แม่ทัพน้อยที่ 3 ตรวจเยี่ยมพบปะการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 2/2568 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ที่ 3 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3

แม่ทัพน้อยที่ 3 ตรวจเยี่ยมพบปะการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 2/2568 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ที่ 3 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ผู้บัญชาการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 มอบหมายให้ พันเอก กฤติ พันธะสา รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก วีระชาติ โชติวรอานนท์ ผู้บังคับกองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และฝ่ายอำนวยการ ให้การต้อนรับ พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 2/2568 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ที่ 3 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3

โดย แม่ทัพน้อยที่ 3 และคณะ ได้รับฟังบรรยายสรุปการดำเนินการฝึกของหน่วยฝึกทหารใหม่ที่ 3 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 จากผู้ฝึก ทหารใหม่ ผลัดที่ 2/2568 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ที่ 3 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมทั้งรับชมสาธิตการใช้อากาศยานไร้คนขับ และได้พบปะพูดคุยกับทหารใหม่ของหน่วยฝึก พร้อมให้โอวาท แนวทางการพัฒนา เพื่อก้าวสู่การเป็นทหารอาชีพ และได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ทหารใหม่ทุกนาย แสดงถึงความห่วงใย และใส่ใจของผู้บังคับบัญชาต่อกำลังพลทั้งหน่วยฝึก และทหารใหม่ ในการนี้ แม่ทัพน้อยที่ 3 ได้ลงนามในสมุดตรวจเยี่ยม พร้อมเน้นย้ำการเป็น “นักรบ นักพัฒนา สุภาพบุรุษ” มีความเป็นผู้นำ และยึดมั่นในคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งฝากความห่วงใย และขอบคุณกำลังพลทุกนาย ที่ร่วมันทำให้การฝึกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย…


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 ร่วมขนย้ายและบรรจุสิ่งของบริจาค ณ ฝูงบิน416 กองทัพอากาศ เพื่อนำส่งไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนภาคใต้ ที่ประสบเหตุมหาอุทกภัย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน พร้อมด้วยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ร่วมขนย้ายและบรรจุสิ่งของบริจาค ณ ฝูงบิน416 กองทัพอากาศเพื่อนำส่งไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนภาคใต้ ที่ประสบเหตุมหาอุทกภัย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน พร้อมด้วยกองในการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ร่วมกับส่วนราชการ ภาคเอกชน สถานศึกษา และประชาชนจังหวัดเชียงราย ขนย้ายและบรรจุสิ่งของบริจาคของทุกภาคส่วน ณ ฝูงบิน416 กองทัพอากาศ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อนำส่งไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนภาคใต้ ที่ประสบเหตุมหาอุทกภัย และเป็นการแสดงถึงความห่วงใยของประชาชนชาวจังหวัดเชียงราย โดยมีผู้ร่วมขนย้ายและบรรจุสิ่งของประมาณ 500 คน

ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสงขลา ได้มีการรวบรวมสิ่งจองบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยสิ่งของที่จำเป็นเร่งด่วนจากหน่วยงานหลักและผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมแบ่งปันน้ำใจผ่านช่องทางต่างๆ เหล่านี้ เพื่อช่วยฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ในครั้งนี้


นที มีเดช รายงาน

เหลืออีก 3 วันหมดอายุความ ซ้อนแผนรวบอดีตนายอำเภอเมืองสรวง ผิด ม.157 อำนวยความสะดวกแก๊งไม้พะยูงข้ามชาติ

นครพนม – เหลืออีก 3 วันหมดอายุความ ซ้อนแผนรวบอดีตนายอำเภอเมืองสรวง ผิด ม.157 อำนวยความสะดวกแก๊งไม้พะยูงข้ามชาติ

กรณี เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม (ตม.นครพนม) ว่า ได้ควบคุมตัวชายไทยถือหนังสือเดินทางไทยเลขที่ AC5878301 ชื่อนายสมยศ รักษกุลวิทยา อายุ 69 ปี อดีตนายอำเภอเมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด โดยมีหมายจับจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 (ขอนแก่น) ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2553 และจะครบ 15 ปีในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่จะถึงนี้ แต่หมายจับออกเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568

พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ตม.นครพนม จึงประสานนายศรัทธา กอบกุลบุญสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดขอน แก่น (ผอ.ป.ป.ช.ขอนแก่น) นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ นายธันยพัฒน์ ประมวลวิทย์ ผอ.ป.ป.ช.นครพนม นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผอ.กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว สั่งการให้ ร.ต.อ.วิชาญ สีสมบัติ ร.ต.อ.อดิเรก ศรีหาคลัง ร.ต.อ.จักรกฤษณ์ สุนทโรจน์ ร.ต.ต.หญิง ภัทรชนก ศรีลาพัฒน์ รอง สว.ตม.นครพนม และ ร.ต.อ.สุทธิชัย รพัสันติ นักสืบสวนคดีทุจริตชำนาญการ ร่วมสอบสวนผู้ต้องหา

ขณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. อ่านหมายจับให้นายสมยศทราบอยู่นั้น ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินทางมากับรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ทราบว่าเป็นอดีตครูโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม อ้างว่าเป็นญาติกับนายสมยศจะมารับที่หน้าด่าน ตม.นครพนม จึงขอตรวจสอบประวัติ พบว่าเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ผู้หญิงคนนี้เดินทางข้ามไปฝั่งลาวพร้อมกับนายสมยศผู้ต้องหา ซึ่งในขณะนั้นนายสมยศยังไม่มีหมายจับ จึงสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ และในเย็นวันเดียวกันผู้หญิงดังกล่าวเดินทางกลับไทยเพียงคนเดียว ทั้งนี้ นายสมยศได้ยอมรับในข้อหากล่าวหาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ออกหมายจับลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568

มูลเหตุของคดีสืบเนื่องจาก วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 ขณะที่นายสมยศดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอเมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอเมืองสรวงรวม 2 คน รับรองไม้พะยูงของนางสาวธนภร ซึ่งเป็นผู้ยื่นหนังสือคำร้องขอให้รับรอง โดยไม้ที่อยู่ในหลักเกณฑ์การออกหนังสือรับรองให้ได้ ต้องเป็นไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายที่ดิน และมีวัตถุประสงค์ในการเคลื่อนย้ายไปใช้ประโยชน์ตามที่กำหนด โดยให้คณะกรรมการจัดทำบัญชีไม้และประประทับตราของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไว้ที่ไม้ซึ่งจะออกหนังสือรับรอง โดยให้มีเลขเรียงประจำท่อนและปีย่อ พ.ศ.ไว้ จากนั้นให้คณะกรรมการรายงานผลการตรวจสอบ และเสนอความเห็นต่อผู้มีอำนาจลงนามออกหนังสือรับรอง และเมื่อมีการออกหนังสือรับรองแล้วให้อำเภอรายงานให้จังหวัดทราบ

ทั้งนี้ การตรวจสอบและพิจารณาอนุญาตให้เคลื่อนย้ายไม้พะยูงดังกล่าว นายสมยศไม่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย ปลัดอำเภอ ป่าไม้อำเภอ และพนักงานที่ดินอำเภอ เพื่อร่วมดำเนินการตรวจสอบ และไม่ได้มีการนำเอกสารสิทธิไปทำการตรวจสอบความถูกต้อง รวมทั้งไม่จัดทำบัญชีไม้และประทับตราของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไว้ที่ไม้ที่ทำการตรวจจสอบ ทั้ืงไม่ให้ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน ลงนามรับรองในบันทึกการตรวจสอบ และเมื่อกรณีดังกล่าวเป็นการขออนุญาตเคลื่อนย้ายไม้ไปใช้ประโยชน์นอกเขตจังหวัด ซึ่งอำนาจในการพิจารณาอนุญาตต้องเป็นของผู้ว่าราชการจังหวัด ปรากฏว่านายสมยศนอกจากไม่นำเสนอผู้ว่าฯแล้ว ยังกลับพิจารณาอนุญาตด้วยตนเอง ทั้งการพิจารณาอนุญาตยังเป็นการอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำร้อง ซึ่งไม่ใช่ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน และมีวัตถุ ประสงค์ในการเคลื่อนย้ายไม้พะยูงไปใช้เพื่อการค้า

ดังนั้น การกระทำของนายสมยศ เป็นการดำเนินการที่ขัดต่อหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่มท.0389/ว.750 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 22520 หนังสือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด่วนมาก ที่ กษ 0404(3)/429444 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2530 และหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท.0404/ว.1212.ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2530 และเป็นผลให้ไม้พะยูงที่ทำการเคลื่อนย้ายถูกคณะเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบและจับกุมหลายครั้ง การกระทำของนายสมยศ รักษกุลกุลวิทยา จึงถือเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้ ทาง ป.ป.ช.ฯประสานมาว่านายสมยศเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้เดินทางออกไป สปป.ลาว โดยผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) สืบสวนพบว่าหนีไปกบดานอยู่กับคนรู้จักที่นั่น จึงประสาน ตม.ลาวรวมทั้งญาติของนายสมยศกผเกลี้ยกล่อมให้กลับมามอบตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีไม้พะยูงจำนวน 49 ต้น ที่หลังจากนายสมยศลงนามพิจารณาด้วยตนเองทั้งที่ไม่มีอำนาจ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 ต่อมาได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ เข้าสู่ จ.นครพนม โดยนำไปพักไว้ที่บ้านหลังหนึ่ง ชุมชนบ้านท่าควาย ถนนนครพนม-ท่าอุ เทน เขตเทศบาลเมืองนครพนม ก่อนจะลำเลียงส่งข้ามลำน้ำโขงบริเวณช่องทางธรรมชาติ และถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตรวจยึด จับกุม เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2553 ตรวจสอบเชิงลึกพบว่านอกจากไม้พะยูง 49 ต้น ที่ออกจาก อ.เมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด ที่มีลายมือชื่อนายสมยศเป็นผู้ลงนาม ยังมีการตรวจยึดไม้พะยูงอีกหลายครั้ง สืบสวนสอบสวนทำให้ทราบว่า เป็นไม้ที่มีการซื้อขายมาหลายทอด แต่นำมาสวมสิทธิ์อ้างเป็นไม้อยู่ในการครอบครองกรรมสิทธิ์ โดยมีข้าราชการระดับนายอำเภอให้ความร่วมมือ อำนวยความสะดวกการออกหนังสือรับรองทุกอย่าง

หลังเกษียณนายสมยศก็ดำเนินชีวิตตามปกติ กระทั่งปี 2568 ทราบว่าจะมีการออกหมายจับ นายสมยศจึงหลบหนีไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยเดินทางด้วยรถตู้ที่เป็นของสามีอดีตครูโรงเรียนประถม พาออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 68 และเหลืออีก 3 วันก็จะครบอายุความ 15 ปี จึงโดนซ้อนแผนให้กลับเข้ามาในวันที่ 27 พฤศจิกายน 68


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 ให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยานยานไร้คนขับ เพื่อสนับสนุนการซ่อมอากาศยานไร้คนขับให้แก่หน่วยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน

แม่ทัพภาคที่ 2 ให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยานยานไร้คนขับ เพื่อสนับสนุนการซ่อมอากาศยานไร้คนขับให้แก่หน่วยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 พันโท ชนะ จันทร์อิ่ม ผู้บังคับกองพันทหารสื่อสารที่ 22 กองทัพภาคที่ 2 และคณะนายทหารของหน่วย ได้ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของ ศูนย์ซ่อมอากาศยานไร้คนขับ (เฉพาะกิจ) แก่ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 โดยได้บรรยายสรุปด้านขีดความสามารถ การฝึก ความพร้อมของกำลังพล และยุทโธปกรณ์

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้คำแนะนำในการพัฒนาศักยภาพกำลังพล การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อเฝ้าตรวจการณ์พื้นที่เสี่ยงและช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน


พรพิพัฒน์ รายงาน

รองผู้ว่าฯ ลำพูน”รรท. ผวจ.” เปิดงานนิทรรศการ ภายในงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568

รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธานตามรอยพ่อ นิทรรศการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและนิทรรศการเกี่ยวกับพระนางจามเทวี ภายใต้กรอบแนว “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ภายในงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2567) เวลา 19.00 น. ณ บริเวณสถานที่จัดงานสักการะพระนางจามเทวีฯ บ้านแม่สารป่าแดด ม.2 ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราช การจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการสืบ สานพระราชปณิธานตามรอยพ่อ นิทรรศการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและนิทรรศการเกี่ยวกับพระนางจามเทวี ภายใต้กรอบแนว “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ที่จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน มีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน หัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูน เข้าร่วม

สำหรับนิทรรศการในปีนี้ เป็นนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธานตามรอยพ่อ นิทรรศการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และนิทรรศการเกี่ยวกับพระนางจามเทวี ภายใต้โครงการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และการปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้กำหนดกรอบแนวคิดในการจัดนิทรรศการฯ ภายใต้กรอบแนวคิด “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้และเพื่อสืบสานแนวพระราชดำริสู่คนรุ่นใหม่ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การระลึกถึง และการถ่ายทอดพระราชจริยวัตรในมิติที่อบอุ่นและมีชีวิต ผ่านสื่อผสมผสานระหว่างศิลปะเทคโนโลยี และเรื่องราวจากหัวใจของพสกนิกรไทย ประกอบกับเพื่อเป็นการแสดงผลงานและกิจกรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 10 เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดีมีสุข


นที มีเดช รายงาน

เปิดแล้ว! ร้านมัจฉากาชาด ในงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 คืนแรกเป็นไปอย่างคึกคัก

เปิดแล้ว! ร้านมัจฉากาชาด ในงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 คืนแรกเป็นไปอย่างคึกคัก

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2567) เวลา 19.30 น. ภายในร้านมัจฉากาชาดในงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดร้านมัจฉากาชาดฯ อย่างเป็นทางการ โดยการเทหลอดมัจฉากาชาดลงไปในบ่อพรัอมกัน 6 จุด เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมงาน ได้ลุ้นของรางวัลด้วยการอุดหนุนบัตรมัจฉากาชาด ใบละ 20 บาท

นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมลุ่นรางวัลกับการอุดหนุนสลากกาชาด ฉบับละ 100 บาทอีกด้วย ภายในงานมีหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ นายกกิ่งกาชาดอำเภอ คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน เข้าร่วมพิธี ส่วนบรรยากาศการเข้าอุดหนุนกาชาดเป็นไปอย่างคึกคัก และในปีนี้ มีช่วงเวลานาทีทองเพื่อให้ร่วมลุ้นรางวัลเพิ่มเติมด้วย

นางณัษฐพร ชูวงศ์ รักษาการนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน กล่าวว่า การจัดงานออกร้านมัจฉากาชาดถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่จัดควบคู่กับงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหารายได้นำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมุ่งเน้นปฏิบัติตามพันธกิจทั้งการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ การส่งเสริมสุขภาพอนามัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในพื้นที่ให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การรับบริจาคโลหิตดวงตาและอวัยวะตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่ การสังคมสงเคราะห์แก่ผู้สูงอายุผู้ป่วยผู้พิการราษฎรยากไร้ ที่ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนและผู้ด้อยโอกาสโดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดาร ตลอดทั้งในท้องที่ทั่วไปและในชุมชนตามความจำเป็น ตลอดจนการสนับสนุนและส่งเสริมกิจการยุวกาชาดอาสากาชาดและกิจการต่างๆของสภากาชาดไทย นอกจากนี้ยังมีการดำเนินการตามโครงการพระราชดำริ โดยออกเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยและนักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์ อีกทั้งยังเป็นตัว แทนของสภากาชาดไทยในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของเหล่ากาชาดจังหวัด ตามที่สภากาชาดมอบหมาย และส่งเสริมการเผยแพร่อุดมการณ์และหลักการกาชาด การสร้างจิตสำนึกในเมตตาธรรมและมนุษยธรรมอีกด้วย

ด้านการจัดกิจกรรมออกร้านมัจฉากาชาด ในแต่ละคืนจะมีการจำหน่ายบัตรมัจฉากาชาด ในราคาฉบับละ 20 บาท เพื่อให้ได้ลุ้นของรางวัล เช่น รถจักรยานยนต์ ทีวี ตู้เย็น พัดลม จักรยาน เครื่องใช้ไฟฟ้า และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย โดยจำหน่ายบัตรตั้งแต่ เวลา 17.00-23.00 น. ตลอดการจัดงาน (ยกเว้นคืนวันที่ 5 ธันวาคม 2568) ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้ประโยชน์ ในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดลำพูน


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะและมอบแนวทางปฏิบัติงานแก่กำลังพลกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2

แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะและมอบแนวทางปฏิบัติงานแก่กำลังพลกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะกำลังพลในส่วนของกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 เพื่อมอบแนวทางการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2569 ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ณ ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนคร ราชสีมา

แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง คือ

  1. การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยกำชับไม่ให้กำลังพลยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด
  2. การใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเหมาะสม ให้ใช้ในเชิงสร้างสรรค์ และระมัดระวังภัยจากมิจฉาชีพ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ในโอกาสนี้แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในทุกภารกิจ รวมถึงกำลังพลแนวหน้าที่ปฏิบัติงานบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อย และ อธิปไตยของชาติ

ท้ายที่สุด แม่ทัพภาคที่ 2 ได้มอบวัตถุมงคลและอาร์มธงชาติไทย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันให้แก่กำลังพลกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2

กองทัพภาคที่2


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าณฯ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดพัทลุง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค กับถุงพระราชทานสำหรับเด็ก ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดพัทลุง

วันนี้ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 3,500 ถุง และเชิญถุงพระราชทานสำหรับเด็ก จำนวน 100 ถุง โดยบรรจุสิ่งของเครื่องใช้สำหรับเด็กเป็นพิเศษ ประกอบด้วย ตุ๊กตาผ้าห่ม เป้อุ้มเด็ก นมผง อาหารเด็ก ผ้าอ้อมสำเร็จรูป สำลี ฟอง น้ำเช็ดตัว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์ซักล้างสำหรับเด็ก รวมทั้งสิ่งของที่จำเป็นสำหรับเด็ก โดยมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎร เพื่อเชิญไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพัทลุงต่อไป และมอบแก่ราษฎรอำเภอเมืองพัทลุง ณ หอประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 65 อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและเป็นขวัญกำลังใจ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัย และเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ

ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ตำบลลำปำ จำนวน 30 ครอบครัว ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา ทั้งนี้ องคมนตรี ได้พูดคุยให้กำลังใจและขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจิตอาสาพระราชทานในการปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดตรัง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบอุทกภัยโดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค กับถุงพระราชทานสำหรับเด็ก ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดตรัง

วันนี้ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,000 ถุง และเชิญถุงพระราชทานสำหรับเด็ก จำนวน 50 ถุง โดยบรรจุสิ่งของเครื่องใช้สำหรับเด็กเป็นพิเศษ ประกอบด้วย ตุ๊กตาผ้าห่ม เป้อุ้มเด็ก นมผง อาหารเด็ก ผ้าอ้อมสำเร็จรูป สำลี ฟองน้ำเช็ดตัว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์ซักล้างสำหรับเด็ก รวมทั้งสิ่งของที่จำเป็นสำหรับเด็ก โดยมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎร เพื่อเชิญไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดตรัง ต่อไป และมอบแก่ราษฎรอำเภอย่านตาขาว ณ หอประชุมโรงเรียนย่านตาขาวชนูปถ้มภ์ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและเป็นขวัญกำลังใจ

ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 3,000 ถุง และถุงพระราชทานสำหรับเด็ก จำนวน 150 ถุง มอบแก่รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและนายอำเภอ เพื่อเชิญไปมอบแก่ราษฎรในพื้นที่จังหวัดสตูล ต่อไป

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัย และเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จำนวน 3 ครอบครัว ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ และผู้ป่วย ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้น พ้นที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา ทั้งนี้ องคมนตรี ได้พูดคุยให้กำลังใจและขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจิตอาสาพระราช ทานในการปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

ในการนี้ องคมนตรี ได้ร่วมประชุมติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดตรัง ณ ห้องประชุมโรงเรียนย่านตาขาวชนูปถ้มภ์ อำเภอย่านตาขาว โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและรายงานการเกิดอุทกภัย รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัย โดยองคมนตรี ได้เชิญพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ในการป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ไปกล่าวในที่ประชุมและให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องน้อมนำไปปรับเป็นแผนแม่บท เพื่อให้การช่วยเหลือราษฎรเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง และไม่ซ้ำซ้อน กับให้คำแนะนำในด้านต่างๆ และให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือในในการให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำติดลำน้ำ

จังหวัดตรัง ได้เกิดอุทกภัยจากร่องลมมรสุมพาดผ่านและความกดอากาศต่ำแผ่ปกคลุมในพื้นที่อ่าวไทยทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จังหวัดต่างๆของภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 17 – 27 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นมา ทำให้เกิดป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนราษฎร โรงเรียน วัด สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน สะพาน ปศุสัตว์ บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และพื้นที่ทางการเกษตร(ไม้ผล พืชไร่ นาข้าว) ได้รับความเสียหายและผลกระทบใน 9 อำเภอ 62 ตำบล 389 หมู่บ้าน 33 ชุมชน เสียชีวิต 2 ราย ราษฎรได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบ 14,253 ครัวเรือน โดยจังหวัดได้ตั้งศูนย์ประสานงาน และเร่งดำเนินการสำรวจและให้ความช่วยเหลือราษฎรในด้านต่าง ๆ จัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ที่พักอาศัยชั่วคราวให้แก่ประ ชาชนผู้ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น เพื่อให้ราษฎรสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขโดยเร็วด้วยแล้ว ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายบางส่วนแล้ว เหลือในบางพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดลำน้ำยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน รับคณะบุคคลเข้าเฝ้าฯ

วันนี้ เวลา 18.11 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามลำดับดังนี้

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี นำ นายเอเลียด คิปโชเก้ (Mr. Eliud Kipchoge) นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา เหรียญทองโอลิมปิก และคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายชุดวอร์ม และรองเท้าวิ่ง รุ่นพิเศษ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมวิ่ง ในการแข่งขันวิ่งมาราธอนรายการ “อะเมซิ่งไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก ครั้งที่ ๘” ประจำปี ๒๕๖๘ ณ จุดปล่อยตัวด้านหน้าศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๒.๐๐ น. และจะทรงวิ่งเข้าจุดเส้นชัย ณ บริเวณท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนินในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการแข่ง ขัน ฯ ระยะฮาล์ฟมาราธอน ๒๑.๑ กิโลเมตร ประเภทมืออาชีพ (อีลิทชาย/หญิง) และประเภทบุคคลทั่วไป (ชายไทย/หญิงไทย) ณ พลับพลาพิธี ท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ด้วย

นายสุวิทย์ อังศวานนท์ พร้อมด้วยสมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ และคณะ เฝ้าทูลละ อองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งสถานีวิทยุ อ.ส. ขึ้น เมื่อปี ๒๔๙๕ โดยทรงนำชื่อย่อของพระที่นั่งอัมพรสถาน ที่เป็นสถานที่ที่ใช้ออกอากาศครั้งแรก ต่อมาย้ายเข้าไปตั้งในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในปี ๒๕๐๐

สถานีวิทยุ อ.ส. นอกจากเป็นสถานีวิทยุของสื่อมวลชนเพื่อความบันเทิงและเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนแล้ว ยังทำหน้าที่แจ้งข่าวสารแก่ประชาชนในโอกาสสำคัญ หรือเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การเกิดระบาดของโรคโปลิโอ ในปี ๒๔๙๕ เกิดอหิวาตกโรคระบาด ในปี ๒๕๐๑ และเกิดเหตุวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก ในปี ๒๕๐๕ สถานีวิทยุ อ.ส. ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่งเป็นจุดกำเนิดของมูลนิธิในพระบรมราชูปถัมภ์ต่าง ๆ อีกมากมาย

สำหรับวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ เป็นวงดนตรีที่มาบรรเลงออกอากาศทางสถานีวิทยุ อ.ส. ทุกเย็นวันศุกร์โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบ พิตร และพระราชวงศ์จะทรงร่วมเล่นดนตรีด้วย เพื่อใช้เป็นสื่อกลางให้ความบันเทิงและสาระประโยชน์แก่ประชาชน

ผู้ทรงคุณวุฒิในทางศิลปวิทยาที่มีผลงานในสาขาต่าง ๆ เป็นที่ประจักษ์ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ประจำปี ๒๕๖๗ ตามลำดับดังนี้

  1. นายสุชาติ อุปถัมภ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาวิทยาศาสตร์
  2. นางสาวอรินทยา พรหมินธิคุณ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาแพทยศาสตร์
  3. นางสาวรัศมี ชูทรงเดช เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขามนุษยศาสตร์ (โบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์)
  4. นายวันชัย ดีเอกนามกูล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาแพทยศาสตร์ (เภสัชศาสตร์)
  5. ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาแพทยศาสตร์ (ทันตแพทยศาสตร์)