นครปฐม จัดพิธีปล่อยแถวป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงเทศกาลวันฮาโลวีนและวันลอยกระทง ประจำปี 2568

พิธีปล่อยแถวป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลวันฮาโลวีนและวันลอยกระทง ประจำปี 2568 วันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณลานฝึกวงศ์สมบูรณ์ ศฝร.ภ.7 อ.เมืองนครปฐม จว.นครปฐม

เนื่องด้วยในวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 เป็นวันฮาโลวีน และวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันลอยกระทง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมวันฮาโล วีน และวันลอยกระทง รวมถึงการเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก อาจเกิดความไม่สะดวกในการเดินทาง ปัญหาอาชญากรรม การสร้างความเดือดร้อนรำคาญ และอันตรายที่เกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด และโคมลอย รวมถึงอาจมีมิจฉาชีพแอบแฝงเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินใน สถานที่จัดงานต่าง ๆ ได้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ทุกพื้นที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 4 พฤศจิกา ยน 2568 รวมทั้งสิ้น 7 วัน โดยกำหนดเป้าหมายในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกประเภท

วันนี้ (28 ต.ค. 68) ตำรวจภูธรภาค 7 ได้จัดพิธีปล่อยแถวป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลวันฮาโลวีนและวันลอยกระทง ประจำปี 2568 โดยมี พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานพิธี พร้อมด้วย น.ส.อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม, พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกูล รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม, เจ้ากรมการสัตว์ทหารบก, รอง ผอ.รมน.จว.นครปฐม, ป้องกันจังหวัดนครปฐม, หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ข้าราชการทหาร, ข้าราชการ, ฝ่ายปกครอง, หน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดนครปฐม (ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสันติบาล ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจปราบปรามยาเสพติด) ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ชุดปฏิบัติการพิเศษ (อินทรี 7) กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 และอาสาสมัคร เข้าร่วมพิธี


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รพ.นครปฐม จัดพิธีถวายความเคารพ และลงนามแสดงความไว้อาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง

โรงพยาบาลนครปฐม จัดพิธีถวายความเคารพ และลงนามแสดงความไว้อาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลนครปฐม จัดพิธีถวายความเคารพและ ลงนามแสดงความไว้อาลัย เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ณ อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

คณะสงฆ์ ร่วมกับ อ.กำแพงแสน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

คณะสงฆ์ ร่วมกับ อำเภอกำแพงแสน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดบ่อน้ำจืด ตำบลดอนข่อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชนชาวอำเภอกำแพงแสน เข้าร่วมพิธีด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ อำเภอกำแพงแสน ร่วมกับคณะสงฆ์อำเภอกำแพงแสน กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดบ่อน้ำจืด เป็นเวลา 30 วัน พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก

#น้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

อช.แก่งกระจาน ตรวจยึดพื้นที่บุกรุกป่าสงวน ปมวางกัดดังช้าง

จากกรณี จนท.อช.แก่งกระจาน เปิด ”ยุทธการล้างบางบ่วง” ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงาน ตรวจพบกับดักช้าง (แผ่นไม้ตอกตะปู) จำนวนมาก และร่วมกับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ชุดเฉพาะกิจกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและผู้นำชุมชน ได้ขยายผลเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมาย จนระบุตัวตนผู้กระทำผิดได้ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความต่อ พนง.สอบสวน สภ.แก่งกระจานไปแล้ว เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ 28 ต.ค. นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, นายคณิน ทองก้อน ปลัดอำเภอแก่งกระจาน, นายฉลอง ทองสงฆ์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พบ.1 (ยางชุม) และเจ้าหน้าที่ส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่แปลงดังกล่าว พบว่าพื้นที่นี้มีการบุกรุกพื้นที่เพื่อทำเกษตรกรรมเพิ่มเติมจากขอบเขตที่กรมป่าไม้อนุญาตให้จังหวัดเพชรบุรีเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่ายางน้ำกลัดเหนือและป่ายางน้ำกลัดใต้ ในพื้นที่ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ ตำบลยางน้ำกลัดใต้ ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอหนองหญ้าปล้อง, ตำบลพุสวรรค์ ตำบลวังจันทร์ ตำบลแก่งกระจาน ตำบลป่าเด็ง ตำบลห้วยแม่เพรียง ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน และตำบลกลัดหลวง ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ตามหนังสืออนุญาต (แบบ ป.ส. 23-1) เล่มที่ 87 ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2567 จนถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2597

คณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่บุกรุกดังกล่าว จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 9 – 3 – 51 ไร่ พร้อมทั้งได้จัดทำบันทึกตรวจยึด ก่อนนำเอกสาร และหลักฐานเข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนต่อไป


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

นายก อบจ. นครปฐม มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยน้ำท่วมในเขตนครชัยศรี

นายก อบจ. นครปฐมมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยน้ำท่วมในเขตนครชัยศรี

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2568 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรีอบจ.นครปฐม โดยการ นำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม และนางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา พร้อมด้วย สมาชิกสภาฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ อบจ.นครปฐม ในการนี้นายอนุชา สะสมทรัพย์ อดีต รมต. ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ร่วมลงพื้นที่เพื่อมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ในพื้นที่น้ำท่วม ในเขตอำเภอนครชัยศรี เพื่อนำไปส่งต่อให้ประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

คอหวยฮือฮา แห่ส่องเลขเด็ดพิธี “โอมแก้จน” หน้าองค์ท้าวเวสสุวรรณ

เพชรบูรณ์ – คอหวยฮือฮา แห่ส่องเลขเด็ดพิธี “โอมแก้จน” หน้าองค์ท้าวเวสสุวรรณ

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงเข้าใกล้สิ้นเดือน พบว่าบรรดานักเสี่ยงโชค และคอหวย ต่างไม่พลาดที่จะเสาะหาเลขเด็ด หวังนำไปเสี่ยงดวงตามความเชื่อ เช่นเดียวกับที่ วัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อวัด “หลวงพ่อห้ามจน” ตำบลห้วยโป่ง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ปรากฏว่าคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากในวันนี้ มีกลุ่มมูเตลู แห่งประเทศไทย นำโดย อาจารย์ต้น ตรีศูล , อาจารย์แมน , อาจารย์เอ๋ พัทยา และอาจารย์ตุ๊ก มณีมนตรา ได้เดินทางผ่านมาท่องเที่ยวยังจังหวัดเพชรบูรณ์ และก็ไม่พลาด ที่จะแวะเข้ามากราบไหว้ ปิดทองขอพร ”หลวงพ่อห้ามจน” องค์จริง หนึ่งเดียวในเพชรบูรณ์ พร้อมทั้งถือโอกาส ทำพิธี “โอมห้ามจน” ด้านหน้าองค์ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อความเป็นศิริมงคลและเปิดโชค จุดธูปเสี่ยงทาย ได้เลข 489 และยังได้ล้วงไหเสี่ยงทาย ก่อนได้ตัวเลขใกล้เคียงกัน คือ 490 สร้างความฮือฮา แก่ผู้ที่พบเห็น และนักท่องเที่ยว ที่แวะเข้ามากราบไหว้ขอพร ต่างไม่พลาด ที่จะถ่ายรูปเลขเด็ดดังกล่าว เพื่อนำไปซื้อล๊อตเตอรี่ ในงวดที่กำลังจะถึงนี้

ทั้งนี้ ”หลวงพ่อห้ามจน” องค์จริง หนึ่งเดียวในเพชรบูรณ์ ถือเป็นพระพุทธรูปที่ช่างพม่า แกะสลักขึ้นมาจากกิ่งไม้ยืนต้นตายพราย โดยเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ขัดสนเรื่องเงินทอง หรือติดขัดสิ่งใด หากไปขอพรก็จะได้สมความปรารถนา จนได้ชื่อว่า “หลวงพ่อห้ามจน” ทำให้มีผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา รวมทั้งสายมู ตลอดจนนักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมากราบไหว้ ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

ตำรวจภูธรภาค 5 โชว์ผลงานบุกค้นรังจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์กลางเมืองเชียงใหม่

ตำรวจภูธรภาค 5 โชว์ผลงานบุกค้นรังจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ เครือข่าย “VAPEHAUS” 3 จุด กลางเมืองเชียงใหม่ รวบ 2 ผู้ต้องหา พร้อมของกลาง 36,555 ชิ้น มูลค่ากว่า 6.6 ล้านบาท

วันนี้ (28 ต.ค. 2568) เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน แถลงข่าวผลการปฏิบัติการบุกค้นรังจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ เครือข่าย “VAPEHAUS” 3 จุด กลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้ยกระดับเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ และให้ดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มข้นในทุกมิติทันที

โดยการปฏิบัติกการครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสาร สนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5) ร่วมกับ บก.สส.ภ.5 ทำการสืบสวนจนทราบว่า มีกลุ่มบุคคลที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านเว็บไซต์ ชื่อ “vapehaus URL: https://vapehaus.net” โดยมีรูปแบบสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์เท่านั้น จึงได้ทำการสืบสวนเพิ่มเติมจนทราบว่า กลุ่มลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว มีที่ตั้งของการกระทำ ความผิดจำนวน 3 จุด ประกอบด้วย ในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ 1 จุด และพื้นที่ อ.หางดง จำนวน 2 จุด จึงได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมพร้อมกันทั้ง 3 จุด คือ

  • จุดที่ 1 บริเวณหมู่บ้านกุลพันธ์วิลล์ 3 ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พบของกลางบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 546 ชิ้น
  • จุดที่ 2 บริเวณหมู่บ้านกาญจน์กนกวิลล์ 10 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พบของกลางบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 3,828 ชิ้น และ
  • จุดที่ 3 บริเวณหมู่บ้านสมหวัง ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่

พบของกลางบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 33,181 ชิ้น รวมพบบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 36,555 ชิ้น มูลค่าประมาณ 6,699,000 บาท นอกจากนี้ ยังได้จับกุมผู้ต้องหาอีก 2 ราย ซึ่งจากการสวบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายทำหน้าที่เป็นพนักงานบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าและจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ให้ลูกค้า โดยได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 16,000 บาท

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการติดต่อสั่งซื้อสินค้าทางไลน์อีก 3 กลุ่ม มีสมาชิกรวมมากกว่า 18,000 คน และจากการตรวจสอบระบบการซื้อขายพบว่า มีเงินหมุนเวียนประมาณปีละ 30 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลสอบสวนเส้นทางทางการเงิน รวมถึงที่มาของบุหรี่ไฟฟ้า ผู้รับผลประโยชน์ และนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ชาวบ้านแตกตื่น พบวัตถุคล้ายระเบิด รีบแจ้งตำรวจตรวจสอบ

นครนายก – ชาวบ้านแตกตื่นพบวัตถุคล้ายระเบิด รีบแจ้งตำรวจตรวจสอบ ตำรวจชุด EOD เข้าตรวจสอบ วัตถุต้องสงสัย พันเทปสีดำ กลางหมู่บ้าน พบเป็นประทัดลูกบอล พร้อมใช้งาน

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 10:50 น. ตำรวจ สภ.องครักษ์ ได้รับแจ้งเหตุให้เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย บริเวณหมู่บ้านสวนแสนสุข ซอย 2 หมู่ที่ 1 ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก ​ร้อยตำรวจโท ยุทธศักดิ์ สุทาวัน ร้อยเวร 30 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ ได้รีบเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดดังกล่าวถูกวางอยู่ติดกับยางรถด้านหลังของรถยนต์คันหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการ กั้นโปลิสไลน์ปิดกั้นพื้นที่ และประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบทันที จากการตรวจสอบ​พบวัตถุต้องสงสัยนั้นไม่ใช่ระเบิดแต่เป็นประทัดลูกบอลจำนวนมาก ที่ถูกพันรวมกันด้วยเทปกาวสีดำ ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เมื่อเกิดประกายไฟก็อาจจะทำให้ประทัดทั้งหมดนี้เกิดระเบิดขึ้นมาเป็นอันตรายต่อคนในชุมชนได้

จากการสอบถาม​ลุงเสือ ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์และเป็นผู้อาศัยอยู่ในชุมชน ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อช่วงเย็นของวันวาน (27 ต.ค.) ตนได้เดินผ่านจุดดังกล่าว และเห็นวัตถุนี้วางอยู่ใต้ท้องรถจริง แต่ไม่ได้คิดว่าเป็นสิ่งที่เป็นอันตราย จนกระทั่งเช้าวันนี้ (28 ต.ค.) เห็นชาวบ้านยืนมุงดูและพูดว่าเป็นระเบิด จึงเกิดความไม่สบายใจและตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ

ด้าน พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ ผกก.สส.ภ.จว.นครนายก ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อจะดำเนินการสืบสวนและสอบสวน เร่งหาที่มาของกลุ่มประทัดลูกบอลทั้งหมดนี้ รวมถึงสาเหตุและแรงจูงใจของการนำมาวางไว้ในจุดดังกล่าว ซึ่งเป็นพื้นที่หมู่บ้านและชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจสร้างความเสียหายหรือความเข้าใจผิดขึ้นอีก


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ลำพูน จัดประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

จังหวัดลำพูน จัดประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดลำพูน (กรอ.จังหวัดลำพูน) ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปญหาเศรษฐกิจจังหวัดลำพูน (กรอ.จังหวัดลำพูน) ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สำหรับระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญ ประกอบด้วย การรายงานสภาวะเศรษฐกิจการเงินการคลังจังหวัดลำพูน เศรษฐกิจด้านอุปทาน (การผลิต) พบว่า ขยายตัวร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สะท้อนจาก ดัชนีผลผลิตภาคบริการ ที่ขยายตัวร้อยละ 11.6 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่มหมวดโรงแรมและภัตตาคาร และยอดขายสินค้าทั้งปลีกและส่งที่ขยายตัวร้อยละ 50.1 และ 11.7 ตามลำดับ ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดลำลำพูนในเดือน กรกฎาคม 2568 มีจำนวนผู้มาเยือนจังหวัดลำพูนทั้งสิ้น 104,981 คน หดตัวร้อยละ -4.4 และมีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือน 158.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ -3.8 ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ซึ่งทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ สภาพอากาศจึงไม่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว ด้านดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากการขยายตัวของยอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหมวดอุตสาหกรรม ทุนจดทะเบียนของโรงงานอุตสาหกรรม ปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม และจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมที่ขยายตัวร้อยละ 16.6, 15.5, 2.3 และ 2.0 ตามลำดับ

ด้าน สถานการณ์สินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดลำพูน สถานการณ์ลำไย ณ วันที่ 11 กันยายน 2568 จังหวัดลำพูนได้ประมาณการผลผลิตลำไยในปี พ.ศ.2568 ปริมาณ 273,020 ตัน ปริมาณสะสม 266,457 ตันคิดเป็นร้อยละ 97.60 ผลผลิตคงเหลือ 6,563 คิดเป็นร้อยละ 2.40 ด้านมาตรการคุมเข้มการส่งออกลำไย ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยได้รับการแจ้งเตือนกรณีพบก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในลำไยสด เกินค่ามาตรฐานของประเทศคู่ค้าซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลด้านความเชื่อมั่นในคุณภาพความปลอดภัยของสินค้าเกษตรไทยในภาพรวม โดย มกอช. ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร บูรณาการควบคุมกำกับดูแลความปลอดภัยสินค้าเกษตรที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการพบสินค้าที่ไม่ปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มกอช. จึงกำหนดให้การส่งออกสินค้าลำไยสดไปต่างประเทศ ต้องแนบใบใบรายงานผลวิเคราะห์ (Test Report) ทุก Shipment โดยต้องมีผลชัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างเป็นไปตามที่ประเทศคู่ค้ากำหนด ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ล่าสุดจีนมีการปรับเปลี่ยนการตรวจก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในลำไยสด จากเดิมตรวจเฉพาะเนื้อ เปลี่ยนเป็นนำผลไปปั่นทั้งเปลือกรวมกันแล้วตรวจหาสารตกค้าง (ไม่ปฏิบัติตามข้อกำพิธีสาร) ข้อมูล ณ วันที่ 29 ส.ค. 68 มีผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดลำพูนถูกระงับการส่งออกใบรับรองสุขอมามัยพืชพืช (PC) จำนวน 4 แห่งในพื้นที่จังหวัดลำพูน

ในส่วนของการคาดการณ์ผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จังหวัดลำพูน ปีพศ.2568 จังหวัดลำพูนมีเกษตรกรปลูกข้าวโพดกระจายในเขตอำเภอเมืองลำพูน อำเภอแม่ทา อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอลี้ อำเภอทุ่งหัวข้าง และอำเภอป่าชาง โดยมีครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลกข้าวโพด จำนวน 4,693 ครัวเรือน 5,835 แปลง มีเนื้อที่ครอบคลุม 46,974 ไร่ ให้ผลผลิต 839.17 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งในปี พ.ศ. 2568 มีผลผลิตข้าวโพดรวม 38,101.30 ตัน โดยคาดการณ์การเก็บเกี่ยวจะเริ่มเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนสิงหาคมจนถึงเดือนธันวาคม 2568 โดยช่วงที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ทั้งนี้ได้มีการรายงานภาวะเศรษฐกิจ SMEs Q2/2568 และแนวโน้มเศรษฐกิจ, ความคืบหน้าการก่อสร้างท่าอากาศยานเชียงใหม่ แห่งที่ 2 อำเภอสันกำแพงจังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน, ผลความคืบหน้าการเสนอร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย, ผลความก้าวหน้าการดำเนินงาน การขยายช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 106 เป็น 4 ช่องจราจร เพิ่มประสิทธิภาพด้านการจราจรและการขนส่ง, การปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 116 ตอนป่าสัก – สะปุ๋ง – บ้านเรือน – สันป่าตอง จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 19 กิโลเมตร ระหว่าง กม.4+400 – กม23+651, การก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ทางหลวงหมายเลข 1136 ตอนเหมืองง่า – ลำพูน อ้อมทางเลี่ยงเมืองลำพูน สายเหมืองง่า – ท่าจักร และเชื่อมโยงจังหวัดเชียงใหม่, การจัดงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 21 – 23 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขา อีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

ภาคีด้านความมั่นคงในจังหวัดลำพูน ร่วมปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2568

ภาคีด้านความมั่นคงในจังหวัดลำพูน ร่วมปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2568

วันนี้ (วันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2568) เวลา 17.30 น. ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เชิงสะพานท่าขาม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราช การจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2568 พร้อมด้วยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ปลัดจังหวัดลำพูน ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน สื่อมวลชน ภาคีเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียงกัน

ในปี 2568 วันลอยกระทงจะตรงกับวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นประเพณีของไทยที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศจะจัดงานเพื่อสืบสานประเพณี วัฒนธรรมที่ดีงาม โดยจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาด้านการจราจร ปัญหาอาชญากรรม ความเดือดร้อนรำคาญ รำคาญ และอันตรายที่อาจเกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด และโคมลอย รวมถึงมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวมาทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน จึงเป็นหน่วยงานหลักด้านความมั่นคง ปลอดภัย จัดให้มีการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2568 ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เข้าร่วมการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมฯ ประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ในฐานะประธานในการปล่อยแถวฯ กล่าวว่า จังหวัดลำพูนให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งในช่วงเทศกาลประเพณีลอยกระทงในปีนี้ คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาท่องเที่ยว และร่วมงานตามสถานที่ต่าง ๆ อาจส่งผลกระทบด้านการจราจร ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้ โดยเป้าหมายสำคัญในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมครั้งนี้ คือ การป้องกันและควบคุมสถานการณ์อาชญากรรมในความผิดฐานต่าง ๆ เช่น ความผิดเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด อาวุธปืน การเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ความปลอดภัยสถานที่ โดยเฉพาะท่าน้ำต่าง ๆ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาร่วมเทศกาลลอยกระทงของจังหวัดลำพูน การระดมกวาดล้างอาชญากรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลลอยกระทงในปีนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชา สัมพันธ์ และป้องปรามการเกิดเหตุในพื้นที่โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว