มุกดาหาร # สนง. พัฒนาชุมชน อ.นิคมคำสร้อย พัฒนาศักยภาพสตรี ตำบลนิคมคำสร้อย

          เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00น. สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลนิคมคำสร้อยและกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดมุกดาหาร ดำเนินงานโครงการ”พัฒนาศักยภาพสตรี สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลนิคมคำสร้อย” ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดมุกดาหาร ประเภทเงินอุดหนุน

          โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพสตรีตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย ให้มีความรู้ความเข้าใจในการขับเคลื่อนงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เทคนิควิธีการเขียนโครงการขอรับการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน และเงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี การเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ ส่งเสริมการออม การสาธิตและฝึกอาชีพการทำอาหารพื้นถิ่น ขนมไทย เรียนรู้การก้าวสู่สตรียุคไทยแลนด์ 4.0 เศรษฐกิจทันสมัย เกษตรคุณภาพสูง การท่องเที่ยวชายโขง เชื่อมโยงอาเซียน Smart City ในการดำเนินงานครั้งนี้

          โดยได้รับการสนับสนุนคณะวิทยากรจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม เช่น นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำสร้อย นายชัยณรงค์ กาญจะนะกันโห หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน นายธนโชติ โชติบุญยศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดมุกดาหาร นางเกศลา ทองคำเจริญ พัฒนาการอำเภอนิคมคำสร้อย ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดมุกดาหาร ปราชญ์ชาวบ้านด้านเศรษฐกิจพอเพียง ด้านอาชีพ ผู้นำสตรีที่ประสบผลสำเร็จในการประกอบอาชีพ กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 220 คน ดำเนินการ ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร.


พวงเพชร ภาพ/ข่าว
////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///////

ฉลอง 25 ปี “เทสโก้ โลตัส” เอาใจลูกค้าสายชิมยก 30 ร้านอาหารอร่อย ไทย-เทศ ไว้ในงานเทศกาล “แซ่บ ฟู้ด เฟส”

ฉลอง 25 ปี “เทสโก้ โลตัส” เอาใจลูกค้าสายชิมยก 30 ร้านอาหารอร่อย ไทย-เทศ ไว้ในงานเทศกาล “แซ่บ ฟู้ด เฟส”

          วันนี้​ วัน​ศุกร์​ที่​ 11 ตุลาคม 2562 : เทสโก้ โลตัส จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ด้วยการผนึกกำลังกับ “ครัวคุณต๋อย” โดยรวบรวมแซ่บเด็ด ร้านอาหารดังทั่วไทยที่คัดสรรมาเพื่อคุณได้ฟิน เตรียมพบความพิเศษที่งาน “แซ่บ ฟู้ด เฟส 2019” (ZAAP FOODS FEST 2019) เทศกาลของแซ่บเด็ดกินอร่อย แซ่บตลาดแตก ร้านอาหารทั่วไทย ทั้งแนวไทยและแนวเทศชื่อดังรวมกันเป็นครั้งแรก ณ เทสโก้ โลตัส 50 สาขาทั่วประเทศ พร้อมพบกับกิจกรรมสุดพิเศษแซ่บสัญจร ณ ลานกลางแจ้ง 4 สาขาทั่วไทย อาทิ “พระราม 4-บางใหญ่-ภูเก็ต ถลาง-ยโสธร” ในระหว่างวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม–วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2562

          พิเศษสุดในช่วงจัดเทศกาลอาหาร เมื่อท่านซื้อสินค้าในโซนพลาซ่าครบ 200 บาทขึ้นไป สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับคูปอง 50 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าครั้งต่อไปในพื้นที่ขายเทสโก้ โลตัส ได้อีกด้วย

          คุณปรากรม กีรตวนิชเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารพื้นที่เช่า เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า งาน แซ่บ ฟู้ด เฟส 2019 ได้ถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 25 ปี เทสโก้ โลตัส ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารในราคาที่เอื้อมถึงได้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกสำหรับลูกค้า หากนึกถึงอาหารอร่อยหลากหลายจากร้านดังทั่วทิศในราคามิตรภาพให้นึกถึง เทสโก้ โลตัส

          สำหรับงานแซ่บ ฟู้ด เฟส 2019 จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ FOOD+TAINMENT มีการออกร้านอาหารชื่อดังทั่วไทยพร้อมกับความบันเทิงบนเวทีที่จะสร้างความสุขใจให้กับลูกค้าที่มาร่วมงานในครั้งนี้ สำหรับร้านอาหารทั้งเมนูไทยและนานาชาติกว่า 30 ร้านดังนั้นจะเน้นคุณภาพ รสชาติอร่อย โดยเป็นร้านจากครัวคุณต๋อย 20 ร้าน และร้านดังทางโซเชี่ยลมีเดียกว่า 10 ร้าน​ อาทิ

          สายอาหารไทย “หมูสะเต๊ะแม่จันทร์” ร้านดังโดยสูตรลับประจำตระกูลแม่จันทร์ จนแฟนคลับต้องตามไปในงานอีเว้นท์ต่าง ๆ​ “ร้านยำเสน่ห์” “ร้านสถานีมีหอย” ร้านดังแห่งโลกโซเชี่ยลมีเดียที่ออกทุกรายการอาหาร รายการโทรทัศน์ชื่อดังแห่งตลาดหัวมุม

          สายอาหารฝรั่งต้อง “ร้าน Spaghetti House 789” กับเมนูสปาเก็ตตี้ผัดใหม่จานต่อจาน มีให้เลือกหลายเมนู เครื่องแน่นมาก สายแข็งต้องออกทุกอีเว้นท์งานสายอาหารญี่ปุ่นต้อง “ร้าน baby octopus takoyaki” ทาโกะยากิร้านนี้ใส่ลูกปลาหมึกขนาดใหญ่ลงไป ทำให้ทาโกะยากิเนื้อเยอะ ลูกใหญ่ ตามด้วยน้ำซอส มีทั้งซอสหวาน และซอสเผ็ด เอาใจเหล่าบรรดานักชิม

          สายชอบกินชีสต้อง “ร้าน Eat me cheese” ร้านนี้ไม่ได้เอาใจแค่คนชอบชีส เพราะขนมปังชีสยืดของเขาเพิ่มความอร่อยด้วยไส้อย่าง แฮมหรือเบคอน แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน พร้อมปิ้งขนมปังจนกรอบนอกนุ่นใน ชีสร้อนๆ เยิ้มๆ เมื่อไหร่ก็พร้อมเสิร์ฟให้คุณทันที คนเข้าคิวจนต้องเชิญไปออกรายการดังถ่ายภาพทั่วโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค และ “Doni Nacho” ร้านดังแห่งตลาดนัดรถไฟในตำนานที่ทุกคนต้องเข้าคิวเพื่อสัมผัสกับรสชาติชีส กับเมนูเด็ด “มันฝรั่งสามเหลี่ยมทอดลาดชีสเยิ้ม”

          สายเกาหลีพบกับ “ร้าน Baby Grill” มาม่าเกาหลีชื่อดัง ไก่เผ็ดซอสเกาหลี โดยใช้เนื้อไก่ราดซอสรสจัดจ้านสูตรเด็ดของทางร้านผัดรวมกับเส้นมาม่าเกาหลี คลุกเคล้าให้เข้ากัน ท๊อปปิ้งด้วยวีส ตามด้วยไข่ลวกบอกเลยว่าฟินเวอร์

          สายเนื้อต้อง “ร้านโคตรเนื้อ วากิวไทย เบิร์นไฟ” ฉีกทุกกฎเนื้อย่างเสียบไม้ไทย วากิวไทยบวกซอสสูตรลับ 70 ปี ฉายาโคตรเนื้อคิวโคตรยาว และ “ร้าน GRILL 63 degrees” ร้านสเต๊กเนื้อลูกเต๋าออสเตรเลียที่เนื้อนุ่มมากและเนื้อชิ้นหนา

          คุณปรากรมฯ กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ยังมีมหกรรมบันเทิงต่าง ๆ อาทิ การประกวดตำลีลา,การประกวดนักร้องเสียงแซ่บ,การแข่งกินอาหารจานยักษ์ และการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ซึ่งเราคาดหวังในการจัดงานครั้งนี้ว่า จะช่วยเปิดโอกาสและเพิ่มสีสันความแซ่บให้กับบรรดานักชิมทั้งหลายได้อร่อยแซ่บสุดคุ้มใกล้บ้านคุณ โดยเราได้รวบรวมร้านอาหารดังจากทั่วประเทศมาไว้ในงาน แซ่บ ฟู้ด เฟส 2019 นี้แล้ว

วันจัดกิจกรรมสไตล์ FOOD + TAINMENT (อาหาร+ความบันเทิง) ณ เทสโก้ โลตัส ทั้ง 4 สาขา มีดังนี้

  • วันศุกร์ที่ 11- วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 : เทสโก้ โลตัส สาขาพระราม 4 โดยในวันเปิดงาน วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562 เวลา 15.30 น. พบไฮไลต์เด็ดคือ การรังสรรค์เมนู “ข้าวผัดต้มยำ กระทะยักษ์” และวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562 พบกับศิลปิน “ปาล์มมี่”
  • วันศุกร์ที่ 18–วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562 : เทสโก้ โลตัส สาขาบางใหญ่ พบกับศิลปินนักแสดง “โก๊ะตี๋”
  • วันศุกร์ที่ 25-วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562 : เทสโก้ โลตัส สาขาภูเก็ต ถลาง พบกับศิลปิน “L กฮ”
  • วันศุกร์ที่ 1-วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2562 : เทสโก้ โลตัส สาขายโสธร พบกับศิลปิน “เบียร์ พร้อมพงษ์”

          “นอกจากลูกค้าจะได้รับประทานอาหารคุณภาพ รสชาติอร่อยที่หลากหลายพร้อมความบันเทิงแบบจัดเต็มแล้ว ในช่วงจัดงานเมื่อท่านซื้อสินค้าในโซนพลาซ่าครบ 200 บาทขึ้นไป (สามารถรวมใบเสร็จได้) นำมาแลกรับคูปองส่วนลด 50 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าครั้งต่อไปในพื้นที่ขายเทสโก้ โลตัส ได้อีกด้วย สำหรับในเรื่องอาหารแล้วเทสโก้ โลตัส เราให้ความสำคัญในระดับนโยบาย

          เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงานแซ่บ ฟู้ด เฟส 2019 ที่สุดของความอร่อยและหรรษาแบบอลังการ คัดสรรมาพิเศษเพื่อให้คุณฟิน ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2562 จะไม่มีคำว่าผิดหวังในความแซ่บตลอดระยะเวลาที่จัดงาน พร้อมเตรียมพบกับความอร่อยได้ทุกเดือน โดยลูกค้าจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความอร่อยที่จะยกทัพมาเสิร์ฟคุณอีกมากมายที่เทสโก้ โลตัส สาขาใกล้บ้านคุณทั่วประเทศ ” คุณปรากรม กล่าวสรุปปิดท้าย

สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของเทสโก้ โลตัสได้ที่เว็บ
https://www.tescolotus.com/news/view/583

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ประกาศ” ห้องอาหาร ยกยอมารีน่า ถนนท่าดินแดง ซอย 20 เขตคลองสาน ได้เข้าร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้”

          “ประกาศ” จากทางห้องอาหาร ยกยอมารีน่า ถนนท่าดินแดง ซอย 20 เขตคลองสาน ได้เข้าร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้” ลูกค้าท่านใดสนใจใช้สิทธิ์ ทางร้านของเราสามารถชำระผ่านทางชิมช้อปใช้ได้แล้ว​ โดยลูกค้าที่สนใจ สามารถติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 02-8630565​ และ02-8630566

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนตม.รวบหนุ่มเวียดนาม​ มีหมายจับ ฉ้อโกงคนไทย​ และคนเวียดนาม มูลค่ากว่า 130 ล้านบาท

สืบสวนตม.รวบหนุ่มเวียดนาม​ มีหมายจับ ฉ้อโกงคนไทย​ และคนเวียดนาม มูลค่ากว่า 130 ล้านบาท

         วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 11 ต.ค.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.​ และพล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย​ชาวเวียดนาม ตามหมายจับของศาลจังหวัดพิจิตร​ ที่ฉ้อโกงคนไทยและคนเวียดนาม มูลค่ากว่า 130 ล้านบาท

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562​ กองบังคับการสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานจากสถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร ว่ามีผู้ต้องหาชาวเวียดนามตามหมายจับของศาลจังหวัดพิจิตร ที่ จ.176/2562 ลง 23 ส.ค.62 ชื่อ MR.NGOC อายุ 30 ปี สัญชาติเวียดนาม ได้หลบหนีออกจากประเทศไทย โดยขอความร่วมมือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบ หากผู้ต้องหาเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทยให้จับกุม​ และนำส่งสถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร​ เพื่อดำเนินคดี

         ซึ่งต่อมาชุดสืบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง,ชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน กองบังคับตรวจคนเข้าเมือง 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง,ชุดศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ​ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนัก งานตรวจคนเข้าเมือง​ และชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่ามีบุคคลชื่อ​ MR.NGOC จะเดินทางโดยเครื่องบินจากประเทศเวียดนามมายังประเทศไทย ในวันที่ 2 ตุลาคม 2562 เวลา 13.30 น.

          ซึ่งหมายเลขหนังสือเดินทางไม่ตรงกับเลขหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาตามหมายจับ ผู้บังคับบัญชาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้ต้องหาหมายจับหรือไม่ ชุดสืบสวนจึงได้เฝ้าสะกดรอยจนพบ MR.NGOC ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ จึงได้เชิญตัวไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับระบบ BIOMETRICS ผลยืนยันว่า MR.NGOC เลขหนังสือเดินทาง C 817xxxx เป็นบุคคลคนเดียวกับ MR.NGOC หมายเลขหนังสือเดินทาง C 663xxxx ผู้ต้องหาตามหมายจับข้างต้น จึงได้แสดงหมายจับให้ MR.NGOC ผู้ต้องหาทราบ โดยผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง​ และได้ไปทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ภายหลังจากถูกออกหมายจับ จากนั้นชุดสืบสวนจึงจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​อีกว่า​ พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของผู้ต้องหานั้น​ ได้ร่วมขบวนการกับผู้ต้องหาคนไทย​ และคนเวียดนามรวม 7 คน ชักชวนผู้เสียหายซึ่งมีทั้งคนไทยและคนเวียดนามจำนวนหลายสิบคน ให้ร่วมลงทุนกับกลุ่มผู้ต้องหา โดยหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าสามารถนำเงินดิจิทัลสกุล onecoin มาใช้แทนเงินสดในการจับจ่ายซื้อสินค้าต่างๆ ที่ประเทศไทยได้ ซึ่งในช่วงเวลานั้นทั้งในประเทศเวียดนามและประเทศอื่นๆ เงินดิจิทัลสกุล one coin ประสบปัญหาไม่เป็นที่ยอมรับ จึงไม่สามารถใช้ซื้อสิ้นค้าหรือแลกเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินอื่นๆ ได้

         โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้หลอกลวงผู้เสียหายว่าหากนำเงินสดมาลงทุนในเงินดิจิทัลสกุล one coin ที่ประเทศไทยจะสามารถนำมาใช้ซื้อทองคำ รถยนต์ ที่ดิน​ และสิ่งปลูกสร้าง โดยมีข้อตกลงว่าการซื้อขายทองคำ 1 บาท ให้นำเงินสด ครึ่งหนึ่งและใช้เงินดิจิทัล onecoin ครึ่งหนึ่งตามมูลค่าทองคำในท้องตลาด หากทองคำราคาบาทละ 20,000 บาท ให้จ่ายเงินสด 10,000 บาทและเงินดิจิทัล onecoin ตามที่บริษัทกำหนด​ และจะได้รับดอกผลตอบแทนจากการร่วมลงทุนด้วย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้เดินทางมาพบผู้ต้องหา​ และนำเงินสดมาร่วมลงทุน ณ ที่บริษัทของกลุ่มผู้ต้องหา ที่จังหวัดพิจิตร ต่อมาภายหลังผู้เสียหายหลายคนพบว่าหลังจากที่หลงเชื่อร่วมลงทุนไปแล้ว ไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงหรือโฆษณากล่าวอ้างไว้ จึงทราบว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาหลอกลวง และได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ จึงขอแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยว่า เมื่อพบเห็นการโฆษณาชวนเชื่อชักชวนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจสกุลเงินดิจิทัล​ และจะได้รับผลตอบแทนที่สูงภายในช่วงระยะเวลาสั้น ประชาชนควรระมัดระวัง ศึกษาข้อมูลและรายละเอียดให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะมีความเสี่ยงที่มูลค่าจะผันผวนหรือปรับลดค่าลงได้อย่างรวดเร็ว และอาจใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวง​ และฉ้อโกงประชาชนได้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการโฆษณาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จะให้ผลตอบแทนสูง หากมีการหาสมาชิกเพิ่มได้มาก อีกทั้ง onecoin ไม่ใช่สกุลเงินที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทย โดยสามารถติดตามข่าวสารและสอบถามรายละเอียดจากธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชาสัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.3 รวบเฒ่าเมกา ครอบครองสื่อลามกเด็ก มีหมายจับต่างประเทศ

         วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 11 ต.ค.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู)สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3​ และพ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวรวบเฒ่าชาวอเมริกัน​ ครอบครองสื่อลามกเด็ก และมีหมายจับต่างประเทศ

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.62 ทางการสหรัฐอเมริกาได้ประสาน สตม.ขอให้ติดตามจับกุมตัว นายลอเรนซ์ (Lawrence ขอสงวนนามสกุล) อายุ 77 ปี สัญชาติอเมริกัน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีหมายจับในรัฐมิชิแกน คดีครอบครองและแจกจ่ายสื่อลามกอนาจารเด็กโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และถูกยกเลิกหนังสือเดินทางแล้ว ต่อมา บก.ตม.3 ได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากนายลอเรนซ์ฯ​ มีพฤติการณ์เป็นบุคคลต้องห้าม ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ต.ค.62 กก.สส.บก.ตม.3 ได้สืบสวน พบว่านายลอเรนซ์ฯ​ พักอาศัยอยู่ใน จ.ปทุมธานี จึงได้แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรให้ทราบ ระหว่างนำนายลอเรนซ์ฯ​ ไปเก็บสัมภาระ​ และนำตรวจค้นในบ้านที่พักอาศัย

          พบว่ามีรูปภาพเด็กติดอยู่ในบ้านหลายภาพ​ และพบกล่องซึ่งมีซีดีหลายแผ่นอยู่ภายในบ้าน จึงขอให้นายลอเรนซ์ฯ​ นำติดตัวมาด้วยเพื่อความบริสุทธิ์ใจ จากการร่วมกันตรวจสอบพบว่าแผ่นซีดีปรากฏภาพ​ และเสียงเป็นสื่อลามกอนาจารเด็กอยู่ในความครอบครองของนายลอเรนซ์ฯ​ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/1 จำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และนายลอเรนซ์ฯ​ ให้การรับสารภาพว่าเป็นสื่อลามกในความครอบครองของตนมีไว้ในความครอบครองเพื่อความต้องการทางเพศของตนจริง กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้จับกุมตัว ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​ และเมื่อดำเนินคดีตามกฏหมายของประเทศไทยเสร็จสิ้นแล้ว สตม.จะดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชาสัมพันธ์​ให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ มหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายประเสริฐ บุญเรือง เข้ารับตำแหน่ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ​ (ศธ.) วันแรก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ข้าราชการในสังกัดต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายประเสริฐ บุญเรือง เข้ารับตำแหน่ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ​ (ศธ.) วันแรก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ข้าราชการในสังกัดต้อนรับอย่างอบอุ่น

         เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ที่ กระทรวงศึกษาธิการ : นายประเสริฐ​ บุญเรือง​ ได้เข้ารับตำแหน่ง​ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)วันแรก โดยมีผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ รอให้การต้อนรับ โดยเวลา 08.39 น.เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์สยามิศรจักรีสัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรัง สรรค์ พร้อมสักการะเครื่องบูชาศาลพระภูมิ รวมทั้งถวายสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และไหว้ศาลปู่เจียม เพื่อเป็นศิริมงคล

          และในเวลา 09.09 น. นายประเสริฐฯ ถือฤกษ์เข้าห้องทำงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมกับสักการะบูชาพระพุทธรูปในห้องทำงาน หลังจากนั้นหน่วยงาน ส่วนราชการในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมแสดงความยินดีกันอย่างเนืองแน่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น

          นายประเสริฐฯ เปิดเผยภายหลังการเข้ารับตำแหน่งว่า ตนหารือกับ นายอำนาจ วิชยานุวัติ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.),นายณรงค์ แผ้วพลสง รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา (กอศ.) และนายสุภัทร จำปาทองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ว่าทุกองค์กรหลัก​ จะต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน ขับเคลื่อน นโยบายของนายณัฏฐพล ที่ปสุวรรณ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพ

          โดยเฉพาะ​นโยบายที่รัฐมนตรีว่าการศธ. ที่กำชับเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณปีงบ 2563 โดยขอความร่วมมืองดการศึกษาดูงานต่างประเทศ 1 ปี ลดการจัดอบรมสัมมนา จัดอีเวนท์ รวมถึงทบทวนงบประมาณที่มีความซ้ำซ้อน ซึ่งตนได้มอบหมายให้สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.) กำหนดหลักเกณฑ์ รูปแบบ ลักษณะข้อห้ามต่างๆ ในการดำเนินการจ่ายงบประมาณ เพื่อการทำงานเป็นแนวทางเดียวกันให้กับองค์กรหลัก และหน่วยงานในกำกับปฏิบัติตาม เพราะถ้าไม่กำหนดหลักเกณฑ์ออกมาชัดเจน จะเกิดความเหลื่่อมล้ำ​ และไม่ก่อให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยจะออกหลักเกณฑ์ให้เร็วที่สุด คาดว่าภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้จะแล้วเสร็จ

          “ส่วนเรื่องการทุจริตในกระทรวงนั้น เชื่อว่าจะไม่มีใครกล้าทำ เพราะรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ประกาศชัดเจนว่าถ้าพบใครทำจะไม่ปล่อยไว้แน่นอน ส่วนงานเร่งด่วนที่จะต้องทำคือ เรื่องการใช้งบประมาณ ที่ต้องเข้าไปเสนองบประมาณของศธ.ต่อสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 17-18 ตุลาคมนี้ ผมเชื่อว่าหลังจากที่ชี้แจงเสร็จแล้ว งบฯใดที่หน่วยงานใดขาด งบฯใดที่ยังหลวม ประสิทธิภาพยังไม่แน่นจะสามารถเกลี่ยกันภายในกระทรวง โดยไม่รบกวนภาษีของประชาชนมาเพิ่มเติม” นายประเสริฐฯ กล่าว

          นายประเสริฐกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องโครงสร้าง ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ศธ. ตั้งคณะปฏิรูปการศึกษา 15 คน เพื่อจะขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษานั้น คณะกรรมการชุดนี้จะปฏิรูปการศึกษาทุกเรื่อง​ และทุกภาคส่วนไม่ใช่เพียงโครงสร้างศธ.เท่านั้น จะรวมถึงการปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสร้างเป็นต้น ทั้งนี้จะมีคณะกรรมการเพิ่มขึ้นอีก 1 คณะเพื่อดูเรื่องโครงสร้าง ศธ.โดยเฉพาะ โดยรัฐมนตรีว่าการศธ. จะเป็นผู้แต่งตั้ง ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้า

          “เรื่องการปรับโครงสร้าง ศธ. ผมขอรอฟัง​ นโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ก่อน ว่าจะจัดการอย่างไร และจากที่ผมฟังนโยบายจากนายวิษณุ และรัฐมนตรีว่าการ ศธ. พบว่าโครงสร้างศธ.น่าจะมีการปรับแก้สิ่งที่ซ้ำซ้อน ไม่ว่าจะเป็นในระดับภูมิภาคหรือส่วนกลาง และในอนาคตโครงสร้างของศธ.จะเป็นอย่างไร ยังตอบไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการทุกชุด ที่ตั้งขึ้นมากำหนดรูปแบบโครงสร้าง ศธ.อย่างไร แต่ผมยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบสิทธิ และข้าราชการทุกภาคส่วนจะต้องได้รับความเป็นธรรม ใครเคยมีตำแหน่งอะไร ใครเคยได้ระดับไหนก็จะได้ผลประโยชน์ทุกอย่างที่เคยได้ จะไม่มีลด มีแต่เสมอตัวและเพิ่มขึ้น แต่ท้ายที่สุดทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ที่จะกำหนดนโยบายการปฏิรูปการศึกษาและปรับโครงสร้างศธ.ต่อไป” นายประเสริฐฯ กล่าวในที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวน​ สตม. รวบเครือข่ายปลอมหนังสือเดินทาง​ และตราประทับปลอมแรงงานต่างด้าวเมียนมา

สืบสวน​ สตม.รวบเครือข่ายปลอมหนังสือเดินทาง​ และตราประทับปลอมแรงงานต่างด้าวเมียนมา

         วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 11 ต.ค.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม.​ และพล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุม น.ส.นีลา (MS.NILAR) อายุ 33 ปี สัญชาติ เมียนมา ตามหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ที่ จ.437/2562 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2562 ฐานความผิด “ร่วมกันปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม,ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” และนายซิน (ZIN) อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นเครือข่ายทำหนังสือเดินทางปลอมและรอยตราประทับปลอมให้กับแรงงานชาวเมียนมา

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.สงขลา ได้ทำการจับกุมนายจอ (MR.KYAW) อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมาในข้อหาปลอมและใช้หนัง สือเดินทางและเอกสารปลอมฯ โดยนายจอฯได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้ติดต่อนายหน้าชื่อ น.ส.นีลา (บุคคลตามหมายจับ) สัญชาติเมียนมา ให้ทำหนังสือเดินทางเมียนมา ในราคาเล่มละ 18,000 บาท

          โดย น.ส.นีล่าฯ​ อ้างว่าไม่ต้องเดินทางไปสถานทูตด้วยตนเอง นายจอฯ​ จึงหลงเชื่อและให้ น.ส.นีลาฯ​ เป็นผู้ดำเนินการ และไปรับหนังสือเดินทางกับ น.ส.นีลาฯ​ ภายในซอยเทียนทะเล 26 แยก 9 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. และเมื่อนำหนังสือเดินทางมารายงานตัว 90 วัน ที่ ตม.จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม จนถูกจับกุมและส่ง พงส.สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

          ชุดจับกุมศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ​ และเข้าเมือง​โดยผิดกฎหมาย (ศปชก.สตม.) จึงได้ดำเนินการสืบสวนและขอหมายค้นศาลอาญาธนบุรีฯ เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เลขที่ 279 หมู่ 7 ซอยเทียนทะเล 26 แยก 6-1 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. เมื่อวันที่ 2 ต.ค.62 พบ น.ส.นีลาฯ บุคคลตามหมายจับ และพบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา กระทำผิดกฎหมายคนเข้าเมือง จำนวน 5 ราย ข้อหาหลบหนีเข้าเมือง 3 ราย (ชาย 2 ราย หญิง 1 ราย) และข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ชาย 2 ราย

          จากการสอบถาม คนต่างด้าวให้การสอดคล้องกันว่า พวกตนได้เข้ามาพักอาศัยที่ตึกอาคารหลังดังกล่าว โดยมี น.ส.นีล่าฯ​ เป็นผู้ดูแล และจัดหางานให้ทำ ซึ่งบางรายได้มอบหนังสือเดินทางให้กับ น.ส.นีลาฯ​ เพื่อไปดำเนินการทำวีซ่าแรงงาน แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับหนังสือเดินทางคืนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุม น.ส.นีลาฯ ในข้อหา “ให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” นำส่ง กลุ่มงานสอบสวน สตม. เพื่อสอบสวนขยายผลและดำเนินการตามกฎหมาย โดย น.ส.นีลาฯ ให้การซัดทอดว่าตัวการที่เป็นผู้รับทำหนังสือเดินทางปลอมและรอยตราประทับปลอมให้กับแรงงานชาวเมียนมา คือนายซิน (ZIN) สัญชาติเมียนมา

         ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่า นายซิน (ZIN) อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นเครือข่ายทำหนังสือเดินทางปลอม และรอยตราประทับปลอมให้กับแรงงานชาวเมียนมา พักอาศัยอยู่ที่ขุมทรัพย์แมนชั่น ภายในซอยท่าข้าม 8 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ต่อมาในวันที่ 4 ต.ค.62 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ติดตาม​ และเฝ้าดูยังจุดบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประ มาณ 23.30 น. จึงพบตัวนายซินฯ​ ขับรถยนต์กระบะสีขาว ยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน 2 ฒช 6993 กทม. พร้อมกับภรรยามาจอดที่ลานจอดรถ จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบหนังสือ เดินทางและเอกสารการทำงาน และให้นำไปยังห้องเลขที่ 105 อาคารขุมทรัพย์แมนชั่น ซึ่งเป็นห้องเช่าพักอาศัย จากการตรวจสอบพบหนังสือเดินทางประเทศเมียนมา จำนวน 14 เล่ม โดยพบว่าหนังสือเดินทางเล่มหนึ่ง ระบุชื่อนาย ZAW มีการประทับการตรวจลงตราขาเข้า ตม.จ.ระยอง และสำเนาประทับเปลี่ยนเล่มหนังสือเดินทาง ตราประทับชื่อนายจ้าง และสถานที่ทำงาน

         เมื่อตรวจสอบในระบบสารสนเทศ สตม. ไม่พบข้อมูลตามที่ประทับตราในหนังสือเดิน ทางแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางอีก 13 เล่ม ไม่พบรอยประทับตราใดๆ ซึ่งนายซินฯ​ สารภาพกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่า หนังสือเดินทางทั้ง 14 เล่มเป็นของแรงงานต่างด้าวที่ไม่ผ่านการจ้างแบบ MOU และอ้างว่ามีนายหน้าชาวเมียนมาชื่ออ้วน​ ฝากเก็บไว้ ส่วนเล่มที่มีตราประทับ ตม.จ.ระยองเป็นตราประทับปลอมทั้งหมด

          ซึ่งนายจอฯ เป็นคนทำปลอมขึ้นให้กับแรงงานต่างด้าว คิดค่าทำเล่มละ 9,500 บาท ซึ่งขณะนี้นายจอฯ เดินทางกลับประเทศเมียนมาไปแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวนายซินฯ และภรรยา มาสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมที่ สตม. โดยนายซินฯ เข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 29 ต.ค.60 ได้รับอนุญาต ถึงวันที่ 31 มี.ค.63 การอนุญาตยังไม่สิ้นสุด และ ภรรยา ชื่อนาง THAE เข้าราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 29 ต.ค.60 ได้รับอนุญาตถึงวันที่ 31 มี.ค.63 การอนุญาตยังไม่สิ้นสุด

          ตามพฤติการณ์ในการจับกุมดังกล่าว พิจารณาแล้วเห็นว่า นายซินฯ และภรรยา มีพฤติการณ์ปลอมแปลงรอยตราประทับการตรวจลงตราให้กับแรงงานต่างด้าวเมียนมาที่ต้องการทำงานในประเทศไทย จึงน่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน ตามมาตรา 12(7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522

          สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ จึงดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายซินฯ และภรรยา พร้อมบันทึกรายชื่อลงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สตม. เป็นคนต่างด้าวที่มีลักษณะต้องห้าม มิให้เข้ามาในราชอาณาจักรและดำเนินการตาม มาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชาสัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย​ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ​ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผวจ.นครศรีธรรมราช พบปะเยี่ยมเยียน สมาชิกกลุ่มทอผ้าและผู้นำชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อ.ชะอวด

ผวจ.นครศรีธรรมราช พบปะเยี่ยมเยียนสมาชิกกลุ่มทอผ้าและผู้นำชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อ.ชะอวด

         บ่ายวันนี้(11 ต.ค.62) นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลง พื้นที่อำเภอชะอวด โดยมีการพบปะเยี่ยมเยียนสมาชิกกลุ่มทอผ้าและผู้นำชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ที่อาคารโรงทอผ้าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บ้านตรอกแค หมู่ที่ 4 ต.ขอนหาด อ.ชะอวด โดยมีนายวรงค์ แสงเมือง พัฒนาการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายณัฐกฤช สิทธิโอสถ นายอำเภอชะอวด นายประยงค์ หนูบุญคง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขอนหาด นางวิไล จิตรเวช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 /ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลขอนหาดร่วมให้การต้อนรับ และได้เยี่ยมชมศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแค หมู่ที่ 4 ต.ขอนหาด

         ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขอชื่นชมกลุ่มทอผ้าทุกกลุ่มที่ได้สืบสานงานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หากพระองค์ทรงรับทราบคงสบายพระราชหฤทัย ในส่วนของตนพร้อมสนับสนุนงบประมาณที่ต่อ ยอดสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ขอให้ใช้เวลาว่างในการประกอบอาชีพเพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว และตนพร้อมในการหาตลาดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ขอให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนมีความอดทน ซึ่งการทอผ้าถือเป็นการสืบสานอารยธรรมอย่างหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน จึงขอให้มีความภาคภูมิใจ

         สำหรับประวัติความเป็นมาของการทอผ้า หมู่ที่ 4 ต.ขอนหาดนั้น สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2537 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรตำบลขอนหาด อ.ชะอวด และทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแคขึ้น ปัจจุบันมีสมาชิกทอผ้ากว่า 170 ครัวเรือน แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ บ้านตรอกแค บ้านเนินมวง และบ้านขอนหาด มีทั้งทอผ้าที่กลุ่ม และทอผ้าที่บ้าน แต่ละครัวเรือนมีรายได้เสริมเดือนละ 4,000-6,000 บาท ปัจจุบันมีสถาบันการศึกษา หน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้าไปสนับสนุนส่งเสริมทั้งด้านการตลาด การออกแบบลายผ้าใหม่ ๆ รวมทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะผ้าทอยกดอกได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากที่สุด

         จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะ ได้เยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าบ้านเนิน มวง และเยี่ยมชมการผลิตและทอผ้าร้านกนกศิลป์นคร หมู่ที่ 4 ต.ขอนหาด ซึ่งเป็นเครือข่ายการทอผ้าของตำบลขอนหาด โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดแพรคลุมป้ายสนามเด็กเล่นขององค์การบริหารส่วนตำบลขอนหาดด้วย

          ต่อจากนั้นได้พบปะเยี่ยมชมกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังหอน ต.วังอ่าง อ.ชะอวด ซึ่งปัจจุบันได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี ในระดับเกรด A เพียงแห่งเดียวของจังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับความโดดเด่นของชุมชนบ้านวังหอน ได้มีการรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการล่องแพไม้ไผ่ ท่ามกลางต้นไม้ที่ร่มรื่น ในลำธารของต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส นอกจากนี้ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจากสมุนไพรและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยเพื่อเป็นรายได้เสริมของคนในหมู่บ้าน รวมทั้งการให้บริการที่พักแบบโฮมสเตย์ ด้วย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้รักษาเอกลักษณ์ของหมู่บ้านและธรรมชาติไว้ให้แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อย่าเน้นเรื่องแสงสี ซึ่งจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกจำนวนมาก..//////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล /รายงาน

มุกดาหาร # ทพ.2106 ปฏิบัติการจับกุม ผู้ค้ายาเสพติด 2,685 เม็ด บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ท่าดอกคำใต้

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2106 กรมทหารพรานที่ 21 สนธิกำลังร่วมกับ หน่วยงานในพื้นที่ สามารถตรวจยึดและจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย พร้อมของกลางยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวน 2,685 เม็ด (สีแดง จำนวน 2,657 เม็ด และเม็ดสีเขียว จำนวน 28 เม็ด) ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ

          เมื่อวันที่ 10 ต.ค.62 เวลา 20.00 น.กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยทหารพรานที่ 2106 กรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแห่ลงข่าวว่าจะมีการรับ – ส่งยาเสพติด บริเวณริมแม่น้ำโขง บ.ท่าดอกคำใต้ จึงได้นำกำลัง ร่วมกับ หมวดเคลื่อนที่เร็วที่ 3 กองร้อยเคลื่อนที่เร็วที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, ฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง, กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอบึงโขงหลง และ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเหล่าหลวง ได้ทำการซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่เพ่งเล็งริมแม่น้ำโขง บริเวณเขื่อนกันตลิ่งทรุด พื้นที่ บ.ท่าดอกคำใต้ ม.9 ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

         ต่อมาได้พบชายวัยรุ่น 1 คน กำลังเดินขึ้นมาจากเขื่อนกันตลิ่งทรุดดูลักษณะมีท่าทางพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น ทราบชื่อภายหลัง นายพายุ สมแสงจันทร์ อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 45 ม.1 บ.ท่าดอกคำ ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ผลการตรวจค้นพบยาเสพติด(ยาบ้า) ที่นาย พายุ ถือขึ้นมาใส่ถุงพลาสติกหูหิ้วใสข้างในบรรจุยาเสพติ(ยาบ้า) พันด้วยเทปสีดำ จำนวน 14 ถุง สีน้ำเงิน 11 ถุง และ สีชมพู 3 ถุง นับได้ จำนวน 2,685 เม็ด (สีแดง จำนวน 2,657 เม็ด และเม็ดสีเขียว จำนวน 28 เม็ด) โดยประทับด้วยอักษร WY. อีกด้านผิวเรียบ

          จากการสอบถามนาย พายุ รับสารภาพว่าได้รับการติดต่อจากคนลาว ( ท้าวทราย บ.สมสนุก ม.ปากกระดิ่ง ข.บอลิคำไซ ติดต่อจากเบอร์โทรศัพท์ ) ให้มารับยาเสพติด(ยาบ้า) เพื่อนำไปวางที่ถนนหมายเลข 212 แล้วจะมีคนมารับไปต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งได้ค่าจ้างในการขนย้ายในครั้งนี้เป็นยาบ้า 1 ถุง ( 200 เม็ด ) จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง สภ.เหล่าหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี รายงาน

ลพบุรี – หลวงพ่อซิ่งเก๋งวอลโว่กลับวัด หมุนขวางถนน รถตู้เสยสนั่นเจ็บ 3 ราย

         เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 11 ต.ค. 62 ร.ต.อ.พายัพ รุ่งหัวไผ่ รอง สว.(สอบสวน) สภ. โคกสำโรง อ.โคกสำโรง ลพบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถยนต์ตู้ที่ ถนนพหล โยธิน หลักกิโลเมตรที่ 180-181 หมู่ที่ 6 ต.วังขอนขว้าง ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถอยู่ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมทั้งได้ประสานแพทย์เวร รพ.โคกสำโรง และ สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ พร้อมอุปกรณ์ในการตัดถ่าง รุดเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ

         ที่เกิดเหตุเป็นถนนสี่เลนพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อวอลโว่ สีขาว หมายเลขทะเบียน กบ- 7775 ลพบุรี สภาพพังยับเยิน จอดอยู่ริมถนน ภายในตอนหน้ารถพบพระภิกษุได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 รูปและไม่สามารถนำออกมาจากรถได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ในการตัดถ่างนำร่างออกมาได้ในเวลาต่อมานสภาพศรีษะแตก ตามลำตัวมีบาดแผล แพทย์พยาบาลได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่ง รพ.โคกสำโรง ทราบชื่อพระนาวา จันทร์อ่อน อายุ 57 ปี จำวัดใหม่ชัยมงคล ต.เกาะแก้ว อ.โคกสำโรง ลพบุรี ห่างจากรถเก๋งประมาณ 15 เมตร พบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ โตโยต้า สีบอรนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 9139 นครนายก ด้านหน้าชนเสาไฟฟ้าหน้าหมู่บ้านข้าวของกระจัดกระจายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ทราบชื่อ นายวันชนะ เนียมคำ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ที่ 3 ต.โพธิ์ประสาท อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์

         จากการสอบสวนนายวันชนะ เนียมคำ คนขับรถตู้ให้การว่าตนเองและเพื่อนได้ขับรถ อ.โคกสำโรง มุ่งหน้า จ.ลพบุรี เมื่อมาถึงจุดที่เกิดเหตุ จู่ๆ รถยนต์เก๋งที่พระขับสวนเส้นทางได้หมุนข้ามฝั่งมาที่รถของตน ซึ่งไม่สามารถหยุดรถได้ และพยายามหักหลบแต่ไม่พ้นรถทั้งสองคันได้พุ่งชนกันอย่างจัง รถรถตนเองพุ่งชนเสาไฟฟ้าอย่างจังจนไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน เดชะบุญที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ร้อยเวรเจ้าของคดีจะได้เร่งสอบสวนพระนาวา ถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งใน ซึ่งเบื้องต้นสันนิฐานว่าพระนาวาคงจะหลับใน และตกใจสะดุ้งตื่นหมุนพวงมาลัยจนรถหมุนคว้างขวางถนนจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
นายโยธิน พรมแตง /รายงาน