กอ.รมน. บูรณาการพร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ ลดความเสี่ยงฝุ่นละออง PM 2.5

https://youtu.be/yAG6vj5YDvQ

         (วันที่ 3 ต.ค. 62) พล.ต. ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า การประชุม ครม. ครั้งที่ 11/2562 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 62 มี มติครม.ที่สำคัญ เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษควันฝุ่นละออง” โดยมีมาตรการที่สำคัญ คือ

  1. การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ให้จัดตั้งศูนย์ดำเนินการการแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็กในระดับจังหวัดโดยใช้กลไกการจัดการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command)
  2. การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง ( แหล่งกำเนิด ) ใช้กลไกของหน่วยงานที่มีหน้าที่ ตามกฎหมาย ออกระเบียบ/แนวทาง/ข้อบังคับในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง
  3. การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ใช้กลไกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นกลไกหลักร่วมกับ ทส.

          จากสถานการณ์ดังกล่าว นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีความห่วงใยในการใช้ชีวิตของประชาชน จึงได้สั่งการให้ กอ.รมน. ประสานงานและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย, กทม., กระทรวงสาธารณะสุข และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันแก้ไขปัญหาตามมาตรการในขั้นต่างๆ ปัจจุบันกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) ได้ตรวจพบว่าสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีค่ามาตรฐานเกือบทุกพื้นที่ในกทม. และปริมณฑล ส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชา ชน

         ในการนี้ กอ.รมน.โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 เป็นหน่วยรับผิดชอบในการอำนวยการประสานงานและขับเคลื่อนบูรณาการตามแผนงาน พิทักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรฯ (กรมควบคุมมล พิษ) ผ่าน กอ.รมน.จว. ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ (กทม., นนทบุรี, นครปฐม, ปทุมธานี, ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ พร้อมติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง รณรงค์การลดการเผาขยะในที่โล่งแจ้ง, บำรุงรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดควันดำ ตลอดจนขอความร่วมมือสถานที่ก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม ให้ควบคุมและลดการระบายฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยง ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่อาจเกิดเพิ่มขึ้นเกินค่ามาตรฐานได้

จันทบุรี – งานวิ่งการกุศล “มะขามรันวันท่านพ่อใย ครั้งที่..1

ก้าวแลกบุญ วันครบรอบการมรณภาพของพระครูสวัสดิ์ธรรมพินิต (ท่านพ่อใย) คณะศิษยานุศิษย์ ร่วมกับวัดมะขาม และเทศบาลตำบลมะขาม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรม งานวิ่งการกุศล “มะขามรันวันท่านพ่อใย โดยเงินรายได้ ไม่หักคำใช้จ่ายใดๆ บริจาคให้กับ 4 หน่วยงานเพื่อใช้ในกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์

         โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าวัดมะขาม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี นายวีระ พวงภู่ นายอำเภอมะขาม, นายประวิช ลิศพทิพย์ นายกเทศมนตรีตำบลมะขาม และคณะศิษยานุศิษย์ ท่านพ่อใย วัดมะขาม ร่วมกันเปิดกิจกรรมเดินวิ่งการกุศล”มะขามรัน วันท่านพ่อใย ครั้งที่ 1″ เนื่องในวันที่ 3 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันครบรอบการมรณภาพของพระครูสวัสดิ์ธรรมพินิต (ท่านพ่อใย) วัดมะขาม ซึ่งทุกๆปี ศิษยานุศิษย์ร่วมกับวัดมะขามจะมีกิจกรรมร่วมทำบุญระลึกถึง ท่านพ่อใย

          สำหรับปีนี้คณะศิษยานุศิษย์ได้มีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมเดินวิ่งการกุศล ประกอบกับ เทศบาลตำบลมะขามได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกกำลังกายเพื่อ สุขภาพ แนวคิดในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเซิงกีฬาจึงเป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนกิจกรรม วิ่งการกุศลภายใต้ชื่อ “มะขามรันวันท่านพ่อใยครั้งที่ 1” โดยเงินรายได้ไม่หักคำใช้จ่ายใด ๆ นำไปบริจาคให้กับ 4 หน่วยงาน ได้แก่ วัดมะขาม โรงเรียนบ้านมะขาม โรงเรียนมะขามสรรเสริญ และโรงพยาบาลมะขาม เพื่อใช้ในกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์

         ซึ่งกิจกรรมเดินวิ่งการกุศลครั้งนี้มี ประกอบด้วย ประเภทระยะทาง 3 กิโลเมตร ไม่แยกรุ่น และประเภทระยะทาง 5 กิโลเมตร แยกเป็นประเภทชายและหญิง ได้แก่ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี รุ่นอายุ 19-39 ปี และ รุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไป มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น กว่า 800 คน ซึ่งขณะปล่อยตัวนักวิ่งมีการลั่นฆ้องและเจ้าอาวาสวัดมะขามได้มีการประพรมน้ำมนต์ให้กับนักวิ่งเพื่อความเป็นศิริมงคลด้วย

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ลุ้นแทบช็อค เตือนผู้ปกครอง ทิ้งเด็กน้อยวัย 9 เดือนไว้ในรถเพียงเสี้ยวนาที รถเกิดล็อกเองอัตโนมัติ

ลุ้นแทบช็อค เตือนผู้ปกครอง ทิ้งเด็กน้อยวัย 9 เดือนไว้ในรถเพียงเสี้ยวนาที ลงมาเปิดท้ายรถเพื่อเก็บของ หลังซื้อของเสร็จ รถเกิดล็อกอัตโนมัติ โชคดีกุญแจเสียบติดเครื่องไว้ เด็กหลับปุ๋ย รีบแจ้งกู้ภัยช่วยเหลือ

          เจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีเด็กติดอยู่ภายในรถยนต์ ภายในลานจอดรถของห้างค้าปลีกและส่ง บริเวณถนนมหาราช อำเภอเมืองจันทบุรี จึงประสานช่างกุญแจเข้าให้การช่วยเหลือเปิดรถ เพื่อนำตัวหนูน้อยวัย 9 เดือนออกมา แต่เนื่องด้วยรถยังคงติดเครื่องอยู่ และแอร์ในรถยังคงทำงาน ทำให้หนูน้อยนอนหลับสบายอยู่ในรถ และไม่มีท่าทีว่าจะตื่นหรือร้องไห้ ช่างกุญแจจึงค่อยๆทำการเปิดประตูฝั่งคนขับ เพื่อจะได้เปิดประตูฝั่งอื่นๆได้ เนื่องจากระบบล็อกเป็นระบบอัตโนมัติ เมื่อล็อกฝั่งคนขับประตูจึงล็อกทั้งหมด ใช้เวลาไม่นานก็สามารถทำการเปิดประตูได้สำเร็จ

          นางสาวโสภิต พลบุตร อายุ 37 เป็นชาวตำบลขลุง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นอาของน้องฟิ๊น อายุ 9 เดือน หนูน้อยคนดังกล่าวเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนก็นอนอยู่ในรถกับน้อง โดยสตาร์ทเครื่องไว้ แต่อาอีกคนที่มาด้วยกันซื้อของเสร็จ และจะเอาของเก็บที่ท้ายรถ จึงลงไปช่วยเปิดท้ายรถให้ ซึ่งกุญแจก็ยังเสียบอยู่ ตอนลงไปจึงดันปิดประตูไว้ แต่จังหวะนั้นรถดันเกิดล็อกประตูเองทั้งหมด จึงโทรศัพท์แจ้งคนมาให้การช่วยเหลือเปิดประตู ตกใจมากไม่คิดว่ารถจะล็อกเอง จึงฝากเตือนคนที่ใช้รถระบบล็อกอัตโนมัติหรือระบบไฟฟ้าให้ระวังมากกว่าตน ครั้งนี้ถือว่าตนโชคดี

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผบก.ภ.จว. นครศรีธรรมราช ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้า เหตุยิงกันเสียชีวิต สภ.ขนอม

         วันนี้ (3 ก.ย.62) เวลา 08.00 น. พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว. นครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม สภ.ขนอม พบ พ.ต.อ.เธียร บาลทิพย์ ผกก.สภ. ขนอม และข้าราชการตำรวจในสังกัดให้การต้อนรับ

          ในการนี้ได้ร่วมประชุมกำชับข้อราชการต่าง ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ สภ.ขนอม และประชุมติดตามความคืบหน้าและสั่งการกรณีเหตุ ยิงกันเสียชีวิต เหตุเกิด หน้าร้านตะไคร้หอมคาราโอเกะ ม.1 ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช

          จากนั้นเวลา 08.45 น.ได้เดินทางไปเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย และให้ความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

มุกดาหาร # แม่ทัพภาค 2 และประธาน พสบ. รุ่นที่ 2 มอบบ้านพร้อมเงินบริจาคให้แก่ผู้พิการประสบอุทกภัย

          เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2562 พลโทธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 และพล.ต.เกียรติศักดิ์ วิเวก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 ประธานนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร(พสบ.) กองทัพภาคที่ 2 รุ่นที่ 2 มอบบ้านและเงินบริจาคของนักศึกษาฯ ให้แก่นางอุดร วงศ์ปัญญา ราษฎรพิการที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมกระแสน้ำพัดบ้านพังเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ที่บ้านเลขที่ 89 หมู่ที่ 7 บ้านคูสว่าง ตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

          โดยมีนายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ กรรมการนักศึกษาฯ ผู้แทนสื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร และศิลปิน นักร้อง นักแสดง ร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก


พวงเพชร หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร #ตม.จว.มุกดาหาร จับคนลาวอยู่เกินกำหนด (Overstay) 594 วัน

         วันนี้ (3 ต.ค. 2562) เวลา 05.40 น. ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และพ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร โดยการนำของ : พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม MR.KHAMPHOU อายุ 20 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1958496 ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”
สถานที่จับกุม : หน้าร้านขายเสื้อผ้าภายในบริเวณลานจอดรถก่อนข้ามพรมแดน (ติดกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2) ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

         พฤติการณ์ในการจับกุม : ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกองบังคับ การตรวจคนเข้าเมือง 4 ให้ระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) และผู้กระทำผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) ว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติลาวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด จะเดินทางมาที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนมุกดาหารเพื่อออกนอกราชอาณาจักร ต่อมาในวันนี้ (3 ต.ค.2562) ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ออกตรวจพื้นที่และวางกำลังโดยรอบบริเวณลานจอดรถก่อนข้ามพรมแดน จนกระทั่งตรวจพบ MR.KHAMPHOU อายุ 20 ปี สัญชาติ ลาว (ทราบชื่อ-สกุล อายุ และสัญชาติภายหลัง) นั่งอยู่ที่มุมหน้าร้านขายเสื้อผ้าบริเวณที่เกิดเหตุ มีรูปร่างลักษณะคล้ายคนต่างด้าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ผู้ถูกจับได้ยื่นเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง (LAISSEZ-PASSER) แสดงตนว่าเป็นบุคคลสัญชาติ ลาว แต่ไม่มีตราประทับของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร แต่อย่างใด จากการสอบถามผู้ถูกจับรับว่าตนเป็นคนต่างด้าวสัญชาติ ลาว ได้ลักลอบอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ต่อมาผู้ถูกจับได้นำหนังสือเดินทางเลขที่ P1958496 ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสัมภาระมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม

          จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) พบว่าผู้ถูกจับได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2561 (18 JAN 2018) ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึง วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 (16 FEB 2018) แต่ผู้ถูกจับได้อยู่ในราชอาณาจักรมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดข้อหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป.


เดวิด มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร #ทหารพรานบุกตรวจจับกุมหนุ่มใหญ่ เอเย่นต์ค้ายาบ้าพร้อมของกลาง 400 เม็ด

มุกดาหาร กองร้อยทหารพรานบุกตรวจจับเครือข่ายยาบ้าสองฝั่งโขง โดยใช้อาชีพหาปลาลักลอบส่งยาบ้ากันจากเครือข่ายฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกลางแม่น้ำโขงมาเปิดบ้านมั่วสุมเสพยา ขายยา กลางหมู่บ้านถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมพร้อมของกลางยาบ้ารวมจำนวน 400 เม็ด

          จังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อยที่ 2110 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านไม่มีเลขที่ อยู่ที่บ้านท่าไคร้ ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ตรวจสอบเฝ้าติดตามกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ ดังกล่าว จนกระทั่งสืบทราบว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติด และจำหน่ายยา จริงตามที่สายลับแจ้งมา

          จึงได้นำกำลังทหารพราน เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายขณะเดียวกันได้มีชายกำลังขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวตรวจสอบชายดังกล่าวทราบชื่อคือนาย จินดา โคตรรสขึง อายุ 54 ปีเป็นเจ้าของบ้านตรวจค้นตามตัวพบกระเป๋าผ้าคาดเอวด้านในกระเป๋ามีกระปุกครีมพลาสติกด้านในพบยาบ้าจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาเข้าไปตรวจค้นภายในบ้าน

          จากการตรวจค้นพบยาบ้า 2 มัด อยู่บนตู้เย็นโดยใช้ถุงมือทับไว้ตรวจสอบพบยาบ้ารวมจำนวน 400 เม็ดโดยผู้ต้องหารับว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนจริง เจ้าหน้าที่สอบสวนว่ายาบ้ารับมาจากใคร อยู่ที่ไหนผู้ต้องหารับสารภาพว่าสั่งชื้อมาจากเครือข่ายฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน มาส่งให้กลางแม่น้ำโขงทำมาหลายครั้งแล้ว เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้าส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหารเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร รายงาน

อบต.ท้ายดง จัดการสอบวัดผลให้กับนักเรียนผู้สูงอายุเพื่อพัฒนาควมมคิดและความจำ

         ที่โรงเรียนสร้างสุขผู้สูงวัย องค์การบริหารส่วนตำบลท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ น. ส.ฉัตรนภา เมืองแป้น นายกอบต.ท้ายดง ผู้อำนวยการโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงวัย ได้จัดให้มีการสอบวัดผลให้กับนักเรียนผู้สูงวัยในภาคเรียนที่1/2562 ขึ้น

         โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความคิดความจำและการถ่ายทอดความรู้ในวิชาเรียน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับวิชาที่สอบในวันนี้มีวิชาพระพุทธศาสนา, คณิตศาสตร์, ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีคุณครูอาสาจากอบต.ท้ายดงและเหมืองทองอัคราเป็นผู้ออกข้อสอบ มีนักเรียนเข้าสอบทั้งสิ้น 66 คน หลังจากนั้นได้มีการนันทนาการก่อนปิดเทอมภาคเรียนที่1บรรยากาศเป็นไปด้วยความสุขความสนุกสนาน

ยุทธ ศรีทองสุข ภาพ/ข่าว

ลพบุรี-หลวงพ่อมอบเงินช่วยเหลือคนตาย สองแสนบาทและให้คนขับรถขอขมาญาติ

         เมื่อเวลา 19.00 น.วั้นที่ 2 ต.ค. 62 หลวงพ่ออลงกต ได้มอบหมายให้พระครูภัทรปัญญาวุธ เจ้าอาวาสวัดสิงห์คูยาง เจ้าคณะอำเภอโคกสำโรง เป็นตัวแทนไปกับลูกศิษย์ นำเงินจำนวน 2 แสนบาท ไปมอบให้กับญาติผู้เสียชีวิต รายละ 100,000 บาท โดยมีนางประนอม ปัญญา อายุ 67 ปี แม่ของนางระอุ่น ปัญญา และ น.ส.อรสา แสนอภัย อายุ 27 ปีบุตรสาวนายสุนทร เป็นผู้รับมอบ เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเรื่องค่าทำศพเบื้องต้นไปก่อน โดยไปมอบกันที่ สภ.โคกสำโรง รวมทั้งไปร่วมในการสวดพระอภิธรรมศพทั้ง 2 ศพด้วย ทั้งที่สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายสุนทร ที่วัดวังขอนขว้าง ซึ่งจะการฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค.นี้ ส่วนศพนางระอุ่น ปัญญา จะทำการฌาปนกิจในวันที่ ที่ 3 ต.ค. นี้ ที่วัดห้วยเจริญ โดยก่อนหน้านี้ทางหลวงพ่อได้สั่งให้นำพวงหรีดไปวางที่หน้าศพทั้ง 2 แล้ว

          นอกจากนี้ หลวงพ่ออลงกต ยังมีความเป็นห่วงในครอบครัวของผู้เสียชีวิตถามกับลูกศิษย์ที่เดินทางไปดูแลตลอดโดยวันนี้กำชับให้ดูแลทั้งสองครอบครัวให้ดีที่สุด และในโอกาสเดียวกันนี้ได้ให้นายพีระพงษ์ เหล่าลูกอินทร์ อายุ 22 ปี คนขับรถในวันเกิดเหตุเข้าขอขมาญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองราย ซึ่งหลวงพ่ออลงกตต้องการที่จะเดินทางกลับไปพักรักษาตัวที่วัดพระบาทน้ำพุ เนื่องจากมีความเกรงใจผู้ที่มาพักรักษาตัวคนอื่น ๆ เพราะมีลูกศิษย์มาเยี่ยมตลอดทั้งวันทำให้ผู้ป่วยคนอื่น ๆ ไม่ได้พักผ่อน รวมทั้งในเรื่องของการจอดรถที่ทาง รพ.พระนารายณ์มหาราชมีพื้นที่จำกัด ทั้งนี้ก็ต้องลองคุยกับทางคณะแพทย์ที่มาทำการรักษาว่าจะสามารถกลับไปพักฟื้นที่วัดได้หรือไม่ เพื่อที่จะได้อำนวยความสะดวกกับทางศิษย์ยานุศิษย์ได้อีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน ซึ่งทางแพทย์ได้อนุญาตให้หลวงพ่อกลับไปพักรักษาตัวได้ในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค.นี้

          ขณะที่ทางลูกศิษย์คนสนิทของ หลวงพ่ออลงกต ได้เปิดเผยว่าก็ยังมีลูกศิษย์บางรายที่ หลวงพ่ออลงกต ได้อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากมีเรื่องงานที่จะต้องคุยกันในการดำเนินงานต่อ ซึ่งก็มีนายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผวจ.ลพบุรี นายกเหล่ากาชาด และนายจำเริญสละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี เพราะมีภารกิจที่จะต้องมาประสานงานกันในการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี

          ทางด้าน พ.ต.ท.ณัฐพล พงษานุวัฒน์ พงส.สภ.โคกสำโรง เจ้าของคดี ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ได้ดำเนินการสอบปากคำไปแล้ว 5 ปากคือ หลวงพ่ออลงกต คนขับรถ ลูกศิษย์ที่นั่งมาด้านข้าง ซึ่งให้การว่าในช่วงที่เกิดเหตุนั้นขับมาด้วยความเร็วประมาณ 130 กม/ชั่วโมงมาถึงจุดที่เกิดเหตุมีรถยนต์กระบะตัดหน้ากะทันหันทำให้ไม่สามารถเบรกหรือหยุดรถได้ทัน รวมทั้งสอบปากคำพยานในจุดที่เกิดเหตุและญาติผู้เสียชีวิต แต่จะต้องมีการสอบปากคำเพิ่มเติมหลังจากเสร็จพิธีศพไปก่อน โดยรถที่ หลวงพ่ออลงกต นั่งมานั้นมี พรบ.และประกันชั้น 1 ทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของการดูแลค่าเสียหายและทาง พนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม

ภาพ/ข่าวนายโยธิน พรมแตง
นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090 รายงาน

คณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี

           วันนี้ 2 ตุลาคม 2562 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดปัตตานี คณะกรรมมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม รองประธานคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางเข้าพบนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี และจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปภารกิจและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ สามารถดำเนินการตามกฏหมายกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง

          ในส่วนการพัฒนาพื้นที่และสร้างความเจริญ สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ จังหวัดปัตตานีได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “เมืองเกษตรอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ฮาลาลคุณภาพของประเทศ เป็นสังคมพหุวัฒธรรมที่สันติสุข” อีกทั้งมีการกำหนดการขับเคลื่อนจังหวัดปัตตานี 4 วาระ คือ ขจัดภัยยาเสพติดเร่งเศรษฐกิจให้เฟื่องฟู สร้างบ้านเมืองให้น่าอยู่ เชิดชูคนดี การขับเคลื่อนจังหวัดปัตตานีให้ห้วงเวลาที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนได้รวมพลังกันขับเคลื่อนจังหวัดปัตตานี โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อสร้างปัตตานีให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป จากนั้นเวลา 10.30 น. ได้เดินทางเข้าเยี่ยมหน่วยและรับฟังบรรยายสรุปภารกิจ การจัดหน่วย ตลอดจนสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ณ จังหวัดทหารบกปัตตานี ค่ายอิงคยุทธบริหาร

#คณะกรรมาธิการทหาร #สภาผู้แทนราษฎร #จังหวัดปัตตานี  #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล :ผู้สื่อข่าว – ธรรมนูญ คีรีนารถ /ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี