ตรวจน้ำสาละวินปนเปื้อน ! ยังไม่ยืนยันผล เก็บตัวอย่างน้ำซ้ำ ร่วมกับ มช. คาด 25 พ.ย ยืนยันผลร่วมกัน

สาละวินปนเปื้อนสารพิษ! ยังไม่ยืนยันผล คาด 25 พ.ย.นี้ จะได้ผลสรุปร่วมกัน หลังลงพื้นที่ล่องเรือระยะทาง 127 กม. เก็บน้ำ-ตะกอนดิน สัตว์น้ำ พืชผักส่งตรวจซ้ำ


วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการประชุมหารือร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอนกรมพรานที่ 36 ปกครองสบเมย อบต.แม่สามแลบ เทศบาลตำบลแม่ยวม สำนักงานประมงจังหวัดแม่ฮ่อง สอน สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สนทช. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้ ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน พืชผัก และ ปลา ส่งตรวจเพื่อหาผลสรุปร่วมกัน ภายหลังจากมีกระแสข่าวพบสารเคมีปนเปื้อนในลำน้ำ “สาละวิน” เกิน 5 เท่า บริเวณพื้นที่แนวชายแดนด้านอำเภอแม่สะเรียง และสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้สร้างความกังวลอย่างกว้างขวาง ทั้งในหมู่ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำและผู้ติดตามสถานการณ์ ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงตลอดจนถึงผลการทดสอบที่ถูกต้องเชื่อถือได้ สำหรับการตรวจสอบรอบแรก ระหว่างวันที่ 4–7 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งใช้ ชุดทดสอบ Test Kit ตรวจสารหนู ผลการตรวจพบสารหนูในระดับที่ยังอยู่ใน เกณฑ์มาตรฐาน แต่เพื่อความมั่นใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเพิ่มเติม เพื่อส่งไปยังศูนย์วิเคราะห์ของกรมควบคุมมลพิษ เพื่อให้ได้ผลชัดเจนยิ่งขึ้น

ด้าน นางสาวปิยนุช ทรวงคำ ผอ.ส่วนการจัดการคุณภาพน้ำอากาศและเสียง ศกพ.1 เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และร่วมสังเกตการณ์การเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินในลำน้ำสาละวิน ดำเนินการเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 12–13 พฤศจิกายน 2568 การเก็บตัวอย่างดำเนินการโดยครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ตำบลแม่คง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง ไปจนถึง ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครอบคลุมลำน้ำ 127 กิโลเมตร ก่อนที่ลำน้ำสาละวินจะไหลออกสู่เขตประเทศเมียนมาร์ รวมจำนวนจุดเก็บตัวอย่างทั้งหมด 18 จุด ประกอบด้วย ลำน้ำสาละวิน 13 จุด ลำน้ำสาขา 5 จุด

นอกจากนี้ยังพบชาวบ้านที่อาศัยอยู่เรือนแพ ที่ใช้น้ำสาละวินอุปโภคบริโภคโดยตรง ผลตรวจเบื้องต้น : ชุดทดสอบ Test Kits ไม่พบสารหนู-เจ้าหน้าที่ได้สุ่มตรวจตัวอย่างน้ำจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่บน เรือแพจำนวน 2 หลัง บริเวณฐานทหารพรานโกแกระ ซึ่งใช้น้ำจากลำน้ำสาละวินเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยชาวบ้านใช้วิธีกรองน้ำและตกตะกอนด้วยสารส้ม และ นำไปต้มก่อนดื่มและบริโภค ผลการตรวจสอบด้วย ชุดทดสอบ Test Kits พบว่า ไม่พบสารหนู ในน้ำที่ชาวบ้านใช้ในชีวิตประจำวัน และ ไม่พบสารหนู ในน้ำตัวอย่างหลังผ่านการตกตะกอนด้วยสารส้มและการต้ม

การตรวจคุณภาพน้ำสาละวิน จะดำเนินการตรวจหาค่าโลหะหนักรวม 9 ชนิด ได้แก่ สารหนู แคดเมียมตะกั่ว แมงกานีส โครเมียม รวมถึงโลหะหนักอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สำหรับเหตุการณ์การตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำสาละวิน ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อราษฎรไทยที่อาศัยอยู่ติดแม่น้ำสาละวิน ที่ต้องอาศัยน้ำในแม่น้ำสายดังกล่าวในการบริโภค อุปโภค การเกษตร เลี้ยงสัตว์ และอาศัยการประมงจับปลาในแม่น้ำสาละวินมากินและจำหน่ายตามร้านอาหารต่าง ๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเมื่อมีข่าวออกมาทำให้ประชาชนกังวลใจอย่างมาก รวมไปถึงร้านอาหารที่จำหน่ายปลาสาละวินต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตามผลการยืนยันต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการซึ่งคาดว่าจะได้ผลที่ชัดเจน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน นี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนชะลอในการใช้น้ำสาละวินในชีวิตประจำวัน และ งดสัตว์น้ำ พืชผักที่ปลูกในพื้นที่ริมน้ำไปก่อน ในช่วงของการรอผลยืนยันอย่างเป็นทางการของค่ามาตรฐานและสารปนเปื้อนต่าง ๆ



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

มทบ.37 ร่วมรำลึก 7 ปี กู้ภัยถ้ำหลวงฯ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว

เชียงราย – มทบ.37 ร่วมรำลึก 7 ปี กู้ภัยถ้ำหลวงฯ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย พ.อ.สิงหนาท โลสุยะ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 (รอง ผบ.มทบ.37) ได้เข้าร่วมพิธี “รำลึก 7 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว”

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว โดยเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูและขอบคุณในความเสียสละของทุกท่านที่เคยให้ความช่วยเหลือในภารกิจอันยากลำบากนั้น รวมถึงการรำลึกถึงผู้เสียสละและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านจากเหตุการณ์ดังกล่าว

พิธีรำลึกได้รับเกียรติจาก นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมรำลึกถึงพลังแห่งความร่วมมือและความเสียสละที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นอีกครั้ง

รำลึก7ปีกู้ภัยถ้ำหลวง #ถ้ำหลวง #รวมใจเป็นหนึ่งเดียว #มทบ37 #แม่สาย #เชียงราย #ภารกิจกู้ภัย #ThamLuang #WeAreOne #ขุนน้ำนางนอน


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

ผบ.ทบ. มอบโอวาททีมยิงปืนกองทัพบก ก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 33 (AARM 2025 ) ที่สิงคโปร์

ผบ.ทบ. มอบโอวาททีมยิงปืนกองทัพบก ก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 33 (AARM 2025 ) ที่สิงคโปร์

วันนี้ (14 พฤศจิกายน 2568) เวลา 09.30 นาฬิกา ณ กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะให้กำลังใจพร้อมมอบโอวาทแก่ ทีมยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบก ที่มีกำหนดการเดินทาง เข้าร่วมการแข่งขันยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 33 (AARM 2025) ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 18 – 28 พฤศจิกายน 2568

ผู้บัญชาการทหารบกเน้นย้ำว่า การแข่งขันยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 33 (AARM 2025) เป็นกิจกรรมความร่วมมือด้านการทหารที่สำคัญของกองทัพบกในภูมิภาค ซึ่งไทยมีโอกาสเข้าร่วมมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักย ภาพกำลังพล เสริมสร้างทักษะ ประสบการณ์ และความสัมพันธ์อันดีกับกองทัพประเทศสมาชิกอาเซียน

โดยผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวชื่นชมกำลังพลทีมยิงปืนทางยุทธวิธีว่า “จากสถิติ การยิงปืนที่อยู่ในเกณฑ์ดี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกคน ขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กองทัพบกและประเทศชาติ ควบคู่กับการเรียนรู้วัฒนธรรมของกำลังพลมิตรประเทศ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน”

สำหรับกำลังพลที่เข้าร่วม AARM 2025 ครั้งนี้มีจำนวน 48 นาย แบ่งเป็นนักยิงปืน 25 นาย ส่วนบังคับบัญชาและสนับสนุน 17 นาย และคณะผู้สังเกตการณ์ 6 นาย ซึ่งกองทัพบกได้เตรียมความพร้อมของทีมยิงปืน ในทุกด้าน ทั้งการฝึกซ้อมด้านสมรรถภาพร่างกายด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา และเสริมสร้างความพร้อมทางจิตใจ ทั้งนี้กองทัพบกขอส่งแรงใจให้ทีมยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกไทยคว้ารางวัล และสร้างชื่อเสียงให้กองทัพบกและประเทศไทยบนเวทีอาเซียนต่อไป



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ทบ. รับมอบอุปกรณ์เติมน้ำมันดีเซล Mobile Diesel Refuelling Cart 1 คัน จาก บ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำไปใช้ในภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ทบ. รับมอบอุปกรณ์เติมน้ำมันดีเซล Mobile Diesel Refuelling Cart 1 คัน จากบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำไปใช้ในภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (14 พ.ย. 68) เวลา 10.00 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลโท โดมหทัย ปั้นทองพันธุ์ รองเสนาธิการทหารบก (1) ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีรับมอบอุปกรณ์เติมน้ำมันดีเซล (Mobile Diesel Refuelling Cart) ขนาดความจุ 3,000 ลิตร ประสิทธิภาพการเติมสูงสุด 300 ลิตรต่อนาที จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,500,000 บาท โดยมี พลตรี พิทยากูล โพธิสุวรรณ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 และ พลตรี อภินันท์ ทิพย์เทพ เสนาธิการกรมพลาธิการทหารบก เป็นผู้รับมอบจาก หม่อมหลวง ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และคณะ ซึ่งเป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบให้กองทัพบก เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกพันใดๆ กับกองทัพบก

อุปกรณ์เติมน้ำมันดีเซล (Mobile Diesel Refuelling Cart) ของบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ได้มอบให้กับทางกองทัพบกในครั้งนี้ จะสามารถเพิ่มความสะดวกในการเติมน้ำมันได้ ณ จุดที่ต้องการในพื้นที่ต่างๆ ทำให้ไม่เสียเวลาในการเคลื่อนย้าย, ยังลดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายเพื่อไปเติมน้ำมัน, มีความต่อเนื่องในประสิทธิภาพการทำงาน, สามารถนำไปติดตั้งบนยานพาหนะอื่นๆ ได้ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานได้อย่างหลากหลายพื้นที่ และมีความปลอดภัย เพราะได้มีอุปกรณ์ป้องกันในกรณีฉุกเฉิน ด้วยเทคโนโลยีและวัสดุคุณภาพสูง ด้วยสมรรถนะความทนทาน ตัวถังบรรจุน้ำมันได้ถึง 3,000 ลิตร ระบบจัดเก็บที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย พร้อมติดตั้งระบบจ่ายน้ำมันด้วยประสิทธิภาพการเติมน้ำมันสูงสุด 300 ลิตรต่อนาที และระบบกรองน้ำมันดีเซลเพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันที่ผ่านการเติมจะสะอาดปราศจากสิ่งปนเปื้อน ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพอุปกรณ์และยานยนต์ ยืดระยะเวลาการใช้งาน ทำให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้อย่างดี

กองทัพบกขอขอบคุณ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่มีความตั้งใจและห่วงใยถึงกำลังพลของกองทัพบกที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้มีความสะดวกในการเคลื่อนย้ายกำลังต่างๆ ให้มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ของหน่วยให้มีความรวดเร็ว และสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้กองทัพบกจะนำอุปกรณ์เติมน้ำมันดีเซล (Mobile Diesel Refuelling Cart) ไปแจกจ่ายให้แก่หน่วยที่ปฏิบัติภารกิจตามแผนป้องกันประเทศในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามความประสงค์ของทางบริษัทฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มทบ.39 สานฝัน ปันอาชีพ จัดโครงการ “ส่งเสริมอาชีพให้แก่ครอบครัวของกำลังพล”

สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 39“สานฝัน ปันอาชีพ” จัดโครงการ “ส่งเสริมอาชีพให้แก่ครอบครัวของกำลังพล”

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. คุณ นงนุช วัชรจิตบวร ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 39 จัดโครงการ “ส่งเสริมอาชีพให้แก่ครอบครัวของกำลังพล” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพเสริม โดยเน้นการยกระดับทักษะด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นงานฝีมือที่การผลิตได้จากระดับครัวเรือนที่สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวกำลังพลของหน่วย โครงการดังกล่าว จัดขึ้น ณ อาคารพุทธพรหมปัญโญ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีสมาชกสมาคมแม่บ้านฯ เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 35 คน

ซึ่งการฝึกทักษะอาชีพแม่บ้าน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

  1. กิจกรรมประดิษฐ์ “ริบบิ้นถวายความอาลัย สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” โดยได้ทำแจกจ่ายให้กับบุคลากรและผู้ป่วย – ญาติ ณ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี
  2. กิจกรรมประดิษฐ์ “ตุ๊กตาหมีน้อยเบาใจ” ซึ่งเป็นชิ้นงาน Handmade ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ มีชิ้นงานเดียวในโลก สามารถเป็นของที่ระลึกในโอกาสต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

สำหรับ โครงการ “ส่งเสริมอาชีพให้แก่ครอบครัวของกำลังพล” เป็นไปตามนโยบายของสมาคมแม่บ้านทหารบก ในการมุ่งเน้นการดำเนินการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และอาชีพเสริม เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวกำลังพลอย่างเป็นรูปธรรม


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก เชิญชวนชายไทยสมัครโครงการ “ทหารออนไลน์” ประจำปี 2569 โดยจะเริ่มคัดเลือกครั้งแรก ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้

กองทัพบก เชิญชวนชายไทยสมัครโครงการ “ทหารออนไลน์” ประจำปี 2569 โดยจะเริ่มคัดเลือกครั้งแรก ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ล่าสุดมีผู้สมัครแล้ว กว่า 19,000 คน

กองทัพบกขอเชิญชวนชายไทยสมัครเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความตั้งใจสมัครใจเข้ารับราชการทหาร สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส ผู้สมัครต้องเป็นชายไทย อายุ 18–20 ปีบริบูรณ์ หรือ อายุ 22–29 ปี ที่ผ่านการตรวจเลือกทหารแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้ารับราชการกองประจำการ โดยสามารถสมัครได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ https://rcm.rta.mi.th หรือสมัครด้วยตนเอง ณ หน่วยทหารที่เปิดรับสมัครฯ จำนวน 756 หน่วย หรือสำนักงานสัสดี ทั่วประเทศ ภายในวันและเวลาราชการ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 มกราคม 2569

ผู้สมัครทหารออนไลน์สามารถเลือกหน่วยเข้ารับราชการได้ด้วยตนเอง จากหน่วยที่เปิดรับจำนวน 756 หน่วยทั่วประเทศ รวมทั้งสามารถเลือกวันและสถานที่เข้ารับการคัดเลือกได้ตามความสะดวก ในสถานที่คัดเลือกที่กำหนดไว้ 78 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกจังหวัดเดียวกับหน่วยที่สมัคร ซึ่งขณะนี้ในส่วนของกองทัพบก จนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 มียอดผู้สมัครจำนวน 19,091 คน

โอกาสนี้ กองทัพบกขอให้ชายไทยที่ได้สมัครโครงการ “พลทหารออนไลน์” ไว้แล้ว เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้ารับการคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ตามวันและเวลาดังนี้

  • ครั้งที่ 1 : วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.00 – 16.30 น.
  • ครั้งที่ 2 : วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 – 16.30 น.
  • ครั้งที่ 3 : วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 08.00 – 16.30 น.
  • ครั้งที่ 4 : วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 08.00 – 16.30 น.

เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกเป็นไปอย่างถูกต้องและเรียบร้อย ขอให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือกเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ประกอบด้วย บัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้านของตนเอง บิดา และมารดา, สูติบัตร (ถ้ามี), เอกสารการเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี), ใบสำคัญ สด.9 (สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนทหาร) และใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ แบบ สด.43 (สำหรับผู้ที่ผ่านการตรวจเลือกแล้วแต่ยังไม่เข้าประจำการ)

โดยในวันคัดเลือกจะมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน การตรวจสอบคุณสมบัติของทหารกองเกิน การตรวจสุขภาพร่างกาย รวมถึงการประเมินด้านจิตเวช เพื่อให้สามารถพิจารณาความพร้อมของผู้สมัครได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นไปตามเกณฑ์ที่กองทัพบกกำหนด

ทั้งนี้ ผู้ที่มีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ หน่วยทหารหรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน หรือ กองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร. 0 2223 3259



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

กองกำลังนเรศวร เปิดการฝึกหลักสูตรผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ โจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี (รุ่นที่ 9)

กองกำลังนเรศวร เปิดการฝึกหลักสูตรผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ โจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี (รุ่นที่ 9)

วันนี้ (13 พฤศจิกายน 2568) ที่กองกำลังนเรศวร จังหวัดตาก พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชา การกองกำลังนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดหลักสูตรผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ โจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี รุ่นที่ 9 ณ แหล่งชุมนุมนายทหาร อาคารซื่อสัตย์ฮอลล์ โดยหน่วยอากาศ ยานไร้คนขับ กองกำลังนเรศวร พร้อมคณะครูฝึก และผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 44 นาย เข้าร่วมในพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง

พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้กล่าวให้โอวาทแก่ผู้เข้ารับการอบรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้กับกำลังพลโดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมของกองกำลังนเรศวร ที่พัฒนาและต่อยอดขึ้นมาภายในหน่วย เพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน และการปฏิบัติการทางทหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หลักสูตรผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับโจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี ถือเป็นหลักสูตรที่หน่วยได้จัดการฝึกมาแล้วจำนวน 8 รุ่นก่อนหน้านี้ และได้รับผลตอบรับที่ดีจากหน่วยต่าง ๆ ที่ได้นำองค์ความรู้ไปขยายผล และประยุกต์ใช้ได้จริงในภารกิจต่างๆ

สำหรับการฝึกใน รุ่นที่ 9 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับทักษะกำลังพลให้มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการบังคับอากาศยานไร้คนขับ การปฏิบัติงานเป็นทีม และการใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับอย่างปลอดภัยและแม่นยำ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพบกให้เท่าทันสถานการณ์ และภัยคุกคามในปัจจุบัน

#กองกำลังนเรศวร#หน่วยอากาศยานไร้คนขับ


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ. เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย กำชับดูแลสิทธิสวัสดิการอย่างเต็มที่

ผบ.ทบ. เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย กำชับดูแลสิทธิสวัสดิการอย่างเต็มที่ พร้อมตรวจหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 16 ที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งปัจจุบันกำลังพลทั้ง 4 นาย ได้เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย

  1. จ่าสิบเอก เทอดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาท่อนล่างขาด รวมถึงมีแผลฉีกขาดที่ขาซ้ายและมือขวา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดแล้ว 3 ครั้ง และยังคงทำแผลเป็นประจำทุกวัน ควบคู่กับการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาแก้ปวดบรรเทาอาการอย่างต่อเนื่อง
  2. พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลฉีกขาดที่ขาขวา ปัจจุบันได้รับการทำแผล ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
  3. พลทหาร วชิระ พันธะนา มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลจากการถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย และที่ตาซ้าย ปัจจุบันได้รับการทำแผล ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
  4. พลทหาร อนุชา สุจารี มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด และมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาทั้งสองข้าง ปัจจุบันได้รับการล้างตา หยอดตาเป็นประจำ และยาบรรเทาอาการปวด
    กำลังพลทั้ง 4 นายยังคงอยู่ในกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีอาการดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ในการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้กำลังใจและยกย่องในความเสียสละของทุกนายที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมให้ผู้บังคับหน่วยดูแลสิทธิสวัสดิการและครอบครัวของกำลังพลอย่างดีที่สุด

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้เข้าตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งยังได้ตรวจสภาพความเป็นอยู่ในโรงนอน พื้นที่การฝึก ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ในหน่วยฝึก ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะพูดคุยพร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญกับทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/68 โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะผู้บังคับบัญชาให้การต้อนรับ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามระเบียบการฝึกของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจตลอดห้วงระยะเวลาการฝึก


ดร.เสกสรร นำทีมเปิด “สะเดียงคัพ ครั้งที่ 25” ฟุตบอล 7 คน ต้านยาเสพติด คึกคักทั่วสนาม

ดร.เสกสรร นำทีมเปิด “สะเดียงคัพ ครั้งที่ 25” ฟุตบอล 7 คน ต้านยาเสพติด คึกคักทั่วสนาม

บรรยากาศสุดคึกคักที่สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านสะเดียง เมื่อ ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ นำทีมผู้บริหารร่วมพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ต้านยาเสพติด “สะเดียงคัพ ครั้งที่ 25” โดยมีนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานกดปุ่มเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

พิธีเปิดครั้งนี้ยังมี นายภัทรดร โฆษิตานนท์ รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ ปลัดเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง สร้างสีสันให้สนามสะเดียงคึกคักตั้งแต่เช้า

สำหรับการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ต้านยาเสพติด “สะเดียงคัพ ครั้งที่ 25” เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์จับมือชมรมฟุตบอลบ้านสะเดียง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2568 มุ่งส่งเสริมเยาวชนหันมาสนใจกีฬา ห่างไกลยาเสพติด พร้อมผลักดันการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าปีนี้จะมีทีมเข้าร่วมจำนวนมากและการแข่งขันจะดุเดือดไม่แพ้ทุกปีที่ผ่านมา แฟนบอลสะเดียงเตรียมลุ้นกันยาวจนถึงรอบชิงชนะเลิศต้นเดือนหน้า!


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวเพชรบูรณ์

แม่น้ำเจ้าพระยา หลากไหลท่วม 3 อำเภอ เป็นการแบ่งเบาความเดือดร้อนหลายจังหวัดภาคกลาง

จังหวัดลพบุรี – น้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา มาตามลำน้ำสายต่าง ๆ เข้าสู่พื้นที่ใน 3 อำเภอของจังหวัดลพบุรี โดยหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือ เตือนที่จะให้ประชาชนในพื้นที่ได้ผลกระทบน้อยที่สุด และเพื่อเป็นการแบ่งเบา บรรเทาความเดือดร้อนจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในขณะนี้

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาตามแม่น้ำลพบุรี แม่น้ำบางขาม และคลองชัยนาท – ป่าสัก เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาน้ำที่จะไหลเพิ่มปริมาณในจังหวัดที่อยู่ใต้เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งในปัจจุบันได้มีน้ำท่วมขังมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้วประชาชนได้รับความเดือดร้อน กรมชลประทานได้มีการประสานให้มีการระบายน้ำเข้ามาในพื้นที่จังหวัดลพบุรีที่เป็นการชะลอน้ำและเปิดพื้นที่รับน้ำ โดยเชื่อว่าน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดลพบุรีจะเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ที่มีน้ำท่วมขังหนักอยู่ตอนนี้

โดยมวลน้ำดังกล่าวได้ไหลเข้าสู่พื้นที่ 9 ตำบลของอำเภอบ้านหมี่และ 1 ตำบลของอำเภอเมืองลพบุรีแล้ว ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ ทองดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุคา ได้มีการจัดการเตรียมรับมือน้ำที่เริ่มไหลเข้ามาในพื้นที่ ตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้มีการเก็บเกี่ยวข้าวในทุ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นการเตรียมความพร้อมในการรับน้ำ นอกจากนี้ยังได้มีการประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชน ได้มีการเตรียมขนสิ่งของมีค่าขึ้นไว้ในที่สูงเป็นการลดความเสียหาย ขณะเดียวกันก็ได้มีการวางแผนในการนำเรือท้องแบนที่ทางเจ้าหน้าที่ประจำเรือได้ผ่านการอบรมการใช้เรือมาแล้ว เพื่อที่จะให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนในการเดินทางออกจากบ้านพักไปทำภาระกิจต่าง ๆ ในช่วงน้ำท่วม

นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมเสื้อชูชีพไว้ให้กับผู้โดยสารเรือทุกคนถ้าเกิดอุบัติเหตุจะได้ปลอดภัย รวมทั้งจัดเตรียมท่าเรือในจุดรับ – ส่ง ประชาชนการเข้าไปรับผู้ป่วยตามบ้านและการนำสิ่งของไปมอบให้ที่บ้าน ขณะที่ พันตำรวจเอกศุภกร อ้นสุวรรณ ผู้กำกับการตำรวจภูธรบ้านหมี่ ก็ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ดูแลประชาชนและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้างหลังด้วย

ทั้งนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำบางขาม และ แม่น้ำลพบุรี ที่อยู่ทางฝั่งขวา ของคลองชัยนาท – ป่าสัก โดยพบว่าได้มีปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร มีบ้านเรือนประชาชนบางส่วนได้รับผลกระทบ ซึ่งน้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำบางขามเป็นน้ำที่รับมาจากประตูระบายน้ำบางโฉมศรี จังหวัดสิงห์บุรี รวมทั้งน้ำที่ไหลมาจากประตูระบายน้ำ ตำบลม่วงหมู่ จังหวัดสิงห์บุรี เข้าสู่แม่น้ำลพบุรี จากการเตรียมการรับมือน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดลพบุรี เชื่อว่าจะส่งผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุดเพราะมีการเตรียมการรับมือไว้เป็นอย่างดีแล้ว


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090