ผู้ว่าราชการ จ.ตราด ร่วมงานประเพณีทิ้งกระจาด ศาลเจ้าแม่ทับทิม เกาะช้าง ประจำปี 2562

    เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 15 ส.ค. 62 นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการ จ.ตราด ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีแจกข้าวสาร และโยนก้านกล้วย ที่ตัดเป็นท่อนเล็กๆ มีกระดาดเขียนตัวอักษรอยู่ด้านใน เพื่อให้ประชาชนที่เก็บได้ นำไปแลกสิ่งของหลากหลายชนิด ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อแจกทานในการจัดงานประเพณี ทิ้งกระจาด ประจำปี 2562 ของ “ศาลเจ้าแม่ทับทิม” หรือศาลเจ้าเกาะช้าง องค์ก๋ง 108 บ้านด่านใหม่ ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด มีประชาชนมารอรับการแจกทานในครั้งนี้จำนวนมากกว่า 400 คน โดยมี นายทศพล สินยบุตร นายอำเภอเกาะช้าง-ผู้นำชุมชน-ผู้มีจิตศรัทธา-คณะกรรมการศาลฯร่วมในพิธี

    น.ท.สมบัติ บุญเกิดพานิช ประธานคณะกรรมการ “ศาลเจ้าแม่ทับทิม” หรือศาลเจ้าเกาะช้าง องค์ก๋ง 108 เปิดเผยว่า ข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ที่นำมาแจกทานในครั้งนี้ได้รับการบริจาค จากผู้ใจบุญ เจ้าของสถานประกอบการ ที่บริจาคเป็นเงินสด ก็จะนำไปซื้อสิ่งของ นำรวมกันเป็นชุดแบบเท่าๆกัน เพื่อนำไปแจกทาน ซึ่งการจัดงานในแต่ปี จะมีประชาชนผู้ด้อยโอกาส ผู้ที่มีฐานะยากจน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ หมู่บ้านใกล้เคียง มารอรับสิ่งของจำนวนมาก ในปีนี้ได้เตรียมสิ่งของแจกทานไว้มากกว่า 1,000 ชุด สิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำปลา ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า แฟซ่า สบู่

     ทั้งนี้ ประเพณีทิ้งกระจาด ถือได้ว่าเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งทางคณะกรรมการศาล“ศาลเจ้าแม่ทับทิม” หรือศาลเจ้าเกาะช้างองค์ก๋ง 108 ได้ปฏิบัติ สืบเนื่องมาเป็นประจำทุกปี และเป็นเวลาช้านาน เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญ อุทิศส่วนกุศล ให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งที่เป็นญาติ และไม่ได้เป็นญาติ รวมไปถึงยังเป็นการทำทานให้แก่เพื่อนมนุษย์ ผู้ด้อยโอกาส และยากไร้ อีกด้วย

ภาพ/ข่าว วรโชติ เกาะช้าง-วิเชียร ม่วงสี ทีมข่าวภูมิภาค/รายงาน

กอ.รมน.ประจวบฯ​ ร่วมกับ​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชาวบ้าน ได้รับผลกระทบจากพายุลมแรงบ้านพังเสียหาย

     วันนี้ วันพฤหัสบ​ดี​ที่ 15 ส.ค.62 เวลา 14.00 น. : พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รองผอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจกับ ครอบครัว นางนวลจันทร์ วงศ์คลัง อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 9 ตำบลบางสะพานน้อย อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัด​ประจวบคีรีขันธ์​ ซึ่งบ้านโดนพายุลมแรงทำให้บ้านได้รับความเสียหาย​ เมื่อวันที่ 13 ส.ค.62 ที่ผ่านมา​จากการสอบถามการช่วยเหลือได้มีหน่วยงานราชการเข้าประมาณการช่วยเหลือแล้ว

    หลังจากนั้นได้มอบถุงยังชีพจาก กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ ที่ได้รับการบริจาคจาก ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษา​ “ชมรม FC สัญญาใจ..คนไทยไม่ทิ้งกัน” และ ประธานที่ปรึกษา​ “มูลนิธิ พระราหู ใจถึงใจ” ให้บุตรสาวเป็นผู้รับแทน เนื่องจากไปประกอบอาชีพรับจ้างปัจจุบันพักอาศัยที่บ้านบุตรสาวเพื่อรอการช่วยเหลือซ่อมบ้านต่อไป

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบก.น.1​ ร่วมสภาสังคม​สง​เครา​ะ​ห์ฯ​ ลงพื้นที่สำรวจความต้องการ​ และสิ่งขาดแคลน​ อ.มวกเหล็ก​ จ.สระบุรี

     เมื่อวันที่ 14 ส.ค.62​ เวลา 10.00​ น.: พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พร้อมคณะทำงานค่ายผู้นำเยาวชนดีเด่นสร้างชาติ จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงพื้นที่สำรวจความต้องการ​ และสิ่งขาดแคลน ที่โรงเรียนวัดบ้านหมาก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อให้เยาวชนดีเด่น สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เข้าทำกิจกรรมปลุกพลังจิตอาสา เราทำดีด้วยหัวใจ เพื่อสาธารณะประโยชน์ ระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-1 ก.ย.62​ ณ ไร่พฤกษา วัลเล่ย์ รีสอร์ท อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

7 องค์กรวิชาชีพสื่อจับมือ MBK Group จัดแถลงข่าวงาน “คนข่าวมาขายของ ครั้งที่ 3”

    ขอเชิญสื่อมวลชน ร่วมเป็นเกียรติในการแถลงข่าวและเผยแพร่ข่าวการจัดงาน“คนข่าวมาขายของ ครั้งที่ 3” ซึ่งเป็นงาน​ ที่ 7 องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย,สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย,สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย,สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ,สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย และชมรมนักข่าวกองปราบปราม กลุ่มนักข่าวบันเทิง ร่วมกับ MBK Group จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องสื่อมวลชนที่ได้รับความเดือดร้อน ในภาวะวิกฤติ ที่มีสื่อมวลชนตกงานจำนวนมาก และตกอยู่ในภาวะเสี่ยง

     โดยจะมีการแถลงข่าว “คนข่าวมาขายของ ครั้งที่ 3” ในวันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562 เวลา 13.30–15.00 น. ณ ชั้น 7 โซนบี ศูนย์การค้าเอ็ม​ บี เค เซ็นเตอร์ จึงขอความร่วมมือพี่น้องสื่อมวลชนร่วมเป็นเกียรติในงานแถลงข่าว​ และเผยแพร่ข่าวการจัดงาน

     ทั้งนี้งาน “คนข่าวมาขายของ ครั้งที่ 3” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2562 เวลา 11.00-21.00 น. พบกับการออกบูธของสื่อมวลชนที่จะมาจำหน่ายอาหาร ของทานเล่น ของใช้ ของที่ระลึกมากกว่า 60 บูธ รวมทั้งจะมีศิลปิน ดารา นักแสดง พิธีกรผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างสีสัน แจกของรางวัลมากมาย

    ร่วมแถลงข่าว​ และให้ข้อมูล/สัมภาษณ์ โดย​ คุณมงคล บางประภา นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย,คุณสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), คุณพีระวัฒน์ โชติธรรมโม นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย,คุณสุธารัตน์ เกษร นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ,คุณไพฑูร ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย,คุณวัสยศ งามขำ ประธานชมรมนักข่าวกองปราบปราม​ และคุณลักษยา พงษ์ชัยศรีกุล ตัวแทนกลุ่มนักข่าวบันเทิง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือยืนยันการเข้าร่วมงานได้ที่ กฤตยาวีร์ (วี) 089-164-5115

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.ประจวบฯ​ ร่วมกับ​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” มอบถุงยังชีพช่วยเหลือเยียวยา ผู้ป่วยติดเตียง พิการตั้งแต่กำเนิด

     วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 15 ส.ค.62 เวลา​ 13.00 น.​: พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์​ และ นายสุนทร สุนทรโอวาส ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.บางสะพาน​ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

     เข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวนายพลวัฒน์ วงศ์อยู่ อายุ 25 ปี เป็นคนไข้ติดเตียงพิการตั้งแต่กำเนิดร่างกายไม่สมบูรณ์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พูดหรือสื่อสารไม่ได้อาศัยพักอยู่ในเพิงพักไม่มีเลขที่ หมู่ 3 ต.บางสะพาน อ.บางสะพาน ซึ่งเจ้าของที่ดินให้อยู่อาศัยชั่วคราว นายพลวัฒน์ฯ​ พักอาศัยอยู่กับ นางบังอร สุขเสนาอายุ 45 ปีซึ่งเป็นมารดาฐานะยากจนมีอาชีพรับจ้างนวดแผนโบราณ รายได้ไม่แน่นอนมียายคอยดูแลเมื่อมารดาไม่อยู่ และได้ร่วมกันมอบถุงยังชีพพร้อมแพมเพิสซึ่งได้รับการบริจาคจาก​ “มูลนิธิ พระราหู ใจถึงใจ” โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ​ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบ สจ.ดำ หลอกนักธุรกิจร่วมลงทุนจัดซื้อเครื่องถ่ายเอกสารโรงเรียน สูญเงิน 15 ล้าน

     วันนี้ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 15 ส.ค.62​ เวลา 14.00​ น.ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. และ​ พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายธวัชชัย หรือ สจ.ดำ ทองอ่อน อายุ 46 ปี อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด นครศรีธรรมราช อยู่บ้านเลขที่ 70 ม.4 ต.กะเปียด อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.226/2562 ข้อหา พรบ.เช็คฯ โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ที่ บริเวณหน้าหมู่บ้านอันดา ถนนคู้คลองสิบ แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กทม.

     ทั้งนี้เมื่อช่วงต้นปี 2559 นายธวัชชัยฯ ได้ชักชวนผู้เสียหายรายหนึ่ง​ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาออกแบบตกแต่งภายใน ให้นำเงินมาร่วมทุนทำธุรกิจประมูลจัดซื้อเครื่องถ่ายเอกสารให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ที่จะนำไปแจกจ่ายตามโรงเรียนต่างๆ 2,500 โรงเรียน จำนวน 2,500 เครื่อง ในวงเงินประมูล เครื่องละ 100,000 บาท รวมวงเงินทั้งหมด 250,000,000 บาท โดยอ้างว่าจะได้รับกำไรกว่า 48 ล้านบาท พร้อมกับนำเอกสารที่อ้างว่าได้รับมาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงบประมาณ เอกสารใบเสนอราคา และใบสั่งซื้อ มาแสดงให้ดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนด้วยเป็นจำนวน 15 ล้านบาท

     ต่อมาผู้เสียหายมาทราบภายหลังว่าบริษัทของนายธวัชชัยฯ ไม่ได้เป็นผู้ชนะการประมูลโครงการดังกล่าว จึงพยายามทวงถามขอเงินลงทุนกลับคืน จนมีการนัดเจรจาตกลงกัน ก่อนที่นายธวัชชัยฯ จะได้สั่งจ่ายเงินลงทุนคืนให้​ เป็นเช็คเงินสด แต่เมื่อผู้เสียหายนำไปขึ้นเงินกลับพบว่าเช็คเด้ง จึงเข้าแจ้งความกับทาง สน.หัวหมาก จนมีการออกหมายจับดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายธวัชชัยฯ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านหนองจอก จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว

     จากการสอบสวน นายธวัชชัยฯ ให้การภาคเสธ โดยรับเพียงว่าได้นำเงินของผู้เสียหายมาลงทุนจริง แต่บริษัทของตนแพ้การประมูลจึงได้คืนเงินผ่านเป็นเช็คโดยไม่ทราบว่าเช็คนั้นไม่สามารถขึ้นเงินได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากตรวจสอบประวัติของนายธวัชชัยฯ พบว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. จับกุมตัวมาแล้ว 1 ครั้ง

     เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในคดีฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารราชการ หลังหลอกผู้เสียหายซึ่งเป็นนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งให้นำเงินมาร่วมลงทุนเป็นเงินจำนวนกว่า 29 ล้านบาท โดยอ้างว่าตนเองได้ชนะการประมูลรับงานจัดซื้อจัดจ้างของโครงการงบอุดหนุนเฉพาะกิจให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีพฤติการณ์คล้ายกับคดีดังกล่าว

     เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สน.ชนะสงคราม​ ทำบุญประจำปี 2562​ เพื่อความเป็นสิริมงคล

    วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 15 ส.ค.62​ เวลา 10.00 น.​ณ สน.ชนะสงคราม : พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รองผบก.น.1,พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ รอง ผบก.น.1,ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษา รอง ผบ.ตร./ที่ปรึกษา บช.ทท./ประธาน กต.ตร.บก.น.1/ประธาน กต.ตร.สน.ชนะสงคราม และคณะ กต.ตร.สน.ชนะสงคราม
ร่วม สน.ชนะสงคราม​ ประจำปี 2562​ เพื่อความเป็นสิริมงคล

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย”

     เมื่อวันพุธที่ 14 สิงหาคม 2562​ ณ หอประชุม ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช​ : นายสมพงษ์ มากมณี ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช/เลขานุการ ศอ.จอส.904 วปร.จ.นครศรีธรรมราช​ และคณะจิตอาสา 904 อบรม​ “หลักสูตรหลักประจำ” รุ่นที่ 3/2562​ เป็นเบ้า เป็นแม่พิมพ์ ร่วมเป็นวิทยากรอบรมเผยแพร่ขยายผลความรู้ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย ให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช​ จำนวน 2,000 คน

     โดยมีพลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีเปิด ณ หอประชุม ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สึกพระ ร่วมปลุกเสกกุมารทอง ตุ๊กตาลูกเทพ สำนักอาจารย์แจ๊ว เหนือดวง

     วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 15 ส.ค.62​ : พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผบก.ทล. พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบก.ทล.,พ.ต.ท.รัชภูมิ กุสุมาลย์ สวญ.ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล.,พ.ต.ต.อภิชน ขันกา สว.ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล​ และ​ พ.ต.ต.นโรตน์ ยุวบูรณ์ สว.ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล.

     ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีสำนักข่าวแห่งหนึ่งนำเสนอข่าว ซึ่งมีภาพวิดีโอ พร้อมเนื้อหา ระบุว่า สำนักอาจารย์แจ๊ว เหนือดวง ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 188/3 หมู่ 1 ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จัดพิธีวัตถุมงคลหลากหลายชนิดได้แก่ ตุ๊กตาลูกเทพ,กุมารทองเรียกทรัพย์,กุมารพรายเศรษฐี,กุมารพรายเรียกทรัพย์,ล๊อกเก๊ตเศรษฐีหน้าทอง,เทพราตรี,เทพจำแลงภมร และตะกรุดเหนือดวง​ หรือตะกรุดพระพุทธเจ้าเหนือดวง พร้อมอวดอ้าง สรรพคุณว่า ผู้ที่บูชาตะกรุดนี้จะเป็นคนเหนือดวง เป็นคนมีเสน่ห์เมตตามหานิยม​ เจริญลาภ ยศสรรเสริญ และมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจน ประสบความสำเร็จทุกด้านชีวิตครอบครัวมีความสุขตลอดไป ใครคิดร้ายต่อผู้สักการะ​นี้​ เพียงแค่คิดชีวิตของเขาก็จะแย่ลงตกต่ำลง หรือคิดจะแข่งขันไม่มีวันจะชนะได้ ผู้บูชาต้องหมั่นทำบุญ รักษาศีล สวดมนต์ไหว้พระ มีความกตัญญูรู้คุณแล้วชีวิตจะมีแต่ความเจริญ จากดวงที่ตกถึงขั้นวิกฤติ​ ที่มาร้าย​ ก็จะกลับกลายเป็นดีได้ โดยพิธีดังกล่าวมีพระเกจิ​ และอาจารย์สายพระเวทชื่อดัง ร่วมพิธี

     ชุดสืบสวนจึงประสานข้อมูลเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก็พบว่าเป็นไปตามที่เสนอข่าว อีกทั้งพบว่าพิธีดังกล่าวมี หลวงตาแม็ก วัดป่าภูยา จ.หนองบัวลำภู และ พระอาจารย์ละ วัดสร้อยสุวรรณ จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นการกระทำผิดวินัยสงฆ์ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่วัดป่า พิกุลทอง จ.หนองบัวลำภู ก็พบหลวงตาแม็ก หรือนายจำเริญ แสงดี อายุ 56 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าภูยา อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู อยู่ที่วัดดังกล่าว

     จากนั้นได้เดินทางไปที่วัดบ่อสามแสน ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ก็พบพระอาจารย์ละ หรือ นายวีระภัทร มาทำมา อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดสร้อยสุวรรณ ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร และเป็นเจ้าคณะตำบลนาบ่อดิน เขต 2 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดตามประกาศของทางมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามภิกษุ สามเณร เรียกเงินค่าเวทมนตร์ และห้ามทดลองของขลัง พ.ศ.2495

     โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า “ด้วยปรากฏว่า มีภิกษุบางรูปเห็นแก่อามิสมุ่งลาภสักการะ ตั้งตนเป็นอาจารย์ปลุกเสกลงเลขยันต์ที่ศีรษะบ้าง หน้าผากบ้าง สอนเวทมนตร์เพื่อแคล้วคลาดศาตราวุธบ้าง โดยเรียกเงินจากผู้มาขอให้ปลุกเสกบ้าง เป็นการผิดสมณวิสัยจัดเข้าในอาชีววิบัติมีโทษทางพระวินัย เสื่อมความเชื่อ ความเลื่อมใสของพระพุทธศาสนิกชน ไม่ใช่ข้อปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา ตรงข้ามกลับเป็นที่ตำหนิของสาธุชน เพราะไม่ทนต่อการพิสูจน์ เป็นช่องทางให้พาลชนช่วยโฆษณาชวนให้คนหลงเชื่อ เพื่อทำทุจริตโดยแอบอ้างยึดเอาเป็นอาชีพอันมิชอบ เป็นความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระศาสนา”

     นอกจากนี้ยังมีประกาศห้ามไม่ให้ภิกษุเป็นหมอเสน่ห์ยาแฝดอาถรรพณ์ ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า พ.ศ.2476 ระบุว่า “ถ้าภิกษุรูปใดประพฤติล่วงละเมิดเมื่อพิจารณาได้ความจริง ให้เจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะในท้องที่ที่เกิดอธิกรณ์ลงโทษให้สึกเสีย แล้วรายงานตามลำดับ” จึงได้ทำการสึกพระทั้งสองรูปทันที

     ทั้งนี้จึงขอประชาสัมพันธ์ฝากเตือนไปยังสำนักต่างๆที่ทำการปลุกเสกเครื่องราง ของขลัง อวดอ้างไสยศาสตร์มนต์ดำ โฆษณาสรรพคุณเกินจริง สร้างความเชื่อที่ไม่ถูกต้องให้กับประชาชน อันเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงประชาชน หรือนิมนต์พระสงฆ์มาเข้าร่วมพิธีกรรม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของเครื่องรางของขลังนั้น เพื่อให้จำหน่ายได้มากขึ้น ซึ่งพระสงฆ์ที่ได้กระทำดังกล่าวถือว่าผิดวินัยสงฆ์มีบทลงโทษให้สึกจากการเป็นพระ ขอให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว และขอให้ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อซื้อมาบูชา เนื่องจากอาจจะถูกหลอกลวงและได้รับความเสียหายตามมาได้

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจ​ ตม.ทลายแก๊ง Call Center ไต้หวัน จับรวด 13 รายมูลค่าความเสียหายร่วม​ 30 ล้านบาท

     วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 15 ส.ค.62 เวลา 15.00 น.ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รองผบก.ตม.3,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ปส.3,พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รองผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช,พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร​ รองผบก.สกส.บช.ปส. ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3,พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล​ ผกก.ตม.จ.ชลบุรี,พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.4,พ.ต.อ.ณรงค์ ชนะภัยกุล ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส.,พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.ฝอ.ศทก. ปฏิบัติราชการ สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายแก๊ง Call Center ไต้หวัน

     สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 ชุดสืบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ได้รับคำสั่งให้สืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลชาวไต้หวันที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำผิด ข่มขู่เรียกเงินคนชาติเดียวกัน

    ภายหลังจากที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันประจำประเทศไทย ว่ามีกลุ่มคนร้ายชาวไต้หวันได้ตั้งฐานศูนย์โทรศัพท์ (Call Center) ในประเทศไทยแล้วโทรศัพท์ผ่านระบบโทรศัพท์ทางอินเตอร์เน็ต หรือ วีโอไอพี (VOIP : Voice Over Internet Protocol) ไปหลอกลวงเหยื่อชาวไต้หวันโดยปลอมเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสุขภาพ หลอกเหยื่อว่าบัตรประกันสุขภาพของเหยื่อถูกขโมยหลังจากนั้นมีการโอนสายที่สองอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

     โดยบอกเหยื่อว่าอัยการที่ดูแลเรื่องนี้ให้มาศาล​ โดยหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อ ต่อมาจึงส่งแฟกซ์​ซึ่งเป็นหนังสือราชการปลอมให้กับเหยื่อ เหยื่อจึงหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงมีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของไต้หวันที่เปิดรองรับไว้แล้วมีกลุ่มคนร้ายอีกกลุ่มถอนเงินออก เบื้องต้นกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้หลอกลวงเหยื่อตั้งแต่ประมาณเดือน ตุลาคม 2561 ถึงปัจจุบัน ความเสียหายที่ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ที่ไต้หวันแล้ว จำนวน 21 ราย รวมความเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท

     พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ จึงได้สั่งการให้ชุดจับกุมสืบสวนจนทราบว่ากลุ่มคนร้ายตั้งฐานเป็นศูนย์โทรศัพท์อยู่ในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ อยู่ที่หมู่ 4 ต.สเม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี สืบสวนพบชาวไต้หวัน จำนวน 13 คน เป็นบุคคลมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมฯ ผบก.ตม.3 จึงดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร​ และควบคุมกักตัวไว้ที่ห้องกัก สตม. เพื่อรอผลักดันส่งกลับไต้หวันต่อไป

     จากการตรวจสอบบ้านพักที่เป็นศูนย์โทรศัพท์ (Call Center) พบของกลางเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยการหลอกลวงผู้เสียหายชาวไต้หวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 44 เครื่อง,คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 10 เครื่อง,เครื่องปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ต (เร้าเตอร์) จำนวน 17 เครื่อง,กล่อง Voip Gateway จำนวน 23 กล่อง,เครื่องโทรศัพท์บ้าน จำนวน 43 เครื่อง,ซิมการ์ดที่ยังไม่ได้ใช้งาน เครือข่าย Dtac จำนวน 5 ชิ้น,ซิมการ์ด Roaming ยี่ห้อ Blackberry จำนวน 4 ชิ้น,เครื่องบันทึกเสียงไม่ทราบยี่ห้อ จำนวน 3 เครื่อง,แผ่นกระดาษ​ และสมุดจดบันทึกเป็นภาษาจีน (สคริปต์บทสนทนาหลอกลวง) จำนวนมาก,หนังสือจิตวิทยาขั้นสูงในการก่ออาชญากรรม ฉบับภาษาจีน จำนวน 1 เล่ม และแฟลชไดร์ฟ จำนวน 3 ชิ้น

     ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันให้ความสำคัญกับคดีนี้มากใช้ระยะเวลาในการสืบสวนติดตามเป็นระยะเวลานานเนื่องจากกลุ่มคนร้ายมีความสามารถในการหลบซ่อน​ และหลอกลวงเหยื่อจำนวนมากมีมูลค่าความเสียหายสูง โดยในวันนี้ทางการไต้หวันได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวัน จำนวน 5 นาย เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ เพื่อประสานงานและขอตรวจสอบพยานหลักฐานที่ตรวจยึดไว้ ซึ่งจะต้องทำการสืบสวนขยายผลประสานข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อย่างต่อเนื่อง

     พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวทิ้งท้ายว่า​ ขอเรียนให้ประชาชนทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

     หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​