวันนี้..

          ป่าชุมชนบ้านเขาโล้นนี้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ “ดอกกระเจียว” ที่มีขนาดใหญ่และสวยงาม สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้พบเห็น ซึ่งดอกกระเจียวจะออกดอก อวดความสวยงามตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม – เดือนตุลาคมของทุกปี
.เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน เป็นช่องทางไปสู่การเป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตของชุมชน เป็นการเชื่อมโยงเส้นทางและเป็นการส่ง้สริมการท่องเที่ยว ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ ทั้งมีอาสาสมัครมัคคุเทศก์น้อย คอยบรรยายให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว เป็นแรงกระตุ้นให้ชาวบ้านเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม ให้ยังคงอุดมสมบูรณ์

          โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เดินชมดอกกระเจียวตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ตลอดเส้นทางมีป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อความสะดวกในการเข้าชมและได้รับประโยชน์จากป้ายชนิดต่าง ๆ และร่วมกันยิงหนังสะติ๊กปลูกป่า กิจกรรมฝากเมล็ดพันธุ์ไม้ อีกด้วย

ยุทธ ศรีทองสุข รายงาน

กอ.รมน.ประจวบฯ” ร่วมกับสโมสรไลออนส์หัวหิน​ และ​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” นำรถวีลแชร์​ และถุงยังชีพ​ มอบให้ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน​ ทำให้พิการขา 1​ ข้าง

ข่าวทหาร​ (กอ.รมน.)​

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 10 ส.ค.62 เวลา 10.00 น.​ : พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ พร้อมด้วย ร.ท.ณัฐดนัย สุขทวี,นางสร้อยสน ธรรมนารักษ์​ เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญการ อบต.วังก์พง ร่วมกับ นายวัฒนชัย กาญจนโพธิ์ นายกผ่านพ้นสโมสรไลออนส์หัวหิน,น.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ เลขาธิการสโมสรไลออนส์หัวหิน​ พร้อมสมาชิกไลออนส์,นายเชาภ์วัชร์ สุดแสนยา,น.ส.วรัญญ์รัตน์ ทาหะพรหม และนายณภัทร์ จันทร์เที่ยง ผู้จัดการบริษัท​ อีซูซุอึ้งง่วนไต๋​ จำกัด สาขาปราณบุรี เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ นางอารมณ์ ชาวไร่ปราณ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 209/8 หมู่ที่ 1 ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งป่วยเป็นโรคเบาหวานจนต้องตัดขาข้างซ้ายทำให้เดินไม่ได้พักอาศัยอยู่บ้านเช่า มีเงินเพียงเบี้ยผู้พิการ​ และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นค่าใช้จ่าย​ เท่านั้น

          จากนั้นได้มอบรถวีลแชร์สำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหวจากสโมสรไลออนส์หัวหินจำนวน 1 คันซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างสโมสรไลออนส์หัวหินกับกอ.รมน.จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์​ เดือนละอย่างน้อย 1 คัน พร้อมมอบถุงยังชีพจาก”มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” โดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ และน้ำดื่มจากบริษัท​ อีซูซูอึ้งง่วนไต๋​ จำกัด​ สาขาปราณบุรี​ พร้อมให้กำลังใจผู้ป่วยได้มีกำลังใจรักษาตัวให้หายดีต่อไป

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​