การประชุม นขต.กอ.รมน. ครั้งที่ ๘/๒๕๖๒ สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนที่ผ่านมา

     วันนี้ (๒๑ ส.ค. ๖๒) เวลา ๐๙.๓๐ น. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ ๘/๒๕๖๒ โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค ๑ – ๔ เข้าร่วมประชุมฯ บริเวณชั้น ๓ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมฯ สรุปเรื่องที่สำคัญ ดังนี้

เรื่องแรก การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการ กอ.รมน.
     ตามที่ กอ.รมน. ได้เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ กอ.รมน. จำนวน ๕๐ อัตรา ตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ นั้น มียอดผู้สมัครเข้ารับคัดเลือกจำนวน ๒,๑๖๒ คน และได้ดำเนินการสอบภาควิชาการไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สำหรับการดำเนินงานในห้วงต่อไปจะเป็นการสอบภาคปฏิบัติและสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ ๒๔-๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๒ โดยประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกฯ ในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ทางเว็บไซต์http://www.isoc.go.thหัวข้อรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ กอ.รมน.

เรื่องที่สอง การป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวผู้หลบหนีเข้าเมือง และการค้ามนุษย์
     กอ.รมน. โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๒ จัดการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงาน ตามโครงการตรวจสอบและควบคุมประชากรแรงงานต่างด้าว เพื่อความเรียบร้อยของสังคมไทย โดยมีผู้แทนจาก กอ.รมน.จังหวัด ที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ เข้าร่วมประชุมฯ จำนวน ๑๕ จังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสรุปสถานการณ์และแนวโน้มสถานการณ์ด้านแรงงานต่างด้าวผู้หลบหนีเข้าเมือง และการค้ามนุษย์ ตลอดจนรวบรวมปัญหาข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาวิเคราะห์กำหนดเป็นบทเรียนและเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานอันจะนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยยิ่งขึ้นของสังคมต่อไป

เรื่องสุดท้าย สรุปผลการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
     จากผลการประชุม คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ครั้งที่ ๓/๒๕๖๒ โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี/ประธาน คปต. เป็นประธานการประชุมฯ ได้สั่งการ ในเรื่องกำลังพลอาสาสมัคร (อส.) ซึ่งถือเป็นมวลชนที่สำคัญ ของการแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จชต. จึงมีความสำคัญต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังพลอาสาสมัคร อย่างจริงจัง ให้เกิดความเหมาะสมต่อปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน จำเป็นต้องร่วมกันแก้ไขให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง สามารถปฏิบัติภารกิจได้ตรงตามความต้องการ เร่งจัดวางระบบการฝึกให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ กอ.รมน., กรมการปกครอง และ มหาดไทย เพื่อใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

     สำหรับความคืบหน้าการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ จชต. มีจำนวนยอดนายทะเบียน และผลการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ระบบยืนยันตัวตนในพื้นที่ จชต. และ ๔ อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ ๑ มิ.ย. ถึง ๑๘ ส.ค. ๖๒ มียอดนายทะเบียนเพิ่มเติมจากเดิม ๓,๘๗๗ คน เป็นยอดรวมทั้งสิ้น ๕,๓๑๐ คน (เพิ่มขึ้น ๑,๔๓๓ คน) แบ่งออกเป็น หน่วยทหาร ๑,๙๙๘ คน ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ จำนวน ๒,๕๘๔ คน และกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน ๗๒๘ คน และมียอดผู้ลงทะเบียนฯ จำนวน ๒๓๙,๖๘๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๙๘ จากระบบเครือข่าย AIS จำนวน ๑๔๗,๓๙๔ คน, ระบบเครือข่าย TRUE จำนวน ๔๗,๘๘๔ คน, ระบบเครือข่าย DTAC จำนวน ๔๒,๘๖๘ คน, ระบบเครือข่าย CAT จำนวน ๑,๔๙๙ คน และ ระบบเครือข่ายTOT จำนวน ๓๘ คน

     ในส่วนของความคืบหน้าการใช้ถังแก็สคอมโพสิตแทนถังเหล็กในพื้นที่ จชต. ปัจจุบันมียอด การแลกเปลี่ยนถังแก็สฯ คิดเป็นร้อยละ ๓๓.๑๓ ปัจจุบันศูนย์การประสานการปฏิบัติที่ ๕ ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค ๔ ส่วนหน้า ได้เร่งประชาสัมพันธ์ ถึงเหตุผลความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนถังแก็สรวมทั้งได้มีการประสานงานร่วมกับอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อจัดให้มีการประชุมผู้ค้าแก็ส ให้เข้าร่วมโครงการทุกราย เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมโครงการฯเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพช่วยเหลือครัวเรือนยากจน จังหวัดนนทบุรี

     วันนี้ วัน​พุธ​ที่​ 21 สิงหาคม 62​ ณ วัดบางอ้อยช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยคุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย คุณจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการ​ และรองเลขาธิการฯ,คุณสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเหรัญญิกฯ​ และคณะอำนวยการโครงการแก้ปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดแรก จำนวน 4 ครัวเรือน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

     โดยมี คุณอำพล อังคภากรณ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมเป็นประธานรับมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ณ วัดบางอ้อยช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

     การประสานความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมลงพื้นที่ ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมให้ความรู้ ทักษะ และมีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดหาอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจน โดยดำเนินการกลุ่มเป้าหมายแรกในพื้นที่ 25 จังหวัดในภาคกลาง จำนวน 150 ครัวเรือน รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)

     ตลอดระยะเวลากว่า 109 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการสร้างอาชีพ สร้างชีวิตให้กับผู้ยากไร้ ให้มีความรู้ ทักษะ และมีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” #ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร​ โทร.086-854-1418​ สายด่วน☎ป่อเต็กตึ๊ง1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สายตรวจ 3 ประสาน “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์ บริเวณชุมชน​บ้านพานถม ริมคลองบางลำพู เขตพระนคร.

     วันพุธที่ 21 สิงหาคม​ 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” นำกำลัง​ จนท.สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่
ตรวจสอบ​ความเป็นระเบียบ​และปรับปรุงภูมิ​ทัศน์​ บริเวณชุมชน​บ้านพานถม ริมคลองบางลำพู เขตพระนคร กทม.

     โดยวันนี้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” พร้อมด้วย นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ , จนท.ฝ่ายรักษาฯ จนท.ฝ่ายโยธาฯ จนท.สาธารณสุข​ฯ เขตพระนคร​ ร่วมกับ จนท.ตำรวจฯ จนท.ทหารฯ ลงพื้นที่ร่วมตรวจความ​เรียบร้อยเเละปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์​ในวันนี้ โดยกิจกรรมในวันนี้ จนท.สายตรวจ​ 3 ประสาน “ทหาร ตำรวจ กทม.” ได้ทำการปรับปรุงภูมิ​ทัศน์​ เก็บกวาดขยะ พร้อมทั้ง ทำการประชาสัมพันธ์ในเรื่องการป้องกัน​ยุงลายไม่ให้มีการเเพ่ระบาดของเชื้อไข้เลือดออก​ในชุมชนโดย​กิจกรรม​วันนี้ได้มีพี่น้องประชาชน​ได้ออกมาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

    เบื้องต้นการลงพื้นที่วันนี้เพื่อปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” ในเรื่องการตรวจร่วมทั้ง 3 หน่วยงาน ในโครงการสายตรวจ 3 ประสาน (ทหาร ตำรวจ กทม.) อีกทั้งเพื่อเน้นย้ำในการปฎิบัติงานตามเเนวทางนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาดเเละความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 (NOW ทำจริง เห็นผลจริง )…

#สำนักงานเขตพระนคร #สายตรวจ3ประสาน #ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร #บริเวณชุมชน​บ้านพานถม #ริมคลองบางลำพู #NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง


#ขอบคุณภาพข่าว > cr.กลุ่มงานสายตรวจเขตพระนคร #เนื้อข่าว​ > ธีรพล ปลื้ม​ถนอม​ รายงาน

การประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อแถลงผลการปฏิบัติงานตามแผนแม่บท ประจำปีงบประมาณ 2562

     การประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อแถลงผลการปฏิบัติงานตามแผนแม่บท ประจำปีงบประมาณ 2562 ของ ศปป. 4 กอ.รมน. โรงแรมเอเซียแอร์พอร์ต จังหวัดปทุมธานี ใน 21 – 23 ส.ค.62 เวลา 0900 น. ณ โรงแรมเอเซียแอร์พอร์ต จังหวัดปทุมธานี

     โดยมี พลโท เรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ ผอ.ศปป.4 กอ.รมน. เป็นประธาน ในพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย ผู้บริหารจาก หน่วยงานที่เกี่ยวของ ผู้แทนกอ.รมน.ภาค กอ.รมน.จังหวัด เข้าร่วม ประชุม 134 คน เพื่อนำผลการประชุมไปบูรณาการ แก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ใด้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป

ชาวสุราษฏร์ฯ-ท่าฉาง เดือดร้อน ร้องขอนํ้าสะอาดจากอดีตรัฐมนตรี วอนงบประมาณกรมชลฯช่วย

    

    อาทิตย์ที่ 18 สค. 2562 ชาวบ้านหมู่ 10 ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฏร์ธานี เมืองหอยใหญ่ ขาดนํ้าอุปโภค,บริโภค รวมตัวกันร้องขอความช่วยเหลือ จากนาย ภิญญา ช่วยปลอด อดีตรัฐมนตรี,สส.และสว.สุราษฏร์ธานี บรรเทาความเดือดร้อน ประสานของบประมาณจากกรมชลประทาน ช่วยแก้ไขให้

     นายภิญญา และคณะจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเร่งดำเนินการประสานพิจารณาสร้างฝายนํ้าล้น จากเดิมที่เคยมีอ่างเก็บนํ้าถึง 400ไร่ ซึ่งบัดนี้ขาดเครื่องผลิตนํ้าสะอาดที่เสียหายมาก
นายภิญญา จึงรับดำเนินการประสาน หน่วยงานของรัฐ เร่งช่วยเหลือ ต่อไป

Cr. ทอนส์79

โผตร.วัดใจลุงตู่

     คล้อยหลังการประชุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ตร.ทำหน้าที่ประธานประชุมข้อมูลประกอบการแต่งตั้งตำรวจระดับรองผบ.ตร.ลงไปจนถึงผู้บังคับการ
วาระประจำปี 2562
จะมี “สร.1” พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา มาเป็นประธานประชุม ก.ตร.ในวันที่ 29 ส.ค.นี้
ยืนยันได้ทันทีว่า ไม่มีการเลื่อนแต่งตั้ง เสร็จแน่ภายในเดือนนี้
ตำแหน่งนายพลระนาบนี้ ว่างทั้งสิ้น 178 เก้าอี้ นับรวมจากผู้เกษียณอายุราชการประจำปีสิ้นเดือนกันยายนกับตำแหน่งที่เลื่อนชั้นขึ้นไปก่อนหน้าและการโยกย้ายสับเปลี่ยน
โยกย้ายนายพลตำรวจกว่า 300 ตำแหน่ง 
ถือเป็นครั้งแรกของ”ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีปีที่ 5
ที่หลายฝ่ายต่างจับตามอง
แม้ ” ลุงตู่” เคยประกาศใช้หลักอาวุโสแบบทหาร แต่ยังถูกมองว่า พี่ใหญ่มากบารมีอย่าง “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังสั่งแถวได้
ใน 300 กว่าตำแหน่งนายพลตำรวจ จะแบ่งไล่เรียงตามลำดับ รองผบช.ตร.ว่าง 3 เก้าอี้ ถูกอ้างว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ 33% ส่งผลให้ “บิ๊กติ๊ก” พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ โดนข้ามหัว ที่อาจมีการแต่งตั้งเลื่อน “บิ๊กดริ๊ง” พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี สายตรงบ้านโชคชัย นรต.36 และพล.ต.ท.มนู เมฆหมอก นรต.38 เข้าไลน์ รองผบ.ตร.หลัก ส่วนที่เหลืออีกตำแหน่ง ลุ้นชื่อ สายตรงนายก”ตู่” พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นรต.36 อาวุโสลำดับ 10 ที่อายุราชการเหลือมากที่สุดในรุ่น เกษียณปี 66 มาเป็นว่าที่ผบ.ตร.น้อย 
เก้าอี้ผู้ช่วยผบ.ตร.ว่าง 6 ตำแหน่ง จับตาผู้บัญชาการอาวุโส อะทิเช่น พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ. 9 พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ 4 มีสิทธิถูกจ่อดันขึ้นเพื่อเปิดตำแหน่ง
เก้าอี้ผู้บัญชาการที่น่าสนใจ โฟกัสที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จดจ้องแคนดิเดทหลายท่าน มีทั้งอาวุโสจ่อคิวในถิ่น อย่าง”บิ๊กอู๊ด” พล.ต.ต.ภคภณ พงษ์เภตรา นรต.38 “บิ๊กยิ้ม” พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ที่มีสิทธิสไลด์จากตำแหน่งผบช.ประจำหวังกลับถิ่น “บิ๊กหลวง” พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ นรต.41 และ “บิ๊กแซค” พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร นรต.38 อีกท่าน โยกจากเก้าอี้เดิม ผบช.ภ.1ทั้งนี้อาจมีเซอร์ไพรซ์ รุ่นใหญ่นรต.36 มาเสียบแทน
ภูธรภาค 1 โฟกัสชื่อแคนดิเดท พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ โยกจากผบช.ภ.7 กลับถิ่น พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้มและ เจ้าของเก้าอี้เดิมที่ยังต้องลุ้นอย่าง”บิ๊กแซค”พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, ภูธร 2 จับตาชื่อ พล.ต.ท.อิทธิพล พิริยะภิญโญ กับ “บิ๊กปิง” พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง และ”บิ๊กโอ๊ต”พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย นรต.41, ภูธร 5-6 จับตา”บิ๊กหลวง” พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ หากผิดหวังเก้าอี้ น.1, ภูธร 9 อาจล็อคสเปค ใช้บริการ นรต.36 เท่านั้น ต้องเป็นสายตรง ผบ.ตร.ที่พร้อมสั่งได้ เหมาะสมเห็นชื่อ”บิ๊กแดง” พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ โดดเด่นที่สุด
เก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แปะชื่อ พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร สายตรงคนโตรัฐบาล
การแต่งตั้งครั้งนี้ น่าสนใจกับการเคลื่อนไหวในตำแหน่งสูงขึ้นของ นรต.36 เพื่อนร่วมรุ่น “ผบ.แป๊ะ” นรต.38 ที่กำลังเติบโตรอเสียบเก้าอี้สำคัญ และ นรต.41 เพื่อน”ผู้กองนัท” ร.อ.ธรรมนัฐ พรหมเผ่า รมช.ว่าการกระทรวงเกษตรฯ มือประสานสิบทิศของรัฐบาล
หลักการข้ามหัวจะมีให้เห็นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประธานก.ตร. “ลุงตู่” จะตัดสิน
เอาหลักเกณฑ์เป็นตัวตั้ง หรือหลักกู จากเดิมที่เคยทำมา
อีกไม่กี่วัน ได้ตระหนักทั่วกัน.

เธียร ทวินัย.

ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา ประจำปี 2562 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศ เพชรบูรณ์

    ที่ห้องประชุม วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ตำบลบึงสามพัน อำ นายวัลลภ สาครรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ พร้อมคณะครู, อาจารย์, นักเรียนนักศึกษา ให้การต้อนรับ ดร.พิธาน พื้นทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานศึกษาธิการภาค 17 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา

     โดยมีนายทวีศักดิ์ อินทนุกูล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลซับสมอทอด, นางศานิต ชาติกรณ์ ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จ.เพชรบูรณ์ ,เจ้าของกิจการ อู่น้องใหม่เจริญทรัพย์ พร้อมด้วยผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวะศึกษาเอกชน 8 แห่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วมประชุมรับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ของสถานศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

  • การยกระดับคุณภาพการศึกษา
  • การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
  • การสร้างความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • การเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการ
  • การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  • การขับเคลื่อนนโยบายการจัดการในระดับภูมิภาค
    นอกจากนี้ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ยังได้จัดนิทรรศการ ผลงาน ของนักเรียน นักศึกษา แผนกสาขาวิชาต่างๆ โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ตรวจราชการพร้อมคณะ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมเยี่ยมชมนิทรรศการ พร้อมให้คำแนะนำและกำลังใจแก่นักเรียน,นักศึกษา ที่ได้นำเสนอผลงานออกมาได้อย่างน่าชื่นชม โดยให้รักมารตราฐานนี้ไว้ และพัฒนาคุณภาพให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

รุ่งทิพย์ บุญบำรุง/มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

สุโขทัย-ฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจบ้าน ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

    วันที่ 20 สิงหาคม 62 เวลา 09.00 น. นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิด “โครงการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจบ้านในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด” ณ ห้องประชุมวรรณกลาง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย เพื่อให้ความรู้แก่อาสาสมัครตำรวจบ้าน ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ในระดับพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย ตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สามารถลดระดับปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน

     โดยส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด และรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ป้องกันรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในหมู่บ้านหรือชุมชนของตนเอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอบรมครั้งนี้ใช้เวลาอบรม 2 วันคือ วันที่ 20-21 สิงหาคม 2562 โดยผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย อาสาสมัครตำรวจบ้านจำนวน 700 นาย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากตังหวัดสุโขทัย

นครนายก-(ภาพวงจรปิด)รถโม่ปูนหักหลบ จยย.ขับย้อนศร เสียหลักชนเสาไฟฟ้าพลิกตะแคงตกร่องน้ำข้างถนน

https://youtu.be/fGTHIudcJGA

    ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพขณะเกิดเหตุ สรุปรถโม้ปูนหักหลบ จยย.ที่ขับย้อนศร รอดตายหวุดหวิด ที่นครนายก

    โดยผู้สื่อข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ ได้รับแจ้งว่ามีรถสิบล้อชนเสาไฟฟ้าหัก เหตุเกิดบนถนนสายสุวรรณศร เยื้องหมวดการทางบ้านนา หมู่ 9 ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จึงพร้อมด้วย มูลนิธิร่วมกตัญญู รีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถสิบล้อ โม่ปูน ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 80-5641 นครนายก ชนเสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 1 ต้น และเสาไฟแรงต่ำของชาวบ้าน 1 ต้น พลิกตระแครงอยู่ในร่องน้ำข้างรถถนนพังเสียหาย เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต้องตัดกระแสไฟฟ้าก่อนยกรถออก และปักเสาใหม่

     สอบถามนายบุญช่วย โลนอก อายุ 57 ปี คนขับรถโม่ปูน เล่าว่า กลับจากส่งปูนที่ ต.บางอ้อ อ.บ้านนา จะกลับแคมป์ อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร มีฝนตกพร่ำๆ ได้มีรถ จยย.ขี่ย้อยศรตัดหน้ากะทันหัน ตนได้เบรกหักหลบประกอบกับฝนตกถนนลื่นทำให้รถเสียหลักพุ่งลงข้างทางชนเสาไฟไฟฟ้าแรงสูงหักสายไฟขาดและเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ประชุมสัมมนา การสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ เป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ( EEC)

     นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา “การสร้างเครือข่ายสื่อสารประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ EEC อย่างยั่งยืน” โดยมี นายบรรลือ กุลละวณิชย์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธีเปิดและร่วมสัมมนาเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุมทัพพระยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา

     ตามที่รัฐบาลได้ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่เป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor (EEC) พื้นที่ 3 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ ด้านการผลิต การส่งออกและเทคโนโลยี เป็นการสร้างรายได้เพื่อนำพาประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมี ดร.อภิชาติ ทองอยู่ ที่ปรึกษาเลขาธิการโครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี และประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษวันออก (EEC HDC:Eastern Economic Corridor Human Development Center) เป็นวิทยากร ในหัวข้อ “ความคืบหน้าการดำเนินการEEC กับการพัฒนาชีวิตวันนี้” การเสวนา “EEC กับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดย ดร.เพ่ง บัวหอม ประธานคณะกรรมการประสานงานพัฒนาท้องถิ่นระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก และนายสุทธา เหมสถล ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง มาบรรยายเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ร่วมสัมมนา

     ดร.อภิชาติ ทองอยู่ กล่าวว่า โครงการอีอีซีจะเป็นจักรกลสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น รัฐบาลจึงกำหนดแผนดังกล่าวโดยเลือกพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก เป็นพื้นที่โครงการฯ เนื่องจากพบว่ามีภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ และมีการตราเป็นกฎหมายเพื่อให้เกิดความมั่นใจในด้านการลงทุนของนานาประเทศ อย่างไรก็ตามการที่จะทำให้พื้นที่อีอีซี.มีความพร้อมในการรองรับก็ต้องจัดแผนรองรับที่สมบูรณ์ ทั้งระบบคมนาคม สาธารณูปโภค ลอจิสติกส์ อุตสาหกรรมแบบ 4.0 และโครงข่ายที่ใช้ในการรองรับ ขณะนี้โครงการอีอีซี. มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งการจัดทำท่าเรือบกที่ จ.ฉะเชิงเทรา การดำเนินโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน รวมทั้งการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เพื่อให้รองรับผู้โดยสารได้กว่า 50 ล้านคนต่อปี เช่นเดียวกับการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด-จุกเสม็ด และท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 รวมไปถึงระบบรถไฟรางคู่เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้า ลดปัญหาต้นทุนการขนส่งและปัญหาการจราจร รวมทั้งผลักดันนวัตกรรมแบบไทยแลนด์ 4.0 เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่พบคือประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องของอีอีซี รวมทั้งความคืบหน้าในด้านต่างๆ โดยขอความร่วมมือในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงนโยบายที่จะส่งผลดีต่อการพัฒนาและสนับสนุนให้อีอีซีสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่ท้องถิ่นอย่างมั่นคง ยั่งยืนต่อไป

    สำหรับในส่วนของเมืองพัทยา นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่าเมืองพัทยา เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ให้ความสำคัญต่อนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC เป็นอย่างมาก เพราะเมืองพัทยาเปรียบเสมือนศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่เป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมต่อไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออก และตามที่ภาครัฐได้ผลักดันโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง เชื่อมต่อภูมิภาคมายังเขตภาคตะวันออกเพื่อส่งเสริมในด้านการคมนาคมขนส่งและเศรษฐกิจนั้น ในส่วนของเมืองพัทยาเองกำลังศึกษารายละเอียดรถไฟรางเบาที่จะเชื่อมต่อจากสถานีรถไฟฟ้าความเร็วเข้ามายังตัวเมืองเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามา รวมถึงบริหารจัดการด้านขนส่งมวลชนท้องถิ่นให้มีความสะดวกรวดเร็วในด้านการคมนาคม ทั้งนี้เป็นการพัฒนาเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าต่อประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี รายงาน
ภาพ/ข่าว สาคร แสมสาร