อพท./เปิดอบรมความปลอดภัยทางน้ำ ทางถนน เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

          เวลา 10.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 62 ที่ห้องประชุม อบต.ไม้รูด ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมความปลอดภัยคมนาคมทางน้ำและทางถนนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมี นส.ประจิตรา ประชุมแพทย์ กล่าวรายงานการฝึกอบรมดังกล่าว ซึ่งการอบรมดังกล่าว อพท.ได้ร่วมกับเครื่อข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนชายฝั่งในการฝึกอบรมผู้ขับเรือและขับรถรับส่งบริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวโดยเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนพื้นที่ชายฝั่ง ในตำบลไม้รูด ตำบลแหลมกลัด ตำบลคลองใหญ่ และตำบลหาดเล็กโดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จํานวน 50 คน ระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม 2562

         น.ส. ประจิตรา ประชุมแพทย์ เจ้าหน้าที่พัฒนาพื้นที่พิเศษ สำนักงานพื้นที่พิเศษ 3 (สาขา) อพท. กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าวว่า เพื่อให้ผู้บริการขับเรือและรถยนต์บริการรับส่งนักท่องเที่ยว ในแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ชายฝั่ง ที่บริหารจัดการโดยเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจ.ตราด มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการขับเรือ ขับรถรับส่ง บริการนักท่องเที่ยวให้เกิดความปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวขณะประสบเหตุทางน้ำ ทางถนน เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตลอดไป

          กิจกรรมการอบรม มีวิทยากรในการอบรมคือ พ.จ.อ.จรัญ ศรีเมือง หัวหน้าชุดกู้ภัยทางน้ำ หน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ 401 นายไม้โท รัตนโยธินณรงค์ วิศวกรท่าเรือคลองใหญ่ กรมเจ้าท่า เป็นหัวหน้าชุดในการฝึกอบรม ทั้งการฝึกอบรมภาคทฤษฎี วิชาความรู้ และภาคสนามการฝึกปฎิบัติจริง เนื่องจากผู้อบรมจะต้องนำความรู้ ความสามารถ และทักษะปฎิบัติไปใช้ในการบริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ชายฝั่ง ให้เกิดความปลอดภัย และประทับใจ ให้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตลอดไปด้วย…

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สหกรณ์ออมทรัพย์ กองการฝึกกองเรือยุทธการ มอบทุนการศึกษาบุตรสมาชิกกว่า 2ล้านบาท

           วันนี้ 27 ส.ค.62 พลเรือตรี นฤพล เกิดนาค ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ ฯ มาเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาบุตรสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ กองการฝึกกองเรือยุทธการ จำกัด ประจำปี 2562 ณ หอประชุมหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี คณะนายทหาร ข้าราชการ ผู้ปกครอง สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ ตลอดจน นักเรียนผู้เข้ารับทุนการศึกษา จำนวน 1,141 คน ร่วมให้การต้อนรับ

         ด้วยคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ กองการฝึกกองเรือยุทธการ จำกัด ประจำปี 2562 ได้มีมติให้สหกรณ์มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรสมาชิกสหกรณ์ ประจำปี 2562 ในวงเงิน 2,424,000 บาท(สองล้านสี่แสนสองหมื่นสี่พันบาทถ้วน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือส่งเสริม และสนับสนุนการศึกษาของบุตรสมาชิกฯ สำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์ กองการฝึกกองเรือยุทธการ จำกัดได้ก่อตั้งมาจนถึงบัดนี้ เป็นเวลา36 ปีเศษ มีสมาชิกนับถึงปัจจุบัน จำนวนทั้งสิ้น 14,852 คน มีสินทรัพย์ทั้งสิ้น 8,516 ล้านบาทเศษ จึงนับได้ว่าสหกรณ์มีความเจิญเติบโตและมีความมั่นคง ได้ช่วยเหลือสมาชิกทางด้านเศรษฐกิจและสังคมตลอดมา ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์และหลักการสหกรณ์

          การมอบทุนในครั้งนี้ สหกรณ์ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการขอรับทุนและประกาศให้สมาชิกทราบล่วงหน้า สำหรับการจัดสรรทุนที่จะมอบ ได้แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ทุนส่งเสริมการศึกษาและทุนประเภทเรียนดี โดยทุนประเภทส่งเสริมการศึกษา จำนวน 724 คน ประเภทเรียนดี จำนวน 417 คน จำนวน 1,179 คน ดังนี้ ประเภททุนส่งเสริมการศึกษาระดับอนุบาล จำนวน 107 ทุน ทุนละ 1,500 บาท ประถมศึกษา จำนวน 282 ทุน ทุนละ 1,500 บาท มัธยมศึกษา จำนวน 215 ทุน ทุนละ 2,000 บาท อุดมศึกษา จำนวน 120ทุน ทุนละ 2,500 บาท ประเภททุนเรียนดี ระดับมัธยมศึกษาจำนวน 341 ทุน ทุนละ 2,500 บาท อาชีวศึกษา(ปวช.)จำนวน8ทุน ทุนละ 2,500 บาท อาชีวศึกษา(ปวส.)จำนวน 4 ทุน ทุนละ 3,500 บาทและระดับอุดมศึกษาจำนวน 64 ทุน ทุนละ 3,500 บาท

          พลเรือตรี นฤพล เกิดนาค กล่าว่า การมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรสมาชิกในครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และเป็นขวัญกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนของบุตรสมาชิกสหกรณ์ ทุนการศึกษาที่ได้รับในวันนี้ขอให้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาให้มากที่สุด และขอให้บุตรหลานทุกคนพึงระลึกอยู่เสมอว่าการศึกษานั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645, 0945565622/086-3684323

อำเภอสัตหีบร่วมเทศบาลตำบลนาจอมเทียน แก้ไขปัญหาน้ำเสียปากคลองน้ำเมา

         วันนี้ 26 ส.ค.62 นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นายสมพงษ์ สายนภา นายกเทศบาลตำบลนาจอมเทียน พร้อมทีมงาน ร่วมลงตรวจบริเวณป่าชายเลนสาธารณะปากคลองน้ำเมา หมู่ที่ 2 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังมีข่าวเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ ว่าบริเวณปากคลองน้ำเมา มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่เนื้อที่หลายไร่ มีลำคลองทอดยาวเข้าไปในพื้นที่ด้านทิศตะวันออก ขณะที่บริเวณปากคลองที่ยื่นลงไปบนหาดทรายนั้น มีแนวทรายของชายหาดมาปิดกั้นไม่ให้น้ำไหลลงสู่ทะเล จึงทำให้น้ำมีการกักขัง ลักษณะขุ่นดำ ตกตะกอนและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมานั้น

         นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ กล่าวว่าจากการตรวจสอบ พบว่าสาเหตุเนื่องจากปากคลองน้ำเมา ถูกทรายธรรมชาติจากคลื่นลมพัดทรายมาปิดปากคลอง เป็นทางยาวจนน้ำไม่สามารถไหลออกได้ตามปกติ ในการนี้ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านแจ้งว่าเป็นน้ำที่ค้างการระบายจะมีสาหร่ายหรือตะไคร่น้ำ น้ำจากคลองน่าจะมาจากการใช้ครัวเรือนและสถานที่ใกล้เคียง เมื่อไหลไปตามปกติไม่ได้จึงเอ่อล้นและท่วมขัง ซึ่งการแก้ไขระยะสั้นเทศบาลฯ จะนำลูกบอล em และหาแนวทางประสานเจ้าท่านำทรายธรรมชาติขวางที่ปากคลองออก และต่อไปจะปลูกต้นไม้หรือต้นโกงกางในสถานที่แห่งนี้

         นายสมพงษ์ สายนภา นายกเทศบาลตำบลนาจอมเทียน กล่าวว่า ทางเทศบาลตำบลนาจอมเทียน ได้เข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าวเพื่อหาสาเหตุและข้อเท็จจริงแล้ว และขอสรุปผลการตรวจสอบและแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนี้บริเวณดังกล่าวเป็นปากคลองที่เชื่อมต่อและรับน้ำจากคลองน้ำเมาและไหลงสู่ทะเล จากการที่ปัจจุบัน ปรากฏว่ามีทรายปิดบริเวณปากคลองจนน้ำไม่สามารถไหลลงทะเลได้ เป็นสภาพที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และเมื่อน้ำไม่สามารถระบายลงลงสู่ทะเลและขังเป็นเวลานาน จึงทำเกิดตะกอนหรือตะไคร่น้ำและส่งกลิ่นเหม็น ทางเทศบาลตำบลนาจอมเทียน จะดำเนินการแก้ไขปัญหาระยะสั้น โดยการใช้ E.M. Ball หรือจุลินทรีย์ที่จะช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) อำเภอสัตหีบ เป็นต้น ในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตรวจวัดคุณภาพน้ำในคลองน้ำเมา เพื่อปรับปรุงดูแลให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานต่อไปตรวจแหล่งกำเนิดผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการปล่อยน้ำทิ้งที่ไม่ได้มาตรฐานจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645, 0945565622/086-3684323

นครนายก-มูลนิธิจารุธัมโม มอบอุปกรณ์การเรียนให้เด็กนักเรียนที่ยากไร้

มูลนิธิ จารุธัมโม จัดกิจกรรมให้กับนักเรียนและมอบอุปกรณ์การเรียนพร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร

         ที่นครนายก ณ วัดศีรนาวา ต.ศีรนาวา อ.เมือง จ.นครนายกพระทวน จารุธัมโม ประธานมูลนิธิจารุธัมโมสงเคราะห์ พร้อมคณะศิษย์ญาณุศิษย์ ได้มอบอุปกรณ์การเรียนพร้อมจัดกิจกรรมให้กับนักเรียน ในถิ่นทุรกันดารและนักเรียนที่ยากไร้จำนวน 4 โรงเรียน ได้เเก่ โรงเรียนชุมชนศีรนาวา, โรงเรียนวัดสบกเขียว, โรงเรียนบ้านเนินหินแร่และศูนย์เด็กเล็กตำบลศีรนาวา รวม 4โ รงเรียน จำนวนทั้งสิ้นกว่า 250 คน โดยมีงบประมาณทั้งหมด 85,000 บาท จากคณะศิษย์ญานุศิษย์จากทั่วประเทศที่มาช่วยกันนำอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงอุปกรณ์การเรียนมามอบให้กับเด็กนักเรียนในครั้งนี้

         มูลนิธิจารุธัมโม ก่อตั้งมานานกว่า 20 ปี เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนตามถิ่นทุรกันดารและเด็กนักเรียนที่ยากไร้ หากท่านใดที่ประสงค์จะให้ทางมูลนิธิช่วยเหลือ ให้ติดต่อมาที่
หลวงพ่อทวน จารุธัมโม หมายเลขโทรศัพท์ 0861105836 โดยตรง

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สระบุรี- พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จัดส่งเสริม อาชีพให้ผู้สูงอายุ

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ. สระบุรี จัดส่งเสริมอาชีพให้ผู้สูงอายุ และเยี่ยมการฝึกสานกระเป๋า เส้นพลาสติก ยางพารา

          เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562​ นางสาวน้ำค้าง คันธรักษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรีได้ตรวจเยี่ยมผู้สูงอายุ ในการส่งเสริมสร้างอาชีพ โดยมีนายสุรพล ลิขิตปัญญาวัฒน์ ประธานชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลสระบุรี นำผู้สูงอายุในชมรม มาจัดทำการฝึก สานกระเป๋า ด้านเส้นพลาสติกยางพารา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนผู้สูงอายุกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

         ซึ่งกลุ่มชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลสระบุรี กว่า 30 คนได้เข้าอบรมฝึกอาชีพ ณ ศาลาวัดศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เพื่อเป็นการจัดกิจกรรมร่วมกัน ตั้งแต่วันที่ 20-21 สิงหาคม​ 2562​ เพื่อจัดอาชีพให้ผู้สูงอายุได้ออกจากบ้านมาทำกิจกรรมร่วมกัน โดยใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และได้รับความรู้การฝึกทักษะ ได้กระเป๋าที่จัดทำที่สำเร็จแล้วไปใช้ประโยชน์และได้เป็นงานอดิเรก หรือใช้เวลาว่างทำเป็นอาชีพ เสริมเพิ่มรายได้อีกด้วย

ผู้ใดสนใจจะสั่งซื้อกระเป๋าดังกล่าวได้ที่ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลจังหวัดสระบุรี สนใจสั่งซื้อได้ที่​ คุณนะ 0 9 5 4 9 8 5 9 7 8

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

สระบุรี-กอ.รมน.จังหวัด จัดอบรมจิตอาสา904 ให้กับครู​ อาจารย์​ นักเรียน​ โรงเรียนมวกเหล็กวิทยาคมตามโครงการ​ “สถานบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย”

          วันที่ 27 สิงหาคม 2562 กอ.รมน.จังหวัด สระบุรี โดย พ.อ.เพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รอง ผอ.รมน.จังหวัด สระบุรี ได้สนับสนุนการอบรม “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย โดยวิทยากรหลักสูตรจิตอาสา 904 ” ณ โรงเรียนมวกเหล็กวิทยา ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

          กลุ่มเป้าหมายเป็น ผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนมวกเหล็กวิทยา จำนวน 600 คน โดยมี นายสุขสวัสดิ์ แต้มสาระ ผช.ผอ.รร.มวกเหล็กวิทยา ปฏิบัติราชการแทน ผอ.รร.มวกเหล็กวิทยา เป็นประธาน ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กลุ่มงานกิจการมวลชนฯ เป็นผู้ประสานงานและอำนวยการ จนจบภารกิจ การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมความมุ่งหมายของทางราชการ

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

ทรภ.1 จัดประชุมหน่วยงานความมั่นคงพื้นที่แถบชายทะเลอ่าวไทยตอนบน

          เมื่อวันที่ 27 ส.ค.62 พลเรือโท บรรจบ โพธิ์แดง ประธานกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ 1/ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ประธาน พมพ.ทรภ.1/ผบ.ทรภ.1) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ 1 ครั้งที่ 2/2562 (ระดับผู้บริหาร) ณ โรงแรม เดอะไซมิส (The Siamese) เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

          พลเรือโท บรรจบ โพธิ์แดง กล่าวว่าการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ 1 มีวัตถุประสงค์ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานตามแผนการพัฒนาพื้นที่ เพื่อเสริมความมั่นคงในเขตทัพเรือภาคที่ 1 ประจำปี 2562 ของสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงฯ และจังหวัดต่างๆ รวมทั้งรับทราบปัญหา อุปสรรคข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานที่ผ่านมา

          โดยมีคณะกรรมการฯ จากหน่วยงานความมั่นคงฯ เข้าร่วมประชุมฯ ประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรไทย ผู้แทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปลัด/ผู้แทน จังหวัดต่างๆ ในพื้นที่แถบชายทะเลอ่าวไทยตอนบน ตั้งแต่จังหวัดชุมพร ถึงจังหวัดตราด จำนวน 11 จังหวัด รวมทั้ง กทม.และเมืองพัทยา ได้เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงในครั้งนี้ด้วย

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี รายงาน
ภาพ/ข่าว กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1

ตราด-องค์การบริหารส่วนตําบลคลองใหญ่ร่วมกับคณะสงฆ์เปิด ” โครงการปฎิบัติธรรมและครอบ ครัวอบอุ่นด้วยพระธรรม”

องค์การบริหารส่วนตําบลคลองใหญ่ร่วมกับคณะสงฆ์ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เปิด โครงการปฎิบัติธรรมและครอบครัวอบอุ่นด้วยพระธรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 26 ถึง 28 สิงหาคม 2562

         วันที่ 26 สิงหาคม 62 ที่วัดคลองจาก ตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ ที่บริเวณใต้ถุนอุโบสถ์วัดคลองจาก อ.คลองใหญ่ จังหวัดตราด สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด จัดโครงการปฏิบัติธรรมและครอบครัวอบอุ่นด้วยพระธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หลักสูตร 3 วัน 2 คืน โดยพระครูพิทักษ์บุรเขต เจ้าคณะอำเภอคลองใหญ่เจ้าอาวาสวัดคลองมะนาว เป็นฝ่ายประธานสงฆ์พระไชยยา ปิยะธัมโม คุณอาภากร เจริญผล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธี นางสาวอุมาพร บุญจงรักษ์ หัวหน้าฝ่ายงานบริหารวิชาการโรงเรียนบ้านของจาก พร้อมข้าราชการในสังกัด คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนเข้าร่วมโครงการกว่า 131 คน ใช้เวลาในการปฎิบัติธรรมเป็ฯเวลา 3 วัน 2 คืน ระหว่งาวันที่ 26 -28 สิงหาคม 2562

          สำหรับโครงการปฎิบัติธรรมและครอบครัวอบอุ่นด้วยพระธรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร์ทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อปลูกฝังหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นแนวทางปฎิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาผ่านกระบวนการอบรมและปฏิบัติ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้านำ กล้าทำ และกล้าแสดงออกเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป..

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เสมา 3 เดินหน้าต่อไม่รอแล้วนะ เร่งระดมความคิดเห็น การเรียนการสอนออนไลน์ ในโรงเรียนเอกชนรับดิจิทัลแพลตฟอร์ม คาด พฤศจิกายนนี้พร้อมใช้งาน

         นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. กล่าวถึงการประชุม เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการเรียนการสอนออนไลน์ รองรับการเรียนรู้ โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่ สช. จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 62 ที่ผ่านมา ว่า “ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งขับเคลื่อนดำเนินการยกระดับคุณภาพการศึกษา อาทิ การพัฒนาคนไปสู่ศตวรรษที่ 21 การขับเคลื่อนดิจิทัลแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การจัดการเรียนสอนภาษาโค้ดดิ้ง (Coding) ซึ่งตนได้ให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการทันที ด้านศักยภาพของโรงเรียนเอกชนนั้น มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และทราบว่าหลายๆ โรงเรียนเอกชนหลายๆ โรงเรียนได้มีการดำเนินการจัดการเรียนการสอนออนไลน์อยู่แล้ว ในจุดนี้เราจะได้แชร์แหล่งข้อมูลนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับโรงเรียนอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน และลดปัญหาการขาดแคลนครูในหลายๆ พื้นที่ และหลายๆโรงเรียนได้”

          “ซึ่งหลังจากที่มีการระดมความคิดเห็นจากโรงเรียนเอกชนแล้วนั้น จะได้นำไปสู่การจัดตั้งศูนย์ การเรียน online จากนั้นจะดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานในส่วนการกำหนดทิศทางนโยบาย และคณะทำงานคาดว่าจะมี 2 ส่วนคือ คณะทำงานของ สช. และ กศน. มีหน้าที่ในการดำเนินงานในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ซึ่งร่วมวางระบบบริหารจัดการเชื่อมโยงกับแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และพัฒนาการจัดการหลักสูตร พัฒนาครู/ผู้สอน ให้มีความสามารถในการเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากแอพพลิเคชั่นออนไลน์ต่างๆ ตลอดจนการแสวงหาเครือข่ายภาครัฐ และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา และขับเคลื่อนการเรียนการสอนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

          คาดว่าในช่วงเดือนกันยายนนี้จะสามารถรวบรวมข้อมูล เพื่อเรียมการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์ ขณะเดียวกันก็ดำเนินการรวบรวมหลักสูตร จากแหล่งเรียนรู้ด้วยระบบออนไลน์ ทั้งภาครัฐและเอกชน จัดระบบเพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทั้งวิชาการและวิชาชีพ และจัดระบบการวัดผล ประเมินผล และการเทียบโอนผลการเรียนรู้ด้วยระบบออนไลน์กับระบบอื่น แล้วสรุปผล และประเมินผลการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์ สช.คาดว่าจะพร้อมสำหรับการเริ่มการจัดการเรียนการสอนด้วยระบบออนไลน์ในเดือน พฤศจิกายนนี้” รมช.ศธ. กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสาร​ ยื่นหนังสือ​ผู้ว่าฯกทม. ขอขยายเวลาการค้าขาย​และขอเลื่อนการปรับปรุง​ การก่อสร้างพื้นที่ บนถนนข้าวสาร

          วันนี้​ วัน​อังคาร​ที่​ 26 สิงหาคม 2562​ เวลา​ 10.00​ น.นางสาวญาดา พรเพชรรัมภา​ ประธานชมรมผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสาร​ พร้อมด้วยพ่อค้า-แม่ค้า​ แผงลอยถนนข้าวสาร​ เดินเท้าจากถนนข้าวสาร​ เลี้ยวซ้ายสี่แยกคอกวัว​ ไปตามทางถนนราชดำเนิน เลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้ายเข้าที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร​ เพื่อยื่นหนังสือ​ให้แก่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ ใน​ 2​ เรื่องคือ 1.ขอขยายเวลาการทำถนนข้าวสารจากเดือนตุลาคม​ 2562​ นี้ออกไปทำช่วงหน้านักท่องเที่ยวน้อย​ 2.ขออนุญาตทำการค้าในเวลาเดิม (09.00​–24.00 น.) โดยมี​ นายเกรียงพล​ พัฒนรัฐ​ เลขานุการ​ผู้ว่าราชการ​กรุงเทพมหานคร​ พร้อมคณะเป็นตัวแทนร่วมประชุม​ และรับหนังสือฯ

          น.ส.ญาดาฯ​ กล่าวว่า​ สืบเนื่องมาจากมีการนำเสนอข่าว เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 โดยนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถึงเรื่องทางกรุงเทพมหานคร ทุ่มงบ 48 ล้านในการปรับปรุงถนนข้าวสาร แล้วจะเริ่มก่อสร้างภายในเดือนตุลาคม 2562 แล้วเสร็จ กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวมีปริมาณมาก ทางผู้ประกอบการค้า และผู้ค้าแผงลอยในพื้นที่ ต่างเห็นพร้องต้องกันให้นำเสนอต่อทางกรุงเทพมหานครในการปรับภูมิทัศน์ถนนข้าวสารในช่วงเดือนที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวน้อย​ (หน้าโลว์ซีซั่น) ซึ่งถ้าทำในช่วงเดือนตุลาคมนี้จะส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการค้าและผู้ค้าแผงลอยในพื้นที่อย่างมาก

          อีกทั้งเนื่องจากปัจจุบันสภาพเศรฐกิจที่ซบเซา และรัฐบาลประกาศนโยบายเร่งด่วน12 ข้อซึ่ง ข้อที่ 1.แก้ไขปัญหาการดำรงชีวิตของประชาชน แต่ตั้งแต่ที่ นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ เข้ามาจัดระเบียบกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 และได้มีการสั่งห้ามผู้ค้าแผงลอยบริเวณถนนข้าวสารขายของช่วงเวลาเช้า ออกคำสั่งด้วยวาจาอนุโลมให้ขายได้ที่ 16.00-24.00 น. จากวันนั้นถึงวันนี้รวมเป็นเวลา 391 วัน กับยอดขายทางการค้าที่หายไปต่อร้านประมาณคร่าวๆร้านละ 4,000 บาท รวมจำนวนร้านตามที่เขตพระนครแจ้งต่อผู้บริหารที่ 234 (แต่ในข้อเท็จจริงมีมากกว่านั้น) รวมตัวเลขที่หายไปต่อวันคร่าวๆ 936,000 บาท เอาไปคูณกับ 391 วัน ตัวเลขที่หายไป 365,976,000 บาท เพียงแค่ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ก่อนถึงจะอนุญาตให้ทำการค้าตามมติคณะกรรมการระดับเขตได้มีมติเห็นชอบให้ทำการค้าในเวลา 9.00 น.ถึง 24.00 น. ซึ่งถนนที่อยู่บริเวณข้างเคียงถนนข้าวสารกลับทำการค้าในช่วงเช้าได้ตามปกติ

         ดังนั้นกลุ่มผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสาร จึงใคร่ขออนุญาตทำการค้าในเวลาเดิม​ (09.00​–24.00 น.) เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของทางภาครัฐ และบรรเทาข้อเดือดร้อนของประชาชน​ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา​ และอนุญาตโดยแจ้งทางชมรมผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสารได้รับทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป จักขอบคุณยิ่ง

ประชาสัมพันธ์ชมรมผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสาร​ โทร.096-6549359,0993364272 ที่ตั้ง 22​ ถนนข้าวสาร​ แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​