ศอ.จอส.พระราชทานมทบ.33 จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องใน วันปิยมหาราช ประจำปี 2568

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องใน วันปิยมหาราช ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 พร้อมด้วย คณะผู้บังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ 33, รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 7, รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่, จิตอาสา 904, กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน และนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องใน วันปิยมหาราช ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ ด้วยทศพิธราชธรรม และนำพาประเทศชาติให้ทันสมัย อันเป็นรากฐานของชาติไทยจนถึงปัจจุบันนี้ ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ มณฑลทหารบกที่ 33 และหน่วยทหารในพื้นที่ ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ จึงได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เพื่อเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ ให้เกิดความสะอาดสวยงาม อีกทั้งเป็นโอกาสในการสร้างความสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะ ณ ลานรวมพล หน้า กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 และ พื้นที่รับผิดชอบ ค่ายกาวิละ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ให้การต้อนรับ ผอ.สถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลก และคณะ

เมื่อวันพุธที่ 22 ต.ค.68 เวลา 09.00 น. กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (บชร.3) โดยผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก กฤติ พันธะสา รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (1) และหัวหน้ากองยุทธการและการข่าว กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ให้การต้อนรับ นางสาว สมัชญา อยู่คง ผู้อำนวยการสถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลก และคณะ พร้อมทั้งเข้าร่วมรับฟังการประชาสัมพันธ์การรับสมัครงาน เพื่อไปทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ การบรรยายให้ความรู้ แนะแนวการพัฒนาทักษะฝีมือ ความรู้ด้านภาษาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานในประเทศ และต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

สถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลกได้รับอนุญาตก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 ต.ค.68 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน และการทดสอบฝีมือแรงงานในจังหวัดพิษณุโลก ให้ได้มาตรฐานแรงงานที่จะสามารถไปเป็นแรงงานได้ตรงตามความต้องการของต่างประเทศ ให้กับทหารกองประจำการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และกองพันหน่วยขึ้นตรงกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ที่จะครบกำหนดปลดออกจากกองประจำการ ณ อาคารอเนกประสงค์ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมีทหารกองประจำการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 168 นาย ผลจากการบรรยายทหารกองประจำการมีความสนใจ และเป็นแนวทางสำหรับการประกอบอาชีพหลังจากปลดประจำการ…ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย…(ศูนย์ประชาสัมพันธ์ บชร.3 รายงาน)

** ข่าวประชาสัมพันธ์ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (บชร.3) จังหวัดพิษณุโลก **


นที มีเดช รายงาน

ตำรวจภูธร จ.ลำพูน ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง เสริมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่

ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน สภ.ในสังกัด ภ.จว.ลำพูน ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง เสริมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช. ภ.5 และ พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย รอง ผบก.ภ. จว.ลำพูน ซึ่งมีข้อห่วงใยถึงสถานการณ์ราคาทองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จึงมีข้อสั่งการให้ สถานีตำรวจในสังกัด ภ.จว.ลำพูน ให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้มี จนท.ตร.ทุกนาย มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

วันที่ 22 ตุลาคม 2568 มี สภ.ในสังกัด ภ.จว.ลำพูน ทำการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่

  • สภ.เมืองลำพูน ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ณ ร้านทองเยาวราช ห้างแจ่มฟ้าช้อปปิ้งมอลล์ จ.ลำพูน
  • สภ.นิคมอุตสาหกรรม ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ณ ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาบิ๊กซีลำพูน
  • สภ.บ้านธิ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ณ ตลาด ป.ธุรกิจยนต์ บ้านธิ
  • สภ.บ้านโฮ่ง ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ณ ร้านทองแม่ซิวเฮียง ตลาดสดไชยวากิจ อ.บ้านโฮ่ง

การซักซ้อมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  • ทดสอบความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าระงับเหตุ
  • ฝึกการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการร้านทองและประชาชนในพื้นที่

การซ้อมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความอุ่นใจแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การซักซ้อมแผนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

หากพบเหตุด่วน เหตุร้าย พบเหตุอาชญากรรม แจ้งได้ที่ 191 ได้ตลอด 24 ชม.หรือ โทรสายตรง 053-569-790

ตำรวจลำพูน #เคียงข้างประชาชน #ป้องปรามอาชญากรรม


นที มีเดช รายงาน

ลำพูน ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่1 ในพื้นที่อำเภอป่าซาง เพื่อป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชน

ลำพูน ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่1 ประจำปี2569 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี เพื่อป้องกันโรคส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชน รวมถึงเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่เทศบาลตำบลมะกอก หมู่ที่9 ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมีนายแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ บ่อแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน กล่าวรายงาน มีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ ส่วนราชการอำเภอป่าซาง คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร พอ.สว. และประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองป่าซางเข้าร่วม

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน กล่าวว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ทรงพระเมตตาพระราชทานกำเนิดมูลนิธิ แพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี หรือ ชื่อย่อ“พอ.สว.” คำย่อ พอ. คือ แพทย์อาสา / สว. คือ สังวาลย์ ซึ่งเป็นพระนามเดิมของพระองค์ท่าน หลังจากสมเด็จย่าเสด็จสวรรคตแล้ว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงสืบสานพระราชปณิธาน ต่อมาจนสิ้นพระชนม์ และ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จึงทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติม ศักดิ์มูลนิธิพอ.สว. ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2552 สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน วัตถุประสงค์หลักของ หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) เพื่อจัดหาและส่งเสริมให้มีแพทย์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ปฏิบัติงานช่วยเหลือให้การรักษา ป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกลคมนาคม หรือท้องถิ่นที่จังหวัดกำหนด

กิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ถือเป็นกิจกรรมที่พสกนิกรชาวจังหวัดลําพูน น้อมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตาแก่ปวงชนชาวไทย และเป็นผู้พระราชทานกําเนิด มูลนิธิ พอ.สว.ขึ้น เพื่อจัดบริการด้านสาธารณสุขช่วยเหลือให้การรักษาพยาบาล ป้องกันโรคส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชนในต่างท้องที่และพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจังหวัดลําพูนเป็นจังหวัดที่สมัครหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ลำดับที่ 63 ของประเทศไทย

ภายในงานมีการมอบจักรยานให้กับนักเรียนในพื้นที่ จำนวน 5 คัน, มอบทุนยังชีพเพื่อการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่, มอบอุปโภคและบริโภคจากห้างบิ๊กซีให้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียนและนักเรียนในพื้นที่ พร้อมมอบถุงยังชีพจากเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูนและยาสามัญประจำบ้านจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ทันตกรรม การแพทย์แผนไทยรวมถึงสุขศึกษาให้คำแนะนำแก่ประชา ชนผู้รับบริการ จากนั้นนายอำเภอป่าซางได้นำคณะเยี่ยมหน่วยแพทย์ที่มาออกให้บริการประชาชน และในโอกาสนี้ได้ลงพื้นที่ตำบลมะกอกเยี่ยมเยียนผู้ป่วย ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อมอบถุงยังชีพจากสภากาชาดไทยพร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค ยารักษาโรคอีกด้วย

โอกาสนี้ ปศุสัตว์จังหวัดลำพูนร่วมกับปศุสัตว์อำเภอป่าซาง ได้ร่วมลงพื้นที่ให้บริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว พร้อมฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลมะกอก ประกอบด้วย 1.บริการผ่าตัด ทำหมัน สุนัขเพศผู้ จำนวน 5 ตัว เพศเมีย จำนวน 4 ตัว รวมทั้งหมด จำนวน 9 ตัว และแมวเพศผู้ จำนวน 6 ตัว เพศเมีย จำนวน 11 ตัว รวมทั้งหมด จำยวน 17 ตัว รวมทั้งสุนัขและแมวทั้งหมด จำนวน 26 ตัว พร้อมให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แมวจำนวน 17 ตัว สุนัขจำนวน 9 ตัว รวมทั้งหมดจำนวน 26 ตัว


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.พิษณุโลก ร่วมการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ ปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ ปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. พันเอก วิชา อมระดิษฐ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 2) “โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออก แบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจร ทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก” จัดโดยแขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 2 (วังทอง) สังกัดกรมทาง หลวง ณ หอประชุมสโมสรนักศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการ และสรุปผลการประชุมแนวคิดการกำหนดรูปแบบทางเลือกการพัฒนาเบื้องต้น (กลุ่มย่อยครั้งที่ 1) รวมถึงนำเสนอผลการศึกษาด้านวิศวกรรม การจราจร และสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือกรูปแบบทางหลวงและทางแยกต่างระดับที่เหมาะสม ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่อำเภอวังทองและอำเภอเมืองพิษณุโลก เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายพัฒนา เพชรสุริยา รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 2 (วังทอง) กล่าวรายงานว่า ปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง เป็นเส้นทางคมนา คมสายหลักที่มีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการขนส่งสินค้า การเดินทางระหว่างภูมิภาค การท่องเที่ยว รวมถึงมีสถานศึกษาและชุมชนหนาแน่น ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง ในปีงบ ประมาณ 2568–2569 เพื่อจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ โดยได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ ศึกษาด้านจราจร จัดประชุมเสนอแนวคิดการพัฒนา และหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวเส้นทางโครงการ มีจุดเริ่มต้นบริเวณกิโลเมตรที่ 240+500 และสิ้นสุดบริเวณกิโลเมตรที่ 252+500 รวมระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบล 2 อำเภอ ได้แก่ ตำบลสมอแข ตำบลวังทอง ตำบลวังพิกุล ตำบลดินทอง และตำบลชัยนาม จังหวัดพิษณุโลก เมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน สนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของจังหวัดพิษณุโลก และส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคต่อไป


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมกำลังพลศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเสริมขวัญและกำลังใจ

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมกำลังพลศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเสริมขวัญและกำลังใจ

วันที่ 22 ตุลาคม 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 เดินทางไปตรวจเยี่ยมและพบปะกำลังพลของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ที่เข้าปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล เสริมสร้างขวัญและกำลังใจ รวมทั้งรับทราบปัญหา ข้อขัดข้อง และอุปสรรคในการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์

สำหรับในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาที่มีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งในด้านการปฏิบัติงานและการดำรงชีวิตในพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลของกองทัพภาคที่ 3 ในการปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงของประเทศ

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกนายที่เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 พร้อมเน้นย้ำให้ทุกนายยึดมั่นในอุดมการณ์ของทหารอาชีพ ปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง สุจริต และมีวินัย เพื่อให้การสนับสนุนภารกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลสูงสุด


นที มีเดช รายงาน

ทบ. จัดกิจกรรมจิตอาสาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันปิยมหาราช 2568

ทบ. จัดกิจกรรมจิตอาสาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันปิยมหาราช 2568

วันนี้ (22 ตุลาคม 2568) กองทัพบก จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2568 ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา กำลังพลจากหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก และประชาชนจิตอาสาร่วมกิจกรรม
อย่างพร้อมเพรียง

โดยในเวลา 09.00 น. ผู้บัญชาการทหารบก ได้นำกำลังพลประกอบพิธีน้อมรำลึก ถวายพานพุ่มดอกไม้สดและกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นได้ถวายเครื่องไทยธรรมแก่ท่านเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร

หลังเสร็จสิ้นพิธี ได้ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์บริเวณลานโพธิมณฑลพุทธานุสรณ์สัตตมหาสถาน ตลอดจนพื้นที่โดยรอบวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกและคณะ ได้มอบถุงยังชีพของกองทัพบกให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนโดยรอบ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกและเชิดชูพระราชจริยวัตรของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักปฏิรูป ผู้ทรงวางรากฐาน การบริหารประเทศ การปรับปรุงกฎหมาย การทหาร การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการต่างประเทศ ที่นำพาชาติไทยให้ก้าวสู่ความเจริญมั่นคงอย่างแท้จริง อีกทั้ง เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของกำลังพลกองทัพบกและประชาชนผู้มีจิตอาสา ในการร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานการ “ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” สืบไป



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ จัดกิจกรรม “วันทันตสาธารณสุข” บริการทันตกรรมฟรี เพื่อรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จย่า

โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ จัดกิจกรรม “วันทันตสาธารณสุข” บริการทันตกรรมฟรี เพื่อรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จย่า

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 โดยกองทันตกรรม จัดกิจกรรม “วันทันตสาธารณสุข” ให้บริการทันตกรรมฟรีแก่กำลังพล ครอบครัว และประชาชนชาวจังหวัดนครสวรรค์ โดยมี พันเอก สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ เป็นประธานในพิธี ณ โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 จังหวัดนครสวรรค์

มีการให้บริการด้านสุขภาพช่องปากอย่างครบวงจร อาทิ ตรวจสุขภาพช่องปาก อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน และเคลือบฟลูออไรด์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพฟันและเหงือกที่ดีแก่ทุกคน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก และ การสาธิตการแปรงฟันที่ถูกวิธี โดยทีมทันตแพทย์และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อเป็นน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัด “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” เพื่อเผยแพร่พระประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระเมตตาธรรมด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะงานด้านทันตกรรมที่พระองค์ทรงริเริ่มและให้การสนับสนุนแก่หน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศ

กองทันตกรรม โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 จะพร้อมใจกันจัดกิจกรรม “วันทันตสาธารณสุข” เป็นประจำทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตลอดจนให้ความรู้ด้านทันตกรรมแก่กำลังพลและประชาชน เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยในช่องปากที่ดีอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

ผู้แทนชาวบ้านในตำบลหนองหอย รวมตัวยื่นหนังสือสนับสนุนการรื้อฝายในลำน้ำปิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงใหม่

ผู้แทนชาวบ้านในตำบลหนองหอย รวมตัวยื่นหนังสือสนับสนุนการรื้อฝายในลำน้ำปิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงใหม่

วันนี้ (22 ต.ค. 68) เวลา 10.00 น. ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รับหนังสือสนับสนุนการรื้อฝายในลำน้ำปิง ทั้ง 3 ฝาย จากนางจีรพร หวันแดง นายกเทศมนตรีตำบลหนองหอย ซึ่งเป็นผู้แทนชาวบ้านในตำบลหนองหอย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยของจังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินของผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ประสบภัย ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ เนื่องจากต้องคอยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอยู่เป็นระยะ ดังนั้น จากการถอดบทเรียนในปีที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ได้มีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยทั้งระบบ โดยเฉพาะการขุดลอกและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในลำน้ำปิงในเขตตัวเมืองและเขตเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีฝายที่อยู่ในบริเวณจำนวน 3 ฝาย คือ ฝายพญาคำ ฝายหนองผึ้ง และฝายท่าวังตาล และจากการรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนใหญ่เห็นว่าควรมีการรื้อฝายทั้ง 3 ออก เนื่องจากมีประตูระบายน้ำท่าวังตาลที่ใช้ควบคุมระดับน้ำในลำน้ำปิงอยู่แล้ว และการรื้อฝายออก จะทำให้การระบายน้ำในลำน้ำปิงจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถช่วยสร้างความมั่นใจในการป้องกันปัญหาอุทกภัยได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในปี 2567 ที่ผ่านมา ทางรัฐต้องจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่กว่า 1,200 ล้านบาท และเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 5,600 ล้านบาท ดังนั้น จังหวัดเชียงใหม่ได้มีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยทั้งระบบ โดยเฉพาะการขุดลอกและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในลำน้ำปิง และขณะนี้ได้ดำเนินการขุดลอกครบทั้ง 100% แล้ว สามารถช่วยในการระบายน้ำในลำน้ำได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งกีดขวางทางน้ำในลำน้ำปิงนั้น ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการรื้อฝายทั้ง 3 แล้ว จำนวน 9 ครั้ง โดยประชาชนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าควรรื้อถอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในลำน้ำปิงให้ดียิ่งขึ้น แต่ยังมีความเห็นต่างเพราะอยากอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีวิถีดั้งเดิมไว้ อย่างไรก็ตามทางจังหวัดจะได้ส่งข้อมูลทั้ง 2 ด้าน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยของจังหวัดต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ฉก.ราชมนู เผย ไทยช่วยต่างชาติข้ามฝั่งจาก ‘เคเคปาร์ค’ กว่า 90 คนแล้ว หลังทหารเมียนมาเข้ากวาดล้างสแกมเมอร์

BREAKING: ผบ.ฉก.ราชมนู เผย ไทยช่วยต่างชาติข้ามฝั่งจาก ‘เคเคปาร์ค’ กว่า 90 คนแล้ว หลังทหารเมียนมาเข้ากวาดล้างสแกมเมอร์ คาด คืนนี้มีอีก 200-300 คน นำเข้าขั้นตอนตรวจสอบตามกฎหมายแล้ว ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ไม่พบคนไทย ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์ กว่า 18 คน ขอความช่วยเหลือด่วน คาดการณ์มีต่างชาติทะลักเข้าไทยอีกกว่า 2,000 คน

วันนี้ (22 ต.ค. 68) The Reporters สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ พ.อ.ชนกานต์ แสงศร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู หลังได้รับรายงานว่ามีชาวต่างชาติ ข้ามแม่น้ำเมย จาก ‘เคเคปาร์ค’ เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา เนื่องจากมีการกวาดล้างสแกมเมอร์ของทหารเมียนมา

พ.อ.ชนกานต์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเวลา 14.00 น.วันนี้ พบว่ามีชาวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 90 คน ข้ามแม่น้ำเมย จากเคเคปาร์ค จากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ตรงข้าม ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อมายังประเทศไทย หลังการกวาดล้างสแกมเมอร์ของทหารเมียนมา ซึ่งไทยได้ให้การช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม และนำเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย เนื่องจากคนเหล่านี้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ทหาร ฉก.ราชมนู จึงนำส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด เพื่อทำการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ร่วมกับ สภ.แม่สอด กรมการปกครอง และ สำนักงานพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ จ.ตาก

“จากการสอบถามล่าสุดทาง ตม.แม่สอด พบว่าเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ไม่มีคนไทย สวนใหญ่เป็น ชาวจีน อินเดีย ปากีสถาน ซึ่งคาดว่าจะมีเข้ามาอีกในวันพรุ่งนี้ ทาง ฉก.ราชมนู ได้ประสานทุกหน่วยงานทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย และยังไม่พบผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์”

ผบ.ฉก.ราชมนู คาดการณ์ว่าน่าจะมีชาวต่างชาติทะลักเข้าไทยอีกไม่ต่ำกว่า 200-300 คน ซึ่งใช้ช่องทางธรรมชาติข้ามแม่น้ำเมย หลบหนีมายังประเทศไทย ทางไทยจึงต้องให้การช่วยเหลือทางมนุษยธรรม หากพบเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ก็จะนำเข้ากลไก NRM และหากไม่ใช่เหยื่อ ก็ดำเนินการตามขั้นตอนดำเนินคดีเข้าเมืองผิดกฎหมายและส่งกลับประเทศ

อย่างไรก็ตามมีรายงานจากกรมการปกครอง ประเมินในเบื้องต้นว่ามีผู้คนจำนวนมากหลบหนีออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน และหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อาจมีผู้หลบหนีเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 2,000 คน

ขณะนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และ ตำรวจตระเวนชายแดน ได้ดำเนินกระบวนการคัดกรองผู้หลบหนีประมาณ 80–100 คน ที่เพิ่งข้ามพรมแดนเข้ามาผ่านทาง จุดตรวจแม่กุ ในขณะนี้ยังมีผู้หลบหนีมาเพิ่ม คาดการณ์ว่า ภายในช่วงค่ำของวันนี้ จำนวนผู้หลั่งไหลเข้ามาอาจเพิ่มขึ้นถึง 200–300 คน

ขณะที่ น.ส.กฤติญา ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากชาวฟิลิปปินส์ 18 ราย และปากีสถาน 1 ราย ที่พยายามหลบหนีออกมาจากบอสจีนและไม่ปลอดภัย จึงได้มีการประสานขอความช่วยเหลือไปทางกองกำลัง BGF ซึ่งได้ส่งทหารเข้าไปตรวจสอบตามพิกัดที่ขอความช่วยเหลือแล้ว


นที มีเดช รายงาน