นายกวินัย สั่งนิติกรฟ้องเอาผิด เพจดัง หลังลงข่าวพาดพิงถึงเทศบาลในทางเสื่อมเสียโดยไม่มีข้อเท็จจริง

นายกวินัย สั่งนิติกรฟ้องเอาผิด เพจดัง หลังลงข่าวพาดพิงถึงเทศบาลในทางเสื่อมเสียโดยไม่มีข้อเท็จจริง ส่งผลให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ด้านผู้บริหารลงพื้นที่พาไปดูถังเก็บน้ำ 2,500 ลิตร ที่เป็นประเด็น พบมีตรงตามที่เขียนโครงการทุกอย่าง วอนอย่าปั้นข่าวเพื่อเอายอดคนติดตามเพียงอย่างเดียว จริยธรรมในการนำเสนอข่าวต้องมีด้วย

13 พฤศจิกายน 2568 จากกรณีที่เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้มีการโพสต์ข้อความเรื่องถังเก็บน้ำขนาด 2,500 ลิตร ของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ที่ได้มีการเขียนโครง การเพื่อดำเนินการจัดซื้อถังเก็บน้ำ PE ขนาด 2,500 ลิตร 12 ถัง ราคาใบละ 10,000 บาท และปั๊มน้ำหอยโข่งใบพัดเดียว 4 เครื่อง เครื่องละ 20,000 บาท โดยทั้งหมดนี้ผ่านระบบการจัดซื้อโดยใช้วิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณรวม 200,000 บาท แต่ว่าหน้างานได้ถังน้ำขนาด 100 ลิตร มา 2 ใบ ไว้ในห้องน้ำชาย 1 ใบ และ ห้องน้ำหญิง 1 ใบ ไร้วี่แววปั๊มและถังเก็บน้ำ โดยคนได้งานเป็นคนสนิทของเจ้าหน้าที่กองคลังซึ่งอยู่ในสังกัดกองการศึกษา ซึ่งหลังจากที่เพจดังกล่าวได้เผยแพร่ข่าวนี้ไป พบว่าผู้ติดตามเพจได้แสดงความคิดเห็นในทางเสียหาย พร้อมว่ากล่าวการปฎิบัติงานเจ้าหน้าที่ภาครัฐในทางเสื่อมเสีย มีการพาดพิงถึงผู้บริหารเทศบาลเมืองหนองปรือด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย

นายวินัย อินทร์พพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องก็ได้ให้ทางกองการศึกษาชี้แจงถึงรายละเอียดโครงการ โดยพบว่าโครงการที่เป็นประเด็นนั้นเป็นโครงการของทางโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ใช้งบประมาณในการดำเนินการจากเงินสะสมของทางโรงเรียน ซึ่งทางคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานของทางโรงเรียนได้มีมติในการจัดซื้อถังขนาด 2,500 ลิตร จำนวน 12 ถัง และ ปั๊มน้ำอีก 4 ตัว เพื่อแก้ไขปัญหาแรงดันน้ำที่อ่อน เด็กนักเรียนที่อยู่บนตึกไม่สามารถใช้น้ำได้ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำประปาไม่ไหลขึ้นที่สูงในช่วงเวลากลางวันได้เป็นอย่างดี และได้เปิดดำเนินการใช้ไปแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก็พบว่ามีจำนวนถังน้ำและปั๊มน้ำตามจำนวนที่เขียนไปในโครงการจริง นอกจากนี้พบว่าได้เดินระบบ เปิดใช้งานแล้วอีกด้วย ทั้งนี้หลังระบบเสร็จสิ้น โรงเรียนก็ไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอีกเลย

อย่างไรก็ตามสำหรับเพจข่าวดังกล่าวพบว่าได้มีการลงข่าวไม่มีมูลความจริง ทางเทศบาลได้ให้นิติกรของทางเทศบาลดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ส่วนผู้ที่มาแสดงความคิดเห็นในถ้อยคำที่หยาบคาย เสื่อมเสีย และทำให้บุคคลอื่นเสียชื่อเสียงก็จะมีการพิจารณาฟ้องเป็นรายๆไป และอยากฝากถึงเพจข่าวดังกล่าวในการลงข่าวควรสืบค้นข้อมูลความจริงมาก่อน อย่าเห็นแก่ยอดคนติดตาม ยอดคนกดไลค์ ยอดกดแชร์ ควรมีจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าว เพราะไม่อย่างนั้นแล้วการลงข่าวโดยไม่มีข้อมูลความจริงและส่งผลให้ผู้อื่นสียหาย เข้าข่ายความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ ได้ โดยการดำเนินการฟ้องร้องครั้งนี้จะไม่มีการยอมความแต่อย่างใด ส่วนประชาชนที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น ก็อยากจะให้มองในหลายมุม แสดงความเห็นได้แต่ความใช้ถ้อยคำที่สุภาพ การเชื่อในสิ่งที่เห็นเพียงแค่มุมเดียวอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายได้ และอาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตได้เช่นเดียวกันหากถูกดำเนินคดี….


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง หัวหน้าศูนย์ข่าว ภาคตะวันออก
รายงาน

ทหารปืนใหญ่ ประกอบพิธีอุทิศถวายพระราชกุศลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จังหวัดลพบุรี – ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรม อุทิศถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พลตรี สมศักดิ์ นุตพันธุ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพลฯ จังหวัดลพบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีสวดพระอภิธรรมอุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดกวิศรารามราชวรวิหาร อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยได้รับความเมตตาจาก พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมี คณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

พลตรี สมศักดิ์ นุตพันธุ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ในฐานะประธานในพิธี ได้จุดรูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนที่เครื่องนมัสการกระบะมุก หน้าตู้พระธรรม และจุดธูปเทียนที่เครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น คณะสงฆ์ได้สวดพระอภิธรรมทำนองหลวง เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล ภายหลังการสวดพระอภิธรรมทำนองหลวง ประธานและคณะได้ร่วมถวายไทยธรรม พร้อมทอดผ้าไตรบังสุกลจำนวน 4 ผืน แด่พระสงฆ์ในการประกอบพิธีบังสุกุล หลังเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางสงฆ์ ประธานกรวดน้ำ รับพร ก่อนกราบลาพระรัตนตรัย กราบลาพระสงฆ์และถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเป็นอันเสร็จพิธี

ทั้งนี้ จังหวัดลพบุรี ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรม อุทิศถวายพระราชกุศล ตามเวลาที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชน ประจำทุกวันเป็นเวลา 30 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยจะประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายพระราชกุศล เมื่อเสด็จสวรรคตครบสตมวาร (100 วัน) ในวันที่ 31 มกราคม 2569 พร้อมทั้งเชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ชาวบ้านสุดทน แก๊งค้ายาบ้า แจ้งทหารพรานมุกดาหารเข้าตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน

มุกดาหาร – ชาวบ้านสุดทนแก๊งค้ายาบ้า แจ้งทหารพรานมุกดาหารเข้าตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.68 เวลา 09.00 น. ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร สุดทนแก๊งค้ายาบ้าในพื้นที่ ลักลอบขายาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งราคาเม็ดละ 40 บาท ซึ่งเป็นราคาเข้าถึงได้ง่าย จึงเข้าแจ้งเบาะแสให้กับ ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 จึงบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ บังคับใช้กฎหมายเข้าปิดล้อมตรวจค้นต่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ตาม พรบ.ยาเสพติด ตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน บ้านเลขที่ 215 หมู่ที่ 8 ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.หมายเลขบัตร 6702245 ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว่า มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด(ยาบ้า)ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ สร้างความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งแหล่งข่าว

เมื่อเดินทางถึง ชุดปฏิบัติร่วมได้ตรวจพบนางสมเพียร พิมพ์เครื่อง อายุ 54 ปี อาศัยอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบยาบ้าบรรจุอยู่ในซองพลาสติก ใสจำนวนหลายถุง ซุกซ่อนอยู่ในถุงเท้าที่ยัดไว้ในกระสอบเสื้อผ้าเก่าข้างตู้เสื้อผ้าภายในบ้าน และพบเงินสดในการจำหน่ายยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวนหนึ่งอยู่ภายในกระเป๋าสะพายข้างสีขาวที่อยู่กับนางสมเพียร พิมพ์เครื่อง (ทราบชื่อภายหลัง) เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายัง กองบังคับการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดง จำนวน 61 เม็ด เงินสด จำนวน 9,460 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง หน่วย จึงได้ทำการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะที่จับกุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนตาม มาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

ตรวจน้ำสาละวินปนเปื้อน ! ยังไม่ยืนยันผล เก็บตัวอย่างน้ำซ้ำ ร่วมกับ มช. คาด 25 พ.ย ยืนยันผลร่วมกัน

สาละวินปนเปื้อนสารพิษ! ยังไม่ยืนยันผล คาด 25 พ.ย.นี้ จะได้ผลสรุปร่วมกัน หลังลงพื้นที่ล่องเรือระยะทาง 127 กม. เก็บน้ำ-ตะกอนดิน สัตว์น้ำ พืชผักส่งตรวจซ้ำ


วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการประชุมหารือร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอนกรมพรานที่ 36 ปกครองสบเมย อบต.แม่สามแลบ เทศบาลตำบลแม่ยวม สำนักงานประมงจังหวัดแม่ฮ่อง สอน สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สนทช. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้ ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน พืชผัก และ ปลา ส่งตรวจเพื่อหาผลสรุปร่วมกัน ภายหลังจากมีกระแสข่าวพบสารเคมีปนเปื้อนในลำน้ำ “สาละวิน” เกิน 5 เท่า บริเวณพื้นที่แนวชายแดนด้านอำเภอแม่สะเรียง และสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้สร้างความกังวลอย่างกว้างขวาง ทั้งในหมู่ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำและผู้ติดตามสถานการณ์ ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงตลอดจนถึงผลการทดสอบที่ถูกต้องเชื่อถือได้ สำหรับการตรวจสอบรอบแรก ระหว่างวันที่ 4–7 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งใช้ ชุดทดสอบ Test Kit ตรวจสารหนู ผลการตรวจพบสารหนูในระดับที่ยังอยู่ใน เกณฑ์มาตรฐาน แต่เพื่อความมั่นใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเพิ่มเติม เพื่อส่งไปยังศูนย์วิเคราะห์ของกรมควบคุมมลพิษ เพื่อให้ได้ผลชัดเจนยิ่งขึ้น

ด้าน นางสาวปิยนุช ทรวงคำ ผอ.ส่วนการจัดการคุณภาพน้ำอากาศและเสียง ศกพ.1 เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และร่วมสังเกตการณ์การเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินในลำน้ำสาละวิน ดำเนินการเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 12–13 พฤศจิกายน 2568 การเก็บตัวอย่างดำเนินการโดยครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ตำบลแม่คง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง ไปจนถึง ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครอบคลุมลำน้ำ 127 กิโลเมตร ก่อนที่ลำน้ำสาละวินจะไหลออกสู่เขตประเทศเมียนมาร์ รวมจำนวนจุดเก็บตัวอย่างทั้งหมด 18 จุด ประกอบด้วย ลำน้ำสาละวิน 13 จุด ลำน้ำสาขา 5 จุด

นอกจากนี้ยังพบชาวบ้านที่อาศัยอยู่เรือนแพ ที่ใช้น้ำสาละวินอุปโภคบริโภคโดยตรง ผลตรวจเบื้องต้น : ชุดทดสอบ Test Kits ไม่พบสารหนู-เจ้าหน้าที่ได้สุ่มตรวจตัวอย่างน้ำจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่บน เรือแพจำนวน 2 หลัง บริเวณฐานทหารพรานโกแกระ ซึ่งใช้น้ำจากลำน้ำสาละวินเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยชาวบ้านใช้วิธีกรองน้ำและตกตะกอนด้วยสารส้ม และ นำไปต้มก่อนดื่มและบริโภค ผลการตรวจสอบด้วย ชุดทดสอบ Test Kits พบว่า ไม่พบสารหนู ในน้ำที่ชาวบ้านใช้ในชีวิตประจำวัน และ ไม่พบสารหนู ในน้ำตัวอย่างหลังผ่านการตกตะกอนด้วยสารส้มและการต้ม

การตรวจคุณภาพน้ำสาละวิน จะดำเนินการตรวจหาค่าโลหะหนักรวม 9 ชนิด ได้แก่ สารหนู แคดเมียมตะกั่ว แมงกานีส โครเมียม รวมถึงโลหะหนักอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สำหรับเหตุการณ์การตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำสาละวิน ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อราษฎรไทยที่อาศัยอยู่ติดแม่น้ำสาละวิน ที่ต้องอาศัยน้ำในแม่น้ำสายดังกล่าวในการบริโภค อุปโภค การเกษตร เลี้ยงสัตว์ และอาศัยการประมงจับปลาในแม่น้ำสาละวินมากินและจำหน่ายตามร้านอาหารต่าง ๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเมื่อมีข่าวออกมาทำให้ประชาชนกังวลใจอย่างมาก รวมไปถึงร้านอาหารที่จำหน่ายปลาสาละวินต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตามผลการยืนยันต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการซึ่งคาดว่าจะได้ผลที่ชัดเจน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน นี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนชะลอในการใช้น้ำสาละวินในชีวิตประจำวัน และ งดสัตว์น้ำ พืชผักที่ปลูกในพื้นที่ริมน้ำไปก่อน ในช่วงของการรอผลยืนยันอย่างเป็นทางการของค่ามาตรฐานและสารปนเปื้อนต่าง ๆ



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

มทบ.37 ร่วมรำลึก 7 ปี กู้ภัยถ้ำหลวงฯ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว

เชียงราย – มทบ.37 ร่วมรำลึก 7 ปี กู้ภัยถ้ำหลวงฯ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย พ.อ.สิงหนาท โลสุยะ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 (รอง ผบ.มทบ.37) ได้เข้าร่วมพิธี “รำลึก 7 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว”

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว โดยเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูและขอบคุณในความเสียสละของทุกท่านที่เคยให้ความช่วยเหลือในภารกิจอันยากลำบากนั้น รวมถึงการรำลึกถึงผู้เสียสละและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านจากเหตุการณ์ดังกล่าว

พิธีรำลึกได้รับเกียรติจาก นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมรำลึกถึงพลังแห่งความร่วมมือและความเสียสละที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นอีกครั้ง

รำลึก7ปีกู้ภัยถ้ำหลวง #ถ้ำหลวง #รวมใจเป็นหนึ่งเดียว #มทบ37 #แม่สาย #เชียงราย #ภารกิจกู้ภัย #ThamLuang #WeAreOne #ขุนน้ำนางนอน


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

ผบ.ทบ. มอบโอวาททีมยิงปืนกองทัพบก ก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 33 (AARM 2025 ) ที่สิงคโปร์

ผบ.ทบ. มอบโอวาททีมยิงปืนกองทัพบก ก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 33 (AARM 2025 ) ที่สิงคโปร์

วันนี้ (14 พฤศจิกายน 2568) เวลา 09.30 นาฬิกา ณ กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะให้กำลังใจพร้อมมอบโอวาทแก่ ทีมยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบก ที่มีกำหนดการเดินทาง เข้าร่วมการแข่งขันยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 33 (AARM 2025) ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 18 – 28 พฤศจิกายน 2568

ผู้บัญชาการทหารบกเน้นย้ำว่า การแข่งขันยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 33 (AARM 2025) เป็นกิจกรรมความร่วมมือด้านการทหารที่สำคัญของกองทัพบกในภูมิภาค ซึ่งไทยมีโอกาสเข้าร่วมมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักย ภาพกำลังพล เสริมสร้างทักษะ ประสบการณ์ และความสัมพันธ์อันดีกับกองทัพประเทศสมาชิกอาเซียน

โดยผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวชื่นชมกำลังพลทีมยิงปืนทางยุทธวิธีว่า “จากสถิติ การยิงปืนที่อยู่ในเกณฑ์ดี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกคน ขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กองทัพบกและประเทศชาติ ควบคู่กับการเรียนรู้วัฒนธรรมของกำลังพลมิตรประเทศ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน”

สำหรับกำลังพลที่เข้าร่วม AARM 2025 ครั้งนี้มีจำนวน 48 นาย แบ่งเป็นนักยิงปืน 25 นาย ส่วนบังคับบัญชาและสนับสนุน 17 นาย และคณะผู้สังเกตการณ์ 6 นาย ซึ่งกองทัพบกได้เตรียมความพร้อมของทีมยิงปืน ในทุกด้าน ทั้งการฝึกซ้อมด้านสมรรถภาพร่างกายด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา และเสริมสร้างความพร้อมทางจิตใจ ทั้งนี้กองทัพบกขอส่งแรงใจให้ทีมยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบกไทยคว้ารางวัล และสร้างชื่อเสียงให้กองทัพบกและประเทศไทยบนเวทีอาเซียนต่อไป



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ทบ. รับมอบอุปกรณ์เติมน้ำมันดีเซล Mobile Diesel Refuelling Cart 1 คัน จาก บ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำไปใช้ในภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ทบ. รับมอบอุปกรณ์เติมน้ำมันดีเซล Mobile Diesel Refuelling Cart 1 คัน จากบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำไปใช้ในภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (14 พ.ย. 68) เวลา 10.00 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลโท โดมหทัย ปั้นทองพันธุ์ รองเสนาธิการทหารบก (1) ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีรับมอบอุปกรณ์เติมน้ำมันดีเซล (Mobile Diesel Refuelling Cart) ขนาดความจุ 3,000 ลิตร ประสิทธิภาพการเติมสูงสุด 300 ลิตรต่อนาที จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,500,000 บาท โดยมี พลตรี พิทยากูล โพธิสุวรรณ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 และ พลตรี อภินันท์ ทิพย์เทพ เสนาธิการกรมพลาธิการทหารบก เป็นผู้รับมอบจาก หม่อมหลวง ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และคณะ ซึ่งเป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบให้กองทัพบก เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกพันใดๆ กับกองทัพบก

อุปกรณ์เติมน้ำมันดีเซล (Mobile Diesel Refuelling Cart) ของบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ได้มอบให้กับทางกองทัพบกในครั้งนี้ จะสามารถเพิ่มความสะดวกในการเติมน้ำมันได้ ณ จุดที่ต้องการในพื้นที่ต่างๆ ทำให้ไม่เสียเวลาในการเคลื่อนย้าย, ยังลดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายเพื่อไปเติมน้ำมัน, มีความต่อเนื่องในประสิทธิภาพการทำงาน, สามารถนำไปติดตั้งบนยานพาหนะอื่นๆ ได้ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานได้อย่างหลากหลายพื้นที่ และมีความปลอดภัย เพราะได้มีอุปกรณ์ป้องกันในกรณีฉุกเฉิน ด้วยเทคโนโลยีและวัสดุคุณภาพสูง ด้วยสมรรถนะความทนทาน ตัวถังบรรจุน้ำมันได้ถึง 3,000 ลิตร ระบบจัดเก็บที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย พร้อมติดตั้งระบบจ่ายน้ำมันด้วยประสิทธิภาพการเติมน้ำมันสูงสุด 300 ลิตรต่อนาที และระบบกรองน้ำมันดีเซลเพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันที่ผ่านการเติมจะสะอาดปราศจากสิ่งปนเปื้อน ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพอุปกรณ์และยานยนต์ ยืดระยะเวลาการใช้งาน ทำให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้อย่างดี

กองทัพบกขอขอบคุณ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่มีความตั้งใจและห่วงใยถึงกำลังพลของกองทัพบกที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้มีความสะดวกในการเคลื่อนย้ายกำลังต่างๆ ให้มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ของหน่วยให้มีความรวดเร็ว และสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้กองทัพบกจะนำอุปกรณ์เติมน้ำมันดีเซล (Mobile Diesel Refuelling Cart) ไปแจกจ่ายให้แก่หน่วยที่ปฏิบัติภารกิจตามแผนป้องกันประเทศในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามความประสงค์ของทางบริษัทฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มทบ.39 สานฝัน ปันอาชีพ จัดโครงการ “ส่งเสริมอาชีพให้แก่ครอบครัวของกำลังพล”

สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 39“สานฝัน ปันอาชีพ” จัดโครงการ “ส่งเสริมอาชีพให้แก่ครอบครัวของกำลังพล”

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. คุณ นงนุช วัชรจิตบวร ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 39 จัดโครงการ “ส่งเสริมอาชีพให้แก่ครอบครัวของกำลังพล” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพเสริม โดยเน้นการยกระดับทักษะด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นงานฝีมือที่การผลิตได้จากระดับครัวเรือนที่สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวกำลังพลของหน่วย โครงการดังกล่าว จัดขึ้น ณ อาคารพุทธพรหมปัญโญ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีสมาชกสมาคมแม่บ้านฯ เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 35 คน

ซึ่งการฝึกทักษะอาชีพแม่บ้าน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

  1. กิจกรรมประดิษฐ์ “ริบบิ้นถวายความอาลัย สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” โดยได้ทำแจกจ่ายให้กับบุคลากรและผู้ป่วย – ญาติ ณ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี
  2. กิจกรรมประดิษฐ์ “ตุ๊กตาหมีน้อยเบาใจ” ซึ่งเป็นชิ้นงาน Handmade ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ มีชิ้นงานเดียวในโลก สามารถเป็นของที่ระลึกในโอกาสต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

สำหรับ โครงการ “ส่งเสริมอาชีพให้แก่ครอบครัวของกำลังพล” เป็นไปตามนโยบายของสมาคมแม่บ้านทหารบก ในการมุ่งเน้นการดำเนินการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และอาชีพเสริม เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวกำลังพลอย่างเป็นรูปธรรม


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก เชิญชวนชายไทยสมัครโครงการ “ทหารออนไลน์” ประจำปี 2569 โดยจะเริ่มคัดเลือกครั้งแรก ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้

กองทัพบก เชิญชวนชายไทยสมัครโครงการ “ทหารออนไลน์” ประจำปี 2569 โดยจะเริ่มคัดเลือกครั้งแรก ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ล่าสุดมีผู้สมัครแล้ว กว่า 19,000 คน

กองทัพบกขอเชิญชวนชายไทยสมัครเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความตั้งใจสมัครใจเข้ารับราชการทหาร สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส ผู้สมัครต้องเป็นชายไทย อายุ 18–20 ปีบริบูรณ์ หรือ อายุ 22–29 ปี ที่ผ่านการตรวจเลือกทหารแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้ารับราชการกองประจำการ โดยสามารถสมัครได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ https://rcm.rta.mi.th หรือสมัครด้วยตนเอง ณ หน่วยทหารที่เปิดรับสมัครฯ จำนวน 756 หน่วย หรือสำนักงานสัสดี ทั่วประเทศ ภายในวันและเวลาราชการ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 มกราคม 2569

ผู้สมัครทหารออนไลน์สามารถเลือกหน่วยเข้ารับราชการได้ด้วยตนเอง จากหน่วยที่เปิดรับจำนวน 756 หน่วยทั่วประเทศ รวมทั้งสามารถเลือกวันและสถานที่เข้ารับการคัดเลือกได้ตามความสะดวก ในสถานที่คัดเลือกที่กำหนดไว้ 78 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกจังหวัดเดียวกับหน่วยที่สมัคร ซึ่งขณะนี้ในส่วนของกองทัพบก จนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 มียอดผู้สมัครจำนวน 19,091 คน

โอกาสนี้ กองทัพบกขอให้ชายไทยที่ได้สมัครโครงการ “พลทหารออนไลน์” ไว้แล้ว เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้ารับการคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ตามวันและเวลาดังนี้

  • ครั้งที่ 1 : วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.00 – 16.30 น.
  • ครั้งที่ 2 : วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 – 16.30 น.
  • ครั้งที่ 3 : วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 08.00 – 16.30 น.
  • ครั้งที่ 4 : วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 08.00 – 16.30 น.

เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกเป็นไปอย่างถูกต้องและเรียบร้อย ขอให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือกเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ประกอบด้วย บัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้านของตนเอง บิดา และมารดา, สูติบัตร (ถ้ามี), เอกสารการเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี), ใบสำคัญ สด.9 (สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนทหาร) และใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ แบบ สด.43 (สำหรับผู้ที่ผ่านการตรวจเลือกแล้วแต่ยังไม่เข้าประจำการ)

โดยในวันคัดเลือกจะมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน การตรวจสอบคุณสมบัติของทหารกองเกิน การตรวจสุขภาพร่างกาย รวมถึงการประเมินด้านจิตเวช เพื่อให้สามารถพิจารณาความพร้อมของผู้สมัครได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นไปตามเกณฑ์ที่กองทัพบกกำหนด

ทั้งนี้ ผู้ที่มีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ หน่วยทหารหรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน หรือ กองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร. 0 2223 3259



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

กองกำลังนเรศวร เปิดการฝึกหลักสูตรผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ โจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี (รุ่นที่ 9)

กองกำลังนเรศวร เปิดการฝึกหลักสูตรผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ โจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี (รุ่นที่ 9)

วันนี้ (13 พฤศจิกายน 2568) ที่กองกำลังนเรศวร จังหวัดตาก พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชา การกองกำลังนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดหลักสูตรผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ โจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี รุ่นที่ 9 ณ แหล่งชุมนุมนายทหาร อาคารซื่อสัตย์ฮอลล์ โดยหน่วยอากาศ ยานไร้คนขับ กองกำลังนเรศวร พร้อมคณะครูฝึก และผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 44 นาย เข้าร่วมในพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง

พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้กล่าวให้โอวาทแก่ผู้เข้ารับการอบรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้กับกำลังพลโดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมของกองกำลังนเรศวร ที่พัฒนาและต่อยอดขึ้นมาภายในหน่วย เพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน และการปฏิบัติการทางทหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หลักสูตรผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับโจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี ถือเป็นหลักสูตรที่หน่วยได้จัดการฝึกมาแล้วจำนวน 8 รุ่นก่อนหน้านี้ และได้รับผลตอบรับที่ดีจากหน่วยต่าง ๆ ที่ได้นำองค์ความรู้ไปขยายผล และประยุกต์ใช้ได้จริงในภารกิจต่างๆ

สำหรับการฝึกใน รุ่นที่ 9 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับทักษะกำลังพลให้มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการบังคับอากาศยานไร้คนขับ การปฏิบัติงานเป็นทีม และการใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับอย่างปลอดภัยและแม่นยำ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพบกให้เท่าทันสถานการณ์ และภัยคุกคามในปัจจุบัน

#กองกำลังนเรศวร#หน่วยอากาศยานไร้คนขับ


นที มีเดช รายงาน