จังหวัดจันทบุรี ตั้งจุดรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยภาคอีสาน ที่บริเวณลานหน้าศาลากลาง

มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผนึกกำลังเตรียมเดินทางตั้งครัวธารน้ำใจชาวจันท์ช่วยผู้ประสบภัยที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

          วันนี้ ( 4 ก.ย.62 ) ที่บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี // จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ชมรมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดจันทบุรี สมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดจันทบุรี สโมสรไลออนส์จันทบุรี / สโมสรโรตารีจันทบูร ส่วนราชการ และ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันตั้งจุดรับบริจาคเงินสด และ สิ่งของจำเป็น ข้าวสาร ข้าวเหนียว อาหารแห้ง เวชภัณฑ์ยา สิ่งของจำเป็นสำหรับการครองชีพ เพื่อนำไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคอีสาน โดยมีประชาชนในจังหวัดจันทบุรีทุกสาขาอาชีพ นำเงินสด สิ่งของเครื่องอุปโภค ของใช้ที่จำเป็นมาร่วมบริจาคจำนวนมาก และ ธารน้ำใจของจังหวัดจันทบุรีจะเคลื่อนขบวนออกไปสมทบกับทีมกู้ภัยสว่างกตัญญูธรรมสถานที่เดินทางไปช่วยผู้ประสบภัยล่วงหน้าแล้วที่ อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสิ่งของที่เป็นอาหารสด ข้าว ข้าวเหนียว จะมีการเปิดครัวน้ำใจชาวจันท์ช่วยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

          ทั้งนี้จุดรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยภาคอีสานที่หน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี จะเปิดรับบริจาคจนถึงวันศุกร์ที่ 6 กันยายนนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้บริจาคทั้งสิ่งของ อาหารแห้ง อาหารสด เครื่องปรุงรส เวชภัณฑ์ยา ของใช้ที่จำเป็นของสตรี เด็ก และคนชรา ที่สำคัญคือ อาหารสด เนื้อหมู เนื้อวัว ไข่ ข้าวเหนียว น้ำมัน ผักสด เครื่องปรุงรสที่จะนำไปปรุงเป็นอาหาร ครัวน้ำใจชาวจันท์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี จัดโครงการ “101 อาชีพ” เฉลิมพระเกียรติ

เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และ จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ ร่วมทำความสะอาดบำเพ็ญประโยชน์พื้นที่รอบสำนักสงฆ์เขาสำเภาคว่ำ

         วันนี้ ( 4 ก.ย.62 ) ที่สำนักสงฆ์เขาสำเภาคว่ำ ต.กระแจะ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี นายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ นักเรียน ประชาชน และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “101 อาชีพ” เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชปณิธานที่สืบสานหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดจนการเพิ่มโอกาสให้การประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน

          โดยมีกิจกรรม 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมพัฒนาทักษะ 101 อาชีพ เฉลิมพระเกียรติสาขา การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากชันโรง จำนวน 20 คน โดยฝึกทักษะให้แก่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มชันโรง ต.กระแจะ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี และกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อซ่อมแซมบำรุงรักษาสถานที่ ซ่อมแซมปรับปรุงจุดถ่ายภาพชุมชนเขาสำเภาคว่ำ ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าในสำนักสงฆ์ // ปล่อยพันธ์สัตว์น้ำ เป็นพระราชกุศล พร้อมกันนี้ยังได้มีการร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง และ จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ ร่วมทำความสะอาดบำเพ็ญประโยชน์พื้นที่รอบสำนักสงฆ์เขาสำเภาคว่ำ อีกด้วย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สืบสวนสตม.รวบแก๊งปั่นหุ้นชาวจีน ยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและโทรศัพท์มือถือกว่า 300 เครื่อง

          วันนี้​ วัน​พุธที่ 4 ก.ย.62 เวลา 09.30 น.ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน ผกก.4 บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ยศพนธ์ จรรยาสถิต รอง ผบก.ภ.จ.จันทบุรี​ฯ ปรท.ผบก.อก.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

          เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ชุดสืบสวนกก. 4 บก.สส.สตม. และกก.ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ได้รับคำสั่งให้สืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลชาวจีนที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐาน ในการกระทำผิดหรือใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งที่พักในการหลบหนีคดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก. 4 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มชาวจีน จำนวนหลายคนเข้ามาพักอาศัยอยู่บริเวณแถวลาดพร้าว และมีพฤติการณ์ที่น่าสงสัย ชุดสืบสวนจึงได้รายงานให้กับทางผกก. 4​ บก.สส.สตม. ทราบ ซึ่งทางผกก.4 ฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนทำการสืบสวน เฝ้าติดตาม และขยายผลเพิ่มเติม

          โดยจากการสืบสวนและเฝ้าติดตาม พบว่า เป็นกลุ่มชาวจีน ที่เข้ามาเช่าห้องพักที่โรงแรม APPLE HOLIDAY ในชั้นที่ 6 และ ชั้นที่ 7 ซอยลาดพร้าว 101 แยก 21 แขวงคลองเจ้าสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยคือจะไม่ออกไปข้างนอก จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ทำการสืบสวนในเชิงลึกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีน พบว่ากลุ่มชาวจีนดังกล่าวน่าจะเข้ามากระทำความผิดเกี่ยวกับการกระทำความผิดผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค เมื่อทราบดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการขอหมายค้นต่อศาลอาญารัชดาและได้ร่วมกับกก.ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ และสน.ลาดพร้าว เข้าทำการตรวจค้น

          เมื่อทำการตรวจค้นพบกลุ่มชาวจีน จำนวน 58 คน ได้ทำการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ พูดคุยกับลูกค้าที่หลงเชื่อและถูกดึงเข้ามาในกลุ่มแชท (WECHAT) ของแก๊งผู้ต้องหา ซึ่งแก๊งผู้ต้องหาจะมีการจัดการให้ลูกค้าหลงเชื่อว่าหุ้นตัวไหนที่ดีเหมาะแก่การลงทุน โดยจะมีผู้ต้องหาคนอื่นแสดงเป็นอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ในการให้ข้อมูลกับลูกค้าที่หลงเชื่อและจะมีผู้ต้องหาอีกส่วนหนึ่งแสดงตนเป็นคนคอยสนับสนุนความน่าเชื่อถือของอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

          จากการ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีจำนวนกลุ่ม WECHAT กว่า 100 กลุ่ม​ จากการสอบถาม กลุ่มคนร้ายสารภาพว่ามีกลุ่มนายทุนคนจีน ได้ว่าจ้างให้ตนเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยจะให้ค่าจ้าง จำนวน 6,000 หยวน หรือประมาณ 30,000 บาท ซึ่งตกลงค่าจ้างให้ในช่วงสิ้นเดือนหลังจากที่ได้เริ่มทำงาน เจ้าหน้าที่สืบสวนได้ตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีหนังสืออนุญาตให้ทำงานในราชอาณาจักรไทย จึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีในส่วนของเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตและถือได้ว่าเป็นบุคคลมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมฯ จึงดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมกักตัวไว้ที่ห้องกัก สตม. เพื่อรอผลักดันส่งกลับสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป

          จากการตรวจสอบห้องพักที่ใช้เป็นห้องทำงาน พบของกลางเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น โทรศัพท์มือถือ จำนวนกว่า 200 เครื่อง,คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 40 เครื่อง แผ่นกระดาษและสมุดจดบันทึกเป็นภาษาจีน (บันทึกการปฏิบัติในแต่ละวัน) จำนวนมาก ซึ่งของกลางในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อทำการร่วมตรวจสอบและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งในส่วนของความผิดที่เกี่ยวกับกฎหมายประเทศไทยและที่เป็นความผิดเกี่ยวกับกฎหมายในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชาสัมพันธ์​ให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

คณะสื่อมวลชนจากอินโดนีเซีย เข้าพบปะแม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมหา รือ สานสัมพันธ์ เพิ่มช่องทางการรับรู้ขยายผลสร้างความเข้าใจสู่สาธารณะ

          วันนี้ ( 3 กันยายน 2562 ) เวลา 09.30 น.  ที่ห้องประชุม 1 กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง      จ.ปัตตานี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ คณะสื่อมวลชนจากประเทศอินโดนีเซีย นำโดย พันเอก อาดัม  อากูส ฮาโตโน่ (Kol Adm Agus Hartoto)(Puskompublik) ผู้แทนกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย และคณะ ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟังสถานการณ์ข้อเท็จจริงในพื้นที่จาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตลอดจนศึกษาพื้นที่เรียนรู้ชุมชนพหุวัฒนธรรม เพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ขยายผลผ่านสื่อของอินโดนีเซีย ให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบอย่างถูกต้อง


          พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คณะสื่อจากอินโดนีเซียได้เดินทางมา รับฟังผลการปฏิบัติงานของกองอำนวยรักษาความมั่นคง ภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในวันนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ รับทราบข้อเท็จจริงในการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงจะได้หารือ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อไป ในการเดินทางมาประสานงานของท่านและคณะในครั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะได้นำ ข้อเสนอแนะข้อคิดเห็นจากคณะเพื่อมาพิจารณาใช้ประโยชน์ ในการดำเนินงานของหน่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


          ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าได้ดำเนินการเปิดค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด Camp 35 เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง ซึ่งดำเนินการตามแนวทางการบำบัดรักษาและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ครอบคลุมทั้งมาตรการด้านการป้องกัน ปราบปราม  การบำบัดรักษาและการติดตามดูแลช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติดอย่างจริงจังและเกิดผลเป็นรูปธรรม ถือเป็นโอกาสดีที่ทางคณะได้มาสัมผัสและติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เป็นทุกข์อันดับหนึ่งของคนในพื้นที่อีกด้วย
 

          ด้านพันเอก อาดัม  อากูส ฮาโตโน่ (Kol Adm Agus Hartoto)(Puskompublik) ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า หลังจากที่คณะได้มารับฟังข้อมูลต่างๆจากหน่วยในพื้นที่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าของพื้นที่โดยตรงนั้นเป็นสิ่งที่ดีมาก ทำให้เข้าใจสภาพความเป็นจริงมากขึ้น ทางคณะและสื่อมวลชนจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่และถ่ายทอด ให้กับประชาชนในประเทศอินโดนีเซียได้รับรู้ รับทราบถึงข้อมูลที่แท้จริง เพื่อให้ประชาชนชาวมุสลิมได้เข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างแท้จริงต่อไป


ข่าว / มัสเตาะฯ
ภาพ / อภิชาติฯ

วช.ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การบริหารจัดการน้ำ และจังหวัด 4.0 อย่างยั่งยืน

ข่าวสังคม​(วช.)

          เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมวังจันทร์ คอนเวนชั่น โรงแรมวังจันทร์ ริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก​ : ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภานุวัฒน์ ปิ่นทอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมแถลงข่าว

          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศและส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เป็นหน่วยงานกลางที่ประสาน เชื่อมโยงในการทำงานร่วมกันบนฐานงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการนำความรู้จากผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนประเด็นท้าทายของสังคม การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เป้าหมายตามแผนพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด 4.0

          โดย วช.ได้สนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าวผ่านโครงการท้าทาย เรื่องการบริหารจัดการน้ำและสามารถนำผลการดำเนินงานดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมรวมถึงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาเชิงพื้นที่และเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบถึงการดำเนินการดังกล่าว จึงได้จัดการแถลงข่าว “วช. ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การบริหารจัดการน้ำ และจังหวัด 4.0 อย่างยั่งยืน”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตชด.314 ออกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 3 ก.ย.62​ เวลา 08.30​ น. : พ.ต.ท.ปรัชญลักษณ์ วิลาทัน ผบ.ร้อย ตชด.314 มอบหมายให้ ร.ต.ต.ประเสริฐ อ่อนคำภา หัวหน้าชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมด้วยกำลังพลรวม 10 นาย ออกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน บ้านห้วยใส่ ม.5 ต.สองคอน อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์

          โดยร้อย.ตชด.314 สนับสนุน รถบรรทุกน้ำ 1 คัน ช่วยทำความสะอาดชะล้างดินโคลนที่ไหลทะลักเข้าบ้านเรือนของประชาชน และช่วยขนย้ายสิ่งของจำเป็น สรุปความเสียหายบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเดือนร้อน ประมาณ 38 ครัวเรือน และเตรียมพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สุโขทัย-อาสาร่วมกตัญญูเร่งแจกจ่ายข้าวกล่องน้ำดื่มหลังพนังดินกั้นน้ำยมพังได้รับความเสียหายกว่า 70 หลังคาเรือน

https://youtu.be/Y_nUe6XwEvw

          วันที่ 4 กันยายน 2562 เวลา10:30น. อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูสุโขทัยและพิษณุโลก เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย พนังดินกั้นน้ำทรุดตัวพังไปหลายจุด และน้ำจากแม่น้ำยมได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรไปหลายหลังที่หมู่ 5 ยางซ้ายและหมู่ 2 ปากพระ กว่า70 หลังคาเรือนกว่า 200 คน เร่งนำข้าวกล่องกว่า 300 กล่อง น้ำดื่ม แจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้

          ขณะที่มวลน้ำจากแม่น้ำยมสายหลักที่ไหลมายังอำเภอเมืองสุโขทัย ปริมาณ 550 ลบ.ม./วินาที ทางสำนักงานชลประทานจังหวัดสุโขทัย มีการผันน้ำเข้าแก้มลิงทะเลหลวง และผันออกทางคลองท้ายแก้มลิงทะเลหลวง เข้าทุ่งกุยทอง เข้าตำบลปากพระ อำเภอกงไกรลาศ ระยะทาง 20 กิโลเมตร เพื่อเป็นการเพิ่มเวลาการเดินทางของน้ำ ลดการรวมตัวของน้ำที่อำเภอเมืองสุโขทัย เพื่อประคองให้น้ำอยู่ในระดับทรงตัว ไม่สูงขึ้น และพร้อมรับน้ำใหม่ที่กำลังเดินทางมาจากจังหวัดแพร่เพิ่มเติม โดยคาดว่าสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งของจังหวัดสุโขทัย จะยังคงต้องเฝ้าระวังไปอีก 2-3 วัน

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

จ.มุกดาหาร เร่งประกอบสะพาน เบเลย์ เชื่อมเส้นทางให้ประชาชนสัญจรท่ามกลางสายฝน

          ชาวบ้านตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ได้รับการสนับสนุน เร่งสร้างสะพานเบเลย์ เชื่อมต่อถนนเส้นทางบริเวณบ้านโคกสว่าง ตำบลเหล่าหมี อ.ดอนตาล เส้นทางดงมะนาว บ้านนายอ-บ้านป่าพยอม ให้ประชาชนสัญจร ท่ามกลางสายฝน

          เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 ที่บริเวณถนนเส้นทางบริเวณบ้านโคกสว่าง ตำบลเหล่าหมี อ.ดอนตาล ซึ่งเป็นจุดที่เกิดการชำรุดของถนน ซึ่งจากการเกิดพายุ โพดุล ทำให้มวลน้ำกัดเซาะถนน เสียหายขาดยาวกว่า 20 เมตร ซึ่งนายศักดิ์สิทธิ์ สกุลริขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายยุคล กาญจนศิริพงศ์ นายอำเภอดอนตาล พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.มุกดาหาร พ.อ.ดร.โกมลวง ศ์อนันต์ หัวหน้ากลุ่มงานแผนและการข่าว กอ.รมน.มุกดาหาร พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย.ทหารพรานที่ 2110 ได้เดินทางมาดูแลการติดตั้ง สะพานแบริ่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 7 สกลนคร ที่ได้เข้ามาดำเนินการสร้างสะพานแบริ่ง เชื่อมต่อถนนเส้นทางบริเวณบ้านโคกสว่าง ตำบลเหล่าหมี อ.ดอนตาล เส้นทางดงมะนาว บ้านนายอ-บ้านป่าพยอม โดยมีกำลังพลหน่วยงาน ทหารพราน ตชด. อส. ร่วมในการสร้างสะพานแบริ่ง ทำงานท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างสะพานในวันนี้ได้ดำเนินการวางโครงเหล็กตัวสะพานเสร็จเรียบร้อยแล้ว และในวันพรุ่งนี้จะได้เริ่มการปูแผ่นเหล็กพื้นสะพานต่อไป

          ทั้งนี้สืบเนื่องจากการที่เกิดพายุ และเกิดน้ำท่วม ไหลผ่านทางระบายน้ำใต้พื้นถนนเส้นนี้ ซึ่งเป็นทางไหลของน้ำที่จะไปลงสู่แม่น้ำโขง แต่ปริมาณน้ำมากทำให้ น้ำกัดเซาะท่อที่ใต้พื้นถนน ทำให้ถนนขาดเป็นทางยาว รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไป-มา

          ทางจังหวัดมุกดาหาร โดยนายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร จึงได้สั่งการ ประสานขอรับสะพานแบริ่ง สนับสนุน จาก ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต7 สกลนคร มาใช้เป็นการชั่วคราวในห้วงฤดูฝนนี้ จนกว่าจะมีการซ่อมถนนได้แล้วเสร็จ


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สุดยอด…3 คน อำเภอเดียวกันอายุยืนนับ 100 ปี สุขภาพดีกินปลากับผักเป็นอาหาร

         ชาวอำเภอรามัน จังหวัดยะลา มีอายุยืนเป็น 100 ปี สุขภาพแข็งแรงดีเยี่ยม เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นางสุภาพร วุฒิศาสตร์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา ที่มอบหมายให้ นางสาวแอนจิรา ไชยสิงห์ นักพัฒนาสังคมร่วมกับกองร้อยทหารพราน 4116, 4107, สถานีวิทยุทักษิณสัมพันธ์ ที่ 304, ชุดควบคุมสันติสุข 302, โฆษกชาวบ้าน รุ่นที่ 15 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยะต๊ะ, ตำบลเกะรอ, ผู้ใหญ่บ้าน, อสม, และเครือข่าย ได้ลงพื้นที่ เยี่ยมบ้าน นายเจะโซ๊ะ รอเฮง อายุ 101 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมูที่ 1 ต.เกะรอ อ.รา
มัน จ.ยะลา, นายมะดาโอ๊ะ สะอง อายุ 100 ปี บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 2 ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา และนางเจ๊ะวอ หะยีมะลี อายุ 100 ปี บ้านเลขที่ 91/2 หมู่ที่ 5 ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา โดยผู้สูงอายุทั้ง 3 คน มีอายุเกิน 100 ปี อยู่ในพื้นที่อำเภอเดียวกัน ของจังหวัดยะลา

          จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมสอบถามพูดคุยกับทั้ง 3 คน พบว่าทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงความจำดี รับประทานผักและปลาเป็นอาหารหลัก นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับบุตรสาวและญาติของผู้เฒ่าทั้งสามทราบว่า ได้ดูแลรวมทั้งให้กำลังใจและให้คำแนะนำในการดูแลผู้สูงอายุทั้งสามคนเป็นอย่างดี เปรียบเสมือนเป็นปูชนียบุคคลของพื้นที่เลยทีเดียว

          ในโอกาสนี้ ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อการดำรงชีพเป็นการเบื้องต้น และพร้อมที่จะลงมาดูแลเพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องต่อไปอีกด้วย

ภาพ/ข่าว อับดุลหาดี เจ๊ะยอ จ.ยะลา
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

สุโขทัย-วิกฤตกั้นน้ำยมไม่อยู่ น้ำผุดผนังทรุด ส่งผลกระทบหลายพื้นที่

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์แม่น้ำยมล้นตลิ่งตลอดแนว 5 อำเภอของสุโขทัย นั้น ล่าสุด เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 3 ก.ย.62 ที่ผ่านมา ชาวบ้าน ม.2 ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ต้องช่วยกันกรอกกระสอบทรายและนำกระสอบทรายมาวางกันเสริมแนวผนังกั้นน้ำ ที่มีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถต้านความเชี่ยวของน้ำได้ กระแสน้ำยังกัดเซาะชั้นใต้ดินทำให้เกิดน้ำผุดจากแรงดันน้ำขนาดประมาณ 1 เมตร ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลทะลักเข้าท่วม บ้านของพันตรีทับทิม พาโคกทม บ้านเลขที่ 1/ 2 ม.2 ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น และแผ่ขยายออกเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน ม.2 ต.ทับผึ้ง ออกไปเป็นวงกว่าง ในขณะที่อีกหลายพื้นที่ เช่น ม.8 ต.ยางซ้าย อ.เมืองสุโขทัย ต.ปากพระ อ.กงไกรลาศ พนังดินกั้นน้ำก็ทรุดตัวพังไปหลายจุด และน้ำจากแม่น้ำยมได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรไปหลายหลังเช่นกัน

          ขณะสถานการณ์น้ำโดยรวมของจังหวัดสุโขทัย ได้รับผลกระทบแล้ว 5 อำเภอ คือ อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.เมืองสุโขทัย อ.กงไกรลาศ อ.คีรีมาศ และมีจุเสี่ยงที่ อ.เมือง 9 จุด ซึ่งยังคงจัดเวรยามเฝ้าระวัง ระดับน้ำที่จุดวัดน้ำ Y 4 หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ระดับน้ำยังคงสูงถึง 8 เมตร เลยจุดวิกฤติที่ 7.40 เมตร โดยทางจังหวัดสุโขทัยได้นำแผ่นผ้าไวนิลมาปิดกันระดับน้ำเสริมเป็นแนวยาวกว่า 10 กิโลเมตร ตลอดแนวพนังกั้นน้ำช่วงถนนนิกรเกษม ขณะที่มวลน้ำจากแม่น้ำยมสายหลักที่ไหลมายัง อ.เมืองสุโขทัย ปริมาณ 550 ลบ.ม./วินาที

          ทางสำนักงานชลประทานจังหวัดสุโขทัย ได้มีการผันน้ำเข้าแก้มลิงทะเลหลวง และผันออกทางคลองท้ายแก้มลิงทะเลหลวง เข้าทุ่งกุยทอง เข้า ต.ปากพระ อ.กงไกรลาศ ระยะทาง 20 กิโลเมตร เพื่อเป็นการ เพิ่มเวลาการเดินทางของน้ำ ลดการรวมตัวของน้ำที่ อ.เมืองสุโขทัย เพื่อประคองให้น้ำอยู่ในระดับทรงตัว ไม่สูงขึ้น และพร้อมรับน้ำใหม่ที่กำลังเดินทางมาจากจังหวัดแพร่เพิ่มเติม โดยคาดว่าสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งของจังหวัดสุโขทัย จะยังคงต้องเฝ้าระวังไปอีก 2-3 วัน

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน