BREAKING: ผบ.ฉก.ราชมนู เผย ไทยช่วยต่างชาติข้ามฝั่งจาก ‘เคเคปาร์ค’ กว่า 90 คนแล้ว หลังทหารเมียนมาเข้ากวาดล้างสแกมเมอร์ คาด คืนนี้มีอีก 200-300 คน นำเข้าขั้นตอนตรวจสอบตามกฎหมายแล้ว ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ไม่พบคนไทย ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์ กว่า 18 คน ขอความช่วยเหลือด่วน คาดการณ์มีต่างชาติทะลักเข้าไทยอีกกว่า 2,000 คน
วันนี้ (22 ต.ค. 68) The Reporters สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ พ.อ.ชนกานต์ แสงศร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู หลังได้รับรายงานว่ามีชาวต่างชาติ ข้ามแม่น้ำเมย จาก ‘เคเคปาร์ค’ เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา เนื่องจากมีการกวาดล้างสแกมเมอร์ของทหารเมียนมา
พ.อ.ชนกานต์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเวลา 14.00 น.วันนี้ พบว่ามีชาวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 90 คน ข้ามแม่น้ำเมย จากเคเคปาร์ค จากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ตรงข้าม ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อมายังประเทศไทย หลังการกวาดล้างสแกมเมอร์ของทหารเมียนมา ซึ่งไทยได้ให้การช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม และนำเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย เนื่องจากคนเหล่านี้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ทหาร ฉก.ราชมนู จึงนำส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด เพื่อทำการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ร่วมกับ สภ.แม่สอด กรมการปกครอง และ สำนักงานพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ จ.ตาก
“จากการสอบถามล่าสุดทาง ตม.แม่สอด พบว่าเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ไม่มีคนไทย สวนใหญ่เป็น ชาวจีน อินเดีย ปากีสถาน ซึ่งคาดว่าจะมีเข้ามาอีกในวันพรุ่งนี้ ทาง ฉก.ราชมนู ได้ประสานทุกหน่วยงานทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย และยังไม่พบผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์”
ผบ.ฉก.ราชมนู คาดการณ์ว่าน่าจะมีชาวต่างชาติทะลักเข้าไทยอีกไม่ต่ำกว่า 200-300 คน ซึ่งใช้ช่องทางธรรมชาติข้ามแม่น้ำเมย หลบหนีมายังประเทศไทย ทางไทยจึงต้องให้การช่วยเหลือทางมนุษยธรรม หากพบเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ก็จะนำเข้ากลไก NRM และหากไม่ใช่เหยื่อ ก็ดำเนินการตามขั้นตอนดำเนินคดีเข้าเมืองผิดกฎหมายและส่งกลับประเทศ
อย่างไรก็ตามมีรายงานจากกรมการปกครอง ประเมินในเบื้องต้นว่ามีผู้คนจำนวนมากหลบหนีออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน และหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อาจมีผู้หลบหนีเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 2,000 คน
ขณะนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และ ตำรวจตระเวนชายแดน ได้ดำเนินกระบวนการคัดกรองผู้หลบหนีประมาณ 80–100 คน ที่เพิ่งข้ามพรมแดนเข้ามาผ่านทาง จุดตรวจแม่กุ ในขณะนี้ยังมีผู้หลบหนีมาเพิ่ม คาดการณ์ว่า ภายในช่วงค่ำของวันนี้ จำนวนผู้หลั่งไหลเข้ามาอาจเพิ่มขึ้นถึง 200–300 คน
ขณะที่ น.ส.กฤติญา ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากชาวฟิลิปปินส์ 18 ราย และปากีสถาน 1 ราย ที่พยายามหลบหนีออกมาจากบอสจีนและไม่ปลอดภัย จึงได้มีการประสานขอความช่วยเหลือไปทางกองกำลัง BGF ซึ่งได้ส่งทหารเข้าไปตรวจสอบตามพิกัดที่ขอความช่วยเหลือแล้ว
นที มีเดช รายงาน