ตำรวจชุดสืบเมืองมุกดาหาร ตามหาจนเจอ ! พลเมืองดีเก็บกระเป๋าคุณยายชาวลาว ส่งคืนครบทุกชิ้น ลูกสาวข้ามสะพานรับของสุดดีใจ

มุกดาหาร – ตำรวจชุดสืบเมืองมุกดาหาร ตามหาจนเจอ พลเมืองดีเก็บกระเป๋าคุณยายชาวลาว ส่งคืนครบทุกชิ้น ลูกสาวข้ามสะพานรับของสุดดีใจ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เร่งติดตามหากระเป๋าสูญหายของคุณยายชาวลาว หลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุ สอบถามพยานแวดล้อม และไล่ตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่อย่างละเอียด กระทั่งพบพลเมืองดีเก็บกระเป๋าไว้ได้บริเวณตลาดติดสี่แยกสิงห์คะนองนา ถนนเลียบโขง ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ก่อนนำส่งคืนเจ้าของครบทุกชิ้น สร้างความดีใจและความโล่งใจให้กับครอบครัวอย่างมาก

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ทราบว่าหลังเกิดเหตุมีชาวบ้านรายหนึ่งเก็บกระเป๋าได้บริเวณใกล้ตลาดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบยังบ้านพักของพลเมืองดีเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ก่อนพบว่าสิ่งของทั้งหมดภายในกระเป๋ายังคงอยู่ครบ ไม่มีการสูญหายแต่อย่างใด

พลเมืองดีเปิดเผยว่า หลังเก็บกระเป๋าได้ ได้นำกลับไปตรวจสอบที่บ้าน แต่ไม่พบเอกสารหรือข้อมูลติดต่อเจ้าของ จึงเก็บรักษาไว้ภายในบ้าน โดยไม่มีเจตนาครอบครองทรัพย์สิน เพียงแต่ไม่ทราบว่าจะนำส่งคืนให้ใคร อีกทั้งในช่วงเวลาดังกล่าวต้องรีบเดินทางไปเฝ้าไข้ญาติที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมุกดาหาร

นอกจากนี้ พลเมืองดียังระบุอีกว่า ตนมีอาชีพทำไร่ทำสวน และไม่ได้เล่นสื่อสังคมออนไลน์ จึงไม่ทราบข่าวการประกาศตามหาของเจ้าของกระเป๋า กระทั่งวันนี้เดินทางกลับมาถึงบ้าน และเป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเดินทางมาติดตามสอบถาม จึงรีบนำกระเป๋าพร้อมทรัพย์สินทั้งหมดส่งมอบคืนทันที

ต่อมา วันนี้ (22 พฤษภาคม 2569) เวลาประมาณ 17.00 น. นางสาวสายทิพย์ มีทรัพย์ อายุ 41 ปี บุตรสาวของคุณยายขัน ทะลี ได้เดินทางข้าม สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 มารับสิ่งของคืนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความดีใจและความซาบซึ้งใจของครอบครัวที่ได้รับทรัพย์สินคืนครบถ้วน

ทั้งนี้ ครอบครัวของคุณยายได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร และพลเมืองดีที่ช่วยเก็บรักษาทรัพย์สินไว้เป็นอย่างดี จนสามารถส่งคืนเจ้าของได้อย่างปลอดภัย


มุกดาหาร / ทรงสิทธิ์ สาระกิจ รายงานจากจังหวัดมุกดาหาร

“กองทัพภาคที่ 2” มอบทุนการศึกษา ให้แก่บุตรของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ประจำปี 2569

“กองทัพภาคที่ 2” มอบทุนการศึกษา ให้แก่บุตรของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ประจำปี 2569

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มณฑิชา รักศิลป์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ประจำปี 2569 ณ ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,686,500 บาท

โดยทุนการศึกษาในครั้งนี้ มอบให้แก่บุตรกำลังพลที่สังกัดส่วนราชการในกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 และกองร้อยกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเป็นการส่งเสริมและเปิดโอกาสทางการศึกษา สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ตลอดจนช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของกำลังพล เพื่อสร้างขวัญ สร้างกำลังใจให้แก่บุตรหลานในการตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

#กองทัพภาคที่2 #สมาคมแม่บ้านทหารบก #มอบทุนการศึกษา #ค่ายสุรนารี #นครราชสีมา #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

หลานทาสยาบ้า ลักทองยาย 2 บาท ซุกกระติบข้าว ตำรวจโพนสวรรค์บุกรวบคาที่นอน

นครพนม – หลานทาสยาบ้าลักทองยาย 2 บาทซุกกระติบข้าว ตำรวจโพนสวรรค์บุกรวบคาที่นอน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สายตรวจตำบลบ้านค้อ สภ.โพนสวรรค์ ได้รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์คราบน้ำตาจากคุณยายอายุประมาณ 70 ปี รายหนึ่ง ในพื้นที่บ้านนาคำ หมู่ 16 ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ว่าถูกหลานชายแท้ๆ ซึ่งมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างหนัก ก่อเหตุลักเล็กขโมยน้อยสิ่งของภายในบ้านมาโดยตลอด และล่าสุดได้ก่อเหตุฉกสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท ของคุณยายหายไป ทำให้ครอบครัวต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวงและทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง

ล่าสุดวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายพบตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ กำลังนอนหลับสบายอยู่บนที่นอนอย่างไม่สะทกสะท้าน เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวและตรวจค้นอย่างละเอียดก็พบ สร้อยทองคำหนัก 2 บาท ของคุณยาย ถูกนำไปซุกซ่อนอยู่ภายในกระติบข้าวเหนียว นอกจากนี้ยังพบยาบ้าอีกจำนวน 2 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพ ซุกซ่อนอยู่ภายในตัวบ้าน จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวนโดย พ.ต.ท.ประทีป เพิ่มพูน สว.สอบสวน สภ.โพนสวรรค์ ผู้ต้องหาจำนนด้วยหลักฐานและสารภาพว่า ได้ลงมือลักทรัพย์สร้อยทองของคุณยายไปจริงเพื่อเตรียมไปขายนำเงินไปซื้อยาเสพติด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนัก ลักทรัพย์ในเคหสถานและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป


ภาพ/ข่าว กิตติ หงษาวงศ์(หลาวเหล็ก) / เทพข่าวร้อน รายงาน

กระบะหลุดโค้ง “สามแยกวัดใจ” พุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง หักโค่นทำไฟดับทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านวอนเร่งแก้ไขจุดเสี่ยง

นครพนม – กระบะหลุดโค้ง “สามแยกวัดใจ” พุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง หักโค่นทำไฟดับทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านวอนเร่งแก้ไขจุดเสี่ยง

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 19.40 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักหลุดโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง บริเวณทางโค้งใกล้กับวัดวังยาง อำเภอวังยาง จังหวัดนคร พนม ส่งผลให้เสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายอย่างหนักและกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างทั้งหมู่บ้าน ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า ไทเกอร์ (Toyota Tiger) สีบรอนซ์ทอง สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินจากการกระแทกอย่างรุนแรง โดยมีเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นลงมาทับตัวรถ ส่วนผู้ขับขี่เป็นชาย ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาล

เบื้องต้นทราบว่า ผู้ขับขี่กำลังอยู่ระหว่างเดินทางมุ่งหน้ากลับภูมิลำเนาที่จังหวัดสกลนคร แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งสามแยก คาดว่าผู้ขับขี่อาจจะไม่ชำนาญเส้นทาง ประกอบกับทัศนวิสัยที่มืด จึงทำให้รถเสียหลักหลุดโค้งและพุ่งชนเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างจัง

ทางด้านชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุดังกล่าวเรียกว่า “โค้งสามแยกวัดใจ” ที่ผ่านมามักเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากลักษณะการออกแบบทางกายภาพของถนนไม่สอด คล้องกับการขับขี่ อีกทั้งยังไม่มีสัญญาณไฟจราจรหรือไฟเตือนที่ชัดเจน ทำให้เกิดอันตรายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มาจากนอกพื้นที่

ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากวิงวอนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบ ให้เร่งเข้ามาตรวจสอบ ติดตั้งไฟสัญญาณเตือน และปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างจุดเสี่ยงนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อป้อง กันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนจนนำไปสู่ความสูญเสียในอนาคต


ภาพ/ข่าว กิตติ หงษาวงศ์ / เทพข่าวร้อน

ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ มอบถุงยังชีพสภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบวาตภัยอำเภอหล่มสัก 645 ครัวเรือน บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

เพชรบูรณ์ – ผู้ว่าฯ มอบถุงยังชีพสภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบวาตภัยอำเภอหล่มสัก 645 ครัวเรือน บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีมอบถุงยังชีพของสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภา กาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 645 ชุด โดยมี นางรุ่งระวี มีทองคำ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายอำเภอหล่มสัก สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ กิ่งกาชาดอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ทั้งนี้ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เกิดสถานการณ์วาตภัยจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักในช่วงวันที่ 8 – 9 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการ วัด ถนน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 15 ตำบล 17 หมู่บ้าน 645 ครัวเรือน ผู้ประสบภัย 2,300 ราย ภายหลังเกิดเหตุ อำเภอหล่มสักได้เร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น พร้อมประสานขอรับการสนับสนุนถุงยังชีพจากสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ผ่านระบบแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” โดยอาศัยการแจ้งข้อมูลจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก่อนรวบรวมและส่งต่อข้อมูลมายังอำเภอเพื่อขอรับความช่วยเหลือ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย จึงได้อนุเคราะห์ถุงยังชีพ จำนวน 645 ชุด เพื่อมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอหล่มสัก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

หนุ่มน้ำก่ำควบ MSX เสียหลักล้มคว่ำเจ็บสาหัสกู้ชีพเร่งหามส่ง รพ.

นครพนม – หนุ่มน้ำก่ำควบ MSX เสียหลักล้มคว่ำเจ็บสาหัสกู้ชีพเร่งหามส่ง รพ.

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มเอง มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 1 รายเป็นชาย เหตุเกิดบริเวณสะพานเหล็กทางเข้าโรงฆ่าสัตว์ บ้านโพธิ์ทอง หมู่ 4 ถนนน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

​ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงก่อสร้างซ่อมแซมถนน พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda MSX สีดำ สภาพไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บนอนหมดสติ ทราบชื่อต่อมาคือ นายวารุธ อนันท์ เป็นชาวบ้านน้ำก่ำ หมู่ที่ 17 ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จัง หวัดนครพนม จากการตรวจสอบเบื้องต้นในตัวผู้บาดเจ็บพบกระเป๋าสตางค์ ซึ่งภายในมีบัตรประจำตัวประชาชนระบุตัวตนชัดเจน ชาวบ้านและพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพและรถพยาบาลให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้า ที่เพื่อช่วยติดต่อหาญาติให้รับทราบเรื่อง

​เบื้องต้นจากการสันนิษฐานและคำบอกเล่าของชาวบ้าน คาดว่าจุดเกิดเหตุดังกล่าวอยู่ระหว่างการซ่อมแซมและก่อสร้างถนน ทำให้ช่องทางการจราจรบีบแคบลงกว่าปกติ ประกอบกับความมืดและอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นสิ่งกีดขวางหรือผิวถนนที่ขรุขระ ส่งผลให้ผู้บาดเจ็บเสียหลักล้มคว่ำจนได้รับบาดเจ็บสาเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


ภาพ/ข่าว กิตติ หงษาวงศ์/เทพข่าวร้อน รายงาน

น้ำใจไร้พรมแดน ! ทหารพราน 2101 รุดช่วยเด็กหญิงลาววัย 12 เจ็บฉุกเฉินข้ามโขง ส่งโรงพยาบาลบ้านแพงปลอดภัย

นครพนม – สายน้ำโขงไม่อาจกั้นน้ำใจและความผูกพันของพี่น้องสองฝั่งโขง เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารพรานไทยเร่งเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงชาว สปป.ลาว ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างเร่งด่วน จนสามารถส่งถึงมือแพทย์ได้อย่างปลอดภัย สะท้อนภาพมิตรภาพและความสามัคคีอันงดงามระหว่างไทย-ลาว

24 พ.ค 2569 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 (ร้อย. ฉก.ทพ.2101) หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ภายใต้การควบคุมทางยุทธการของกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กำลังปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนตามปกติ ได้ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์ลำหนึ่งแล่นข้ามมาจากฝั่ง สปป.ลาว และเข้าเทียบท่าที่บริเวณบ้านดอนแพง หมู่ 7 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบด้วยความห่วงใย ก่อนจะพบภาพอันบีบหัวใจ เมื่อคนบนเรือคือครอบครัวราษฎรชาว สปป.ลาว ที่อยู่ในอาการตื่นตระหนกและพยายามหามบุตรสาวขึ้นฝั่ง ทราบชื่อต่อมาคือ เด็กหญิงมะปราง อายุ 12 ปี เป็นราษฎรบ้านบุ่งกวาง เมืองปากกระดิ่ง แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ซึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์จนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วนที่สุด

ด้วยหลักมนุษยธรรมเหนือสิ่งอื่นใดและหัวใจของทหารไทยที่ไม่เคยทอดทิ้งผู้ตกทุกข์ได้ยาก เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้เข้าอำนวยความสะดวกในทันที โดยช่วยประคองหามร่างของเด็กหญิงขึ้นจากริมฝั่งโขงอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งประสานรถสามล้อเครื่องของชาวบ้านในพื้นที่เพื่อส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินชั่วคราว นำตัวเด็กหญิงมะปรางส่งไปยังโรงพยาบาลบ้านแพงอย่างเร่งด่วนที่สุด

เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยชีวิตเยาวชนคนหนึ่งให้ทันท่วงที แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึง “น้ำใจไร้พรมแดน” และความผูกพันอันแน่นแฟ้นของพี่น้องไทย-ลาว ที่พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤตเสมอ


กิตติ หงษาวงศ์(หลาวเหล็ก) / เทพข่าวร้อน รายงาน

ชนแล้วหนี ! ทิ้งหลักฐานเด็ด “ยาบ้า 1 ถุง” ตกเกลื่อน

นครพนม – ชนแล้วหนี! มอเตอร์ไซค์ซิ่งชนจักรยานชายสติไม่ดี เจ็บกลางถนนบายพาส ทิ้งหลักฐานเด็ด “ยาบ้า 1 ถุง” ตกเกลื่อน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.10 น. เกิดเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานแล้วหลบหนี บนถนนบายพาส บริเวณใกล้สี่แยกไฟแดง หมู่ 9 บ้านดอนกลาง อำเภอธาตุพนม ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญ คาดเป็นของผู้ก่อเหตุทำตกไว้

หลังรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานล้มอยู่พร้อมผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนปั่นจักรยาน ทราบว่าเป็นชายสติไม่ดีพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง อายุประมาณ 50 ปี มีบาดแผลและได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้พบวัตถุต้องสงสัยตกอยู่บนพื้นถนน พบว่าเป็น ยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวน 1 ถุง รวมทั้งสิ้น 20 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพเ(หลอดไม้ไผ่ไทยประดิษฐ์ ) ตกอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเป็นของคนขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุเฉี่ยวชนแล้วขี่หลบหนี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง เพื่อเร่งสืบสวนและติดตามตัวคนขับรถจักรยานยนต์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งในข้อหาขับรถเฉี่ยวชนแล้วหนี และข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองต่อไป

หากใครเป็นเจ้าของยาบ้าถุงดังกล่าว หรือรู้ตัวว่าเป็นคนทำตกไว้ สามารถเดินทางมารับคืนได้ที่ สภ.ธาตุพนม เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันและเก็บรักษาไว้ให้เป็นอย่างดี พร้อมเตรียมห้องควบคุมตัวไว้ต้อนรับเรียบร้อยแล้ว


ภาพข่าว หลาวเหล็ก/เทพข่าวร้อน รายงาน

คลิปวีดีโอโจรขโมยรถจักรยานร้านผ้าหอม


มุกดาหาร – คลิปวีดีโอชายใส่เสื้อยืดสีเขียวมาขโมยรถจักรยานที่จอดไว้ข้างร้านผ้าหอม ไว้ให้พนักงานที่ร้านใช้งานทั่วไป

วันที่ 24 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของร้านผ้าหอม บ้านเลขที่ 15/9 ถ.มุกดาหาร-ดอน ตาล ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้โพสต์คลิปวีดีโอ มีชายใส่เสื้อสีเขียวแขนยาว ใส่กางเกงขายาว เข้ามาขโมยจักรยานบริเวณข้างร้านไป

จากการสอบถามน.ส.ศิริพร มุกดาจารุจินดา (เจ้าของร้านและรถจักรยาน) ได้แจ้งทางโทรศัพท์ว่า รถจักรยานดังกล่าวมีไว้ให้พนักงานที่ร้านใช้งานทั่วไป และจอดไว้ข้างร้านเป็นประจำทุกวันมานานแล้วและเหตุเกิด วันที่ 19 พ.ค 2569 เวลาประมาณ 12:00 น. (จากกล้องวงจรปิด) ทราบเหตุประมาณ 17:00 น. เมื่อคนงานจะนำรถจักรยานไปซื้อของแต่ไม่พบรถจักร ยาน จึงแจ้งให้เจ้าของร้านทราบ หลังจากตรวจสอบกล้องจึงทราบว่าชายใส่เสื้อยืดสีเขียวเป็นคนขโมยจักรยานไป และกล้องวงจรอีกมุมต้องขอขอบคุณร้านหลอมทองมุกดาหารที่อยู่อีกฝั่งของซอยนำภาพวีดิโออีกมุมมามอบให้ด้วย

ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุเจ้าของร้านผ้าหอมไม่อยู่ ไปเยี่ยมบุตรสาวที่ไปเรียนประเทศจีน หากกลับมาถึงมุกดาหารเมื่อไหร่ จะได้รีบเข้าแจ้งความ พร้อมนำคลิปวีดีโอ ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีกับชายที่อยู่ในคลิปวีดีโอต่อไป..


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ มุกดาหาร 0988699888

หนุ่มซื้อของไม่จ่าย ทวงถามโมโหทุบกระทบประตูแตกทั้งบาน


มุกดาหาร – หนุ่ม 26 ปี ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อจำนวน 80 บาท พนักงานทวงไม่มีเงินจ่าย โมโหใช้มีดตัดสายไฟเครื่องชั่งน้ำหนักลัวทุบที่ประตูแตกทั้งบาน

วันที่ 24 พค. 69 ร.ต.อ.จิรวุฒิ เทพบำรุง ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากพนักงานร้านสะดวกซื้อ 7-11 ปตท.คำอาฮวน ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ว่ามีคนร้ายเข้าไปซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ (7-11 ) ภายในปั้ม ปตท.คำอาฮวน ไม่มีเงินจ่ายพอทวงถามไม่จ่ายโมโหแล้วเดินไปเอาเครื่องชั่งน้ำหนักมาทุบกระจกเสียหาย จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ทราบ พร้อมสั่งการให้ชุดสายตรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ลงพื้นที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบชายสวมชุดสีขาวก่อเหตุอาละวาดบริเวณร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. คำอาฮวน โดยใช้เครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่หน้าร้านทุ่มใส่ประตูกระจกของร้านจนได้รับความเสียหาย สร้างความตกใจให้กับพนักงานและลูกค้าที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

จากการสอบถามพนักงานร้านสะดวกซื้อ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้เดินเข้าไปหยิบสินค้าภายในร้านสะดวกซื้อ คือน้ำดื่ม และบุหรี่ จำนวนเงิน 80 บาท แล้วพยายามเดินออกจากร้านโดยไม่ชำระเงิน พนักงานจึงได้เดินตามออกมาทวงถามค่าใช้จ่าย แต่ชายคนดังกล่าวกลับมีท่าทีไม่พอใจ พร้อมท้าทายให้แจ้งตำรวจ และจะให้ตำรวจมาจ่ายให้ หลังจากนั้นพนักงานร้านจึงรีบกลับเข้าไปภายในร้าน และล็อกประตูเพื่อความปลอดภัย แต่ชายผู้ก่อเหตุได้เดินย้อนกลับมาบริเวณหน้าร้าน พร้อมถือมีดไว้ในมือ 2 เล่ม ก่อนจะใช้อุปกรณ์เครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่หน้าร้าน ยกขึ้นทุ่มใส่ประตูกระจกจนแตกเสียหาย

เบื้องต้นผู้ก่อเหตุชื่อนายพนวิทย์ แปทา หรือ “บรีส” อายุ 26 ปี จากการตรวจสอบสารเสพติดไม่พบสารเสพติด การก่อเหตุในครั้งนี้เกิดจากอาการมึนเมาาสุราอาระวาด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้เข้าควบคุมตัวชายผู้ก่อเหตุไว้ได้ทันที ก่อนนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ มุกดาหาร 098869988