ปราจีนบุรี-เปิดศูนย์พัฒนาการเมือง ภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า

https://youtu.be/D30_7c9QDk0

          วันที่ 4 กันยายน 2562 ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานในการเปิดศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้าประจำจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยนายรณรงค์ นครจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รศ.ดร.อนิราช มิ่งขวัญ คณะบดีเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี นายโอรส วงษ์สิทธิ์ ประธานกรรมการศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า ประจำจังหวัดปราจีนบุรี และภาคีเครือข่าย

          นายโอรส วงษ์สิทธิ์ กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง เดิมใช้ชื่อว่าโครงการศูนย์กิจกรรมร่วมรัฐสภา-ประชาสังคม เริ่มโครงการนำร่องในปีงบประมาณ 2542 จัดตั้งศูนย์กิจกรรมร่วมรัฐสภา-ประชาสังคม โดยมีลักษณะ การดำเนินการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันพระปกเกล้าสมาชิกรัฐสภาหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนภาคประชาสังคม เพื่อประสานพลังและทรัพยากร สู่การสร้างกิจกรรมเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยในรูปแบบที่แตกต่าง หลากหลาย เพื่อให้สนองตอบต่อความต้องการและสภาพปัญหาของประชาชนทุกระดับในพื้นที่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และร่วมพัฒนาประชาธิปไตย ทั้งนี้วัตถุประสงค์ ของการดำเนินการโครงการศูนย์กิจกรรมร่วมรัฐสภา-ประชาสังคมเป็นภารกิจที่สอดคล้องโดยตรงกับพันธกิจหลักของสถาบันพระปกเกล้า ในด้านการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน และพันธกิจด้านการส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรในประเทศในกิจการพัฒนาประชาธิปไตย และการสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐสภา

          รศ.ดร.อนิราช มิ่งขวัญ คณะบดีเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี กล่าวความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า ประจำจังหวัดปราจีนบุรี” ซึ่งจะได้เป็นพื้นที่กิจกรรมของคณะกรรมการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรี เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ จัดเวทีสาธารณะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสร้างเสริมประสบการณ์ทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย-แนวกระสอบทรายกั้นน้ำยมพังน้ำไหล่เข้าทะลักชุมชนวังหิน เขตเทศบาลสุโขทัย

          วันที่ 4 กันยายน 2562 เวลา16:30น. แม่น้ำยมบริเวณแนวพนังกั้นน้ำสูง 1.80 เมตร หลังโรงเบียร์ ซ.เทศบาลดำริห์ 8 ชุมชนวังหิน ม.4 ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งอยู่ในช่วงโค้งของแม่น้ำยม ไดัถูกกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก ซัดกระแทกอย่างรุนแรงทำให้กระสอบทรายที่วางเสริมไว้บนแนวพนังกั้นน้ำ ระยะทางยาวเกือบ 30 เมตร พังลงมาทั้งแถบ ส่งผลให้กระแสน้ำไหลทะลักเข้าท่วมถนนเทศบาลดำริห์ 8 และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีบ้านเรือนราษฎรชาวชุุมชนวังหินอาศัยกันอยู่ประมาณ 600 ครัวเรือนอย่างรวดเร็ว ความสูง 20-30 ซม. ชาวบ้านต้องรีบขนข้าวของทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูงกันจ้าละหวั่น เนื่องจากกระแสน้ำไหลทะลักรุนแรงและมีระดับเพิ่มขึ้นเร็วมาก

          หลังลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย นายพิเชฐ ไทยกล้า นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี ได้หารือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งจะได้ระดมเจ้าหน้าที่นำบิ๊กแบ็กจำนวน 200 ใบ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.สุโขทัย วางเสริมตามแนวพนังกั้นน้ำอีก 2 ชั้นเพื่อให้สูงกว่าเดิม เป็นระยะทางยาวประมาณ 100 เมตร ตลอดแนวโค้ง ป้องกันมิให้กระแสน้ำกระแทกและไหลทะลักเข้ามาได้อีก หากควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จะใช้เครื่องสูบน้ำระยะไกล ที่ติดตั้งไว้หลังห้างโลตัส สาขาสุโขทัย เร่งสูบน้ำระบายออกลงสู่แม่น้ำยมต่อไป

นายพงเทพ สาคร รายงาน

นายกฯ ลงพื้นที่สุโขทัย ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

          วันที่ 4 กันยายน 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสุโขทัย หลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพิษณุโลกแล้วเสร็จ โดยเดินทางมาที่ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก และรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาและการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

          ทั้งนี้ จังหวัดสุโขทัยสรุปข้อมูลพื้นที่ประสบอุทกภัย ได้แก่ อำเภอเมืองสุโขทัย ตำบลยางซ้าย หมู่ที่ 1,3,4,8 ราษฎรประสบภัย 300 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร(นาข้าว) เสียหาย 1,946 ไร่ อำเภอสวรรคโลก ตำบลป่ากุมเกาะ หมู่ที่ 2,3,4,5,6,13,14 ราษฎรประสบภัย 20 ครัวเรือน อำเภอศรีสำโรง ตำบลวังใหญ่ หมู่ที่ 1 และ ตำบลทับผึ้ง หมู่ที่ 2,4,5 ราษฎรประสบภัย 35 ครัวเรือน อำเภอคีรีมาศ ตำบลบ้านป้อม หมู่ที่ 3,4,5 และ ตำบลโตนด หมู่ที่ 5,10,11,15 ราษฎรประสบภัย 40 ครัวเรือน 110 คน พื้นที่การเกษตร (นาข้าว) เสียหาย 444 ไร่ และ อำเภอกงไกรลาศ ตำบลดงเดือย หมู่ที่ 3,6,7,9 ราษฎรประสบภัย 27 ครัวเรือน 75 คน พื้นที่การเกษตร (นาข้าว) เสียหาย 169 ไร่

          สำหรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจที่มีน้ำรั่วซึมนั้น นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พิจารณาเห็นว่า เป็นจุดวิกฤตที่สำคัญ ต้องวางกำลังคนเฝ้าระวังเป็นพิเศษ มีการเสริมกระสอบทราย เตรียมเครื่องสูบน้ำ ป้องกันการรั่วซึมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

จ.นครศรีฯ ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการแก่ประชาชน ที่วัดอำนวยสิทธิ์ บ้านนาโพธิ์ อ.นาบอน

         วันนี้ (4 ก.ย.62) หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ออกปฏิบัติงานที่วัดอำนวยสิทธิ์ หมู่ที่ 7 บ้านนาโพธิ์ ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน มีนายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะเครื่องทองน้อยพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เปิดกรวยกระทงธูปเทียนแพถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกล่าวอาศิรวาทราชสดุดี โดยมีนายอำเภอนาบอน คณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลนาบอน สาธารณสุขอำเภอนาบอน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ร่วมในพิธี

          สำหรับการให้บริการประกอบด้วย การตรวจโรคทั่วไป ถอนฟัน ตรวจรักษาโรคทางการแพทย์แผนไทย แก่ประชาชนที่เจ็บป่วยในพื้นที่ และบริเวณใกล้เคียง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โอกาสนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ถวายยาสามัญประจำบ้านแก่พระสงฆ์ วัด และมอบให้โรงเรียนในพื้นที่ด้วย พร้อมทั้งได้เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงรายนางแกวด วุฒิวงศ์ อายุ 94 ปี ป่วยเป็นโรคชรา หูตึง ตาซ้ายฝ้ามัว ที่บ้านเลขที่ 29 ม.7 ต.นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช

         สำหรับการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 13 ประจำปี 2562 ณ วัดอำนวยสิทธิ์ บ้านนาโพธิ์ ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

ธีระศักดิ์ อักษรกูล /รายงาน

กองเรือยุทธการ จัดแข่งขันมินิไตรกีฬา เตรียมพร้อมลงสนามไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติเดอะซีรีส์

          วันนี้ 4 ก.ย. 62 ที่หน้าสโมสรสัญญาบัตรกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอก นพดล สุภากร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน และปล่อยตัวนักกีฬา ในการแข่งขันมินิไตรกีฬา กองเรือยุทธการ เพื่อเตรียมความพร้อม ในการแข่งขันไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ เดอะซีรีส์ สนามสุดท้าย โดยมี คณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะนายทหาร ตลอดจนนักกีฬา ร่วมในพิธีเปิดและเข้าร่วมการแข่งขัน

         พลเรือเอก นพดล สุภากร กล่าวว่า สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพวกเรา ในการลงสู่สนามแข่งขันไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ เดอะซีรีส์ สนามสุดท้าย ซึ่งจะแข่งขันที่บริเวณหาดเตยงาม ในวันเสาร์ที่ 14 กันยายน ที่จะถึงนี้ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย เสริมสร้างความเข้มแข็งของร่างกายและจิตใจ ให้กับกำลังพลกองเรือยุทธการ ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีบประมาณ 2562 ความว่า จิตใจที่เข้มแข็งและดีงาม ล้วนอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์

          และยังกล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลายท่านจะได้มีการฝึกซ้อมและเตรียมพร้อมร่างกายมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็ขอให้รู้จักประมาณกำลังและสถานภาพของตนเอง ขอให้เน้นในเรื่องของความปลอดภัย และสุขภาพร่างกายของตนเองเป็นหลัก ไครไม่ไหวหรือรู้สึกว่ามีอาการไม่ค่อยดี ขอให้เรียกทีมช่วยเหลือได้ตลอดเวลา ผมเชื่อว่าทุกคนมีจิตใจพร้อมที่จะสู้ แต่ถ้าร่างกายไม่ไหว ก็ขออย่าได้ฝืนผมขออวยพรให้ทุกท่านโชคดี และเข้าเส้นชัยโดยปลอดภัยทุกท่าน

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

กองทัพเรือ รำลึก 82 ปี วันเรือดำน้ำไทย

         วันนี้ 4 ก.ย.62 พลเรือเอก นพดล สุภากร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในงานพิธีรำลึกวันเรือดำน้ำ ครบรอบปีที่ 82 ณ กองบัญชาการ กองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ การท่าเรือแหลมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดย พลเรือตรีวันชัย ทรงเมตตา ผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ ได้มอบหมายให้ นาวาเอกประวุฒิ รอดมณี รองผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำ คณะนายทหาร ข้าราชการ ตลอดจนญาติของอดีตกำลังพลเรือดำน้ำ ร่วมให้การต้อนรับ โดยพิธีทางศาสนา นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป มาสวดพระพุทธมนต์ และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์ อดีตกำลังพลเรือดำน้ำ เพื่อรำลึกถึงวีรประวัติ ชุดเรือหลวงมัจฉาณุทั้ง 4 ลำ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย

          พลเรือเอก นพดล สุภากร กล่าวว่า เมื่อ 82 ปีที่แล้ว ตรงกับวันที่ 4 ก.ย. 2480 เป็นวันที่ บริษัท มิตซูบิชิ แห่งเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญาการว่าจ้างต่อเรือดำน้ำ จำนวน 4 ลำ ให้กับกองทัพเรือ ได้สร้างเรือดำน้ำ 2 ลำแรก เสร็จสมบูรณ์ ได้แก่ เรือหลวงมัจฉาณุ และ เรือหลวงวิรุณ และได้ทำพิธีส่งมอบเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำ ให้แก่กองทัพเรือ นับว่าเป็นวันสำคัญยิ่งอีกวันหนึ่งในประวัติศาสตร์กองทัพเรือ ที่ธงราชนาวีไทยได้ถูกเชิญขึ้นสู่ยอดเสา และโบกสะบัดพัดพลิ้วอย่างสง่างาม ณ บริเวณท้ายเรือหลวงมัจฉาณุ และเรือวิรุณ เป็นครั้งแรก ภายหลังจากที่บริษัทฯ สร้างเรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ เสร็จสมบูรณ์ และส่งมอบเรือให้กองทัพเรือแล้ว เรือหลวงมัจฉาณุ เรือหลวงวิรุณ เรือหลวงสินสมุทร และ เรือหลวงพลายชุมพล ได้ออกเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2481 และเดินทางถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2481 ตามลำพังโดยปราศจากเรือพี่เลี้ยง ซึ่งยังความประหลาดใจแก่ชาวญี่ปุ่น และชาวอเมริกันเป็นอันมาก เพราะเรือดำน้ำขนาดเล็กเช่นนี้ต่างประเทศย่อมมีเรือพี่เลี้ยงทั้งสิ้น นี่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความกล้าหาญและความสามารถของกำลังพลประจำเรือดำน้ำของกองทัพเรือ เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ ได้ปลดระวางประจำการ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2494 ภายหลังรับใช้ราชการในกองทัพเรือเป็นเวลากว่า 14 ปีเต็ม

          ซึ่งในระหว่างประจำการ มีการปฏิบัติงานระหว่างสงครามที่สำคัญที่ต้องจารึกไว้ คือ เมื่อครั้งกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส หลังจาก เรือหลวงธนบุรี และเรือตอร์ปิโด ถูกเรือฝรั่งเศส ยิงจมแล้ว เรือหลวงมัจฉาณุ เรือหลวงวิรุณ เรือหลวงสินสมุทร และเรือหลวงพลายชุมพล ได้ไปลาดตระเวนเป็น 4 แนว อยู่หน้าบริเวณฐานทัพเรือเรียมของอินโดจีนฝรั่งเศส ใช้เวลาดำอยู่ใต้น้ำทั้งสิ้นลำละ 12 ชั่วโมง ในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนแล่นลาดตระเวนบนผิวน้ำ นับเป็นปฏิบัติการดำที่นานที่สุดที่เคยดำมา ซึ่งยังปรากฏจากหลักฐานของฝ่ายฝรั่งเศสในการรบที่เกาะช้าง ว่าฝรั่งเศสมีความหวั่นเกรง เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำของไทยมาก แต่เพื่อผลของการยุทธ จึงได้ตัดสินใจเลี่ยงเข้ามาปฏิบัติการในอ่าวไทย โดยกำหนดแผนการปฏิบัติเป็นช่วงระยะเวลาสั้นมาก เมื่อปฏิบัติการเสร็จก็รีบถอนตัวกลับทันที เพราะเกรงว่าจะถูกต่อตีด้วยเรือดำน้ำ

          เนื่องในวันเรือดำน้ำที่เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 82 อีกครั้งในวันที่ 4 ก.ย. 62 ขอเชิญชวนท่านทั้งหลายได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และ จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกใน ที่ได้ทรงวางรากฐานกิจการเรือดำน้ำให้แก่กองทัพเรือ และพร้อมใจกันร่วมเชิดชูเกียรติประวัติของกำลังพลประจำเรือดำน้ำแห่งราชนาวีไทยในอดีตที่แสดงถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจที่ได้ให้แก่กองทัพเรือและประเทศชาติ กองทัพเรือเล็งเห็นความสำคัญของการมีเรือดำน้ำมาโดยตลอด ดังจะเห็นได้จากความพยายามอย่างต่อเนื่องที่เสนอโครงการจัดหาเรือดำน้ำกลับเข้าประจำการอีกครั้งหนึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่กองทัพเรือกำลังจะมีเรือดำน้ำเข้าประจำการอีกครั้งในปี พ.ศ. 2566 อันจะเป็นการเสริมเติมเต็มให้กองทัพเรือมีสมรรถนะและขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางเรือครบทุกมิติ คือ ผิวน้ำ ใต้น้ำ และ ในอากาศ ซึ่งจะเป็นหลักประกันให้ประเทศชาติและประชาชนมีความเชื่อมั่น และภาคภูมิใจในการรักษาอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติได้เป็นอย่างดี

         ซึ่งภายในปี พ.ศ.2566 กองทัพเรือจะได้รับเรือดำน้ำ แบบ S-26T ลำแรก ณ อู่ต่อเรืออู๋ชาง เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าประจำการ ทำให้กองทัพเรือดำน้ำกลับมาเป็นกองเรือที่สมบูรณ์ และกองทัพเรือจะกลับมามีเขี้ยวเล็บในการทำสงครามน้ำอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ศาสตร์ด้านนี้เราขาดหายไปนานกว่า 60 ปี ซึ่งเรือดำน้ำที่จัดหานี้ไม่ใช่เรือดำน้ำของกองทัพเรือ หากแต่เป็น เรือดำน้ำของพี่น้องชาวไทยทุกคน

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 082-9144646, 094-5565622 /086-3684323

กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม นำกำลังลงพื้นที่ จ.มุกดาหาร ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ โพดุล

          พันโทอุทัย นิลเนตร ผบ.กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ได้ให้โอวาทและปล่อยแถวกำลังพล กองร้อยบรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวางจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร เพื่อให้การสนับสนุนจังหวัดมุกดาหาร ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยพายุโพดุล

          โดยร้อยโท นฤดล อุมต์สีขันธ์ ผบ.กองร้อย บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวางจังหวัดนครพนม นำกำลังพล จำนวน 40 นายพร้อมยานพาหนะ 4 คันและเครื่องมือ บูรณาการร่วมปฏิบัติงาน กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยพายุ โพดุล ในพื้นที่บ้านหนองแวง ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย ตำบลเหล่าหมี อ.เมืองมุกดาหาร บริเวณซอยจันทร์สด ตำบลศรีบุญเรือง เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร และซอยแก้วกินรี เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งกำลังพลได้ดำเนินการปฎิบัติหน้าที่ มาตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมา และจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จนกว่าจะดำเนินการบูรณะฟื้นฟูพื้นที่ ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

นอภ.สัตหีบ เปิดงานเทศกาล 5 ช. สินค้าภูมิปัญญา ชาวบ้านบางเสร่

ตำบลบางเสร่ นับว่ามีชายหาดที่สะอาด สวยงาม เนื้อทรายสีน้ำตาล น้ำใส เงียบสงบ ทอดยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร ชายทะเลติดถนนระหว่างสัตหีบและหาดจอมเทียน นักท่องเที่ยวใกนิยมมานั่งรับประทานอาหารและเล่นน้ำทะเล

          เมื่อไม่นานที่ผ่านมา ณ บริเวณชายหาดบางเสร่ ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานเทศกาล 5 ช. “เชิญ ชวน ชิม ช้อป เช็คอิน” สินค้าภูมิปัญญาชาวบางเสร่ ในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดบางเสร่ โดยนายสมจิตร์ นิ่มสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลบางเสร่ ได้นำคณะสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบางเสร่ พัฒนาการอำเภอสัตหีบ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ ประธานเครือข่าย OTOP อำเภอสัตหีบ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติและผู้ประกอบการ OTOP ร่วมให้การต้อนรับและร่วมงานเป็นจำนวนมาก

          นายสมจิตร์ นิ่มสุวรรณ ได้กล่าวว่าตำบลบางเสร่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจึงเป็นสาเหตุให้ประชากรจากพื้นที่ต่างๆเข้ามาประกอบอาชีพและตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตเทศบาลเป็นจำนวนมาก ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย และรับจ้างทั่วไป มีรายได้ไม่แน่นอนและไม่เพียงพอต่อการครองชีพ ประกอบกับในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศส่งผลให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าว ได้รับผลกระทบทั้งในเรื่องของรายได้ ปัญหาหนี้สินนอกระบบ และปัญหาการว่างงาน ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจดังกล่าว เทศบาลตำบลบางเสร่ จึงได้จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดบางเสร่ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและธุรกิจการท่องเที่ยว ส่งเสริมกลไกลการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานของ ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนตลอดจนให้ชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการสืบทอดประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม ดำรงไว้เพื่อเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชน โดยร่วมกับอำเภอสัตหีบ นำผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP มาจำหน่ายและนำความสุขมามอบให้กับประชาชนชาวบางเสร่ ประการสำคัญเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวชายหาดบางเสร่ ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและประชาชนโดยทั่วไป

          นายอนุชา อินทศร กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดบางเสร่ โดยการนำผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นบ้าน สินค้า OTOP มาจำหน่ายให้บริการกับนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวบางเสร่นั้น เป็นการช่วยกันพัฒนาตำบลบางเสร่บางเสร่ให้มีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น บางเสร่ในวันนี้เปลี่ยนไปมากแต่ก็ ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความเป็นคนบางเสร่เหมือนเดิม ซึ่งเป็นเสน่ห์ของคนบางเสร่ เช่น วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนบางเสร่ ซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบของ อาหาร งานหัตถกรรม ดนตรี ศิลปะต่างๆ และสินค้าแปรรูปจากอาหารทะเล การที่จะทำให้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดบางเสร่ มีความยั่งยืนนั้นก็ต้องอาศัยพี่น้องประชาชนชาวตำบลบางเสร่ จึงขอเชิญชวนให้มาเที่ยวชมวัฒนธรรมเก่าๆ มาชมศิลปะวัฒนธรรม มนต์เสน่ห์หางเครื่องบางเสร่ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวอยากเห็นอยากสัมผัส หากเรารักษาตรงนี้ไว้ จะทำให้โครงการนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวเพื่อจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก และจะมีความยั่งยืนต่อไป

          โดย นายอำเภอสัตหีบได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ได้ร่วมกันจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดบางเสร่นี้ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ พร้อมกับขอฝากให้พี่น้องชาวบางเสร่ได้ช่วยกันอนุรักษ์และรักษาโครงการนี้ไว้ เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของชาวบางเสร่สืบไป จากนั้น นายสมจิตร์ นิ่มสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลบางเสร่ ได้นำคณะนายอำเภอสัตหีบ ชมบู้ธ ชิมอาหาร ชมสินค้าโอทอปและสินค้าพื้นบ้านของบางเสร่และอำภอสัตหีบ ที่มาตั้งแสดงและจำหน่ายในวันนี้ด้วยความคุ้นเคยกับพ่อค้าแม่ค้าแบบเป็นกันเอง สร้างความประทับใจภายในงานเป็นอย่างยิ่ง

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

ผู้ใหญ่ใจดี โรตารีมิตรภาพ สัตหีบ จัดกิจกรรมและเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก

          เมื่อวันที่ 4 ก.ย.62 สโมสรโรตารี่มิตรภาพ สัตหีบ ภาค 3340 นำโดย โรแทเรียนจิร นันท์ ธรรมรงค์ นายกสโมสรโรตารีมิตรภาพ สัตหีบ ภาค 3340 โรตารีสากล โรแทเรียนแพรทอง สินชู ผู้ช่วยผู้ว่าการภาค 3340 โรแทเรียนรัมภาพรรณ์ อินมะโรง เลขานุการสโมสรโรตารีมิตรภาพ สัตหีบ พร้อมด้วยสมาชิกสโมสรโรตารีมิตรภาพ สัตหีบ ปีบริหาร 2019-2020 นำคณะจัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ความรักสู่น้องๆ เด็กพิเศษ ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 12 จังหวัดชลบุรี ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยนำข้าวสาร อาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยว ของเล่น เสื้อผ้าของใช้จำเป็นสำหรับเด็กและมอบเงินสดจำนวนหนึ่ง พร้อมจัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก ๆ โดยมี คณะครู นักเรียนและบุคลากรของศูนย์การศึกษาพิเศษฯ นำโดย นางสาวขนิษฐา เขียวสันเที๊ยะ หัวหน้าศูนย์ฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยนายสมบูรณ์ ลาลาด รองนายก อบต.พลูตาหลวง นายเชิดศักดิ์ อุดมศรี ประธานสภา ฯ และนายไพศาล อนุวงศ์วรเวท เจ้าของร้านเปี๊ยกโชนา ร่วมให้การต้อนรับและเป็นผู้แทนรับมอบสิ่งของ พร้อมร่วมจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ ด้วยบรรยากาศความรักอันแสนอบอุ่น สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับเด็กๆ ในวันนี้ได้เป็นอย่างยิ่ง
 

          นายกจิรนันท์ ธรรมรงค์ นายกสโมสรโรตารีมิตรภาพ สัตหีบ พร้อมคณะได้กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ สืบเนื่องจากโรตารี่สากล มีแนวความคิดและวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและสร้างเสริมอุดมการณ์แห่งการบำเพ็ญประโยชน์ การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและการช่วยเหลือผู้คนในสังคม เพื่อให้ก้าวเดินต่อไปด้วยกันได้ ตรงไหนต้องการความช่วยเหลือหรือสนับสนุนได้โรตารี่ จะเข้าดำเนินการในทันที

          ด้านนางสาวขนิษฐา เขียวสันเที๊ยะ หัวหน้าศูนย์การศึกษาพิเศษฯ กล่าวว่านับเป็นโอกาสดีที่ผู้ใหญ่ใจดีได้มาพบปะและร่วมทำกิจกรรมกับเด็กๆ ให้เด็กๆ กลุ่มนี้เมื่อเติบโตแล้วจะได้นำมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ต้องขอขอบพระคุณแทนเด็กๆ ด้วยใจจริง และในโอกาสนี้ต้องขอฝากขอบพระคุณผ่านไปทางผู้จัดการสวนน้ำรามายณะ ผู้ใหญ่ใจดีอีกท่านหนึ่ง ที่ได้มอบสิทธิพิเศษให้กับเด็กๆ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ทั้งจังหวัดชลบุรี กว่า 300 คน ได้มีโอกาสเข้าเที่ยวเล่นสวนน้ำฟรี รวมถึงการจัดเลี้ยงอาหารให้กับเด็กๆ ในโอกาสอันใกล้นี้ด้วย

          โรตารีสากล นับเป็นองค์กรของนักธุรกิจและผู้นำด้านวิชาชีพจากทั่วโลก ผู้ซึ่งให้บริการเพื่อมนุษยชาติ สนับสนุนมาตรฐานจริยธรรมในทุกวิชาชีพ และช่วยส่งเสริมไมตรีจิตและสันติภาพในโลก โรตารี เป็นสโมสรบริการแห่งแรกของโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1905 ที่นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์สหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน มีสมาชิกทั่วโลกกว่า 1,211,723 คน มีสโมสรกว่า 31,603 สโมสร มี 529 ภาค โดยครอบคลุม 166 ประเทศทั่วโลก

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645, 0945565622/086-3684323

นครนายก-จัดการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนส่วนภูมิภาค ประจำปี 2562

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก จัดการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก ประจำปี 2562 เพื่อส่งเสริมงานด้านการกีฬาอย่างกว้างขวางสำหรับเยาวชน

         ที่สนามโรงเรียนนครนายกวิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายบัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานเปิดจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก ประจำปี 2562 พร้อมมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการแข่งขัน โดยมีนางกัญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก พร้อมคณะให้การต้อนรับและกล่าวรายงานเพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมพลานามัยของเด็กยาวชนและประชาชนทุกเพศทุกวัยและทุกพื้นที่ให้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์และแข็งแรง ที่จะสร้างและพัฒนานักกีฬา เพื่อเป็นตัวแทนของประเทศไทยในอนาคต สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก จึงได้จัดการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนในส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก ประจำปี 2562 เพื่อให้เด็กและเยาวชนในวัยเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ได้มีโอกาสออกกำลังกาย เล่นและแข่งขันกีฬาขึ้น

         โดยจัดให้มีการแข่งขันกีฬาประเภท กรีฑา บาสเกตบอล วอลเลย์บอล เซปักตะกร้อ เปตอง ฟุตบอล ฟุตซอล สำหรับเด็กและเยาวชนอายุ 12 ปี, 15 ปี, 18 ปี ชายหญิง ที่มีนักเรียนจากโรงเรียนต่างในจังหวัดนครนายก เข้าร่วมในกิจกรรมกว่า 5,000 คน โดยได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก