ครูปรีชา,เจ๊เกียว และเจ๊พัช เข้าพบกองปราบฯ​ ให้ปากคำเพิ่มเติมคดีหวย 30 ล้าน พร้อมขอคำชี้แจงสำนวนคดีหลุดถึงมือคู่กรณี

          วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 26 ส.ค.62​ เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา พร้อมด้วย นางปณัญชญา สุขพูล หรือเจ๊เกียว,น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช และนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยาน เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีต่างๆเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทแย่งสิทธิ์การครอบครองสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ มูลค่า 30 ล้านบาท และกรณีข้อมูลสำคัญในสำนวนคดีหลุดรอดออกสู่สาธารณะ

          นายวรยุทธฯ กล่าวว่า สำหรับการมาพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ​ ในวันนี้มีด้วยกัน 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกทางด้านครูปรีชาฯ​ ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อมาให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีที่เคยไปแจ้งเรื่องไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับเรื่องที่มีข้อมูลในสำนวนคดีหลุดรอดออกไปถึงชั้นพิจารณาคดีชั้นศาล ส่วนประเด็นต่อมาเป็นกรณีของ นางปณัญชญาฯ และ น.ส.พัชริดาฯ มาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมตามหมายเรียกในกรณีที่ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจได้แจ้งเอาผิดกับทั้งสองคนว่า แจ้งความเท็จ และคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทสิทธิ์ครอบครองหวยรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ซึ่งการมาในวันนี้เองทางตนก็จะถือโอกาสสอบถามพนักงานสอบสวนด้วยว่า หมวดจรูญฯ ซื้อหวยชุดนี้มาจากใคร ที่ไหนอย่างไร เพื่อขอให้สอบหาที่มาที่ไปให้เกิดความชัดเจน และจะสอบถามกับทางพนักงานสอบสวนว่ามีข้อมูลในสำนวนคดีหลุดรอดออกไปได้อย่างไร เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตุ​ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นหลักฐานสำคัญ เช่นสัญญาณโทรศัพท์แสดงจุดที่อยู่ รวมถึงข้อมูลการสนทนาผ่านไลน์ หลุดออกมาได้อย่างไร เพราะผู้ที่จะขอพยานหลักฐานออกมาได้ ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย หรือเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น และจะต้องมีการเซ็นต์อนุมัติ

          นายปรีชาฯ กล่าวว่า ประเด็นเอกสารหลักฐานข้อมูลการใช้โทรศัพท์ตน ที่หลุดไปถึงมือหมวดจรูญฯ นั้นเป็นข้อมูลสิทธิส่วนบุคคลของตนเอง เพราะแม้แต่ตนเองเคยซึ่งก่อนเคยขอข้อมูลดังกล่าวจากบริษัทให้บริการมือถือ ค่ายหนึ่ง ยังเคยถูกปฏิเสธ โดยทางบริษัทอ้างว่าตนจะต้องทำเรื่องผ่านทนายความหรือพนักงานสอบสวน ก่อนจะมาได้ในช่วงไต่สวนมูลฟ้องตอนหลังนี้เอง แต่เหตุใดก่อนหน้านี้ข้อมูลดังกล่าวกลับหลุดไปยังมือของหมวดจรูญ และถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล ตนจึงเชื่อว่าข้อมูลสำนวนเหล่านี้ต้องหลุดมาจากตำรวจ ทำให้ในวันนี้พนักงานสอบสวนจึงมีหนังสือเชิญตนมาให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยทางพวกตนจะใช้สิทธิ์ตามกฎหมายทุกข้อ สู้ตามความจริง และไม่คิดว่าการกระทำจะเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล

          นายปรีชาฯ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี ที่ตนฟ้องร.ต.ท.จรูญฯ​ ในข้อหายักยอกทรัพย์หวย 30 ล้าน ก่อนที่ศาลหวัดกาญจนบุรีจะพิพากษายกฟ้องในชั้นต้นแล้วนั้น ส่วนตัวยืนยันว่าจะใช้สิทธิ์​ และกระบวนการตามกฎหมายที่มีขอยื่นอุทธรณ์ต่อไป พร้อมย้ำว่าความจริงก็คือความจริง ล็อตเตอรี่เป็นตนเอง นอกจากนี้กรณีที่ตนทำเรื่องขอระงับการถอนเงินออกจากบัญชีของหมวดจรูญฯ​ กับธนาคาร ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะเป็นการละเมิดคำสั่งของศาลแพ่งที่ให้ถอนอายัดเงินรางวัลในบัญชี แต่เป็นสิทธิที่ตนสามารถทำได้ตามกฎหมาย ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าตนเป็นผู้เผยแพร่้เลขที่บัญชีและเบอร์โทรศัพท์ของร.ต.ท.จรูญฯ ต่อสาธารณชน ในส่วนนี้ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเผยแพร่ อีกทั้งมองว่าเลขบัญชีและเบอร์โทรศัพท์ไม่น่าจะเป็นความลับ แต่สามารถเปิดเผยทางธุรกิจได้ เชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามน่าจะใช้เป็นข้ออ้างในการปิดบัญชีและขอถอนเงินรางวัลทั้งหมดออกจากธนาคาร

          ด้าน นางปนัญชยาฯ กล่าวว่า ตนเองเป็นแม่ค้าขายของอยู่ที่ย่านดังกล่าวมานานหลายสิบปี มั่นใจว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลชุดนี้ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น เป็นคนขายให้กับครูปรีชาฯ​ เอง และจะขอเป็นพยานให้กับครูปรีชาฯ เพราะตนเห็นว่ามีการซื้อขายกันจริง ส่วนกรณีที่มีการชี้จุดจำลองเหตุการณ์วัดไชยชุมพลชนะสงคราม นั้น ตนยืนยันว่าจุดดังกล่าวไม่ใช่จุดที่ซื้อขายหวยจริง ส่วนการที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานาทางสื่อสังคมออนไลน์ ตนห้ามความคิดของคนในโลกโซเชียลไม่ได้ ตนเองก็เป็นเพียงแม่ค้าจะมีส่วนได้เสียอย่างไร นอกจากนี้ตนยังตั้งข้อสังเกตุ​อีกด้วยเหตุใดหมวดจรูญจึงรีบถอนเงินรางวัลออกจากบัญชี หากเป็นเจ้าของเงินจริง จะถอนออกมาใช้ตอนไหนก็ย่อมได้
“หมวดจรูญรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว ว่าตัวเองซื้อหรือไม่ได้ซื้อ ใครทำอะไรก็รู้อยู่ นรกอยู่ในใจ” กล่าวทิ้งท้าย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“กนกวรรณ” รมช.ศธ.ผุดหลักสูตร “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” นำร่อง กศน. พร้อมขยายสู่ อสม.

         อภัยภูเบศร จัดมหกรรมสุขภาพอาเซียนยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี 8 ประเทศ ขนบวัตกรรมภูมิปัญญาโชว์ รมช.ศธ.แนะใช้กัญชาเป็นสื่อเรียนรู้วิทยาศาสตร์แทนถั่วงอก รมช.ศึกษาฯ เอาจริง ผลิตหลักสูตร “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” พร้อมตอบสนองในทุกมิตินำร่อง กศน. พร้อมขยายสู่ อสม. ชี้ทุกคนต้องเรียนรู้ เพื่อการส่งเสริมกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ

          เมื่อวันที่ 24 ส.ค.62 ที่ผ่านมา ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” ร่วมกับ ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และเยี่ยมชมงานมหกรรมภูมิปัญญาอาเซียน จัดโดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ณ ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ บางเดชะ จังหวัดปราจีนบุรี

          ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า “ต้องขอบคุณโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในฐานะที่เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ตั้งแต่ปลูก สกัด มายาวนานและยังได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ วันนี้ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยเองเราพัฒนาเรื่องกัญชาช้ากว่าประเทศอื่นทั้งในอาเซียนและทวีปอื่นๆ หลายสิบปี ทั้งในทางการแพทย์ สันทนาการและนันทนาการ เราเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไม่เฉพาะกัญชาเท่านั้น แต่เราสูญเสียงบประมาณในการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จำนวนมหาศาลในแต่ละปี เลยจุดประกายความคิดและอยากมีส่วนร่วมจึงได้เสนอให้มีการผลิตหลักสูตร “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ทุกเพศทุกวัย ในทุกมิติของสังคม ที่สำคัญต้องรู้จริง รู้ลึก รู้ถึงประโยชน์ รู้ถึงโทษ ของกัญชาทุกมิติ ตามความเหมาะสมของช่วงอายุ ช่วงวัย ตามการศึกษาที่เกี่ยวข้อง และจากที่ได้นำเสนอความคิดนี้ไปก่อนหน้านี้ ก็มีความเห็นมากมาย ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนไม่เห็นด้วยก็เกรงว่าจะกระทบถึงความเหมาะสม จึงอยากให้ท่านที่ยังมีคำถาม ให้มาเรียนรู้ที่อภัยภูเบศร ที่ภูมิภูเบศร ซึ่งมีการทดลอง วิจัย สมุนไพรหลายชนิด และต่อยอดพัฒนากัญชาในทางการแพทย์ อยากให้สังคมได้เรียนรู้ร่วมกันทั้งส่วนของภาคสาธารณสุขที่ใช้กัญชาเป็นสมุนไพรทางเลือก และขับเคลื่อนมิติของกฎหมาย ปกป้องกัญชาไทยให้สามารถใช้กับคนไทย พัฒนาเป็นสินค้าส่งออก สอดคล้องกันจากความต้องการ และจากการผลิต ไม่มากเกินไปทางการตลาด เป็นพืชเศรษฐกิจ ที่จะสร้างรายได้เข้าประเทศ” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

          ดร. กนกวรรณฯ กล่าวด้วยว่า จากการหารือในเบื้องต้นจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อผลิตหลักสูตร “กัญชาพาเรียน” และจะบรรจุเข้าไปอยู่ในการเรียนการสอนของ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ สำนักงาน กศน. โดยจะจัดการศึกษาในภาคปฏิบัติ คือ เรียนรู้จากพื้นที่จริงโดยมีรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นพี่เลี้ยง และควบคุมคุณภาพของผู้เรียนตลอดหลักสูตร จากนั้นจะคัดเลือกผู้เรียนที่มีความพร้อมเพื่อเป็นเครดิตในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายผลไปสู่ อสม. ที่อยู่ใกล้ชิดชุมชน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และอบรมหลักสูตรระยะสั้น เพื่อเป็นเส้นทางสายอาชีพ ยกระดับ อสม.เพื่อไปสู่นวัตกร ในพื้นที่ EEC. ต่อไปในอนาคต

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้ว่าฯ​ ประจวบฯ​ พร้อม​ กอ.รมน. ร่วมกับหน่วยงานข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจและติดตามความคืบหน้าการสร้างบ้านให้กับครอบครัว “น้องปราย”

         วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 10.20 น. : ดร.พัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง.กอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์,นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายอำเภอปราณบุรี และรักษาการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจและติดตามความก้าวหน้าในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่ครอบครัวของเด็กหญิงกันติชา ศรีเลิศ (น้องปราย) ณ บ้านเลขที่ 452 หมู่ 8 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี

          โดยการก่อสร้างได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทหารจากศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี ปัจจุบันใกล้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ ได้มอบทุนการศึกษาจำนวนหนึ่งแก่น้องปราย

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

สระบุรี​-วันรณรงค์ป้องกันและกำจัดหนอนกระทู้ลายจุดข้าวโพดโดยชีววิธี

         วันที่ 26 สิงหาคม 2562 ​นางสาว​กัลยา รุ่งวิจิตรชัย​ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดสระบุรีเขต1​ เป็นประธาน​ พร้อมนางจุไรรัตน์​ แสงสวัสดิ์​ เกษตรจังหวัดสระบุรี​และ​นายปรีชา​ ​พุทธิชาติ​ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช​ สำนักงานเกษตรจังหวัดสระบุรี​ กล่าวรายงาน​ เนื่องจากหนอนกระทู้ข้าวโฟดลายจุดเป็นแมลงศตรูข้าวโพดที่ระบาดจากต้นฤดูกาลที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดสระบุรี​ รวมกว่า70, 558 ไร่​ ทางด้านเกษตรจังหวัดสระบุรี จึงได้ร่วมกับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิ์ภาพการผลิตสินค้าเกษตรและเครือข่ายเกษตรกร​ ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในทุกอำเภอ​ ดำเนินมาตราการเพื่อป้องกันกำจัดและควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโฟดลายจุดมิให้เข้าทำลายต้นข้าวโฟดเลี้ยงสัตว์​ จนเสียผลผลิตเสีย​หาย

         ในวันนี้กรมวิชาการเกษตรให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันกำจัดโดยวิธีผสมผสาน​ ให้การปฏิบัติตามคำแนะนำ​และสนับสนุนแมลงศตรูธรรมชาติเพื่อควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโฟดลายจุด ซึ่งสามารถควบคุมการระบาดของหนอนกระทู้ได้ในระดับหนึ่งแต่ยังไม่สามารถหยุดยั่งทำลายของหนอนกระทู้ข้าวโพด จึงได้จัดงาน”วันรณรงค์การป้องกันและกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโฟดลายจุดโดยชีววิธี” โดยมีวิทยากรจากนักวิชาการจาก 4 สถานี จากศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์​ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่ 5​ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดชัยนาทและสถานีการผลิตและขยายแมลงศัตรูธรรมชาติและสารีวภัณฑ์​ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรจังหวัดชัยนาท

         จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่ปล่อยแมลงศตรูพืชลงพื้นที่ในไร่ข้าวโพด เพื่อกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด โดยชีววิธีเพื่อเพาะแมลงหางหนีบและสามารถกำจัดตัวหนอนกระทู้ลายจุดได้ พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรและมอบวัสดุอุปกรณ์การเลี้ยงแมลงศัตรูธรรมชาติให้กับศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนจำนวน 10 ศูนย์ เพื่อเพาะเลี้ยงและขยายพันธ์แจกให้เกษตรกรนำไปขยายผลใช้กำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดต่อไป

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

มุกดาหาร # ตม.จว.มุกดาหาร จับหนุ่มลาว ทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ และ Overstay

         เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 10.15 น. ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และ พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก สว.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 นำโดย พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ร่วมกับ จุดตรวจท่าเทียบเรือฯ และ จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร

         ได้ทำการจับกุม MR.CHIEM KANTHAVONG อายุ 38 ปี สัญชาติลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1838718 ข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ และเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด โดยจับกุมที่ บริเวณศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

         พฤติการณ์ในการจับกุม ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ดำเนินการปราบปรามจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และผู้กระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการสืบทราบว่า มีแรงงานต่างด้าว มาเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นการแย่งงานคนไทยทำ

         ตามเวลาที่เกิดเหตุ พนักงานเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้วางแผนจับกุม โดยให้เจ้าหน้าที่อยู่รอบๆ สถานที่เกิดเหตุ และให้เจ้าหน้าที่อำพรางตัวเป็นผู้ใช้บริการเข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบ MR.CHIEM KANTHAVONG อายุ 38 ปี สัญชาติลาว (ทราบชื่อ-สกุล สัญชาติภายหลัง) กำลังเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่จริง พนักงานเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเข้าตรวจสอบบุคคลต่างด้าวดังกล่าว ก่อนตรวจสอบพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แสดงบัตรพนักงานเจ้าหน้าที่ และขอตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานใบอนุญาตทำงาน และเอกสารการอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร จากการตรวจสอบผู้ถูกจับ มีเอกสารหรือหลักฐานการอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 ถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2562 ซึ่งเป็นการอนุญาตสิ้นสุด และไม่มีเอกสารหลักฐานการอนุญาตให้ทำงานมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ขณะตรวจสอบ/จับกุม ผู้ถูกจับซึ่งฟังและเข้าใจภาษาไทยได้ดีให้การว่า ได้มาเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่บริเวณศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง และเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลภายในจังหวัดมุกดาหาร เป็นระยะประมาณเวลา 2 ปี ได้เงินจากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเดือนละ 10,000 บาท พนักงานเจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          ก่อนทำการจับกุม เจ้าพนักงานผู้จับกุมได้แจ้งรายละเอียดแห่งการจับกุมให้ผู้ถูกจับทราบว่า การกระทำของผู้ถูกจับเป็นความผิดตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ต้องถูกจับกุมตัวและต้องไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนพร้อมผู้จับกุม


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สุดช๊อก!!! เครื่องบินดับกลางอากาศ ตกหงายท้องกลางทุ่งนา

          วันที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 9:32 น. ศูนย์วิทยุ 191 จังหวัดสุโขทัย ได้รับแจ้งเหตุเครื่องบินเล็กลงจอดฉุกเฉินบริเวณทุ่งนา หมู่ 4 ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.นิวัฒิ นาคโสมกุล ผกก.ศรีสัชนาลัย และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเทพนิมิตร

          เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเครื่องบินเล็ก ขนาด 2 ที่นั่ง สีเหลือง ข้างลำตัวเขียนว่าสมาคมเฟรนด์ ฟลายอิ้งคลับ (Friends Flying Club) ทะเบียน HS-FIN หมายเลขประจำเครื่อง 7-9599 ลงจอดในสภาพพลิกคว่ำหงายท้องอยู่ตรงไหล่ถนนลูกรังติดกับทุ่งนา บริเวณใบพัดด้านหน้าหักและปีกขวาเสียหายเล็กน้อย โดยมี นายประกิจ ทรัพย์พิพัฒนา อายุ 51 ปี ชาว อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นักบิน ไม่ได้รับบาดเจ็บ และนายนวพล พรัดมะลิ อายุ 44 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าแข็งขวาถลอกจากการปีนออกมาจากตัวเครื่อง ยืนรอการช่วยเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ

          จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งคู่ทำการบินออกมาจากจ.ลำพูน เมื่อเวลา 08.00 น. เพื่อจะไป จ.สมุทรสาคร โดยจะแวะพักที่ จ.พิษณุโลก ก่อน แต่เมื่อเครื่องบินเข้าสู่น่านฟ้า จ.สุโขทัย ภูมิประเทศเป็นภูเขา เครื่องยนต์เกิดขัดข้อง มาตรวัดน้ำมันตกลงอย่างรวดเร็ว นายประกิจ นักบินจึงวิทยุประสานสนามบินสุโขทัย ขอลงจอดฉุกเฉินซึ่งได้รับอนุญาต แต่ต่อมาเครื่องยนต์ดับกลางอากาศ ตัวเครื่องลดระดับความสูงอย่างรวดเร็วก่อนถึงสนามบินสุโขทัย อีกเพียง 30 ก.ม.

          นายประกิจ จึงต้องบังคับเครื่องออกจากแนวภูเขา ลงจอดบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเห็นถนนลูกรัง ที่ชาวบ้านสัญจรเข้าท้องนา เป็นทางตรงยาวและโล่ง ไม่มีบ้านเรือนผู้คน กระทั่งเครื่องลงแตะพื้นถนนซึ่งขรุขระมีหลุมบ่อ เครื่องบินเสียการทรงตัวจึงพลิกหงายท้องตกลงไปในทุ่งนาเสียหาย

          ด้าน นายเดช เทพรำลึก ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าขณะเกิดเหตุตนกำลังทำงานอยู่ที่ห้างนาซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ได้เห็นเครื่อบินมาทุ่งนามุ่งหน้าไปทางภูเขา จากนั้นได้เลี้ยวกับและเครื่องบินก็ได้บินต่ำลงจากนั้นได้ดิ่งลงกระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่น ตนจึงรีบโทรศัพย์แจ้งตำรวจและรีบมาดูที่เกิด จากนั้นก็เห็นมีคนออกมาจากเครื่องบินที่ผลิกหงายท้อง สำหรับบริเวณนี้ปกติแล้วจะไม่ค่อยมีเครื่องบินบินผ่าน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรก

          ด้านนายวิโรจน์ กาฟัก เจ้ากู้ภัยเทพนิมิตร จุดศรีสัชนาลัย เล่าให้ฟังว่าขณะเกิดเหตุตนเป็นเพื่อกู้ภัยกำลังอบรมอยู่และได้รับแจ้งว่ามีเหตุเครื่องบินตกจึงได้นำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและพบว่ามีเครื่องบินตกลงไปในนาข้าวข้างและมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าเเข้ง1คนจึงได้ช่วยปฐมพยาบาลทำแผล

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

บ้านไทรหย่อน ลุ้นเป็นตัวแทน ตำรวจภาค 6 เข้าประกวดตำรวจมวลชนสัมพันธ์ดีเด่น

          พล.ต.ต.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิตติพนธ์ ผลพฤกษา รอง ผบก.อก.ภ.6, พ.ต.อ.พิทยา อำพันธ์มณี ผกก.ฝอ.5 บก.อก.ภ.6 และคณะกรรมการตรวจคัดเลือกชุดปฏิบัติการ ชมส.ดีเด่นประจำปี2562 ลงพื้นที่สถานีตำรวจภูธรหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อดำเนินการตรวจพิจารณาคัดเลือกชุดปฏิบัติการตำรวจชุมชนดีเด่น ประจำปี 2562 บ้านไทรหย่อน หมู่ 5 ต.ปากดุก อ.หล่มสัก จว.เพชรบูรณ์ โดยมี พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์, นายชนก มากพันธ์ นายอำเภอหล่มสัก,พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผกก.สภ.หล่มสัก, ข้าราชการตำรวจ, หน.ส่วนราชการ, ผู้นำท้องถิ่น, ภาคเอกชน ในพื้นที่และประชาชน ให้การต้อนรับ

          ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อตรวจประเมินคัดเลือกตัวแทนเป็นตัวแทนในระดับภาค และเข้าประกวดในระดับประเทศตามลำดับ โดยคณะกรรมการฯ ได้ประเมินตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนพบปะพูดคุยถึงกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับทราบถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และปัญหาในชุมชน ตลอดจนให้คำแนะนำในการป้องกันอาชญากรรม ยาเสพติด และความขัดแย้งในพื้นที่ทั้งนี้ ชุดชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ สถานีตำรวจภูธรหล่มสัก ได้ร่วมทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนและหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่อย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดและปัญหาอาชญากรรม อีกทั้งยังรณรงค์การสร้างวินัยจราจร และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และส่งเสริมความรักความสามัคคีของคนในชุมชน

มนสิชา คล้ายแก้ว

นครนายก-หนุ่มป่วยจิตหลอนบอกเจ้าแม่ให้เข้าไปเอาสิ่งของในศาล

https://youtu.be/QzxpbkNBwDs

หนุ่มป่วยทางจิตมีอาการหลอนบอกว่าเจ้าแม่ตะเคียนทองมาบอกให้ไปเอามีดดาบ กุมารทอง สร้อย ที่ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน

         ศูนย์วิทยุเมืองนายก ได้รับแจ้งมีคนร้ายเข้ามาลักสิ่งของในศาลเจ้าพ่อขุนด่านและศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดดง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ไปยังที่เกิดเหตุ แต่คนร้ายได้หลบหนีออกมาจากวัดแล้วมาพบตัวคนร้ายที่ซอยบ้านใหญ่เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้ ทราบชื่อ นายกัมปนาถ เปี่ยมศรี อายุ 41 ปี บ้านอยู่ในซอยเฉลิมพระเกียรติซอย 8 มีอาการทางจิต ต้องเข้ารับการรักษาอาการเป็นประจำ ใกล้กันพบมีดดาบ 4 เล่ม และกุมารทอง พร้อมสร้อยคอและสร้อยข้อมือเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ เก็บสิ่งของทั้งหมดไว้เพื่อนำส่งคืนทางวัดดง พร้อมควบคุมตัวมาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายกและนำตัวส่งโรงพยาบาลนครนายกเพื่อรักษาอาการต่อไป

          จากการบอกเล่าของพระธงชัย เทียมวงษ์ พระลูกวัดดง เล่าว่าในช่วงสายของวันนี้ได้มีชายหนุ่มได้เข้ามาลักทรัพย์สิ่งของในศาลเจ้าพ่อขุนด่านและศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ได้มีดดาบ 4 เล่ม กุมารทอง และสิ่งของอื่นๆไป ทางพระได้มาพบเห็นพอดีจึงได้เข้าไปพูดคุยให้หยุด ให้นำเอาสิ่งของที่เอาไปมาคืนวัดคนร้ายได้ชักมีดดาบจะฟันพระจึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตม.ชลบุรี​ ร่วมสืบสวนตม.3​ รวบหัวหน้าแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น คาโฮสเทลกลางกรุง

          วันนี้ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 25 ส.ค.62 เวลา 15.00 น. ณ โถงทางเข้าชั้น 1 อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) กทม.: พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหัวหน้าและผู้ประสานงานเครือข่ายกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นในประเทศไทย

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ สืบเนื่องจากการจับกุมเมื่อวันที่ 29 มี.ค.62 สตม.โดย กก.สส.บก.ตม.3 และตม.จ.ชลบุรี นำหมายค้นศาลแขวงพัทยาที่ 5/2562 ลงวันที่ 29 มี.ค.62 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/219 หมู่บ้านสยาม รอยัล วิว วิลเลจ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนสามารถจับกุมชาวญี่ปุ่น จำนวน 15 ราย ซึ่งทำการโทรศัพท์เพื่อหลอกลวงไปยังประเทศญี่ปุ่น จนมีผู้เสียหายกว่า 500 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 89 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 25 ล้านบาท อันเป็นกรณีที่ทางการญี่ปุ่นให้ความสำคัญและสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากอีกทั้งยังไม่เคยมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้มาก่อน

         พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ จึงมอบหมายให้ บก.ตม.3 โดย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง​ ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รองผบก.ตม.3 และสั่งการให้ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวนทำการขยายผลและออกติดตามกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรม (คอลเซ็นเตอร์) ที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทยชุดสืบสวน ตม.จ.ชลบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี,พ.ต.ท.ธวัชชัย หนองบัว,พ.ต.ท.กัลป์ กลิ่นศรี รอง ผกก.ตม.จ.ชลบุรี นำโดย พ.ต.ต.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์,พ.ต.ต.จินดา แขกปัญญา สว.ตม.จ.ชลบุรี ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3 สืบทราบว่านายยามาโตะฯ อายุ 30 ปี สัญชาติ ญี่ปุ่น เป็นหัวหน้าและผู้ประสานงานของกลุ่มเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แต่ไม่ได้ด้วยขณะเข้าตรวจค้นจับกุมได้ไหวตัวและหลบหนีไป ชุดสืบสวนได้ออกติดตามจนพบว่ามีชายชาวญี่ปุ่นซึ่งมีลักษณะคล้ายกับนายยามาโตะฯ พักอาศัยอยู่ที่สุรวงศ์ซิตี้ รีสอร์ท เลขที่ 99 ถนนนเรศ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร จึงเข้าตรวจสอบและพบตัวนายยามาโตะฯ จึงได้จับกุมตัวโดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (อยู่เกิน 119 วัน) และได้ควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีและจะได้ส่งตัวให้ทางการญี่ปุ่นเพื่อดำเนินคดีในส่วนของความเสียหายที่เกิดในประเทศญี่ปุ่นต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวทิ้งท้ายว่า​ ตม.จ.ชลบุรี ขอเรียนประชาสัมพันธ์​ให้ท่านทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่​ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.3​ รวบเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยาไอซ์ 105 กิโลกรัม

          วันนี้ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 25 ส.ค.62 เวลา 15.00 น. ณ โถงทางเข้าชั้น 1 อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) กทม.: พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รองผบก.ตม.3,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ปส.3 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.62 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 ได้จับกุมตัว 1.นายไชยราช หรือ ชัย อายุ 45 ปี สัญชาติไทย 2.นายเอกวัฒน์ หรือ นุ้ย อายุ 33 ปี ในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท​ 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พฤติการณ์คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันทำการสืบสวน กลุ่มบุคคลที่เป็นขบวนการจำหน่ายยาเสพติด ทราบว่าช่วงกลางคืนของวันที่ 24 ส.ค.62 จะมีกลุ่มบุคคลคนต่างด้าวลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่จังหวัดนนทบุรี นำไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มาสด้า รุ่น BT50 สีฟ้า ทะเบียน 1 ฒฐ 5789 กทม. เป็นยานพาหนะ ชุดจับกุมจึงได้กระจายกำลังค้นหารถยนต์คันดังกล่าว

          ต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 24 ส.ค.62 ได้พบรถยนต์เป้าหมายขับขี่มาตามถนนเลี่ยงเมืองจังหวัดนนทบุรี มุ่งหน้าถนนรัตนาธิเบศร์ เข้ากรุงเทพฯ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.30 น. ขณะที่รถยนต์เป้าหมาย ได้ไปจอดบริเวณลานจอดรถหน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง แยก 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ต่อมาเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 25 ส.ค.62 ได้มีนายเอกวัฒน์ หรือ นุ้ย ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สีขาว ทะเบียน ฆฎ 4556 กทม. และ นายไชยราช หรือ ชัย สุดาวงค์ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น แอคคอต สีขาว ทะเบียน ขม 137๘ นครราชสีมา ทราบชื่อภายหลัง จากนั้นทั้ง 2 คน ได้ช่วยกันยกกล่องกระดาษขนาดใหญ่จำนวน 1 กล่อง จากหลังรถยนต์เป้าหมายมาใส่ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สีขาว ทะเบียน ฆฎ 4556 กทม. ส่วนนายไชยราชฯ ยืนดูลักษณะเหมือนเป็นผู้ควบคุมสั่งการ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นรถยนต์ ทั้ง 3 คัน ผลปรากฏว่า พบกล่องขนาดใหญ่จำนวน 1 กล่อง อยู่ท้ายรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มาสด้า รุ่น BT50 สีฟ้า ทะเบียน 1 ฒฐ 5789 กทม. และกล่องขนาดใหญ่จำนวน 1 กล่อง อยู่บริเวณที่นั่งผู้โดยสารหลังคนขับรถยนต์ ส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สีขาว ทะเบียน ฆฎ 4556 กทม. เมื่อเปิดกล่องทั้ง 2 กล่อง พบถุงฟอยด์ ลักษณะคล้ายถุงบรรจุชาดอกทานตะวัน ปรากฏยี่ห้อ XIANGRIKUI และอีกด้านหนึ่งเป็นรูปการ์ตูนโดราเอม่อน จำนวน 105 ถุง จึงได้สุ่มเปิดถุงดังกล่าวจำนวน 2 ถุง พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักถุงละ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักทั้งสิ้น 105 กิโลกรัม จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชาสัมพันธ์​ให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​