สารวัตรพงศ์ ออกเวรช่วยเมียขายก๋วยเตี๋ยวส่งลูกเรียนจบวิศวะ นายร้อย จปร.เผยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

นนทบุรี สารวัตรพงศ์ ออกเวรช่วยเมียขายก๋วยเตี๋ยวส่งลูกเรียนจบวิศวะ-นายร้อย จปร.เผยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

วันที่ 11 ต.ค.68 ถ้าพูดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวย่านอำเภอปากเกร็ด หลายคนต้องนึกถึงร้าน “ก๋วย เตี๋ยวดงมูลเหล็กสารวัตรพงศ์” ตั้งอยู่บริเวณถนนห้าแยกปากเกร็ด ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด โดยมี พ.ต.ต.พงศ์ศักดิ์ จูมแพง รอง สวป.(ชส.) สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นเจ้าของร้าน นอกจากจะเป็นสารวัตรปราบปรามยาเสพติดรับรางวัลมาแล้วมากมาย หลังเวลาราชการยังทำธุรกิจแบบครอบครัวเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋น แบรนด์ดัง นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารตามสั่ง ซุปหางหมู ข้าวมัสมั่นเนื้อเปื่อย และอีกหลากหลายเมนู เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 8 ปี สร้างรายได้จนกระทั่งสามารถส่งลูกสาวคนโตเรียนจบวิศวะจากมหาวิทยาลัยเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และส่งลูกชายคนเล็กเรียนจบนักเรียนเตรียมทหารรุ่น57(ตท.57) นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่น68 (จปร.68)

พ.ต.ต.พงศ์ศักดิ์ จูมแพง เปิดเผยว่า รับราชการตำรวจมา 28 ปี เมื่อก่อนมีรายได้จากเงินเดือนตำรวจเพียงทางเดียว จึงทำให้ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ เพราะต้องส่งลูกสาวและลูกชาย 2 คนเรียนหนังสือ จึงปรึกษากับภรรยาเพื่อหารายได้เสริม ต่อมาภรรยาได้ไปขายลูกชิ้นปิ้งริมถนนแจ้งวัฒนะ ข้างกรมการกงสุล จนกระทั่งสามารถเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง จึงนำมาลงทุนเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ดงมูลเหล็ก อยู่แถวถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด โดยเปิดขายมาประมาณ 8 ปี สามารถส่งลูกสาวคนโตเรียนจนจบวิศวะ เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ตอนนี้แต่ง งานมีครอบครัวและย้ายไปอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่วนลูกชายเรียนจบ นายร้อย จปร. ปัจจุบันติดยศร้อยเอก เคยไปรับราชการอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนี้ย้ายกลับมาเป็นนายทหารปกครอง อยู่ที่โรงนายร้อย จปร.จ.นครนายก

พ.ต.ต.พงศ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ร้านเก่าหมดสัญญา จึงได้ย้ายมาเปิดที่ใหม่ อยู่ตรงห้าแยกปากเกร็ด ถนนแจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 น.- 17.00 น.ส่วนตนเองทำหน้าที่ช่วยภรรยาไปจ่ายตลาดตอนเช้ามืดและกลับมาเตรียมของขายตั้งแต่ 04.00 น. จนถึงเวลา 07.00 น.หลังจากนั้นจะไปเข้าเวรที่ สภ.บาง ใหญ่ ในตำแหน่งสารวัตรป้องกันปราบปราม(สวป.) หากวันไหนไม่มีภาระกิจต่อเนื่อง ตอนเย็นจะกลับมาช่วยเก็บร้าน ส่วนวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ ตนและลูกชาย จะมาช่วยงานที่ร้าน ทำหน้าที่หั่นเนื้อ หั่นหมู หั่นผัก เสริฟ์อาหาร ที่ผ่านมาจะไม่เอาเวลาราชการการมาทำเรื่องส่วนตัวอย่างเด็ดขาด อาชีพขายก๋วยเตี๋ยว ก็ถือเป็นงานบริการประชาชนอีกช่องทางหนึ่ง ได้พบปะและพูดคุยกับชาวบ้าน โดยส่วนตัวมองว่า การหารายได้เสริมมาจุนเจือครอบครัวเป็นอาชีพที่สุจริต ซึ่งตนและครอบครัวยึดหลักใช้ชีวิตแบบพอเพียง


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

สวยงามอร่ามเต็มท้องทุ่งทานตะวันบาน ปลายฝนต้นหนาวรอรับนักท่องเที่ยว

จังหวัดลพบุรี – ทุ่งทานตะวันแปลงแรกของฤดูกาล บานสะพรั่ง เชิญชวนสัมผัสเสน่ห์เกษตรวิถีไทย ต้อนรับวันหยุดยาว ชมความงามตระการตาที่ “ไร่จำรัส” ต้อนรับวันหยุดยาวนี้

ทุ่งดอกทานตะวัน แปลงแรกของจังหวัดลพบุรี บานสะพรั่ง เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสความงามของทุ่งดอกทานตะวันแปลงแรกที่กำลังเบ่งบานเต็มท้องทุ่งสีเหลืองอร่ามสุดลูกหู ลูกตา ณ ไร่จำรัส เฟส 2 ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวยาวต่อเนื่อง ถึงวันที่ 20 ตุลาคม นี้ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์นี้ (วันนวมินทรมหาราช) นักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวต่างต่างทยอย เดินทางไปเก็บภาพความประทับใจและเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันอย่างคึกคัก

ซึ่ง นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี ได้นำสื่อมวลชลลงพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ทานตะวันแปลงแรกของจังหวัดลพบุรี ซึ่งซึ่งเป็นการเพาะปลูกทานตะวันนอกฤดูกาล (ปกติ จะบานช่วง ปลายเดือน พฤศจิกายน – มกราคม ของทุกปี ซึ่งทุงทานตะวันแปลงนี้ มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร โดยทุ่งดอกทานตะวัน ของคุณจำรัส อินทร์เผือก เกษตรกรผู้มากประสบการณ์วัย 54 ปี ใช้พื้นที่กว่า 4 ไร่ ปลูกทานตะวันเพื่อการท่องเที่ยวแบบเกษตรวิถีไทย ซึ่งจะมีฉากหลังภูเขาสามลูกสุดอลังการ ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามของดอกไม้สีทองเท่านั้น แต่ยังมีทัศนียภาพอันโดดเด่นที่ยากจะหาที่ใดเหมือน โดยมีเทือกเขาที่สลับซับซ้อนถึง 3 ลูก ได้แก่ เขาจีนแล, เขากระดึง, และ เขาโหนกวัว เป็นฉากหลังสุดอลังการ ตัดกับท้องฟ้าสีคราม ทำให้ภาพถ่ายที่นี่สวยงามและมีมิติที่ไม่ซ้ำใคร

นักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เงียบสงบและงดงามราวกับภาพวาดจากธรรมชาติ และสัมผัสความงดงามของทุ่งดอกทานตะวันแรกของฤดูกาล พร้อมเรียนรู้เรื่องราวของพืชเศรษฐกิจที่สร้างทั้งความสุข และความยั่งยืนให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะฉากหลังมีความสวยงามไม่ผิดหวัง ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน และผลิตภัณฑ์ แปรรูปจากเมล็ดทานตะวัน โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ค่าเข้าชมคนละ 20 บาท มีที่จอดรถให้ฟรี พิกัดใน Google Maps ไร่จำรัสเส 2

สำหรับดอกทานตะวัน ไม่ใช่แค่ความสวย แต่ยังมี ประโยชน์หลากหลายจาก “ทานตะวัน” พืชเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สำหรับการปลูกดอกทานตะวันแปลงนี้ นอกเหนือจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนให้มาเยือนแล้ว ดอกทานตะวันยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีประโยชน์หลากหลายและสนับสนุนการเกษตรอย่างยั่งยืน เป็นพืชน้ำมันคุณภาพสูง เมล็ดทานตะวัน สามารถนำไปสกัดเป็นน้ำมันทานตะวัน ซึ่งอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เช่น กรดไลโนเลอิก ที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และยังใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ กากเมล็ดทานตะวันที่เหลือจากการสกัดน้ำมัน เป็นผลพลอยได้ที่มีโปรตีนสูง สามารถนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ เป็นแหล่งอาหารสุขภาพ ต้นอ่อนทานตะวันเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มผู้รักสุขภาพ เพราะมีโปรตีน วิตามิน (A, B2, E, D, K) และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ และชะลอความชรา อีกทั้ง ทานตะวัน ยังเป็นพืชเพื่อการฟื้นฟูดิน มีระบบรากที่ลึก ช่วยปรับปรุงสภาพดินให้มีความร่วนซุย และเพิ่มฮิวมัสให้กับดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เหมาะสำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนในรอบต่อไป

ทั้งนี้ นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี ได้กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมทุงทานตะวันบานปลายฝนต้นหนาวที่ไร่จำรัสลพบุรี โดยเฉพาะสัปดาห์นี้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

“นายกด๊อยซ์” ลุยหล่มสัก ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านหลังน้ำลด สั่งวางแผนฟื้นฟู-ป้องกันอุทกภัยยั่งยืน

“นายกด๊อยซ์” ลุยหล่มสัก! ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านหลังน้ำลด สั่งวางแผนฟื้นฟู-ป้องกันอุทกภัยยั่งยืน

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 09.30 น. นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรี ชัชวาล รักหาร ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์, นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 3, นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก ตลอดจนผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลง พื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่อำเภอหล่มสัก ที่ได้รับผลกระทบจากสถาน การณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา

โดยในครั้งนี้ นายกด๊อยซ์ ได้เดินทางเข้าสำรวจจุดที่ได้รับผลกระทบหนักจากอุทกภัย ทั้งในเขตชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากชาวบ้านในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานท้องถิ่นที่เข้าให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการแจกจ่ายถุงยังชีพ การซ่อมแซมถนนที่ชำรุด และการระบายน้ำในจุดเสี่ยง

นายอัครเดช ทองใจสด เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูประชาชนอย่างเร่งด่วน ทั้งด้านที่อยู่อาศัย พื้นที่ทางการเกษตร และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำถึงการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบในพื้นที่อำเภอหล่มสัก ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำหลากเป็นประจำ “เราจะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องเผชิญกับภัยน้ำซ้ำซาก ต้องมีการวางระบบบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน ทั้งการขุดลอกลำคลอง ปรับปรุงทางน้ำไหล และสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมในจุดเสี่ยง เพื่อให้หล่มสักปลอดภัยจากอุทกภัยในอนาคต” นายอัครเดช กล่าวย้ำ

ขณะเดียวกัน นายก อบจ.เพชรบูรณ์ ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด อบจ. เร่งจัดทำแผนบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และหน่วยงานระดับจังหวัด เพื่อวางแนวทางฟื้นฟูทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายจากกระแสน้ำ

ทั้งนี้ หลังจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย ประชาชนในพื้นที่หลายหมู่บ้านยังคงได้รับผลกระทบจากโคลนตมและความเสียหายของถนนสายหลัก–สายรอง รวมทั้งแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรที่ตื้นเขิน ซึ่งทาง อบจ.เพชรบูรณ์ ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด เพื่อคืนความปกติให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์

ผู้ว่าอุทัยฯ ร่วมกรมทางหลวง เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน รอบ2 เสนอรูปแบบพัฒนาถนน 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี-ทัพทัน

อุทัยธานี – ผู้ว่าอุทัยฯ-กรมทางหลวง เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน รอบ2 เสนอรูปแบบพัฒนาถนน 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี-ทัพทัน

ณ ห้องประชุมรุ่งอรุณ โรงแรมธาราฮิลล์ อุทัยธานี อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมหน่วยข้าราชการในพื้นที่ ร่วมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ สัมมนา ครั้งที่ 2 โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทาง หลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี – ทัพทัน เพื่อนำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าการศึกษา โครง การ โดยเฉพาะรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมของโครงการ แนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมใน รายละเอียด (EIA) ผลการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชนและแผนการดำเนินงานขั้นต่อไป พร้อมทั้งรับฟัง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาใช้พิจารณาประกอบการศึกษาออกแบบรายละเอียดถนนโครงการให้มีความ เหมาะสม และมีความปลอด ภัยต่อผู้ใช้เส้นทางให้มากที่สุด โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม

โดยการประชุมในครั้งนี้ ได้นำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ โดยมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ สำหรับแนวเส้นทางโครงการ มีจุดเริ่มต้นโครงการบนทางหลวงหมายเลข 3221 แยกแขวงการทาง กม.00+000 อยู่ใน เขตพื้นที่ ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี และจุดสิ้นสุดโครงการประมาณ กม.15+303 อยู่ในเขตพื้นที่ตำบล ทัพทัน อำเภอทัพทัน มีระยะทางรวมประมาณ 15.303 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ภาพรวมแนวเส้นทางโครงการฯ เป็นทาง หลวง ขนาด 2 ช่องจราจร โดยจะพัฒนา ให้เป็น 4 ช่องจราจร ซึ่งที่ปรึกษาโครงการฯ ได้พิจารณาคัดเลือกรูปแบบทางเลือก การพัฒนาถนนโครงการ ให้มีความเหมาะสมและสอด คล้องกับสภาพภูมิประเทศโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ เส้นทาง และประชาชนสามารถสัญจรไป-มาภายในชุมชนและระหว่างชุมชนใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก และปลอดภัย โดยมี 3 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 แบบเกาะกลางแบบยก (Raised Median) ออกแบบเป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร ช่องจราจรกว้าง 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร แบ่งทิศทางจราจรด้วยเกาะกลางแบบยก เกาะกลาง กว้าง 4.60 เมตร ในเขตทาง 30 เมตร เหมาะสำหรับพื้นที่ในเขตชุมชนที่ใช้ความเร็วไม่สูงมีการข้ามถนนมาก


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

คณะผู้บริหาร รพ.คีรีรักษ์ แถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลคีรีรักษ์ รองรับผู้ป่วยปี 2570

ประจวบฯ – คณะผู้บริหารโรงพยาบาลคีรีรักษ์ แถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลคีรีรักษ์ รองรับผู้ป่วยปี 2570

10 ต.ค.68 ที่ห้องรับรองปั๊มน้ำมัน ปตท. อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ คณะผู้บริหารโรงพยาบาลคีรีรักษ์ นำโดย นายคณิสรณ์ เตชะสถิตย์กุล และนายปิติณัฐ พรรณวงค์ พร้อมคณะร่วมกันแถลงข่าวและลงนามสัญญาการออกแบบการก่อสร้างโรงพยาบาลคีรีรักษ์ ขนาดเริ่มต้น 60 เตียง พร้อมแผนขยายเพิ่มเป็น 250 เตียงในอนาคต ตั้งอยู่บริเวณถนนเพชรเกษม ตรงข้ามศูนย์รถยนต์ฮอนด้าประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งโรงพยาบาลคีรีรักษ์จะเริ่มให้บริการในปี 2570 ด้วยขนาด 60 เตียง พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 40 ท่าน และอุปกรณ์การแพทย์ล้ำสมัย โดยจะรองรับผู้ป่วยที่มีสิทธิประกันสังคมและประกันสุขภาพในราคาที่ไม่แตกต่างจากโรงพยาบาลรัฐมากนัก เพื่อเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับชาวประจวบฯ

นายปิติณัฐ พรรณวงค์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมีเป้าหมายลดต้นทุนการรักษาให้ชาวประจวบ โดยมีการตั้งราคาการรักษาที่ใกล้เคียงกับภาครัฐ พร้อมรองรับสิทธิประกันสังคม 30,000 สิทธิ์ในเฟสแรก รวมถึงการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการรักษาโรคซับซ้อน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลไปกรุงเทพ

ทั้งนี้การก่อสร้างจะเริ่มลงเสาเข็มในเดือนมกราคม 2569 ใช้ระยะเวลา 1 ปี และพร้อมเปิดให้บริการในเดือนมกราคม 2570 ส่วนแผนการขยายในอนาคตจะเพิ่มเตียงเป็น 250 เตียง ภายใน 7 ปี พร้อมที่จอดรถใต้ดิน 2 ชั้น และที่จอดรถรอบอาคารบนพื้นที่ 16 ไร่ มูลค่าการก่อสร้างกว่า 750 ล้านบาท.เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการให้บริการด้านการรักษาพยาบาลของประชาชนชาวประจวบฯ


นัครินทร์/รายงาน

คณะสงฆ์นครนายก จัดประชุมเรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด

คณะสงฆ์นครนายก จัดประชุมเรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่วัดพราหมณี พระอารามหลวง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก คณะสงฆ์จังหวัดนครนายก ได้จัดโครงการถวายความรู้พระสังฆาธิการจังหวัดนครนายก เรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด โดยมี พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดโครงการฯ พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่พระสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุม โดยมีนายชูเกียรติ พุฒพันธ์ นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ, นางสาวธีรตา ซื่อตรง นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ เป็นวิทยากรร่วมบรรยายถวายความรู้เรื่องการบริจาค ระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Donation

ด้วยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดนครนายก (มหานิกาย) จัดโครงการถวายความรู้พระสังมาธิการจังหวัดนครนายก เรื่อง การจัดทำบัญชีวัดระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด โดยมีเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดนครนายก ไวยาวัจกร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 199 วัด โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสรรพากรพื้นที่นครนายก ร่วมถวายความรู้ในโครงการครั้งนี้

ตามที่มหาเถรสมาคม มีมติที่ 495/2568 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2568 เรื่อง แนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำ บัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือของวัด หรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด โดยกำหนดให้วัดทุกวัดต้องทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายและรายงานเงินคงเหลือของวัด เป็นรายเดือน จำนวน 12 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก แล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป นับปี พ.ศ. โดยสำเนาเอกสารไว้ที่วัดด้วยทุกฉบับ เพื่อรับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

สภ.บางใหญ่ จับมือภาคเอกชนแถลงข่าวจัดงานวิ่งการกุศล รายได้สนับสนุนสวัสดิการตำรวจ

นนทบุรี – สภ.บางใหญ่ จับมือภาคเอกชนแถลงข่าวจัดงานวิ่งการกุศล รายได้สนับ สนุนสวัสดิการตำรวจ

เวลา 10.00 น. วันที่ 9 ต.ค.68 พ.ต.อ.สิรภพ อนุสิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายสุวพันธุ์ โคตพงค์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ. บางใหญ่, นายศรสุทธา กลั่นมาลี หรือถั่วแระ เชิญยิ้ม, เชษฐ์ เชิญยิ้ม ดาราตลกชื่อดัง ได้ร่วมกันแถลงข่าวจัดการแข่งขันวิ่งนัดพบ ณ บางใหญ่ ครั้งที่6 จัดขึ้นทึ่บริเวณหน้าตลาด BB บางใหญ่ Market ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่

สำหรับระยะทางในการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ระยะ เริ่มต้นตั้งแต่ฟันรัน ระยะทาง 5.5 กม.เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 06.10 น. ค่าสมัคร 400-500 บาท, มินิมาราธอน ระยะทาง 12 กม. เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 06.00 น. ค่าสมัคร 500-600 บาท และฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กม. เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 05.00 น. ค่าสมัคร 600-700 บาท ภายในงานจะมีการจับฉลากและมอบของรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมแข่งขันมากมาย โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 04.00 เป็นต้นไป

นายสุวพันธุ์ โคตพงค์ ประธาน กต.ตร.สภ.บางใหญ่ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ ก็เพื่อระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ เช่น การปราบปรามยาเสพติด สวัสดิการอาหารกลางวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และส่งเสริมกีฬาเยาวชน เป็นต้น ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านมาร่วมวิ่งออกกำลังกายเพื่อการกุศล โดยรางวัลใหญ่ปีนี้คือ ทีวีสี 32 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ จำนวน 2 คัน และของรางวัลอีกมากมาย


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

กอ.รมน. จัดประชุม นขต.กอ.รมน. (วาระพิเศษ) และการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีของ กอ.รมน.

กอ.รมน. จัดประชุม นขต.กอ.รมน. (วาระพิเศษ) และการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีของ กอ.รมน. เพื่อเตรียมความพร้อมการบูรณาการและร่วมประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคง รองรับสถานการณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงได้ตลอดเวลา

วันที่ 6 ต.ค. 68 เวลา 10.00 น. พล.ท. ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศในฐานะหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน. ได้กล่าวว่า กอ.รมน. ได้จัดประชุม นขต.กอ.รมน. (วาระพิเศษ) และการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีของ กอ.รมน. ณ ห้องกรุงธน บอลล์รูม ชั้น 3 โรงแรม รอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานครเพื่อแนะนำตัวผู้บริหาร กอ.รมน. และปฐมนิเทศหน่วยงาน กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด (รอง ผอ.รมน.จังหวัด ฝ่ายทหาร) ได้รับความรู้ถึงบทบาท อำนาจหน้าที่ ของ กอ.รมน.

ซึ่งการประชุมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญใน การสร้างความเข้าใจให้แน่นแฟ้น อีกทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมการบูรณาการและร่วมประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงรองรับสถาน การณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน. เป็นประธานในการประชุม ฯ พร้อมด้วย พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. และผู้บริหาร กอ.รมน. เข้าร่วมการประชุม ฯ

สำหรับการประชุมฯ และปฐมนิเทศฯ ในวันนี้ ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. ได้ชี้แจงถึงการปฏิบัติงานของ กอ.รมน. ในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญในการทำงานต้องตระหนักและเตรียมพร้อมอยู่เสมอเกี่ยวกับความชัดเจนในบทบาทขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเข้าใจและการรับรู้ในการทำงานของ กอ.รมน. ได้อย่างสม่ำเสมอ และได้เน้นย้ำถึงบทบาทหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูสถานการณ์ที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัยที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุข สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ รวมถึงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ

โดยได้มอบแนวทางการทำงานให้ทุกหน่วยดำเนินการ ดังนี้

  • ให้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงาน มุ่งเน้นทั้งเชิงรุกและการป้องกัน ต้องรู้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่คู่ขนานไปกับการแก้ไขปัญหาเดิมที่มีอยู่ โดยอาศัยฐานข้อมูลการประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือนข่าวสาร รวมทั้งความร่วมมือจากมวลชนซึ่งถือเป็นหัวใจที่สำคัญ
  • การกำกับดูแลของทุกส่วนงานให้เป็นไปตามทิศทางและแนวทางที่กำหนด โดยให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติ กอ.รมน. จะต้องเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญจากส่วนกลางไปสู่ระดับพื้นที่
  • การดำเนินงานแผนงานและโครงการของแต่ละหน่วยจะต้องทำผลการประเมินเพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลงานต่อไปในอนาคต
  • กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ต้องเพิ่มบทบาทด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะกอ.รมน.จังหวัด ต้องเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนกลไกการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน อีกทั้งจะต้องสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน
  • การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องริเริ่มและพัฒนากลยุทธ์ใหม่เพื่อให้เกิดความได้เปรียบและไม่ก่อให้เกิดเงื่อนไขหรือผลกระทบที่ซ้ำเติมปัญหาเดิม เน้นงานข่าวกรองต้องทันเวลา อีกทั้งจะต้องมีการสร้างความร่วมมือจากภาคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ การทำงานจะต้องยึดถือความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และจะต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับการประสานงานกับส่วนราชการภายนอกต้องมีความชัดเจนและมีเอกภาพ
  • การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนทางทะเล ให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ที่มีพื้นที่คาบเกี่ยวได้ประสานบูรณาการร่วมกับกองกำลังป้องกันชายแดน และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)
    ในพื้นที่ชายแดนด้านกัมพูชา กอ.รมน.จังหวัด ต้องเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ส่วนหลัง พร้อมการรณรงค์ให้มวลชนของ กอ.รมน. เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติอย่างชัดเจน

สุดท้ายของการประชุม ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. ได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารทุกท่านที่เข้ารับการปฐมนิเทศได้เพิ่มพูนความรู้ในเรื่องบทบาท ภารกิจ หน้าที่และอำนาจ ระเบียบ คำสั่ง รวมทั้งรับทราบปัญหา ข้อจำกัด ข้อเสนอแนะ และขอให้ขยายผลการทบทวนหลังการปฏิบัติ เพื่อนำไปเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติงานต่อไป


นายอำเภอเมืองลพบุรี เป็นประธานเปิดงานปฐมนิเทศนักศึกษาพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธบาท ชั้น ปี 4 และเลี้ยงต้อนรับข้าราชการที่ย้ายมาใหม่

ภารกิจงานวันนี้

เมื่อวันที่ 6 ตค. 2568 เวลา 12.00 น. นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี ร่วมกับหัว หน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ เลี้ยงข้าวเที่ยงเกษียณย้อนหลังให้กับหน.จุไรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอเมืองที่เกษียณ กย.68 และเลี้ยงต้อนรับข้าราชการที่ย้ายมาใหม่ประกอบด้วย ป. อาวุโส, ข้าราชการ สนง.ท้องถิ่นอำเภอ/ข้าราชการ สนง. ปศุสัตว์อำเภอ ณ ร้านปีวอก ต. ป่าตาล

ต่อมา เวลา 14.00 น. ประธานเปิดงานปฐมนิเทศนักศึกษาพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธ บาท ชั้น ปี 4 มาฝึกงานในพื้นที่ตำบลเขาพระงาม อ.เมืองลพบุรี โดยมีนายกเทศมนตรีตำบลเขางาม พร้อมคณะผู้บริหาร ตัวแทนสาธารณสุขอำเภอ ตัวแทนผกก.สภ.เมืองลพบุรี ผู้ใหญ่บ้าน อสม. คณะครู นักศึกษา จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธบาทเข้าร่วม ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเขาพระงาม

รศ.ดร.ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ นั่งรักษาการแทนอธิการบดี ม.สุโขทัยธรรมาธิราช คนใหม่

สภามหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้แต่งตั้งให้ รศ.ดร.ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ กรรมการสภามหาวิทยาลัย เป็นผู้รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คนใหม่ ตั้งแต่ 6 ตุลาคม 2568 และรักษาการแทนอธิการบดี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งรักษาการแทนรองอธิการบดี อีก 8 ท่าน เพื่อขับเคลื่อนงานทันที ประกอบด้วย ผศ.ดร.พัชรี ผาสุข, ผศ.ดร.กานต์ บุญศิริ, ผศ.ศตวรรษ ด้วงแป้น, ผศ.ดร.ภาวิน ชินะโชติ, อ.ดร.ธนพร สวรรค์พิทักษ์, ผศ.ดร.ทรงลักษณ์ สกุลวิจิตร์สินธุ, รศ.ดร.ธนศักดิ์ สายจำปา และ ผศ.ดร.อัคเดช มโนลีหกุล