“กนกวรรณ” รมช.ศธ.ลุยพื้นที่เมืองพระนารายณ์ หนุนสร้างอาชีพเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

          ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านพัฒนาและส่งเสริมอาชีพในชุมชนของสำนักงาน กศน. จังหวัดลพบุรี พร้อมมอบจักรยานแก่ผู้แทนชุมชน บ้านบางขันหมากใต้ เพื่อเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นการสร้างงาน สร้างอาชีพในชุมชน

          ดร.กนกวรรณฯ กล่าวถึงการลงพื้นที่หมู่ 1 บ้านอัมพวัน องค์การบริหารส่วนตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 23 ส.ค.62 เพื่อตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนและฝึกอาชีพชุมชนของ กศน. จังหวัดลพบุรี ว่า “ชุมชนหมู่บ้านบางขันหมากใต้ ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นชุมชนต้นแบบที่ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาอาชีพโดย กศน. มีการดำเนินงานพัฒนาชุมชนบนพื้นฐานการดำเนินชีวิตตามประเพณีวัฒนธรรมของคนมอญบางขันหมากที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

          ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยอาศัยต้นทุนวัตถุดิบและภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพผสมผสานกับวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญ นำสู่วิถีพอเพียงอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่องและมีแผนในการพัฒนาเป็นอาชีพชุมชนท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาและการมีส่วนร่วมของประชาชน ตลอดจนมีการกำหนดโปรแกรมท่องเที่ยวได้ครอบคลุมทั้งชุมชนภายใน 1​ วัน”

          “ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมานั้น ได้รับทราบสภาพปัญหาว่า เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการเรียนรู้วิถีชีวิตแบบพอเพียงของที่นี่นั้นกระจายอยู่ในชุมชน นักท่องเที่ยวต้องใช้วิธีเดิน หรือขับขี่รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ในการท่องเที่ยวตามฐานการเรียนรู้แต่ละแห่ง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการซึมซับและเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชน ทางชุมชนจึงได้เสนอปัญหาเพื่อนำไปสู่การพัฒนา

         ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของบ้านบางขันหมากใต้ ให้สามารถดำเนินการบริการนักท่องเที่ยวเพื่อชมวิถีชีวิตและเรียนรู้ตามฐานการเรียนรู้ต่างๆได้ตามอัธยาศัยในชุมชนอย่างครบวงจรและเหมาะสม ในโอกาสนี้จึงได้มอบรถจักรยานจำนวน 50 คัน เพื่อใช้ในการดำเนินการดังกล่าว และขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ช่วยกันทำให้ชุมชนบางขันหมากใต้เป็นชุมชนต้นแบบแห่งการพัฒนา ไม่ว่าจะชาวบางขันหมากใต้ ผู้นำชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการในพื้นที่ทุกหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนด้านต่างๆ โดยเฉพาะสำนักงาน กศน.ที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการให้ความรู้และพัฒนาทักษะอาชีพในชุมชนอย่างต่อเนื่อง สร้างการมีส่วนร่วมจนชุมชนเข้มแข็ง เกิดแนวทางการพัฒนาร่วมกันกับชุมชน และได้รับการส่งเสริมอาชีพต่างๆจนมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและเป็นที่ต้องการของตลาดหลายประเภท หนุนให้ประชาชนสามารถเพิ่มรายได้ร่วมกับการท่องเที่ยวไปด้วยในตัว

          ซึ่งในอนาคตคงต้องเสริมกลยุทธ์ในการออกแบบและพัฒนาสินค้าให้มีรูปแบบหลากหลาย และมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยไม่ทิ้งกลิ่นอายของภูมิปัญญาและวิถีชุมชน พร้อมรับมือกับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ต้องการความแปลกใหม่ ทันสมัยแต่ยังรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิม เพื่อยกระดับสินค้าชุมชนให้มีมาตรฐานในวงกว้างมากขึ้นต่อไป” ดร.กนกวรรณฯ กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตราด-จัดกิจกรรม “โครงการ เดิน วิ่ง ไม้รูด ชาเลนจ์ รัน” ครั้งที่ 1/2562

วิ่งสร้างบุญทุนสร้างพระ สํานึกรักบ้านเกิด เพื่อการกุศลพร้อมส่งเสริมสุขภาพการท่องเที่ยววิถีชุมชนชาวประมงบ้านไม้รูด วันที่ 25 สิงหาคม 2562 ตราด/ที่บริเวณวัดวิสิทธิการาม (วัดไม้รูด)

          เมื่อเวลา 06.00 น.โดยมี นาวาโท อัครพล เหมนาค เสนาธิการกองเรือปฎิบัติการกองทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานปล่อยกิจกรรม เดิน วิ่ง ไม้รูด ชาเลนจ์ รัน ครั้งที่ 1 วิ่งสร้างบุญทุนสร้างพระ สํานึกบ้านเกิด เพื่อการกุศลเพื่อสุขภาพเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนชาวบ้านไม้รูด พร้อมด้วย นาวาเอก สรายุทธ สุขรมย์ ฝ่ายเสนาธิการประจําผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ โดยมี นายณัฐพงศ์ เจริญสุข หัวหน้าทีมผู้จัดกิจกรรม เดิน วิ่ง การกุศลเพื่อสุขภาพเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนชาวประมงไม้รูด พร้อมหน่วยงานในพื้นที่และทีมนักกีฬาจํานวน 1,300 คน เข้าร่วมโครงการกิจกรรม เดิน วิ่ง ไม้รูด ชาเลนจ์ รัน ครั้งที่ 1

          สําหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อการกุศลและเพื่อสุขภาพเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนชาวประมงบ้านไม้รูด จึงได้จัดกิจกรรม ไม้รูด ชาเลนจ์ รัน ครั้งที่ 1 วิ่งสร้างบุญทุนสร้างพระ สํานึกรักบ้านเกิด เป็นกิจกรรมการกุศลเพื่อหาต้นทุนในการทําความดี โดยมีวัตถุประสงค์ ของการจัดกิจกรรม เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่สนามวิ่งบ้านไม้รูด ได้เป็นที่รู้จักของนักวิ่งทั่วไป เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนชาวประมงในพื้นที่บ้านไม้รูดและพื้นที่ใกล้เคียง และเพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้ออกกําลังกายเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ลูกหลานบ้านไม้รูดได้นําความรู้ความสามารถกลับมาช่วยพัฒนาบ้านเกิด

          โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งมอบให้ วัดพระบาทนํ้าพุ ส่วนหนึ่งมอบเป็นทุนการศึกษาของเด็กๆโรงเรียนบ้านไม้รูด และอีกส่วนหนึ่งมอบให้วัดไม้รูด เพื่อเป็นองค์ทุนดําเนินการจัดสร้างและบํารุงศาสนาและสถานที่วัดไม้รูด ในการจัก เดิน วิ่ง ในครั้งนี้ จํานวน 1,300 คน โดยใช้ระยะทางวิ่ง 10 กิโลเมตร 5 กิโลเมตร 3 กิโลเมตร และ VlP โดยใช้เส้นทางในพื้นที่ตําบลไม้รูด ริมชายหาดสองสี และหมู่บ้านประมงชาวบ้านไม้รูด เป็นระยะทางการวิ่งในครั้งนี้

          หลังจากนั้นในเวลา 08.30 น. นาวาโทอัครพล เหมนาค เสนาธิการกองเรือปฎิบัติการกองทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานได้มอบถ้วยรางวัลและโล่เกียรติคุณให้กับผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนที่เข้าเส้นชัยพร้อมเหรียญรางวัลที่จุดปล่อยต้ว ไม้รูด ชาเรนจ์ รัน ครั้งที่ ๑

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-จัดกิจกรรมพายเรือเก็บขยะแม่น้ำนครนายก

https://youtu.be/9g7qEWbsT2A

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับโรงเรียนนครนายกวิทยาคมและเทศบาลเมืองนครนายก จัดกิจกรรมพายเรือเก็บขยะแม่น้ำนครนายก

          ที่สะพานสันเขื่อนโรงเรียนนครนายกวิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายยงยศ อิสสระเสนารักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมพายเรือเก็บขยะแม่น้ำนครนายก โดยมีนายเพ็ญศักดิ์ แจ้งเหตุผล ผู้อำนวยการโรงเรียนนครนายกวิทยาคม กล่าวต้อนรับ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมมีหน่วยงานราชการ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประชาชน นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวนมาก โดยมีเรือแคนูจำ 40 ลำ แบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่มเก็บขยะตั้งแต่สะพานโรงเรียนนครนายกวิทยาคมไปถึงวัดวังกระโจมส่วนอีกกลุ่มหนึ่งแยกไปเก็บถึงวัดใหญ่ทักขินารามเป็นอันเสร็จกิจกรรมในวันนี้

          ด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับหลายหน่วยงาน จัดกิจกรรมพายเรือเก็บขยะแม่น้ำนครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อมทางธรมชาติ ไม่ควรนำสิ่งของลงสู่แม่น้ำจะทำให้เกิดความสกปกในแม่น้ำลำคลอง ทางมหาวิทยาลัยจึงได้มาจัดกิจกรรมนำล่องที่จังหวัดนครนายกเป็นแห่งแรก

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปราจีนบุรี-ไฟไหม้ห้องพักครู บนอาคารเรียนเกือบวอดทั้งหลัง คาดไฟฟ้าลัดวงจร

https://youtu.be/RrOFzY-mnXg

          เมื่อเวลา 06.45 น. วันที่ 25 ส.ค.62 ร.ต.อ.เรืองศักดิ์ เนื่องกิจ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากนายปราจีน ศุภช่าง นักการภารโรงว่า มีเหตุเพลิงไหม้ห้องพักครู ที่อาคารห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ กาญจนาภิเษก บริเวณห้องพักครูคณิตศาสตร์ ชั้น 2 โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง (ปรอ.) อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี

          หลังรับแจ้ง ได้ประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถานปราจีนบุรี เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่อาคารดังกล่าว บริเวณชั้น 2 เป็นห้องพักครูคณิตศาสตร์และห้องเก็บเอกสาร พบกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากห้อง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ฉีดน้ำสกัดเพลิง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ หลังเพลิงสงบทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าไปตรวจสอบพบเอกสารทางราชการ เครื่องใช้ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โต๊ะ ตู้ ภายในห้องถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ส่วนค่าความเสียหายยังไม่สามารถตรวจสอบได้ ต้องรอทางโรงเรียนเข้ามาทำการประเมินความเสียหาย ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดปราจีนบุรีเข้ามาตรวจสอบ ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุเพลิงไหม้น่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

          จากการสอบสวนทราบว่า วันนี้เป็นวันหยุดราชการ ไม่มีครูและนักเรียนอยู่ภายในอาคารดังกล่าว ในช่วงเช้า นายปราจีน ศุภช่าง นักการภารโรงได้เดินตรวจตามอาคารต่าง ๆ ตามปกติ เมื่อมาถึงอาคารดังกล่าว พบว่ามีควันไฟพุ่งออกมาจากห้อง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องมาทำการตรวจสอบ และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุต่อไป

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กอ.รมน.ภาค4 สน.และกสทช.วางมาตราการจัดทำ appicationเพื่อความสะดวก กรณีที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถืออยู่นอกเขตพื้นที่แล้วจะเดินทางเข้ามาในพื้นที่จชต.

          สรุปประเด็นสำคัญคือ กรณีที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่อยู่นอกเขตพื้นที่ จชต. แล้วจะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ภายหลังที่ กอ.รมน.ภาค 4 แจ้งให้ลงทะเบียน ก่อน 31 ต.ค.62 หลังจากนี้จะใช้งานไม่ได้ เพื่อป้องกันการร้องเรียนและความรู้สึกที่ไม่ดีของพี่น้องประชาชน ได้หาแนวทางการแก้ไขขั้นต้นให้กับผู้ใช้บริการโทรศัพท์

          กล่าวคือได้อำนวยความสะดวกในการสำหรับผู้ที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในและนอกเขตพื้นที่3จชต.ที่จะต้องใช้งานโทรศัพท์และยังไม่ได้ลงทะเบียนสามารถแจ้งลงทะเบียนได้ด้วยตัวเองเพื่อจะทำให้สัญญาณโทรศัพท์ใช้ต่อไปได้ ปัจจุบันกสทช.และกอ.รมน.ภาค4สน.กำลังดำเนินการจัดทำ appication และจะได้ประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งให้ผู้ที่มีความจำเป็นใช้บริการโทรศัพท์มือถือได้รับทราบต่อแนวทางดังกล่าวต่อไป

กระทรวงดี.อี. เร่งขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตประชารัฐ

รมว.ดีอี ลงพื้นที่ฉะเชิงเทราโชว์ความสำเร็จใช้ประโยชน์เน็ตประชารัฐขายมะม่วงออนไลน์-เสริมความรู้เกษตร ทีโอที รับนโยบายเร่งต่อยอดพัฒนาการใช้ประโยชน์ให้กับประชาชน

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 24 สิงหาคม 2562 : นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย​ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)​ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความสำเร็จการใช้ประโยชน์จุดติดตั้งอินเตอร์เน็ตประชารัฐ บ้านวังสะแก หมู่ที่ 3 ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชาวบ้านทั้งเด็กเล็ก นักเรียนเพื่อการเรียนรู้ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตร รองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สำหรับชุมชน โดยมี น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงฯ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามงานโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐ​ และประธานกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน),ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางพิมพ์วิมล วงษ์สุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บมจ.ทีโอที ให้การต้อนรับ​ พร้อมรับนโยบายเร่งต่อยอดพัฒนาการใช้ประโยชน์โครงข่ายอินเตอร์เน็ตประชารัฐให้กับประชาชนตามยุทธศาสตร์ชาติ

          นายพุทธิพงษ์ฯ กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงดีอี มุ่งตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศโดยเฉพาะโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐสามารถตอบสนองสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม โดย 24,700 หมู่บ้านอินเตอร์เน็ตประชารัฐสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและชุมชน ซึ่งจุดติดตั้งอินเตอร์เน็ตประชารัฐ บ้านวังสะแก หมู่ที่ 3 ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจให้กับชุมชนโดยการค้าขายมะม่วงกวนออนไลน์ รวมถึงการเสริมความรู้ด้านการเกษตรสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

          ทั้งนี้ กระทรวงดีอีได้เร่งต่อยอดการใช้ประโยชน์โดยได้มอบหมายให้ ทีโอที ดำเนินการพัฒนาความรู้การใช้ประโยชน์ให้กับประชาชน ทั้งการพัฒนาทีมสนับสนุนระดับจังหวัด พัฒนาแกนนำอาสาอินเตอร์เน็ตประชารัฐ พัฒนาทักษะด้านดิจิทัล การบ่มเพาะและพัฒนาหมู่บ้านอินเตอร์เน็ตประชารัฐต้นแบบ รวมถึงการจัดประกวดและแสดงผลงานหมู่บ้านอินเตอร์เน็ตประชารัฐต้นแบบ นอกจากนี้ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน กระทรวงฯ ได้เตรียมที่จะขยายจุดติดตั้งอินเตอร์เน็ตประชารัฐทั้งหมู่บ้านเพิ่มเติม และหมู่บ้านใหม่เพิ่มขึ้นอีก 10,000 จุด

          น.อ.สมศักดิ์ฯ รองปลัดกระทรวงดีอี/หัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามงานโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐ และประธานกรรมการ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐ มีผู้ลงทะเบียนใช้งาน WiFi จำนวน 6,840,688 คน โดยที่ผ่านมาโครงการได้สร้างวิทยากรแกนนำ 1,033 คน อบรมผู้นำชุมชน 100,446 คน พัฒนาการใช้ประโยชน์ให้กับประชาชนในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐจำนวน 1,224,632 คน พัฒนาผู้นำและเครือข่ายอินเตอร์เน็ตอาสาประชารัฐ 24,700 หมู่บ้าน นอกจากนี้โครงการฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูงสามารถคว้ารางวัล WSIS Project Prize 2019 ซึ่งจัดขึ้นโดย สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ITU ได้รับการโหวตติด 1ใน 5 โครงการพื้นฐานของสารสนเทศและการสื่อสารที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

          ดร.มนต์ชัย หนูสง กล่าวว่า บมจ.ทีโอที เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่ได้รับความไว้วางใจจากภาครัฐอย่างสูงในการดำเนินโครงการสำคัญ ซึ่งโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐเป็นหนึ่งในโครงการฯ ที่ ทีโอที ได้ทุ่มเทมุ่งมั่นดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงดิจิทัล เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติในการขับเคลื่อนประเทศเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน โดย ทีโอที ได้ต่อยอดโครงการโดยพัฒนาแอปพลิเคชั่นเครือข่ายอินเตอร์เน็ตอาสาประชารัฐ และ Live 360 ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับชีวิตประจำวันของประชาชน และรวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับธุรกิจขนาดเล็กเพื่อรองรับการเศรษฐกิจของชุมชน ด้วยศักยภาพด้านบริการโทรคมนาคมและบริการดิจิทัลของประเทศ ทีโอที พร้อมที่จะสนับสนุนโครงการสำคัญของประเทศ เพื่อเสริมสร้างการใช้งานและร่วมพัฒนาชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ และนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงในการดำรงชีพ สร้างความเข็มแข็งเติบโตให้กับชุมชน นำประเทศไปสู่ความความยั่งยืน

          สำหรับโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐนี้ ทีโอที ได้รับมอบหมายจากกระทรวงดีอี ให้ดำเนินการแทนในการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสื่อ Fiber Optic ให้ครอบคลุม 24,700 หมู่บ้าน และจัดให้มีจุดให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายโดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายกับผู้ใช้บริการ หมู่บ้านละ 1 จุดให้บริการ ที่ระดับความเร็ว 30 Mbps/10 Mbps (Download/Upload)

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ป่อเต็กตึ๊ง เร่งบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยแล้งต่อเนื่อง​ แจกเครื่องอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย จังหวัดนครราชสีมา

          วันนี้ วัน​เสาร์​ที่​ 24 สิงหาคม 2562 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการ ร่วมกับมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ในโครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยแล้ง รวมจำนวน 1,000 ชุด​ แก่ประชาชนในพื้นที่ อ.ปักธงชัย อ.คง และ อ.โนนดินแดง จ.นครราชสีมา โดยมีหน่วยงานราชการร่วมในพิธี

          และในระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม–2 กันยายน 62 นี้ มูลนิธิฯ จะเดินทางไปยัง 5 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์,สุรินทร์,ยโสธร,กาฬสินธุ์ และ ขอนแก่น เพื่อมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบภัยแล้ง เป็นลำดับต่อไป

         โดยในปี 2562 นี้ มูลนิธิฯ กำหนดออกเดินทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน “โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง” ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี, นครสวรรค์, นครราชสีมา, ยโสธร, บุรีรัมย์, สุรินทร์,กาฬสินธุ์ และขอนแก่น รวม 8 จังหวัดๆ ละ 1,000 ชุด รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 2,800,000 บาท (สองล้านแปดแสนบาทถ้วน)

          มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง รวมถึงสาธารณภัยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือทั้งด้านบรรเทาสาธารณภัยและสังคมสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”#ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร​ โทร.086-854-1418​ สายด่วน​ ป่อเต็กตึ๊ง​ 1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ชลบุรี-พบซากเต่าทะเล ลอยติดหาดนาจอมเทียน

         เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 24 ส.ค. 62 หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวและประชาชนพบซากเต่าทะเล ลอยเกยตื้นบนชายหาดนาจอมเทียน บ้านน้ำเมา ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานอาสากู้ภัยเดินทางไปตรวจสอบบริเวณชายหาด พบซากเต่าตนุเกยตื้นอยู่บนหาดทราย สภาพมีบาดแผลที่กระดองด้านขวาชิ้นส่วนกระดองแตกหลุด น้ำหนักตัวประมาณ20กิโลกรัม ไม่ทราบเพศ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ มาทำการเก็บซากไปตรวจสอบและจะทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตของเต่าทะเลตัวนี้ต่อไป

         จากการสอบถาม นส. ณัฎฐปัถย์ วีรงคเสนีย์ นักท่องเที่ยวที่มาพบซากเต่าทะเล ทราบว่าในช่วงเวลาประมาณ 06.00น.ได้ออกมาเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณริมชายหาด ได้พบกับซากเต่าทะเล จึงได้รีบโทรศัพท์ไปแจ้งยังศูนย์ จส.100 เพื่อให้ประสานยังหน่วยงานในพื้นที่มาตรวจสอบดังกล่าว

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ฮือฮา..ทรภ.1 ทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล 10 วัด ปรากฏแสงจากฟากฟ้าพาดลงมาที่เศียรพระใหญ่อย่างน่าอัศจรรย์

ทัพเรือภาคที่ 1 นำข้าราชการทหาร และครอบครัวร่วมผู้มีจิตศรัทธาทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศลได้ปัจจัยกว่า 2 ล้านบาทถวาย 10 วัด ปรากฏแสงจากฟากฟ้าพาดลงมาที่เศียรพระใหญ่อย่างน่าอัศจรรย์

          เมื่อวันที่ 19 ส.ค.62 ที่ผ่านมา พลเรือโทบรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล เพื่อนำจตุปัจจัยบูรณะปฏิสังขรอาคาร เสนา สนะ ณ วัดต่างๆ ในพื้นที่สัตหีบ รวม 10 วัด โดยประกอบพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดทรงเมตตาวนาราม ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีข้าราชการทหารเรือ ครอบครัว พร้อมทั้งพุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล ในวันนี้ด้วยเป็นจำนวนมาก

          พิธีการเริ่มด้วยการนำข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในสังกัดทัพเรือภาคที่ 1บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ ก่อนจัดแห่ขบวนผ้าป่าสามัคคีมหากุศลมายังศาลาการเปรียญ ด้วยแตรวงจากดุริยางค์ทหารเรือ มีนางรำจากชมรมผู้สูงอายุในพื้นที่สัตหีบ ร่ายรำนำหน้าด้วยลีลาที่เร้าใจทั้งด้านล่างและบนศาลาการเปรียญ วัดทรงเมตตาวนาราม

          ก่อนนำมาประกอบพิธีถวายผ้าป่าสามัคคีมหากุศลอย่างเป็นทางการ จากผู้มีจิตศรัทธาที่ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์เป็นเจ้าภาพถวายจำนวน 10 วัด นำโดยพระครูทัศนียคุณากรเจ้าคณะอำเภอสัตหีบ/เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยได้ถวายจตุปัจัยวัดละ 1 แสนบาท จำนวน 9 วัด เป็นเงิน 9 แสนบาท และปัจัยที่เหลือทั้งหมดถวายแด่วัดทรงเมตตาวนาราม วัดเจ้าภาพ จำนวน 1,067,784.50 บาทในเบื้องต้น รวมเป็นเงิน 1,967,7884.50 บาท และจากการรวบรวมจตุปัจจัยทั้งหมดหลังเสร็จพิธีแล้วเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท ได้ถวายเพิ่มเติมให้กับ พระครูเมตตาธิการี เจ้าอาวาสวัดทรงเมตตาวนารามต่อไปแล้ว

          และภายหลังจากเสร็จพิธีแล้วได้เกิดปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ขึ้น เมื่อมีผู้พบเห็นและบันทึกภาพสายฟ้าพุ่งตรงลงจากท้องฟ้ามายังกลางเศียรพระใหญ่ประจำวัดทรงเมตตาวนารามอย่างน่าอัศจรรย์ ในขณะประกอบพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศลในครั้งนี้จนเป็นที่ฮือฮาและสนใจของผู้ร่วมในพิธี พร้อมใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพจากโทรศัพท์มือถือที่ได้บันทึกภาพไว้เพื่อเป็นที่ระลึก และวิจารณ์ถึงความอัศจรรย์อันเป็นมงคลที่เกิดปรากฏการขึ้นในครั้งนี้

         พลเรือโทบรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ประธานกรรมการดำเนินงานทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศลในวันนี้ ได้กล่าวขอบคุณทุกท่านที่มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคทรัพย์ตามกำลังร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล 10 วัดในครั้งนี้ และขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและบุญกุศลที่ท่านได้กระทำในครั้งนี้ จงอำนวยอวยพรให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย อายุ วรรณะสุขะ พละ ปฏิภาณธนสารสมบัติ ในทุกที่ทุกสถานตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

คณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายกจัดอบรมพระนวกะปฎิบัติธรรมและ เดินธุดงควัตร ประจำปี 2562

          ที่วัดอุดมธานี พระอารามหลวง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เจ้าอาวาสวัดพราหมณี พระอารามหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมพระ นวกะ ของคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก ประจำปี 2562 โดยมีพระครูปริยัติโพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงศ์ พร้อมมี คณะสงฆ์ พระ นวกะ ทั้ง 14 ตำบล จำนวน 94 รูปเข้ารับการอบรมและปฎิบัติธรรมและเดินธุดงควัตรในการอบรมในครั้งนี้ เริ่มระหว่างวันที่ 19- 23 สิงหาคม 2562 รวม 5 วัน

          ด้วยคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก ได้จัดอบรมพระ นวกะ ของคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก ณ วัดอุดมธานี พระอารามหลวง โดยมีวัตถุประสงค์

  1. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯพระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและพระบรมวงศษนุวงศ์
  2. เพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับข้อวัตรปฏิบัติให้แก่พระ นวกะ
  3. เพื่อให้พระ นวกะ ได้มีความรู้ ความเข้าใจในหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงสืบต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค