กองปราบฯ รวบสาวใหญ่นักต้มตุ๋น หลอกแม่เฒ่า ตั้งใจทำกับข้าวสุดฝีมือ อ้างหิวโซกิน ก่อนถูกขโมยเงิน-ทองเกลี้ยง​

         เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 เวลาประมาณ 18.00 น.: พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.,พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย  รองผบก.ป.,พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รองผบก.ป.,พ.ต.อ.บุญลือ  ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.อ. ชิศณุพงศ์ สุริยานนท์ ผกก.กก.สส.ภจว.อุทัยธานี พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม, พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป ,พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภาสกุล,พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง ผกก กก. 3 บก.ป.,พ.ต.ท.เรืองยศ เกสรบัว รอง ผกก.สส. กก.สส.ภจว.อุทัยธานี  พ.ต.ท.วันรบ สมศักดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.นาโพธิ์,พ.ต.ท.ประทีป ชูศรี, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์, พ.ต.ต.เอนก  บุญตา สว.กก.3 บก.ป.,ร.ต.อ.ชุมพร เพชรเลิศ,ร.ต.อ.สันติชัย ศรีสวัสดิ์,ร.ต.อ.กรพงศ์ วงษาลังการ รอง สว.กก.3 บก.ป.,ร.ต.ท.วิรัช เกิดผลรองสว.(ป)ฯ,ด.ต.บำเหน็จ สีลาแยง,ด.ต.ชลอ วัฒสืบแถว ,ด.ต.สุริยา โพธิ์ศรี, ด.ต.อมรรัตน์ อนุทัย, ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป.​ ชุดจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภจว.อุทัยธานี ประกอบด้วย พ.ต.ต.สิทธินันท์ วิสุทธิ์ สว.ฯ ร.ต.อ.ธงชัย รักกสิกร รองสว.ฯ ร.ต.อ.ณวพล ทรัพย์ประเสริฐ รองสว.ฯ ด.ต.ศักรินทร์ เกตุกิจ ด.ต.อนุ วันฟู ด.ต.สมพร เนินพลับ ด.ต.ศรรัฐ อ่างคำ ด.ต.วิรัตน์ พุกนิล ผบ.หมู่ฯ ร่วมแถลงข่าว​ผลการจับกุม น.ส.ธวัลกร แคฝอย อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ  ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่ 179/2562  ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2562            

          โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” พฤติกรรม​ในการจับกุมกล่าวคือ
          เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 สภ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ได้รับการร้องทุกข์จาก แม่เฒ่าวัย 80 ปี ชื่อนางนวลศรี สิงห์ไธสง อายุ 80 ปี และ นายลี สิงห์ไธสง อายุ 80 ปี สองสามีภรรยาซึ่งปกติจะอยู่บ้านตามลำพัง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ค.62​ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.00 น. ตั้งใจตำส้มตำให้หญิงอ้างเป็นเพื่อนลูกสาว หลังบอกหิวโซ สุดท้ายขโมยเงิน กว่า 10,000 บาท ทองอีก 1 บาท ตอนนั้นตนนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านคนเดียว ได้มีหญิงอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างท้วม ผมประบ่า ขี่รถจักรยานยนต์สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดหน้าบ้าน ตนจึงถามว่า “มาหาใคร” หญิงคนนั้นก็ถามว่า “ลูกสาวยายชื่ออะไร” ตนจึงตอบไปว่า “ทองคำ” จากนั้นหญิงดังกล่าวก็บอกว่า “ลูกสาวยายสั่งซื้อน้ำผึ้ง 1 ขวด ราคา 150 บาท จะมาขอเก็บเงิน” ตนจึงเดินไปหยิบเงินที่เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อในมาให้ 150 บาท​

          จากนั้น หญิงดังกล่าวก็มาตีสนิทอ้างเป็นเพื่อนกับลูกสาว บอกหิวข้าว ยายจึงเห็นใจจะตำส้มตำมาให้กิน และเข้าไปเตรียมเครื่องปรุงในห้องครัวในบ้าน เมื่อหญิงคนนั้นเห็นก็บอกให้ยายมาตำส้มตำข้างนอก โดยยกครก ยกสาก และเครื่องปรุงขนออกมานอกบ้าน ก่อนจะอ้างว่า ปวดท้องขอเข้าห้องน้ำ ยายจึงชี้ให้ไปเข้าห้องน้ำในบ้านโดยไม่ได้เอะใจอะไร ไม่นานก็ขอเข้าอีก 2 ครั้ง ยายเห็นลูกสาวหน้าตาเพลีย ๆ คิดว่าคงจะหิว จึงบอกให้สามีออกไปซื้อไก่ย่างมาเพิ่มอีก เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนลูกสาว ระหว่างที่ตนไปหาแก้วหาจานภายในบ้านออกมา ก็ไม่เห็นหญิงสาว จนกระทั่งสามีซื้อไก่ย่างเข้ามา ก็ไม่พบหญิงคนนั้นแล้ว จึงเริ่มเอะใจเข้าไปดูที่เก็บเงิน ปรากฏว่าเงินที่ลูกสาวเอามาให้เมื่ออาทิตย์ก่อน 10,000 บาท กับทองรูปพรรณอีก 1 บาทรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท ที่ใส่ในกระเป๋าเสื้อในได้หายไปทั้งหมด จึงรู้ว่าถูกหลอกด้าน นายพรชัย โนไธสง อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ซึ่งเป็นลูกเขยยาย ขับรถผ่านมาเห็นคนแปลกหน้าจึงถ่ายภาพหญิงสาวและรถที่ขับมาเอาไว้เป็นหลักฐาน เผื่อเป็นคนไม่ดี สุดท้ายก็เป็นนักต้มตุ๋นตามที่เป็นข่าวมาหลายครั้ง สำหรับเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในจ.บุรีรัมย์ ด้วยวิธีเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ เพราะไม่มีหลักฐาน แต่ครั้งนี้มีภาพถ่ายชัดเจน

          ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพเป็นหญิง หลอกมาตีสนิทแล้วขโมยเงินสดและทองรูปพรรณของ คนชราที่อยู่บ้านตามลำพัง พร้อมภาพถ่ายรถจักรยานยนต์และภาพหญิงที่มาหลอกเอาไว้ได้ จากการรวบร่วมพยานหลักฐาน โดยชุดสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนเพื่อจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว หลังก่อเหตุได้หลบออกนอกพื้นที่ และเข้ามาอาศัยในพื้นที่ จ.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ประสานการปฏิบัติเข้าทำการสืบสวนเพื่อจับกุม ต่อมาได้รับแจ้งจาก น.ส.ธวัลกร แคฝอย อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่ 179/2562  ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” ได้ติดต่อจะขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ กก.สส.ภจว.อุทัยธานี กระทั่งวันนี้ เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบ นางสาวธวัลกร แคฝอย (ทราบชื่อภายหลัง) ได้เดินทางมาที่ กก.สส.ภจว.อุทัยธานี เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพบมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ   เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับจึงได้ขอตรวจบัตรประชาชนพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่ 179/2562 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 โดยกล่าวหาว่า“ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ” จริงและไม่เคยถูกจับคดีนี้มาก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ทราบว่าเขาต้องถูกจับพร้อมแจ้งข้อหาและแจ้งสิทธิ์ให้ทราบในสถานที่จับกุม และแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ก่อนนำตัวส่ง พงส.สภ.นาโพธิ์ จว.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
ตรวจสอบพฤติกรรมการก่อเหตุ 

  • ผู้ก่อเหตุ มีความสามารถ ใช้วาจา หลอกล่อ พูดจาโน้มน้าวให้เหยื่อ หลงเชื่อ น่าจะมีลักษณะการก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
  • ผู้ก่อเหตุ จะเลือกเหยื่อที่อยู่บ้านลำพัง และเป็นผู้สูงอายุ และอ้างตนเป็นคนรู้จักหรือญาติ
  • มีที่อยู่อาศัย ไม่เป็นหลักแหล่ง มีการแบ่งหน้าที่กันทำ เป็นแบบขบวนการ
  • หลอกขายสินค้าปลอม หรืออ้างมาเรียกเก็บเงินค้าสินค้า
  • กองปราบปราม จึงขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน อย่าได้หลงเชื่อกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพ
    ที่แอบอ้างตนเป็นญาติ หรือเป็นเพื่อนของคนในบ้าน จะแสดงความสนิทสนม และขอเข้าบ้าน  และแอบขโมยทรัพย์สินเงินทอง หากพบการกระทำความผิดโปรดแจ้ง กองบังคับการปราบปราม

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหลวงตาวัย 81 มอมเบียร์ ข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี เจ้าตัวปฏิเสธลั่นเด็กมาชอบพอเอง​ และไม่ได้ลงมือข่มขืนแต่อย่างใด

         วันนี้ วัน​เสาร์​ที่​ 27 ก.ค. 62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ (บก.ป.)​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. แล​ พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมจับกุมตัว นายละ วรรณพิรุณ อายุ 81 ปี อดีตพระวัดโคกหัวข้าว หมู่ 3 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.99/2550 ลงวันที่ 24 ม.ค.2550 ข้อหา “พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร,กระทำชำเราเด็กหญิงยังไม่ถึงสิบห้าปีซึ่งมิใช้ภรรยาตน,กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ภายในวัดโคกหัวข้าว หมู่ที่ 3 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

          พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.44 นายละฯ​ ผู้ต้องหาซึ่งขณะนั้นยังเป็นพระภิกษุอยู่ ได้พา ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ขณะนั้นอายุ 13 ปี ขึ้นรถโดยสารไปที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนพาไปบ้านญาติของ นายละฯ และในคืนดังกล่าวมีการเลี้ยงฉลองกัน จากนั้น นายละฯ ได้ให้ ด.ญ.เอฯ ดื่มเบียร์ 2 แก้วจนมึนเมาแล้วลงมือข่มขืนกระทำชำเรา ต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น ด.ญ.เอฯ ตื่นมาก็รู้สึกเจ็บที่อวัยวะเพศ แต่ นายละฯ ได้เข้าไปกอดและหอมแก้มพร้อมกับพูดปลอบใจว่า หาก ด.ญ.เอฯ ท้องก็จะรับผิดชอบเอง

          พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อวันที่ 9 ต.ค.44 นายละฯ ได้พา ด.ญ.เอฯ กลับมาที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนมารดา ของด.ญ.เอฯ ได้พบด.ญ.เอฯ อยู่กับ นายละฯ สองต่อสอง จึงสอบถามจนทราบว่าถูกนายละฯ​ ข่มขืนกระทำชำเรา มารดาจึงได้พา ด.ญ.เอฯ ไปให้แพทย์ตรวจแล้วพาเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายละฯ ได้หลบหนีมาบวชอยู่ที่วัดโคกหัวข้าว ใน จ.ฉะเชิงเทรา จึงนำกำลังจับกุมตัวได้ดังกล่าว

          จากการสอบสวน นายละฯ ให้การปฏิเสธ ว่าได้บวชเป็นพระตั้งแต่อายุ 35 ปี ต่อมารู้จักกับ ด.ญ.เอฯ ตอนตนอายุประมาณ 60 กว่าปี โดย ด.ญ.เอฯ กับบิดาและมารดา มักจะมาทำบุญกับตนเป็นประจำที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยตอนนั้น ด.ญ.เอฯ ได้มาชอบพอตน ในวันเกิดเหตุขณะกำลังจะเดินทางไปบ้านญาติ ที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ด.ญ.เอฯ ได้วิ่งขึ้นรถโดยสารขอตามไปด้วย ทั้งที่ตนเองได้ห้ามไว้แล้ว แต่ด.ญ.เอฯ ไม่เชื่อฟัง เมื่อถึงบ้านญาติของตน ด.ญ.เอฯ ได้อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว 2 วัน โดยไม่ได้กระทำอนาจารเด็กแต่อย่างใด จากนั้นได้พาเด็กหญิงมาส่ง และตนเองได้ลาสิกขาแล้วเดินทางมาที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และพบกับ มารดาของ ด.ญ.เอฯ หลังจากนั้นอีก 2 เดือน ตนก็ได้บวช และได้จำพรรษาอยู่หลายที่และมาจำพรรษาอยู่วัดโคกหัวข้าวเป็นเวลา 8 ปี โดยไม่ทราบว่ามีหมายจับ ซึ่งคดีกำลังจะหมดอายุความอีก 2 ปี เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่ง สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พิธีปิดการอบรมและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรข้าราชการตำรวจชั้นประทวน เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร สายงานอำนวยการสนับสนุนและเทคนิค (กอน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562

         เมื่อวันศุก​ร์ที่ 26 ก.ค.62 เวลา 10.00 น.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.สมบัติ ชูชัยยะ รรท.ผบก.ศฝร.ตม. ร่วมพิธีปิดการอบรมและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรข้าราชการตำรวจชั้นประทวนผู้มีวุฒิปริญญาตรี เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร สายงานอำนวยการสนับสนุนและเทคนิค (กอน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จำนวน 102 นาย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มีนาคม – 26 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 6 จ.นครสวรรค์

          โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับข้าราชการตำรวจในสังกัดที่สำเร็จการฝึกอบรมทุกนาย พร้อมเน้นย้ำให้ปฎิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เพื่อสนองนโยบายที่รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชุ่มฉ่ำกลางสายฝน ปลูกป่า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562

        ชุ่มฉ่ำกลางสายฝน ปลูกป่า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562 และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 พรรษา ปี 2558 ประจำปี 2562

       เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ณ บริเวณที่สาธารณประโยชน์วัดป่าเสนานุช หมู่ 11 ตำบลวังหิน อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายวรวุฒิ อินตะมะ นายอำเภอวังโป่ง พร้อมด้วย นายมานิตย์ อูบแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหิน และนายดุลยพัฒน พรมภักดี กำนันตำบลวังหิน ได้ร่วมนำ ส่วนราชการ ,ผู้นำท้องถิ่น ,ประชาชนจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ,เยาวชน ครู นักเรียนโรงเรียนบ้านวังหิน และพระสงฆ์ กว่า 400 คน ช่วยกันนำกล้าพันธ์ไม้ เช่น ต้นฉัตร หว้า มะฮอกกานี ตะแบก ตะเคียน ฯลฯ จำนวน 1,200 ต้น ดำเนินการปลูกป่า ในพื้นที่ ราว 5 ไร่เศษ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562 และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 พรรษา ปี 2558 ประจำปี 2562 นี้ และเพื่อส่งเสริมให้พสกนิกรชาวไทย ได้ร่วมตั้งปณิธานทำความดี และกระทำความดีเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว องค์กร ประเทศชาติ รวมทั้งเพื่อสร้างจิตสำนึก การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ให้เกิดการรัก หวงแหน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน สืบต่อไป
        ทั้งนี้ นายมานิตย์ อูบแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหิน กล่าวว่า แม้ในวันนี้จะมีฝนตกลงมาโปรยปรายตลอดเวลา แต่ทุกคนก็ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันปลูกต้นไม้ กว่า 1,200 ต้น จนแล้วเสร็จท่ามกลางสายฝนที่เย็นฉ่ำ หลังจากต้องประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงมานานนับเดือน

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

นักธุรกิจรับออกแบบจัดตกแต่งสวน พร้อมทนายความ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ หลังถูกคนร้ายหลอกลวงให้โอนเงินมูลค่าความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 26 ก.ค.62​ เวลา 10.00 น.ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)​ : นายรัฐนันท์ หรือ “ตั้ม” ธนทรัพย์ปรีชา อายุ 35 ปี นักธุรกิจรับออกแบบจัดตกแต่งสวน พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง พรพิมล ดอกไม้ รอง สว. (สอบสวน) กก.1 บก.ป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ หลังถูกคนร้ายหลอกลวงให้โอนเงินตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2562 รวมเป็นเวลากว่า 4 ปี มูลค่าความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท

          นายรัฐนันท์ฯ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากราวปี​ 2558 ตนได้รู้จักหญิงสาวคนหนึ่งผ่านเฟสบุ๊ก โดยอ้างตัวว่าเป็นนางแบบชื่อขิม พร้อมทั้งส่งรูปภาพมาให้ดู จากนั้นผู้เสียหายก็ติดต่อกับนางสาวขิมมาโดยตลอดเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ซึ่งระหว่างนั้นที่พูดคุยก็อ้างว่าต้องใช้เงินใช้จ่ายหลายอย่าง เนื่องจากไม่ได้ทำงาน ประกอบกับป่วยเป็นมะเร็งต้องเข้ารับการรักษา ด้วยความสงสารประกอบกับรักจึงโอนเงินให้

         ต่อมา น.ส.ขิมฯ ได้ติดต่อมาเพื่อขอเงินดาวน์บ้านโดยอ้างว่าบ้านหลังนี้เป็นเรือนหอ กระทั่งต้นปีที่ผ่านมาตนพบความพิรุธคิดว่าน่าจะถูกหลอกจึงได้นำเลขบัญชีที่โอนเป็นประจำไปตรวจสอบพบรายชื่อบุคคลอื่น ทำให้หญิงสาวคนดังกล่าวไม่พอใจพร้อมข่มขู่ ทั้งกับตนเองและครอบครัว และจะจ้างมือปืนมาฆ่า โดยอ้างว่ารู้จักกับนักการเมือง รวมทั้งผู้มีอิทธิพล

          ทั้งนี้ยอมรับว่าที่โอนเงินไปให้เพราะความสงสาร และความรักแม้จะไม่เคยเห็นตัวจริงก็ตามโอนไปมากกว่า 262 ครั้ง แต่ละครั้งจะโอนตั้งแต่ หลัก 1พันจนถึงหลักแสน และในบางช่วงที่ตนเองหมุนเงินไม่ทันก็ได้ขอยืมเงินหญิงสาวกลับประมาณ 1 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ซึ่งก็ได้โอนคืนไปแล้ว และเชื่อว่าเงินจำนวนดังกล่าวก็เป็นเงินที่ตนเองโอนให้ตลอด อย่างไรก็ตามต่อไปนี้จะเอาคืนทั้งหมด และทุกอย่าง เพราะคุณทำให้ผมเสียเวลา และหลายๆอย่าง รวมทั้งตนรู้สึกผิดหวังมาก เพราะตนไม่ได้คุยกับคุณเพราะหน้าตา แต่เพราะนิสัย และอะไรหลายๆอย่างในตัวคุณ

          เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้แนะนำให้ไปแจ้งความที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สถาบันสร้างชาติจับมือ​ นสช.รุ่นที่7 จัดโครงการ “เยาวชนสร้างชาติ เร่งผลิตเยาวชน สร้างคนเก่งพัฒนาบ้านเกิด”

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 26 ก.ค.62​ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี : ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงค์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ เป็นประธานเปิดโครงการค่ายเยาวชนสร้างชาติรุ่นที่ 6 จัดโดยนักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ (นสช.) รุ่นที่ 7​ ของสถาบันการสร้างชาติ ภายในงานมีเยาวชนผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 1,500 คน

          สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นการนำเยาวชนระดับอุดมศึกษาจาก 347 คณะใน​ 38 มหาวิทยาลัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชนสร้างชาติ เป็นเวลา​ 3 วัน​ 2 คืน เริ่มตั้งแต่วันที่ 25-27 ก.ค.62 เพื่อสร้างแนวคิดในการฝึกทักษะและส่งเสริมในการเป็นคนดีคนเก่งคนกล้าเพื่อสามารถเป็นผู้นำที่ดีในอนาคต

          ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงค์ศักดิ์ ในฐานะประธานสถาบันสร้างชาติ กล่าวว่า โครงการค่ายเยาชนสร้างชาติจะฝึกให้เยาวชนมีความสำนึกในการใช้ชีวิตที่มีคุณค่าสูงสุด คำนึงถึงการทำประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ต่อส่วนตน สำหรับกิจกรรมในค่ายจะเน้นการฝึกทักษะการคิด ทักษะการเป็นผู้นำ และใช้ความรู้ความสามารถเพื่อส่วนรวมอย่างเต็มศักยภาพรวมทั้งส่งเสริมเยาวชนให้คิดวิเคราะห์วิธีการทำวิจัย เพื่อนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อครอบครัว สถานศึกษาหรือแม้กระทั่งชุมชนของตนเอง

          โดยกิจกรรมในค่ายมีการบรรยายทางวิชาการในหัวข้อ ความจำเป็นในการสร้างชาติ และกิจกรรมอบรมเชิงปฎิบัติการ กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นเพื่อพัฒนาให้เยาวชนได้เรียนรู้เกิดภาวะการเป็นผู้นำการบริหารและภาวะผู้นำทำตามแนวทางของสถาบันสร้างชาติ ผู้ร่วมโครงการจะมีโอกาสสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนต่างสถาบัน แลกเปลี่ยนความคิดพัฒนาต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมไปในทิศทางที่เป็นเอกภาพในการพัฒนาประเทศไทย ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวมีเยาวชนที่ผ่านโครงการและกลับไปตั้งชมรมเยาวชนสร้างชาติในสถานศึกษาของตนกว่า 100,000 คนใน 1,500 สถานศึกษาทั่วประเทศ

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บก.น.1 ทำ​ MOU กับ บ.อินเตอร์สเต็ปส์ฯ ในโครงการทดลองติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อ การวิเคราะห์ตรวจตราความปลอดภัย​ และป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ในพื้นที่สาธารณะ

เมื่อ​วันพฤหัสบดีที่ 25 ก.ค.2562 เวลา 10.00 น. : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ( MOU ) กับ คุณบราลี ชุติมา กรรมการ ผจก. บ.อินเตอร์สเต็ปส์ จก. ในโครงการทดลอง “ติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อ การวิเคราะห์ตรวจตราความปลอดภัย​ และป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ สาธารณะ” (Artificial Intelligent System for Surveillance and Criminal Analysis in Public Area) โดยมี พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ ผกก.ฝอ.บก.น.1 เป็นผู้กล่าวรายงาน มี รอง ผบก.น.1,ผกก.สน.ในพื้นที่ บก.น.1 คณะ กต.ตร.กทม.,คณะ กต.ตร.บก.น.1,อนุ กต.ตร.ร่วมในพิธี อาทิ พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ รอง ผบก.น.1,พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง,ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.และ ประธานกต.ตร.กทม.บก.น.1, ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.และประธานกต.ตร.บก.น.1,คุณสุพจน์ พงศ์บุญคุ้มลาภ ประธาน กต.ตร.สน.ห้วยขวาง,
นายศักดิ์ณรงค์ โลจนะรุ่งสิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคม-อนุ กต.ตร. พร้อมด้วย แขกผู้มีเกียรติ ,ข้าราชการตำรวจ สน.ห้วยขวาง และข้าราชการในสังกัด บก.น.1 ร่วมในพิธี ณ
กองบัญชาการตำรวจนครบาล

Cr.ธวัช​ชัย​ เฟื่องอนันต์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

การศึกษาสาขา หลักสูตร “วิชาชีวิตและความตาย” มนุษย์เกิดมาพร้อมกับการมีชีวิต เมื่อมีชีวิตแล้วสิ่งที่หนีไม่พ้นก็คือความตาย การเตรียมตัวเพื่อความตายก็เป็นสิ่งจำเป็น

วิชาชีวิตและความตาย

อ.ณัฐพงษ์ นาคถ้ำ

มนุษย์เกิดมาพร้อมกับการมีชีวิต เมื่อมีชีวิตแล้วสิ่งที่หนีไม่พ้นก็คือความตาย การเตรียมตัวเพื่อความตายก็เป็นสิ่งจำเป็น

          วันก่อนข้าพเจ้าได้มีโอกาสพูดคุยกับนิสิตหญิงท่านหนึ่ง ชื่อ วราพร อรรถสุข ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโท สาขาวิชาชีวิตและความตาย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)  ต. ลำไทร อ. วังน้อย จ. พระนครศรีอยุธยา ถามเธอว่า สาขาวิชานี้มีด้วยเหรอ ชื่อสาขาวิชานี้น่ากลัวจัง เรียนไปเพื่ออะไร แล้วสิ่งที่เรียนไปมันคุ้มค่าไหม เธอได้อธิบายข้อสงสัยของข้าพเจ้าว่า สาขาวิชานี้มีจริงและได้เปิดเป็นหลักสูตรในระดับปริญญาโท เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ชื่อสาขาวิชานี้ดูเหมือนจะดูน่ากลัว เพราะมีคำว่าความตายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เมื่อได้เข้าศึกษาแล้ว จะพบว่า เราจะได้ศึกษากฎเกณฑ์ของชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย และควรจะดำรงตนอย่างไรอย่างมีคุณค่าในขณะที่มีชีวิตอยู่ และจากไปอย่างไรให้สมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ นอกจากนั้น ผู้ที่เรียนสาขาวิชานี้ยังสามารถนำเอาความรู้ไปแนะนำช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ด้วยกันได้ การศึกษาสาขาวิชานี้ไม่ได้คุ้มค่าในแง่ของทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือความร่ำรวย แต่มันคุ้มค่าในแง่ความสงบสุขของจิตใจและคุณค่าทางสังคม เพราะเมื่อเรียนรู้แล้วทำให้เราเข้าใจความเป็นมนุษย์ด้วยกันมากยิ่งขึ้น เธอยังได้บอกว่า ผู้ที่เรียนจบสาขาวิชานี้ยังเป็นที่ต้องการของหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย เช่น ศาล โดยไปเป็นผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งสามารถอธิบายความเป็นจริงของชีวิตมากกว่าที่จะมาดำเนินคดีทางด้านกฎหมายระหว่างคู่กรณี อันเป็นลักษณะประนีประนอมยอมความ หรือโรงพยาบาลต่าง ๆ โดยไปเป็นนักจิตวิทยาพูดคุยกับผู้ป่วย เพื่อให้คลายความเครียดและความกังวลจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยใช้หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึ่งกล่าวถึงความดีงามของชีวิตเป็นแนวทางในการพูดคุย ปัจจุบันนี้ พระครูสังฆรักษ์เอกภัทร อภิฉนฺโท, ผศ.ดร., เป็นผู้อำนวยการหลักสูตร เปิดการเรียนการสอนมาแล้ว ๑๑ รุ่น นิสิตที่เข้ามาสมัครเรียน ได้แก่ พระสงฆ์ แม่ชี หมอ พยาบาล ข้าราชการ นักกฎหมาย นักการเมือง ศิลปิน นักร้อง นักแสดง และประชาชนทั่วไป มีนิสิตที่เรียนจบไปแล้วไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ รูป/คน

เมื่อข้าพเจ้าฟังเธออธิบายจบลง ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจในเรื่องชีวิตและความตายมากยิ่งขึ้น และก็หวังว่าวิชานี้จะเป็นวิชาที่อยู่คู่กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพื่อเปิดโอกาสผู้เข้ารับการศึกษาจะได้รู้ความเป็นจริงของชีวิต และสามารถนำเอาวิชาความรู้ไปช่วยเหลือสังคมได้ โดยยึดหลักที่ว่า “เรียนรู้ชีวิตเพื่อดำรงอย่างมีคุณค่า และจากไปอย่างสมศักดิ์ศรี”

สระบุรี-เปิดงานเทศกาล mid and Milk Festival ครั้งที่ 1

    วันที่ 26 กรกฎาคม2562 ณ​ บริเวณหน้าน้ำตกมวกเหล็ก​ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี​ นายเกียรติศักดิ์​ ตรงศิริ​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี​ เป็นประธาน นายพีระพล​ ตัณฑโอภาส​ ปลัดจังหวัดสระบุรี​, นายพลวรรธน์​ เทียนชัยมงคล​ นายอำเภอมวกเหล็ก,​ นายกสมาคมการท่องเที่ยวสระบุรี​, นายก​ อบต.หนองย่างเสือ​และคณะจัดงานพร้อมผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกภาคส่วนและพี่น้องประชาชนชาวอำเภอมวกเหล็ก​ ร่วมเปิดงานเทศกาล.​ mid and Milk Festival ครั้งที่ 1​ภายในงานมีการทำสเต็กที่ใหญ่ที่สุดหนักถึง 25 กิโลกรัม โดยใช้คนหลายคนช่วยพลิกเนื้อสเต็ก​ ​มีน้องๆจากโรงเรียนมวกเหล็กวิทยาคมเต้นไลน์แดนซ์คาวบอยให้ชม

         จึงขอเชิญนักเที่ยวเที่ยวงาน​ ตั้งแต่วัน​ที่26-28​กรกฎาคม​ 2561บริเวณหน้าลานน้ำตกมวกเหล็ก​ โดยมีสินค้าร้านประชารัฐ​ และสินค้าชุมชนมาจำหน่ายตลอดงาน

ดำรงค์ ชื่นจินดา​ ราย/งาน

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”

         ในวันนี้ 26 ก.ค.62 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ พื้นที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย และ ชุมชนบ้านช่องแสมสาร ” ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พลเรือโทเจริญพล คุ้มราษี เสนาธิการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธี มีพลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ นาวาเอกปพน หาญไพบูลย์ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 ผู้แทนทัพเรือภาคที่ 1 ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ร่วมในพิธีให้การต้อนรับ   

          พลเรือโท เจริญพล คุ้มราษี ประธานในพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งนำกำลังพลจากองทัพเรือ ข้าราชการ อบต.แสมสาร รัฐวิสากิจ บริษัท ตลอดจนประชาชน และนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 900 คน ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ร่วมจัดกิจกรรมแสดงนิทรรศการ กิจกรรมเก็บขยะชุมชนบ้านช่องแสมสาร กิจกรรมดำน้ำเก็บขยะบริเวณท่าเทียบเรือเขาหมาจอ กิจกรรมดำน้ำปลูกปะการังบริเวณหาดหน้าบ้าน กิจกรรมปลูกต้นโกงกาง กิจกรรมปล่อยลูกปูม้า และกิจกรรมปลูกป่า ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองทัพเรือ (อพ.สธ. – ทร.) เกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
          พลเรือโทเจริญพล คุ้มราษี กล่าวว่าได้น้อมนำแนวทางจิตอาสาพระราชทาน มาจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ เราทำความดี ด้วยหัวใจ ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สูงสุดของชุมชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อให้เกิดความรัก ความผูกพันใน 4 สถาบันหลัก ชองชาติ คือสถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก