แม่ชาวลาวพา​ 2​ ลูกน้อยฝาแฝด มีดวงตาเพชรสีฟ้า พิการแต่กำเนิด มาขอความชวยเหลือจาก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

แม่ชาวลาวพา​ 2​ ลูกน้อยฝาแฝด มีดวงตาเพชรสีฟ้า พิการแต่กำเนิด มาขอความชวยเหลือจาก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

         พบแม่ลูกครอบครัวหนึ่งในอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีดวงตาเพชรคล้ายกับตาแมวสีฟ้าใสประกายอย่างสวยงาม สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อครอบครัวนี้ ได้ความว่านางคำ จันวิพร อายุ 35 ปี มารดาของ เด็กหญิง นารินทร์ และเด็กหญิง นายา เยียวยา สองพี่ น้องฝาแฝดอายุ 4 ปี ซึ่งมีดวงตาเป็นตาเพชรสีฟ้าหรือเพชรตาแมวทั้งสองคน นอกจากนั้นมารดาของฝาแฝดคู่นี้ ยังมีดวงตาเหมือนกันกับลูกสาวทั้งสองอีกด้วย เรียกว่าสร้างความฮือฮาให้กับทุกคนที่พบเห็นโดยมี เหล่าเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูต่างพากันมาขอชมความงามของดวงตาครอบครัวนี้ พร้อมทั้งยังมอบเงินคนละเล็กคนละน้อย ให้กับทางพี่น้องฝาแฝดคู่นี้อีกด้วย

         ด้านมารดาของฝาแฝดเปิดเผยว่า ตนเองเป็นหญิงชาวลาวมาอาศัยอยู๋ที่อำเภอโขงเจียมได้หลายปี จนกระทั่งมาพบรักกับบิดาของทั้งสอง จนมีลูกสาวฝาแฝดออกมาแต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อพบว่าลูกทั้งสองคลอดออกมากลายเป็นเด็กพิการทางการได้ยิน และเสียงพูด เมื่อตนเองคลอดออกมาได้ไม่นาน บิดาของลูกสาวทั้งสองก็ทิ้งหายไป ทำให้ตนเองต้องเลี้ยงดูบุตรด้วยตนเองเรื่อยมา ส่วนดวงตาที่เห็นนั้นตนเองเชื่อว่า มาจากพันธุ์กรรมของตนเองที่มีดวงตาพิเศษกว่าคนอื่น จึงทำให้น้องทั้งสองมีดวงตาดังกล่าวอย่างที่เห็น ขนาดที่ทางด้าน พี่ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือทางครอบครัวนี้

          ขณะที่ นาย ปรีดา อุ่นอุดม นายอำเภอโขงเจียม เปิดเผยว่าน้องฝาแฝดคู่นี้ มาเกิดที่โรงพยาบาลโขงเจียมในแผ่นดินจึงขอสัญชาติได้แล้ว ซึ่งในขณะนี้เข้าเรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของทางอำเภอโขงเจียม และตนเองได้สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล และจัดหาที่เรียนเฉพาะทางให้กับน้องๆเพื่อให้สามารถอ่านออกเขียนได้ต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส” ปิดฉาก “ปารีณา” รุกที่ สปก .นำทีมลงพื้นที่ราชบุรี​ รับมอบที่ดินส.ป.ก.682 ไร่ ให้เวลา​ 7​ วันเคลียพื้นที่ ไม่เอาผิดทางกฎหมาย

“ธรรมนัส” ปิดฉาก “ปารีณา” รุกที่ สปก .นำทีมลงพื้นที่ราชบุรี​ รับมอบที่ดินส.ป.ก.682 ไร่ให้เวลา​ 7​ วันเคลียพื้นที่ ไม่เอาผิดทางกฎหมาย

         วันที่​ 7​ ธันวาคม 2562 : ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี​ และนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ร่วมเดินทางไปที่ฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม หมู่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี หลังจากได้รับหนังสือแจ้งจาก น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขอส่งคืนพื้นที่ตาม ภ.บ.ท.5​ ทั้งหมด 29 แปลง รวม 682 ไร่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร

          ทั้งนี้ น.ส.ปารีณาฯ ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ นายสมใจ สะทองเลียบ นำเอกสารประกอบด้วยหนังสือมอบอำนาจในการส่งคืนพื้นที่ โดยนายสมใจฯ​ ได้นำคณะทั้งหมดพร้อมสื่อมวลชนเดินเข้าไปชี้แนวเขตของพื้นที่และสำรวจโรงเรือนเลี้ยงไก่ ซึ่งได้ย้ายไก่ออกไปหมดแล้ว

          ร.อ.ธรรมนัสฯ กล่าวว่า​ น.ส.ปารีณาฯ ได้ส่งหนังสือถึงนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เรื่อง ขอส่งคืนพื้นที่ตาม ภ.บ.ท.5 เพื่อข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร โดยหลังจากนี้ น.ส.ปารีณาฯ​ จะไม่สามารถดำเนินกิจกรรมใดๆในที่ ส.ป.ก.ทั้ง 29 แปลงนี้ และจะให้เวลาขนของออก 7 วันนับจากวันนี้ ส่วนโรงเรือนเสาไฟฟ้าปักที่โรงไก่สิ่งก่อสร้างถ้าจะรื้อออกก็ให้อยู่ในเวลาที่กำหนด และยืนยันว่าได้ทำงานเร็วที่สุดแล้ว ส่วนเรื่องการดำเนินดคี กรณีของน.ส.ปารีณาฯ ครอบครองพื้นที่นี้มาก่อนที่จะมีกฎหมายปฏิรูปที่ดิน และเมื่อ​ ปารีณาฯ​ ส่งมอบคืนให้รัฐ ตามกฎหมาย ส.ป.ก.จึงไม่สามารถเอาผิดได้

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากเขาสนฟาร์ม บริเวณที่ตั้งฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ตลอดช่วงเช้า บรรยากาศเงียบเหงามีรถบรรทุก เข้าออกตลอดเวลา โดยคาดว่าน่าจะดำเนินการขนย้ายข้าวของ อุปกรณ์ เครื่องจัก เครื่องมือ ในฟาร์มไก่ออก หลังจากมีกระแสข่าวว่า น.ส.ปารีณาฯ ได้ทำหนังสือมอบคืนที่ ส.ป.ก. จำนวน 682 ไร่ แก่ทางการแล้วในวันที่ 6 ธ.ค.62

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม นบข ครั้งที่ 2/2562

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม นบข ครั้งที่ 2/2562 สั่งดูแลข้าวอย่างครบวงจรสายการผลิต ควบคู่ไปกับโครงการประกันรายได้เกษตรกร

          เมื่อวันที่(6 ธันวาคม 2562) เวลา 13.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข) 2/2562  โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วย ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2562/63 (คู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว) โครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63 และโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ปีการผลิต 2562/63

          นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดประชุมโดยย้ำว่า รัฐบาลห่วงใยพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย ขณะนี้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้แทนลงไปติดตามดูแลสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้แล้ว สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รัฐบาลเน้นให้มีการช่วยเหลืออย่างครบวงจรตลอดเส้นทางการผลิต ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว เก็บข้าวในยุ้งฉาง สินเชื่อแก่โรงสี ไปถึงการจัดจำหน่าย  โดยมาตรการต่างๆ จะได้ทยอยข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง และจะดำเนินการเช่นเดียวกันนี้กับพืชเกษตรอื่นๆ ด้วย  สำหรับการส่งออกข้าวที่มีปริมาณน้อยลงนั้น มีปัจจัยทั้งจากประเทศคู่ค้าที่มีสต็อกมากขึ้น มีการชะลอการสั่งซื้อ ซึ่งได้สั่งให้ หาแนวทางลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตรวมทั้งการแก้ปัญหาโรคข้าวต่างๆ  นายกรัฐมนตรียังห่วงใยปัญหาการลักลอบนำเข้าพืชผลเกษตรที่จะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรและเกษตรกรไทย  โดยได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงเร่งสกัดจับอย่างต่อเนื่องและให้รายงานผลการดำเนินการให้ทราบด้วย

          ทั้งนี้ ในการประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้แก่ มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2562/63 (คู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว) ทั้งโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก ปี 62/63  โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกร ปี 62/63  และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปี 62/63  โดยเห็นชอบการจัดสรรวงเงินโครงการ สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เพิ่มเติม ให้ ธ.ก.ส. 1,370.72 ล้านบาท สำหรับโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63   โดยอนุมัติเพิ่มเป้าหมายเกษตรกร 0.26 ล้านครัวเรือน จากเดิม 4.31 ล้านครับเรือน รวมทั้งหมด 4.57 ล้านครัวเรือน  ขยายระยะเวลาจ่ายเงินให้เกษตรกรภาคอื่นๆ จากเดิม 31 ธ.ค.62  เป็น 30 เม.ย.63 และอนุมัติงบประมาณเพิ่ม  2,667.35  ล้านบาท สำหรับจ่ายให้เกษตรกร และ ธ.ก.ส เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดต้นทุนให้กับเกษตรกร  นอกจากนี้ ยังมีโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ปีการผลิต 2562/63 สำหรับ เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปี 62 จำนวน 4.57 ล้านครัวเรือน  (ปลูกรอบที่ 1) ช่วยเหลืออัตราไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาท ให้ครัวเรือนละ 1 สิทธิ์ โดยต้องเป็นพื้นที่ที่มีการเก็บเกี่ยวและไม่ซ้ำซ้อนกับพื้นที่ที่ได้รับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ เว้นแต่เกษตรกรจะนำพื้นที่ประสบภัยนั้นไปแจ้งกรมส่งเสริมการเกษตรเพาะปลูกใหม่ทันช่วงเวลาเพาะปลูกรอบที่ 1 ปี 62/63

          ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังย้ำในตอนท้ายด้วยว่า การขึ้นทะเบียนเกษตรกรต้องเก็บข้อมูลสำคัญครบถ้วน ทั้งพื้นที่เพาะปลูก จำนวนผลผลิต ประวัติเกษตรกร เพื่อใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในการกำหนดมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและวางแผนอนาคตต่อไป  พร้อมให้เร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือ เยียวยาเกษตรกรตามที่ได้มีมติไปแล้วโดยเฉพาะแก้ปัญหาข้อติดขัดการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยส่งเสริมให้มีการใช้ระบบ prompt pay ด้วย

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

จ.สุราษฎร์ธานี – อดีตรมต.ประสานกรมชลฯ สร้างฝายนํ้าล้นแก้ปัญหาชาวบ้าน

อดีตรมต.ประสานกรมชลฯสร้างฝายนํ้าล้นแก้ปัญหาชาวบ้าน

          ชาวบ้าน หมู่7 บ้านคลองวาย ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี เดือดร้อนเรื่องปัญหานํ้าอุปโภค บริโภค ต่างพากันร้องทุกข์ นายภิญญา ช่วยปลอด อดีต รมช.พาณิชย์ และ สว.สุราษฏร์ธานี เพราะขาดนํ้ามายาวนาน

          นายภิญญา และตัวแทนชาวบ้านจึงพากันไปสำรวจ ประสานกับนายสำเริง เกราะแก้ว นายช่างชำนาญการกรมชลประทาน ลงพื้นที่สำรวจ เพื่อดำเนินการต่อไป เมื่อวันก่อน

Cr.ทอนส์79

จ.นราธิวาส – มท.1 เยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่สุไหงโกลก เร่งสร้างพนังกั้นน้ำตลอดแนวริมแม่น้ำโก-ลก

มท.1 เยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่สุไหงโกลก จ.นราธิวาสเร่งสร้างพนังกั้นน้ำตลอดแนวริมแม่น้ำโก-ลก แก้น้ำท่วมซ้ำซาก ตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9

         วันนี้ 6 ธ.ค.62 เวลา 13.30 น. พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยมีพลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาพที่ 4, พลโทสมพล ปานกุล แม่ทัพน้อยที่ 4, นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, ตลอดจนข้าราชการในพื้นที่ รวมถึงประชาชนและผู้ประสบอุทกภัยร่วมให้การต้อนรับ โดยคณะได้ลงพื้นที่ไปยังชุมชนท่าประปา ในเขตเทศบาลอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนท่ากอไผ่, ชุมชนโปฮงยามู, ชุมชนท่าโรงเลื่อย, ชุมชนบือเร็ง, ชุมชนหัวสะพาน, และชุมชนเจ๊ะกาเซ็ง โดยมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 136 เซนติเมตร ราษฎร 54 ครัวเรือน รวม 186 คน ต้องอพยพไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

         จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ ได้เดินทางต่อไปยังอาคารสวนรื่นอรุณอำเภอสุไหงโกลก จ.นราธิวาส เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จากนั้นได้พบปะให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพจำนวน 1,000 ถุงแก่ผู้ประสบอุทกภัย เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยทรงรับสั่งผ่านมายัง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ขอให้เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร และจิตอาสา ได้บรรเทาความเดือดร้อนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ พร้อมกล่าวว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางแผนและเร่งดำเนินการสร้างพนังกั้นน้ำพร้อมคันกั้นน้ำตลอดแนวริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก เพื่อป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อน จากน้ำท่วมซ้ำซากให้กับราษฎรในพื้นที่ อำเภอสุไหงโก-ลก อย่างยั่งยืน ตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9

         ทั้งนี้ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอำเภอ ในพื้นที่อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส เบื้องต้น จังหวัดได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ส่วนราชการ, รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน ดำเนินการให้การช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบอุทกภัยไปแล้ว ประกอบด้วยมอบถุงยังชีพ และน้ำดื่มจำนวน 2,459 ครัวเรือน, อาหารกล่องวันละ 3 มื้อ จำนวน 145 ครัวเรือน มอบยาและเวชภัณฑ์ จำนวน 1,649 ครัวเรือน, อพยพประชาชนเข้าสู่ระบบโรงเรียนเทศบาล 4 จำนวน 54 ครัว, มอบเรือนเครื่องนุ่งห่มมอบให้จำนวน 170 ชุด, อพยพสัตว์เลี้ยงและหญ้าแห้งมอบให้แก่เกษตรกรจำนวน 600 กิโลกรัม นอกจากนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกเยี่ยมและจัดหน่วยบริการตรวจโรค และสุขภาพ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เกิดภัย โดยเฉพาะครัวเรือนซึ่งมีราษฎรอพยพไปยังศูนย์อพยพ

          ส่วนการเตรียมการภายหลังจากน้ำลด ทางอำเภอสุไหงโก-ลก ได้เตรียมการในการดำเนินการตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อประสานความร่วมมือกับส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาดจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือในด้านอุปโภค-บริโภค รวมทั้งเตรียมประสานด้านเครื่องจักรกล เพื่อทำการฟื้นฟูสาธารณประโยชน์ และทรัพย์สินของราษฎร รวมถึงช่วยเหลือราษฎรการการประกอบอาชีพโดยเร่งด่วนเพิ่มเติมให้เร็วที่สุดอีกด้วย

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /issoc4news.blogspot.com /southpeace.go.th

สำนักข่าวความมั่นคง

“ทหาร !! ฝึกเดินทางไกลประจำเดือน”

“ทหาร!! ฝึกเดินทางไกลประจำเดือน” ทหารจาก กองพันพัฒนาที่ 4 ทำการฝึกเดินทางไกลประจำเดือน ณ ค่ายรัตนพล อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงด้านร่างกาย ฝึกความอดทน และพัฒนาขีดความสามารถในการเคลื่อนย้ายด้วยการเดินเท้าในทุกสภาพภูมิประเทศ

ที่มา : เพจ กองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายรัตนพล

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

คืบหน้าล่าสุด เหตุปะทะกรงปินัง จ.ยะลา

          (6 ธ.ค.2562) จากกรณีเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าขยายผลบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายเหตุสังหารหมู่ ชรบ.ลำพะยาและได้ปะทะกันขึ้น บนภูเขา ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้ 2 กระบอก และพบที่พัก 8 หลัง อุปกรณ์ยังชีพและอื่นๆ หลายรายการ นั้น

         คืบหน้าล่าสุด พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ แหล่งหลบซ่อนพักพิง(ซัพพอร์ต ไซต์) ของกลุ่มบุคคลเป้าหมาย บริเวณพื้นที่ป่าภูเขา บ้านตะโล๊ะสะโต หมู่ที่ 6 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา และได้เกิดการปะทะกันขึ้นกับกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ภายหลังเสียงปืนสงบลง บุคคลต้องสงสัยได้วิ่งหลบหนี ไม่ทราบการสูญเสีย ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัย และสามารถตรวจยึดอาวุธปืน และวัตถุพยานอีกหลายรายการ ประกอบด้วย
1) ไปร์บอม 2 ลูก
2) อาวุธปืน M16 A2 จำนวน 1 กระบอก
3) อาวุธปืนพก ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก
4) กระสุนขนาด 9 มม.
5) กระสุนขนาด 5.56 หลายนัด
6) ซองกระสุนขนาดบรรจุ 30 นัด จำนวน 4 ซอง
7) กล้องส่องสองตา 1 ตัว
8) โทรศัพท์ 4 เครื่อง
9) วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง
10) เสื้อผ้า
11) กระเป๋าสะพายหลัง
12) รองเท้า
13) เลื่อยธนู
14) ยาเวชภัณฑ์
15) อุปกรณ์ดำรงชีพ

          ทั้งนี้ ระเบิดไปท์บอมที่ตรวจพบนั้น เป็นลักษณะเดียวกันกับที่ใช้ก่อเหตุสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ 15 ศพ ในพื้นที่ บ.ทางลุ่ม ต.ลำพะยา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 62 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ที่หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบันหน่วยยังคงปิดล้อมโดยรอบพื้นที่ เพื่อติดตามบังคับใช้กฎหมายกับกุมคนร้ายต่อไป

          การดำเนินการสนธิกำลังเข้าปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการให้ข้อมูลของผู้ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ให้การสนับสนุนและอยู่ในการร่วมประชุมวางแผนสังหารหมู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่ลำพะยา จนนำมาสู่การปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าว โดย พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้สั่งการเน้นย้ำให้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติ พร้อมส่งกำลังเข้าสนับสนุนและปิดล้อมเส้นทางหลบหนีโดยรอบทุกช่องทาง โดยคาดว่าจะได้ตัวคนร้ายในเร็ววันนี้

          กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงข้อความร่วมมือ และแจ้งเตือนมายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสคนร้ายให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบที่สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจใกล้เคียงที่อยู่ในพื้นที่ พร้อมปฏิเสธการช่วยเหลือและสนับสนุนในทุกรูปแบบเพราะหากให้การช่วยเหลือ สนับสนุนถือว่าได้ร่วมกระทำความผิดและจะมีความผิดตามกฎหมายเทียบเท่าผู้ก่อเหตุอีกด้วย

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /southpeace.go.th

สำนักข่าวความมั่นคง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชฯ มอบสิ่งของพระราชทาน 1,200 ชุด แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์มอบสิ่งของพระราชทาน 1,200 ชุด แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

         วันนี้ (6 ธันวาคม 2562) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอระแงะ ตำบลตัน หยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบสิ่งของพระราชทานแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา จำนวน 1,200 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่

         โดยมี พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, พลตรี สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส, นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, นายสังคม เกิดก่อ นายอำเภอระแงะ, นาวาตรีหญิง โนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส, พันเอก ธีร์พัชร์ เอมพันธุ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 และหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ ในการนี้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรีและคณะ ได้ประชุมรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับอุทกภัยและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

          โดยนายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 13 อำเภอ 7 ตำบล 383 หมู่บ้าน 66 ชุมชน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,948 ครัวเรือน 56,895 คน สำหรับในพื้นที่อำเภอระแงะ มีพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 7 ตำบล 54 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 6,590 ครัวเรือน 24,082 คน โรงเรียนได้รับผลกระทบ 4 แห่ง โดยทางจังหวัดนราธิวาส,อำเภอในพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (อุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม) ปี 2562 พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ตลอด 24 ชั่วโมง

         สำหรับการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นจังหวัดได้ดำเนินการ ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุ การณ์จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยขึ้น ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอ โดยบูรณาการการให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และเครือข่ายมูลนิธิอาสาสมัครต่างๆ แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้อพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย พร้อมทั้งระดมเครื่องจักรในการกู้ภัย และเรือท้องแบน เรือไฟเบอร์ จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

         ต่อมาเวลา 10.00 น. พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังพื้นที่เชิญสิ่งของพระราชทาน ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอระแงะ เพื่อมอบสิ่งของพระราช ทานจำนวน 1,200 ชุด ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยมีนายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวต้อนรับและกล่าวสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ

          จากนั้นองคมนตรีกล่าววัตถุประสงค์และอัญเชิญพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเชิญสิ่งของพระราชทานจำนวน 1,200 ชุด เพื่อมอบเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูฝนที่ผ่านมา ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้หน่วยงานต่างๆ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทรงรับสั่งมิให้ประมาท และให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมที่จะเผชิญเหตุ ที่อาจจะสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนแก่ประชาชนได้ โดยหน่วยงานต่างๆ และจิตอาสาจะต้องพร้อมเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที และจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญสิ่งของพระราชทานมามอบให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นกำลังใจ และขอให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้

         นอกจากนี้ยังทรงให้ส่วนราชการติดตามช่วยเหลือฟื้นฟูด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพใจของประชาชนทุกคนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยและได้รับความเดือดร้อนให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ทรงพระราชทานกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานและทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ขอให้รีบดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยพระราชทานอันแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขอให้ทุกคนพร้อมใจกันคิดดี ทำความดี เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป โดยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่ได้รับมอบสิ่งของพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนี้ ต่างรู้สึกซาบซึ้งและปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

          จากนั้น พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ได้มอบอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทาน พร้อมกล่าวทักทายและพูดคุยให้กำลังใจประชาชนที่มารับสิ่งของพระราชทาน ก่อนเดินทางต่อไปยังที่ว่าการอำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /issoc4news.blogspot.com /southpeace.go.th

สำนักข่าวความมั่นคง

นราธิวาส – มท.1 ลงพื้นที่ประชุม พร้อมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

มท.1 ลงพื้นที่ประชุมพร้อมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

          เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมพระนาราภิบาล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อประชุมข้อราชการ และมอบนโยบายการปฏิบัติงานต่อหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

         โดยมี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราช การจังหวัดยะลา, นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, หัวหน้าส่วนราชการ, หน่วยงานราชการในพื้นที่, หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และนายอำ เภอในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส, ยะลา, ปัตตานี, 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา อำเภอเทพา, นาทวี, จะนะ, สะบ้าย้อย และจังหวัดสตูล เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

         ในการนี้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ได้ร่วมรับฟังผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆภายในพื้นที่ ทั้งเรื่องความมั่นคง ที่กองอำ นวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มุ่งเน้นดูแลความสงบเรียบร้อย และการสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความต้องการที่แท้จริงผ่านสภาสันติสุขตำบล และการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ผ่านการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำเภอทั้ง 37 อำเภอ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องเร่งดำเนินการทั้งเรื่องการค้า การลงทุน เพื่อลดภาวะการว่างงาน ลดการเหลื่อมล้ำทางสังคม ตลอดถึงการต่อยอด และขยายผลธุรกิจในพื้นที่ สร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ และประเด็นสำคัญที่สุด คือเรื่องของการดูแลจัดการกับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ที่ทุกภาคส่วนกำลังเร่งดำเนินการ ทั้งการเตรียมเขื่อนกั้นน้ำในอนาคต และระบบการผันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

         ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ฝากเน้นย้ำในการเร่งเข้าช่วยเหลือประชา ชนในพื้นที่ที่ประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัย พร้อมชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆที่เร่งเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /issoc4news.blogspot.com /southpeace.go.th

สำนักข่าวความมั่นคง

7 วิธี ขับขี่ปลอดภัยช่วงหน้าฝน

ฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง ถนนลื่น ช่วงหน้าฝนแบบนี้หากต้องใช้เส้นทางต่างๆในการสัญจร เรามี 7 วิธี ขับขี่ปลอดภัยมาฝากแฟนเพจทุกท่าน

#ด้วยความห่วงใย
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง