จังหวัดจันทบุรี – ขอเชิญเที่ยวงานส่งเสริม ประเพณีลอยกระทง

วัดจันทนาราม ลอยกระทง ๑๐๐ ปี น่านนที วิถีจันท์ ร่วมอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม ชมการแดสงศิลปวัฒนธรรมย้อนยุค

          นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของไทย โดยเฉพาะงานประเพณีลอยกระทง ที่จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองจันทบุรี เทศบาลเมืองจันทนิมิต หน่วยงานราชการ องค์กรภาคเอกชน ชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน ได้ร่วมกันจัดงานส่งเสริมประเพณีลอยกระทงวัดจันทนาราม มาอย่างยาว นานต่อเนื่องและปีนี้เป็นการครบรอบ 100 ปี การจัดงานส่งเสริมประเพณีลอยกระทงวัดจันทนาราม

          จังหวัดจันทบุรี จึงได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทง ๑๐๐ ปี น่านนที วิถีจันท์ ปิดทองพระ ขอพร ลอยประทีป สักการะพระแม่คงคา” ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียน นักศึกษา สภาวัฒนธรรม การแต่งกายย้อนยุค นิทรรศการย้อนอดีตประวัติศาสตร์เมืองจันทบูร สายนทีแห่งชีวิต เชื่อมโยงวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำจันทบูร ชมขบวนแห่นางนพมาศ ขบวนแห่ประทีป โคมไฟ การประกวดกระทง อิ่มอร่อยอาหารพื้นเมือง ตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศ แสง สี เสียงยามค่ำคืน กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤศจิกายน 2562 ( ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองพันทหารราบที่ 2- กรมทหารราบที่ 1-กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบปีที่ 64

กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบปีที่ 64

         วันนี้ ( 29 ต.ค.62 ) ที่บริเวณหน้ากองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายตากสิน ได้จัดให้มีพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองพันทหารราบที่ 2 ครบรอบปีที่ 64 โดยมี พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันท์ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พล.ต.ต . เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอก ชนเข้าร่วมงาน

          ภายในงานได้จัดให้มีพิธีสงฆ์เจริญพุทธมนต์ มีนาวาโท อกนิษฐ์ เตชะนันท์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนไตย มีพระสงฆ์จากวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จำนวน 10 รูป ประกอบพิธี มีการทำบุญตักบาตร และทอดผ้าบังสกุล เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่ทหารของกองพันทหารราบที่ 2 ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว

         ทั้งนี้เนื่องจากทางราชการ ได้เห็นความจำเป็นของกองป้องกันพิเศษจันทบุรี จึงสั่งขยายกำลัง จากกำลัง 1 กองร้อย เป็น 1 กองพัน ชื่อว่า “ พัน. ร. 2 นย.” เมื่อ 24 ตุลาคม 2498 แต่ยังอยู่รวมกับโรงเรียนพลตำรวจ ฯ เพราะขณะนั้นกำลังพลของกองพันยังไม่เต็มอัตรา และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “พัน. ร. 2 ผส. นย.” เมื่อ 28 มิถุนายน 2505 ขึ้นการบังคับบัญชาต่อ กรมผสมนาวิกโยธิน กรมนาวิกโยธิน ต่อมาได้แปรสภาพเป็นกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กรมผสมนาวิกโยธิน เมื่อ 10 สิงหาคม 2521 และในปัจจุบันได้แปรสภาพเป็น กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เมื่อ 1 เมษายน 2532 ซึ่ง พัน . ร. 2 ฯ ได้ยึดถือวันที่ 24 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วยดังกล่าว

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตม.จว.มุกดาหาร – จับชาวเลบานอน ประกอบอาชีพ โดยไม่ได้รับอนุญาต

         เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2562 เวลา 18.30 น. ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 โดยการนำของ : พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ, พ.ต.ท.สุทิน จันทน์แดง รองผกก.ตม.จว.มุกดาหาร, พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม MR. ELIAS SALAMEH อายุ 65 ปี สัญชาติเลบานอน ถือหนังสือเดินทางเลขที่ RL4011742 ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงาน โดยไม่ได้รับอนุญาตและเป็นคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราว ประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” สถานที่จับกุม ร้าน Pizza Original Italian ภายในบริเวณตลาดไนท์บล๊อค ต.ศรีบุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

         พฤติการณ์ในการจับกุม ตามแผนระดมกวาดล้างอาชญากรรม ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ดำเนินการปราบปรามจับกุมคนต่างด้าวทำงานผิดกฎหมายและผู้กระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการสืบทราบมาว่าที่ตลาดไนท์บล๊อค ต.ศรีบุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร มีคนต่างด้าวชื่อ MR. ELIAS SALAMEH อายุ 65 ปี สัญชาติ เลบานอน ได้เปิดร้านอาหาร (สูตรต่างประเทศ) ขายให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวและซื้อสินค้าในบริเวณตลาดดังกล่าว ต่อมาในวันนี้ (28 ต.ค.2562) เวลาประมาณ 18.30 น. ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เดินทางไปตรวจสอบที่ตลาดไนท์บล๊อค ต.ศรีบุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เมื่อมาถึงที่ร้าน Pizza Original Italian ที่เกิดเหตุ พบ MR. ELIAS SALAMEH กำลังทำงานประกอบอาหารและขายอาหารให้กับลูกค้าที่มาสั่งซื้ออาหาร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทั้งแจ้งความประสงค์ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ผู้ถูกจับได้ยื่นหนังสือเดินทางเลบานอน เลขที่ RL4011742

         จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าว พบว่าผู้ถูกจับเดินทางเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกจับไม่มีใบอนุญาตทำงานแต่อย่างใด จากการสอบถามผู้ถูกจับผ่านล่ามแปล(MR.MCPHERSON JR JOHN RICHARD) ผู้ถูกจับให้การรับว่า ตนขออยู่ต่อในราชอาณาจักร เพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายและได้มาทำงานเปิดร้านขายอาหารอยู่ที่ตลาดแห่งนี้ โดยไม่มีใบอนุญาตทำงานแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและเป็นคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราว ประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” และได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายในขณะจับกุมให้ผู้ถูกจับทราบด้วยแล้ว จากนั้นจึงนำผู้ถูกจับกุมมายังที่ทำการ ตม.จว.มุกดาหาร เพื่อทำบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน. ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

//////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ////////

สัตหีบ – เปิดบริษัท เอเอส โกลด์ จำกัด บริษัทในเครือ As Groups ออสสิริส จำหน่าย ทองคำแท่ง

         ที่ บริษัท เอเอส โกลด์ จำกัด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (ตลาดสัตหีบ) นาย อารักษ์ ชลธาร์นนท์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาเป็นประธานในพิธีเปิด สำนักงาน บริษัท เอเอส โกลด์ จำกัด บริษัทในเครือ As.Groups บ.ออสสิริส สัตหีบโกลด์ แอนด์ ฟิวเจอร์ ซื้อ ขาย ทองคำแท่ง โดยมี นายพรพจน์ ภูวรัตนกุล ประธานกรรมบริหาร บริษัทในเครือ As. Groups บ.ออสสิริส สัตหีบโกลด์ แอนด์ ฟิวเจอร์ จำกัด, นายอรัญ ภูวรัตนกุล ผู้บริหารบริษัทเอเอส โกลด์ จำกัด, นางรัตนา ภูวรัตนกุล กรรมการบริหารฯ พร้อมคณะผู้บริหาร, นายบุญเลิศ สิริภัทรวณิช ประธานบริหารบริษัทในเครือออสิริส กรุ๊ป, นายณรงค์ บุญบรรเจิศศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสัตหีบ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ นำกระเช้าแจกันดอกไม้ มาร่วมแสดงความยินดี กันเป็นจำนวนมาก

         ในปี 2548 บริษัท ออสสิริส จำกัด ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อจำหน่ายทองคำแท่ง เพื่อการลง ทุน และเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนทองคำแท่งแห่งแรก ในประเทศไทย ที่มีทีมงานผู้มีประ สบการณ์และมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนทองคำ ที่ให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ และพร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่แม่นยำ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่นักลงทุนถึงสถานการณ์ และปัจจัยต่างๆที่มีผล กระทบต่อราคาทองคำ บริษัท ออสสิริส จำกัด ให้บริการครบวงจรสำหรับนักลงทุน ด้วยการเป็นผู้ผลิต จัดจำหน่ายทองคำแท่งออสสิริส โดยทองคำแท่งออสสิริส มีความเป็นมาตรฐานสากล ทั้งรูปแบบและคุณภาพและมีหลากหลาย น้ำหนักเพื่อการลงทุนทุกระดับ บริษัทออสสิริส สัตหีบ โกลด์ แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เป็นตัวแทนในการเปิดสาขาภาคตะวันออก ซึ่งประกอบด้วย สาขาสัตหีบ, สาขาพัทยา, สาขาระยอง

          นาย อารักษ์ ชลธาร์นนท์ ประธานในพิธี กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า บริษัทออสิริส สัตหีบ โกลด์ แอนด์ ฟิวเจอร์ นั้นประกอบธุรกิจ ซื้อ ขาย ทองคำแท่ง ที่มีชื่อเสียง และได้รับความเชื่อมั่น จากลูกค้ามาอย่างยาวนาน ในวันนี้อีกก้าวหนึ่ง ของการเติบโตรุกิจ สู่ การซื้อขายทองคำที่นอกเหนือจากทองคำแท่ง โดยขยับฐานลูกค้าไปสู่อีกกลุ่ม

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

2 สามีภรรยา – รถกระบะเสียหลักลงร่องเกาะกลาง พลิกคว่ำ เจ็บสาหัส

         เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 28 ต.ค.62 พ.ต.ท.เอกชัย มูลลี สารวัตร (สอบสวน) สภ. พลูตาหลวง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งรถกระบะ เสียหลักลงร่องน้ำเกาะกลางถนน พลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในตัวรถ บนถนนสาย 331 สายสัตหีบ–เขาหินซ้อน ขาเข้าสัตหีบ ช่วงปากทางเข้า หน้าศูนย์รับเลี้ยงสุนัขจรจัดพลูตาหลวง จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมชุดอุปกรณ์ตัดถ่าง หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์

         ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถเก๋ง โตโยต้าไทเกอร์ 4 ประตู สีบอรน์ ทะเบียน ษจ-8259 กทม. ในสภาพพลิกคว่ำหงายท้อง อยู่ในร่องน้ำเกาะกลางถนน เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนายทศพร ขยิ่ม อายุ 50 ปี สามี ออกมานอกตัวรถ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในรถพบร่าง นางบุษกร ขยิ่ม อายุ 52 ปี ภรรยาคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส อยู่ภายในรถ เจ้าหน้ากู้ภัยได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อช่วยเหลือ โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทกำลังติดตั้งป้ายสัญญานบริเวณถนนดังกล่าว ได้นำรถเครนมาช่วยยกรถนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บออกมา โดยใช้เวลากว่า 15 นาที จึงสามารถนำออกมาได้ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ

         จากการสอบถาม นายทศพร ขยิ่ม ผู้บาดเจ็บทราบว่า ตนและภรรยาขับรถมาตามทางโดยมีภรรยาเป็นคนขับ ขณะนั้นตนหลับอยู่ ก่อนจะรู้สึกตัว คือรถได้เสียหลักพลิกคว่ำไปแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่า คนขับน่าจะหลับในหรือควบคุมรถไม่อยู่ ทำให้รถเสียหลักลงร่องน้ำเกาะกลางถนน ซึ่งจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ได้ปัจจัยกว่า 2.7 ล้านบาท

         เมื่อวันที่ 27 ต.ค.62 พล.ร.ต.เกิดศักดิ์ วีระโยธิน ผอ.รพ. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมผู้บังคับบัญชาในสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน นำข้าราชการ ทหาร ลูกจ้างในสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือ ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาจากพี่น้องประชาชนชาวภาคตะวันออกและคณะศิษยานุศิษย์ พระครูสมุห์สุชิน ปริปุณโณ เจ้าอาวาสวัดธรรมสถิต ร่วมทอดกฐินสามัคคี ณ วัดธรรมสถิต ต.สำนักทอง อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อนำจตุปัจจัยสมทบทุนทำนุบำรุงวัด พระพุทธศาสนา และสาธารณประโยชน์ อื่นๆ ตามประสงค์ของพระครูสมุห์สุชิน ปริปุณโณ เจ้าอาวาส ฯ

          โดย รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจรักษาโรคเบื้องต้นและการฝังเข็มเพื่อช่วยเหลือประชาชนและประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลฯ ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย โดยได้จตุปัจจัยจากการทอดกฐินสามัคคี ในครั้งนี้ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น
2,731,958.75 บาท (สองล้านเจ็ดแสนสามหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยห้าสิบแปดบาทเจ็ดสิบห้าสตางค์) โดยร่วมกับผู้มีจิตศรัทธา ถวายจตุปัจจัยดังกล่าวแก่ พระครูสมุห์สุชิน ปริปุณโณ เจ้าอาวาส วัดธรรมสถิต เพื่อดำเนินการทำนุบำรุงพระพุทธสาสนา ให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประ สงค์ ดังกล่าวต่อไป และขอให้กุศลผลบุญทั้งหลายในกาลครั้งนี้ จงดลบันดาลให้ผู้ที่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีในวันนี้ พร้อมทั้งครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยจตุรพิธพรชัยทั้ง 4 ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณธนสารสมบัติ มีอายุยืนนาน มีวรรณะผิวพรรณผ่องใส มีความสุขทั้งกายและใจ มีพละกำลังที่เข้มแข็ง มีสมบัติในทุกที่ทุกสถานสมดังความตั้งใจทุกประการ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – อบต.คลองใหญ่ จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา ต้านยาเสพติด ฟุตบอล 7 คน ตาหนึกคัพ ครั้งที่ ๒๒

ตราด-องค์การบริหารส่วนตําบลคลองใหญ่ จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ฟูตบอล 7 คน ตาหนึกคัพ ครั้งที่ ๒๒ พร้อมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 50,000 บาท

         วันที่ 28 ตุลาคม 2562 เมื่อเวลา 18.00 น. ณ.สนามกีฬาหมู่บ้านตาหนึก หมู่ 5 ต. คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด โดยมี นายอาภากร เจริญผล นายกองค์บริหารส่วนตําบลคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติ ฟุตบอล 7 คน ตาหนึกคัพ ครั้งที่ ๒๒ พร้อมด้วยนายประพันธ์ จรุงศิลป์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านตาหนึก กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วย กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์บริหารส่วนตําบลคลองใหญ่ และคณะกรรมการชมรมกีฬาฟุตบอลบ้านตาหนึก ชุด ชรบ.ทหาร และประชาชนเข้าร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ฟุตบอล 7 คน ตาหนึก คัพครั้งที่ ๒๒ ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ในครั้งนี้

         ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าในเขตพื้นที่ตําบลคลองใหญ่ มีผู้สนใจการเล่นกีฬาเป็นจํานวนมาก ฉะนั้นแล้วการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการเล่นกีฬา เพื่อส่งเสริมสุขภาพพลานามัยให้สมบูรณ์แข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นอีกหนึ่งแนว ทาง ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนั้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชน รักการเล่นกีฬา ฝึกให้เกิดทักษะในการเล่น เพื่อให้รู้กติกาในการเล่นกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และมีน้ำใจเป็นนักกีฬา เพื่อเป็นต้นแบบให้เยาวชนในท้องถิ่นและเชื่อมความสามัคคีในหมู่คณะ และเพื่อกระตุ้นให้เกิดเศรษฐกิจในชุมชนและหมู่บ้านใกล้เคียง รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเยาวชน ได้ทํากิจกรรมร่วมกันต่อต้านภัยยาเสพติด

         ดังนั้นในการแข็งขันกีฬาฟุตบอล 7 คน ตาหนึก คัพ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ในการพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ พัฒนากีฬาขั้นพื้นฐาน นําไปสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬา และพัฒนาด้านการกีฬาให้ไปสู่กีฬาระดับชาติ ในการแข็งขันกีฬาในครั้งนี้ มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 59 ทีม

  • รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี มี 10 ทีม
  • รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี มี 15 ทีม
  • รุ่นประชาชนทั่วไป มี 24 ทีม
  • รุ่นอาวุโส 35-40 ปี ขึ้นไป มี 5 ทีม
  • รุ่นอาวุโส 45-50 ปี ขึ้นไป มี 5 ทีม

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปลัด​กทม. – ร่วมทอดกฐินสามัคคี วัดมณีกาญจนาราม​ (วัดนาเกลือ) จ.ตราด

          วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่​ 28​ ตุลาคม​ 2562​ ณ ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทยเขาล้าน จ.ตราด​ : คุณศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร​ และนายวีระ ถนอมศักดิ์ นายกสมาคมข้าราชการบำนาญ กรุงเทพมหานคร นำคณะทอดกฐินสามัคคี วัดมณีกาญจนาราม​ (วัดนาเกลือ) ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด จำนวน​ 58​ คน

          โดยเยี่ยมชมศาลาราชการุณย์พิพิธภัณฑ์ เฉลิมพระเกรียติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่​ 9 สภานายิกาสภากาชาดไทย ซึ่งจัดนิทรรศการแสดงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมชาวกัมพูชาอพยพระหว่างปี​ 2552-2559 โดยมีนาย สุวรรณ พิมลแสงสุริยา ผู้จัดการศูนย์ ให้การต้อนรับ และ บรรยายสรุป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

ตม.3​ ร่วมกับ ตม.จ.นนทบุรี​ รวบแก๊งปลอมหนังสือเดินทาง

         วันนี้​ วันจันทร์ที่ 28 ต.ค.62 เวลา 14.00 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย​ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.ปฺฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รองผบช.ตชด.ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, ได้แถลงข่าวผลการจับกุม โดยเจ้าหน้าที่​ ตม.จ.นนทบุรี ได้ตรวจพบหนังสือเดินทางของประเทศกัมพู ชาปลอม พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ใจหลวง ผกก.ตม.จ.นนทบุรี และพ.ต.ท.สุพิน เนาว์ประโคน รองผกก.ตม.จ.นนทบุรี ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จ.นนทบุรี ตรวจสอบแหล่งที่มาของหนังสือเดินทางและสืบสวนจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดโดยเร่งด่วน

         จากการสืบสวนทราบว่า น.ส.อิสรา อายุ 41 ปี น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าว ตม.จ.นนทบุรี จึงได้ประสานตม.จ. สมุทรปราการ, กก.สส.บก. ตม.3 และ กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกันเฝ้าติดตามพฤติกรรมของ น.ส.อิสราฯ และรวบรวมพยานหลักฐานจนน่าเชื่อว่า น.ส.อิสราฯ กระทำความผิดจริง จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขอหมายค้น และศาลได้อนุมัติหมายค้นที่ 250/2562 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ให้เข้าตรวจค้นบ้านพักของ น.ส.อิสราฯ ใน จ.สมุทรปราการ

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ของ ตม.จ.นนทบุรี,ตม.จ.สมุทรปราการ,กก.สส.บก.ตม.3 และ กก.1 บก.สส.สตม.บูรณาการร่วมกันเข้าตรวจค้นบ้านดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ หนังสือเดินทางของประเทศเมียนมา จำนวน 6 เล่ม มีรอยตราวีซ่าของ ตม.จ.นครสวรรค์​ และ​หนังสือเดินทางของประเทศเมียนมา จำนวน 4 เล่ม มีรอยตราวีซ่าของ ตม.จ.ระยอง รวม 10 เล่ม

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า รอยตราวีซ่าที่อยู่ในหนังสือเดินทางทั้ง 10 เล่ม เป็นรอยตราปลอมเนื่องจาก

  1. ตรวจสอบกับ ตม.จว.เจ้าของรอยตรายืนยันว่าไม่ได้ออกโดย ตม.จังหวัด​ นั้น
  2. ตรวจสอบจากข้อมูลในระบบสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ไม่พบข้อมูลของบุคคลต่างด้าวที่ปรากฏตามหนังสือเดินทาง

นอกจากนี้ยังพบหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมารายการที่ 1-4 เป็นหนังสือเดินทางปลอมเนื่องจาก

  1. ส่องด้วยกล้องขยายในหน้าข้อมูลพบว่าการพิมพ์ใช้ระบบอิ้งเจ็ท
  2. ส่องด้วยแสงแบล็คไลท์ในหน้าข้อมูลไม่ปรากฏแถบเรืองแสงที่ซ่อนอยู่ แต่ในหน้าอื่นๆของหนังสือเดินทางปรากฏแถบเรืองแสง จึงน่าเชื่อว่าเป็นการปลอมเฉพาะหน้าข้อมูลโดยการพิมพ์ระบบอิ้งเจ็ทแล้วแปะทับลงไป

          จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ น.ส.อิสราฯ คือ “ปลอมหนังสือเดินทางหรือประทับตราปลอม,มีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมตั้งแต่ 2 ฉบับขึ้นไป ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้เพื่อจำหน่ายฯ” เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมและควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และจะได้สืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ มหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่ www. immigration. go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“อรรถพล” ฟิต เริ่มงานแรก สางประเด็นเรื้อรัง กรุงเทพคริสเตียนฯ

          จากกรณีที่ผู้ปกครอง นักเรียน และศิษย์เก่า โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย รวมตัวชุมนุมอีกครั้งวันนี้ในนามกลุ่มผู้ปกครอง นักเรียน และศิษย์เก่า โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (SaveBCC) โดยข้อฟังคำชี้แจงจากผู้อำนวยการโรงเรียน หลังเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม​ 2562​ ที่ผ่านมามีคำสั่งไล่ออกผู้จัดการโรงเรียน และปลดผู้อำนวยการโรงเรียนนั้น

          เมื่อช่วงเช้าวันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 28 ต.ค.62 ภายหลังการเข้ารับตำแหน่ง เลขาธิการ กช. ดร.อรรถพล ตรึกตรอง รักษาราชการแทนเลขาธิการ กช.ทราบถึงกรณีดังกล่าว ได้รุดไปเข้าร่วมประชุมกับกลุ่ม SaveBCC ณ ห้องประชุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เพื่อรับฟังปัญหาที่ยืดเยื้อมากว่า 3 เดือน พร้อมรับข้อเสนอแจงรับฟังข้อมูลทุกส่วน

          ดร.อรรถพล ตรึกตรอง รักษาราชการแทนเลขาธิการ กช. กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมว่า พึ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเช้า พอทราบเรื่องจาก สช. ก็ไม่นิ่งนอนใจ อาสามารับฟังปัญหา พร้อมให้ความเชื่อมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน และทราบว่าปัญหาดังกล่าว เป็นปัญหาที่สร้างผลกระทบในหลายภาคส่วน ที่สำคัญผลกระทบก็เกิดกับนักเรียนของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยเป็นอย่างมาก อยากให้ทุกภาคส่วนมาคุยกันด้วยกรอบภายใต้กฎหมาย ภายใต้ความรักระหว่างครอบครัวของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

          ซึ่งตนขอเวลากลับไปดูรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน เรื่องใดที่ยื่นเรื่องเพื่อหารือมากับทาง สช. แล้วแต่ยังไม่มีการตอบกลับไป ก็จะหาคำตอบมาให้ รวมถึงเรื่องของการการแต่งตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่แต่งตั้งมานั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมหนังสือทุกฉบับที่ทาง SaveBCC ยื่นกับทาง สช. มา โดยรับปากจะสะสางปัญหาให้เร็วที่สุด ซึ่งตนก็ต้องการให้เรื่องยุติโดยเร็วเช่นกัน อยากให้ทุกส่วนทำหน้าที่ของตนต่อไป ครูและนักเรียนทุกคนก็ขอให้จัดการเรียนการสอนต่อไป

          ซึ่งทุกข้อเสนอและทุกปัญหาที่เกิดตนจะถือเป็นงานเร่งด่วน และสำคัญในฐานะที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ ซึ่งหลังจากได้รับข้อเสนอวันนี้แล้วทาง SaveBCC และนักเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จะไม่นำมวลชนมาชุมนุมเรียกร้องในวันพรุ่งนี้อีก แต่จะให้นักเรียนได้ทำการเรียนการสอนตามปกติ นอกจากนี้ทราบว่าทาง SaveBCC จะไปยื่นข้อเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาล และส่วนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกซึ่งก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​