ภาคประชาชน–ภาครัฐ ผนึกกำลัง ส่งมอบนม 7,000 กล่อง ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่

ภาคประชาชน–ภาครัฐ ผนึกกำลัง ส่งมอบนม 7,000 กล่อง ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่

คณะส่งเสริมข้าราชการตำรวจไทยดีเด่น ร่วมกับ กลุ่มบ้านสีขาว ภายใต้การนำของ ดร.สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมมอบนมจำนวน 7,000 กล่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งยังมีประชาชนจำนวนมากติดค้างในที่พักอาศัยและประสบปัญหาการเข้าถึงอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน การดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของคณะฯ ในการสนับสนุนงานสาธารณะ ประสานพลังภาคประชาชน และส่งเสริมสังคมให้เกิดความสงบสุข ปลอดภัย และพร้อมยืนหยัดดูแลกันในยามเกิดภัยพิบัติ

ในการนี้ ดร.พรหมภัสสร เกี่ยวข้อง เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ได้ให้เกียรติเป็นผู้แทนรับมอบสิ่งของบริจาคดังกล่าว เพื่อส่งต่อถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในพื้นที่ โดยเป็นการผนึกกำลังอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที สิ่งของทั้งหมดจะถูกนำส่งไปยัง ศูนย์ภัยพิบัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการและกระจายความช่วยเหลือสู่พื้นที่ต่างๆ ของอำเภอหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียง ด้วยศักยภาพด้านบุคลากร ระบบประสานงาน และสถานที่ที่เอื้อต่อการรับ–ส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์

ทั้งนี้ พิธีมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00 น. ณ กระทรวงมหาดไทย

คณะผู้จัดกิจกรรมขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแสดงพลังแห่งน้ำใจ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

#คณะส่งเสริมข้าราชการตำรวจไทยดีเด่น #กลุ่มบ้านสีขาว #กระทรวงมหาดไทย #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สุดคึกคัก เปิดฉากซอฟท์เทนนิสระหว่างโรงเรียน 2568

นักกีฬาซอฟท์เทนนิสกว่าร้อยชีวิต ร่วมหวดในการแข่งขัน “กีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2568 โดยมี รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2568 ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี : กรมพลศึกษา ร่วมกับสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 29-30 พ.ย.2568 โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี ดร.ทวีศักดิ์ ประสิทธิ์อ้น ผอ.กลุ่มกีฬาส่วนภูมิภาค กรมพลศึกษาเป็นผู้กล่าวรายงาน จากนั้น รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด กล่าวขอบคุณกรมพลศึกษา และสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสที่เห็นความสำคัญของเยาวชนจัดการแข่งขันรายการนี้ เป็นเวทีประลองความสามารถทางด้านกีฬาให้กับเยาวชนของชาติ และขอให้นักกีฬาทุกคนประสบความสำเร็จในการแข่งขัน

การแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียน ประตำปีการศึกษา 2568 จัดการแข่งขันในรุ่น 12 ปี,15 ปี,18 ปี ชาย-หญิง และปีนี้จัดพิเศษเพิ่มการแข่งขันในรุ่น 20 ปี และรุ่นทั่วไป ชาย-หญิง มีนักกีฬาซอฟท์เทนนิสเยาวชนจาก 39 โรงเรียนสมัครเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงบรรดาดาวดังทีมชาติไทยเข้าร่วมชิงชัยเป็นจำนวนมาก รวมถึงสีสันจากนักกีฬาซอฟท์เทนนิสชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ก็เข้าร่วมชิงชัยในรายการนี้ด้วย

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประธานในพิธีมั่นใจว่า” การแข่งขันในรายการนี้จะเติบโตและสร้างฐานนักกีฬาซอฟท์เทนนิสให้กับสมาคมฯต่อไปในอนาคตที่พร้อมจะก้าวขึ้นสู่การเป็นนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทยต่อไปในอนาคต รวมถึงการพัฒนาของกีฬาซอฟท์เทนนิสเข้าสู่การแข่งขันระดับกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทย และกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยต่อไป

ส่วน ดร.ทวีศักดิ์ ประสิทธิ์อ้น ผอ.กลุ่มกีฬาส่วนภูมิภาค กรมพลศึกษา กล่าวถึงการร่วมกับสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันรายการนี้เป็นปีที่ 3 ว่า” กรมพลศึกษา มองเห็นการเติบโตของกีฬาซอฟท์เทนนิสในกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาที่มากขึ้น เพิ่มฐานนักกีฬาซอฟท์เทนนิสได้อย่างแข็งแกร่ง และเชื่อว่าในเวลาอันใกล้จะยิ่งเติบโตได้ไม่แพ้กีฬาสากลอื่นๆที่มีการชิงชัยในโอลิปิกเกมส์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. จัดแถลงข่าว “ระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์สินค้าจำเป็นและยาเวชภัณฑ์สำหรับการจัดการภัยพิบัติอุทกภัยในประเทศไทย”

วช. จัดแถลงข่าว “ระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์สินค้าจำเป็นและยาเวชภัณฑ์สำหรับการจัดการภัยพิบัติอุทกภัยในประเทศไทย” เตรียมพร้อมนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมช่วยภัยพิบัติอุทกภัยภาคใต้

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการแถลงข่าว “ระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์สินค้าจำเป็นและยาเวชภัณฑ์สำหรับการจัดการภัยพิบัติอุทกภัยในประเทศไทย” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์ข้อมูลสาร สนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ อาคาร วช.8

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า สถานการณ์ภัยพิบัติอุทกภัยและสถานการณ์ฉุกเฉินที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในปัจจุบัน ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน (วช.) ตระหนักถึงความจำเป็นในการต่อยอดนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์อย่างเร่งด่วน โดยได้ต่อยอดงานวิจัยเรื่อง ‘ระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์เวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา’ (Smart Medical Supply) ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางในการจัดสรรและกระจายเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาให้แก่โรงพยาบาลตามความต้องการ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลน ลดระยะเวลาการช่วยเหลือที่ล่าช้า และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบสาธารณสุข จึงได้นำระบบดังกล่าวมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับ สนุนการจัดส่งสิ่งของจำเป็นไปยังโรงพยาบาลและศูนย์พักพิงต่าง ๆ ให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทั่วถึงและทันต่อเหตุการณ์ยิ่งขึ้น

ภายในงานมีการเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ “ระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์สินค้าจำเป็นและยาเวชภัณฑ์ สำหรับการจัดการภัยพิบัติอุทกภัยในประเทศไทย” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนภัทร์ วานิชานนท์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, รองศาสตราจารย์ ดร. ดวงพรรณ กริชชาญชัย หัวหน้าศูนย์การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ คณะวิศว กรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คุณเตชะ บุณยะชัย รองประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย, นายสุรเดช เจียรยืนยงพงศ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย และนางสาวสิรินทร เจริญกิจวิวัฒน์ นายกสมาคมสมาคมดิจิทัลซัพพลายเชนเพื่อความยั่งยืน กล่าวถึง การนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาปรับใช้และต่อยอดเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระบบการจัดการโลจิสติกส์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบในสถาน การณ์ภัยพิบัติ โดยเน้นความร่วมระหว่างเครือข่ายและสมาพันธ์ในการออกแบบระบบช่วยเหลือและประสานงานเพื่อให้สามารถนำส่งสิ่งของจำเป็นไปสู่ผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวถึงการต่อยอดนำเทคโนโลยีโดรนมาจัดส่งสิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่เข้าถึงยาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการบรรเทาและฟื้นฟูสถานการณ์

ทั้งนี้ (วช.) มุ่งหวังว่าเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากผลงานวิจัยจะสามารถสนับสนุน บรรเทา และฟื้นฟูสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมส่งต่อพลังน้ำใจ เติมเต็มความห่วงใยให้ถึงมือผู้ประสบอุทกภัย โดยสามารถบริจาคสิ่งของได้ที่ศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่และภาคใต้ วช. ณ อาคาร วช.7 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เลขที่ 196 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 ทุกวันระหว่างเวลา 07:00-20:00 น. หรือบริจาคเงินได้ที่ เลขที่บัญชี 065-0-09520-0 ธนาคาร กรุุงไทย ชื่อบัญชี เงินกองทุนสวัสดิการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ตั้งแต่บัดนี้-วันที่ 4 ธันวาคม 2568


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมพลศึกษา ผนึกกำลังสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 29-30 พ.ย.68

กรมพลศึกษา ผนึกกำลังสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 29-30 พ.ย.68

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2568 ที่ ห้องประชุมภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ กรมพลศึกษา คลองหก จ.ปทุมธานี ร้อยเอกหญิงปวีณา ทองสุก อดีตฮีโร่เหรียญทองยกน้ำหนักโอลิมปิกเกมส์ 2004 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนักพัฒนาการกีฬาชำนาญการพิเศษ กรมพลศึกษา ร่วมกับ นางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 29-30 พ.ย.2568 ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี

โดยร้อยเอกหญิงปวีณา ทองสุก กล่าวในฐานะตัวแทนกรมพลศึกษา ที่มีหน้าที่สนับสุนนและส่งเสริมการจัดการแข่งขันกีฬาในระดับเยาวชนทั่วประเทศ และปีนี้นับเป็นปีที่ 3 ที่กรมพล ศึกษาร่วมกับสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งได้มองเห็นการเติบโตและกระแสความนิยมในกลุ่มนักกีฬาระดับนักเรียนมากขึ้น ดังเห็นได้จากที่ปีนี้มีนักกีฬาจาก 39 โรงเรียนสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ตนเองในฐานะที่เป็นอดีตนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย ย่อมรู้สึกยินดีที่เห็นน้องๆเยาวชนชื่นชอบในการเล่นกีฬา และสามารถเติบโตเป็นนักกีฬาทีมชาติต่อไป

ทางด้านนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณร้อยเอกหญิงปวีณา ทองสุก ซึ่งเป็นอดีตฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกที่ตนเองชื่นชอบมาตลอด ให้เกียรติเป็นตัวแทนกรมพลศึกษามาร่วมแถลงข่าวในวันนี้ ขอบคุณกรมพล ศึกษาที่สนับสนุน การแข่งขันรายการนี้เข้าสู่ปี่ที่ 3 แล้ว ซึ่งนอกจากการจัดแข่งขันในรุ่นอายุ 12 ปี,15 ปี และ 18 ปีชาย-หญิงแล้ว กรรมการบริหารสมาคมฯ เห็นควรเพิ่มรุ่นการแข่งขันในรุ่น 20 ปี และทั่วไป ชาย-หญิง เพื่อเพิ่มกระแสความคึกคักใหการแข่งขันมากยิ่งขึ้น พร้อมกล่าวเชิญชวนแฟนกีฬาตลอดจนผู้ปกครองของนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน มาร่วมชมร่วมเชียร์นักกีฬาซอฟท์เทนนิสทุกรุ่นกันแบบติดขอบสนาม ในวันที่ 29-30 พ.ย.2568 นี้ ที่สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

คืบหน้า !! โครงการดาวเทียมสัมพันธ์ไทย–จีน เตรียมส่งเข้าวงโคจรโลกในอนาคตอันใกล้

คืบหน้าโครงการดาวเทียมสัมพันธ์ไทย–จีน เตรียมส่งเข้าวงโคจรโลกในอนาคตอันใกล้

หลังเกิดโครงการความร่วมมือในการพัฒนาดาวเทียมใหม่ ที่ต้นทุนต่ำแต่ประสิทธิภาพสูงจำนวน 3 ดวง ระหว่างสมาคมการค้าการลงทุนและส่งเสริมวัฒนธรรมไทย–จีน เจ้าของและผู้ผลักดันโครงการดาวเทียมความสัมพันธ์ ไทย–จีนสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA (สทอภ.) และ Tianxieli (Shandong) Satellite Technology Co., Ltd. จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้รับผิดชอบการออกแบบและพัฒนาดาวเทียม เพื่อยกระดับข้อมูลสิ่งแวดล้อมของไทยด้วยดาวเทียมเทคโนโลยีสูง โดยพัฒนาดาวเทียมที่เอื้อข้อมูล 4 ระบบ ทั้งระบบตรวจสิ่งแวดล้อม ตรวจเกษตร บริหารทรัพยากร และเตือนภัยพิบัติ อันส่งผลให้เกิดประโยชน์ระยะยาวต่อทั้งภาคประชาชน เกษตร อุตสาหกรรม และภาครัฐ เมื่อปลายปีที่แล้ว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ฝ่ายไทยนำโดย นาวาโท ดร.ภณ ทัพพินท์กร นายกสมาคมการค้าการลงทุนและส่งเสริมวัฒนธรรมไทย–จีน เจ้าของและผู้ผลักดันโครงการดาว เทียมความสัมพันธ์ ไทย–จีน และ นายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA (สทอภ.) นำทีม Tianxieli (Shandong) Satellite Technology Co., Ltd. จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้รับผิดชอบการออกแบบและพัฒนาดาวเทียม นำโดย หลิว จื่อจวิน รองผู้บัญชาการโครงการดาวเทียมไทย–จีน และทีมงาน เยี่ยมชมความพร้อม และอัพเดตความคืบหน้าโครงการ “ดาวเทียมสัมพันธ์ไทย–จีน” ณ ห้องประชุมใหญ่ GISTDA สำนักงานหลัก

นาวาโท ดร.ภณ ทัพพินท์กร นายกสมาคมการค้าการลงทุนและส่งเสริมวัฒนธรรมไทย–จีน เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการฯ ว่า ความต้องการของภารกิจ และขอบเขตงาน (Mission and Requirements) ข้อกำหนดหลักคือ การตรวจพิสูจน์โดยรวมของแพลตฟอร์มดาว เทียม การออกแบบโหลดหลักเพื่อการตรวจจับก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาระบบประยุกต์ใช้งานและบริการสนับสนุน รวมถึงการบริการประยุกต์ด้านภาพถ่ายจากดาวเทียมไฮเปอร์ สเปก ตรัม ในด้านเกษตรกรรม ทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

สำหรับขอบเขตงานโครงการเป็นงานวิศวกรรมแบบโซลูชันครบวงจร ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก พัฒนาและส่งมอบดาวเทียมรีโมตเซนซิงตรวจคาร์บอนแบบไฮเปอร์สเปกตรัม 3 ดวง พร้อมส่งขึ้นวงโคจร การบริการด้านความถี่ (ร่วมประสานงาน),บริการปล่อยดาวเทียม,LEOP (ควบคุมดาวเทียมช่วงเข้าวงโคจร) และบริการ IoT การพัฒนาและส่งมอบสถานีควบคุมและรับส่งข้อมูลภาคพื้น และการพัฒนาและส่งมอบระบบประยุกต์ข้อมูลดาวเทียมภาคพื้น ซึ่งทุกเรื่องมีความคืบหน้าเป็นที่พอใจเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้หลังจากจัดตั้ง “ทีมปฏิบัติงานเฉพาะกิจโครงการ” เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการไปเมื่อปีที่แล้ว ทีมงานเทียนเซียหลี่และ GISTDA ประสานงานและยืนยันข้อกำหนดทางเทคนิคสำคัญของดาวเทียม โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามรับรอง ข้อกำหนดทางเทคนิคฉบับทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อต้นปี จนได้ข้อสรุปข้อมูลจำเพาะของดาว เทียม (Satellite Specifications) และข้อมูลจำเพาะระบบประยุกต์ข้อมูลดาวเทียม (Ground Application System) ประกอบด้วย 4 ระบบย่อย ได้แก่

  • ระบบติดตามและประเมินก๊าซเรือนกระจก สามารถระบุ ปริมาณ และวิเคราะห์การปล่อยก๊าซในพื้นที่ต่างๆ ให้ข้อมูลสนับสนุนการออกนโยบายสิ่งแวดล้อม
  • ระบบเฝ้าระวังเกษตรและพืชเศรษฐกิจหลัก เน้นพืชเศรษฐกิจหลักอย่าง ข้าว ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง สามารถใช้วิเคราะห์การเติบโต ศัตรูพืช และคาดการณ์ผลผลิต
  • ระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ใช้เฝ้าระวังน้ำผิวดินและป่าไม้ สร้างฐานข้อมูล Time Series เพื่อติดตามคุณภาพน้ำและความเปลี่ยนแปลงของทรัพยากร ใช้ดัชนีพืชพรรณประเมินสุขภาพป่า และ
  • ระบบติดตามและเตือนภัยพิบัติ สามารถตรวจจับสัญญาณเริ่มต้นของภัยพิบัติ แสดงภาพขอบเขตความเสียหาย สนับสนุนการตัดสินใจด้านแผนฉุกเฉิน และรองรับเหตุการณ์ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไฟป่า เป็นต้น

สำหรับแผนการดำเนินงานต่อไป (Subsequent Implementation Plan) เมือได้รับ เงินงวดแรก (Down Payment) แล้ว จะเริ่มดำเนินงาน ตรวจทานการออกแบบระบบโดยรวม (System Design Review) จัดซื้อชิ้นส่วนและอุปกรณ์ ก่อสร้างสถานีภาคพื้น และพัฒนาระบบประยุกต์ข้อมูลดาวเทียม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศไทย–จีน ที่ได้เข้าสู่การพัฒนาอย่างเป็นทางการ โดยดาวเทียมคาร์บอนทั้ง 3 ดวง คาดว่าจะเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เกษตร และภัยพิบัติของไทยในอนาคตอันใกล้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

GAC AION Thailand ขนทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จัดแสดงครบทุกไลน์อัปในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเผยโฉม “Govy AirCab” ยานยนต์บินได้ไร้คนขับ

GAC AION Thailand ขนทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จัดแสดงครบทุกไลน์อัปในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเผยโฉม “Govy AirCab” ยานยนต์บินได้ไร้คนขับ

GAC AION Thailand ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก ประกาศความยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยในปีนี้ GAC ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงบูท A12 ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยีโลกอนาคต ภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อการเดินทางอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนทัพยนตรกรรมไฟฟ้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และไฮไลต์สำคัญกับการเปิดตัวสีใหม่ของ HYPTEC HT และการปรากฏตัวครั้งแรกของนวัต กรรมอากาศยานไร้คนขับ “Govy AirCab” พร้อมจัดหนักแคมเปญส่งเสริมการขาย พร้อมขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty

Mr. Wang Haoyong ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จและทิศทางกลยุทธ์ของแบรนด์ในประเทศไทยว่า “ภายใต้กลยุทธ์ระดับโลก ‘ONE GAC 2.0’ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เปลี่ยนจากการส่งออกผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การส่งออกระบบนิเวศการเดินทาง (Mobility Ecosystem) แบบครบวงจร โดยยึดมั่นในปรัชญา ‘In local, for local’ หรือการดำเนินงานในท้องถิ่นเพื่อคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง”

Mr. Wang Haoyong กล่าวเสริมถึงความสำเร็จในปีที่ผ่านมาว่า “ประเทศไทยเปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักในกลยุทธ์ระดับโลกของเรา ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมปีนี้ เรามียอดขายรถยนต์ในประเทศไทยมากกว่า 10,000 คัน เติบโตขึ้นถึง 149% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ GAC ยังคงรักษาตำแหน่งท็อป 3 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยได้อย่างเหนียวแน่น”

“เราไม่ใช่แค่ผู้เข้าร่วมในตลาด แต่เราคือพันธมิตรที่ช่วยยกระดับการผลิตในท้องถิ่น โดยปัจจุบันเรามีอัตราการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Localization rate) สูงถึง 51% และในปีนี้จะมีรถยนต์อีกหลายรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้การส่งมอบรถรวดเร็วยิ่งขึ้น” นอกจากนี้ GAC ยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) รายเดียวในประเทศไทยที่มีขีดความสามารถในการซ่อมแบตเตอรี่ได้ครบทุกระดับ ทำให้การซ่อมบำรุงแบตเตอรี่มีความรวดเร็วและปลอดภัย”

สำหรับทิศทางในปี 2026 GAC มุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ไฮบริดที่ปรับจูนให้เหมาะกับพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย พร้อมขยายเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมให้ครอบคลุม 80 แห่งทั่วประเทศ และขยายคลังอะไหล่ให้มีขนาดถึง 12,000 ตารางเมตร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าภายใต้คำมั่นสัญญา ‘Drive GAC WITH CONFIDENCE’”

เผยโฉมความหรูหราบทใหม่ GAC HYPTEC HT สีใหม่ “Moonstone Grey”
GAC AION Thailand ได้เผยโฉม GAC HYPTEC HT ในเฉดสีใหม่ “Moonstone Grey” (สีเทามูนสโตน) ที่สะท้อนความสปอร์ตลักชัวรีขั้นสุด สีเทาพิเศษนี้ช่วยขับเน้นเส้นสายตัวถังให้ดูมีมิติ ลึกลับ และทรงพลัง ผสานเข้ากับดีไซน์ประตูแบบปีกนก (Gull-wing Doors) อันเป็นเอกลักษณ์ และห้องโดยสารระดับ First Class มอบสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่เหนือระดับ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมอย่างลงตัว

ข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2025

  • GAC AION Thailand มอบข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี ตอบสนองมาตรการ EV 3.0 ก่อนมีการปรับโครงสร้างราคาในปีถัดไป สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถและออกใบกำกับภาษี ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และจดทะเบียนรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569
  • GAC AION UT
    • ราคาพิเศษ : GAC AION UT รุ่น 420 Standard ราคา 469,900 บาท (จากปกติ 519,900 บาท) และรุ่น 500 Premium ราคา 599,900 บาท (จากปกติ 669,900 บาท)
    • ข้อเสนอทางการเงิน : เลือกผ่อนชำระสบาย เริ่มต้นเพียง วันละ 165 บาท หรือ ดาวน์เริ่มต้นเพียง 8,888 บาท
    • สิทธิประโยชน์: ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท, รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) และเลือกรับฟรี Home Charger หรือ สายชาร์จพกพาและสายต่อพ่วง VtoL
  • GAC AION V
    • ราคาพิเศษ : GAC AION V รุ่น 602 Luxury ราคาเพียง 899,900 บาท (จากปกติ 1,029,900 บาท)
    • สิทธิประโยชน์ : รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท), ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)
  • GAC HYPTEC HT
    • ราคาพิเศษ : GAC HYPTEC HT รุ่น 620 Premium ราคาเพียง 1,249,000 บาท (จากปกติ 1,449,000 บาท) และรุ่น 620 Luxury ราคาเพียง 1,549,000 บาท (จากปกติ 1,749,000 บาท)
    • ข้อเสนอทางการเงิน : อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%
    • สิทธิประโยชน์ : รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท) พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)
  • GAC M8 PHEV
    • ข้อเสนอพิเศษ : ราคาเริ่มต้น 2,499,000 บาท
    • ข้อเสนอทางการเงิน : อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% หรือเลือกแผน Smart Buy ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 12,232 บาท/เดือน
    • สิทธิประโยชน์ : ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 60,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), ฟรี อุปกรณ์ตกแต่งแท้ (จอเพดานและตู้เย็นภายในรถยนต์ พร้อมบริการติดตั้ง) และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและชุดเกียร์มอเตอร์ไฟฟ้า ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

GAC AION Thailand ประกาศมอบสิทธิ์ “Lifetime Warranty” ให้กับรถยนต์ รุ่น GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V, GAC AION UT และ GAC AION Y Plus เพื่อขอบคุณทุกความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ลูกค้าชาวไทย เพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้เสมอมา GAC AION Thailand ได้ประกาศยกระดับมาตรฐานการดูแลครั้งสำคัญ ด้วยการมอบสิทธิ์การรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) ให้ครอบคลุมรถยนต์ GAC AION ครบทุกรุ่น ได้แก่ GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V, GAC AION UT และ GAC AION Y Plus โดยสิทธิพิเศษนี้มอบให้ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ที่จองและออกรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อยืนยันถึงความตั้งใจจริงที่จะดูแลสมาชิกครอบครัว GAC AION ทุกท่านเสมือนคนในครอบ ครัว และสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาวอย่างแท้จริง

การขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty ครั้งนี้ ครอบคลุมการรับประกัน 3 หัวใจหลักของยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ แบตเตอรี่ขับเคลื่อน, มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ ซึ่งถือเป็นคำมั่นสัญญาภายใต้ปรัชญา “Drive GAC WITH CONFIDENCE” ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานทุกคนขับขี่ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล และเชื่อมั่นในคุณภาพระดับโลกของ GAC AION ตลอดอายุการใช้งาน

ทะยานสู่อนาคตกับ “Govy AirCab” ครั้งแรกในไทย
“Govy AirCab” (โกวี่ แอร์แค็บ) สร้างปรากฏการณ์ในงาน Motor Expo 2025 ในฐานะยานยนต์บินได้ไร้คนขับ (Autonomous Flying Vehicle) รุ่นแรกของโลกที่มีการผลิตแบบ Mass Production ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ GAC AION ในการปฏิวัติการเดินทางสู่น่านฟ้าอัจฉริยะ โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 6 แกน 12 ใบพัด พร้อมระบบความปลอดภัยสำรอง (Redundancy Design) ที่ช่วยประคองตัวเครื่องลงจอดได้อย่างนิ่มนวลแม้เกิดเหตุขัดข้อง รองรับการบินไกล 30 กิโลเมตร และชาร์จเร็วเพียง 25 นาที

จากกระแสตอบรับที่ท่วมท้นด้วยยอดจองกว่า 1,000 คันในฮ่องกง ปัจจุบัน Govy AirCab ได้รับใบอนุญาตทำการบินพิเศษ (Special Flight License) เรียบร้อยแล้ว และกำลังเดินหน้าขอใบรับรองความสมควรเดินอากาศ โดยมีเป้าหมายเริ่มสายการผลิตและส่งมอบภายในสิ้นปี 2026 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการขนส่งระยะสั้น ซึ่งจะเป็นการเปิดมิติใหม่แห่งการเดินทางให้กับประเทศไทย

ผู้ที่สนใจรถยนต์พลังงานใหม่จาก GAC AION Thailand สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.aionauto.com/th-th/ และลงทะเบียนเพื่อทดลองขับได้ที่ www.aionauto.com/th-th/test-drive/AION%20V

เกี่ยวกับ GAC Group
GAC Group เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าให้กับอุตสาหกรรม ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง นวัตกรรมล้ำสมัย และบริการที่ยอดเยี่ยม โดย GAC Group ได้ก้าวสู่ตลาดรถยนต์โลกอย่างเป็นทางการในปี 2013 และเติบโตเข้าสู่ตลาดอย่างมั่นคง ด้วยการยึดมั่นในคุณค่าแห่ง “คุณภาพระดับแนวหน้าและเทคโนโลยีล้ำสมัย” พร้อมหลักการ “ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง บริการจากภายใน” เพื่อสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือในเวทีสากล และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานทุกมิติ

ปัจจุบัน GAC Group มีสำนักงานใหญ่จำนวน 5 แห่ง ครอบคลุมกว่า 74 ประเทศทั่วโลก และ GAC Group มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Centers) ในจีน สหรัฐอเมริกา และอีกหลากหลายประเทศ พร้อมครอบครองเทคโนโลยีด้านสิทธิบัตรหรือสิทธิการอนุญาตกว่า 18,600 รายการ และผลงานการพัฒนาอัจฉริยะกว่า 7,500 รายการ ครอบคลุมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขององค์กร นอกจากนี้ GAC Group ยังเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ชั้นนำในผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ HONDA และ TOYOTA ผ่านบริษัทระหว่าง GAC HONDA และ GAC TOYOTA


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ร.ร.สาธิตบางนา จัดกิจกรรมตลาดนัดอาชีพ ส่งเสริมเปิดโอกาสให้ น.ร.ได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริง

สมุทรปราการ – โรงเรียนสาธิตบางนา จัดกิจกรรมตลาดนัดอาชีพ ส่งเสริมเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมศรีไกรวิน โรงเรียน สาธิตบางนา ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้จัดกิจกรรม “ตลาดนัดอาชีพ” เพื่อส่งเสริมเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริง โดยได้รับเกียรติจาก นายภาคินัย สุนทรวิภาต ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตบางนา ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน การจัดงานกิจกรรม “ตลาดนัดอาชีพ” ประจำปีการศึกษา 2568 โดยมี คณะผู้บริหาร คณะวิทยากร ครู บุคลากรวิชาชีพ และนักเรียนโรงเรียนสาธิตบางนา ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ประสบการณ์ในครั้งนี้

ด้านนายภาคินัย สุนทรวิภาต ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตบางนา กล่าวว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบอาชีพหลากหลายสายงานด้วยกัน อาทิเช่น อาชีพทหาร อาชีพแพทย์ อาชีพการเป็นนักกีฬา เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อช่วยให้นักเรียนค้นพบความสนใจและแนวทางการศึกษาต่อที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง อีกทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ระหว่างนักเรียนกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ

ซึ่งในกิจกรรมดังกล่าว มีท่านผู้แทนผู้รับใบอนุญาตที่ให้การสนับสนุนและวิทยากรทุกท่านที่มาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์จริง ซึ่งจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนเห็นภาพเส้นทางอาชีพที่หลากหลาย และสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจ ให้นักเรียนทุกคนใช้โอกาสนี้ได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากวิทยากรเพื่อนำไปพัฒนาตนเองอย่างสร้างสรรค์



ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

วัดสี่แยกเจริญพร จัดอุปสมบทนาคหมู่ 60 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล

วัดสี่แยกเจริญพร จัดอุปสมบทนาคหมู่ 60 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายพระพรชัย มงคลสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประชาชนจากทั่วสารทิศร่วมพิธีอุปสมบทนาคหมู่ 60 รูป ในครั้งนี้

ที่วัดสี่แยกเจริญพร ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยพระครูปฐมสาธุวัฒน์ หรือ อ. เทพ เจ้าอาวาสวัดสี่แยกเจริญพร ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีอุปสมบทนาคหมู่ เพื่อถวายพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และถวายพระพรชัยมง คลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในรัชกาลที่ 10

โดยมี ส.จ.จักรพันธุ์ จำเล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เขต 4 เป็นประธานฝ่ายฆารวาส มอบผ้าไตร พร้อมด้วยแพทย์ ผู้ใหญ่บ้าน พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่าชาวตำบลหนองกระทุ่มและใกล้เคียง พร้อมใจกันมาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก และยังมีพ่อ ค้าแม่ค้าร่วมบุญออกโรงทานเลี้ยงประชาชนที่มาร่วมงานอีกด้วย

สำหรับในปีนี้ ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 16 ติดต่อกันแล้ว โดยมีผู้สมัครใจเข้าร่วมอุปสมบทนาคหมู่ จำนวน 60 รูป โดยบวชตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ซึ่งการจัดงานบวชพระภิกษุ เพื่อปฏิบัติธรรม และศึกษาธรรมเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป


นายสมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

พ่อเมืองสุพรรณ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ผู้ประสบอุทกภัยน้ำใจชาวสุพรรณช่วยภาคใต้ไม่ขาดสาย

พ่อเมืองสุพรรณ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ผู้ประสบอุทกภัยน้ำใจชาวสุพรรณช่วยภาคใต้ไม่ขาดสาย

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันน้ำในแม่น้ำท่าจีนรับน้ำเข้าในปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำด้านท้ายประตูระบายน้ำโพธิ์พระยาลดลง ส่วนด้านท้ายของแม่น้ำท่าจีนเขตจังหวัดสุพรรณบุรีจุดวัดน้ำสถานี T 13 สะพานวัดท่าเจดีย์ ระดับน้ำลดลงเล็กน้อย ทำให้ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 7 อำเภอ 69 ตำบล 31 ชุมชน 512 หมู่บ้าน 21,739 ครัวเรือน บางพื้นที่มีปัญหาน้ำเน่าเหม็น สัตว์มีพิษ เช่นงู ตะตาบ แมลงป่อง และปลิง ชุกชุม

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.อ. ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รอง.ผอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณ บุรี, พันจ่าเอกสุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลา ปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี เหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี, นางสาวณิชาภัทร วิบูลย์พานิช พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี, ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ เยี่ยมเยียนให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย กลุ่มเปราะบาง พื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลโคกคราม หมู่ที่ 3-4 ตำบลไผ่กองดิน หมู่ที่ 6 ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า พร้อมมอบถุงยังชีพ ให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย พร้อมสอบถามปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของประชาชนที่ประสบอุทกภัย เพื่อนำมาหาทางแก้ไขปัญหา ให้กับประชาชน ในการนี้ได้มอบหมายให้ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี และส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการดูแลแก้ไขต่อไป

ขณะเดียวกันที่ลานพระบรราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ ชมรมพ่อสมเด็จนเรศวรมหาราช ร่วมกับมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ได้เปิดจุดรับสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคเพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องชาวภาคใต้ทุกจังหวัดที่กำลังประสบอุทกภัยในขณะนี้ มีพี่น้องประชา ชนทั้งชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ในพื้นที่อำเภอดอนเจดีย์ พ่อค้าแม่ขาย ที่ตลาดสตรีทฟู๊ด หน้าลานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ และประชาชนต่างพื้นที่ที่ทราบข่าวต่างพากันนำ ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม พืชผักต่างๆ เอาหารสุนัข อาหารแมว เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ของใช้ที่จำเป็น มามอบให้จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีประชาชนได้นำเงินมามอบให้คนละเล็กละน้อย เป็นการแสดงออกถึงน้ำใจของคนไทย ที่เมื่อยามที่พี่น้องประชาชนคนไทยประสบปัญหาตกทุกข์ได้ยาก ประ สบภัยต่างๆ เราคนไทยไม่เคยทิ้งกัน สุพรรณบุรี นับเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่กำลังประสบอุทกภัย ในหลายพื้นที่ แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงพี่น้องชาวภาคใต้ พร้อมส่งกำลังใจมาให้ขอให้สู้ๆ ไปด้วยกัน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 2,200,000 เม็ด ในพื้นที่แม่สาย จ.เชียงราย

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 2,200,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 19.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 2 กองบังคับการควบคุมผาแด่น หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลัง จำนวน 2 ชุด ปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านผาหมี หมู่ 6 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยสะพายกระสอบดัด แปลง ประมาณ 10 – 12 คน จึงได้แสดงตัว เพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ฝ่ายเรา ทำให้เกิดการปะทะกัน ประมาณ 5 นาที เมื่อสิ้นสุด การปะทะ ฝ่ายเราปลอดภัย กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ทิ้งสิ่งของไว้ และใช้ความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ หน่วยจึงได้จัดกำลังพลเพิ่มเติม 2 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.00 นาฬิกา ตรวจพบกระสอบดัดแปลง จำนวน 11 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,200,000 เม็ดและเมื่อเวลา 11.45 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อแถลงข่าว การตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าว หลังจากนั้น จึงได้นำของกลางทั้งหมด ส่งให้กับสถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 115 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 115 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 51,768,452 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 845 กิโลกรัม และ ฝิ่น 1.54 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 15 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 8 ราย ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 8,611.5 ล้านบาท (8,611,575,325 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน